ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 14 ผู้รักษา

ชื่อตอน : ตอนที่ 14 ผู้รักษา

คำค้น : ชินอาร์ม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.4k

ความคิดเห็น : 28

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2562 00:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 14 ผู้รักษา
แบบอักษร

Chin​

"พี่ปืน กูถามอะไรหน่อยดิ" ผมที่นอนอยู่บนเตียงของตัวเองตัดสินใจถามคนที่ไม่รู้ว่าจะเป็นปรึกษาได้ดีแค่ไหน เพราะเรื่องตัวเอง พี่มันก็ยังเอาไม่รอดเหมือนกัน

"ถ้าเรื่องเงินไม่ต้องมาถามกูนะ" อีกฝ่ายพูดดักทางก่อนที่ผมจะถามออกไปซะอีก

"เออ ไม่เกี่ยว"

"ว่ามา" พี่มันพลิกตะแคงมาทางฝั่งเตียงผม จริงๆพวกเราต้องไปเรียนนะ แต่ตื่นมาก็ขี้เกียจลุกจากเตียง ส่วนพี่แทนตอนนี้กำลังอาบน้ำอยู่

"ถ้าพี่เกิดชอบใครมากๆคนนึง แต่เขาดันมีแฟนอยู่แล้ว พี่จะทำไงวะ" หลังจากคุยกับไอ้คิมไป ผมก็คิดเรื่องนี้ไม่ตก

"ทุบหัวแฟนเขา แล้วก็แย่งมา" พี่มันตอบอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิด

"เอาดีๆดิวะ เอาที่มันทำได้จริงๆอะ" ผมทำหน้าเอือมระอาให้กับคำตอบที่เหมือนไม่คิดของพี่แก

"แล้วมันทำไม่ได้ตรงไหนวะห๊ะ" มันทำหน้าไม่เข้าใจ กูคิดถูกหรือผิดวะเนี่ยมาปรึกษามัน

แกร๊ก

และเสียงสวรรค์ของผมก็ปรากฏ พี่แทนเดินออกมาจากห้องน้ำ ทุกครั้งที่พี่แทนเข้าไปอาบน้ำ พี่แกไม่เคยออกมาโดยที่เหลือแค่ผ้าขนหนูพันเอวอยู่ผืนเดียว พี่แทนจะเอาเสื้อกล้ามกับกางเกงบ็อกเซอร์เข้าไปเปลี่ยนข้างในด้วยเสมอ ผิดกับผมและไอ้พี่ปืนที่แทบจะแก้ผ้าเดินออกมาจากห้องน้ำอยู่แล้ว สงสัยพี่แทนจะขี้อายมั้ง

"เข้าไปขัดส้วมเหรอสัส อาบนานเป็นชั่วโมง" นี่ก็เหมือนเป็นกิจวัตรประจำวันของไอ้ห่าพี่ปืนที่ต้องหาเรื่องตีกับเพื่อนร่วมห้องที่มีโลกส่วนตัวสูงทะลุเพดานห้องคนนี้

"ก็ต้องขัดบ้าง มึงมันสกปรก" นี่ก็ดูเหมือนจะเงียบ ไม่ต่อปากต่อคำ แต่เอาจริงก็เป็นคนไม่ยอมคนเหมือนกัน พี่ปืนมันกำลังจะอ้าปากหาเรื่องต่อ แต่ผมพูดแทรกขึ้นห้ามทัพเอาไว้ก่อน

"อย่าพึ่งตีกันโว้ย!" ผมลุกขึ้นนั่งบนเตียง พี่แทนทำหน้าเหม็นเบื่อพี่ปืนสุดๆ ส่วนฝ่ายคนชวนตีก็ทำหน้าเตรียมไฝว้สุดขีด

"พี่แทนผมถามอะไรหน่อย สมมติถ้าพี่ชอบใครมากๆคนนึง แต่เขาดันมีแฟนอยู่แล้ว พี่จะทำไง" ถามพี่แทนด้วยคำถามเดียวกันกับไอ้ห่าพี่ปืน แต่ผมมั่นใจว่าคำตอบมันต้องต่างกันและดีกว่าแน่ๆ ผมไม่ได้ลำเอียงนะเว้ย

"ถอยออกมาให้ห่าง" แต่เขาสองคนเหมือนกันอยู่อย่าง คือตอบออกมาแทบจะทันทีเหมือนไม่ต้องคิด

"อ่อน" เสียงนกเสียงกาแถวนี้ส่งเสียงจิกกัดออกมาทันที พี่แทนไม่ตอบโต้อะไร สงสัยขี้เกียจทะเลาะด้วย

"ทำไมอะพี่"

"กูว่าเรื่องนี้ไม่น่าเอามาถาม มันเป็นจิตใต้สำนึกของคน รู้ว่าเขามีแฟนอยู่แล้ว ก็น่าจะรู้ว่าไม่ควรไปยุ่ง" อีกฝ่ายตอบกลับด้วยสีหน้านิ่งๆ แต่น้ำเสียงสุดจะจริงจัง ทำไมกูรู้สึกเหมือนโดนด่าเลยวะ

"แล้วถ้าเขาไม่มีแฟน แต่ก็ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ล่ะพี่"

"ถ้าเป็นกู กูจะไม่ยุ่ง คนเรามันไม่ได้ลืมง่ายขนาดนั้น...ไม่มีทางรู้เลยว่าจะได้ใจเขามาหรือเปล่า กูไม่ชอบเสียเวลาไปกับสิ่งที่ยังไม่แน่ใจกับคำตอบ"

"..." คำตอบแม่งโคตรจะเป็นตัวของพี่แทนเลยจริงๆ

"คิดอย่างงี้ไง มึงถึงไม่มีใครคบ" เสียงไอ้พี่ปืนที่เงียบไปแป๊บเดียว ก็ปล่อยฝูงหมาออกมาอีกแล้ว

"คิดอย่างมึงไง ถึงมีคนมากระทืบบ่อยๆ"

"ไอ้สัส -_-"

"ชิน..ถ้าเป็นมึง มึงคงไม่คิดถึงผลลัพธ์อะไรมากมายเหมือนกู ถ้ามึงชอบเขามากขนาดนั้น ...ก็ทำตามหัวใจมึงเถอะ"

ความรู้สึกผมตอนนี้มันเหมือนความรู้สึกตอนที่พ่ออนุญาตให้เรียนวิศวะเลย

"ขอบคุณนะพี่"

เฮ้ยเดี๋ยว...ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าเรื่องที่เอามาปรึกษาเป็นเรื่องของผมน่ะ แต่ช่างเหอะ ก็ไม่คิดจะปิดตั้งแต่แรกอยู่ละ

"แต่ก็ต้องได้มาอย่างถูกวิธีนะมึง" ไม่วายย้ำผมปิดท้าย ผมหัวเราะออกมาอย่างขำๆก่อนจะรับปาก

"ครับผม" อีกฝ่ายยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะเดินไปแต่งตัว

"ขอบคุณกูด้วยดิวะ กูก็ให้คำตอบมึงนะเว้ย" คนขี้โวยวายก็ยังคงเป็นคนขี้โวยวายอยู่วันยังค่ำ

"ไปอาบน้ำไปพี่" ผมว่าเสียงเอือม ก่อนจะคว้าโทรศัพท์เดินออกมานอกระเบียง ต่อสายหาเพื่อนรักที่รู้สึกว่าช่วงนี้มันกำลังอินเลิฟกับใครสักคนอยู่ จริงๆผมจะไลน์หามันก็ได้ แต่แม่งคงจะเปิดอ่านอีกทีปีหน้า เลยโทรหาดีกว่า

(มีไร) เสียงเข้มๆ ของมันดังมาตามสาย เสียงอย่างมันนี่ไปเป็นคนทวงหนี้ได้เลย

"วันนี้กูไม่เข้าเรียนนะมึง"

(ไปไหนวะ)

"จะไปตามหารัก" พูดด้วยเสียงติดตลก

(เออ แค่นี้นะ)

"เฮ้ยๆ นี่มึงจะไม่ถามดีเทลกูหน่อยเหรอวะ" เอะอะวางสาย ทำอะไรของแม่งอยู่วะ

(มึงค่อยมาเล่าให้กูฟังทีหลัง) แล้วแม่งก็ว่างสายไปและทิ้งให้ผมเงิบค้างอยู่กลางระเบียง

"รีบอะไรของมัน?" บ่นพึมพำก่อนจะเข้าไปในห้อง ยังเห็นพี่ปืนมันนอนแหมะบนเตียงอยู่อย่างเดิม

"ไม่ไปเรียนเหรอวะพี่"

"ขี้เกียจ" พี่มันตอบกลับเหมือนไม่คิดอีกแล้ว ไอ้สัส ไอดอลกูเลย

"งั้นกูอาบก่อนนะพี่"

"ตามสบาย"

ผมคว้าผ้าขนหนูที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าของตัวเองออกมาแล้วเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมใช้เวลาแค่ห้านาทีในการชำระร่างกาย และอีกห้านาทีในการแต่งตัว

"เหมือนมึงรีบเนาะ" เสียงกวนๆของไอ้ห่าพี่ปืนถามขึ้น

"ต้องรีบ เดี๋ยวไม่ทัน" ผมแต่งตัวด้วยเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดา ไม่ได้แต่งชุดนักศึกษาเหมือนทุกทีเลยทำให้พี่แทนมองมาแปลกๆ

"วันนี้ไม่ไปเรียนรึไง"

"จริงๆวันนี้มีเรียน แต่ขอใช้โควตาหยุดวันนึง"

"จะไปหาคนที่เอามาถามงั้นสิ" คนฉลาดแม่งไม่ต้องพูดเยอะจริงๆ สองคนแล้วที่ผมเจอคือพี่แทนกับไอ้คิม

"แหะๆ ครับ" ผมยิ้มแหยๆ

"ดีๆแล้วกัน"

"ขอบคุณพี่" แหมะ ได้รับคำอวยพรจากพี่แทนแล้วรู้สึกถึงชัยชนะอยู่ใกล้แค่เอื้อม

"ฉุดได้ฉุดเลยนะมึง" และแล้วเสียงผีห่าก็ดังแทรกขึ้นมา กูว่าวันนี้ต้องมีหายนะเกิดขึ้นกับกูอย่างแน่นอน เหอะๆ -_-

ผมนั่งแกร๊บมาลงที่คอนโดของพี่อาร์ม (กูเรียกเขาซะสนิทสนมเลย ทั้งๆที่พึ่งเจอกันยาวๆแค่วันเดียว) วันนี้ต้องพึ่งดวงล้วนๆ เพราะผมก็ไม่รู้ว่าเขาออกจากคอนโดไปรึยัง ขอให้คำอวยพรของพี่แทนเป็นแต้มบุญให้ผมที และขอว่าอย่าเอาคำอวยพรของไอ้พี่ปืนมาเป็นหายนะให้กับผมเลย

ผมรักพี่เท่ากันจริงๆนะ ไม่ได้ลำเอียงแต่อย่างใด

ผมเข้าไปนั่งรอตรงล็อบบี้ของคอนโด นั่งรออย่างไม่มีจุดหมายด้วย เบอร์ก็ไม่มี เรื่องโชเซียลอย่าถาม ผมรู้เรื่องของเขาแค่ว่า เขาชื่ออาร์ม อายุ 27 คอนโดอยู่แถวสีลม แค่นั้นจริงๆ ผมนั่งรออยู่สิบนาทีได้ เลยตัดสินใจเดินไปถามรีเซฟชั่น เผื่ิอจะมีประโยชน์กว่ามานั่งรอเฉยๆแบบนี้

"สวัสดีค่ะ ติดต่อเรื่องอะไรคะ"

"เอ่อ..ผมอยากรู้ว่า เจ้าของห้อง 6506 ลงมารึยังครับ"

"ไม่ทราบว่าคุณเป็นอะไรกับเขาคะ" ระบบรักษาความปลอดภัยไม่น้อยจริงๆ

"ผมเป็นน้องที่ทำงานเขาน่ะครับ พี่อาร์มเขาให้มารอข้างล่าง แต่ผมยังไม่เห็นลงมาซักที เลยมาถามดู" เนียนยิ่งกว่าครีมทาหน้าอีกกู

"อ๋อ คุณอาร์ม..ดิฉันยังไม่เห็นลงมาเลยนะคะ" คำตอบของพี่พนักงานทำเอาผมโล่งใจ

"อ่อ..ขอบคุณนะครับ"

"ทำไมไม่ลองโทรหาล่ะคะ"

เหอะๆ เบอร์ยังไม่มีเลยครับ

"ผมลืมโทรศัพท์ไว้ที่บ้านน่ะครับ..ขอตัวก่อนนะครับ ขอบคุณที่บอก" ต้องรับชิ่งแล้ว เดี๋ยวโดนจับได้ว่าเป็นโรคจิตมาแอบตามชาวบ้านเขาเนี่ย ผมออกมานั่งม้านั่งที่สวนหน้าคอนโด มุมนี้เห็นบริเวณหน้าคอนโดชัดแจ๋ว ผมไม่ละสายตาไปแม้แต่วินาที เดี๋ยวเขาเดินออกมาไม่เห็นกันพอดี

. . . .

สองชั่วโมงผ่านไป

รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงา ผมนั่งจนเหน็บกินขาข้างนึงเสร็จแล้วตอนนี้กำลังจะย้ายไปกินอีกข้าง เขาก็ยังไม่ลงมา

"วันนี้กูจะนกมั้ยวะเนี่ย" พึมพำกับตัวเองอย่างห่อเหี่ยว หรือวันนี้จะพอก่อนวะ วันหลังค่อยมาใหม่..แต่วันนี้อุตส่าห์โดดเรียนมาแล้ว กลับตอนนี้ก็เหมือนไม่ได้อะไรเลยนะเว้ยไอ้ชิน

ขณะที่กำลังเถียงกับตัวเองในความคิดอยู่นั้น สายตาของผมก็พลันเหลือบไปเห็นแผ่นหลังกว้างของใครบางคนเข้ากำลังเดินไปที่ลานจอดรถ เพียงแค่มองจากข้างหลังผมก็จำได้ทันทีโดยที่ไม่ต้องเห็นหน้า

"กลับจากนี่คงต้องทำบุญเก้าวัดแล้วล่ะมั้ง" แต้มบุญผมคงหมดไปแล้ว เหอะๆ ผมเรียกแกร็บมาอีกครั้ง และก็มาทันทีทันใจ พอดีกับที่รถยนต์ของเขาขับออกไปจากคอนโด

"ตามคันนั้นไปเลยนะพี่" ผมขึ้นไปซ้อน สวมหมวกกันน็อคพร้อมกับชี้ไปที่รถยนต์คันสีดำเงาที่กำลังเลี้ยวออกไป พี่แกร๊บพยักหน้าแล้วขับตามไปทันที

"ตามไปอย่าให้คลาดนะพี่"

บนท้องถนนที่มีรถเกลื่อนกลาดแบบนี้ แล้วยิ่งช่วงเช้าๆด้วย แม่งโคตรจะเป็นอุปสรรคเลย รถแม่งโคตรเยอะ ขับบังทรรศนีย์ภาพในการมองรถของพี่อาร์มหมด ตอนนี้ผมโดนบังไปสองคันแล้ว กลัวคลาดฉิบหาย

"ใจเย็นน้อง เชื่อมือพี่" ว่าแล้วพี่แกร็บก็ขับเข้าไปในช่องแคบๆระหว่างรถ เข่ากูพี่! เข่ากูโว้ย!! เสือกใส่กางเกงยีนส์เข่าขาดมาอีก แต่เพราะสกิลการซิกแซกแทรกแซงของพี่แกทำให้ผมมาหยุดอยู่ข้างหลังรถของเขาพอดีเป๊ะ ถึงจะเข่าถลอกนิดนึงก็เถอะ -_-

เราขับตามพี่อาร์มมาสักพัก และผมก็ได้รู้ว่าจุดหมายปลายทางของเขาคือ...วัด นี่เขาเครียดอะไรถึงได้มาหาที่พึ่งทางใจแบบนี้วะ

"จอดตรงนี้แหละพี่" ผมบอกให้พี่แกร็บจอดห่างๆจากรถของเขา จ่ายเงินคืนหมวกเสร็จผมก็ขยับมายืนแอบอยู่หลังต้นไม้ พอเห็นเขาลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในโบสถ์ ผมก็ตามเข้าไปอย่างเงียบเชียบ

ขายาวนั่งคุกเข่าลงต่อหน้าพระพุทธรูปองค์ใหญ่ ก่อนจะเอื้อมหยิบธูปมาจุดไฟแล้วพนมมือ ผมแอบมองเขาอยู่หน้าประตู ไม่ได้เข้าไปหาแต่อย่างใด พอเขาไหว้พระเสร็จ ก็หมุนตัวคลานเข่าออกมา ผมเลยรีบขยับหลบหลังประตูทันที แผ่นหลังกว้างหยุดอยู่ตรงหน้าผม เพียงแค่เอื้อมมือไปแตะก็โดนแล้ว ผมกลั้นลมหายใจสุดฤทธิ์ ประหนึ่งว่าถ้าหายใจ เขาก็จะเห็น

ขวับ..

แต่แล้วฟ้าฝนก็ไม่เป็นใจ ความหายนะของไอ้ห่าพี่ปืนมาเยือนผมแล้ว เขาหันหน้ากลับมาหาผมที่ยืนทำหน้าเอ๋ออยู่หลังประตูที่บังร่างผมได้แค่ครึ่งเดียว ผมกะพริบตาปริบๆ มองสีหน้านิ่งเรียบของเขา และก็พึ่งจะมาสำเหนียกได้ว่ากูควรออกมาจากซอกหลืบของประตูโบสถ์ได้แล้ว

"เอ่อ..บังเอิญจังเลยเนอะ เจอกันอีกแล้ว" ใครมีครีมแล้วต้องการพรีเซนเตอร์ ติดต่อมาหาผมได้นะ เพราะผมเนียนเก่ง

"ตามมาทำไม" ถามเสียงนิ่ง

"ตามอะไรพี่ เปล๊า!..ใครตาม ไม่มี!" กูเริ่มจะไม่เนียนละเนี่ย

"งั้นก็อย่าตามมาอีก" เขาพูดแค่นั้นก่อนจะหมุนตัวกลับเดินลงบันไดไป ทิ้งกูไว้กลางทางอีกแล้วครับ

"พี่! เดี๋ยวดิ!" ผมรีบวิ่งตามไปให้ทัน แต่อยู่ๆเขาก็หยุดเดินกลางบันได ผมเลยชนเข้าที่แผ่นหลังกว้างไปเต็มๆ

พลั่ก!!

"เฮ้ยๆๆ พี่ระวัง!" แต่อย่าลืมว่าผมมันไม่ใช่คนตัวเล็กตัวน้อยแต่อย่างใด พอวิ่งมาเต็มแรงและชนเข้ากับเขาที่ไม่ทันได้ตั้งตัวอย่างจัง มันเลยทำให้เขาเซไปข้างหน้าทันที

หมับ!

ผมเลยทำตัวเป็นเด็กดีโดยการคว้าเอวของเขาเอาไว้แน่น เลยกลายเป็นว่าตอนนี้ผมยืนกอดเขาจากด้านหลังอยู่กลางบันไดโบรสถ์...

"ต๊าย! อย่าไปมองลูก! บัดสีบัดเถลิง!!" และจังหวะแม่งก็โคตรพาซวยเมื่อมีแม่ลูกคู่หนึ่งเดินผ่านมาเห็นพอดี

"น่ารักดีออกแม่" เด็กหญิงวัยมัธยมต้นหันมามองทางเราอย่างเขินๆ แต่ก็โดนเสด็จแม่ของเธอลากแขนไปอย่างรวดเร็ว

"ปล่อยซักที"

"ขอโทษครับ" ผมเอาแขนออกจากเอวสอบ ก่อนจะขยับมายืนอีกขั้นบันได พอเขาเป็นอิสระ ก็เดินลงบันไดไป ทิ้งผมไว้กลางทางอีกรอบ

"เฮ้ย..." ผมกำลังจะแหกปากเรียกอีกรอบ แต่เขาก็หันขวับมามองด้วยสายตาดุๆ

"อย่าเสียงดัง นี่มันในวัด ไม่รู้รึไง" ตามมาด้วยเสียงปรามอย่างกับดุเด็กตัวน้อยๆ ..อ๋อ ตอนแรกที่หยุดเดินบนบันไดคือจะหันมาดุผมว่างั้นเถอะ ผมยิ้มมุมปาก ก่อนจะเดินลงบันไดไปเดินเคียงข้างเขาที่ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะมุ่งหน้าไปไหนอีก

"งั้นก็ต้องพูดใกล้ๆ ผมจะได้ไม่ต้องตะโกน"

"..." นัยต์ตาคมกริบเหลือบมามองอย่างเอือมระอา แต่คราวนี้ไม่เห็นว่าอะไร ผมเลยเนียนตามไปด้วยแม่งเลย

"แล้วนี่พี่จะไปไหน"

"ไปฟังพระ" ยังดีที่เขาตอบ ถึงจะทำเหมือนไม่อยากตอบก็เถอะ

"พี่เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมถึงต้องมาพึ่งทางธรรมแบบนี้ บอกผมได้นะ"

"ต้องเป็นอะไรก่อนรึไงถึงค่อยเข้าวัด ไม่เป็นอะไรแล้วเข้าวัดไม่ได้เหรอไง? "

"ก็หน้าพี่มันบอกว่าเป็น" สีหน้าของเขาไม่ต่างอะไรจากครั้งแรก ครั้งที่สองหรือครั้งที่สามที่ผมเจอ ถึงจะนิ่งเรียบ เยือกเย็นเหมือนไม่มีความรู้สึก แต่มันก็แฝงไปด้วยความเศร้าหมองบางอย่างที่เขาพยายามจะปิดบังมันเท่าไหร่ ผมก็มองเห็นมันอยู่ดี

"สู่รู้"

"จะด่าว่าเสือกก็ไม่โกรธนะ"

"ตามมาก็ได้ แต่อย่าเสียมารยาทแล้วกัน"

"ครับผม"

ยี่สิบนาทีต่อมาผมก็มานั่งหาวหวอดๆเป็นสิบครั้งหลังจากมานั่งฟังพระเทศนาธรรม ผิดกับอีกคนที่พนมมือตั้งอกตั้งใจฟังคำสอนของหลวงพ่อสุดๆ บนศาลาไม่ได้มีแค่เรา ยังมีคุณลุงคุณป้า คุณน้าคุณอา คุณปู่คุณตา คุณย่าคุณยายมานั่งฟังเทศน์ด้วย และก็มีสองแม่ลูกคู่นั้นที่บังเอิญมาเห็นฉากเด็ดของผมกับพี่อาร์ม

"ง่วงก็ไปรอข้างนอก"

"อีกนานมั้ยอะพี่"

"ครึ่งชั่วโมง" ตอบกลับเหมือนมาบ่อย

"ไม่เอาว่ะ อยู่กับพี่นี่แหละ"

"..." เขามองหน้าผมนิ่งๆ ก่อนจะหันกลับไปฟังธรรมของเขาต่อ และผมก็นั่งหาวต่อไป....

หลังจากฟังธรรมจบ พี่อาร์มก็มาให้อาหารปลาที่ศาลาท่าน้ำ อากาศเย็นๆ ลมโกรกทุกทิศทางแบบนี้ มันทำให้โคตรจะสดชื่น รู้สึกตื่นเลยจากที่ง่วงๆอยู่

"พี่มาที่นี่บ่อยเหรอ" ขณะที่เรากำลังฉีกขนมปังให้ปลาอยู่นั้น ผมก็ชวนคุย เพราะไม่งั้นคงได้ยืนเงียบกันจนปลาอิ่ม

"อืม"

"มาคนเดียวตลอดเลยเหรอ"

"ปกติก็ตลอด ยกเว้นวันนี้" เขาเหลือบตามามองผม ก่อนจะหลุบต่ำลงไปมองปลาในน้ำที่ว่ายมารุมแย่งอาหารกัน

"วันนี้เลยไม่เหงาใช่ป่ะ"

"รำคาญมากกว่า" ปากร้ายเหมือนเดิม

"รำคาญไปเถ้อ!..เดี๋ยวอีกหน่อยวันไหนที่ไม่มีผมมาป้วนเปี้ยนจะรู้สึก" เขาบอกว่าหยอดบ่อยๆ เดี๋ยวก็สปาร์คกัน

"รู้สึกสบายตาดีอะเหรอ"

"ใจร้ายว่ะ" ผมตัดพ้ออย่างขำๆ

"หึ" เขายิ้มมุมปากนิดๆ...แค่นี้โลกก็สว่างแล้ว

"วันนี้ไม่ใช่วันหยุด ไม่มีเรียนรึไง" นับว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เขาชวนผมคุยบ้าง

"พี่รู้ได้ไงว่าผมยังเรียนอยู่"

"หน้าตาก็เหมือนคนไม่มีงานทำหนิ"

เชี้ยยย..จึ้กเลย

"เห็นอย่างงี้ผมก็สอบติดวิศวะนะเว้ย" ขอโชว์พาวหน่อยเถอะ เขาจะได้ภูมิใจว่าแฟนในอนาคตก็ฉลาดและจะทำงานเลี้ยงดูเขา

"อุตส่าห์สอบติด แต่ไม่ไปเรียน?"

"ขอวันนึงหน่า วันนี้ก็โดดมาหาพี่ไง"

โป๊ก!!!

"กลับไปเรียน" บอกเสียงดุ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาทำร้ายร่างกายผมด้วยการเขกหัวโคตรแรง

"เจ็บนะเว้ยพี่" ยกมือลูบหัวตัวเองปอยๆ

"กูควรดีใจมั้ยที่มึงโดดเรียนมาหาเนี่ย"

"ต้องดีใจดิ ก็พี่สำคัญกว่าการเรียนของผมนะ" หยอดทีล่ะนิด จิตแจ่มใส

"อยากโดนกูถีบลงน้ำไปเป็นอาหารปลามั้ย" สีหน้าเอือมระอาอย่างสุดจะทน

"สนิทกันแล้วนี่เริ่มรุนแรงเลยนะ"

"ใครบอกสนิท" เลิกคิ้วถาม

"ไม่มี แต่รู้สึก"

"รู้สึกไปคนเดียวน่ะสิ" เขาโยนขนมปังชิ้นสุดท้ายลงสระ ก่อนจะเดินไปนั่งบนที่นั่งที่ยื่นออกมาจากพนักที่ทำจากปูน

"แล้วถ้าอยากสนิทได้ป่ะ" ผมเดินไปนั่งลงข้างๆ

"เพื่อนเล่น? "

"อยากเป็นแฟนไม่เอาเพื่อน"

"ถามกูก่อนมั้ย"

"พี่มีแฟนมั้ยครับ..ถ้ายังไม่มีให้ผมจีบได้มั้ย" บอกให้ถามก็ถามนี่ไง ผมไม่ได้กวนนะ

"..."

"ขอคำตอบ"

"มึงเป็นรึไง ถ้าแค่อยากลองก็อย่ามาเล่น" พูดเสียงจริงจังขึ้น สีหน้าก็เรียบนิ่งขึ้นจากเมื่อกี้

"ผมไม่ได้เป็น ผมก็แค่ชอบคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมตอนนี้"

"..."

"ผมรู้ตัวว่าชอบพี่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกัน"

"..."

"มันอาจจะฟังดูไร้สาระสำหรับพี่ แต่ Love at first sight​ มันมีจริงนะ ผมเจอกับตัวมาจังๆเลย"

เขามองหน้าผมตลอดที่ผมพูด ไม่มีหลบสายตา ผมมั่นใจว่าสิ่งที่ผมต้องการจะสื่อ มันเข้าไปถึงใจเขาแน่ๆ

"กูยังไม่อยากมีใคร" เพียงประโยคเดียวสั้นๆ มันก็เหมือนจะตัดทอนกำลังใจของผมที่มีตั้งแต่เริ่มให้หายไปหมด

"ทำไม"

"ก็แค่ไม่อยากมี ไม่เข้าใจรึไง"

"..."

"มึงน่ะ..ให้ใจคนอื่นง่ายเกินไป มึงไม่รู้หรอกว่าความรักมันน่ากลัวขนาดไหน ภายนอกที่ทุกคนมองว่ามันสวยงาม มองว่ามันคือความสุข แต่ภายในมันไม่ใช่เลย" ประโยคหลังๆเหมือนเขากำลังพูดกับตัวเองมากกว่าพูดกับผม อย่างกับว่าต้องการจะเตือนตัวเองไม่ให้ลืมสิ่งที่เคยทำให้เจ็บปวด

"พี่เจออะไรมากันแน่"

"ความรักจอมปลอมไง" เขาพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก นัยน์ตาที่เรียบนิ่งในตอนแรก ฉายชัดถึงความเย็นชาที่มีอยู่ในใจ

"..." ทำไมผมถึงรู้สึกหนาวขึ้นมาในใจวะ อย่างกับว่าผมกำลังรับเอาความเจ็บปวดของคนตรงหน้ามาแบ่งไว้ที่ผม

"มึงอย่ามาเสียเวลากับกูเลย...กูคงไม่กล้ารักใครอีกนาน" สิ้นคำพูด เขาก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกจากศาลาไป ทิ้งให้ผมมองตามแผ่นหลัง กว้างที่ตอนนี้มันงุ้มลงอย่างคนเศร้าหมอง

"พี่อาร์ม!"

กึก

เสียงตะโกนเรียกชื่อของผมมันดังพอที่จะทำให้เขาหยุดเดิน ถึงมันจะยังอยู่ในบริเวณวัดก็เถอะ แต่ขออีกแค่ครั้งเดียว ขอให้ผมได้ตะโกนเรียกชื่อเขาดังๆเพื่อให้เขาหยุดหนี เพราะถ้าผมไม่รั้งเขาไว้ตอนนี้ ก็ไม่รู้ว่าผมจะยังมีโอกาสได้รั้งเขาอีกรึเปล่า

"ผมจะเป็นคนรักษาพี่เอง!!"

"..." เขาไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ร่างสูงๆทำเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้นเกือบนาที ก่อนจะก้าวเดินออกไป คราวนี้ผมไม่ได้รั้ง เพราะผมถือว่าผมประกาศให้เขาได้รับรู้แล้ว ว่าผมจะไม่ปล่อยเขาให้หลุดมือไปเด็ดขาด

+++++++++++++++++++++++++++++++

Love at first sight​ = รักแรกพบ

Happy new year นะจ้ะ🎇🎆🎇🎆🎇🎆

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว