facebook-icon

เมื่อรู้ว่าคนรักที่คบกันมาถึงสามปีเป็น 'มาเฟีย' ลีนาจึงเลือกจะหนีจากเขา แต่หนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเสียที...

ชื่อตอน : 01-6 เปิดเผย

คำค้น : หนีรักทวงใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2562 13:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-6 เปิดเผย
แบบอักษร

​เบ็นเป็นมาเฟีย

และเขาก็คบกับมาเฟียคนนั้นมาถึงสามปี...

ผู้ชายคนนั้น ลีนาจบประโยคอย่างไม่รู้ตัวด้วยการพยักหน้า เป็นความจริงที่เรียบเรียงออกมาได้เพียงสองบรรทัด แต่ในระหว่างนั้นกลับมีเรื่องราวมากมาย

เช่นพวกเขาไม่ได้มีความสัมพันธ์ที่เรียบง่ายกันนัก จริงๆ แล้วเมื่อประมาณเดือนก่อน ลีนาเสนอเรื่อง ‘แต่งงาน’ กับอีกฝ่ายไป ประเทศบ้านเกิดของเขาให้ความเท่าเทียมกันในทางกฎหมายของการแต่งงานระหว่างเพศเดียวกัน หากเทียบกับอิตาลีที่ยังคงอนุรักษ์ความเป็นดั้งเดิมไว้อยู่ เพียงแค่เบ็นตกลงแล้วไปจดทะเบียนกันที่นิวยอร์กก็ไม่เลวนัก

ตอนนั้นเขาเห็นการตอบรับไปในทางที่ดีของเบ็น แม้ว่าจะไม่มีกฎหมายที่จะต้องเข้ามาผูกมัด แต่เขาทั้งสองคนก็เชื่อว่าในชีวิตที่เหลืออยู่จะมีกันและกันต่อไปโดยไม่ได้กังวลอะไร เพราะความรักและความเชื่อใจที่มี

ลีนาคิดว่าความผูกพันธ์ที่จะต้องเจอสักครั้งในชีวิตก็คือเบ็น ไม่มีเหตุผลอื่นนอกจากนี้แล้ว เหมือนการไม่มีเหตุผลในการเชื่อพระเจ้า

“...มันต้องไม่ใช่แบบนั้นสิ”

เสียงที่พร่ำบ่นไร้เรี่ยวแรง ความฝันในตอนเช้าของทุกวันล้วนผิดเพี้ยนไปหมดด้วยเหตุผลที่ไม่เคยแม้แต่จะคาดฝัน เขาคิดว่าถ้าจะเป็นแบบนี้ สู้ให้เบ็นนอกใจไปมีคนอื่นจะยังดีกว่าร้อยเท่า แต่ก็ล้มเลิกความคิดนั้นไป เพราะถ้าเกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นจริงๆ ลีนาอาจจะฆ่าทั้งเบ็นและคนรักใหม่ตายไปทั้งคู่เลยก็ได้

เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ทำให้ลีนารู้สึกแย่ที่สุดจนทนไม่ไหวในตอนนี้คือความรู้สึกเหมือนโดนหักหลังต่างหาก มาเฟียงั้นเหรอ ต่อให้เป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาก็ต้องบอกเขาสิ คบกันมาตั้งสามปี เขาไม่อยากจะเชื่อว่าถูกหลอกอย่างแนบเนียนมาตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ลีนาคิดซ้ำๆ ไม่ใช่ความกลัวเรื่องที่อีกคนเป็นมาเฟีย แต่จริงๆ แล้วเขาแค่ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวเองจะโดนหลอกมาตลอดสามปีต่างหาก

ความเชื่อที่มีต่อเบ็นสั่นไหวไปหมด ยิ่งกว่าความโกรธที่มีให้ ความจริงนั้นกลับทำให้ลีนาคลื่นไส้จนรู้สึกอยากจะอาเจียนอยู่บ่อยๆ ถ้าอาเจียนได้น่ะนะ

…ก่อน ก่อนอื่นเลย ก็ทำงานเถอะ เป็นเวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากมื้อเย็นที่เบเนดิก้า แต่ก็ยังคงไร้ซึ่งคำตอบ และเขากำลังทำให้ความกังวลที่มีลดลงอยู่ เรื่องที่โชคดีนั้น ไม่ใช่เขาจะต้องตัดสินใจในหนึ่งสัปดาห์ แต่เป็นเบ็นที่เข้าใจเขาต่างหาก อีกฝ่ายไม่ได้มาหาหรือเร่งลีนาเลย

บางครั้งก็มีส่งข้อความมาบ้าง แน่นอนว่าไม่ได้โทรหรือส่งข้อความเข้ามาจนเหมือนจะเป็นบ้าแบบครั้งที่แล้ว แต่ส่งมาวันละหนึ่งข้อความ อย่างมากก็สามข้อความ เนื้อหาข้อความที่คนเป็นมาเฟียส่งมาก็ทั้งเร่าร้อนและอบอุ่น มันยิ่งทำให้ลีนารู้สึกสับสนมากขึ้นไปอีก

[ผมรู้ว่าคุณกำลังสับสนอยู่ ผมจะรอคุณนะครับ]

[ถ้าไม่เป็นไรแล้วช่วยฟังผมหน่อยนะครับ ลีนา]

[ถ้าคุณสงบลงแล้ว ก็ช่วยติดต่อกลับมาทันทีเลยนะ]

 

* * *

 

[คิดถึง ลูเซ่ (Luce)]

ลีนากดพิมพ์ข้อความแล้วปิดลง ลูเซ่ ชื่อเล่นที่เบ็นเรียก เป็นชื่อเรียกที่เบ็นตั้งให้เมื่อประมาณปีครึ่งที่ผ่านมา เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีวันที่ได้ยินชื่อเรียกที่เขาเคยชินแล้วจะรู้สึกเจ็บปวดแบบนี้

เบ็น เบ็นของผม ผมจะเจอหน้าคุณยังไงดี

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ได้คิดว่าจะเลิกกัน อีกคนคือมาเฟีย คนที่หลอกเขามาตลอดสามปีจะทำอะไรลับหลังเขาบ้าง ก็นึกภาพไม่ออก แล้วก็ไม่อยากจะนึกด้วย ลองคิดดูแล้ว มาเฟียมีอยู่ในประวัติศาสตร์ของซีซิเลียมาอย่างยาวนาน และไม่สามารถจะเลือกหรือล้มเลิกด้วยตัวเองได้

มั่นใจว่าถ้าหากเบ็นบอกว่าจะเลิกเป็นมาเฟียในตอนนี้ เขาจะไม่ถามถึงอดีตของเบ็น แต่ว่าเบ็นจะทำแบบนั้นไหมนะ ถ้าทำแบบนั้นได้ก็คงเลิกเป็นจริงๆ

แต่ว่าเขาจะคบมาเฟียต่อไปเรื่อยๆ ได้ไหมนะ คิดถึงเรื่องนี้มาตลอดสองสามวัน แต่มันก็เป็นบทสรุปที่เกินตัวมากเกินไป สำหรับลีนาถ้าหากยกเว้นหน้าตาเหมือนคุณแม่ไป เขาก็เป็นเพียงแค่ผู้ชายธรรมดาๆ คนนึง คนรักของมาเฟียงั้นเหรอ เรื่องแบบนั้นแม้กระทั่งในนิยายเขายังไม่เคยเห็นเลย

ตอนที่นึกถึงเรื่องที่เป็นไปไม่ได้กผ้รู้สึกถึงความกังวลครั้งแรกขึ้นมาอีกครั้ง จะเลิกกันได้ไหมนะ เขาถามตัวเองตั้งหลายต่อหลายครั้ง ถ้าไม่เจอกันจะอยู่ได้ไหมนะ แต่ก็ตอบไม่ได้ เขา... ไม่ชอบชีวิตที่ต้องห่างกับเบ็น ไม่ใช่ถามว่าทำได้หรือไม่ แต่ไม่ชอบ จะเสียเบ็นไปงั้นเหรอ

ฆ่าผมให้ตายซะยังจะดีกว่า พระเจ้า

แม้จะเป็นเวลาเลิกงานแล้ว แต่ลีนาก็ยังคงจมอยู่ในความคิด ถึงเขาจะทานข้าวและเข้านอนตามเวลาที่กำหนด แต่ตลอดเวลาที่ลืมตาล้วนใช้ไปกับการคิดถึงเรื่องของเบ็น จะทำอย่างไรดี ในตอนนี้แค่จะไม่ยกเลิกเที่ยวบินไปนิวยอร์กก็ยังเป็นเรื่องที่น่าตกใจเลย

ลีนาเลี้ยวเข้าร้านผลไม้ที่มองเห็นจากตรงหัวมุมทันที ถึงจะไม่อยากกิน แต่เขาก็ต้องกินตามเวลา

ผลไม้ที่วางเรียงกันเหมือนกับบันได ลีนาหยิบผลไม้ลงตะกร้าซ้ำไปซ้ำมาจนมากเกินไปสำหรับจะทานคนเดียวและออกจากร้านมา ไม่ใช่คำพูดที่ผิดเลย หากไม่ใช่เพราะเบ็นก็คงไม่ต้องซื้ออีกสองอัน แล้วก็ไม่ต้องจ่ายเพิ่มถึงหนึ่งยูโรหรอก ซึ่งอาจจะทำพายแอปเปิ้ลที่อีกฝ่ายชอบด้วยก็ได้

“โอ๊ะ!”

เพราะว่าคิดมากเกินไปไหม หรือเพราะผลไม้ที่ล้นถุงกระดาษมันบังระดับสายตาเขากันนะ เลยมองไม่เห็นทางข้างหน้าและชนเข้ากับคนที่เดินสวนมาจนถุงกระดาษร่วงขฃจนแอปเปิ้ลผลสีเขียวที่อยู่ด้านบนสุดกลิ้งไปตามพื้น ไม่ใช่แค่แอปเปิ้ล แต่ผลไม้ต่างๆ ที่อยู่ในถุงก็กระจัดกระจายไปตามทางเดิน

ซวยจริงๆเลย หรือนี่ก็อาจจะเป็นเพราะเบ็นกันนะ เพราะครั้งนี้มันน่ารำคาญมากเลยจะคิดว่าไม่ใช่เพราะเบ็นก็แล้วกัน ในขณะที่ผู้คนตามทางเดินหลบผลไม้กันราวกับหลบระเบิดอยู่ ลีนาก็นั่งลงไปเก็บผลไม้ทีละลูก เพราะว่าเขาทั้งอายและตกใจทำให้ลุกลี้ลุกลนกว่าปกติ

“อ่า ขอบคุณครับ”

โชคดีที่มีสุภาพบุรุษใจดีที่เดินผ่านมาช่วยเขาเก็บผลไม้ ลีนาที่ไม่ได้มีแม้แต่เวลาจะสังเกตหน้าตาของคนๆืนั้น และทำเพียงขอบคุณแล้วเก็บผลไม้ไว้

“ขอบคุณอะไรกันล่ะครับ”

สุภาพบุรุษใจดีคนนั้นตอบลีนาไปเพียงสั้นๆ ขณะที่ได้ยินเสียงของอีกฝ่ายก็รู้สึกแปลกๆ เขารู้จักเสียงทุ้มต่ำนี้ และเคยได้ยินมันชัดๆ มาก่อน ถ้าความคิดของเขาไม่ผิดไปล่ะก็ชัดเจนเลย

แม้ว่าสุภาพบุรุษคนนั้นจะพงกหัวยิ้มทักทายและจากไปแล้วก็ตาม แต่ลีนายังคงหยุดนิ่งอยู่ตรงที่เดิมแล้วมองไปยังอีกฝ่าย ทันใดนั้นก็รู้สึกเหมือนตื่นขึ้นและวิ่งตามไปทันที หากจะให้ไปอยู่ข้างหน้าของสุภาพบุรุษขายาวคนนั้นได้ คงจะต้องวิ่งไปให้พ้นมุมตึก

ยิ่งเข้าใกล้ความมั่นใจของลีนาก็ชัดเจนขึ้น ลีนาที่รีบเดินจนจะถึงหัวมุม จากนั้นก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยอีกครั้ง

“ครับ ไม่มีเรื่องอะไรเป็นพิเศษ กำลังตรงกลับบ้านหลังเลิกงานครับ ระหว่างทางก็แวะร้านผลไม้แป๊บหนึ่ง ไฟที่บ้านก็ปิดอยู่ครับ ยังไงก็อีกไม่นานน่าจะถึงบ้าน ไม่ต้องเป็นห่วงครับ คาโป”

จะติดต่อกลับไปอีกครั้งนะครับ... พออีกฝ่ายวางสาย สติของลีนาก็ขาดลงเช่นกัน

“เบ็นให้จับตาดูผมงั้นเหรอครับ”

เขามองเห็นรีแอคชั่นของสุภาพบุรุษคนนั้นหลังจากได้ยินเสียงที่ดังมาจากทางด้านหลัง คนที่หันหน้ากลับมามีสีหน้าลำบากใจ แต่คนที่กำลังหัวเราะกลับเป็นลีนา เขามองฝ่ายตรงข้ามด้วยสายตาเย็นยะเยือก คนที่เขาเชื่อว่าเป็นสุภาพบุรุษนั้นกลับเป็นมาเฟีย และยังเป็นลูกน้องของคนรักตัวเองอีก

แม้ว่าไม่ต้องเช็กก็รู้ว่าหน้าที่ของคนตรงหน้าคืออะไร

“ไม่ต้องตอบก็ได้ครับ ผมเช็กเองก็ได้”

แม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นมาเฟีย แต่ตอนนี้ลีนาไม่รู้สึกอะไรแล้ว ถูกสะกดรอยตามงั้นเหรอ ไม่สิ จับตามอง... ฟังจากบทสนทนาแล้วเหมือนมีคนเฝ้ามองอยู่แถวบ้านด้วยเลย นี่มันตั้งแต่เมื่อไหร่กัน อาจจะเป็นตั้งแต่แรกเลยก็เป็นได้

ถุงผลไม้ที่ลีนาเคยถือถูกวางลง ผลไม้ที่เก็บมาอย่างยากลำบากเหล่านั้นร่วงลงและกลิ้งไปรอบๆ ลีนาทำให้การช่วยเหลือที่ยากลำบากสูญเปล่าก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ความคิดที่อยากจะขอเวลาคิดเพิ่มสักหนึ่งสัปดาห์ที่เคยมีอยู่แตกเป็นเสี่ยงๆ

“เบ็น ผมเองนะ”

จะรักษาความสัมพันธ์ที่ไม่มีความเชื่อใจนี้ไว้ได้ยังไงกันนะ แค่นึกถึงใบหน้าที่สงบนิ่งนั้นแล้วเขายิ่งโมโห ลีนาไม่ได้มีสติมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว จบแล้วล่ะ ต่อหน้ามีแต่พูดคำหวานๆ แต่ลับหลังกลับส่งคนมาจับตาดูเขาตลอด แล้วเขาจะยังต้องคิดอะไรอีก

ความคิดเห็น