ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 5 เพื่อนสนิทในโรงเรียน

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 เพื่อนสนิทในโรงเรียน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 690

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ธ.ค. 2561 17:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 เพื่อนสนิทในโรงเรียน
แบบอักษร

​วันนี้ถือเป็นวันแรกที่สายฝนไปโรงเรียน นับจากวันที่สายฝนประสบอุบัติเหตุ เนื่องจากสายฝนจดจำใครไม่ได้เลย และดูเหมือนเพื่อนในชั้นเรียนก็ดูจะไม่ค่อยสนใจเธอด้วยเหมือนกัน นอกจากไผ่ เอม และแพรวที่เรียกเธอเข้ามาในกลุ่มเพื่อสอบถามสารทุกข์สุขดิบ โดยสายฝนได้สอบถามชื่อเพื่อนๆใหม่อีกครั้ง เนื่องจากตนความจำเสื่อม

“ฝน! เป็นไงบ้างล่ะ ดีขึ้นแล้วหรอ” ไผ่สอบถามด้วยความเป็นห่วง

“ร่างกายดีขึ้นแล้ว แต่จำอะไรไม่ได้เลยนี่สิ” สายฝนตอบอย่างเหนื่อยใจ

“ฉันก็เตือนเธอแล้ว ว่าอย่าหนีเรียนออกไปเที่ยว ถึงเธอจะได้สามีรวยก็เถอะ” เอมพูดแนวสั่งสอน

“ฉันเป็นขนาดนั้นเลยหรอ” สายฝนถามอย่างแปลกใจ เพราะไม่คิดว่าจะเป็นนิสัยของตัวเอง

“ฉันเห็นเธอดูสบายอย่างนี้ ก็เลยว่าจะทำตามบ้างน่ะ” แพรวเห็นดีเห็นงามกับสายฝนคนก่อน

“อย่าเลยแพรว ยืมจมูกเขาหายใจยังไงก็หายใจไม่ทั่วท้องหรอก ถ้าเรายืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ก็ไม่ต้องไปง้อคนอื่นน่ะ” สายฝนไม่อยากให้เพื่อนทำตามอย่างตนเพราะรู้ดีว่าตอนนี้ตนทุกข์ใจแค่ไหน

ระหว่างที่สนทนากันสักพัก ก็มีกลุ่มเด็กเรียนเดินผ่านกลุ่มสายฝนแล้วมองมาอย่างดูถูกดูแคลน

“ทำไมพวกเขามองเราแบบนั้นล่ะ” สายฝนแปลกใจ

“ก็พวกเราเป็นเด็กเกเรไม่ตั้งใจเรียน เขาก็เลยมองเราแบบดูถูกไง” ไผ่อธิบาย

“คิดแล้วมันน่าเจ็บใจ ฉันอกหักเพราะแฟนหันไปคบเด็กเรียนแทนด้วยล่ะ” แพรวพูดแบบแค้นใจ

“แต่ฉันอิจฉาพวกเขานี่สิ ถ้าเรียนดีอย่างพวกเขาบ้าง ฉันก็คงสามารถไปสอบชิงทุนไปเรียนมหา’ลัย แต่เพราะฉันจนก็คงไม่ได้เรียนต่อแล้วน่ะ” เอมพูดอย่างทดท้อ

“เอาน่า เผื่อมีหนทางอื่น อย่าเพิ่งทดท้อเลยนะ” ไผ่พยายามให้ความหวังเพื่อน

“พวกเราเข้าเรียนเถอะ ถึงเวลาแล้ว” แพรวพยายามตัดบทเพื่อไม่ให้บรรยากาศดูแย่

พอถึงเวลาเข้าเรียน กลุ่มของสายฝนได้นั่งเรียนหลังสุดของห้อง แต่ที่น่าแปลกก็คือไม่ว่าเรียนวิชาอะไร สายฝนก็สามารถยกมือขึ้นตอบคำถามอาจารย์ได้เกือบทุกข้อ จนกระทั่งกลุ่มเพื่อนเด็กเรียนเริ่มหันมาสนใจสายฝนมากขึ้นเพราะเวลาสอบเก็บคะแนนหรือสอบกลางภาค สายฝนกลับได้คะแนนระดับท็อบแซงหน้าเด็กเรียนบางคนด้วยซ้ำ โดยเฉพาะวิชาคอมพิวเตอร์เหมือนเป็นวิชาที่เธอถนัดที่สุด ซึ่งสายฝนก็แปลกใจตัวเองเหมือนกัน เพราะตัวเธอรู้สึกว่านี่เป็นชีวิตปกติของตัวเธอเอง ดังนั้นเมื่อสายฝนมั่นใจตัวเองแล้วว่าสายฝนสามารถเรียนเข้าใจเกือบทุกวิชา และในอีกสามเดือนข้างหน้าจะเปิดสอบชิงทุนการศึกษาเพื่อเรียนต่อมหา’ลัยฟรี สายฝนจึงยอมติวให้เอมทุกวันเพื่อให้เธอชิงทุนมาให้ได้โดยมีแพรวกับไผ่ไปร่วมนั่งติวด้วย และแล้วเอมก็สามารถสอบชิงทุนการศึกษาได้สำเร็จ เอมถึงขั้นเลี้ยงไอศกรีมเพื่อนๆกันเลยทีเดียว ส่วนเพื่อนอีกสองคนก็มีผลการเรียนดีขึ้นอย่างชัดเจน ทำให้กลุ่มเพื่อนกลุ่มอื่นเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อกลุ่มของสายฝนใหม่หมด

          **********************************************

ตลอดระยะเวลาที่สายฝนไปเรียนแบบมุ่งเรียนอย่างเดียวไม่สนใจสามีของเธอเลย แม้ณัฒวัฒน์จะรู้สึกโล่งใจแต่ก็รู้สึกแปลกใจที่เห็นสายฝนเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้แม่ของสายฝนจะพยายามเสี้ยมให้ลูกสาวสนใจสามีของเธอแค่ไหน สายฝนก็ไม่สนใจที่จะทำ

“นี่ลูกทำแบบนี้ไม่ได้รู้มั้ย สามีของลูกมีสิทธิ์หย่ากับลูกได้นะ”

“ฝนก็อยากหย่าค่ะแม่”

“แล้วพวกเราจะเอาเงินมาจากไหนกันล่ะ”

“ฝนมั่นใจว่าฝนมีหนทางหาเงินเองได้ค่ะ”

“แกยังเป็นแค่เด็กม. 6 จะมีความสามารถอะไรอย่างนั้นได้ ห๊า” แม่เริ่มพูดขึ้นเสียงใส่ลูกสาว

“งั้นแม่ก็คอยดูแล้วกันค่ะ” สายฝนยังคงพูดแบบใจเย็น

            **********************************************

ทางด้านพ่อสามีพอเห็นณัฒวัฒน์ไม่ยอมสนใจภรรยาตัวเองเลย ก็เลยเตือนลูกชายบ้าง

“ลูกควรเอาใจใส่สายฝนบ้างนะลูก ยังไงเธอก็เป็นภรรยา”

“พวกเราไม่มีอะไรกันสักหน่อยครับ สองแม่ลูกนั่นจัดฉากเพื่อจับผมก็เท่านั้น”

“แต่อย่างไรลูกก็เป็นนักธุรกิจชื่อดังที่นักข่าวคอยติดตาม หากพวกเขาเห็นลูกปล่อยปะละเลยน้องเขา พวกนักข่าวอาจลงข่าวเสียๆหายๆได้นะลูก”

“เอาเป็นว่า ช่วงนี้ผมเริ่มมีงานน้อยลง ผมจะเป็นคนไปส่งสายฝนไปโรงเรียนเองก็แล้วกัน” ณัฒวัฒน์พยายามตัดบทให้จบเรื่อง

            **********************************************

สายฝนตกใจอย่างมากที่ณัฒวัฒน์เป็นคนไปส่งตัวเองไปเรียน สายฝนคิดแล้วก็เครียดต้องมาทนอึดอัดกับสามีของตัวเอง พอเธอขึ้นไปบนรถของณัฒวัฒน์ก็เงียบไม่ยอมพูดอะไรเลย ณัฒวัฒน์เลยพยายามชวนคุย

“ไปเรียนเป็นไงบ้างล่ะ”

“ก็ดีค่ะ”

“อย่างงั้นก็ดี ได้ข่าวว่าผลการเรียนของเธอดีขึ้นมากเลยนี่”

“ค่ะ” “ฝนว่าคุณไม่ต้องฝืนใจมาส่งฝนไปเรียนก็ได้นะคะ”

“ทำไมล่ะ ยังไงก็เป็นหน้าที่สามีที่ดีไม่ใช่หรอ” “เอาเถอะ ช่วงนี้ทนหน่อยแล้วกัน สักพักฉันก็ไม่ว่างแล้ว”

พอเพื่อนๆเห็นสามีของสายฝนมาส่งฝนที่โรงเรียนก็พากันฮือฮา บางคนก็อิจฉาที่ฝนมีสามีหล่อเหลาแถมรวยอีกต่างหาก แต่ในใจฝนกับอยากหลุดจากพันธะนี้ให้รู้แล้วรู้รอดเลย ฝนต้องการจะหลบเสียงแซวของเพื่อนฝูงเลยเดินเลยไปยังด้านหลังของโรงเรียนก็ไปพบกับอาคารหลังหนึ่ง ซึ่งป้ายเขียนบอกว่าเป็นชมรมนักสืบ ในใจฝนแปลกใจมากว่าทำไมถึงรู้สึกคุ้นนักว่าตัวเองเคยเป็นนักสืบมาก่อน แต่วัยประมาณฝนจะเป็นนักสืบได้ยังไง ดังนั้นฝนจึงตัดสินใจขึ้นไปดูชมรมนี้

ความคิดเห็น