สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่33 ศัตรูที่อันตรายที่สุดมาแล้วล่ะ!

ชื่อตอน : ตอนที่33 ศัตรูที่อันตรายที่สุดมาแล้วล่ะ!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 314

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ม.ค. 2562 18:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่33 ศัตรูที่อันตรายที่สุดมาแล้วล่ะ!
แบบอักษร

​ย้อนเวลากลับไปเล็กน้อย ในเวลาที่คุโระและกลุ่มของอามาเมะแยกทางกัน ก็เกิดเรื่องขึ้นภายในห้องอาบน้ำโดยที่คนอื่นๆไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

แม้อามาเมะจะสัมผัสไม่ได้ แต่ความจริงแล้วมีอีกคนหนึ่งอยู่ภายในห้องอาบน้ำมาตั้งแต่แรก เป็นบุคคลที่ถูกมองข้ามเพราะลบตัวตนได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ทว่าไม่ว่าจะลบตัวตนได้อย่างเนียบเนียนขนาดไหน กับประสาทสัมผัสที่เหนือมนุษย์ ... อันที่จริงนั่นเป็นคำที่ปรกติเกินไปที่จะกล่าวถึงความสามารถของชายที่ชื่อคุโรมิเนะ คุโระเสียด้วยซ้ำ

คุโระสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งอยู่ภายในห้องอาบน้ำ ทว่าเขากลับไม่ใส่ใจ นั่นเพราะเขารู้ตัวตนที่แอบลักลอบเข้ามา เพียงแต่เขาไม่รู้ว่าบุคคลนั้นต้องการสิ่งใดจากเขา

คุโระที่เปลือยกายก็ได้ชำระร่างกายด้วยน้ำอุ่น ก่อนที่จะทำความสะอาดร่างกายในแต่ละส่วนโดยเริ่มจากผมของเขาที่เริ่มยาวกว่าเดิมแล้ว

แชมพูของมิยุที่ยูยะเป็นคนบอกสูตรในการสร้างมีกลิ่นของสมุนไพรอ่อนๆไม่รบกวนประสาทการดมกลิ่นของคุโระ และเป็นกลิ่นที่เป็นธรรมชาติจึงทำให้คุโระชื่นชอบพอควร

ในระหว่างที่เขากำลังล้างผมของเขาด้วยน้ำอุ่นอีกครั้งนั้น เงาขอบบุคคลนั้นก็เคลื่อนไหว แม้จะดูเชื่องช้าแต่ก็สง่างามมาก ราวกับราชินีก็มิปาน

เงานั่นเปลือยกายโดยที่มีผ้าเช็ดตัวขนาดไม่ใหญ่มากพาดที่คอเอาไว้อยู่ ส่วนที่เหลือนั้นเป็นการเปิดเผยซะจนไร้ความรู้สึกเขินอาย เงาที่ว่านั้นตอนนี้อยู่ที่ด้านหลังของคุโระ

โดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ เงานั่นก็ชันเข่าลงแล้วหยิบเอาโฟมกับสบู่เหลวมา จากนั้นก็ทำการบีบขวดสบู่เหลวลงในโฟมก่อนที่จะเริ่มถูหลังให้กับคุโระ

"เราไม่ได้เจอกันสักพักใหญ่เลยนะ ... ขอโทษนะที่ช่วยอะไรไม่ได้"

"นั่นไม่ใช่คำพูดแรกที่เธอควรจะพูดกับชั้นหรอกนะ เธอควรจะถามถึงสารทุกข์สุขดิบของชั้นก่อนสิ"

"ฮะฮะฮะ ก็ไกอาบอกเราหมดแล้วนี่ ถึงเรื่องของคุโระน่ะ เพื่อให้แน่ใจเราถึงได้มาที่นี่ไง"

"...เธอกับยัยนั่นพูดคุยกันด้วยงั้นเหรอ?"

"เรากับไกอาเปรียบเสมือนคนคนเดียวกัน ความคิดของพวกเราไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่มันก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่เหมือนกัน เราน่ะอยากจะกำจัดทุกชีวิตที่ทำให้คุโระไม่มีความสุข และไกอาก็ต้องการสร้างโลกของตัวเองขึ้นมา อีกทั้งยังต้องการล้างแค้นเหล่าผู้ที่สังหารเธอที่เปรียบเสมือนมารดาของโลกไปอีกด้วย ... ฉันหมายถึง โลกทุกโลกที่อยู่ในเอกภพ เธอพูดมาแบบนี้น่ะนะ"

หากคุโระรับรู้ถึงอดีตของไกอา เทพผู้ถูกลืม เขาจะรับรู้ได้ถึงความทุกข์ทรมานของไกอาอย่างแน่นอน แต่กระนั้นไกอาและฮินะกลับไม่มีทีท่าว่าจะเล่าให้คุโระฟังเลยแม้แต่น้อย

ทุกสิ่งที่ไกอาทำก็เพื่อตัวของเธอเอง และเพื่อที่จะไม่ให้รู้สึกเสียใจ เธอต้องการที่จะกำจัดผู้ที่เคยทำให้เธอต้องทุกข์ทรมานในอดีตให้หมด ด้วยความต้องการความร่วมมือของฮินะ เธอจึงเสนอสิ่งที่ฮินะต้องการไป

พลัง พลังที่สามารถช่วยและทำลายทุกสิ่งได้ เธอหยิบยื่นอาวุธที่สุดแสนจะอันตรายให้กับฮินะ จากนั้นผู้กล้าของโลกใบนี้ก็ได้พลันสลายหายไป และถือกำเนิดจอมมารในครอบของเด็กสาวขึ้น

สาเหตุที่เธอรุกรานและทำลายสถานที่ต่างๆภายในโลกแห่งนี้ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานั้น เป็นเพราะฮินะและไกอาเล็งเห็นถึงความไม่เท่าเทียมกันของฐานะและสิทธิของมนุษยชน พวกเธอตัดสินใจที่จะฆ่าคนเลวแล้วอพยพคนดีและผู้บริสุทธิ์ไปให้ไกลเท่าที่จะทำได้ โดยสิ่งนี้เป็นความต้องการของฮินะที่ไกอาไม่มีทางปฏิเสธ

"นี่ ถ้าจบเรื่องนี้แล้ว คุจังช่วยรอเราได้หรือเปล่า?"

"รองั้นเหรอ? เธอคงไม่คิดว่าชั้นจะพยักหน้าแล้วตอบตกลงหรอกนะ? สิ่งที่ไกอากับเธอทำน่ะมันผิดกับสิ่งที่เธอต้องการมากพอดู และชั้นจะเป็นคนจบเรื่องนั้น ถ้าไกอาต้องการโลกของเธอล่ะก็ชั้นนี่แหละที่จะสร้างโลกที่ว่าให้พวกเธอเอง"

"ไม่ไหวหรอก คุจังในตอนนี้น่ะ แม้แต่มหาเวทมนตร์สักบทหนึ่งยังร่ายไม่ไหวเลยด้วยซ้ำ พลังของคุจังน่ะอ่อนแอลงไปจากเดิมมากเลยนะ"

"ไม่ลองเข้ามาตรวจสอบด้วยพลังของเธอดูเอาเองล่ะ ว่าชั้นอ่อนแอลงจริงรึเปล่า?"

ด้วยแรงกดดันก็ทำให้ฮินะรู้สึกอึดอัดใจ แต่เธอก็เลือกที่จะปฏิเสธแล้วยืนยันคำเดิม

"เราไม่ยอมให้คุจังบาดเจ็บหรอกนะ ... พวกเราสองคนมีข้อเสนอ เราและอีกสองคนที่เหลือ ... ฟีบีในร่างของลิลลี่ และธีอาในร่างของรูบี้ พวกเราสามคนจะให้ความร่วมมือกับคุจัง"

"เพื่ออะไรล่ะ? ถ้าชั้นจัดการเธอตรงนี้ก็เท่ากับว่าชั้นหยุดเธอได้ และก็ฆ่าจอมมารนั่นซะเท่านี้ก็จบเรื่องแล้ว"

"นายยังไม่รู้อะไรสินะ? ตอนนี้สวรรค์ได้เคลื่อนไหวแล้ว เทพสูงสุดต้องการจะล้างโลกใบนี้แล้วสร้างโลกใหม่ขึ้น นายเข้าใจที่เราจะสื่อใช่ไหม? เทพสูงสุดบ้าบออะไรนั่นน่ะ หลังจากที่เข้ามาแทรกแทรงแล้วททำลายทุกสิ่งแล้ว มันก็จะล้างบางคนบริสุทธิ์ทั่วทั้งโลกทิ้ง แล้วจะทำอะไรต่อก็ไม่รู้"

"นั่นมันใช่เรื่องที่ไกอาแต่งขึ้นเพื่อหลอกเธอรึเปล่าล่ะ?"

"ไม่หรอก เพราะเทพสูงสุดน่ะ เคยล้างบางคนทั่วโลกไปหลายรอบ เพียงเพราะสิ่งที่มนุษย์ทำนั้นมันขัดต่อสิ่งที่เขาต้องการน่ะ ถ้าได้ถามยูรินายก็จะรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง"

ด้วยคำพูดที่ไม่มีแม้แต่คำโกหก แต่ก็ไม่มีเค้ามูลความจริงนั่นทำให้คุโระตรึงเครียด จริงอยู่ที่สำหรับคุโระแล้ว แค่หยุดฮินะแล้วฆ่าอูรานอสถือเป็นสิ่งที่ต้องทำเป็นอันดับแรก และอย่างอื่นนั้นไม่จำเป็นต้องสนใจเลยเสียด้วยซ้ำ

แต่คุโระที่เคยคิดแบบนั้นกลับกำลังตรึงเครียดอยู่ ... ใช่แล้ว เขาไม่อยากให้คนที่เขารักต้องเสียใจ ไม่ว่าจะใครก็ตาม

มันเป็นสิ่งที่เอวาพร่ำบอกให้เขาเป็นคนดีที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะไม่ปล่อยให้ผู้บริสุทธิ์ต้องตายอย่างแน่นอน ไม่อย่างนั้นเขาคงปล่อยให้ไรน์ฮาร์ทและคนอื่นๆต้องพบชะตากรรมแบบไหนสักอย่างอย่างแน่นอนเลยล่ะ

นี่ยังไม่นับกรณีที่เขาดิ่งตรงไปช่วยรูรูก้าอีกด้วย แม้ว่ารูรูก้าจะทำอะไรม่ตดีต่อโครวก็ตาม

"นั่นสินะ ... มีสิ่งหนึ่งที่ชั้นไม่เข้าใจ ทำไมต้องจับตัวโครวกับมุซาชิไปด้วย?"

"...จับ? เรากับไกอาไม่ได้ต้องการจะจับตัวสองคนนั้นมานะ ถึงแม้จะอยากเจอกับโครวอยู่พอสมควร แต่เรายังไม่เจอสองคนนั้นเลยนะ"

"ยัยมุซาชิกับยัยโครวถูกอเดล ฟีบีและธีอาจับตัวไป มุซาชิหนีออกมาได้แล้วเล่าให้ชั้นฟังหมดแล้ว ดูเหมือนว่ามีมังกรลมพยายามลักพาตัวเธอกลับไป เท่าที่รู้ตอนนี้โครวไม่อยู่แล้ว นั่นหมายความว่าต้องเกิดเรื่องบางอย่างขึ้นกับยัยนั่นแน่นอน"

"บ้าน่า ... อเดล เป็นผู้หญิงที่น่ารังเกียจจริงๆ ... ข้านึกว่านางจะเชื่อฟังคำสั่งของข้าเสียอีก"

"สลับจิตใจกันได้สะดวกจริงนะ"

"เพราะข้ากับฮินะในตอนนี้ ก็เปรียบเสมือนตนตนเดียวกันแหละนะ"

"เธอไม่มีวันเป็นฮินะ และฮินะจะไม่มีวันเป็นเธอ นั่นเป็นสิ่งเดียวที่ชั้นเข้าใจ"

แววตาของคุโระนั้นฉายแววรังเกียจในตัวตนของไกอา แต่กระนั้นไกอากลับไม่สะทกสะท้านใดๆ แม้จะรู้สึกจุกอยู่ในอก แต่มันเป้นความรู้สึกที่เธอจะไม่ลืม และพยายามจะพัฒนาความสัมพันธ์ของเธอกับคุโระให้ดีขึ้น

"ข้าจะไม่เป็นฮินะให้เจ้า แต่ข้าขอเป็นตัวข้าให้กับเจ้า ได้โปรด ร่วมมือกับข้า แล้วทุกอย่างมันจะดีขึ้น"

"นั่นสินะ ถ้าร่วมมือกับเธอแล้วล่ะก็ การกำจัดสวะพวกนั้นก็เป็นเรื่องง่าย และชั้นกับเธอจะได้จบเรื่องนี้กันสักที"

แม้จะมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่คุโระก็ไม่ปฏิเสธเลยที่จะร่วมมือ คุโระนั้นต้องการให้จบเรื่องนี้ แล้วไปต่อกันด้วยการต่อสู้ระหว่างคุโระและไกอาในร่างของฮินะ

นั่นคงเป็นสิ่งที่ทำให้ไกอารู้สึกเสียใจมากที่สุด หากเป็นตัวเธอในเวลาปรกติคงบีบปากหาเรื่องคุโระไปแล้ว ทว่าที่จิตใจของเธอเป็นเหมือนดังสาวน้อยอยู่แบบนี้คงต้องขอบคุณฮินะที่คอยปลอบและเอาใจช่วยเธอล่ะนะ

"ถ้าเธอมาเพื่อพูดแค่นี้ล่ะก็ ออกไปได้แล้ว"

"ไม่ ข้ายังคุยกับเจ้าไม่เสร็จ ... ขอแค่อยากขอโทษ แต่สิ่งที่ข้าทำกับฮินะนั้นเป็นทางเดียวที่จะช่วยเจ้า และช่วยฮินะได้ เพราะฮินะไม่สามารถใช้พลังของตนได้อย่างเต็มที่หากปราศจากสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือข้า ข้าคงต้องขอโทษแต่จนกว่าข้าจะได้สิ่งที่ข้าต้องการ ความเงียบสงบและความสุขที่ข้าใฝ่หา เมื่อนั้นข้าจะคืนฮินะให้กับเจ้า"

"ชั้นต้องรออีกนานเท่าไร? กี่ปี? หรือกี่ชาติ? ชั้นไม่สนหรอกนะว่าเธอต้องการอะไร แต่สิ่งที่เธอทำมันทำให้ชีวิตของฮินะต้องเปลี่ยนไป และมันก็เปลี่ยนไปในทางที่ไม่ดีด้วย"

"คุจัง สิ่งที่ไกอาทำน่ะมีแต่เราเท่านั้นจริงๆที่เข้าใจ เราน่ะดีใจนะที่คุจังคิดถึงเรื่องของเรา แต่ว่าคุจังก็ควรจะใส่ใจ และเปิดใจให้ไกอาหน่อยนะ"

ไกอาสลับตัวกับฮินะเพื่อออกมาพูดกับคุโระอีกครา และคำพูดนั่นก็ทำให้คุโระนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง

"ไกอาน่ะแลกเปลี่ยนความรู้สึกและความคิดกับเรา และตั้งแต่แรกเห็น ไกอาก็เฝ้าคิดถึงหาแต่คุจังนะ อย่างน้อยก็ช่วยเป็นมิตรกับเธอหน่อยไม่ได้เหรอ?"

"... จะเอากลับไปคิดดูก็แล้วกัน"

คุโระไม่เคยปฏิเสธฮินะ และฮินะก็ใช้ประโยชน์จากตรงนี้ทำให้คุโระฝืนใจยอมรับไกอา เธอเชื่อว่าแม้วันนี้จะเริ่มต้นและเดินหน้าได้ไม่ดี แต่ในอนาคตพวกเขาทั้งคู่จะขาดจากกันไม่ได้อย่างแน่นอน

"เอาล่ะ ... พวกเราไปกันเลยไหม?"

และเป็นอีกครั้งที่ฮินะสลับตัวกับไกอา เธอลุกขึ้นยืนหลังจากที่ทำความสะอาดร่างกายของคุโระอย่างเรียบร้อยแล้ว

คุโระไม่พูดไม่จาแล้วมุ่งหน้าไปแต่งตัวตามปรกติ ซึ่งในเวลาเพียงพริบตา ฮินะก็อยู่ในชุดของเธอซะแล้ว

"อย่างที่บอก เราจะมาจบเรื่องกันหลังจากที่พวกเราจัดการพวกนั้นได้แล้ว"

*โครม+* 

ในเวลาที่คุโระสวมเสื้อผ้าจนเสร็จสิ้น กำแพงห้องอาบน้ำก็พังลง หากใครยังไม่รู้ ความจริงเพดานนั้นก็พังเสียหายไปแล้ว และคุโระกับฮินะก็ไม่ติดใจว่าใครจะเห็นร่างเปลือยของตนเองด้วย เพราะต่อให้เห็นไปก็ใช่ว่าจะจับต้องได้อยู่ดี

บุคคลที่ปลิวเข้ามานอนซมอยู่คืออามาเมะ ที่นอนทับไรน์ฮาร์ทอยู่จนไรน์ฮาร์ทขยับไม่ได้

ไรน์ฮาร์ทนั้นสังเกตเห็นคุโระและฮินะ จึงได้ทำสีหน้าที่ตกใจ แน่นอนว่าคนอื่นๆก็ตกใจแล้วเตรียมพร้อมรับมือฮินะกันทั้งนั้น

อามาเมะสงสัยว่าทำไมไรน์ฮาร์ทถึงเงียบไป จึงตัดสินใจหันกลับมา ในขณะที่คุโระกำลังจ้องมองภาพเบื้องหน้า อามาเมะก็จ้องมองทั้งคู่อย่างไม่ลดละ

ทั้งคู่เหมาะสมกันดี แม้ว่าจิตใจจะเป็นของไกอาอยู่ก็ตาม

"เธอพูดแล้วนะ"

"ข้าไม่เคยกล่าววาจาเท็จ เจ้าควรจะรับข้อเสนอของข้า"

"ยังไงซะชั้นก็ต้องจัดการพวกเธอทุกคนอยู่แล้วล่ะนะ"

"ข้าอยากได้เจ้ามาเป็นพรรคพวกมากกว่านะ แต่ก็เอาเถอะ ขอข้าเชยชมพลังของเจ้าหน่อยสิ มหาราชาเอ๋ย!"

ถ้ามองดีๆแล้วล่ะก็ สายตาของไกอาในร่างฮินะนั้นช่างสดใส ราวกับกำลังสนุปอยู่ยังไงก็ไม่รู้

แต่ในขณะที่เธอกำลังสนุป คุโระกลับไม่สบอารมณ์ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธทุกอย่างของไกอา เพียงแค่เขาอคติต่อเธอเท่านั้น

คุโระแสยะยิ้มด้วยรอยยิ้มที่น่าขนลุก แรงกดดันของเขาช่างมหาศาล มากจนนางฟ้าทั้งหลายหวาดผวาจนเกิดช่องว่างกันเลยล่ะ

และยูริไม่ปล่อยให้มันผ่านไปโดยเปล่าประโหยชน์ เธอร่ายเวทมนตร์ธาตุลมเพื่อสร้างพายุ แล้วเป่ากองทำให้แตกกระจายออกห่างจากกัน ก่อนที่ยูยะจะเข้าประชิดแล้วจัดการทีละคน

*เคร้ง!*

ดาบยาวของคานะนั้นตอนนี้กำลังปะทะเข้ากับดาบของฮินะ ไกอานั้นสงสัยว่าทำไมถึงได้มีคนเข้ามาโจมตีเธอโดยไม่มีอาการกลัวหรืออะไรใดๆเลย

เมื่อมองไปที่คานะเธอก็เข้าใจในทันที ไม่ว่าจะในส่วนของพลังที่ห่อหุ้มทั้งร่างกาย หรือว่าจะเป็นใบหน้าที่เคยเห็นเป็นประจำนั่น เธอรับรู้ได้ในทันทีว่าเด็กสาวคนนี้คือน้องสาวของฮินะที่มีชื่อว่าคานะ

"สวัสดีหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนานนะพี่! ไม่สิ ตอนนี้คงต้องเรียกว่าคุณไกอาสินะ!"

"เจ้าเป็นน้องสาวของฮินะงั้นรึ? น่าสนุกดีนี่ พี่เจ้าคุยโม้กับข้าทุกคราที่ได้มีโอกาส ว่าเจ้านั้นแข็งแกร่งเสียยิ่งกว่านาง ข้าจะคอยดูว่านั่นเป็นเรื่องจริงหรือไม่!"

"ถ้าหมายถึงเรื่องดาบล่ะก็ใช่ ถ้าไม่เชื่อก็มาพิสูจน์กันเซ่!"

*เคร้งๆๆๆๆๆๆๆๆ*

เสียงปะทะกันของดาบดังขึ้น มันรวดเร็วจนไม่มีใครที่สามารถมองมันทัน หากไม่ได้มีความสามารถในระดับหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ดูเหมือนจะเป็นเช่นนั้น

ฮินะหลอกล่อให้คานะโจมตีเข้าที่จุดบอด แล้วป้องกันเพื่อหยอกล้อคานะอย่างสนุกสนาน แต่อีกด้านหนึ่งนั้น คุโระที่หยิบดาบคู่ใจที่พี่สาวของเขาสร้างให้ก็กวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนที่จะเตรียมพร้อมที่จะสู้

"...เป็นท่าที่ยั่วยวนไม่เบาเลยนะ"

"รีบไปได้แล้วตาบ้า!"

แต่ก็ไม่วายที่จะหยอกล้อกับอามาเมะ แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่ก็ทำให้ไกอารู้สึกไม่ค่อยพอใจเท่าไร แต่เธอจะทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะว่านั่นเป็นชีวิตของคุโระที่ไม่มีใครสามารถบังคับให้เขาทำตามที่เราต้องการได้

คุโระพาดดาบไว้ที่บ่าแล้วย่อขาลง ก่อนที่จะกระโจนเข้าหาศัตรูที่อยู่เบื้องบน แล้วซัดศัตรูให้หมอบด้วยฝ่ามือของเขา ซึ่งถูกเสริมพลังเวทย์ด้วยเวทมนตร์เฉพาะตน

ทันทีที่โจมตีแล้ว คุโระก็อาศัยพลังขาของเขาและเทคนิคบางอย่างเพื่อกระโดดกลางอากาศ แล้วโจมตีเข้าใส่เพกาซัสที่ตรงหน้าอีก โดยทุกการโจมตีนั้นส่งผลถึงกลุ่มศัตรูที่อยู่ใกล้เสมอ

จังหวะสุดท้ายของการโจมตี คุโระได้ถีบร่างของมังกรขนาดเล็กที่ถูกเรียกว่าไวเวิร์น แล้งดิ่งลงมายังท่ามกลางวงล้อมศัตรู ก่อนที่จะจัดการสังหารสัตว์อสูรสุดแกร่งอย่างราชาออร์คไปอย่างไร้เยื่อใย และสังหารปีศาจรอบๆอีกด้วย

ไกอาเห็นแบบนั้นจึงผละตัวออกห่างคานะ และเข้าประชิดคุโระอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะนำบางสิ่งออกมาจากเวทมนตร์มิติของตน

"นี่คือน้ำยาฟื้นฟูมานา ใช้ซะสิ"

มันคือน้ำยาฟื้นฟูมานา เป็นสิ่งที่หาได้ทั่วไป หากแต่ประสิทธิภาพของน้ำยาฟื้นฟูที่ไกอาส่งให้คุโระนั้นเป็นสิ่งที่หาได้ยากกว่าปรกติมาก

"มันไม่ได้ผลกับชั้นหรอกน่า"

"ถ้ามันได้ผลกับร่างกายนี้ก็เท่ากับว่ามันจะได้ผลกับร่างกายของเจ้า และพอดีว่ามันได้ผลที่ดีมากสำหรับร่างกายนี้"

"..."

เมื่อเป็นเช่นนั้นคุโระจึงปิดปากเงียบ แล้วคว้าเอาขวดน้ำยามาจากมือของไกอา

"เธอเป็นคนยื่นอาวุธมาให้ศัตรูเองนะ"

"เป็นฮินะก็ต้องทำแบบนี้เหมือนกันนั่นแหละ"

เขาดื่มเข้าไปจนหมดเกลียง เมื่อมานาฟื้นฟูขึ้นอย่างมาก คุโระก็ได้ปลดปล่อยความมืดที่หลับไหลเป็นเวลานานออกมา

ร่างกายถูกย้อมไปด้วยเงาสีดำทมิฬ เขา หางและปีกถูกสร้างขึ้นโดยเงาแห่งความมืดมิด ดวงตาของเขาเปลี่ยนสีกลายเป็นสีแดงฉานราววกับหยดเลือดก็มิปาน

แววตาที่ไร้ซึ่งความเกรงกลัวสิ่งใดได้กวาดสายตามองเหล่าศัตรูที่กำลังหวั่นเกรงเขาอยู่ สายตาของเขาทิ่มแทงราวกับสามารถฆ่าทุกสิ่งมีชีวิตเบื้องหน้าได้ง่ายๆ ตราบใดที่สิ่งมีชีวิตที่ว่าไม่ใช่มนุษย์

"เอ มันพูดว่าไงนะ? ... อ๋อใช่! ... อะแฮ่ม! จงสรรเสริญ! ผู้ที่ครอบครองพลังที่เหนือทุกสิ่ง ผู้ควบคุมชะตากรรมของทุกๆอย่างในเอกภพ ผู้ที่มีพละกำลังมหาศาลและพลังเวทย์ที่ไร้ขีดจำกัด สายเลือดที่สืบทอดโดยตรงจากว่าที่มหาราชาองค์ก่อน นามนั้นคือคุโรมิเนะ คุโระ ว่าที่มหาราชาองค์ต่อไปของมิติแห่งนี้!"

"นั่นมันติดลิขสิทธิ์นะ"

"มันก็เหมือนกับคำพูดติดปากของเจ้าอย่าง 'นับความผิดของตัวเองไว้ซะ' ไม่ใช่หรืออย่างไรกัน?"

"เหอะ ไว้จบเรื่องนี้ชั้นจะมานั่งนับความผิดของเธอซะให้หมดเลย"

"นั่นไง นั่นมันติดลิขสิทธิ์นะ"

เป็นคำพูดหยอกล้อที่เสียงต่อการโดนแบนพอสมควร แต่กระนั้นมุกนี้ นอกจากคานะแล้วก็ไม่มีใครเข้าใจเลย แถมสำหรับคานะก็ยังแป๊กพอควร ทำเอาดวงตาของเธอไร้แววไปเลยล่ะ

ในระหว่างการละเล่นของทั้งสองคน ทัพสวรรค์ก็ได้พากองกำลังหลักของพวกเขาหว่าหลายพันนาย ลงมาจากสวรรค์และมีเป้าหมายคือกลุ่มของคุโระ และกองทัพปีศาจที่พยายามจะบุกเมือง

คุโระเงยหน้าขึ้นมองพลางเดาะลิ้นเบาๆ

"ผิดแผนชะมัด ชั้นคิดว่ามันจะเริ่มช้ากว่านี้ซะอีก"

"ก็ทัพสวรรค์เล่นบุกมาก่อนนี่ ทางนี้ต่างหากที่ตกใจว่าทำไมทางฝั่งจอมมารถึงได้บุกเร็วนัก"

"ชั้นก็ไม่รู้ และชั้นไม่สน ชั้นจะทำลายทุกอย่างตามความต้องการของชั้น"

"ข้าก็เช่นกัน นี่! ฟีบี! ธีอา! ห้ามเจ้าสู้หรือทำร้ายพวกพ้องของคุโระเด็ดขาดนะ เข้าใจไหม?"

""ค่า ท่านแม่""

ฟีบีและธีอานั้น คือดวงวิญญาณที่เข้ายึดร่างของลิลลี่และรูบี้ตามลำดับ ทั้งสองคนหยุดการกระทำของตน พร้อมกับคนอื่นๆเองก็หฟยุดมืออย่างเลี่ยงไม่ได้

แต่สายตาของมุซาชินั้นไม่ลดความเกลียดชังลงเลยแม้แต่น้อย

หลังจากที่คุโระปลดปล่อยพลังแห่งความมืด แอสโมดิอุสและแอนโดรเมด้าก็แสดงท่าทีรักกันสมกับเป็นพี่น้อง จากเดิมที่ต่อสู้กันจนเกือบจะมีผู้ใดตายกันไปข้าง

ฮินะถอยห่างจากคุโระแล้วเดินมาหาอามาเมะที่กำลังนั่งมองคุโระด้วยสายตาที่สมกับเป็นสาวน้อย ฮินะเดินเข้ามาด้วยรอยยิ้ม มันเป็นรอยยิ้มยียวนที่ถ้ามีเพื่อนของเธอยืนอยู่ข้างๆคงแสดงสีหน้าผะอืดผะอมอยู่แน่ๆ

"ส่วนแผนการณ์ก็เจ้าก็แล้วกันนะ ข้าสัมผัสได้ถึงความมีประสบการณ์ของเจ้า​"

อามาเมะหันไปมองฮินะด้วยสีหน้าที่ราวกับต้องการจะปฏิเสธ แต่ด้วยคำพูดของฮินะนั้นทำให้เธอปฏิเสธไม่ลงจริงๆ

"คุณมิยุ คุณรูรูก้า คุณพูริ คุณนีน่าและคุณเอลซ่า กรุณาจับกลุ่มอย่าให้ห่างจากกันเกินสามเมตรนะ ส่วนคุณยูริช่วยบินไปรอบๆทั้งห้าคนเอาไว้ด้วย ทั้งหกคนที่ฉันพูดถึงเป็นแนวหลัง พยายามมองรอบข้างแล้วโจมตีไปเรื่อยๆ โดยที่ให้คุณพูริ คุณนีน่าและคุณเอลซ่าได้พักสลับกัน ส่วนคุณรูรูก้า...พยายามหน่อยนะ"

"เข้าใจแล้ว"

รูรูก้าตอบกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ ส่วนเด็กๆนั้นแค่หายใจยังลำบากจึงไม่อยากจะตอบกลับ และอามาเมะก็เข้าใจในเรื่องนี้ดี

"คุณบาลุคกับคุณไรน์ฮาร์ท พยายามวิ่งอยู่รอบๆทั้งหกคนโดยไม่ให้ห่างมากเกินสิบห้าเมตรล่ะ คุณมุซาชิ ... อย่าไปไกลนักล่ะ"

"โอ้ ในที่สุดก็ได้ต่อสู้สักที!"

มุซาชิละสายตาจากสองสาวแล้วแสดงความเป็นเด็กราวกับเพิ่งจะได้ของเล่นที่ชอบมายังไงยังงั้นทันที

"คุณยูยะ ร่วมมือกับคุณแอสโมดิอุสและคุณแอนโดรเมด้าสู้กับกองทัพสวรรค์ชุดใหม่ด้วยล่ะ ระวังด้วยนะ"

"ได้"

ยูยะยิ้มตอบกลับอย่างแข็งขัน นี่คงเป็นคนปรกติที่สุดเท่าที่อามาเมะเคยเจอแล้วแน่ๆ

"ฮานิบาลจัง ... บินตามคุณคานะให้ดีล่ะ คุณฟีบีกับคุณธีอา ... ทำเหมือนเดิมนั่นแหละ แต่อยู่ใกล้ๆกันกับคนอื่นๆเอาไว้ล่ะ"

สายตาของฮานิบาลหรี่ลงด้วยความหงุดหงิดในการเรียกชื่อ อามาเมะหลบเลี่ยงสายตาแล้วกระแอมไอเบาๆ ก่อนที่จะพูดขึ้นอีกครั้ง

"นอกนั้น ... ทำตามใจตัวเองได้!"

"เธอพูดเองนะ"

อัลซุที่ยืนข้างๆตะโกนขึ้นแล้วเข้ามากอดคออามาเมะอย่างสนิทสนม โดยผู้ที่เงียบจนถึงเมื่อสักครู่นี้อย่างคุโระก็กระโจนเข้าหาศัตรู ราวกับสิ่งที่พูดเมื่อกี้เป็นสิ่งที่คุโระต้องการจะสื่อออกมา

"อ ... เอ๊ะ?"

"ก็ฉันเข้าใจที่คุโระอยากจะสื่อถึงนี่ ก็แค่เป็นเสียงให้เท่านั้นเอง"

อัลซุยิ้มร่า แม้จะอยู่ท่ามกลางสงครามแต่เธอไม่เคยเลยที่จะไม่รู้สึกตื่นเต้น ยิ่งได้กลับมาต่อสู้ร่วมกันกับอามาเมะ เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่งของเธอยิ่งแล้วใหญ่ เธอระงับความรู้สึกคิดถึงเช่นนี้ไม่ได้อย่างแน่นอน

"เอาล่ะ! มาเริ่มปาร์ตี้กันเลย!"

"...เมื่อกี้พี่พูดงั้นเหรอคะ?"

"ก็ใช่น่ะสิ เราสลับจิตใจกับไกอาน่ะ"

"...ทำแบบนี้ได้ด้วยงั้นเหรอคะ!?"

ฮินะสลับตัวกับไกอาอีกครั้ง เธอชูมือขึ้นแล้วตะโกนร่าราวกับเด็กๆที่กำลังจะได้ไปเที่ยวสวนสนุกยังไยยังงั้น นั่นทำให้คานะตกใจที่สุดเท่าที่เคยมาที่โลกใบนี้เลยทีเดียว มากพอที่จะทำให้รู้สึกขยาดกับสิ่งที่เกิดขึ้นเลยด้วย

แถมคนที่ตกใจไม่ได้มีแค่คานะ เพราะคนที่รู้เรื่องนี้ก่อนใครเพื่อนมีแต่คุโระ และคนอื่นๆก็ได้แต่ทำทีท่าตกใจเท่านั้น

"ฟีบี~ ธีอา~ เรามีเรื่องอะไรจะคุยกับพวกเธอเล็กน้อยนะ~"

ฮินะโบกมือทักทายไปที่สองสาวที่เป็นพวกเดียวกับเธอด้วยเสียงที่ร่าเริง ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นแรงกดดันที่เกือบจะทำให้ทั้งคู่เข่าทรุดลงไปได้เพียงแค่จ้องมอง พร้อมน้ำเสียงที่ดฏรธเคืองพอสมควรอีกด้วย

"มันเป็นเรื่องที่เราไม่ได้ตกลงกันไว้ ถ้าพวกเธอยังรักและเคารพในตัวของไกอาอยู่ล่ะก็ คราวหน้าคราวหลังจะทำอะไรก็ให้มาบอกเราหรือไกอา และถ้าทำแบบนี้อีก รับรองได้เลยว่าเราจะไม่ปล่อยเธอเอาไว้แน่ เราไม่สนและไกอาก็ไม่สนเหมือนกันที่เราจะฆ่าพวกเธอ แล้วคืนชีวิตเดิมให้กับเจ้าของร่างเดิมนั่น พวกเธอเข้าใจที่เราพูดใช่ไหม?"

"อ...อึ่ก ข ...เข้าใจ..."

"พูดว่าอะไร? ด้วยน้ำเสียงแบบนั้นเนี่ยเราจะไปได้ยินได้ยังไงกัน? บอกมาซิว่าเข้าใจรึเปล่า ... หรืออยากให้ข้าต้องเป้นตนลงโทษพวกเจ้าทั้งคู่ดีล่ะ?"

น้ำเสียงครึ่งหลังออกไปแนวตวาดแบบเบาๆ แต่นั่นก็ทำให้ทั้งสองคนหวาดกลัวได้อย่างถึงที่สุด เพราะคนที่พูดไม่ใช่ฮินะอีกต่อไป แต่เป็นไกอาที่พูดขึ้น ก่อนที่จะเปลี่ยนกลับไปเป็นฮินะอีกครั้งโดยที่ทั้งคู่ก็พยักหน้าพร้อมๆกันแล้วพูดว่า "เข้าใจแล้ว" อย่างหวาดหวั่น

การกระทำของฮินะนั้นถือเป็นเด็ดขาด เธอคิดจะลงโทษอเดลที่ทำแบบนั้นลงไป และเธอก็ได้นิสัยความรุนแรงมาจากไกอา เช่นเดียวกับที่ไกอาได้ความอ่อนโยนและใจดีมาจากฮินะ ทั้งคู่เหมาะสมที่จะอยู่ในร่างเดียวกันแม้คุโระไม่เห็นพ้องด้วย แต่นั่นก็ไม่ทำให้ทั้งคู่คิดจะแยกตัวออกจากกัน แม้ว่าไกอาจะเจอร่างใหม่ที่ดีกว่า เธอก็ไม่คิดที่จะย้ายไปไหนอยู่ดี

เช่นเดียวกับฮินะ พลังของไกอานั้นนับได้ว่ามากมายมหาศาล แต่กระนั้นการใช้งานและการควบคุมย่อมจำกัด หากต้องเสียไกอาไปเพื่อได้พลังที่ดีกว่ามา เธอก็คงไม่ยอม ... ไม่สิ ต้องพูดว่าเธอไม่มีทางยอมมากกว่ากระมัง

"เอ ... เอาจริงๆนะ แค่คุโระคนเดียวก็ซัดไปจนหมดแล้วมั้งเนี่ย?"

ยูยะยิ้มแหยงๆออกมา แต่มันก็จริงอย่างที่เธอว่ามา เพราะคุโระนั้นกำลังทำการล้างบางกลุ่มปีศาจอยู่ ถ้าสังเกตดีๆจะเห็นว่ากลุ่มของศัตรูนั้น เป็นกลุ่มที่รวบรวมเหล่าสัตว์อสูรระดับสูงจำนวนมากเอาไว้ ต่างๆนาๆชนิดอีกด้วย อย่างราชาออร์ค หรือแม้แต่โทรลล์กลายพันธุ์

ที่อันตรายกว่านั้น คือสิ่งที่อูรานอสทดลองเอาไว้ และปล่อยให้มันแพร่กระจายไปทั่วโลก มันถูกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาด มันคือผลงานการตัดต่อพันธุกรรมของอูรานอส และมันก็อันตรายมากด้วย

*ก๊าซซซซซซซ!!*

มังกรที่ถูกดัดแปลงพันธุกรรมได้คำรามขึ้นอย่างรุนแรง ก่อนที่คุโระจะกระโดดเข้าหา แล้วซัดหมัดขวาเข้าที่ใบหน้าของมัน ก่อนที่จะหมุนตัวตัดหัวของมันไปอย่างง่ายดาย

ยูริเองก็ไม่ยอมแพ้ เพราะเธอไม่อยากให้คุโระต้องรับภาระเอาไว้ที่ตนเองเพียงคนเดียว เธอจึงตัดสินใจที่จะปลดปล่อยพลังทั้งหมดของเธูอออกมาบ้าง

เปลวเพลิงถูกอัดเป็นทรงลูกบาสก์อยู่ที่ด้านหลังของเธอ มันมีจำนวนสิบลูกบาสก์ และนั่นคืออาวุธชนิดหนึ่งของเธอ

เธอไม่จำเป็นต้องร่ายเวทมนตร์ เธอแค่คิด และมันก็จะออกมาให้เธอตามที่เธอต้องการ เธอนึกถึงสิ่งที่สามารถโจมตีได้อย่างทะลุทะลวง สามารถโจมตีได้อย่างไร้รูปแบบ รวดเร็ว รุนแรง และมีจำนวนมหาศาล

กระสุนเวทมนตร์ถูกยิงออกมาจากลูกบาสก์สิบลูกที่ด้านหลัง เป้าหมายเป็นกองทัพของเหล่าทหารสวรรค์ที่อยู่บนฟ้า ยูริบินไปรอบๆแต่ก็ไม่ได้ห่างไกลมากเท่าไร ตามที่อามาเมะสั่งไว้

รูรูก้าที่พักจนหายเหนื่อย ก็สร้างน้ำยาฟื้นฟูมานาขึ้นแล้วส่งต่อให้พูริและนีน่า เพื่อให้ทั้งสองฟื้นฟูมานาของตน นั่นเพราะสามคนนี้เป็นคนที่ปรกติที่สุดในกลุ่ม ปริมาณมานาไม่ได้มีมากมายเทียบเท่าคนอื่น และอัตราการฟื้นฟูก็ไม่ได้มีมากด้วย

เอลซ่าเองก็ต้องใช้มานา เพียงแต่การฟื้นฟูของเธอมีมากพอที่จะปล่อยให้มันเป้นไปตามเวลาได้โดยไม่เกิดปัญหา กระนั้นเธอก็พกยาฟื้นฟูเอาไว้อยู่ตลอดเวลา

ข้อเสียของจอมเวทย์หรือนักธนูที่อยู่ในระยะไกลนั้น คือการต่อสู้ในระยะใกล้ เหล่าปีศาจหรือศัตว์อสูรนั้นฉลาดมากพอที่จะเล็งเห็นจุดนี้ พวกมันพยายามกรูเข้าหาพวกเธอจากทุกด้านด้วยความรวดเร็ว

บาลุคและไรน์ฮาร์ทนั้นมองหน้ากัน ก่อนที่จะวิ่งไปรอบๆพลางลดจำนวนศัตรูที่วิ่งเข้ามาด้วยการโจมตีที่รุนแรงและรวดเร็วในดาบเดียว

เมื่อโจมตีไปได้ครู่หนึ่ง บาลุคและไรน์ฮาร์ทก็ทำการร่ายเวทมนตร์ ทั้งคู่ใช้เวทมนตร์ชนิดเดียวกันคือธาตุไฟ แต่วิธีใช้ค่อนข้างจะแตกต่างกันเล็กน้อย

"เพลิงเอ๋ย จงทะลวงอริข้า ไฟร์แลนซ์!"

ไรน์ฮาร์ทสร้างหอกเพลิงขึ้นจำนวนห้าเล่ม ก่อนที่จะร่ายซ้ำนั้น เขาได้ยิงมันออกไปด้านหน้าของเขา แล้วเขาก็เปลี่ยนทิศทางในการวิ่งของเขาทันที

เมื่อเห้นศัตรูตรงหน้า ไรน์ฮาร์ทก็สะบั้นดาบใส่ในขณะที่ยังร่ายเวทย์อยู่

ในส่วนของบาลุคนั้น เขาใช้ดาบคมเดียวในมือเป็นสื่อในการใช้เวทมนตร์ของเขา บาลุคลงเวทมนตร์ไว้ที่ดาบสั้นของเขา ก่อนที่จะสะบัดดาบออกไปอย่างไร้เป้าหมาย

เปลวเพลิงที่ห่อหุ้มที่ใบดาบนั้น กระจายไปแผดเผาทุกสิ่งให้สูญสลายเป็นจุล บาลุคแสยะยิ้มก่อนที่จะหยิบเอามีดของเขาออกมา และร่ายเวทมนตร์ไฟเพิ่มเข้าไปอีก

รูรูก้าร่ายเวทมนตร์ธาตุลมตามที่ถนัด สร้างกระแสลมโหมกระหน่ำเพื่อปั่นป่วนศัตรูอย่างรุนแรง และมันส่งผลถึงศัตรูบนฟ้าอีกด้วย

มิยุใช้เวทมนตร์ทุกธาตุในการโจมตีไปยังศัตรูบนฟ้า เวทของเธอนั้นรุนแรงมากพอที่จะไม่ต้องยืมมือของใครเข้าช่วยเหลือ ดังนั้นธีอาจึงตัดสินใจที่จะใช้เวทมนตร์ของเธอ ร่วมกับเวทพายุของรูรูก้าเสียแทน

พายุเพลิงโหมกระหน่ำ มันไม่ได้เพียงแค่ทำความเสียหาย แต่ทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้า เพราะพวกเธอไม่สนว่าจะเกิดอะไรขึ้น อย่างไรก็ตามเธอก็แค่ต้องการจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างให้วอดวายเท่านั้น เพราะนั่นเป็นความต้องการเดิมทีของพวกเธออยู่แล้ว

ใช่ว่าธีอาจะไม่ถูกมองเป็นเป้าหมาย หากแต่ความเร็วในการกำจัดของฟีบีนั้นมีมากกว่าสองหนุ่มมากโข และมุซาชิเองก็เป็นตัวล่อให้ทั้งสองกลุ่มได้ดีพอสมควร ศัตรูเลยมุ่งไปหามุซาชิที่อยู่คนเดียวเสียมากกว่า

อามาเมะที่มองเหตุการณ์ต่างๆอยู่ก็คิดจะเข้าไปช่วย แต่อาวุธของเธอนั้นไม่มี ดาบที่ยืมจากคุโระก็ถูกเจ้าตัวเอาคืนไปแล้ว และอาวุธของตนก็ดันอยู่ที่สถาบันการศึกษาอีกด้วย

ฮารุที่เห็นเช่นนั้นจึงเข้าไปหาอามาเมะด้วยความรวดเร็วของเธอ มันก็แน่อยู่แล้วที่อามาเมะจะถูกโจมตี เพียงแต่อามาเมะเองก็สามารถต่อสู้ได้ด้วยมือเปล่า หากแต่จะเข้าไปช่วยเหลือคนอื่นๆไม่ได้เพียงเท่านั้น

ฮารุนำเอากำไลบางอย่างออกมา มันเป็นสิ่งที่ได้รับมาจากยูริ มันเป็นอุปกรณ์เวทมนตร์ ซึ่งเธอได้นำมันไปร่ายเข้ากับอาวุธของอามาเมะตั้งแต่แรกเห็น เพราะยูริสั่งเอาไว้ให้ทำอย่างนั้น

ทุกอย่างเรียกได้ว่าแทบจะเป็นไปตามแผนของยูริ แรกเริ่มเดิมที ถ้าคุโระไม่ไปเจอเอวาที่เป็นเด็กสาวที่หื่นกระหายตัวแม่ เขาคงไม่คิดจะสนใจคนรอบข้างใดๆนอกจากฮินะ และอาจจะเป็นคนที่แย่กว่านี้แล้ว

ยูริวางแผนให้เขาไปเจอกับเอวา แล้วสร้างปัญหาให้เขาคิดถึงคนรอบข้าง หรือจะเรียกว่าแผนการฮาเร็มของคุโรมิเนะ คุโระ ที่สร้างโดยยูริ ดิ ลันดอนก็ได้

ดังนั้นจึงเป็นเหตุผล ว่าทำไมฮารุจึงเอากำไลนี้ยื่นให้อามาเมะ แต่อามาเมะไม่รู้ว่ามันคืออะไรจึงได้เอียงหัวสงสัยอยู่อย่างนั้น

"มันคืออุปกรณ์เวทมนตร์น่ะ เอาไปเถอะน่า แล้วคิดถึงอาวุธของเธอที่เธออยากได้"

"...เหมือนจะรู้จักแฮะ ขอบคุณนะ!"

อามาเมะยิ้มร่าแล้วหยิบมันมาสวมใส่ในทันที จากที่ฮารุบอกคือคิดถึงสิ่งที่ต้องการ และระบุอีกด้วยว่าเป็นอาวุธของเธอ ที่เธอต้องการ

อามาเมะไม่ค่อยรู้จักอุปกรณ์เวทมนตร์มากมาย เพียงแต่เธอเองก็เข้าใจว่าตนเองมีปัญหาเรื่องอะไร จึงค้นคว้าจนไปเจอสิ่งหนึ่งที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหานี้ และกำไลนี่ก็เป็นสิ่งที่เธอต้องการ เพียงแต่คงลืมไปแล้ว เพราะเรื่องนี้ก็นานมามากโขพอดู

อามาเมะที่สวมกำไลแล้วก็ลองนึกถึงสิ่งที่ตนอย่างได้ อาวุธประจำหนึ่งในอาวุธที่เธอชอบที่สุดคงไม่พ้นดาบใหญ่ที่มีขนาดของความยาวสั้นกว่าดาบของคุโระสามสิบเซ็นติเมตร แต่มีความกว้างมากกว่าให้สมกับเป็นดาบสองคม

แต่อามาเมะไม่ได้พึงพอใจแค่ดาบเล่มเดียว เธอนึกถึงดาบยาวคมเดียวอีกเล่มหนึ่ง ที่มีความยาวสั้นกว่าเล่มแรกและก็สมกับเป็นดาบยาว ที่ไม่ได้มีความกว้างอะไรเลยจึงมีความแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว

ในส่วนของความคมนั้นมีมากกว่า ทว่าน้ำหนักก็ย่อมเบาเช่นกัน หากไม่ใช่อามาเมะแต่เป็นอัลซุก็คงจะใช้งานให้มีประสิทธิภาพสูงไม่ได้ เพราะอัลซุนั้นไม่ถนัดที่จะต้องถืออาวุธที่มีน้ำหนักแตกต่างกันในมือทั้งสองข้าง

เมื่อนึกถึงสิ่งที่ต้องการ สิ่งนั้ันก็ปรากฏขึ้นในมือของอามาเมะในทันที

อามาเมะยิ้มด้วยความดีใจ ก่อนที่จะกระโจนเข้าหาศัตรูที่ล้อมรอบมุซาชิ เพราะตอนนี้มุซาชิเริ่มที่จะต้านกลุ่มศัตรูเอาไว้ไม่ไหวจนเริ่มที่จะอยู่ห่างจากหกคนที่เหลือ

แม้ว่าอยากช่วยแค่ไหนแต่มันก็ขอบเขตความช่วยเหลืออยู่เช่นกัน พูรินั้นร่ายเวทมนตร์เสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวมุซาชิ และคอยรักษาบาดแผลให้เธอเป็นเวลา สลับกับไรน์ฮาร์ทและบาลุค

ยูริเห็นว่ามุซาชิเริ่มไม่เป็นไร และเธอก็คำนวนว่าจะเกิดอะไรขึ้น จึงยังคงตั้งสมาธิกับตรงหน้าได้อยู่พอสมควร

ในด้านของแอสโมดิอุสและแอนโดรเมด้านั้น พวกเธอทั้งคู่พยายามทะลวงเข้าหามุซาชิแต่ก็ไม่สำเร็จ

"นี่เจ้าเตรียมกองทัพจำนวนเท่าใดกันเนี่ย?"

"หลักๆก็ประมาณสามแสนถึงสี่แสนตัวสำหรับศัตว์อสูรธรรมดา สัตว์อสูรพิเศษอีกราวๆสองหมื่นตัว และอมนุษย์อีกสองแสนนาย"

"เยอะไปว้อย!"

"ในส่วนของอมนุษย์ข้าไม่ได้จัดเตรียม แต่เป็นอูรานอสต่างหาก เท่าที่ดู อูรานอสคงใช้เวทมนตร์ในการคืนชีพเหล่าผู้ที่ตายไปแล้วให้เป็นอันเดดมาโจมตี และอมนุษย์หลายๆตนที่เข้ามาร่วมสงคราม ... หรือให้ข้าพูดว่าทุกตนเป็นตนหัวรุนแรงที่ต้องการจะฆ่ามนุษย์ก็ไม่ผิด"

แอสโมดิอุสเริ่มที่จะแสดงสีหน้าเอือมระอา ปนกับความโกรธในจิตใจของเธอ แอสโมดิอุสเสริมพลังให้กับตนเองแล้วพยายามเข้าใกล้มุซาชิเข้าไปอีก

*ตูม!*

แต่ทุกครั้งย่อมมีการขัดขวางเสมอ และคราวนี้เป็นกลุ่มของอัศวินสีทองที่ขี่ไวเวิร์นสวมเกราะครบสูตรจำนวนหลายสิบคนที่ดิ่งลงมาบนพื้น

"ไอ้ปีศาจ คราวนี้จะเป็นคราวตายของพวกเจ้า!"

"หนวกหูเสียจริง หากพวกเจ้าอยากตายก็เชิญเข้ามาได้เลย"

เมื่อพูดจบ เปลวเพลิงก็ลุกท่วมแอสโมดิอุสในทันที ก่อนที่เธอจะอยู่ในสภาพซัคคิวบัสที่สวมชุดเกราะเบาสีแดงจนปกปิดร่างกายแทบจะมิดชิด เป็นชุดที่ไม่สมกับเป็นซัคคิวบัสเอาเสียเลย

"ออกมารับใช้ข้าอีกครั้งเถอะ เลวาทีน!"

เบื้องหน้าของเธอพลันปรากฏดาบยาวสองคมสีแดงเพลิงที่มีความยาวเกินกว่ามาตรฐานออกมา แอสโมดิอุสคว้ามันเอาไว้แล้วชี้ดาบไปที่หน้าของศัตรูผู้ที่ไม่เกรงกลัวปีศาจชั้นสูงอย่างเธอ

"ถ้าเจ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาได้เลย"

"...ท่านพี่ของข้า เมื่อตอนที่ท่านสู้กับข้านั้นไม่ได้ใช้เลวาทีนอยู่หรอกหรือคะ? แล้วรูกลักษณ์นั่นหมายความว่าอย่างไรกันคะ?"

"ที่ข้าใช้สู้กับเจ้าเป็นเพียงดาบธรรมดาสีแดงเท่านั้นแล ข้าจะไปทำร้ายน้องสาวของข้าได้อย่างไรกันล่ะจริงไหม?"

รอยยิ้มของแอสโมดิอุสทำให้แอนโดรเมด้าหน้าแดงขึ้น และก็จริงที่เธอไม่ได้ทำร้ายแอนโดรเมด้าเลยแม้แต่น้อย นั่นก็เพราะทุกการโจมตีที่แอนโดรเมด้าได้รับนั้นมักจะมาจากคนอื่นๆเสมอ

"แลกนี่คือพลังทั้งหมดของข้า ข้าจะแข็งแกร่งขึ้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความเสถียรของพลังนี้!"

ดาบของแอสโมดิอุสเข้าปะทะกับดาบของศัตรูในทันที เปลวเพลิงของเธอแผดเผาพวกนั้นอย่างรุนแรงจนศัตรูจำเป็นที่จะต้องทิ้งระยะห่างจากเธอออกไป

ทางด้านอามาเมะนั้น ทันทีที่กระโดดออกไปก็อาศัยจังหวะการหมุนของเธอเข้าควบเพกาซัส ก่อนที่จะบังคับม้าสวรรค์เพื่อสังหารสัตว์อสูรของศัตรูอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่มาถึงจุดที่ต้องการ เธอก็กระโดดลงจากหลังม้าสวรรค์ แล้วขว้างดาบยักษ์ลงกลางวงล้อมศัตรู

*ตูม!*

แรงกระแทกจากดาบนั่นทำให้ศัตรูถอยไปได้หลายก้าว อามาเมะที่กระโดดลงมาก็จัดการโจมตีศัตรูที่อยู่ด้านล่างอย่างรวดเร็ว แล้มตีลังกาลงพื้นได้อย่างนุ่มนวล

คุโระที่กำลังจัดการศัตรูจำนวนมหาศาลอยู่นั้น ได้หมุนตัวสะบั้นดาบเป็นวงกว้าง และขว้างมันออกไปทางอามาเมะ

ดาบของคุโระนั้นพุ่งเข้าที่ใบหน้าของศัตรูที่อยู่ใกล้ อามาเมะใช้มือข้างที่ว่างคว้าด้ามจับของดาบแล้วดึงมันออกมา ก่อนที่จะหันกลับไปหาคุโระแล้วขว้างดาบของตนเอาในมือไปให้เขา

แน่นอนว่าคุดระเองก็รับไว้ได้อย่างง่ายดาย ดาบของคุโระนั้นมีความยาวและน้ำหนักที่มากเกินไปสำหรับตัวเขา ดาบของอามาเมะก็ค่อนข้างจะพอดีมือจึงตัดสินใจที่จะแลกเปลี่ยนกัน อีกอย่าง อามาเมะเองก็ชอบดาบของคุโระพอสมควรอยู่แล้วด้วย

เนื่องด้วยดาบที่สั้นลงและถนัดมือ คุโระก็ใช้ความเร็วได้อย่างเต็มที่

ร่างของคุโระที่วิ่งฝ่าศัตรูนั้น หากไม่ได้มองดีๆคงไม่สามารถมองเห็นได้ชัดอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีการกวัดแกว่งดาบอย่างรวดเร็วและรุนแรงจนสังหารไปได้หลายชีวิตที่อยู่ตรงหน้า

ทางด้านของอามาเมะนั้นก็จับดาบด้วยทั้งสองมือ โดยที่พาดดาบไว้ที่บ่าของเธอก่อนที่จะตะโกนให้มุซาชิได้ยิน

"หมอบลง!"

อามาเมะใช้เวทมนตร์เล็กน้อยใส่ดาบของคุโระ มิยุที่มองเห็นสิ่งนั้นก็ได้เสริมความรุนแรงของพลังเวทย์เข้าไปจากทางระยะไกล

อามาเมะหมุนตัววาดดาบออกเป็นวงกว้าง สายลมที่ถูกวาดโดยดาบนั้นกระจายกว้างออกเพื่อสังหารศัตรูโดยรอบอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะคว้าตัวมุซาชิก่อนที่จะวิ่งเข้าหากลุ่มของมิยุ

มิยุสร้างข่ายเวทมนตร์ป้องกันเอาไว้ ก่อนที่จะสร้างเสาเวทมนตร์ขึ้นมาท่ามกลางกลุ่มของศัตรู โดยที่เสานั่นเปรียบเสมือนตัวล่อให้ศัตรูบุกเข้าหา

ถึงแม้จะหลอกได้เพียงแค่สัตว์อสูรที่ไร้สติปัญญา แต่มันไม่ได้มีแค่นั้น เพราะมิยุนั้นถ่ายพลังเวทย์เข้าไปในเสาแต่ละต้น ซึ่งมีจำนวนทั้งหมดเพียงหกต้น ก่อนที่จะใช้เสาเหล่านั้นเป็นป้อมปราการในการโจมตีศัตรูจากทุกทิศทาง

เพราะเสาต้นนั้นจึงทำให้ศัตรูที่เข้ามาล้อมกลุ่มของมิยุนั้นลดลง ยูยะจึงทำการต่อสู้กับศัตรูบนฟ้าได้โดยที่ไม่ต้องห่วงคนด้านล่าง

แม้เธอจะบินไม่ได้ แต่ด้วยพลังของการกระโดดและการสร้างข่ายพลังงานเวทมนตร์ไว้ที่ใต้เท้า มันก็ทำให้เธอสามารถเคลื่อนไหวบนท้องฟ้าได้อย่างมีข้อจำกัด

เธอร่วมมือกับฮานิบาลที่สามารถบินได้อย่างอิสระในการโจมตีเหล่าทหารเกราะหนักที่อยู่ตรงหน้า เธอโจมตีออกไปโดยที่มีฮานิบาลคอยระวังหลังให้อย่างดีเยี่ยม

แม้มังกรชั้นสูงอย่างฮานิบาลจะไม่ค่อยชอบ แต่เธอก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าแผนนี้ไม่มีช่องโหว่ ตราบใดที่ทั้งคู่ยังคงอยู่ด้วยกันล่ะก็ใช่

อัลซุเข้าไปหาอามาเมะเพื่อรวมกลุ่มกับพวกเธอ โดยที่ละความสนใจไปจากแอสโมดิอุสและแอนโดรเมด้าที่กำลังต่อสู้กับกลุ่มที่แยกตัวมาจากทัพสวรรค์อยู่

เพราะอีกฝ่ายทิ้งห่างทางนี้จึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องโจมตีระยะไกล แม้แอสโมดิอุสจะมีการโจมตีระยะไกล แต่เธอกลับปล่อยให้แอนโดรเมด้าเป็นคนโจมตีเสียแทน

ด้วยการละการร่ายเวทมนตร์ กระสุนน้ำจำนวนมหาศาลถูกสร้างขึ้นด้วยเวทมนตร์ของแอนโดรเมด้า กระสุนเหล่านั้นเข้าโจมตีใส่ศัตรูด้วยความแม่นยำและรวดเร็ว

แอสโมดิอุสเข้าประชิดศัตรู แล้วใช้ดาบของตนโจมตีเข้าใส่ด้วยท่าทางที่เลียนแบบมาจากคุโระและฮินะรวมกัน เรียกได้ว่าเธอนั้นมีความคิดที่ค่อนข้างจะไวกว่าคนอื่น หากแต่นั่นยังไม่ใช่สิ่งที่ดีที่สุดที่เธอทำได้

แอสโมดิอุสคิดที่จะโจมตีอีกครั้งใส่ชายที่เข้ามาขวางในตอนแรก แต่พริบตาเดียว เขาก็ถูกโจมตีจากทางด้านหลังอย่างรวดเร็ว

คานะโผล่ออกมาจากจุดบอด แล้วโจมตีเข้าอย่างอย่างปราณีที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้ ร่างของชายคนนั้นตกลงจากมังกรสีขาวแล้วร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น

เธอไม่ได้ฆ่าเขา แต่ถ้าต้องการจะทำเธอก็สามารถทำได้เหมือนกัน เพียงแต่คงมีอะไรบางอย่างมาหยุดเธอไม่ให้ทำแบบนั้น

ต่างจากคุโระที่เมื่ออีกฝ่ายเข้ามาโจมตีหวังปลิดชีพเขา คุโระก็สะบัดดาบในมือ ตัดไปที่คอของอีกฝ่ายจนขาดกระเด็น ร่างที่ไร้วิญญาณก็เสียสมดุลแล้วตกลงจากบนหลังของไวเวิร์นทันที

เช่นเดียวกับไกอาในร่างของฮินะ ที่สังหารไปหลายชีวิตโดยที่ไม่สนใจใยดีสิ่งใด ไกอาส่งสัญญาณให้ธีอาและฟีบีได้รับรู้ ก่อนที่จะทำการโจมตีเข้าใส่กลุ่มใหญ่ของทัพสวรรค์ที่อยู่บนฟ้า โดยที่มีเวทมนตร์ของฟีบีหนุนหลังอยู่

ธีอาใช้ความเร็วของเธอ อาศัยจังหวะที่ทหารที่ขี่หลังไว้เวิร์นเข้ามาใกล้ ก่อนที่จะจัดการคนขี่แล้วยึดไวเวิร์นตัวนั้นมาเป็นของตัวเอง พร้อมกับบินไปสมทบกับไกอาอย่างรวดเร็ว

ท่ามกลางความวุ่นวายนี้ สองสิ่งที่เป็นมหาอำนาจบนโลกใบนี้ก็ได้เคลื่อนไหวอีกครั้ง ท้องฟ้าเปลี่ยนสีจนมืดมิดพร้อมกับเสียงของสายฟ้าที่มีมาเป็นจังหวะอย่างต่อเนื่อง

*ก๊าซซซซซซซซซซ*

เสียงคำรามที่น่าหวาดผวายิ่งกว่ามังกรได้ดังขึ้นจากบนฟากฟ้า ทันใดนั้นก็มีบางสิ่งโผล่พ้นเมฆลงมายังโลกมนุษย์

ลำตัวยาวจนไม่สามารถวัดได้ด้วยตาเปล่าอย่างแม่นยำ ร่างกายที่ใหญ่โตมโหฬาร หัวของมันมีปากอยู่สองปาก ปากที่มีขนาดใหญ่ที่ส่งเสียงคำรามและปากขนาดเล็กที่อยู่เหนือดวงตาสีแดงเพลิงของมันที่กำลังปิดอยู่ มันมีเขาอยู่สามคู่ขนาดใหญ่เรียงไปจนถึงขนาดเล็กที่สุด เป็นมังกรลำตัวยาวที่ยาวที่สุดเท่าที่มนุษย์จะเคยเห็น

มังกรตัวนั้นมีสีน้ำเงินเข้ม มังกรตัวนั้นเคลื่อนไหวราวกับคลื่นวนอยู่บนฟากฟ้า โดยที่จุดศูนย์กลางของมันนั้น ก็มีชายคนหนึ่งค่อยๆโผล่ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจน

ผมสีขาวนนวลลากยาวไปถึงกลางหลัง ชุดที่สวมใหญ่คือเกราะสีเงินที่ดูสูงศักดิ์ ดวงตาที่แหลมคมที่สามารถสังหารได้ทุกชีวิตนั้นไม่ได้มองไปที่ผู้ใด จากปีกสามคู่บนหลังของเขาที่มีสีขาวส่องแสงสีทองประกายนั้น บ่งบอกให้รู้ได้ว่าต้องไม่ธรรมดา

และทุกคนที่รู้จักเขาก็ตกตะลึงกับการปรากฏตัวของชายคนนี้ โดยที่ยูริที่คาดการณ์ไว้ว่ายังไงเขาก็จะยังไม่ลงมาบนโลกก็เป็นคนที่ตกใจมากที่สุดกับสิ่งที่เธอเห็น

*วี๊ดดดดดดดดดด*

เสียงร้องที่แหลมแสบแก้วหูดังขึ้นหลังจากการปรากฏตัวของชายผู้เป็นใหญ่ในฟากฟ้า เสียงนั่นมาพร้อมกับร่างอันมหึมา แม้จะมีความยาวเทียบเท่ากับมังกรสีน้ำเงินไม่ได้ แต่ขนาดของมันกลับใหญ่ยิ่งกว่าเมืองเมืองหนึ่งเลยทีเดียว

มันดูคล้ายกับวาฬที่คุโระหรือฮินะ หรือคนอื่นๆรู้จัก มันมีครีฟที่มีพังผืดขนาดใหญ่อยู่ที่ด้านซ้ายและขวา ด้านลังหก ซึ่งมีขนาดใหญ่ไปหาเล็กเรียงตามลำดับ

หัวของมันนั้นคล้ายกับมังกรที่มีปากยาวเรียวกว่า ร่างของมันเต็มไปด้วยเกราะสีเทาไปทั่วทั้งร่าง ทุกการเคลื่อนไหวของมันนั้นก่อให้เกิดสายฟ้าฟาดอย่างรุนแรงมากพอดู

และบุคคลอีกบุคคลหนึ่งก็ปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าคุโระ โดยที่จ้องมองไปที่เขาด้วยสายตาที่เฉยชา

กลับกัน คุโระเองก็มองไปที่ชายคนนั้นด้วยความเกลียดชัง หากแต่ไม่แสดงท่าทีออกมาให้เห็นเป็นรูปธรรม ที่แขนขวาของคุโระนั้นมีแขนปลอมติดอยู่ซึ่งใครหลายคนก็คงรู้ดีว่าเพราะอะไร

และต้นเหตุของแขนของคุโระนั้นก็อยู่ตรงหน้าของตัวคุโระเอง เขามีสภาพที่ไม่ต่างจากคุดระ โดยที่แขนขวาของเขานั้นเป็นแขนที่ไม่ใช่ของมนุษย์ หรืออมนุษย์แต่อย่างใด มันเป็นแขนที่เกิดขึ้นจากการตัดต่อพัธุกรรม

กรงเล็บของมันนั้นแหลมคมราวกับเป็นกรงเล็บของสิ่งทมีชีวิตที่แข็งแกร่งที่สุด รูปร่างของมือนั้นไม่ได้เป็นอุ้งเท้าของแต่อย่างใด มันยังคงรูปลักษณ์ของสิ่งมีชีวิตประเภทสองขาอย่างอมนุษย์อยู่ดังเดิม

ขนาดของมันใหญ่กว่าแขนของเจ้าตัว มันมีเกล็ดที่ยืดหยุ่นปกคลุมทั่วทั้งแขน ในขณะที่แขนนั่นก็ถูกทับซ้อนด้วยเกราะหนาออีกชั้นหนึ่ง

เมื่อเห็นดังนั้นคุโระก็แสยะยิ้ม จนทำให้ชายคนนั้นเริ่มที่จะอารมณ์เสีย

"แขนของเจ้ามันดูทุเรศสมกับเป็นสิ่งมีชิตชั้นต่ำเสียจริง"

"แขนของแกดูไม่ได้เลย ให้แนะนำหมอให้ดูแลให้ดีไหม?"

เมื่อพูดจบ ทั้งสองก็เข้าปะทะกันอย่างรุนแรง

*เปรี้ยง!*

หมัดขวาของคุโระที่ห่อหุ้มด้วยความมืดและสายฟ้าสีดำทมิฬก็ได้ปะทะเข้ากับแขนที่มีเกราะหนาห่อหุ้มเกล็ดที่เหนียวและยืดหยุ่นนั่นอยู่ มันรุนแรงจนคนรอบข้างได้รับผลกระทบไปด้วย

ด้วยความสามารถของสองคนนี้ และความกดดันจากสองสัตว์อสูรในตำนานและหนึ่งเทพผู้อยู่ ณ จุดสูงสุดของโลกก็ทำให้หลายๆชีวิตตัวแข็งเกร็งจนไม่มีแรงจะขยับร่างกาย

มีเพียงแค่ไม่กี่ชีวิตเท่านั้นที่ยังคงยืนหยัด หนึ่งในนั้นคือฮานิบาลที่จ้องมองไปที่เทพสูงสุดด้วยสายตาที่เฉยชา

เมื่อสังเกตเห็นดวงตาคู่นี้ เทพสูงสุดจึงจ้องมองกลับ ซึ่งภายหลังฮานิบาลก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

"เฮ้อ ... ยามที่ข้าถูกผนึกอยู่นี้ทำให้มีอะไรสักอย่างที่ไม่สมประกอบขึ้นปกครองโลกไปแล้วหรืออย่างไรกัน?"

พริบตานั้น ร่างของเทพสูงสุดก็ลงมายังเบื้องล่าง แล้วพยายามคว้าตัวของฮานิบาลเอาไว้ ซึ่งมันไร้ผล

ด้วยน้ำยาฟื้นฟูที่เธอเห็นตอนที่ฮินะส่งมอบมันให้กับคุโระ เธอจึงเข้าไปขอมา และได้ฟื้นฟูมานาของเธอจนเกือบเต็มถัง พลังของเธอในตอนนี้ แม้แต่เทพสูงสุดตรงหน้าก็เป็นคู่ต่อสู้ที่ไม่อาจวัดความสามารถกันได้อย่างชัดเจนได้ในการโจมตีแค่ครั้งเดียว

แม้ว่าฮานิบาลจะหลบได้อย่างดีเยี่ยม แต่ว่าฮินะกลับมาขวางไม่ให้เกิดเรื่องที่ยุ่งยากเกิดขึ้น

ถ้าสังเกตดีๆ ฮินะที่เป็นเจ้าของร่างนั้นใช้เวลาไม่นานจากการลงจากฟากฟ้าแล้วมาอยู่ระหว่างกลางระหว่างเทพสูงสุดและมังกรในตำนาน ความสามารถของเธอในตอนนี้ แม้จะยังดูด้อยกว่าเทพสูงสุด แต่มันก็มากเกินพอสำหรับร่างของมนุษย์เสียแล้ว

อีกหนึ่งประการ ฮินะนั้นยังไม่ได้ใส่แรงอย่างเต็มที่ในการโจมตีเลยแม้แต่น้อย แต่ด้วยการเคลื่อนไหว เธอจึงต่อสู้ได้ราวกับเล่นกับเด็กอมมือ นี่คงเป็นครั้งแรกที่เธออาจจะได้ใช้ความสามารถของเธอและไกอาได้อย่างเต็มที่

แต่ก็มีบางสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แต่เดิมฮินะเป็นคนที่ถูกอัญเชิญมาโดยเป็นคำสั่งจากเทพสูงสุดอยู่แล้ว แน่นอนว่าเทพสูงสุดก็หลงไหลในตัวเธอเช่นกัน

และนี่คงเป็นบางสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนนชีวิตสำหรับคนทั่วไป ที่จะได้เห็นเทพสูงสุดคุกเข่าแล้วยื่นมือเข้าหาสตรีคนหนึ่งที่กำลังยืนตกใจอยู่

"ผู้กล้าแห่งข้าเอ๋ย ร่วมมือกับข้าเถิด เราจักได้ล้างบางโลกใบนี้แล้วสร้างมันขึ้นมาใหม่ เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกชั่วช้าออกไปให้หมด เจ้าเป็นผู้ที่ได้รับพรมาจากข้า ดังนั้นเจ้าควรมาอยู่กับข้าเป็นการดีที่สุด"

"ไม่เอาอ่ะ ถ้าพรของเราถูกประทานมาจากนาย ก็เอามันคืนไปเหอะ เราจะเดินไปตามทางของเรา ไม่ต้องมายุ่งเลย"

หากเป็นคนปรกตินี่คงเสียหน้าน่าดู และอาจจะมีอาการใจสลายเบาๆ เพราะมันฟังดูคล้ายกับคำพูดขอแต่งงานก็มิปาน ซึ่งความจริงแล้วเขาก็คิดเอาไว้แล้วว่าผลจะเป็นอย่างไร

เทพสูงสุดชี้นิ้ววิเศษไปที่ฮินะ ก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยคำขอโทษที่ไม่รู้ว่าจะพูดขึ้นทำไมในขณะนี้

"ข้าขอโทษ แต่เจ้าคงต้องหายไป"

"...หืม? นิ้ววิเศษอย่างที่อเดลบอกไม่มีผิด แต่ ... มันไม่ได้ผลกับเราหรอกนะ"

ด้วยรอยยิ้มที่เริงร่านั่น ทำให้แผนการทุกอย่างของเทพสูงสุดต้องพังลง เมื่อสองปีศาจแห่งขุมอำนาจยังไม่จางหายไป ไม่แม้แต่คนเดียว

ไม่สิ หากกล่าวให้ถูกยิ่งกว่า คือสามปีศาจที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเทพสูงสุด เมื่อคุโระกับอูรานอสแยกห่างออกจากกัน คุโระก็เข้าโจมตีเทพสูงสุดซึ่งคงเป็นคนเดียวในหมู่ศัตรูที่ทำการหลบก่อนที่การโจมตีจะเข้ามาใกล้

"... เราไม่ได้ร่วมมือกันจริงๆจังๆมานานแค่ไหนแล้วนะ!"

"นานมากพอดูเลยล่ะสำหรับชั้น และมันคงจะเป็นการดีถ้าเธอไม่ประมาท"

"คุจังเองนั่นแหละที่ไม่ควรประมาท"

ทั้งสองยืนหันหลังให้แก่กัน โดยที่มีศัตรูยืนอยู่ตรงหน้าของพวกเขา คนละหนึ่งคน

"... ถ้าพวกเจ้าจะไม่ว่าอะไร ความจริงนี่ควรจะเป็นการต่อสู้ของข้านะ"

แต่กลับมีหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วยกับภาพที่เกิดขึ้น ซึ่ง...มันก็จริงอย่างที่เธอว่านั่นแหละ



สุขสันต์ปีใหม่ ขอให้มีแต่ความสุข ไร้ซึ่งความทุกข์ ต้องการอะไรก็ขอให้สมหวัง ... ในส่วนของกาชานี่แล้วแต่เวรแต่กรรมจริงๆนะ

ขอขอบคุณที่ยังคงติดตาม กดถูกใจ กดแชร์ให้กันเสมอมา ที่สำคัญคือการสนับสนุนที่เป็นกำลังใจให้เรา ขอขอบคุณจริงๆนะ

สำหรับปีใหม่นี้ก็ขอฝากตัวด้วย เราก็เปิดเทอมแล้วถ้าหายไปนานก็อย่าตกใจเน่อ! มีกิจกรรมด้วยงานด้วย #ฮา

ไว้เจอกันตอนหน้าจ้า!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว