สวัสดีนักอ่านทุกคนที่เข้ามานะค้า เรื่องนี้เราแต่งไว้คลายเครียดจากเรื่องเก่าเน้อ ออกแนวแฟนตาซีนิดๆ ชอบไม่ชอบเม้นต์บอกได้น้าาา^^

บทที่ 8 : ทัศนศึกษา

ชื่อตอน : บทที่ 8 : ทัศนศึกษา

คำค้น : Bts kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.9k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 16:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 : ทัศนศึกษา
แบบอักษร

​บทที่ 8

​ทัศนศึกษา


"อย่าลืม! มารวมกันที่จุดเดิมตอนบ่ายสามโมง ถ้าใครช้าก็ตกรถไปนะจ๊ะ"

"ค่าาา/ครับ"

"ส่วนใบประกอบการเรียนรู้ ใครทำเสร็จแล้วก็รวบรวมมาส่งที่หัวหน้าห้องกับรองหัวหน้าห้องได้เลยน้า"

นักเรียนม.5 ห้อง C ขานรับอาจารย์สาวประจำชั้นอีกครั้งก่อนแยกย้ายกันไปดูสัตว์ต่างๆ บ้างก็ปั่นจักรยานที่ทางสวนสัตว์ให้เช่า ซึ่งระยะในการเช่าคือไม่เกิน 1 ชั่วโมง แต่แทฮยองขี้เกียจจึงคิดไว้ในใจว่าขอนั่งรถรางดีกว่า ปลอดภัยและสะดวกสบายกว่ากันเยอะ

"อ้าว ชิม ไม่ไปกับเพื่อนเหรอ?"

แทฮยองที่กำลังเวียนวนตรงจุดบริการรถรางกับจองกุกอยู่ จีมินที่เดินมาจากไหนไม่รู้ก็ร้องแบร่เซอร์ไพรส์เขา

"ไม่อ่ะ อยากไปกับแทแท" ร่างเล็กโอบไหล่บางให้อีกฝ่ายเข้ามาในอ้อมอก ก่อนถูจมูกกับพวงแก้มนุ่มฟุ้นอย่างอ้อนๆโดยไม่แคร์สายตาผู้คนแถวนั้นเลย จองกุกที่ยืนมองอยู่ก็เหมือนกลายเป็นอากาศธาตุไปเสียแล้ว

"ชิมชิมอ่า! นี่มันที่สาธารณะนะ อายคนอื่นเขาบ้างซี่~"

จีมินยอมผละออกเพราะแทฮยองเริ่มผลักเบาๆ "แล้วจะไปดูอะไรกันดี? ไปดูเสือกันป่ะ!? ชิมอยากดูเสืออ่ะ!"

"งั้นนั่งรถรางไปดูดีไหม แทว่าจะขึ้นอยู่พอดี" แทฮยองบุ้ยปากไปทางผู้คนที่กำลังทยอยขึ้นรถรางอยู่ไม่ไกลนัก แต่จีมินเบ้ปากไม่เห็นด้วย

"ถ้าขึ้นรถรางก็ได้ดูแค่แป๊บเดียวสิ เราไปเช่าจักรยานมาปั่นดีกว่า ป่ะ!"

"ไม่อาววว แทไม่อยากปั่นนน!"

จองกุกยกมือปิดปากซ่อนรอยยิ้ม พลางดูจีมินฉุดกระชากลากถูแขนบาง แต่แทฮยองก็ใช่ว่าจะยอมแพ้ ถึงกับลงไปนั่งยองเอาเท้าจิกพื้นจนจีมินลากไม่ออก ถ้าไม่บอกว่าเป็นคนก็นึกว่ากำลังลากกระสอบข้าว

ร่างเล็กยอมปล่อยมือออกมาหอบแฮ่ก พยักเพยิดหน้าให้จองกุกรับช่วงต่อ

"จองกุก จัดการ"

เจ้าของชื่อร้องหึในลำคอก่อนเข้าไปช้อนร่างบางที่นั่งเป็นก้อนกลมไว้ในอ้อมแขน แทฮยองพอลอยตัวจากพื้นก็โวยวายโหวกเหวก ดิ้นขลุกขลักสุดกำลัง

"ปล่อยฉันนะจองกุก! ไอ้เพื่อนทรยศ! บอกให้ปล่อยยยย"


​Taehyung's Part

​​เฮ้อ! สุดท้ายก็ต้องมาเช่าจักรยานปั่นสิน่า อ้อ หวัดดีฮะ ผมชื่อแทฮยอง จะเรียกว่าแทเฉยๆก็ได้ผมไม่ถือสาหรอก ตอนนี้ผมกำลังต่อคิวซื้อบัตรเช่าจักรยานอยู่กับสองสิ่งมีชีวิต ตัวแรกเป็นหมู ตัวที่สองเป็นกระต่าย ไอ้สองตัวนั้นกำลังเต้นท่าปลาไหลอยู่ข้างหลังผม ไม่มีคำว่าอายอยู่ในสมองพวกมันหรอกฮะ อย่าไปใส่ใจเลย มาฟังเรื่องของคนสวย(?)อย่างผมดีกว่า

โอเคๆ อันนี้เข้าเรื่องละ ก็รู้กันอยู่นะฮะว่าผมโดนข่มขืน และคนที่ข่มขืนผมก็ไม่ใช่คนธรรมดาซะด้วย จะว่าไงดีล่ะ งูตัวนั้นแปลงร่างเป็นคนได้ อะไรมันจะเหนือธรรมชาติขนาดนั้น แต่ก็อย่างว่าแหละเจ้าตัวนั้นไม่ใช่คน อาจจะผี? เป็นสัตว์ประหลาด? หรือว่าเป็นปีศาจ 

ยังไงก็ตามผมต้องหาคนมาช่วยผมให้ได้ นั่นคือคุณพ่อฟรองซัว และผมคิดว่าจะหากล้องสักตัวมาแอบถ่ายไว้เพื่อส่งเป็นหลักฐานให้คุณพ่อ ถึงจะน่าอายที่ต้องมาเปลื้องผ้าเปลื้องผ่อน ทำเรื่องอย่างว่าให้คุณพ่อดู แต่ผมคิดถี่ถ้วนดีแล้ว และคิดว่ามันคุ้มที่ได้แลกชีวิตอันสงบสุขกลับคืนมา


​เสร็จฉันแน่ไอ้งูผี หึๆๆ

"แทฮยองอ่า! ขึ้นจักรยานสักที ก้นหนักจนยกไม่ขึ้นรึไง?"

สงสัยผมจะคิดเรื่องตัวเองเพลินไปหน่อย จึงโดนจองกุกหันมากระแนะกระแหนใส่ ผมก็ได้แต่ย้ายก้นตัวเองให้ขึ้นมานั่งบนเบาะ และความรู้สึกที่ได้รับคือเจ็บจี๊ดดด! โธ่ ก้นที่แสนน่ารักของผม เพราะแบบนี้ไงผมถึงไม่อยากปั่นจักรยาน มันทำให้ช่องทางด้านหลังของผมฉีก ฮือ... เจ็บอ่ะ

ความจริงผมจะด่าหรือพูดหยาบใส่จองกุกก็ได้นะ และผมก็ไม่ได้นิสัยน่ารักขนาดนั้นด้วย ผมจะสารภาพให้พวกคุณฟังก็ได้ ผมไม่เคยพูดกู-มึงใส่ใครเลย ก็คิดไว้ว่าจะพูดใส่เฉพาะคนที่สนิทสนมด้วยเท่านั้น แต่ตอนที่ผมยังเป็นเพื่อนกับจีมินเขาก็ไม่เคยพูดกู-มึงใส่ผม ส่วนจองกุกผมก็คิดว่าถ้าเขาพูดผมก็จะพูด แต่สุดท้ายเขาไม่พูดผมจึงไม่พูดใส่ พี่โฮซอกเองก็อยู่ในกรณีเดียวกันกับจองกุก จึงกลายเป็นว่าชีวิตนี้ผมไม่เคยมีโอกาสได้ใช้คำเหล่านั้นเลย และมันก็ทำให้ผมกระดากปากที่จะพูดไปโดยปริยาย หรือพูดง่ายๆก็คือไม่ชินนั่นเอง

เชื่อไหมว่าคำที่หยาบที่สุดเท่าที่ผมเคยพูดในชีวิตคือคำว่า ไอ้สารเลว คนที่ผมใช้ด้วยก็ไม่ใช่ใคร คือไอ้พวกนักเรียนเกเรที่ชอบแกล้งผมนั่นแหละฮะ

"เป็นไร ทำหน้ายังกับปวดขี้" จองกุกถามขณะปั่นจักรยานขนาบข้างผม ส่วนจีมินผู้กระตือรือร้นที่จะดูเสือก็ปั่นลิ่วไปไกลแล้วครับ

"เจ็บก้น" ผมพูดเสียงอ่อยเพราะมันเจ็บจนไม่อยากพูด

"ให้ดูให้มะ"

"บ้า!" ด่าได้แค่นี้แหละฮะ โคตรกุลสุภาพบุรุษเลยแทฮยองเอ๊ย เฮ้อ...




"ว้าว แทแทดูสิๆ เสือตัวโคตรใหญ่เลยอ่ะ"

"จริงด้วย" ผมพยักหน้าเอออวย สายตาเพ่งมองเสือโคร่งเบงกอลตัวสีส้มที่อยู่ในกรงกระจก เสียงแฟลชกล้องและเสียงเกรียวกราวของนักท่องเที่ยวดังทั่วบริเวณ 

ผมเดินไปหาจองกุกที่กำลังจดข้อมูลของเสือพันธุ์นี้ลงในใบความรู้ที่อาจารย์ให้มา เห็นจองกุกขยันผมก็อยากขยันบ้าง จึงหยิบใบความรู้และปากกาของตัวเองขึ้นมาจดย่อๆ ก็ได้รู้ว่าเสือโคร่งเบงกอลมีขนาดใหญ่เป็นอันดันดับ 2 ในบรรดาเสือโคร่งทั้งหมด ซึ่งรองลงมาจากเสือโคร่งไซบีเรีย เออ ผมก็เพิ่งรู้แฮะ

"ไปดูเสือก่อนนะ" พอจดเสร็จก็ทิ้งผมเลยฮะ จีมินก็เอาแต่ตื่นเต้นกับการได้เห็นผู้ดูแลหย่อนเนื้อให้เสือโคร่งเบงกอล ผมสาบานกับตัวเองในใจว่าถ้าพวกเราออกไปจากที่นี่เมื่อไร ผมจะไม่ให้เจ้าหมูลอกที่ผมจด แหะๆ ล้อเล่นฮะล้อเล่น แหม ผมไม่ใจร้ายกับแฟนตัวเองหรอกน่า

จองกุกเดินไปดูเสือและปะปนไปกับนักท่องเที่ยว กรงนี้มีเสืออยู่สองตัว ตัวหนึ่งกินอาหารจากผู้ดูแลอยู่ ส่วนอีกตัวก็กำลังเดินสะบัดหางให้นักท่องเที่ยวชมและถ่ายรูปเป็นที่ระลึก แต่มันกลับชะงักค้างอยู่ข้างหน้าจองกุก มันเริ่มถอยรนพร้อมแยกเขี้ยวขู่ขวัญ ในวินาทีนั้นเองที่ผมคิดว่ามันกลัวจองกุกอยู่

ตึง!

"กรี๊ด!!!"

และสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ตามมา จู่ๆเสือโคร่งตัวนั้นก็พุ่งเข้ามาเกาะกระจกและคำรามใส่จองกุกอย่างก้าวร้าว ทุกคนบริเวณนั้นต่างถอยออกมา เขี้ยวงองุ้มอันแหลมคมกับดวงตาดุร้ายสีอำพันทำให้เด็กๆเริ่มร้องไห้ นักท่องเที่ยวคนอื่นเองก็ตื่นกลัวไม่น้อย 

อุ้งเท้าใหญ่ที่เต็มไปด้วยกรงเล็บเสียดสีกับกระจกซ้ำไปซ้ำมา มันข่วนใส่และพยายามใช้ปากดันกระจกเหมือนจะขย้ำหัวของเด็กหนุ่มตรงหน้า ไม่อยากคิดสภาพเลยถ้าไม่มีกระจกคอยปกป้องจะเป็นยังไง แต่จองกุกกลับมองมันนิ่งๆ ไม่มีท่าทีหวั่นพรึงแม้แต่น้อย


ผมว่าจองกุกดูน่ากลัวแปลกๆ


"จองกุก ถอยออกมาเถอะ!" จีมินรีบเข้าไปดึงแขนจองกุกซึ่งเจ้าตัวก็เดินตามออกมาอย่างว่าง่าย ทว่าเสือโคร่งเบงกอลอารมณ์ร้ายยังไม่มีวี่แววว่าจะสงบลงเลย นักท่องเที่ยวมองตามจองกุกและถ่ายบันทึกเหตุการณ์ไว้ตั้งแต่ต้นยันจบ ซึ่งแน่นอนว่าพวกเขาต้องเผยแพร่ลงโซเชียลในอีกไม่กี่วินาที

"แปลกจังเลยน้า ลอร่าไม่เคยก้าวร้าวใส่ใครมาก่อนเลย"

"?" ผมหันไปตามเสียงนั้น จึงพบกับคุณลุงคนหนึ่งที่สวมเสื้อโค้ตสีเก่าๆและไว้หนวดยาวเฟิ้มรกเรี้ยว เขาพูดเหมือนรู้จักเสือโคร่งตัวนั้นเป็นอย่างดี ด้วยความสงสัยผมจึงถามออกไป "ลอร่าคือชื่อของเสือตัวนั้นเหรอครับ?"

คุณลุงยิ้มบางให้ผม "ใช่แล้วล่ะ ลุงเป็นคนเลี้ยงตั้งแต่มันยังเล็กๆ และลุงก็ยอมให้ทางสวนสัตว์นำลอร่ามาอยู่ที่นี่ ลุงชอบมาเยี่ยมเยียนมันบ่อยๆเพราะไม่อยากให้มันคิดถึง ลอร่าเองก็เป็นมิตรและขี้เล่นกับเด็กๆ ไม่เคยขู่หรือแสดงท่าทีดุร้ายใส่ใคร"

"แล้วทำไมจู่ๆลอร่าถึงเป็นแบบนั้นล่ะครับ?"

คุณลุงถอนใจพร้อมกับส่ายหน้า "ลุงก็ไม่รู้เหมือนกัน มันคงได้กลิ่นอันตรายล่ะมั้ง"


​หมายความว่าไง จองกุกเนี่ยนะอันตราย?

ผมกะพริบตาปริบๆเพราะไม่เข้าใจถึงสิ่งที่คุณลุงพูด แต่ใจผมก็เชื่อคำพูดของคุณลุงถึง 80 เปอร์เซ็นต์หรือมากกว่านั้นไปแล้ว

"ลุงขอตัวก่อนนะพ่อหนุ่มน้อย ลุงต้องไปปลอบลอร่าก่อน ตอนนี้มันกำลังหวาดกลัวและต้องการความปลอดภัย"

ผมมองคุณลุงเดินไปแตะกระจกอยู่ตรงหน้าเสือโคร่งตัวเมียที่ชื่อ ลอร่า เขาส่งเสียงชู่วและเอ่ยถ้อยคำปลอบประโลมจนแม่เสือตัวนั้นยอมสงบลง เป็นอะไรที่น่าเหลือเชื่อและน่าอัศจรรย์ใจ ความสัมพันธ์ของพวกเขาดูแน่นแฟ้นและน่ารักมากๆ แต่ใจของผมยังติดค้างเรื่องจองกุกอยู่


​นี่มัน... เกิดอะไรขึ้นกันแน่



"กวางน่ารักจังเลย ไปถ่ายรูปกับมันกันเถอะ!" ผมใช้เท้ายันพื้นเพื่อทรงตัวบนจักรยาน มือก็ชี้ไปทางกวางตัวเมียสีน้ำตาลมีจุดสีขาวแต้มบนหลังกำลังเล็มหญ้าอ่อนข้างทาง ทำให้จีมินกับจองกุกต้องหยุดอยู่ข้างๆและมองไปยังกวางตัวน้อยนั้น

"อื้อ เอาสิ ชิมก็อยากถ่ายเหมือนกัน"

"ฉันยังไงก็ได้ แล้วแต่พวกนาย" ปากบอกพวกนาย แต่ตากลับมองแต่ผม อะไรของจองกุกเนี่ย?

ผมอยากหลีกหนีจากสายตานั้นจึงลงจากจักรยานไปหากวางสาว ค่อยๆเดินย่องเข้าไปเพื่อไม่ให้มันตกใจ แต่ผิดคาด มันกลับยื่นหน้ามาหาและทำจมูกฟุดฟิดเหมือนอยากรู้ว่าผมเป็นใคร เชื่องดีจัง ผมว่านักท่องเที่ยวต้องเข้ามาเล่นกับมันบ่อยๆจนมันไม่กลัวคนแล้วแน่ๆ ว่าแล้วก็เข้าไปลูบหัวลูบหลังมันซะเลย~ หึ้ย หมั่นเขี้ยว! มันเหมือนกวางในการ์ตูนที่ชื่อแบมบี้เลยอ่ะ พูดแล้วก็คิดถึงอยากกลับไปดูอีก

"โอ๊ะ! มันไม่กลัวคนด้วยแฮะ ยังงี้ก็ถ่ายด้วยง่ายเลยดิ" จีมินเข้ามาลูบหัวและเกาคางมัน แต่พอจองกุกเดินมาใกล้มันกลับถอยหนีไปไกลเลย เป็นอะไรของมันกันนะ?

"โธ่ ไม่ต้องกลัวนะเจ้ากวางน้อย มาหาแทมา" ผมเดินเข้าไปลูบหัวลูบคอปลอบให้มันเลิกตื่นตระหนก ตาสีดำขลับที่ว่าโตแล้วยิ่งโตเข้าไปใหญ่ ผมเห็นแล้วก็อยากทะนุถนอมเอ็นดูทันที

"นายนี่มันเป็นตัวขัดความสุขจริงๆเลยน้าจองกุก" จีมินเท้าสะเอว ส่ายหน้าอย่างเบื่อหน่าย "นายไปถ่ายรูปให้พวกฉันไป ไม่ต้องเข้ามาหรอก เดี๋ยวกวางมันก็วิ่งเตลิดไปไกลอีก" ถึงคำพูดนั้นจะดูโหดร้ายแต่ผมเห็นด้วยกับจีมินนะ เพราะเมื่อกี้ตอนที่เราไปให้อาหารยีราฟมา พอจองกุกยื่นผักไปมันก็วิ่งโกยอ้าวไม่กลับมาหาพวกผมอีกเลย จึงอดถ่ายรูปตอนนั้นไป

จองกุกยักไหล่เหมือนตอบว่า ก็ได้ ก่อนใช้โทรศัพท์ของจีมินและของผมถ่ายรูปให้ บางทีผมก็สงสารเขานะ แต่ทำยังไงได้ล่ะ พวกผมแค่ไม่อยากให้กวางมันกลัวเท่านั้นเอง ดังนั้นการถ่ายรูปครั้งนี้จึงมีแค่ผมกับจีมิน แต่ไม่มีจองกุก




"ดูสีเกล็ดมันสิ โคตรสวย"

ผมหันไปตามนิ้วชี้ขณะจดข้อมูลของงูในตู้ที่จีมินกำลังเรียกให้ผมดูอยู่ ใช่แล้วฮะ ตอนนี้พวกเรามาถึงกรงงูมีพิษกันแล้ว และจีมินกำลังตื่นเต้นกับงูเขียวหางไหม้ในตู้กระจกราวกับเด็กน้อย แววตาของเขาแข่งเปล่งประกายกับเกล็ดมันวาวสีเขียว 

ถ้าคุณนึกภาพของงูเขียวหางไหม้ไม่ออกล่ะก็ นึกไว้ว่ามันมีลำตัวเล็กสีเขียวจ้าๆ ตาสีเหลืองเหมือนพวกจิ้งจกตุ๊กแก โคนหางทอดลงไปถึงปลายหางมีสีน้ำตาลไหม้ๆเกรียมๆ ถึงจะตัวเล็กแต่มันมีพิษและดุร้ายมาก ยิ่งกว่าเล็กพริกขี้หนูเสียอีก

"จองกุกอ่า ออกมาเถอะ เราจะไปที่อื่นกันต่อแล้ว" ผมเข้าไปเรียกจองกุกขณะที่จีมินออกไปยืนรอข้างนอก แต่ดูเหมือนเสียงของผมจะไม่ทะลุโสตประสาทเจ้าตัวเลย แล้วนั่นมันอะไรกันน่ะ จองกุกคุยกับงูเหรอ?

ผมค่อยๆเดินเข้าไปหาอีกฝ่ายที่กำลังเอามือและหน้าผากแนบกับตู้กระจก งูแมวเซาในตู้ก็ชูคอขึ้นมาแนบกับกระจกตาม ปากของจองกุกพึมพำอะไรสักอย่างพร้อมกับดวงตาที่จ้องมันไม่กะพริบ

"ทำไรน่ะ"

"....." จองกุกหยุดขยับปากแต่กลับไม่ตอบผม เช่นเดียวกับที่เขายังไม่หันมาสนใจ

"สงสารมันเหรอ?"

คราวนี้จองกุกพยักหน้าเบาๆ

"ท่าทางมันจะชอบนายนะ" ผมยิ้มและมองงูแมวเซาที่ทำตัวออดอ้อนใส่จองกุกไม่เลิก

"ไม่ใช่หรอก มันก็แค่ดีใจ"

เอียงคอสงสัยสิฮะงานนี้ "ดีใจ? ดีใจเรื่องอะไร"

ใบหน้าหล่อผุดยิ้มและหันมาหาผมเสี้ยวหนึ่ง ดวงตาของจองกุกทอประกายวาววับ ซึ่งผมมั่นใจว่ามันไม่ใช่เพราะแสงไฟในตู้งูที่สะท้อนออกมาแน่

"มันดีใจที่ได้ราชินีใหม่"

ผมอ้าปากค้างอยู่หลายวินาที "อะ... อะไรนะ ราชินีใหม่เหรอ? นี่นายพูดเรื่องอะไรแล้วรู้ได้ไง" 

ถึงผมจะถามไปหลายชุด แต่จองกุกยังคงไม่ตอบ

"นี่ ไม่ต้องมาหลอกกันให้ยากเลย ฉันไม่ใช่เด็กที่ต้องมาตื่นเต้นหรือเชื่อคำพูดบ้าๆของนายนะ จำไว้"

จองกุกหัวเราะในลำคอแบบไม่มีเสียง ก่อนหันไปมองงูแมวเซาอีกครั้ง และผมไม่รอให้เขาตอบผมแน่เพราะจีมินกำลังคอยอยู่ข้างนอก 

"ป่ะๆ ไปกันเถอะพ่อคนเพี้ยน ถึงเวลาที่นายต้องบอกลาเพื่อนเลื้อยคลานของนายแล้ว"

"หึ โอเค"




"จะไปไหนต่อดี?" พอพวกผมเดินออกมา จีมินก็ยิงคำถามใส่ทันทีเลยฮะ

"อืม... ไม่รู้สิ" ผมหันไปหาจองกุกที่ยืนอยู่ข้างหลัง "นายคิดว่าไงจองกุก อยากไปที่ไหนต่อไหม?"

เจ้าตัวส่ายหน้าช้าๆพลางยู่ปากเหมือนทุกครั้งที่ผมกับจีมินถามคำถามนี้ และเป็นอีกครั้งที่คนออกไอเดียคิดก็คือจีมิน

"งั้นไปดูแมวน้ำกันป่ะ? อีกไม่ถึง 15 นาทีเห็นเขาบอกว่าจะมีการแสดงโชว์แมวน้ำแสนรู้อยู่ไม่ไกลจากที่นี่น่ะ"

"ฟังดูน่าสนนะ นายคิดว่าไง อยากไปป่ะ?" ผมเอาศอกสะกิดจองกุกแล้วเขาก็พยักหน้าให้

"ไปสิ" สีหน้าจองกุกมันบ่งได้ชัดว่าเขามีทางเลือกด้วยเหรอ ผมเห็นแล้วก็อยากขำแฮะ

​Taehyung's Part completed.


ทุกคนลงความเห็นว่าสถานที่ต่อไปที่พวกเขาเล็งไว้คือลานแสดงโชว์แมวน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากถ้ำอสรพิษที่พวกเขายืนอยู่ไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตร แต่ตอนนี้พวกเขาอ่อนล้าและหิวนิดหน่อยจากการตะลอนชมสัตว์เจ็ดชนิดติดๆกัน จีมินผู้หิวโหยและกินจุที่สุดจึงปลีกตัวไปซื้อไอศกรีมจากรถขาย แทฮยองขอตัวไปเข้าห้องน้ำและวานจองกุกฝากซื้อไอศกรีมรสแตงโมแท่งหนึ่ง จองกุกที่อยากเอาใจแทฮยองอยู่แล้วจึงตกลงอย่างไม่มีอิดออด

"แล้วนายอยากได้รสอะไรล่ะจองกุก?" จีมินถามหลังจากก้มหยิบไอศกรีมรสวานิลลาเคลือบช็อกโกแลต และจ่ายเงินกับลุงคนขายเรียบร้อย จองกุกจับคางอย่างครุ่นคิดพลางไล่อ่านชื่อไอศกรีมแต่ละรสบนแผ่นเมนู

"อะไรก็ได้ที่เป็นช็อกโกแลต"

"เอาอันนี้ป่ะ?" ร่างเล็กล้วงหยิบไอศกรีมหางเสือรสช็อกโกแลตให้ และดูเหมือนจองกุกจะพอใจ

"อันนั้นก็ได้"

หลังจากนั้นจีมินก็ไม่สนอะไรอีกแล้ว ความหิวสั่งให้เขารีบแกะซองแล้วยัดไอศกรีมเข้าปาก จนแผ่นช็อกโกแลตแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยและร่วงกราวลงพื้น ส่วนจองกุกก็ควานหาไอศกรีมรสแตงโมที่แทฮยองฝากให้เขาซื้อ

"ว่าไง จองกุก จีมิน" ยุนกิที่เดินมาจากไหนไม่รู้เอ่ยทักพวกเขา ดูท่าทางแล้วคงมีจุดประสงค์มาซื้อไอศกรีมเหมือนกัน ดูได้จากกระเป๋าเงินสีดำใบเรียบที่เจ้าตัวถืออยู่ "มาดูฮิปโปกันเหรอ?"

จีมินส่ายหน้าขณะยังกัดไอศกรีมอยู่ และก็ตอบทั้งที่ยังเคี้ยว "พวกเรามาดูงูต่างหาก"

จองกุกยื่นเงินให้คุณลุงหลังจากหาไอศกรีมรสแตงโมเจอ "มึงจะไปดูไรต่อไอ้ก้า?"

"ไม่รู้ดิ ก็คงต้องถามพวกเพื่อนมันก่อนอ่ะ อารมณ์แปรปรวนจนตอนนี้ยังเลือกกันไม่ได้เลย แล้วมึงกับจีมล่ะ?"

จีมินถลึงตาใส่อย่างโกรธจัด "เดี๋ยวดิ มาเรียกแบบตีซี้ได้ไง"

"เอ้า ทีไอ้กุกยังเรียกได้"

"ก็ยกเว้นแค่นายคนเดียวไงไอ้ผิวเผือก ฉันไม่อยากสนิทกับนาย"

ยุนกิยิ้มพลางสั่นส่ายศีรษะ "แล้วจะให้จ่ายค่าไอติมด้วยป่ะ?" เขาพูดหยอก แต่อีกคนไม่เล่นด้วย

"ไม่ต้อง ฉันจ่ายแล้ว" พูดเสียงห้วนเสร็จก็สะบัดก้นหนีไปยืนอยู่หลังจองกุก จนทั้งคนเห็นและเจ้าของแผ่นหลังต่างยิ้มขำขัน

ทันใดนั้นยุนกิก็หุบยิ้ม ใบหน้าขมึงทึงดูจริงจังจนน่ากลัว "จองกุก ได้กลิ่นอะไรไหม"

จองกุกนิ่งเงียบ คิ้วเข้มเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างนึกวิตก "ได้กลิ่น"

จีมินที่ได้ยินก็เบิกตาโตรีบพูดแทรก "กลิ่นอะไร ฉันเปล่าตดนะเว้ย"

"ไม่ใช่ตดนาย แล้วทำไมนายต้องร้อนตัวด้วย" ยุนกิส่งสายตาจับผิดให้ร่างเล็ก มุมปากก็เหมือนจะคอยยกยิ้มตลอดเวลา 

"ฉันไม่ได้ร้อนตัวไอ้กลูต้า!"

ทว่าจองกุกไม่มีอารมณ์ขำตามสองคนนั้น และสายตาคมปลาบทำให้ยุนกิต้องกลับมาจริงจังอีกครั้ง

"ทำไมพวกนั้นถึงมาที่นี่ กูว่ามันแปลกๆ" ยุนกิเริ่มก่อนเพื่อทำลายความเงียบ

"ไม่รู้ แต่กูว่ามันไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ" จองกุกฝากไอศกรีมทั้งสองไว้กับจีมิน ก่อนรุดหน้าไปที่ไหนสักแห่งตามกลิ่นนั้น

"เฮ้ย! จะไปไหนน่ะจองกุก รอฉันด้วยเซ่!"

ยุนกิเข้ามาขวางจีมินไม่ให้เดินตามจองกุก "ไม่เอาน่าจีม ปล่อยไอ้กุกมันไปเถอะ"

"แล้วนายจะมาขวางฉันทำมะเขือไรเนี่ย ปล่อยนะ!"

"เราไปนั่งกินไอติมกันดีกว่านะ จะได้พักขาด้วยไง" เขาไม่ยอมให้ร่างเล็กบ่นไปมากกว่านี้ จึงจับไหล่นิ่มแล้วบังคับให้เดินไปยังม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไรนัก โดยที่เสียงโวยวายของจีมินยังคงดังตลอดทาง




แทฮยองทำธุระเสร็จก็เดินไปล้างมือ เขาไม่ค่อยพอใจกับห้องน้ำที่นี่เท่าไรเพราะมันไม่ค่อยสะอาด จึงอยากออกจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ความคิดที่ว่าจะล้างหน้าก็ไม่มีอีกแล้ว


แทฮยองปิดก๊อกน้ำ แต่พอหันไปก็เจอเข้ากับดวงตาสีอำพันของสิ่งมีชีวิตหนึ่ง


"ฟ่อ!!"

งูจงอางสีน้ำตาลลายบั้งสีขาว ตัวยาวเฟื้อยถึง 5 เมตรกำลังชูคอแผ่แม่เบี้ยถึงระดับอก ย้ำว่าถึงระดับอก แทฮยองยืนค้างเติ่งไม่มีแรงขยับเขยื้อน เหมือนช็อกไปแล้วสิบครั้งในหนึ่งวิ ถ้ามันชูคอสูงขนาดนี้รับรองว่าทั้งคอและใบหน้าเขาไม่พ้นเขี้ยวของมันแน่ๆ

แต่แทฮยองไม่มีแรงวิ่ง แถมมันอยู่ใกล้เขามากเพียงไม่ถึง 1 เมตร ถึงจะวิ่งหรือถอยยังไงก็ไม่รอดอยู่ดี

"ฟ่อ!"

แทฮยองหลับตาปี๋เตรียมรับชะตากรรม แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อการฉกของมันช้ากว่าที่คิด ใช่แล้ว คอและใบหน้าของเขายังปลอดภัย เพราะแบบนี้เขาจึงค่อยๆลืมตาขึ้นมา

"!?"

แทบไม่อยากเชื่อเลยว่าจะได้เห็นอะไรแบบนี้ในชีวิต งูจงอางสีน้ำตาลกำลังดิ้นพล่านภายในคมเขี้ยวของงูจงอางสีดำที่ตัวใหญ่กว่า อาจจะยาว 8 เมตรหรือมากกว่านั้น เสียงขู่ฟ่อดังระงมทั่วห้องน้ำและโชคดีที่มีแทฮยองอยู่แค่คนเดียว จงอางดำกัดคอของมันและสะบัดไปมาเหมือนจะฉีกกระชากให้คอขาดจากกัน หยาดโลหิตสีแดงข้นกระเซ็นเปรอะพื้นและปากอันใหญ่โตของจงอางยักษ์ ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งไปทั่วบริเวณจนแทฮยองทนไม่ไหว ต้องรีบวิ่งหนีออกจากตรงนั้นไปหาจีมินกับจองกุก


"ท่าน... ปล่อยข้าไปเถอะ!" ​งูจงอางสีน้ำตาลร้องขอชีวิต

​"มึงคิดจะทำร้ายเมียกู สิ่งที่มึงต้องได้รับมีแค่ความตายเท่านั้น ไอ้ชั้นต่ำ!!!"

"ฟ่อ!"

พิษซึมซาบเข้าสู่กระแสเลือดอย่างรวดเร็วเมื่องูสีน้ำตาลดิ้นขัดขืน มันทั้งหมุนตัว ทั้งกัดคืน ทั้งเอาตัวรัดฟัดเหวี่ยงเหมือนอยู่บนเวทีมวยปล้ำ แต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้พญาจงอางสลัดเขี้ยวออก มีแต่จะโดนกัดแรงขึ้นและถูกกดให้จมกับพื้นมากขึ้นจนแผลเหวอะหวะ เห็นเนื้อแดงๆฉ่ำๆที่อยู่ใต้แผ่นเกล็ดสีน้ำตาล 

ผ่านไปไม่นานตัวของมันก็เริ่มเป็นอัมพาต อวัยวะช่วยหายใจหยุดทำงานไปทีละส่วน ความตายค่อยๆคลืบคลานหามันอย่างช้าๆ การตายที่ไม่ได้ตายในแบบทันทีนี้ทำให้มันทุกข์ทรมานสุดแสนจะบรรยาย พิษมรณะกระจายไปทั่วทั้งร่างพร้อมกับหัวใจที่หยุดเต้น สมองขาดอากาศไปหล่อเลี้ยง ชีวิตของงูจงอางน้ำตาลจึงดับลง ณ วินาทีนั้น

"....." เมื่อเห็นว่าร่างของศัตรูแน่นิ่ง จงอางดำจึงค่อยๆขยับขากรรไกรไปที่หัวของอีกฝ่ายเพื่อทำการเขมือบเก็บหลักฐาน แต่แล้วกลับมีเสียงหนึ่งทำให้มันหยุดกลางคัน 

"หิวจนต้องกินพวกของตัวเองเลยเหรอคะ ท่านราชา"

ราชันย์อสรพิษคายหัวที่อยู่ในปากก่อนชูคอแผ่แม่เบี้ย เนตรคมกริบจ้องเขม็งผู้มาใหม่อย่างขุ่นแค้น


"​เป็นฝีมือเจ้าเองสินะ ไอรีน



​To be continued

​______________________________

จะให้หวานชื่นอย่างเดียวไม่ได้ มันก็ต้องมีอุปสรรคมาขัดขวางบ้างสิถึงจะสนุก หึหึ (=w=) ฉันเลือกเธอไอรีน! ทีแรกกะว่าจะเลือกลิซ่าแหละ แต่กลัวโดนแฟนคลับตามกระทืบ อะเฮื้อกก เลยเปลี่ยนใจเลือกไอรีน5555


ความคิดเห็น