สวัสดีนักอ่านทุกคนที่เข้ามานะค้า เรื่องนี้เราแต่งไว้คลายเครียดจากเรื่องเก่าเน้อ ออกแนวแฟนตาซีนิดๆ ชอบไม่ชอบเม้นต์บอกได้น้าาา^^

บทที่ 7 : หวั่นไหว

ชื่อตอน : บทที่ 7 : หวั่นไหว

คำค้น : Bts kookv

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.3k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2561 13:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 7 : หวั่นไหว
แบบอักษร

​บทที่ 7

​หวั่นไหว



หลังจากคืนนั้น คนแปลกหน้าที่อ้างตัวว่าเป็นงูก็เข้ามาร่วมรักกับแทฮยองทุกคืน และแน่นอนว่าเขาไม่เคยได้เห็นหน้าคนคนนั้นเลยสักครั้ง เวลาที่มีอะไรกันเขาจะถูกปิดตาด้วยผ้าไม่ก็ถูกมืออีกฝ่ายปิดเสียเอง อย่างเช่นตอนนี้เป็นต้น

"อ๊ะๆๆ พี่... ชาย อื้อออ"

แทฮยองครางกระเส่าขณะอยู่ในท่าคลานให้อีกคนกระแทก ทั้งสองครางประสานและถึงฝั่งฝันพร้อมกัน แท่งเอ็นร้อนกระตุกพร้อมปล่อยสารผลิตเข้าสู่ร่างบางจนล้นอาบซอกขา

"พี่รักเธอแทฮยอง"

"....." ชายหนุ่มบอกรักทุกคืนแต่แทฮยองไม่เคยบอกรักกลับเลย นั่นเพราะเขายังมีจีมินอยู่ ใช่ว่าทำแบบนี้จะไม่รู้สึกผิดนะ เขาปวดใจและโกรธตัวเองที่ไม่อาจซื่อสัตย์ต่อคนรักได้ เขาพยายามปฏิเสธแล้ว แต่ชายหนุ่มกลับเล้าโลมและร้อนแรงจนเขาไม่อาจต้านทานความอยากได้ ทุกๆครั้งมันจึงจบลงที่ภายในตัวเขามีน้ำกามของอีกฝ่ายอยู่

บางทีเขาควรขอความช่วยเหลือจากใครสักคนที่รู้วิธีการปราบปีศาจ ที่หมู่บ้านนี้ไม่มีหมอผี มีเพียงสถานที่ศักดิ์สิทธิอย่างโบสถ์และบาทหลวงที่เป็นชาวฝรั่งเศสชื่อ ฟรองซัว ในวันอาทิตย์หลังจากทำมิสซาเสร็จเขาเคยสนทนากับคุณพ่อฟรองซัวอยู่ ก็รู้ว่าท่านเป็นคนใจดีมีเมตตา ชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอ และเปิดสอนภาษาอังกฤษให้เด็กๆในหมู่บ้านทุกวันพุธ

คุณพ่อฟรองซัวเป็นตัวเลือกที่ดี แต่ท่านคงไม่เชื่อในคำพูดของคนที่เป็นเด็กอย่างเขาแน่ เพราะฉะนั้นเขาต้องนำหลักฐานอะไรก็ได้เพื่อเป็นเครื่องยืนยันให้กับคำพูดตัวเอง


แทฮยองคิดแผนขณะมองออกไปนอกรถบัสผ่านบานกระจกรถ เสียงดังกระหึ่มของเพลงคาราโอเกะและเสียงเฮฮาของเพื่อนร่วมห้องไม่ได้เข้ามาในโสตประสาทเขาเลยแม้แต่น้อย จองกุกที่กำลังกินขนมอยู่ข้างๆก็ยื่นซองมาให้

"แทฮยอง กินหนมป่ะ?"

คนถูกถามเหลือบมองก่อนสั่นหัวปฏิเสธ "ไม่ดีกว่า ขอบใจ"

"เป็นไรไป เมารถเหรอ?" จองกุกยื่นหน้าเข้ามาเช็คด้วยความเป็นห่วง เพราะตั้งแต่รวมตัวกันอยู่ที่โรงเรียนแล้ว เขาก็เห็นว่าอีกฝ่ายมีอาการเหม่อลอยและเซื่องซึมแปลกๆ 

แทฮยองเท้าคางโดยวางศอกกับขอบกระจกรถ "เปล่า แค่คิดอะไรเพลินๆนิดหน่อย"

จองกุกถอนหายใจ พลางคิดว่านั่นเป็นคำตอบที่เบสิคที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินมา มือหนาเช็ดนิ้วที่เปรอะผงชูรสจากขนมกับขากางเกงอย่างมักง่าย แล้วจึงค้นสายหูฟังกับโทรศัพท์ในกระเป๋าเป้สีแดงสด ขณะที่มือหนึ่งยัดซองขนมใส่ถุงพลาสติกบนพื้นให้รวมกับซองขยะอันอื่น เขาใส่ลำโพงหูฟังข้างหนึ่งกับหูตัวเอง ส่วนอีกข้างก็ใส่ให้ร่างบาง

เมื่อถูกดึงออกมาจากห้วงภวังค์จึงหันไปถามเจ้าของหูฟัง "ทำไรเนี่ย?"

"ฟังเพลงไง ผ่อนคลายบ้างได้มาทัศนศึกษาทั้งที" จองกุกคลี่ยิ้มพลางเลือกเพลงที่ตัวเองชอบ

แทฮยองนั่งเงียบเมื่อเสียงเปียโนในเพลงเริ่มบรรเลง "นายชอบเพลงสากลเหรอ?"

"อื้ม ใช่ แต่ความจริงก็ฟังได้หมดนะ"

เขาพยักหน้ารับรู้ก่อนเอนศีรษะกับเบาะอย่างผ่อนคลาย ฟังเพลงสากลท่วงทำนองโรแมนติกไปด้วย ช่วยลดความตึงเครียดจากเรื่องนั้นได้เยอะเลย

"'Cause nothing can ever,

(เพราะไม่มีอะไรที่สามารถ)

Ever replace you.

(มาแทนที่คุณได้เลย)

Nothing can make me feel like you do... yeah.

(ไม่มีอะไรทำให้ผมรู้สึกเหมือนอย่างที่คุณทำได้เลย)"

แต่แล้วมีอีกเสียงหนึ่งลอยคลอตามเพลง มันคือเสียงของจองกุก เสียงไพเราะนั่นได้เรียกเขาให้หันไป ก็เจอสายตาของจองกุกที่จ้องมองเขาอยู่ก่อนแล้ว ทั้งประกายระยิบระยับในดวงตากลมเหมือนดาวนับล้านบนท้องฟ้ายามราตรี และริมฝีปากบางกระจับที่กำลังส่งเสียงตราตรึงใจ เสียงอันทุ้มใสทว่าแฝงไปด้วยความแหบเซ็กซี่ ช่างเป็นเสียงที่มีเสน่ห์เกินกว่าจะห้ามใจไม่ให้หยุดฟังได้

"There's nothing like us,

(ไม่มีอะไรเหมือนพวกเรา)

There's nothing like you and me,

(ไม่มีอะไรเป็นเหมือนคุณและผม)

Together through the storm.

(ฝ่าฝันมรสุมไปด้วยกัน)"

และในจังหวะที่แทฮยองถูกดวงตาของจองกุกสะกดอยู่นั้น มือใหญ่ก็เลื่อนมากอบกุมมือเรียวไว้ นิ้วโป้งหนาลูบผิวเนียนบนหลังมืออย่างอ่อนโยน แววตาของจองกุกยังคงพราวระยับ แทฮยองก็ถูกดึงดูดจนละสายตาไปไหนไม่ได้

"There's nothing like us,

(ไม่มีสิ่งใดเหมือนพวกเรา)

There's nothing like you and me,

(ไม่มีสิ่งไหนที่เหมือนคุณและผม)

Together...

(เราทั้งคู่อยู่ด้วยกัน)"

หูของพวกเขาอื้อตัน รับรู้ได้เพียงเสียงร้องที่ออกมาจากปากบาง สายตาของจองกุกเต็มไปด้วยความรู้สึกมากมายเกินกว่าที่เพื่อนคนหนึ่งควรมีให้ ทุกๆอย่างรอบกายเหมือนถูกหยุดเวลาไว้ มีเพียงใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังเคลื่อนเข้ามาช้าๆ แต่แรงบีบมือทำให้แทฮยองได้สติรีบถอนหน้าออก หัวใจอันไม่รักดีเต้นระรัวจนน่าใจหาย และนั่นทำให้เขาหวาดกลัว จึงรีบชักมือออกและถอดหูฟังคืนเพื่อหนีจากความรู้สึกอันตราย

"ทำแบบนี้ระวังเถอะ เดี๋ยวจะหาแฟนไม่ได้" เขาอยากหลุดออกจากสถานการณ์ผิดปกติจึงแกล้งแหย่อีกคน ซึ่งจองกุกก็ขำในลำคอเบาๆอย่างยอมรับ

"หึ... ฉันไม่ต้องการหรอก แฟนเฟินอะไรนั่น"

"ทำไมอ่ะ มีคนที่ชอบอยู่ในใจแล้วเหรอ?"

"ก็... คงงั้นมั้ง" จองกุกยิ้มพลางถอดหูฟังไว้บนตัก

"ใครกันน้าที่เป็นผู้โชคดีคนนั้น ที่ได้ครอบครองหัวใจหนุ่มฮอตอย่างนาย" นัยน์ตามีประกายซุกซนทำให้จองกุกรู้สึกประหม่านิดหน่อย

"ไม่รู้สิ แถวๆนี้แหละ"

แทฮยองทำเป็นสงสัย "คนที่นายชอบเป็นคนยังไงเหรอ"

จองกุกอมยิ้ม ตอนนี้พวกเขาต่างหลุบตาให้กัน 

"สวย..."

"....."

"แต่บางครั้งก็หล่อ"

ถึงคำตอบจะกำกวมแต่คนฟังก็ไม่ได้ซื่อ แทฮยองจึงหน้าแดง "นิสัยล่ะ"

"น่ารัก และก็ขี้แย" จองกุกตอบพลางแอบมอง

ร่างบางได้ฟังก็หลุดขำ ก่อนหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงมาเล่น ซึ่งจองกุกรู้ความหมายในปฏิกิริยานั้นจึงหุบยิ้ม เขาพูดต่อเสียงแผ่ว

"แต่คนนั้นเขามีเจ้าของแล้ว"

"เสียใจด้วยนะ" แทฮยองแอบเหล่มองสีหน้าอีกฝ่าย ก็เห็นใบหน้าสลดนั้นค่อยๆฝืนยิ้ม

"ฉันไม่เป็นไรหรอก... ถึงจะเป็นได้แค่เพื่อน แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับฉันแล้ว"

ร่างบางลอบเม้มปาก เพราะความรู้สึกที่เปลี่ยนไปทำให้เขาใจอ่อน แต่เพราะมีหน้าของจีมินลอยเตือนสติอยู่จึงพูดได้แค่ว่า "แล้วนายจะตัดใจจากคนนั้นไหม"

แต่คราวนี้ผิดคาด จองกุกกลับมองเขาด้วยสายตาวาววาม

"ไม่ ฉันจะรอ"

"!" คำตอบนั้นทำเอาแทฮยองตลึงงัน แถมยังทำให้เขานึกถึงใครบางคน

"ถึงแม้จะนานแค่ไหน ฉันก็จะรอ"

พอปรับอารมณ์ให้กลับมาคงที่ แทฮยองก็กระตุกยิ้มมุมปาก "อะไรทำให้นายมั่นใจได้ขนาดนั้นกัน จอน จองกุก"

จองกุกยิ้ม แต่รอยยิ้มนั้นช่างเศร้าเหลือเกิน "ไม่ได้มั่นใจ... แต่แค่เชื่อในสิ่งที่เห็น"

ทั้งสองสบตากันนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไรต่อหลังจากนั้น แทฮยองเริ่มกังวล เพราะเกรงว่าตอนที่จ้องตากันเมื่อกี้จะทำให้จองกุกมองออกเหมือนกัน มองออกว่าเขาเองก็เริ่มมีความรู้สึกดีๆให้ แต่เขามีจีมินอยู่แล้วและไม่อยากเป็นคนบาปไปมากกว่านี้ จึงเลือกที่จะไม่ให้ความหวัง

"ฉันว่านายตัดใจจากคนนั้นเถอะ"

แววตาของจองกุกจริงจังมากขึ้น "ทำไม"

"ถามอะไรโง่ๆ ก็เขามีแฟนอยู่แล้วไง"

"แล้วถ้าเขาไม่ได้รักแฟนแค่คนเดียวล่ะ"

"!" แทฮยองเบิกตาตกใจ เพราะตอนนี้เขากำลังโดนจองกุกไล่ต้อน และยิ่งกลัวเมื่อเห็นอีกฝ่ายยกยิ้มมุมปากบางๆ

"แล้วถ้าเขามีใจให้ฉันล่ะ คิดว่าฉันจะได้โอกาสจากเขาบ้างไหม"

แทฮยองกลัวจนต้องรีบหลบตา เขาไม่อยากถลำลึกไปมากกว่านี้จึงเปลี่ยนเรื่อง "ฉันว่า... เราคุยเรื่องอื่นกันดีกว่า มันอึดอัด"

จองกุกที่ได้ยินก็เหยียดยิ้มกว้างขึ้น "นายชอบดูหนังแนวอะไร?"

"ชอบแนว... สยองขวัญและก็คอมเมดี้" ร่างบางรื้อขนมในกระเป๋ามาแกะกิน พยายามทำตัวปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "แล้วนายล่ะ?"

"ฉันชอบรักโรแมนติก"

แทฮยองที่เคี้ยวบราวนี่แครกเกอร์รสดาร์กช็อกอยู่ก็หลุดยิ้ม ไม่นึกว่าจองกุกจะชอบดูหนังแนวนั้นซึ่งขัดกับนิสัยเจ้าตัว

"โดยเฉพาะพวกรักสามเส้า"

คำขยายความนั้นทำเอาแทฮยองหยุดเคี้ยวกะทันหัน และกลืนมันอย่างยากลำบาก ส่วนจองกุกก็หันไปเล่นโทรศัพท์แต่ปากยังไม่หยุดยิ้ม


แทฮยองไม่เคยอึดอัดกับการถูกสารภาพรักเท่าครั้งนี้มาก่อน ก็ได้แต่ภาวนาว่าจองกุกจะไม่ทำอะไรบ้าๆอย่างที่เขากำลังคิดอยู่




​To be continued

​_______________________________

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก มีใครตามไม่ทันไหม😂 ตั้งแต่ตอนหน้าเป็นต้นไป เนื้อเรื่องจะยิ่งเข้มข้นขึ้นละนะ 

ปล. เพลงที่จองกุกร้องคือเพลง Nothing like us นะคะ

ความคิดเห็น