ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 13 ใจเรามันไม่เป็นของเราแล้ว

ชื่อตอน : ตอนที่ 13 ใจเรามันไม่เป็นของเราแล้ว

คำค้น : คิมทัณฑ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.8k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ธ.ค. 2561 15:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 13 ใจเรามันไม่เป็นของเราแล้ว
แบบอักษร

"ตอนเย็นกูมารับเหมือนเดิมนะ" เจ้าของน้ำเสียงเข้มเอ่ยขึ้น เมื่อทัณฑ์ลงจากรถมอเตอร์ไซค์ของเขา

"เออ" ตอบกลับสั้นๆ ทัณฑ์ไม่ค่อยกล้ามองหน้าคิมเท่าไหร่นัก อาจจะเพราะเรื่องเมื่อสองวันก่อน

"หึ เลิกเขินกูได้แล้ว" มือหนายื่นไปขยี้เส้นผมนิ่มอย่างนึกเอ็นดู ตั้งแต่เขาจูบมันไปวันนั้น ท่าทางไอ้ทัณฑ์ก็เปลี่ยนไปนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนไปในทางที่แย่อะไร มันแค่เขินมากกว่าปกติ

"กูไม่ได้เขิน" ปัดมือคิมออก แล้วเถียงขาดใจทั้งๆที่ใบหูแดงแปร๊ด

"เนี่ย มึงเขิน"

"กูบอกว่าไม่ได้เขิน!"

"หึ ขี้เถียงเอ้ย" ผลักหัวทุยไปข้างหลังอย่างหมั่นเขี้ยว

"มึงก็เถียงเหมือนกัน" บอกอย่างไม่ยอม

"อยากโดนกูจูบอีกมั้ย จะได้หยุด"

ทันใดนั้น ทัณฑ์ก็รีบเอามือขึ้นมาปิดปากตัวเองทันที เพราะกลัวโดนจูบกลางที่สาธารณะแบบนี้ ก่อนจะแหวใส่คิมไปยกใหญ่

"นี่มันที่เปิด จะทำก็ไปทำในที่รโหฐานสิวะ!"

"กูนึกว่ามึงจะบอกไม่ให้กูจูบซะอีก" คิมขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ แทนที่ทัณฑ์จะด่าเขาเรื่องจูบ แต่ดันบอกให้ไปทำในที่ลับซะงั้น

"กูหมายถึงเรื่องนั้นด้วยโว้ย!" ยิ่งพูดก็ยิ่งรู้สึกว่ามันเข้าตัวเองไปซะหมด ทัณฑ์นึกไปถึงวันที่เขาสองคนจูบกันหน้าประตู..

หลังจากที่เขาสองคนผละออกจากกัน ทัณฑ์ก็วิ่งหนีเข้าไปในห้องนอน เพราะอายเกินจะทนมองหน้าคิม ส่วนเจ้าของห้องก็ไม่ได้ตามมา อาจจะอยากปล่อยให้ทัณฑ์อยู่กับตัวเองสักพัก พอเขาสงบสติอารมณ์ตัวเองได้ เลยออกมาจากห้อง เจอคิมนั่งรออยู่ที่โซฟา...

...แล้วเขาก็โดนจูบอีกรอบ

"กูคงหยุดจูบมึงไม่ได้ กูติดปากมึงไปแล้ว" คิมพูดออกมาอย่างไม่รู้สึกเขินอายแต่อย่างใด ผิดกับทัณฑ์ที่แทบจะจิกกางเกงยีนตัวเองขาดอยู่แล้ว

"ปากกูไม่ใช่บุหรี่นะเว้ย ถึงจะได้ดูดเช้า กลางวัน เย็นน่ะ"

"ช่วยไม่ได้ มึงเริ่มก่อน" ยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ ทัณฑ์ถึงกับเถียงไม่ออก แล้วได้แต่ด่าออกมาอย่างเดียว

"สัส.."

"ไปเรียนได้แล้วไป" คิมสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์ เพราะเขาอยู่คุยกับทัณฑ์นานแล้ว เดี๋ยวไปเรียนไม่ทัน ถึงจะไม่อยากไปก็เถอะ

"เออ มึงก็ไปเรียนได้แล้ว กูไปนะ" ทัณฑ์ว่าพลางหมุนตัวกลับหลังหันจะเดินไปเข้าตึก

"เดี๋ยว.."

"อะไร?" ทัณฑ์หันกลับมาเลิกคิ้วถาม

"ตั้งใจเรียนนะมึง อย่ามัวแต่คิดถึงกู"

"หลงตัวเองว่ะ"

"หึหึ"

คิมมองทัณฑ์เดินหูแดงเข้าตึกเรียนไปอย่างขำๆ ก่อนที่ตัวเองจะขับรถไปยังคณะตัวเอง พอไปถึงก็เจอเพื่อนตัวดีนั่งกดมือถืออยู่ใต้คณะ เขาเลยเดินเข้าไปหา แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้าม ชินที่กำลังก้มหน้าเขี่ยหน้าจออยู่เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนจะยิ้มล้อ คิมรู้ทันทีว่ามันกำลังจะล้อเรื่องที่เขาเมาวันนั้น

"คืนวันศุกร์นี่อย่างหมาเลยนะมึง"

"เหรอวะ" คิมตอบกลับพลางยิ้มมุมปาก แล้วนึกขำในใจ

"ไม่ต้องมาเหรอวะเลย เป็นเด็กวิศวะแต่คอเสือกอ่อน เสียชื่อสัส"

"มึงพูดประโยคนี้ใส่กูตั้งแต่ที่ร้าน อยู่มอมึงก็ยังจะพูดอีกนะห่า"

"อ่าว มึงได้ยินด้วยเหรอวะ กูนึกว่ามึงเมาจนไม่รู้เรื่องรู้ราวไปแล้ว" ชินขมวดคิ้วถาม

คิมนึกขำในใจ ก็เพราะกูไม่ได้เมาน่ะสิ ถึงได้รู้ทุกเรื่องน่ะ ใช่..เขาแกล้งเมา เพื่อให้ความสัมพันธ์ของทัณฑ์กับเขาขยับขึ้นไปอีกขั้น

"กูแค่เมา สติไม่ได้เลอะเลือนเว้ย..ว่าแต่มึงเหอะ เจอสาวอ่ะดิ ถึงไม่กลับกับพวกกู" คิมเปลี่ยนเรื่องคุย เพราะถ้าไม่หยุด มันได้คุยกับเขาเรื่องนี้อีกนาน

"รู้ดีนะมึง แต่ไม่ใช่สาวว่ะ"

"เล่ามา" ไม่ใช่ว่าเขาเป็นคนไม่สนโลกขนาดนั้น เรื่องเพื่อนเขาก็อยากรู้

"ถ้ากูเล่า มึงจะยี๋แล้วเลิกคบกูเป็นเพื่อนป่ะ" ชินถามลองเชิง เพราะถึงสมัยนี้เรื่องเพศจะเปิดกว้าง แต่ก็ใช่ว่าทุกคนจะรับได้ ยิ่งกับผู้ชายด้วยกัน ไม่โดนหัวเราะใส่ ก็เลิกคบกันไป เพราะรังเกียจ

"ทำไมกูต้องยี้ คนที่มึงเจอเป็นกระเทย เป็นตุ๊ด เป็นผู้ชายเหรอวะ"

"มึงนี่มันเป็นคนที่ไม่ต้องอธิบายอะไรให้ยุ่งยากดีว่ะ..เออ เป็นผู้ชาย แต่กูว่าเขาน่าจะเป็นเกย์"

"อืม แล้ว?"

"คือที่กูรู้อะ เพราะกูเห็นรูปเขากับแฟนเก่าวางอยู่ เป็นผู้ชาย แต่แม่งโคตรสวยเลยว่ะ กูมองแว๊บแรกนึกว่าผู้หญิง"

"เดี๋ยว..นี่มึงไปนอนบ้านเขามาแล้วเหรอวะ?" ไอ้เพื่อนคนนี้นี่มันไวไฟจริงๆ

"เออ กูใช้มารยานิดหน่อย"

"เหอะ..กูว่าไม่นิดละ เขาถึงยอมให้ไปนอนด้วย แล้วยังไง เขาบอกมึงเหรอว่านั่นเป็นแฟนเก่า"

"ก็ไม่ได้บอก แต่กูสังเกตสีหน้าเขาตอนดูรูป มันดูเศร้าๆว่ะ" ชินอธิบายตามความรู้สึก

"มึงนี่ไปมโนแข่งกับผู้หญิงชนะได้เลยนะเนี่ย มึงไม่คิดว่าเขาอาจกำลังทะเลาะกันเหรอวะ"

"ไม่ว่ะ เซ้นส์กูมันบอกว่าเขาแม่งโคตรเศร้า เพราะเลิกกับคนนี้แน่ๆ"

"กูว่ามึงถามเขาให้จบๆดีกว่าว่ะ ถ้ายังไม่เลิก กูแนะนำให้มึงถอย เป็นมือที่สามมันไม่สนุกนะเว้ย"

"มึงนี่ไม่ให้กำลังใจกูเลยนะสัส" คิมยิ้มขำเมื่อเห็นหน้ามุ้ยๆของเพื่อน เลยเปลี่ยนเรื่องคุย แต่ยังไงมันก็อยู่ในเรื่องเดียวกันอยู่ดี

"หึ แล้วมึงไปเจอเขาได้ยังไง"

"ในห้องน้ำ ต่อมาก็เจอในเซเว่น แล้วก็เจอในผับอีกรอบ"

"โคตรบุพเพอาละวาด"

"สันนิวาสเว้ยมึงสันนิวาส! เห็นป่ะ กูกับเขาบังเอิญเจอกันบ่อยอย่างกับฟ้าลิขิต กูกับเขาจะไม่เป็นคู่กันได้ไงวะ" ชินบอกอย่างมั่นใจ 

"มึงนี่มุ่งมั่นดีนะ..สรุปตอนนี้มึงกำลังชอบเกย์รุก​ แถมเขาอาจจะยังมีแฟนอยู่​หรืออีกอย่างคือไม่มีแฟน แต่ก็ยังลืมแฟนเก่าไม่ได้ ถูกป่ะ" 

"มึงนี่ประติดประต่อเรื่องซะกูท้อเลย -_-"

"หึหึ" คิมทำได้แค่ขำกับสีหน้าเคืองๆของเพื่อนสนิท

"ว่าแต่มึง..ไม่รู้สึกแปลกๆเหรอวะ ที่มีเพื่อนมาชอบผู้ชายด้วยกันเองแบบเนี้ย" ชินถามเสียงเบาลงมาอีกสเต็ป

"กูถามมึงหน่อย ใครเป็นคนกำหนดวะ ว่าผู้ชายต้องคู่แค่กับผู้หญิง"

"..."

"มึงเคยได้ยินประโยคนี้ป่ะ... People don't become gay, bisexual, pansexual , transsexual. People just fall in love with another person"

"แปลด้วยห่า กูฟังไม่ออก"

"ก็ประมาณว่า มนุษย์ไม่ได้กลายเป็นเกย์ ไบ เลสเบี้ยน มนุษย์แค่ตกหลุมรักใครสักคนก็แค่นั้น"

"คมสัส"

"ไม่ว่ามึงจะเป็นอะไร ถ้ารู้สึกรักใคร แค่ทำตามหัวใจก็พอ"

"กูรู้สึกว่ากูจะบรรลุ" 

"เว่อร์ไอ้สัส" 

"แล้วมึงล่ะ เป็นอะไร" ถามกลับยิ้มๆ คิมยกยิ้มมุมปากขึ้นนิดๆ ก่อนจะตอบ

"กูก็เป็นแค่มนุษย์คนนึง"

ตอบกลับไป หน้าของใครบางคนก็ลอยเข้ามาในหัว ตอนนี้มันจะหายหูแดงหรือยังนะ


โรงอาหารคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์

"ไอ้ทัณฑ์ กูว่าวันนี้มึงเบลอๆนะ ยังไม่หาย แฮงค์เหรอวะ" ฟิกถามขึ้น เพราะวันนี้เพื่อนหน้าหล่อเบลอหนักมากจริงๆ

ตั้งแต่หยิบลิควิดมาเขียน เดินชนประตูบ้างล่ะ นั่งเรียนอยู่ดีๆก็หูแดงบ้างล่ะ ล่าสุดสั่งผัดเผ็ดมากิน วันนี้ทัณฑ์แปลกไปหลายอย่างจนเพื่อนในกลุ่มจับสังเกตได้

"ใจมันไม่เป็นของมันไปแล้วมั้ง" แก้วเอ่ยขึ้นมาลอยๆ พลางเหล่ตามองทัณฑ์ที่ก้มหน้าไม่ยอมสบตา

"แล้วใจมันเป็นของใครวะ" ฟิกขมวดคิ้วถาม กลับ

"นั่นสิ เป็นของใครวะ เดย์..มึงรู้ป่ะ" แก้วมองไปที่เดย์แล้วยิ้มมุมปาก ส่วนเดย์นั้นก็ได้แต่ทำหน้านิ่งกลับมา

"พวกมึงคุยอะไรกัน ไม่เห็นรู้เรื่อง" คนเข้าใจอะไรยากและยังไม่ชอบคิดอะไรมาก บ่นพึมพำก่อนที่สายตาจะเผลอไปปะทะเข้ากับร่างสูงสง่าสองคนที่เดินเข้ามาในโรงอาหารคณะเขา

นี่ถ้าไม่รู้จักกันฟิกคงหมั่นไส้และคงคันมือคันตีน หล่อเกินคนไปแล้วนะพวกมึง ทำเอาสาวๆในคณะกูมองตามกันจนคอเข็ด

"ไอ้คิมกับไอ้ชินมาอะ"

ขวับ

ทันทีที่ฟิกพูดจบ ทัณฑ์ก็เป็นคนแรกที่หันหน้าไปมอง พอสายตาสบเข้ากับคิมที่ส่งยิ้มมาให้แต่ไกล ใบหูขาวๆก็แดงอีกรอบ ทัณฑ์รีบหันหน้ากลับมาที่เดิม กลัวว่าคนที่ส่งยิ้มให้จะจับได้ว่าเขาเสียอาการแค่ไหน

"ไอ้ทัณฑ์ กูว่ามึงไปหาหมอดีมะ หูมึงแดงอีกแล้วอะ มึงต้องเป็นโรคอะไรแน่ๆเลย"

"โรคพ่อมึงสิ" เผลอแหวใส่เพื่อนตัวเตี้ย มันอ้าปากเตรียมจะด่า แต่คู่หูตัวเปรตก็เดินเข้ามานั่งร่วมโต๊ะซะก่อน

"มาทำไมบ่อยๆวะ" ฟิกพูดทีเล่นทีจริง พวกมันมาก็สนุกดี แต่พวกมันชอบแย่งซีนจากสาวๆนี่สิ

"มาแดกข้าว" ชินตอบ

"แล้วข้าวคณะมึงไม่มีหรือไง ถึงได้ถ่อมากินถึงคณะพวกกูเนี่ย" แก้วถามสองหนุ่มอย่างกวนๆ

"มี แต่ที่นี่อร่อยกว่า" คำว่าอร่อยกว่า คิมพูดพลางหันไปมองคนข้างกายที่ไม่ทักเขาสักคำ รู้แหละ ว่ามันกำลังเสียทรงอย่างหนัก

"ชัดเจนเนอะ" แก้วพูดลอยๆ แต่จงใจสื่อถึงคิมทัณฑ์โดยตรง คิมยิ้มมุมปากให้ ก่อนจะหันมาสนใจไอ้หูแดงข้างๆ

"ไม่พูดไม่จา ปากเป็นอะไร ห๊ะ"

ทัณฑ์หันมามองตาขวาง ก่อนจะแอบเอามือไปใต้โต๊ะแล้วบีบต้นขาคิมแรงๆเพื่อเอาคืน คิมยิ้มขำถึงจะเจ็บก็เถอะ มือหนาจับมือขาวออกจากการบีบหนักๆ แล้วก็จับมาวางไว้บนตักตัวเองอย่างนั้นไม่ยอมปล่อย

"กินข้าวยัง"

"ก็นี่ไง" มองไปที่จานข้าวที่ยังพูนจาน ไม่มีร่องรอยการกินเลยแม้แต่คำเดียว ก็เขาดันเผลอสั่งผัดเผ็ดมา เหมือนลืมไปชั่วขณะว่าตัวเองกินเผ็ดไม่ได้ หรือตอนสั่งเขากำลังคิดถึงไอ้คนที่ชอบกินเผ็ดเป็นชีวิตจิตใจอยู่ก็ไม่รู้

"ของมึงเหรอวะ แต่มึงไม่กินเผ็ดหนิ"

"กูสั่งมาผิด"

โป๊ก

มะเหงกลงกลางหน้าผากของทัณฑ์เต็มๆ เจ้าตัวเอามือมาลูบหน้าผากตัวเองปอยๆ

"มาเขกหัวกูทำไมวะ"

"สติไม่อยู่กับตัวแล้วรึไง" ว่าพลางลุกขึ้นแล้วหันเรียกชินที่กำลังคุยสนุกอยู่กับอีกสามคน

"ไอ้ชิน ไปซื้อข้าว"

"เออๆ"

ชายหนุ่มทั้งสองเดินไปซื้อข้าว ชินสายก๋วยเตี๋ยวก็ยังซื้อก๋วยเตี๋ยวอยู่เหมือนเดิม ส่วนคิมก็ไปซื้อข้าวผัดกุนเชียง โปะด้วยไข่ดาวยางมะตูมฟองหนึ่ง เมื่อซื้อเสร็จแล้วทั้งสองก็เดินกลับมาที่โต๊ะ

"ทำไมวันนี้มึงกินจืดชืดจังวะ" มองข้าวผัดของเพื่อนอย่างแปลกใจ ปกติมันไม่กินอาหารเหมือนเด็กปฐมแบบนี้

"..." คิมไม่ตอบอะไร เลยทำให้คนถามได้แต่ทำหน้างงอยู่อย่างนั้น ทั้งคู่เดินมาถึงโต๊ะแล้วนั่งลง คิมเลื่อนข้าวจานเดิมของทัณฑ์มาไว้ตรงหน้าตัวเอง ก่อนจะวางข้าวที่พึ่งไปซื้อมาสดๆร้อนๆไว้ตรงหน้าทัณฑ์แทน

"อ่อ กูรู้ละ" ชินเอ่ยขึ้นลอยๆ ในใจก็แอบหมั่นไส้พวกมัน นี่เขาตกข่าวอะไรไปรึเปล่าวะ ไอ้สองคนนี้มันรู้สึกจะเกินเบอร์ไปมากแล้วนะ เพื่อนกันปกติเขาไม่ดูแลกันดีขนาดนี้หรอก

หลังจากกินข้าวกลางวันเสร็จ สองหนุ่มก็แยกตัวกลับคณะของตัวเอง ในระหว่างที่เดินไปที่รถ ชินก็อดถามสิ่งที่สงสัยไม่ได้

"ไอ้คิม กูถามจริงๆนะ มึงกับไอ้ทัณฑ์นี่ยังไงวะ" 

"ตอนนี้ก็ยังไม่ยังไง" ตอบกลับไปเสียงเรียบ ถึงเขาสองคนจะมีความรู้สึกดีๆให้กันแบบเกินเพื่อน แต่ก็ยังไม่มีใครตกลงอะไรกันให้มันชัดเจน เขาคิดว่าทัณฑ์เองก็คงจะสับสนไม่น้อย และคงตั้งตัวไม่ทัน ต้องให้เวลากับมันสักนิด

"แสดงว่าอนาคตจะมีการเปลี่ยนแปลง?"

"หึ ให้มันเป็นเรื่องของอนาคต"


หอประชุมกลาง

"มารวมกันตรงนี้ก่อนนะเด็กๆ พี่มีเรื่องจะแจ้ง" พี่สตาฟฟ์ที่ดูแลเหล่าดาวเดือนทั้งหลายตะโกนบอกฝูงผึ้งที่พอมีเวลาพักปุ๊บก็พร้อมจะแตกรังออกไปตามทางของตัวเองทุกเมื่อ บางคนกำลังจะออกไปซื้อขนม บางคนยังนั่งกินขนมอยู่ก็มี แต่ก็ต้องละทิ้งสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่ แล้วมานั่งรวมกันตามที่พี่บอก

"มึงหยุดกินก่อนมั้ยไอ้ทัณฑ์" เพิร์ธว่าเสียงเอือม เขาเห็นมันนั่งกินขนมตั้งแต่ให้พัก นี่พี่เขาเรียกมา มันยังกินไม่หยุด

"ไม่" ลอยหน้าลอยตายิ้มตอบ ก่อนนะยัดขนมเข้าปากไปคำโต คิมที่นั่งอยู่ข้างๆ ยื่นขวดน้ำที่มีหลอดไปใกล้ปากทัณฑ์อย่างรู้งานว่าขนมที่มันยัดเข้าไปคำใหญ่เมื่อกี้ต้องฝืดคอแน่ๆ ทัณฑ์ก้มลงมาดูดน้ำเข้าปากอย่างชิวๆ

"สัส สปอยล์กันเก่ง มึงไม่ว่าอะไรมันหน่อย  เหรอวะ" เพิร์ธหมั่นไส้จนต้องหันไปหามีนเพื่อหาแนวร่วม แต่เดือนคณะแพทย์ก็ได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่า 

"ปล่อยไปเหอะหน่า"

"โอ้ย พ่อพระนักนะมึง"

"โอเค เรื่องที่พี่จะแจ้งมีทั้งข่าวดี และข่าวร้าย อยากฟังข่าวไหนก่อนดี" ทุกคนหันมาตั้งใจฟังในสิ่งที่พี่สตาฟฟ์จะพูด

"ข่าวร้ายยยย!" แต่ละคนพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากฟังข่าวร้าย คงเพราะอยากฟังข่าวร้ายให้เสียใจไปก่อน แล้วค่อยฟังข่าวดีย้อมใจทีหลัง

"ฮ่าๆๆ ได้..ข่าวร้ายก็คือ การแข่งประกวดดาวเดือนจะมีขึ้นในอีกสองอาทิตย์"

"ห๊ะ!?" ทันทีที่ฟังจบ สีหน้าของแต่ละคนต่างก็พากันงงงวย ตกใจและไม่คาดคิด เพราะตอนแรกกำหนดการแข่งมันคือสิ้นเดือนนี้ แต่นี่อีกสองอาทิตย์จะถึงวันแข่ง

"เขาเลื่อนวันแข่งมาเร็วขึ้น เพราะงั้นพี่ก็อยากให้น้องๆขยันฝึกซ้อมให้มากขึ้น เวลาเราเหลือไม่มากแล้ว"

"โหหหหหหหหห" ตามมาด้วยเสียงโหยหวนอีกสิบระดับ

"อยากฟังข่าวดีรึยัง?" พี่ไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนอย่างเลือดเย็น แล้วเปลี่ยนเรื่อง ถึงแต่ละคนจะพยักหน้าเหมือนไม่มีชีวิตก็ตาม

"วันเสาร์นี้ เราจะไปทะเลกัน!"

"กรี๊ดดดดดดดดดด!!!!!"  พอฟังจบ เสียงดาวทั้งหลายก็พากันกรี๊ดออกมาอย่างดีใจ เพราะจะได้เปลี่ยนบรรยากาศหลังจากซ้อมในห้องสีเหลี่ยมนี่มานานร่วมเดือน 

"ชอบป่ะ" คิมหันไปถามทัณฑ์

"ชอบอะไร"

"ทะเล"

ทัณฑ์ส่ายหน้าให้เป็นคำตอบแทน ก่อนจะอธิบายเหตุผลที่ไม่ชอบเพิ่มเติม

"ตอนเด็กๆกูอยู่หาดใหญ่ เห็นทะเลจนเบื่อแล้ว ถ้าให้เลือก กูชอบภูเขามากกว่า"

"แล้วตอนนี้ครอบครัวมึงย้ายมาอยู่กรุงเทพหมดแล้วเหรอ" ได้ทีคิมก็แอบถามเลือกส่วนตัวของทัณฑ์ซะเลย

"จริงๆพ่อแม่ยังอยู่หาดใหญ่ กูมาเรียนต่อเลยอยู่กับอาที่กรุงเทพ แม่กูก็ขึ้นมาหากูอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้กลับไปแล้ว"

"อ่อ ที่มึงกลับบ้านบ่อยๆตอนที่อยู่หอแรกๆเพราะรีบกลับไปหาแม่นี่เอง"

"อาฮะ"

"พ่อแม่มึงดุมั้ย"

"แม่อะใจดี แต่พ่อก็ดุนิดหน่อย ถามทำไมวะ"

"ก็รู้เอาไว้ เวลาไปฝากตัวจะได้ทำตัวถูก" คิมยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่าทัณฑ์ทำหน้าไม่ถูกอีกแล้ว

"ฝากตัวพ่อมึงสิ"

"หึหึ มึงก็ต้องมาฝากตัวกับพ่อกูอยู่แล้ว"

"ไอ้สัส" ไม่รู้จะเถียงยังไง ส่งสัตว์ออกไปป้องกันก่อนแล้วกัน

พี่สตาฟฟ์นัดแนะเวลาการเดินทาง สิ่งที่ต้องเตรียมไป และกิจกรรมที่ต้องทำที่ทะเลอีกนิดหน่อย ก็ปล่อยให้พวกเด็กกลับไปซ้อมต่อ

เวลาล่วงเลยมาจนถึงสองทุ่มตรง ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับตามปกติ คิมกับทัณฑ์เดินคู่กันออกมาจากหอประชุม

"คิม! เดี๋ยวก่อนคิม!"

ทั้งสองหยุดชะงัก ไม่เพียงแต่คนถูกเรียกคนเดียว คิมกับทัณฑ์หันไปมองเจ้าของเสียงเรียกที่กำลังวิ่งเหยาะๆมาหาพวกเขา

"มีอะไร" ถึงจะรู้จักกันในระดับหนึ่ง แต่น้ำเสียงในการทักทายของคิมก็ไม่ต่างไปจากเดิมที่เคยเป็น แต่หญิงสาวก็ชินซะแล้ว

"เราทำมาให้" แพรวยื่นกล่องอะไรบางอย่างให้กับคิม ชายหนุ่มรับมาแล้วส่องดูข้างในกล่องใส ก็พบว่ามันคือช็อกโกแลตบราวนี่

"ทำเองเลยเหรอ"

"อืม จริงๆเราพึ่งหัดทำ นี่เอามาให้คิมชิมเป็นคนแรกเลยนะ" หญิงสาวบอกอย่างขวยเขิน

"นี่มองเราเป็นหนูทดลองรึไง"

"บ้า ไม่ใช่ซักหน่อย"

ทัณฑ์ที่ยืนมองคนสองคนคุยกันในโลกสีชมพูก็รู้สึกว่าตัวเองมาเป็นส่วนเกินของเขาทำไมวะ มึงควรจะใสหัวไปจากตรงนี้ได้แล้ว

"กูไปรอที่รถนะ" เอ่ยขึ้นมาเสียงเบา เพื่อให้คิมพอได้ยิน และเพื่อไม่ให้หญิงสาวรู้สึกไม่ดีด้วย ก่อนจะเดินออกมา เขาไม่ได้ทำตัวเป็นนางเองอะไรนะเว้ย ก็แค่คืนพื้นที่ให้นางเอกตัวจริงก็แค่นั้น

ทัณฑ์เดินมายืนพิงรถมอเตอร์ไซค์ของคิม อย่างเซ็งๆ พลางคิดว่าไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนี้เลยแฮะ แล้วก็คิดลึกไปอีกว่าขนาดตัวเองยังไม่ชอบ แล้วไอ้คิมมันจะชอบเหรอวะ เพราะงั้น ถ้ามันมา เขาต้องทำตัวให้เป็นปกติ มันจะได้ไม่อึดอัดหรือรู้สึกรำคาญ

สักพักคิมก็เดินกลับมาพร้อมกล่องช็อคโกแลตในมือ  ทัณฑ์สูดลมหายใจเข้าลึกๆก่อนจะปั้นรอยยิ้มให้

"แหม..มีสาวมาให้ขนมแบบนี้ ตัวลอยเลยสิมึง กูล่ะอิจฉามึงชะมัด"

"..." คิมไม่ตอบอะไร แต่เดินไปเสียบกุญแจที่รถ ก่อนจะถอดออกแล้วหันมาบอกด้วยสีหน้านิ่งๆ

"น้ำมันหมด วันนี้เดินกลับแล้วกัน" ว่าจบก็เดินนำออกไปตามทาง

"เอ้า รอด้วยสิโว้ย!"  ทัณฑ์รีบวิ่งตามไป ถึงจะงงและจับต้นชนปลายไม่ถูก แต่ก็ต้องรีบวิ่งตามจนมาเดินเคียงกัน

"กินมั้ย" คิมยื่นกล่องขนมมาให้

"มึงเอามาให้กูกินทำไม เขาเอามาให้มึง เสียน้ำใจหมด" ไม่รับแถมยังดันกล่องกลับคืน

"ที่กูรับมามันก็ถือว่ารักษาน้ำใจแล้ว มึงก็รู้ว่ากูไม่ชอบของหวาน หรือจะให้กูเอาไปทิ้ง?" จังหวะที่พูดมันพอดีกับตอนที่เดินผ่านถังขยะ คิมเงื้อมือเตรียมจะขว้างใส่ถังขยะ แต่ทัณฑ์รีบแย่งกล่องมาไว้กับตัวเอง

"มึงนี่มันไม่เห็นค่าของดีจริงๆ" ถึงจะบ่นมันไป แต่ผิดมั้ยที่เขาดีใจที่มันจะโยนทิ้ง นิสัยเสียจังกู 

ทั้งคู่เดินต่อ ทัณฑ์หาจังหวะเพื่อถามคำถามที่อยากรู้มานานกับคิม และเมื่อเวลามาถึง เขาก็โพล่งถามออกไป

"มึงชอบเขามั้ยวะ...แพรวน่ะ" 

"ถามทำไม" คิมหันไปขมวดคิ้วถามกลับ

"ก็กูเห็นมึงกับเขาสนิทกันมากขึ้นจากเมื่อก่อน เขายังเป็นผู้หญิงไม่กี่คนที่มึงคุยด้วย รู้มั้ยคนอื่นเขาจับมึงจิ้นกับแพรวกันเต็มเลย"

"..."

"แพรวแม่งโคตรสวยเลย เห็นทีแรกกูตั้งปณิธานไว้เลยว่ากูต้องได้คนนี้มาเป็นแฟนให้ได้ แต่มึงที่หล่อน้อยกว่ากูดันทำให้หญิงในฝันกูหลงชอบซะแล้ว"

"..."

"กูยอมหลีกทางให้ก็ได้...จริงๆกูไม่เห็นต้องถามเลยว่ามึงชอบเขารึเปล่า ถามใครก็ต้องตอบว่าชอบทั้งนั้น แต่ถ้ามึงยังไม่ชอบนะ มึงแม่งโคตรโง่เลยอะ"

"..." 

"กูเชียร์นะเว้ย พวกมึงยืนด้วยกันแล้วเหมาะสมดี" 

"รู้สึกดีมั้ย" คิมที่เงียบฟังอยู่นานพูดขึ้น ทัณฑ์ทำหน้างงงวย ก่อนจะเลิกคิ้วถาม 

"อะไร?"

"ที่พูดแบบนั้นออกมา มึงรู้สึกดีมั้ย" คิมมองเข้าไปในตาของทัณฑ์อย่างดูออก ว่ามันไม่ได้รู้สึกดีอะไรเลยกับคำพูดของตัวเองเมื่อกี้

"หึ...ใครใช้ให้มึงเกิดมาฉลาดวะ" ว่าเสียงติดตลก ก่อนจะก้มหน้ามองพื้น เพื่อหลบสายตาคมกริบที่มองมา

"มึงจะฝืนไปทำไม"

"..."

"ทำไมมนุษย์ถึงชอบทำอะไรที่มันตรงข้ามกับใจตัวเองวะ" 

"ก็เพราะว่าคนเรามันไม่ใช่ว่าต้องการอะไร แล้วมันจะได้อย่างใจทุกอย่างไง การทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับใจ ก็เหมือนเป็นการป้องกันตัวเองอย่างนึง" 

พรึ่บ!

คิมหยุดเดินแล้วจับบ่าทั้งสองข้างของทัณฑ์ให้หันมาหากัน ทั้งสองยืนจ้องหน้ากันนิ่งกลางถนนโล่งๆ

"มึงก็รู้ว่ากูชอบใคร ทำไมถึงยังยัดเยียดให้กูไปชอบคนอื่น"

"ก็เรื่องของกูกับมึงมันไม่มีอะไรชัด..อุ๊บ!"

เหมือนภาพฉายซ้ำ ทัณฑ์ยังพูดไม่ทันจบ ก็โดนล็อคคอไว้แล้วริมฝีปากก็ถูกจู่โจมมาแบบไม่ทันตั้งตัว ริมฝีปากร้อนผ่าวกำลังบดเบียดลงมาที่ปากของเขาด้วยอารมณ์คลุกรุ่น ดุดันแต่ก็แฝงความอ่อนโยนเอาไว้ คิมผละออกมามองหน้าคนตกตะลึงในระยะหนึ่งคืบ

"นี่มันถนนนะ..อุบ!" แล้วเขาก็โดนจูบปิดปากอีกครั้ง คิมเอียงใบหน้าให้ได้องศาในการจูบที่เหมาะสม ก่อนจะระดมจูบกับริมฝีปากนุ่มหยุ่นตรงหน้า

ถ้าเปรียบริมฝีปากของทัณฑ์เป็นเหมือนอะไร..มันก็เหมือนบุหรี่ที่ได้ลองแค่ครั้งเดียว ก็อยากจะลองอีกครั้ง...อีกครั้ง...จนไม่สามารถเลิกลองได้ง่ายๆ

ถ้าเปรียบริมฝีปากคิมเป็นเหมือนขนม ทัณฑ์คงคิดถึงช็อกโกแลต ที่ทั้งขมและแอบซ่อนความหวานล้ำอยู่ข้างใน

"อืมม.."

ไม่สามารถละริมฝีปากออกมาได้..

"อืออ.."

ไม่สามารถละเรียวลิ้นที่กำลังเกี่ยวกวัดออกจากกันได้...

"แฮ่ก..เดี๋ยวคนเห็นไอ้สัส" ทัณฑ์ดันหน้าของคิมออกได้สำเร็จหลังจากพยายามอยู่นาน

"แค่นี้****ชัดพอรึยัง"

"มึงพอเลย!" ทัณฑ์ผลักตัวของคิมให้ออกห่าง เมื่อกี้เขาทำอะไรลงไปวะ เมื่อกี้พวกเขายืนจูบกันกลางถนน กลางถนนเลยนะเว้ย!! ถึงจะไม่มีใครอยู่เลยก็เถอะ

"โกรธกูเหรอ" ถามด้วยสีหน้าที่ไม่ได้สำนึกผิด ใดๆ เหมือนแค่ถามเฉยๆให้รู้ว่าถามแค่นั้น

"โกรธดิวะ! ต่อไปนี้นะ มึงห้ามมาจูบกูในที่สาธารณะแบบนี้อีกเข้าใจป่ะห๊ะ"

"งั้นก็รีบกลับห้อง"

"ไอ้เชี้ยคิม! มึงฟังกูมั่งป่ะเนี้ย?" คิมยักไหล่ก่อนจะเอามือมาพาดไหล่ทัณฑ์ แล้วเดินต่อ

"มึงเข้าใจที่กูพูดป่ะเนี้ย"

"แล้วมึงเข้าใจยังว่ากูไม่ได้ชอบเขา"

พอคิมเปลี่ยนมาเรื่องนี้ ทัณฑ์ก็ชะงัก ก่อนที่อาการหูแดงจะกลับมาอีกครั้ง

"เออ รู้แล้ว"

"ก็ดี"

ทั้งสองเดินข้างกันไปเรื่อยๆ โดยไม่มีใครพูดอะไรออกมา แต่ทัณฑ์รู้สึกดีขึ้นมาจากตอนแรก มากๆ

"เราเดินกลับด้วยกันแบบนี้ เหมือนตอนนั้นเลยว่ะ" อยู่ดีๆก็นึกถึงช่วงแรกๆที่รู้จักกัน ใครจะคิดว่าไอ้นักเลงในวันนั้นจะมายืนจูบเขาในวันนี้

"จริงๆน้ำมันไม่ได้หมด กูโกหก"

"ห๊ะ?" ทำหน้าไม่เข้าใจคิมสุดๆ

"แล้วมึงจะโกหกทำไม กูเมื่อยขานะเนี้ย เดินตั้งไกลกว่าจะถึงหอ"

"ถ้ากูไม่โกหก จะได้มาเดินคุยกับมึงแบบนี้เหรอวะ"

"แผนสูงนัก"

"มึงก็คิดเองเออเอง"

"เขาเรียกว่าคนจินตนาการสูงโว้ย"

"แถวบ้านกูเรียกมโน"

"บ้านมึงคนเดียวไง บ้านกูเรียกว่าอิมเมจิ้น รู้จักป่ะ อิมเมจิ้นอะ"

"เหอะ เถียงเก่ง"

"มึงเก่งกว่ากูอีก!"

"มึงนั่นแหละ"

"มึงนั่นแหละโว้ย!!"

และเหมือนว่าสงครามครั้งนี้จะไม่จบง่ายๆซะด้วยสิ...

++++++++++++++++++++++++++++

People don't become gay, bisexual, pansexual ,transsexual. People just fall in love with another person.  

 -Calum Hood​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว