เปิดพรีออเดอร์ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2562 ราคาเล่มละ 459 บาทรวมค่าส่งแล้ว สนใจติดต่อได้ที่เพจ Tawan_Y หรือ www.tawanpreampree.com

2 เพิ่งเกิดก็จะตายแล้วหรือ

ชื่อตอน : 2 เพิ่งเกิดก็จะตายแล้วหรือ

คำค้น : เจาหลิน,กลับมาเกิดใหม่,วาย,แร่ด,จำปีหอม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.6k

ความคิดเห็น : 20

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ม.ค. 2562 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
2 เพิ่งเกิดก็จะตายแล้วหรือ
แบบอักษร

2019/01/01

พีทล่องลอยอยู่ในความมืดอันเวิ้งว้างนานแสนนาน เขาไม่รู้วันรู้คืนเพียงแต่ล่องลอยไปเรื่อยๆ เขานอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนเบื่อ ไม่เห็น​มีท่านสุวรรณสุวานมารับเขาสักที ถ้าใช้ศีลข้อ3เป็นตัวติดสินเขาก็ไม่คิดว่าจะได้ขึ้นสวรรค์หรอกนะ

นอนเล่นอยู่นานพีทก็พบว่าสถานที่ที่เขาอยู่เริ่มสั่นสะเทือน ความมืดที่ห่อตัวเขาไว้กระเพื่อมแรงขึ้น มันพยายามดันเขาออกแต่พีทฝีนตัวไว้ แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้ เขาหลุดออกจากความมืดเข้าสู่แสงสว่าง ร่างกายถูกจับไปทางนั้นทีทางนี้ที จนถูกตีก้นเข้าอย่างแรงพีทจึงตะโกนด่าแต่กลับไม่เป็นภาษามีแต่เสียงร้องเท่านั้น

"เฮ้อ เสียงดังขนาดนี้ต้องโตมาเป็นเด็กแข็งแรงแน่นอน ตอนแรกเจ้าหนูนี่เงียบทำเอาข้าใจเสียหมด เป็นเด็กผู้ชายน่ารักเหมือนเจ้าเลยนะอาจู" เสียงสตรีสูงวัยกล่าวขึ้น พีทถูกอุ้มไปอาบน้ำแล้วห่อด้วยผ้าก่อนที่จะเปลี่ยนมือคนอุ้ม พีทเดาว่าเขาคงมาเกิดใหม่ สายตาเด็กทารกยังมองอะไรไม่ชัดนักแต่ความทรงจำจากชาติที่แล้วยังแจ่มชัดจนน่าประหลาดใจ

"เจ้าไม่ดีใจหรืออาจู" เสียงสตรีมีอายุถามขึ้นอีกครั้ง

"ข้ามีชีวิตอยู่ในหอนางโลมเช่นนี้จะต้องการบุตรชายไปทำไมกัน หากเป็นบุตรสาวยังพอใช้งานได้ เด็กผู้นี้บิดาเป็นใครก็ยังไม่ทราบ เกิดมาก็มีแต่ทำให้ข้าลำบาก ท่านรู้จักผู้ใดที่ต้องการทารกหรือไม่ข้ายกให้" เสียงสาวกว่าสตรีคนแรกพูด พีทได้แต่สมเพทชะตาของตนเองในใจ

"อาจู เจ้าลองคิดดูให้ดีก่อนสักคืนหนึ่งเถอะ ให้เขาได้ดื่มนมจากอกเจ้าสักครั้ง หากหลังจากนี้เจ้ายังยืนยันคำเดิมข้าจะลองถามผู้อื่นให้" เสียงผู้คนในห้องพากันเดินจากไปเหลือเพียงมารดาที่พีทเห็นหน้าไม่ชัดอุ้มเขาไว้

"เจ้าเด็กกาลกิณี ตั้งแต่เจ้าเกิดมาก็มีแต่จะทำให้ชีวิตของข้าตกต่ำลง ให้ข้าจัดการชีวิตเจ้าเถอะ" ผ้าผืนหนาถูกกดลงมาที่จมูกของพีท เขาดิ้นรนมือไขว่คว้าในอากาศแต่ด้วยเรี่ยวแรงของทารกมิได้ระคายมารดาผู้อำมหิตแม้แต่น้อย แข้งขาน้อยๆเริ่มอ่อนแรงลงจนกระทั่งมีมือหนึ่งมาดึงทารกออกไป คนมาใหม่ผลักอาจูกระเด็นไปอีกทางแย่งทารกมาอุ้มไว้เอง เขาแต่งกายด้วยเสื้อผ้าปกปิดมิดชิดจนยากที่จะดูออกว่าเป็นหญิงหรือชาย แววตาเย็นชาจับจ้องไปที่อาจูนิ่งอยู่จนนางไม่กล้าเปิดปาก

"ทารกนี้คือบุตรของเจ้า"

"ใช่ เพราะมันคือทารกของข้า ข้าจะทำกับมันเช่นไรก็ได้" อาจูกัดฟันเชิดหน้าตอบ นางเป็นถึงนางโลมอันดับหนึ่งของเมืองนี้ กำลังขวัญแข็งกล้ากว่าสตรีทั่วไปเล็กน้อย

"เช่นนั้นข้าจะจัดการเอง จากนี้ต่อไปเจ้ามิใช่มารดาของเขา" คนคว้าผ้าห่มผืนเล็กห่อตัวทารกอย่างทะนุถนอมแล้วจากไปไวดั่งสายลม ทิ้งให้อาจูอ้าปากค้าง

"ดียิ่งนัก ทีนี้ข้าจะทวงตำแหน่งนางโลมอันดับหนึ่งกลับมาเสียที" อาจูมิได้มีใจรักเด็กอยู่แล้ว เมื่อภาระก้อนใหญ่พ้นไปนางจึงอารมณ์ดีนัก ยาที่แสนขมก็ดูจะหวานขึ้นมาทันตาเห็น นางจิบยาอย่างอารมณ์ดี

เมื่อแม่เล้ากลับมาพบว่าอาจุยกบุตรของนางให้ผู้อื่นไปแล้วใบหน้าก็เปลี่ยนเป็นมืดครึ้ม

"อาจู เมื่อวานข้าคิดว่าเป็นเพียงอาการสับสนของเจ้า แต่นี่เจ้าถึงกับยกทารกให้ผู้อื่นไปทั้งที่ไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร นี่ออกจะแล้งน้ำใจไปบ้างหรือไม่" แม่เล้าด่า

"แล้วอย่างไร ท่านแม่ยินยอมให้ข้าเลี้ยงทารกในซ่องหรือไง" นางเคาะยาสูบในมืออัดควันเข้าปอดหนักๆแล้วพ่นออกเป็นการระบายอารมณ์

"ข้ารับปากเจ้าจะหาบ้านให้ทารกใช่ไหม อาจูเจ้าทำข้าผิดหวังนัก" แม้เป็นแม่เล้าแต่นางยังพอมีคุณธรรมในใจอยู่บ้าง หลังจากนั้นนอกจากอาจูจะมิสามารถทวงตำแหน่งนางโลมอันดับหนึ่งมาได้แล้ว แม่เล้ายังส่งนางไปยังชั้นล่างรับลูกค้าชั้นต่ำไม่เลือกหน้าแทนที่จะรับเฉพาะลูกค้าชั้นสูงเช่นก่อน สร้างความขุ่นใจให้อาจูเป็นอันมาก 

บุคคลปริศนาอุ้มทารกใช้วิชาตัวเบามายังโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง เขากระโดดพุ่งเข้าไปในหน้าต่างอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าแม้แต่น้อย คนวางทารกลงบนเตียงอย่างเบามือ เด็กน้อยรู้ความยิ่งตลอดทางไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อยสร้างความเอ็นดูให้เขานัก มือบางปลดผ้าคลุมหน้าออกเผยให้เห็นดวงหน้ากระจ่างใสของบุรุษรุ่นหนุ่มร่างบางผู้หนึ่ง อายุราว20ปี เขารีบเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความรวดเร็ว เมื่อตรวจสอบความเรียบร้อยของร่างกายแล้ว ชายหนุ่มก็อุ้มทารกออกทางหน้าต่างอีกครั้ง เขาพุ่งตัวลงไปในตรอกคับแคบด้านข้างก่อนจะก้าวเร็วๆไปทางประตูหน้า

"เถ้าแก่ๆ " ชายหนุ่มปั้นหน้าตกใจอุ้มทารกเข้ามา ตอนนี้เป็นเวลาไม่ดึกนักยังมีผู้คนกินดื่มอยู่พอสมควรต่างพากันถูกเสียงของชายหนุ่มดึงความสนใจมาหมดสิ้น

"ไอ๊หยา คุณชายหลันเซียน ท่านไปนำเด็กทารกมาจากไหน" เถ้าแก่มองห่อผ้าแล้วอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"ข้าออกไปเดินเล่นแล้วเจอเขาในตรอก ข้าเลยพาเขากลับมาด้วย เราจะทำอย่างไรดีเล่าเถ้าแก่" หลันเซียนยื่นเด็กออกมา ทารกก็ให้ความร่วมมือดียิ่งส่งเสียงร้องไห้จ้า แขกเหรื่อที่ได้ยินก็เดาเรื่องได้ เพราะเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเดินทาง เหล่าพ่อค้าล้วนต้องมาพักม้าในที่นี้ก่อนจะแยกขึ้นเหนือหรือไปทางตะวันออกหรือตะวันตก ทำให้กิจการหอคณิกาเฟื่องฟูยิ่ง เด็กกำพร้าถูกทิ้งเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ทารกโชคร้ายก็เป็นอีกผู้หนึ่งเท่านั้น

"ขอข้าดูทารกหน่อยได้หรือไม่" ภริยาพ่อค้าผู้หนึ่งออกปาก หลันเซียนจึงส่งทารกให้นาง เมื่อสัมผัสเปลี่ยนไปพีทก็หยุดร้องพยายามจ้องว่าเป็นผู้ใด คิ้วย่นนั่นสร้างความเอ็นดูให้กับนางนัก

"ท่าทางคงจะหิว ข้ายังพอมีน้ำนมอยู่บ้างให้เขาดื่มนมข้าไปก่อนแล้วกัน" นางยังสั่งให้บ่าวแบ่งของใช้ของบุตรชายของนางมาให้ด้วย แม้จะใหญ่ไปบ้างเพราะบุตรชายพ่อค้าอายุ11เดือนแล้ว แต่ดีกว่าปล่อยให้ทารกมีเพียงผ้าห่มผืนเดียว

พีทที่ได้ยินทุกอย่างดิ้นรนหนีเมื่อถูกอุ้มมาจ่อหน้าอกสตรี "อี๋ นม กูชอบแบนๆต่างห่างล่ะ" พีทตะดกนแต่ลิ้นของทารกที่ยังไม่แข็งแรงทำห้ออกมาเป็นเสียงร้องไห้

"ตายจริง ท่าทางจะหิวมาก ดื่มให้เต็มที่เลยนะหนุ่มน้อย" นางอุทานอุ้มทารกแนบอก พีทหันหน้าหนีแต่สุดท้ายทนหิวไม่ไหว กลิ่นน้ำนมโชยออกมาทำให้เขากลืนน้ำลาย

"เอาวะ ดูดก็ดูด ถ้าไม่ดูดเห็นทีจะอดตาย" พีทบ่นพึมพำปากงับปลายถันออกแรงดูด เมื่อน้ำนมอึกแรกไหลเข้าปากก็พบว่าหอมหวานยิ่งนัก พีทดูดนมจนเต็มอิ่ม พุงน้อยยๆเต่งออกมาจนพวกผู้ใหญ่มองด้วยความขำ เมื่อทารกอิ่มก็หลับปุ๋ย หลันเซียนรับเด็กมาอุ้ม ภริยาพ่อค้ายังใจดีสอนวิธีเลี้ยงเด็กให้เขาอีกมาก จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ประจำเมืองมาถึง หลันเซียนมองด้วยความแปลกใจ

"คุณชายหลันเซียน ข้าให้บ่าวไปแจ้งเจ้าหน้าที่ เขาจะได้มารับเด็กไป" เถ้าแก่ส่งเสียงบอก

"รับไปที่ใด" หลันเซียนขมวดคิ้ว

"สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ในเมืองเรามีอยู่สองแห่งเพราะเด็กถูกทิ้งมีมากเหลือเกิน" เจ้าหน้าที่บ่น

"แล้วถ้าข้าต้องการรับเด็กไปเลี้ยงเองเล่า" 

"นั่นเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง มีไม่กี่คนหรอกที่จะโชคดีแบบเจ้าหนูนี่ เช่นนั้นพรุ่งนี้ท่านไปที่ศาลาว่าการประจำเมืองแล้วลงทะเบียนรับเด็กเป็นบุตรบุญธรรมให้เรียบร้อย" เจ้าหน้าที่พูดด้วยความดีใจ ทั้งที่สามารถดื่มยาห้ามครรภ์แต่เนื่องจากมันต้องดื่มอย่างต่อเนื่อง ทำให้บางคนที่มักง่ายก็ไม่ดื่มและเลือกทางสะดวกด้วยการทอดทิ้งทารก

เจ้าหน้าที่ให้รายละเอียดเพิ่มเติมอีกเล็กน้อย ก่อนที่จะจากไป บรรดาแขกเหรื่อในโรงเตี๊ยมพากันกล่าวชมเชยหลันเซียน

"คุณชายหลัน ท่านมีจิตเมตตายิ่งนัก อายุท่านก็ยังน้อยไฉนจึงคิดรับบุตรบุญธรรมกันเล่า"

"ข้ารู้สึกถูกชะตากับเด็กคนนี้กระมัง" หลันเซียนยิ้มเขินไม่กล้าบอกว่าเห็นอะไรมา เรื่องที่เขาเป็นจอมโจรไม่สามารถให้ผู้ใดล่วงรู้ได้ ชายหนุ่มจึงขอตัวพาทารกเข้านอน เมื่อเข้าห้องแล้วจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขาวางทารกลงบนเตียงด้านใน ตัวเองนอนกันอยู่ด้านนอก ในใจคิดถึงอนาคตของเด็กน้อยก่อนจะผลอยหลับไป

ที่แท้หันเซียนคือจอมโจรดับตะวันที่มีชื่อเสียงมาตั้งแต่4ปีก่อน ปีนี้ชายหนุ่มอายุ22แล้ว โลดแล่นในวงการมาพอสมควร ฝีมือแม้ไม่สูงเยี่ยมแต่วิชาตัวเบานับว่าเป็นหนึ่งไม่มีสอง มักกระทำการยามย่ำคืนจึงได้ฉายานี้มา สิ่งที่เขาปล้นชิงมักเป็นของสะสม ภาพวาดโบราณล้ำค่าและเงินทองที่มีที่มาที่ไปไม่ชัดเจน เมื่อถูกขโมยเจ้าของก็มิอาจไปฟ้องร้องทำให้ลอยนวลมาได้หลายปี สินค้าบางอย่างเขาเอาไปปล่อยในตลาดมืด แลกเปลี่ยนเป็นตั๋วเงินทั้งหมด เร่ร่อนไปไม่มีหลักแหล่ง แต่เมื่อมองเด็กทารกข้างกายสงสัยเขาจะต้องมองหาที่อยู่เป็นหลักแหล่งเสียแล้ว

หลังจากหลันเซียนพาทารกไปลงทะเบียนที่ศาลาว่าการประจำเมือง เมื่อถูกถามถึงชื่อของทารก คนนิ่งคิด สุดท้ายจึงได้ชื่อมาชื่อหนึ่ง "หลันเจาหลิน"

"เป็นชื่อที่ดี ขอให้ท่านโชคดี" หลันเซียนแจ้งเจ้าหน้าที่ไว้แต่แรกว่าหากทารกแข็งแรงขึ้นเขาจะพากลับบ้านเกิดของตนเอง ผ่านมาสามเดือนแล้ว ทุกคนในโรงเตี๊ยมได้ช่วยกันเลี้ยงเด็กน้อยเจาหลินโดยเถ้าแก่ช่วยหาแม่นมมาให้ จนตอนนี้เจ้าตัวเล็กอ้วนปุ๊กลุ๊กน่ารักนักหนา วันนี้ได้ฤกษ์ออกเดินทางเสียที หลันเซียนจ้างต่อรถม้าเป็นพิเศษหนึ่งคันเพราะตั้งใจจะขับเอง โดยให้เขาสามารถบังคับม้าได้จากด้านในรถเพื่อที่จะดูเจ้าตัวเล็กไปด้วยได้ พร้อมกับเสริมช่องเก็บของและอาหารที่ได้รับมาจากคนที่เอ็นดูเจาหลินเป็นจำนวนมาก

หลังจากร่ำลากันเรียบร้อย หลันเซียนก็โอบอุ้มเจาหลินขึ้นรถม้าขับออกไปจากเมือง เด็กน้อยก็รู้ความยิ่งนัก นอกจากไม่ร้องแล้วยังหันไปโบกมือแจกยิ้มหวานให้คนข้างหลัง

"ข้าอยากจะเห็นตอนเจ้าโตเป็นหนุ่มเสียจริง เจ้าชู้แบบนี้คงจะหักอกสตรีเป็นว่าเล่น" หลันเซียนเขี่ยแก้มยุ้ยของลูกชายที่ส่งเสียงอ้อแอ้คล้ายจะเถียง คนสะบัดบังเหียนให้ม้าออกตัว หลันเจาหลินนั้นพ่นน้ำลายเป็นฝอย ท่านพ่อบ้าข้าชมชอบบุรุษต่างหากเล่า อย่าพูดถึงชะนีให้ข้าขนลุกไปหน่อยเล้ย ฮึ งอน


ความคิดเห็น