facebook-icon

เมื่อรู้ว่าคนรักที่คบกันมาถึงสามปีเป็น 'มาเฟีย' ลีนาจึงเลือกจะหนีจากเขา แต่หนีอย่างไร ก็หนีไม่พ้นเสียที...

ชื่อตอน : 01-5 เปิดเผย

คำค้น : หนีรักทวงใจ นิยายวาย

หมวดหมู่ : นิยาย เกาหลี

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 25 พ.ค. 2562 16:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
01-5 เปิดเผย
แบบอักษร

​แต่ในความเป็นจริง ตอนที่ได้สบตากับ ‘นักธุรกิจหนุ่มผู้มีเมตตา’

เขาพูดอะไรไม่ออกเลย แน่นอนว่ามันไม่ใช่รีแอคชั่นของลีนาแค่คนเดียว ก่อนอื่นเลย อีกฝ่ายสูงมาก ลีนาเองก็ไม่ได้ตัวเล็กนัก แต่กลับสูงเพียงแค่ระดับตา หรือว่าผู้ชายคนนั้นจะเคยเป็นนักกีฬากันนะ ตัวแทนนักกีฬาว่ายน้ำของอิตาลีอะไรแบบนั้น

เรียวขายาวที่ดูดีกว่าของจริงยามเมื่อสวมกางเกงสแล็ค ต้นขาแกร่งและกล้ามเนื้อน่องที่มองเห็นผ่านเสื้อผ้าติดตรึงใจเขา ลีนาสามารถมองกล้ามเนื้อได้อย่างชำนาญ เพราะว่าแฟนเก่าของเขาเป็นเทรนเนอร์

แต่ความชื่นชมเกี่ยวกับใบหน้ากลับเรียบง่ายเพียงแค่ ‘หล่อดีนะ’ ไม่ได้หน้าตาดีมากหรือแย่มาก อาจเป็นเพราะเขาเห็นคุณแม่ที่สวยมากๆ อยู่ตลอด หรือเห็นตัวเองที่หน้าเหมือนคุณแม่มากๆ ในกระจกทุกวันอยู่แล้ว เลยไม่ได้มีความประทับใจในความหล่อหรือสวยอะไรมากนัก ส่วนผู้ชายที่เพิ่งเลิกกันไปก็หน้าตาธรรมดาๆ

ดังนั้นรีแอคชั่นของลีนาที่บอกว่า ‘หล่อดีนะ’ คือคำชมที่มากที่สุดแล้ว ผมสีเงินที่เซ็ตมาไม่ใช่สไตล์ที่เขาชอบเลย เขาไม่กล้าบอกว่าสันจมูกตรงและคางที่เหมือนเหลามานั้นดูไม่เข้ากัน เหนื่อสิ่งอื่นใดคือดวงตา ดวงตาสีซัฟไฟร์บลู เป็นสีที่อธิบายได้ตรงที่สุดแล้ว ลีนาพยักหน้าโดยไม่รู้ตัว

และมันจบลงที่ตรงนั้น ลีนาเหลือบมองผู้ชายที่โดดเด่นอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายของผู้คนที่กำลังจัดเตรียมสถานที่ถ่ายทำอยู่บ่อยครั้ง ก่อนจะปลีกตัวออกไปเตรียมมื้อกลางวันให้เด็กๆ ที่กำลังจะถึงเวลาในไม่ช้า แม้เขาจะตื่นเต้นที่ได้เห็นกล้องมากมายและการถ่ายทำเป็นครั้งแรกในชีวิต แต่ก็ไม่คิดจะเดินไปดู หากพูดจริงๆ แล้ว กิจกรรมการกุศลหรือการทำบุญเหมือนเป็นหนึ่งในการแสดงมากกว่า ไม่ได้เป็นการมาด้วยความตั้งใจที่ดีจริงๆ

แม้จะรู้ว่าต้องใช้การโปรโมทแบบนี้เพื่อนำเสนอกิจกรรมการกุศลที่มากขึ้นอีกก็ตาม

-แงงงงงง…!

หากไม่ได้ยินเสียงร้องไห้ดังขึ้น ลีนาที่กำลังต้มมันฝรั่งอยู่ก็ไม่มีความคิดว่าจะออกไปข้างนอกจนกว่าทีมงานและผู้ชายคนนั้นจะกลับไปเลย และถ้าเป็นแบบนั้น การเจอกันของเขากับเบ็นคงไม่เกิดขึ้น แต่เสียงร้องไห้ก็ดังมาถึงหูของลีนากำลังเติมน้ำใส่หม้อ เมื่อนึกได้ว่าเป็นเสียงร้องของอังเดรย์ที่มีความพิการทางร่างกายตั้งแต่กำเนิดทำให้ลีนาจึงรีบวิ่งออกจากประตูทันที

‘นั่นกำลังทำอะไรน่ะครับ’

ลีนามองไปทางชายหนุ่มที่กำลังกอดประโลมเด็กน้อยอยู่ตรงกลาง ไม่ใช่ความผิดของอีกฝ่าย เพราะคนที่เหยียบเท้าของอังเดรย์ขณะเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ถ่ายทำคือสตาฟ ไม่ใช่ผู้ชายคนนั้น และที่อังเดรย์ล้มลงจนมีแผลที่เข่าก็ไม่ใช่ความผิดของผู้ชายคนนั้น ลีนาเองก็รู้

‘ถึงการถ่ายทำมันไม่ว่าจะมองยังไงมันก็ดูดี แต่ก็ช่วยระวังไม่ให้เด็กๆ บาดเจ็บด้วยสิครับ’

‘ขอโทษครับ ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะ’

‘ปกติคิดว่าไม่ผิดสินะครับ’

แต่เขาก็โมโห ถ้าตัดสินใจเลือกที่จะถ่ายทำในเนิร์สเซอรี่เด็กแล้ว ก็ต้องให้ความสำคัญกับเด็กที่สุดนี่นา ลีนารู้โดยสัญชาติญาณว่าจะต้องชี้ไปที่ใครเพื่อที่จะจัดการเรื่องนี้ให้ได้เร็วที่สุด แม้ว่าจะไม่ใช้ความผิดของผู้ชายคนนั้น แต่คนที่จะต้องรับผิดชอบก็คืออีกฝ่ายนั่นแหละ ลีนาพรวดเข้าไปอุ้มอังเดรย์ออกมาอย่างรวดเร็ว และรีแอคชั่นของอันเทน่าที่ไม่ได้พูดอะไร แต่กลับยิ้มกว้างน่าจะหมายความว่าดีแล้ว

ไม่รู้สึกเสียใจเลย ลีนาไม่ได้ชอบใช้คำพูดหักหน้าใคร และยิ่งไม่มีนิสัยจะไปเที่ยวบอกใครว่าเกลียดด้วย แต่กับเรื่องของเด็กๆ นั้นต่างออกไป เขารู้สึกปวดใจมากขณะที่เอาสำลีแอลกอฮอล์เช็ดหัวเข่าให้อังเดรย์ แต่ก็อดทนไว้

สุดท้ายหลังจากถูกขอให้ปลอบอยู่พักหนึ่ง ลีนาก็ลุกขึ้นหลังจากกล่อมให้เด็กน้อยหลับไป

‘คุณเมสันครับ’

เมื่อหันหลังกลับมาก็พบเจอกับคนที่กำลังคอยเขาอยู่ นักธุรกิจหนุ่มผู้มีเมตตา เขาได้ยินว่าทีมถ่ายทำกลับไปหมดแล้ว แต่ทำไมผู้ชายคนนี้ยังไม่ไปแล้วมาอยู่ตรงนี้กันนะ ตอนนั้นอยู่ดีๆ ลีนาก็รู้สึกกลัวขึ้นมา และเหมือนเคยได้ยินมาว่าผู้ชายคนนี้คอยสนับสนุนเนิร์สเซอรี่แห่งนี้มากมายมานานหลายปีแล้วด้วย

เขารีบคิด ลีนาที่ไม่สามารถปกปิดสีหน้าลำบากใจไว้ได้พลางจ้องมองไปยังคนตรงหน้า มีอะไรหรือเปล่านะ  มีอะไรจะพูดกับเขางั้นเหรอ คำพูดที่เขาพูดเมื่อกี้ทำให้รู้สึกไม่ดีหรือเปล่า ถ้าเกิดอีกฝ่ายเลิกสนับสนุนที่นี่เพราะเขาขึ้นมาแล้วจะทำอย่างไรดี ความคิดเข้ามารวดเร็วยิ่งกว่าแสงเหมือนโลกหมุนแปดรอบในหนึ่งวินาที

‘หากคุณไม่ว่าอะไร...’

‘ขอโทษครับ! เพราะผมโกรธมากเลยพูดแบบนั้นออกไปครับ!’

แม้จะเป็นสิ่งแน่นอน แต่โชคชะตาอันน่าสงสารก็ทำได้แค่ถ่อมตัวให้กับระบบทุนนิยม ลีนาก้มตัวเก้าสิบองศาขอโทษซ้ำๆ ต่างจากท่าทางเมื่อสักครู่ ศักดิ์ศรีงั้นเหรอ ตอนนี้มันไม่ใช่สถานการ์ณที่จะมารักษาศักดิ์ศรีแล้ว ถ้าหากคนตรงหน้าเลิกสนับสนุนไปจริงๆ เรื่องคงไปไกลถึงอเมริกาว่าเจ้าลูกเจี๊ยบที่เพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงสามเดือนสร้างความเสียหลายอันใหญ่หลวง

‘ถ้าหากคุณรู้สึกไม่ดี...’

‘ไม่ใช่ครับ ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ’

‘ผมไม่รู้ว่าจะต้องขอโทษยังไง แต่ถ้าเป็นอะไรที่ผมพอจะทำได้...’

ไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นตะโกนอะไรออกไปบ้าง หูของลีนาไม่ได้ยินอะไรทั้งนั้น ทว่าสุดท้ายอีกฝ่ายก็ยิ้มออกมา ระหว่างที่ลีนาเงยหน้าขึ้นแล้วสบตากับคนตรงหน้าทั้งๆ ที่ตัวเองยังคงก้มตัวอยู่ เป็นช่วงเวลาที่ได้เห็นรอยยิ้มของเบ็นครั้งแรก ลีนาจำช่วงเวลานั้นได้อย่างแม่นยำ

‘ทานมื้อเย็นกันไหมครับ’

‘…อะไรนะครับ’

เขาคิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ จริงๆ แล้วในตอนนั้นลีนาไม่เคยคิดถึงขนาดนั้นเลย อยู่ดีๆ ก็สับสนราวกับภาษาอิตาเลียนกลายเป็นสิ่งที่แปลกไป

‘ผมชวนคุณทานมื้อเย็นด้วยกันน่ะครับ’

ลีนาไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้ ทำไมอยู่ดีๆ ถึงชวนทานมื้อเย็นล่ะ

‘อ่า คือ คือผม... กว่าจะเลิกงาน ก็อีกสองชั่วโมงกว่าเลยนะครับ’

‘ผมจะรอครับ’

‘…ฮะ?’

ตอนนั้นสีหน้าของเขาจะดูโง่ขนาดไหนกันนะ ถึงจะไม่เห็นเองแต่มันคงดูเหมือนคนโง่มากแน่ๆ จริงๆ แล้วลีนารู้สึกสับสนมาก หลังจากสับสนก็รู้สึกงงงวย ไม่เข้าใจว่านักธุรกิจที่รวยขนาดนั้น นึกอย่างไรถึงมาชวนคนที่ชี้หน้าด่าตัวเองไปทานมื้อเย็นด้วยกัน หรือว่าเป็นอาหารมื้อสุดท้าย แล้วพรุ่งนี้ก็ไล่ออกทันทีกันนะ

แต่ว่าผู้ชายคนนั้นก็รักษาคำพูดและสัญญาของตัวเองอย่างดี อีกฝ่ายมาอยู่ในสายตาและไม่ไปไหนเลยตลอดสองชั่วโมง แม้กระทั่งการเล่นกับเด็กๆเพื่อรอเวลาลีนาเลิกงาน มันก็ไม่ใช่การแสดงที่ถูกจัดฉากมาหรือจะเป็นการกระทำที่ได้รับผลประโยชน์อะไร ลีนารับรู้แล้วว่าตลอดสองชั่วโมงมันยากลำบากแค่ไหน เขาทำงานที่ได้รับมอบหมายและคอยเหลือบมองอยู่อีกฝ่ายบ่อยๆ แต่กลับประสานสายตากันจนตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย

หลังจากนั้นก็ทานอาหารเย็นกัน ถึงเขาคิดว่าอีกฝ่ายต้องมีคนขับรถมารับแน่ๆ แต่กลับได้นั่งลัมโบร์กินี อเวนตาโดร์ เอส โรดสเตอร์ ที่นั่งได้เพียงสองคนตรงไปยังร้านอาหารสุดหรูโดยไม่สามารถชื่มนชมวิวข้างทางได้ทันที คุยเรื่องอะไรกันบ้างนะ เพราะตอนนั้นลีนางุนงงเอาเสียมากๆ เลยไม่ได้เลยว่าพวกเขาสองคนได้พูดคุยเรื่องอะไรกันไปบ้าง

จุดเริ่มต้นทั้งคู่แสนเรียบง่าย เบ็นตั้งชื่อการดินเนอร์ของพวกเขาในวันนั้นว่า ‘การขอเดท’ และเหมารวมว่ามันเป็นเดทแรก หลังจากนั้นเบ็นก็มักจะนัดพบอยู่เสมอ พวกเขาจึงได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น และเพราะความพยายามนั้นทำให้ลีนากล้าเล่าเรื่องของตัวเองให้อีกฝ่ายฟังตั้งแต่เดทครั้งที่สาม

ความรักครั้งเก่าอันลึกซึ้งตลอดห้าปี ลีนารู้ความจริงว่าคนรักที่เปิดเผยว่าเป็นเกย์และพ่อแม่เขาก็รู้จักดันแอบคบกับผู้หญิงคนอื่นมาตลอดหนึ่งปี เขาเจอคนๆ นั้นนอนเกลือกกลิ้งอยู่กับผู้หญิงในคอนโดด้วยตาของตัวเอง แม้จะสงสัยแต่ก็เป็นสถานการณ์ที่แสดงออกอะไรไม่ได้ การแต่งงานที่คิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเองก็ไปเกิดขึ้นกับผู้หญิงคนนั้นแทน และใบหน้าราวกับxxที่เอาแต่พูดว่าอยากมีลูก ลีนาถึงขั้นบ่นว่าแค่นึถึงก็อยากจะกระทืบแรงๆ

เบ็นมีพรสวรรค์ในการ ‘รับฟัง’ มีความหัศจรรย์ด้วยความเป็นผู้ชายที่สามารถรับฟังและทำให้เขาพูดคำที่อยู่ในใจออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ และความสามารถนั้นก็เพิ่มเป็นสองเท่าเมื่อเจอคู่หูดื่มไวน์ที่เข้ากันได้ดีถึงแม้จะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นก็ตาม เนื่องจากนิสัยของลีนาที่มีเพื่อนไม่เยอะจึงกล้าพูดทุกสิ่งทุกอย่างออกไปต่อหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเล

“.. นั่นล่ะ นั่นแหละครับ”

ลีนากะพริบตาเพื่อเช็กอะไรบางอย่าง เช็กว่าตอนนี้คือความจริง ไม่ใช่ความฝัน ป็นวิธีที่เช็กว่าคือความจริงไม่ใช่ในอดีต เขากะพริบตาอยู่หลายครั้งและกลับมาอยู่ในปัจจุบัน อดีตที่คว้ากลับมาไม่ได้เป็นพลังให้จนกระทั่งเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว แต่ในตอนนี้กลับกลายเป็นความทรงจำที่นึกถึงทีไรก็มีแต่ความทุกข์

ความคิดเห็น