สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่31 เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!

ชื่อตอน : ตอนที่31 เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 364

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ธ.ค. 2561 02:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่31 เกิดอะไรขึ้นเนี่ย?!
แบบอักษร

ไรท์ลืมไปว่าจริงๆแล้วอามาเมะจะเรียกคนอื่นด้วยคุณเสมอ (ยกเว้นคุโระ) #ไว้ค่อยไปแก้ทีหลังๆๆๆก็แล้วกัน

ปล.โทษทีติดเกมไปหน่อย สอบเสร็จก็เงี้ยะ



...เรื่องข้างล่างชักจะเพลิดเพลินมากเกินไปแล้วนะ ทางนี้แทบจะตายอยู่แล้วเนี่ย

เอาล่ะ ถ้าจะทำการทบทวนไปยังเรื่องในอดีตล่ะก็ สั้นๆได้ใจความคือทุกตนที่นี่เป็นศัตรูกับข้า และข้าก็อยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรูกับน้องสาวของข้ามาเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมงแล้ว

"เฮ้! เริ่มจะต้านไว้ไม่ไหวแล้วนะ! ตกลงกำแพงเวทมนตร์นี่จะป้องกันไหวแน่นะ!?"

"เจ้าถามเรื่องนั้นกับข้ามาเป็นเวลาสามสิบชั่วโมงแล้วนะ! ตั้งแต่มาที่นี่ ยันตอนนี้ เจ้าก็น่าจะรู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าเวทมนตร์ของข้าสามารถป้องกันได้น่ะ!?"

"แต่มันเริ่มจะร้าวแล้วนะ!?"

"ไม่พังหรอก! ถ้ามันจะพังก็ยังมีชั้นที่สองอีก! กว่ากำแพงชั้นที่สองจะพังพวกเราก็หนีกันพ้นแล้วล่ะน่า!"

ขอแนะนำตัวก่อนก็แล้วกัน ข้ามีนามว่ายูริ ดิ ลันดอน พวกเจ้าคงสงสัยว่านามสกุล 'ดิ ลันดอน' คืออะไร ข้าจะเล่าให้ฟังสั้นๆก็แล้วกัน

สกุลนี้นั้นเป็นสกุลเดิมของพระธิดาของเทพสูงสุด เมื่อนานมากแล้วที่นามนี้ถูกเอ่ยขึ้น เมื่อนางสิ้นพระชนม์ไปก็ไม่มีผู้ใดมาสืบทอดสกุลนี้เพราะนางไม่มีบุตรแม้แต่คนเดียว และหลังจากนั้นข้าก็ได้ถูกแต่งตั้งให้เป็นเจ้าหญิงผู้สืบทอดสกุลนี้ 

สกุลที่เกี่ยวข้องกับพระธิดาของเทพสูงสุดนั่นน่ะ แต่เดิมแล้วไม่มีการสืบทอดสกุลนี้แต่ใดเว้นแต่จะเป็นผู้สืบทอดสายเลือด แต่ว่าก่อนหน้าที่ข้าจะได้รับการสืบทอดสกุลนี้นั้นก็ได้มีกฎใหม่เกิดขึ้น

'หากมีผู้ใดที่มีคุณสมบัติเกี่ยวข้องกับธาตุศักดิ์สิทธิ์ ผู้นั้นจะได้รับการสืบทอดสกุลแห่งลันดอน' ก็เป็นแค่ชื่อแต่มันสำคัญมากล่ะนะ ถือเป็นยศเลยล่ะ ถ้าเทียบกับขุนนางก็สูงยิ่งกว่าดยุกได้ล่ะมั้ง

โดยปรกติชาวสวรรค์จะเป็นผู้ใช้เวทมนตร์ธาตุแสง แต่ข้ากลับเป็นผู้เดียวที่สามารถใช้เวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์ได้ ข้าจึงถูกแต่งตั้งให้สืบทอดนามนี้ ต่อมาก็ฮารุและอเดลตามลำดับ

สำหรับสองคนนั้นเป็นกรณีพิเศษเล็กน้อย นั่นคือตัวฮารุมีพลังธาตุศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่ในร่างกาย ถ้าจะให้พูดแบบเจาะจงคือร่างหมาป่าของนางเต็มไปด้วยพลังเเวทมนตร์ศักดิ์สิทธิ์

ส่วนอเดลนั้นเป็นเปลวเพลิงที่สามารถเผาผลาญได้ทุกสิ่ง ดูเพียงผิวเผินนั่นอาจจะเป็นเพียงเปลวเพลิงธรรมดา แต่ความจริงแล้วเปลวเพลิงนั่นเป็นเปลวเพลิงของวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ มันจึงต่างจากเปลวเพลิงทั่วไป

สำหรับข้า ข้าคิดว่าอเดลคือทายาทของเทพอสูรจิ้งจอก แต่กับเหล่าชาวสวรรค์ด้วยกันเองแล้ว เทพอสูรจิ้งจอกเป็นเพียงแค่ตำนานเท่านั้น ยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ถึงความเป็นจริง

ข้าเองก็เช่นกัน

อนึ่ง ผู้ที่ครอบครองพลังที่มากมายมหาศาลจะบรรลุถึงจุดที่เหนือกว่าเทพได้นั้น จะได้รับความสามารถที่เรียกว่าร่างจำแลงเช่นข้าเองก็มีเช่นกัน ฮารุนั้นมีร่างเทพหมาป่าจึงถือได้ว่าเป็นหนึ่งประเภทของร่างจำแลงแต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ด้อยกว่าข้าอยู่พอควร แต่อเดลนั้นไม่

ทว่านังนั่นดันฉลาดเป็นกรด วางแผนได้แยบยลยิ่งกว่าที่ข้าคิด ไม่นึกเลยว่าจะทรยศราชาแห่งเราได้ ข้าจะจัดการนางให้สิ้นแล้วจบเรื่องราวนี้ เพื่ออนาคตของท่านราชา

*ตู้มมมมม!!*

"ม...ไม่จริงน่า..."

"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้น?"

"...เทพสูงสุดลงมาเองเลยน่ะสิ"

"ว่าไงนะ!?"

ไม่มีเวลาแล้ว! ทั้งที่คิดว่ายังอยู่ต่อได้อีกหลายวันแท้ๆแต่ถ้าเป็นแบบนี้ ด้วยพลังเวทย์แค่นี้แค่ห้านาทีก็พังทลายหมดแล้ว ข้าต้องเสริมความแข็งแกร่งของกำแพงเวทมนตร์ขึ้นไปอีก

ข้าเปิดใช้ร่างจำแลง 'เทพีศักดิ์สิทธิ์' จากนั้นก็ใช้เวทมนตร์สร้างกำแพงเวทมนตร์ขนาดใหญ่ครอบคลุมสถานที่แห่งนี้เอาไว้ ต่อให้เป็นเทพสูงสุดแต่เขากับข้าก็ไม่ได้แตกต่างกันมาก เรียกได้ว่าข้าในตอนนี้มีพลังที่ทัดเทียมกับเทพสูงสุด เผลอๆอาจจะมีมากพอที่จะทัดเทียมกับราชาแห่งเราเสียด้วยซ้ำ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้ยังไงน่ะหรือ? ข้าคงต้องย้อนความสักเล็กน้อย

เมื่อข้ามาถึงสถานที่แห่งนี้ทุกคนก็ตั้งตนเป็นศัตรู และบอกกับข้าว่าจะจับกุมข้าที่เข้าไปอยู่ฝ่ายเดียวกับราชาแห่งเรา อีกทั้งยังตราหน้าข้าว่าเป็นกบฏอีก ข้ากับฮารุไม่พ้นโดยประหารชีวิตจึงคิดต่อต้าน และถ้าให้ข้าเอาจริง กับนักรบสวรรค์สองพันตนน่ะสบายๆ

แต่ข้าไม่อยากให้มีปัญหาจึงได้สร้างปราการนี้ขึ้น และตอนนี้ก็ได้เวลาที่จะเตรียมตัวหนีแล้ว

"รีบเก็บของซะ!"

"เอาไปให้หมดเลยเหอะน่า!"

นั่นสินะ!

...ดูเหมือนว่าข้าจะลืมอะไรไปอย่างหนึ่ง ข้าลืมบอกพวกเจ้าสินะว่าตอนนี้กองทัพที่กำลังจะเผชิญหน้ากันเพื่อต่อสู้แก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันไม่ได้มีแค่จอมมารกับอดีตผู้กล้าอย่างราชินีแห่งเรา แต่มีเทพเจ้าสูงสุดเข้ามาร่วมด้วยแล้ว 

เมื่อกองทัพปีศาจ กองทัพสวรรค์และผู้ที่เทียบเคียงราชาแห่งเราปะทะกัน ข้าคิดว่าโลกใบนี้จะต้องพังพินาศเป็นแน่แท้ ดังนั้นการตัดกำลังจึงเป็นเรื่องที่ดี

จอมมารน่ะไม่ออกมาจากเขตปกครองของตน หรือก็คือทวีปปีศาจ ซึ่งหากไม่มีความจำเป็นใดๆเขาจะอยู่ที่นั่น ข้าอาจจะต้องล่อเขาให้ติดกับเข้าแล้วจัดการเขาซะ

ต่อมาคือเทพสูงสุด หากรู้ว่าจอมมารตายไปคงไม่อยู่เฉยรีบขนกำลังรบลงมาเพื่อรอการบุกรุกของราชินีแห่งเราอย่างแน่นอน และตอนนี้ราชินีแห่งเราก็ผลุบๆโผล่ๆ หาตัวจับได้ยากยิ่งกว่าผีลักซ่อนเสียอีก ข้าคิดว่าเริ่มที่จอมมารเลยก็ไม่ใช่ความคิดที่แย่เท่าไร เพียงแต่...

"...ข้าคงต้องฟื้นพลังให้กับท่านราชา เพื่อการนั้นแล้วข้าจำเป็นต้องใช้น้ำยาเวทมนตร์สวรรค์ เจ้าได้ไปเอามาแล้วใช่หรือไม่?"

"ครบทุกขวด ไม่มีแตก!"

"ดี ข้าจะนำมันไปให้ท่านราชา นั่นจะช่วยให้ท่านราชาฟื้นฟูพลังเวทย์ของเขาได้ดียิ่งขึ้น และพร้อมที่จะรบกับจอมมาร"

ถ้าให้ดีท่านก็ควรที่จะปลุกแสงสว่างในตัวของท่านให้ตื่นขึ้นได้แล้วนะท่านราชาแห่งเรา ข้าจะไม่ยอมให้ท่านตายไปและไม่มีวันสูญเสียท่านไปอย่างแน่นอน

เพื่อการนั้นแล้ว ข้าจึงต้องวางแผนให้ดีที่สุด และมันจะเริ่มต้นขึ้น ทันทีที่ข้าก้าวออกไปจากสถานที่แห่งนี้

"พร้อมนะ"

"เดี๋ยว! ฉันเริ่มคิดแล้วว่าจะไม่เป็นไรจริงๆเหรอ? ถ้าเทพสูงสุดลงไปยังโลกเบื้องล่างตามพวกเราล่ะ?!"

"ไร้สาระน่า ถ้าเขาลงไปตอนนี้มีหวังโดนการโจมตีที่ฉับพลันของจอมมารอย่างแน่นอน ถึงเขาจะไม่ได้คิดจะช่วยพวกเรา แต่ตัวเขาที่ไม่สามารถขึ้นมายังสวรรค์ได้ก็ย่อมไม่เสียโอกาสที่เทพสูงสุดลงไปยังโลกเบื้องล่าง ถ้าสองคนนี้สู้งกันล่ะก็ท่านราชินีก็ไม่ยอมอยู่เฉยอย่างแน่นอน แบบนั้นแผนของข้าและเทพสูงสุดก็จะพังลง เพราะถ้าต้องปะทะกับจอมมารและท่านราชินีพร้อมกันล่ะก็ ไม่มีทางที่เขาจะต้านทานไหวอย่างแน่นอน"

"แล้วเธอจะรู้เรื่องนั้นได้ยังไงล่ะ?"

"มันแน่นอนอยู่แล้ว เพราะความแข็งแกร่งของเทพสูงสุดนั้นไม่ได้มากมายอย่างที่เห็น ถ้าสู้กันกับจอมมารล่ะก็อาจจะพลั้งพลาดถึงตายได้อย่างแน่นอน ข้าคิดว่าเขาคงไม่กล้าที่จะเสี่ยงหรอกนะ"

"...ขอให้มันจริงเถอะ"

"แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเหล่าทหารบางส่วนจะไม่ลงไปยังโลกเบื้องล่างตามนะ"

"รีบหนีกันได้แล้วย่ะ!"

ใจร้อนจังเลยนะฮารุเนี่ย เป็นน้องสาวที่ไม่ค่อยจะได้เรื่องยังไงก็ไม่รู้ ... แต่ช่างเถอะ

ข้าที่อยู่ในร่างจำแลงก็ได้อุ้มร่างของฮารุเอาไว้ แล้วข้าก็ทำลายพื้นที่ข้ายืนอยู่ เพื่อทิ้งร่างของเราทั้งคู่ให้ลงไปยังโลกเบื้องล่าง และด้วยสิ่งของทุกอย่างข้าได้นำมันเก็บเอาไว้ในเวทเก็บของของข้า

*เพล้ง!*

"เฮ้ย! ทำลายง่ายจังฟะ!?"

"ชิ ใช้พลังของอาวุธศักดิ์สิทธิ์สินะ?"

ยังไงก็ตามตอนนี้เทพสูงสุดก็ตามข้าลงไปมาไม่ได้แล้วล่ะนะ ดูจากใบหน้านั่นก็ทราบได้ดีเลย

"เฮ้ย! ไหนบอกแค่ส่วนเดียวล่ะ? นั่นมาเป็นร้อยเลยนะ!"

"ถ้าเทียบกับชาวสวรรค์ทั้งหมดแล้วนั่นแค่หนึ่งในห้าส่วนเองนะ อย่าบ่นมากจะได้ไหม!"

แต่หนึ่งในห้าก็เกือบหลักพันแล้วนะนั่น แต่สำหรับข้านั่นมีเพียงแค่จำนวนเท่านั้น หาได้แข็งแกร่งเหนือผู้ใดไม่ ความแตกต่างของข้ากับชาวสวรรค์ตนอื่นนั้นค่อนข้างมากโข ไม่มีผู้ใดสามารถต่อกรกับข้าได้ ยิ่งมีฮารุอยู่ด้วยยิ่งไม่ต้องพูดถึง พวกข้าน่ะไร้พ่ายอย่างเห็นได้ชัด

"เอาไง? โต้ตอบกลับไหม?"

"ไม่ล่ะ เราจะไม่โต้กลับตอนนี้ รอลงถึงพื้นหรืออย่างน้อยก็อยู่ในสถานที่ที่อีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้ได้อย่างอิสระดีกว่า ถึงจะอ่อนแอกว่าแต่เจ้าก็ไม่ควรประมาทนะ อย่าลืมสิ พวกเราไม่ได้อยู่ที่นี่มานานแค่ไหนแล้ว?"

"โอเค มุ่งไปหาท่านราชากันเลยดีกว่า!"

นั่นสินะ ถ้าเข้าใกล้ท่านราชาในระดับนึง พวกนั้นคงมุ่งหน้าสู้กับท่านราชาแน่ๆ และผลลัพท์ก็ออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนอีกด้วย หรือถ้าดีกว่านี้พวกนั้นคงไม่ตามมาอย่างแน่นอน

"ข้าจะเร่งความเร็วล่ะนะ!"

"ฉันจับเอาไว้อยู่นะพี่สาว"

"อา! .....เดี๋ยวนะ"

".....อุ๊ปส์ ลืมตัว!"

"แหมๆ เรียกข้าว่าพี่สาวบ้างข้าก็ไม่ได้ว่าอะไรนะน้องสาวเอ๋ย!"

"ขยะแขยงอ่ะ!"

วันนี้คงเป็นวันที่ข้าอารมณ์ดีที่สุด เท่าที่เคยเกิดมาเลยล่ะนะ! เอาเป็นว่า ไว้เจอกันตอนที่อยู่ในมุมมองของใครสักตนนึงก็แล้วกันนะ!



....................ทำไปซะแล้วสิ...

ทั้งๆที่เพิ่งเคยเจอแค่ไม่กี่วันแต่กลับทำเรื่องน่าอายไปซะแล้ว แถมยังทำไปก่อนแต่งงานอีก... ฉันนี่มันใจง่ายชะมัด ถ้ายัยอัลซุรู้คงโดนล้อว่าเป็นผู้หญิงใจง่ายแน่ๆ จะต้องปิดไว้ให้มิดที่สุดเท่าที่จะทำได้เลยล่ะ

โอ้! สวัสดีนะ เจอกันอีกแล้วล่ะ คงไม่ต้องบอกนะว่าใคร ... จำไม่ได้เหรอ? อามาเมะไง!

ตอนนี้ฉันกำลังนอนในอ้อมแขนของชายที่ฉันรัก คุโระนั่นแหละ แต่ว่าไม่ได้หลับลงไปหรอกนะ สายตาของฉันตอนนี้กำลังมองออกไปนอกหน้าต่างนั่น

ส่วนอิตาคุโระนั่นก็หลับไปซะแล้ว ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นในเร็วๆนี้ด้วย ทำไมมีแต่ฉันที่นอนไม่หลับกันล่ะเนี่ย?

...ดูๆไปเขาก็ดูน่ารักดีนะ เวลาที่หลับแบบนี้ ... อย่างกับเด็กไม่มีผิดเลยแฮะ

เอ...จะว่าไปเขาก็ยังเด็กอยู่นะ อายุราวๆสิบแปดใช่ไหมนะ? สำหรับฉันก็ไม่ต่างอะไรกับเด็กที่ทำท่าเหมือนผู้ใหญ่หรอก ถึงปรกติแล้วคนบนโลกนี้จะเป็นผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุสิบสามถึงสิบห้าก็ตาม แต่กับคนที่เป็นผู้ใหญ่กว่าก็ยังมองพวกเขาว่าเป็นเด็กอยู่ดี

แต่อายุแค่นี้กลับเจออะไรหลายๆอย่างให้ปวดหัวแบบนั้น น่าสงสารสุดๆไปเลยนะนั่นน่ะ

เอาล่ะสำรวจตัวเองดูสักหน่อยดีกว่า

เสื้อเชิ้ตเมื่อวานถูกโยนทิ้งไปกลางคัน ตอนนี้อยู่ตรงพื้นห้องที่ปลายเตียง ฉันในตอนนี้จึงเปลือยเปล่า และมีรอยต่างๆนาๆจากเมื่อคืนเต็มไปหมด

นอกจากนั้นตอนนี้ฉันก็รู้สึกได้แค่ว่า ฉันเคลื่อนไหวได้ค่อนข้างจะสะดวก ฉันหมายถึงสะดวกจริงๆล่ะนะ เพราะท่าร่วมรักที่คุโระทำไปเมื่อคืน มีบางท่าที่เขาบอกว่าเป็นการยืดเส้นสายทำให้ร่างกายดีขึ้น แถมด้วยการออกแรงแทบจะตลอดเวลาร่างกายของฉันจึงเคลื่อนไหวได้ดีไม่มีติดขัด ถ้าเป็นปรกติอาจจะทำให้คุโระตื่นแล้วแต่นี่กลับไม่

แถมยังรู้สึกว่าร่างกายเบาหวิวอีกด้วย บางทีทำแบบนี้บ่อยๆก็ไม่เลวเหมือนกัน ... ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นแต่หมายถึงผลลัพท์ที่ตามมาต่างหาก

เอาล่ะ ไปออกแรงสักนิดแล้วค่อยอาบน้ำดีกว่า... แต่จะให้ใส่ชุดแบบนั้นไปออกแรงเนี่ย ใจร้ายไปหน่อยมั้ง? เอาเป็นว่าค่อยไปหาชุดใส่ก็แล้วกัน

ฉันลุกแล้วลงจากเตียงก่อนที่จะไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวนั่นมาสวมเพื่อปิดบังร่างกาย จู่ๆก็รู้สึกได้ถึงการสั่นสะเทือนที่รุนแรง แผ่นดินไหวเหรอ? ... คิดว่าไม่น่าใช่นะนั่นน่ะ

*ตูมมมมมมมม!!*

"กรี๊ดดดดดดดด!! บ้านฉัน!!!"

เสียงนั่นมันเสียงของคุณมิยุนี่นา และฉันก็รู้แล้วด้วยว่ามันเกิดอะไรขึ้น

ก็ประตูห้องน่ะสิ ฉันกำลังจะเอื้อมมือไปแต่มันก็พังลงแบบพอดีเลย มันสะเทอนจนขนาดที่พื้นห้องเกือบพังเลยล่ะ โชคดีที่ยังไม่พัง

ส่วนสิ่งที่ทำลายบ้านหลังนี้ไป...ดูเหมือนจะเป็นมังกรสีดำขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า แต่ถึงจะบอกว่าใหญ่แต่มันก็ใหญ่กว่าบ้านหลังนี้ไม่มาก แถมถ้าเทียบกันบ้านหลังนี้ใหญ่กว่าพอควรอีกด้วย

'ชิ ไม่ได้ใกล้เคียงร่างเดิมของข้าเลยแม้แต่น้อย ... แต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วล่ะ'

พ...พูดได้ด้วยแฮะ...

"เอ่อ ... คือว่า..."

'หือ? อะไรกันเจ้ามนุษย์ผู้ต่ำต้อยและมีกลิ่นโสมม เจ้าต้องการอะไรจากข้า?'

ย...อย่าพูดอะไรน่าอายแบบนั้นสิ! แต่ก็สมกับเป็นมังกร ไม่ได้เห็นมนุษย์คนไหนอยู่ในสายตาเลย

"ไม่ได้ต้องการอะไรจากคุณหรอกนะ แต่ว่าทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่กันล่ะ? จากหนังสือแล้วมังกรดำควรจะหายไปจากโลกใบนี้แล้เว ตัวสุดท้ายที่ทุกคนรู้จักคือฮานิบาลที่หายตัวไปเมื่อหนึ่งพันปีก่อนนี่?"

'ข้ามีนามว่าฮานิบาล มังกรทมิฬที่พวกเจ้ารู้จักเป็นตนสุดท้ายคือข้าผู้นี้นี่แหละ'

เอ๊ะ? ... หา!? ไม่จริงน่า!

"แล้วไหงถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะเนี่ย!?"

'ตกใจเรื่องที่ข้าเป็นมังกรก่อนเซ่!'

อ...อ้าว ฉันต้องตกใจตรงนั้นงั้นเหรอ?...

'เจ้านี่มันแปลกคนจริงๆ ... เจ้ามีนามว่าอะไร'

"จะอะไรก็ช่าง ค่อยมาแนะนำตัวกันทีหลังได้ไหม?! ตอนนี้คนทั่วทั้งเมืองเข้ามามุงดูเธอกันหมดแล้ว! กลับไปอยู่ในร่างมนุษย์เดี๋ยวนี้เลยนะ! ฉันจะซ่อมบ้าน!"

อ...เอ๊ะ? มีคนมองอยู่งั้นเหรอ?

พอมองลงไป ทางนั้นทั้งหลายก็มองขึ้นมาทางนี้ แต่ด้วยชุดที่ฉันสวมอยู่ก็ชัดเจนเลย และต่อให้ไม่เห็นใบหน้าที่แดงแจ๋และดวงตาของคนบางคนที่คิดเรื่องหยาบคายอยู่นั่นฉันก็เข้าใจว่าพวกนั้นมองอะไรอยู่

"ย...อย่ามองนะ!!"

'เหอะ! มนุษย์ชั้นต่ำที่ชอบมองเรือนร่างของสตรีแล้วนำไปสำเร็จความใคร่ ข้าเกลียดมนุษย์ชั้นต่ำนี่เสียจริง'

"ย...ยังไงก็ตาม ช่วยลดขนาดตัวหรือเปลี่ยนเป็นร่างมนุษย์ได้ไหม? นะ? ตามที่คนข้างล่างบอก เธอคนนั้นจะได้ซ่อมส่วนที่พังไปด้วย ฉันเองก็จะได้ไปเปลี่ยนชุดเหมือนกัน"

'...เจ้าช่างกล้าดีที่มายืนเบื้องหน้าข้า ซ้ำยังกล่าววาจาที่ค่อนข้างจะเสียมารยาทต่อข้าเล็กน้อย แต่ข้าจะปล่อยผ่านเพราะความกล้าของเจ้า ... แล้วเจอกันด้านล่างก็แล้วกัน'

ว่าแล้วมังกรทมิฬก็ถูกปกคลุมด้วยควันสีดำแดง ร่างของมังกรทมิฬก็ค่อยๆหายไปจากสายตา แล้วแทนที่ด้วยพสุธาที่กำลังขยับเขยื้อนด้วยฝีมือของคุณมิยุ

"เอาล่ะ ... ไปอาบน้ำดีกว่า"

"ชุดของเธอตอนนี้คงซักเสร็จแล้ว แต่ถ้าไม่ว่าอะไรชั้นอยากให้เธอใส่ชุดนี้แทนล่ะนะ ถึงจะเป็นชุดธรรมดาแต่ว่ามันก็เคลื่อนไหวได้สะดวกพอควร และเธอก็ควรจะเปลี่ยนชุดซะบ้างล่ะนะ"

"ว๊าย! ตกใจหมดเลยโธ่!"

จู่ๆคุโระก็เข้ามาจากทางด้านหลังทำให้ฉันตกใจสะดุ้งโหยง แต่ว่าชุดที่อยู่ในมือของคุโระนั้นเป็นชุดธรรมดาสีแดง กางเกงสีกรมซึ่งค่อนข้างจะดูโดดเด่น และจากเนื้อผ้าก็รู้ได้เลยว่าค่อนข้างจะยืดหยุ่น

"...เดี๋ยวนะ ตื่นตั้งแต่ตอนไหนเนี่ย?"

"เสียงดังตูมตามขนาดนั้นจะไม่ให้ตื่นเนี่ยนะ? เอาเป็นว่าถ้าไม่ติดที่ชั้นอารมณ์ดี ชั้นคงลงไปซัดกับคนที่มามองเธอแล้วล่ะนะ"

"เรื่องนี้ฉันผิดเองแหละ อย่าไปทำร้ายคนอื่นเลยนะ!"

"ไม่ทำหรอกน่า คิดมากเกินไปรึเปล่า? เห็นชั้นเป็นคนยังไงกัน?"

"อำมหิต ไร้ปราณี?"

"ก็นะ ทั้งเรื่องบนเตียงและเรื่องอื่น ชั้นก็ไม่เคยปราณีใครอยู่แล้ว"

คำพูดนั้นมันทำให้ฉันอาย!

"อ...เอาเป็นว่าฉันจะไปอาบน้ำ!"

"อืม วันนี้ไม่ต้องฝึกตอนเช้าหรอก เธอยืดเส้นยืดสายมามากพอแล้ว เซ็กซ์น่ะ ถึงจะดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ความจริงมันทั้งเผาผลาญพลังงาน ทำให้ร่างกายเติบโตได้ ทำให้สมองปลอดโปร่ง และยังช่วยทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อได้ยืดและใช้งานได้อย่างเต็มที่อีกด้วย แม้บางทีอาจจะเจ็บปวดเพราะต้องดัดบ้างอะไรบ้างก็ตาม"

พอพูดแบบนี้ใส่แล้วฉันก็ไปไม่ถูกเลย ฉันไม่เคยรู้เรื่องนี้สักหน่อย เพราะงั้นเลยตอบไม่ได้ว่าจริงหรือไม่ ... ถึงจะดูเหมือนว่าจะจริงก็ตาม

ยังไงซะฉันก็ไม่คิดจะทำอะไรอยู่แล้วเช้านี้ เพราะว่าฉันรู้สึกล้าพอสมควร ... แม้ว่าร่างกายจะรู้สึกเยี่ยม แต่จิตใจมันรับอะไรไม่ไหวแล้วนะ

ก่อนอื่นก็อย่างที่บอก ... ต้องไม่บอกอัลซุ! ไม่บอกใครทั้งนั้น! เก็บเป็นความลับ! ถึงจะอายเรื่องที่อายุเท่านี้แต่ยังซิงอยู่ก็เถอะ... แต่ฉันจะเก็บไว้เป็นความลับอย่างดีเลยล่ะ!

ไม่รู้ทำไมคุโระถึงกลับเข้าไปในห้อง ถึงอาจจะไม่ได้คิดว่าจะนอนต่อก็เถอะ... เดี๋ยวนะ? เมื่อกี้นี้ไม่ได้มองให้ดีแต่...เปลือยแน่ๆ ไปใส่เสื้อผ้างั้นสิ...

ช่างคุโระเขาแล้วเราไปอาบน้ำก่อนดีกว่า ชุดนี้จะไปเจอกับฮานิบาล...จัง? เรียกแบบนี้ได้สินะ? เสียงนั่นยังไงก็ผู้หญิงชัดๆ ... อะแฮ่ม! เอาเป็นว่าฉันไม่กล้าจะใส่ชุดนี้ไปหาฮานิบาลจังหรอกนะ!

ฉันถอนหายใจเล็กน้อยแล้วเดินลงจากบันได เดินมาได้ครึ่งทางฉันก็รู้สึกถึงความผิดปรกติ

".............."

"............ฮิ"

ปรกติแล้วเวลาเดินลงบันไดฉันจะเป็นพวกชอบมองไปที่พื้นเพื่อนไม่ให้ล้มหรือลื่นล้มซึ่งก็ไม่เคยเป็นอย่างนั้น แต่ฉันสัมผัสได้ว่ามันมีเรื่องผิดปรกติเกิดขึ้น เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบกับคนที่ฉันไม่คิดจะอยากเจอที่สุดในเช้าวันนี้

รอยยิ้มที่ยียวนนั่น บอกเลยว่าฉันสามารถต่อยมันให้ปลิวไปหาดวงจันทร์ได้เลยล่ะ ถ้าคืนนี้มีดวงจันทร์ล่ะก็นะ และเจ้าของรอยยิ้มที่ว่าก็คือเพื่อนของฉัน อัลซุนั่นเอง

"ดูท่าเธอจะยั่วยวนน่าดู แหม ถ้าฉันเป็นผู้ชายยังไงก็ต้องหลงไปกับหุ่นนั่นอยู่แล้วล่ะนะ"

"ห...หุบปากน่า! ท...ทำไมถึง...มาอยู่ที่นี่ได้กันล่ะเนี่ย?!"

"ฮิฮิ ก็ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้กลับบ้านเมื่อคืนน่ะสิ ก็เมื่อคืนฉันว่าจะไปบอกเธอเรื่องคุโระที่เธอตามหา พอรู้ว่าเธอมานอนค้างที่บ้านของมิยุ เจ มาร์วิลลาร์ ฉันก็รู้ได้ในทันทีว่ายังไงเธอก็คงไม่ได้นอนแน่ๆ แล้วมันก็ถูกจริงๆซะด้วย"

น...หนอย ... 

"แต่พูดก็พูดเถอะ ... ฉันไม่คิดมาก่อนเลยว่าเธอจะกล้าแต่ตัวลามกขั้นสุดแบบนี้นะ! ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ!"

"ย...ย...อย่ามาหัวเราะใส่ฉันนะ ยัยอัลซุบ้า!"

*ตุ้บ!*

ฉันกระโดดจากขั้นบันไดที่ฉันยืนอยู่ล่าสุดแล้วง้างหมัดใส่อัลซุด้วยความฉุนเฉียวเล็กน้อย แต่ด้วยแรงส่งและน้ำหนักของหมัดแล้ว นั่นสามารถน็อคยัยอัลซุลงได้เลยนะ และฉันก็ไม่สนเรื่องที่จะเกิดด้วย!

ด้วยความขุ่นเคืองใจเล็กๆ ฉันทิ้งร่างที่ไร้สติของยัยอัลซุเอาไว้แล้วเดินข้ามไปอย่างหน้าตาเฉย เป้าหมายยังไงก็ต้องเป็นห้องอาบน้ำก่อนล่ะนะ

*ครืดดดด...*

ก่อนที่จะถึงหน้าประตูไม่กี่เซ็นติเมตรนั้นประตูก็เปิดออก คนที่ออกมาคือคุณคานะที่ใส่ชุดนักศึกษาพร้อมที่จะไปสถาบันการศึกษาแล้ว ส่วนใบหน้านั้น...ราวกับคนที่ไม่ได้นอนมายังไงยังงั้น

....เดี๋ยวนะ จะว่าไปแล้วเมื่อคืน....

"ทำหน้าแบบนั้นกลัวฉันไม่รู้เหรอคะ? ว่ากำลังคิดอะไรอยู่? ... ก็เป็นอย่างที่คิดนั่นแหละค่ะ ฉันกับพี่ยูยะก็แค่ปลดปล่อยอารมณ์เหมือนกับที่คุณทำกับพี่คุโระนั่นแหละ พวกฉันทั้งคู่ก็ชอบพอกันอยู่แล้ว และก็ชอบพี่คุโระมากด้วย ถึงเมื่อคืนจะเป็นของคุณ แต่วันอื่นๆและหลังจากนั้นจะเป็นวันของพวกฉันค่ะ"

ฉันขมวดคิ้วจ้องหน้าคุณคานะอย่างหงุดหงิดใจเล็กน้อย เพราะถึงแม้ฉันจะมาทีหลังก็ไม่ได้หมายความว่าจะยอมไม่เข้าใกล้คุโระหลังจากนี้ ถึงจะทำไปแล้วแต่ฉันก็อยากจะทำอีก และมากกว่านี้ไปเรื่อยๆ

ดังนั้นฉันจึงไม่ค่อยพอใจที่คุณคานะบอกว่าหลังจากนี้ต่อไปเรื่อยๆฉันจะไม่ได้เข้าใกล้คุโระตามที่ฉันหวังโดยใช้คำทางอ้อมแบบนั้น และการจ้องหน้าของพวกเราก็ค่อนข้างจะมีสายตาที่รุนแรงพอสมควรเลยล่ะ

แต่สักพักหนึ่ง คือเป็นเวลาสั้นๆหลังจากนั้นคุณคานะก็มีเหงื่อผุดแล้วหลบสายตาออกไป

"...เอาไว้ฉันจะทำตารางเวลาเอาไว้ให้ก็แล้วกันนะคะ"

"อืม!"

ฉันยิ้มกว้างแล้วเดินผ่านตัวคุณคานะที่หลบสายตาของฉันแล้วเดินสวนทางกันไป หลังจากนี้ขอข้ามฉากล่ะนะ เพราะฉันจะอาบน้ำล่ะ

...ห๊ะ? อะไรนะ? อยากให้บรรยายฉากที่ฉันอาบน้ำงั้นเหรอ? จะมากไปแล้ว! ฉันเองก็อายเป็นเหมือนกันเพราะงั้นอย่าให้ได้บรรยายฉากที่ฉันต้องเปลือยเปล่าหรือทำธุระส่วนตัวจะได้ไหม?!

เอาล่ะ ฮึบ!

[สามสิบนาทีต่อมา]

ฉันดึงป้ายขนาดใหญ่ลงมาจากบนท้องฟ้าที่ว่างเปล่า แล้วเตะมันออกไปหลังจากที่ใช้งานเสร็จ...ก็ เอาฮาล่ะนะ

ฉันเปลี่ยนชุดเป็นชุดที่คุโระให้มา มันตัวเล็กกว่าเล็กน้อยแต่ไม่ได้คับอะไรมาก เพราะปรกติฉันไม่ค่อยชอบใส่ชุดที่มันพอดีตัว แต่ชุดนี้เนื้อผ้าค่อนข้างจะยืดหยุ่น ขยับได้ค่อนข้างจะสะดวก นอกจากนี้ยังซับเหงื่อพอควรอีกด้วย

ฉันที่เปลี่ยนชุดแล้วก็ออกจากห้องอาบน้ำแล้วตรงไปยังห้องนั่งเล่น

*ครืดดดด...*

*ตุ่บ*

"อ๊ะ! โทษที..."

*จุ๊บ*

ตอนที่ฉันเปิดประตูออกไป ฉันก็ดันเดินชนเข้ากับร่างร่างหนึ่งเข้า เมื่อเป็นแบบนั้นสมองของฉันก็ทำงานสั่งการให้ฉันขอโทษออกไป ซึ่งคำพูดของฉันที่ยังพูดไม่จบนั้นก็ถูกตัดฉับเพราะปากของฉันถูกประกบโดยริมฝีปากของผู้ที่ฉันเดินชนเข้า

ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร แต่จูบตอนที่ไม่ได้ตั้งตัวเนี่ย ฉันอายนะยะ!

ฉันผละร่างกายออกมา ซึ่งอีกฝ่ายก็ไม่ได้ห่วงว่าฉันจะผละออกห่างอยู่แล้ว เขาก็ไม่ได้สอดลิ้นเข้ามาด้วยมันก็เหมือนกับจูบอรุณสวัสดิ์นั่นแหละ...แล้วฉันจะไปรู้เรอะ!?

"ไง"

"ไม่ต้องมาไงเลย! อย่าทำให้ตกใจสิ!"

"เสียงดังน่า ยัยนั่นกำลังโวยวายใหญ่เลยนะ รีบไปได้แล้ว"

"...ฮานิบาลจังงั้นเหรอ?"

"โฮ่? ใช้คำลงท้ายกับมังกรหลายพันปีว่าจังงั้นเหรอ? แต่กับมนุษย์ด้วยกันแม้จะแก่กว่าหรืออายุน้อยกว่าเพียงเล็กน้อยกลับใช้คุณเนี่ย เธอนี่ชอบพวกอะไรที่น่ารักๆสินะ?"

"ม...ไม่เกี่ยวสักหน่อย! แล้วมังกรพันปีเนี่ยน่ารักตรงไหนกันเล่า!?"

ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมแต่เรียกแบบนี้มันคุ้นปากมากกว่าล่ะนะ ฉันคิดแบบนั้นอยู่ในตอนนี้และคุโระก็คงจะอ่านใจฉันด้วยวิธีใดสักอย่างแน่ๆ

ฉันมองสบตากับคุโระพักนึง แล้วแลบลิ้นใส่ก่อนที่จะออกจากห้องอาบน้ำมา จากนั้นก็มุ่งตรงไปยังเป้าหมายของฉัน

"อ๊ะ! มาแล้วสินะ! ฉันเพิ่งทำอาหารเสร็จพอดี จะกินก่อนหรือ...ฉันก่อนดีล่ะ?"

"เดี๋ยวนะ? ทำไมฉันรู้สึกแปลกๆล่ะเนี่ย!"

คนที่ออกมาจากห้องแล้วทักฉันคือคุณยูยะในชุดนักศึกษาที่มีผ้ากันเปื้อนคลุมทับอย่างน่ารักสดใส แม้ปรกติจะดูเท่และก้าวร้าวไม่ค่อยสมหญิงเท่าไรนัก แต่เธอก็เป็นคนที่สวยและน่ารักสุดๆไปเลยล่ะ เพราะงั้นผู้ชายหลายๆคนจึงเพ่งเล็งเธอ และก็คงอกหักกันยกใหญ่เลยล่ะนะ

แต่กับประโยคหยอกเล่นเมื่อกี้ทำเอาใจหายเลยนะยะ! แถมสายตาข้างหลังหล่อนก็โคตรจะน่ากลัวเลยด้วย! หยุดนะ! อย่ามองฉันแบบนั้นนะคุณคานะ!

"โอ้! นั่นเจ้าไปชำระร่างกายมาสินะอามาเมะ?"

"...เด็กคนนี้คือ...?"

ฉันมองไปที่ร่างของเด็กสาวที่มีผมสีแดงเพลิงเช่นเดียวกับสีของดวงตาคู่นั้น ชุดที่สวมเป็นเดรสสบายๆสีดำมีลายลูกไม้ประดับงดงาม ผิวออกไปทางสีแทนเล็กน้อยแต่ถ้าไม่มองดีๆก็ไม่เห็น ผิวดูเรียบเนียน ที่ฟันของเธอมีเขี้ยวคู่หนึ่ง เป็นเด็กที่น่ารักพอควรเลยล่ะ

...จากผมสีแดงแล้ว... ล...ลูกของคุณแอสโมดิอุสอย่างงั้นเหรอคะเนี่ย!?

"ไม่ใช่ลูกของข้านะเจ้าคะเด็กคนนั้นน่ะ"

"ว๊าย! ย...อย่าโผล่ออกมาจากข้างหลังสิ!"

จู่ๆคุณแอสโมดิอุสก็โผล่ออกมาจากทางด้านหลังทำเอาสะดุ้งไปหมดเลยล่ะ แต่ดูเหมือนคำพูดของฉันและที่คุณแอสโมดิอุสพูดออกไปทำเอาเด็กสาวที่อยู่ตรงหน้ามีเส้นเลือดปูดขึ้นบนใบหน้า 

แต่พอสังเกตดีๆฉันก็อยากจะเอามือตบหน้าหลายสิบทีเพื่อบอกให้คราวหน้าฉันควรจะมองให้ละเอียดกว่านี้ เพราะที่ฉันดันมองข้ามไปคือเขาคู่นึงและหางขนาดพอดีตัวที่มีสีดำขลับ ทำเอารู้เลยว่าเป็นใครทันทีที่สมองของฉันทำงานอีกครั้ง

"ฮ...ฮานิบาลจังงั้นเหรอ!?"

"จังงั้นเหรอ!? ให้เกียรติข้าที่เป็นมังกรอายุพันปีหน่อยเซ่!"

"แต่ข้าก็มีอายุเป็นพันปีไม่ต่างจากเจ้าหรอกนะเจ้าคะฮานิบาลจัง♥"

คุณแอสโมดิอุสกล่าวเป็นนัยๆว่าตนเองก็มีอายุหลายพันปีเช่นกัน เผลอๆอาจจะมีมากกว่าฮานิบาลจังซะอีก

"...ก็เรียกแบบนี้มันดูน่ารักนี่! ทั้งน้ำเสียง แววตา จมูก แก้ม ริมฝีปาก  ไม่ว่าจะส่วนไหนของเธอก็น่ารักไปหมด! ขนาดเสียงที่ฉันได้ยินในร่างมังกรยังไพเราะขนาดนั้น สำหรับพวกฉันร่างนี้ถือว่าดีเยี่ยมไปเลยนะ!"

"โฮ่ ดูเหมือนชั้นจะเจอยัยโลลิค่อนตัวแม่ซะแล้วสินะ"

ฉันเมินคำพูดของคุดระที่ตะโกนออกมาจากในห้องน้ำไปแล้วเข้าใกล้ฮานิบาลจังที่ตอนนี้กำลังตกใจแล้วพยายามถอยห่างจากฉันอยู่

"ถ้าไม่ว่าอะไรมาเป็นเพื่อนกันเถอะ!"

"คราแรกข้าก็คิดว่าเจ้าจะเป็นตนแปลกๆที่ใจกล้าและบ้าบิ่น แต่ความจริงเจ้ามันตนโรคจิตที่บ้าบอเท่านั้น!"

"ฉันเป็นคนปรกตินะ! ก็เธอมันน่ารักเองนี่นา!"

"อย่าเข้ามาใกล้ข้านะ! ไม่งั้นข้าจะเผาเจ้าด้วยเปลวเพลิงนรกเลย!"

อุหวา นั่นค่อนข้างจะน่ากลัวนะนั่น ฉันจึงหยุดการกระทำแล้วถอยห่างเธอจนเธอแสดงสีหน้าและท่าทางที่ดูเหมือนกำลังโล่งใจ

"เพลิงโลกันต์ของมังกรที่พ่นออกมาจากปากนั้นจำเป็นต้องใช้พลังงานมานาอย่างมหาศาลต่อครั้ง หากเป็นเปลวเพลิงธรรมดานั้นไม่มีปัญหาแต่อย่างใด ในกรณีของฮานิบาลจังถือว่าเพลิงโลกันต์นั้นเป็นความสามารถปรกติแทนที่ด้วยการพ่นไฟแบบธรรมดา และที่น่ากลัวคือพลังทำลายล้างของเพลิงทมิฬที่เข้ามาแทนที่ตำแหน่งเดิมของเพลิงโลกันต์ต่างหาก ถือว่าคิดถูกแล้วที่ไม่ทำอะไรที่จะทำให้เด็กคนนี้ต้องทำอันตรายล่ะนะเจ้าคะ ท่านอามาเมะ"

"ดีนะที่ฉันไม่ใช่พวกบ้าที่ไม่คิดหน้าคิดหลัง!"

ฉันตะโกนออกมาอย่างดีใจเล็กๆทำให้ฮานิบาลจังมองมาทางนี้แบบขยาดเล็กน้อย ก่อนที่จะกระแอมไอขึ้น

"อะแฮ่ม! ...เนื่องจากข้าเห็นแก่ความบ้าบิ่นของเจ้า ข้าจึงอยากจะรู้จักกับเจ้าเป็นการส่วนตัวและข้าเองก็ไม่ทราบว่าโลกนี้ในปัจจุบันเป็นเช่นไร และข้าในตอนนี้อ่อนแอลงเป็นอย่างมาก ข้าในตอนนี้อาจจะเทียบไม่ได้กับมหาจอมมารที่อยู่ ณ จุดสูงสุดของโลกใบนี้ และข้าก็ไม่อยากจะโผล่หน้าไปให้เทพสูงสุดที่อยู่เบื้องบนเจับข้าขังอีกคราหนึ่งหรอกนะ"

"เจ้าถูกกักขังมาเป็นเวลานานนี่นะเจ้าคะ จึงไม่แปลกที่เจ้าจะไม่รู้จักนายแห่งข้าที่ล้มล้างระบอบของจอมมารคนก่อนและปกครองโลกด้วยความสุข ก่อนที่จะถูกสังหารโดยจอมมารที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ แม้ว่าจะมิได้แข็งแกร่งเช่นเดียวกับมหาจอมมารที่เจ้ารู้จักแต่เขาเลวร้ายกว่ามหาจอมมารกว่ามาก เจ้าเองคงอยากจะสู้กับจอมมารอูรานอสเพื่อไม่ให้โลกใบนี้ถูกทำลายไปสินะเจ้าคะ?"

"หา? ถูกทำลาย? ถ้าหากเกิดเรื่องเช่นนั้นจริงข้าก็จักฟื้นฟูพลังและพัฒนาการต่อสู้ของข้าขึ้นเพื่อต่อสู้เสียแล้วล่ะ"

ด...เดี๋ยวนะ? ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าฮานิบาลจังเป็นมังกรที่ดูเป็นห่วงเป็นใยโลกจังเลยล่ะ กลัวไม่มีที่อยู่ในโลกใบนี้งั้นเหรอ?

"ถ้าไม่มีโลกใบนี้ ... ข้าจะไปสร้างความวุ่นวายที่ไหนได้ล่ะ จริงไหม!?"

อืม...สำหรับเธอคนนี้ก็พอจะมีเหตุผลอยู่ล่ะนะ แต่มันรบกวนคนอื่นไม่ใช่หรือไงนั่นน่ะ?

"แล้วเจ้าต่อสู้ในร่างของมนุษย์นี้ได้หรือไม่ล่ะเจ้าคะ? ข้าขอบอกก่อนเลยนะเจ้าคะ ว่าสำหรับข้าแล้วนั้น ร่างกายของอมนุษย์และมนุษย์นั้นค่อนข้างที่จะมีผลต่อการต่อสู้ทั้งเรื่องของความคล่องตัว เรื่องของการพลิกแพลงการต่อสู้ และการต่อสู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม ถ้าเจ้าคิดจะสู้ในร่างของมังกรแล้วล่ะก็ ข้าไม่แนะนำนะเจ้าคะ นอกจากเจ้าจะกลายเป็นเป้านิ่งแล้ว เจ้ายังถูกเพ่งเล็งจากหลายๆกลุ่มที่เข้าร่วมสงครามได้อีกด้วยนะเจ้าคะ"

"จะให้ข้าต่อสู้ในร่างของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำเช่นนี้งั้นรึ? ฝันไปเถอะ!"

"น่าๆ ใจเย็นสิ! ที่คุณแอสโมดิอุสพูดน่ะก็ถูกต้อง ถึงจะไม่รู้ว่ามังกรเนี่ยเขาแข็งแกร่แค่ไหน แต่ถ้าพละกำลังของมังกรรวมไปถึงความอดทนแข็งแรงนั้นอยู่ในร่างของมนุษย์หรืออมนุษย์สองขาที่เคลื่อนไหวได้ค่อนข้างจะสะดวก ไร้ซึ่งการติดขัดใดๆล่ะก็ ... ฉันว่านั่นอาจจะทำให้ทุกการต่อสู้นั้นไร้พ่ายได้เลยนะ"

ในร่างมังกรน่ะมีข้อเสียเปรี่ยบอย่างเห็นได้ชัด แต่ถ้าทุกๆสิ่งทุกๆอย่างของมังกรมารวมอยู่ในร่างกายที่มีความโดดเด่นเรื่องการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างจะคล่องแคล่วแล้วล่ะก็ อาจจะไม่มีใครที่จะสู้กับคนคนนั้นได้เลยนะ

"...ที่เจ้าพูดมามันก็ถูกต้อง ข้าคงต้องคิดในส่วนของเรื่องนั้นเสียแล้วสิ"

ทำไมฉันชักจะรู้สึกว่าบทสนทนาของพวกเรามันค่อนข้างจะออกนอกลู่นอกทางกันไปไกลแล้วกันนะ? ฉันยิ้มแห้งๆพลางจ้องมองไปที่ฮานิบาลจังที่อยู่ตรงหน้า

ถ้าร่างกายแบบนั้นเคลื่อนไหวด้วยทักษะการเตะล่ะก็อาจจะมีข้อเสียเปรียบในบางเรื่อง แต่ถ้าเป็นการเคลื่อนไหวที่ใช้เท้าในหลากหลายรูปแบบแล้วล่ะก็ นั่นถือเป็นจุดเด่นที่ดีได้เลยล่ะ

นอกจากนี้การต่อสู้ของเธอควรที่จะเน้นไปที่แขนมากกว่าขา และใช้การหมุนร่างกายเพื่อใช้กับหางนั่น แล้วการเคลื่อนไหวที่ดีคงไม่พ้นสเต็บเท้าแบบนักสู้ผสมนักเต้น เพราะว่าถ้าเอาแต่ถอยมันก็จะเข้าหาอีกฝ่ายไม่ได้ ถ้ามีทั้งคู่ก็จะเป็นผลดี

อืม ถ้าเพิ่มอัตราการหลบหลีกไปเพื่อใช้ทักษะพ่นไฟที่เป็นเอกลักษณ์ก็คงเป็นเรื่องดี ถ้าใช้ปีกในการช่วยเคลื่อนไหวในบางสถานการณ์ดีกว่าการเคลื่อนไหวทุกครั้งนั้นก็เป็นเรื่องที่ควรเก็บไปคิดพอสมควรเลยล่ะ

"...อ๊ะ! โทษทีๆ!"

เพราะว่ามองมากเกินไปทำให้ฮานิบาลจังจ้องเขม็งฉันแล้วถอยห่างไปเล็กน้อย สำหรับฉันนั่นถือเป็นการกระทำที่น่ารักมากเลยสำหรับมังกรอายุกว่าพันปี

และฉันก็ยังสงสัยไม่หายว่าทำไมพวกเราถึงได้มายืนคุยกันตรงนี้ แถมไม่นึกไม่ฝันว่าจะมาเจอกับตำนานถึงสองคนด้วยกัน และฉันก็ดันไม่กลัวสองคนนี้ซะด้วยสิ

แล้วมังกรคนนี้ก็ดันคุยด้วยกันง่ายซะด้วย ไม่รู้ทำไมฉันถึงได้คิดว่าเธอคนนี้ไว้ใจได้ ทั้งๆที่ไม่ใช่มนุษย์กันนะ...

เธอบอกมาว่าเธออยากรู้จักฉันเป็นการส่วนตัว ทว่าพอได้เจอกัน ฉันก็ดันทำเสียมารยาทจนเธอทิ้งระยะห่างไว้ตั้งหนึ่งเมตรแน่ะ 

เอ...ดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเลยนะเนี่ย...ช่างเถอะ ขอให้วันนี้เป็นวันที่ดีนะ...

*โครม!!*

"บ...บ้านฉัน!!"

คุณมิยุที่กำลังดื่มชาอย่างเพลินใจก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อจู่ๆก็มีบางอย่างตกลงมาจากฟากฟ้า แล้วดันมาตกลงบริเวณด้านหลังของฉันพอดี ทำเอาบ้านเป็นรูเบอเริ่มเลยแฮะ

ส่วนสิ่งที่ตกลงมานั้นคือคุณยูริและคุณฮารุ ซึ่งคุณยูรินั้นอยู่ในร่างของเทพธิดาที่สมกับเป็นเทพธิดาที่ปกคลุมไปด้วยสีทองอร่ามดูมีออร่าสุดๆ

เป็นครั้งแรกที่ฉันเริ่มจะศรัทธาในคนคนนี้ จากครั้งแรกที่เจอกัน...ซึ่งโดยรวมแล้วนี่เพิ่งจะเป็นครั้งที่สองเองเท่าที่เคยได้พบกันล่ะนะ

แล้วไงถึงตกลงมาจากท้องฟ้าล่ะเนี่ย?

"พวกมันอยู่ตรงนั้น!"

"ถล่มเลย!"

แล้วฉันก็เข้าใจว่าทำไมถึงตกลงมาจากฟากฟ้า แล้วเธอไปทำอะไรมา ... ที่จริงก็ไม่รู้หรอกนะว่าไปทำอะไรมา แต่ว่ามันต้องเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นแน่ๆ

สำหรับฉันแล้ว ฉันรู้สึกชอบมังกรมากกว่าเหล่านางฟ้าเป็นไหนๆ เมื่อมีสถานการณ์แบบนี้มาอยู่ตรงหน้า นั่นก็คือ...

มังกรในตำนานที่ตอนนี้เหลือไว้เพียงชื่อเสียงที่น่าผวานั้นอยู่กับทางนี้ซึ่งกำลังชายตามองเหล่านักรบสวรรค์ที่บินสูงเหนือบ้านของคุณมิยุหลังจากที่ทำความเข้าใจกับคนที่ตกลงมาก่อนหน้าไปแล้ว

อีกฝ่ายคือกองกำลังนักรบชาวสวรรค์อย่างไม่ต้องสงสัย แถมมากันหลายร้อยคนอีกด้วย...เดี๋ยวนะ ดีนะที่มากันแค่หลักร้อย เพราะถ้ามามากกว่านี้มีหวังมนุษยชาติได้สูญพันธุ์แหงๆ

"มันเกิดอะไรขึ้นกันเจ้าคะ?"

"ฝ่ายสวรรค์ตัดสินใจก่อสงครามโดยที่ตั้งใจจะแทรกแทรงกันหลังจากการปะทะของสองมหาอำนาจ หากเป็นไปได้เทพสูงสุดก็ไม่อยากจะสู้กับจอมมารอูรานอสโดยตรง ดังนั้นจึงคิดจะสอดมือแทรกแทรงเข้ามาเป็นมือที่สามน่ะสิ"

หา? ขนาดเทพสูงสุดของพวกเธอยังคิดจะเข้าร่วมสงครามงั้นเหรอ?!

"รู้เป้าหมายของเทพสูงสุดของพวกเจ้าหรือเปล่าเจ้าคะ?"

"ไม่อ่ะ ข้าไม่รู้ จู่ๆก็มีคำสั่งจับพวกข้าเอาไว้และข้าก็ต่อต้าน ก่อนที่เทพสูงสุดจะลงมาทำลายกำแพงเวทมนตร์ของข้าแล้วสั่งจับตัวพวกข้าอีกครั้ง อาจจะเพราะอยากจะกำจัดราชาแห่งเราก็เป็นได้"

"...ข้าจะไปจัดการไอ้เทพสวะนั่นเองเจ้าค่ะ"

"เฮ้! ใจเย็นก่อน! เจ้าไม่มีโอกาสชนะเทพสูงสุดได้หากใช้พลังของเจ้าเพียงเท่านั้น สาเหตุที่เทพสูงสุดไม่กล้าที่จะต่อกรกับจอมมารสวะนั่น เป็นเพราะพลังของจอมมารสวะนั่นมีมากพอที่เทพสูงสุดไม่ต้องการจะเข้าไปยุ่ง นั่นเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมราชาแห่งเราจึงต้องเป็นผู้ที่กำจัดตนพวกนั้น"

"หยุดคุยกันในสภาพนี้ แล้วช่วยบอกข้าที ... ใครคือราชาแห่งเจ้ากัน?"

ก็นะ สำหรับฮานิบาลจังน่ะคงไม่รู้ว่าคุโระคือใคร อันที่จริงอาจจะไม่รู้ด้วยว่าคนพวกนี้คือใครถ้าไม่ได้คุยกันมาก่อน ส่วนคุณยูรินั้นไม่ได้สนใจอะไรฮานิบาลจังมากนัก แต่ดูเหมือนจะไม่ใช่กับคำพูดที่เกี่ยวข้องกับคุโระสินะ...

"ราชาแห่งเราคือบุคคลที่เจ้าไม่ควรยุ่งเกี่ยวด้วย เขามีอำนาจ พลังและตัวตนที่สูงส่งเสียจนเจ้าไม่แม้แต่จะคิดที่จะต่อกรด้วยได้เลยล่ะ มังกรทมิฬผู้ถูกลืมเอ๋ย"

"โฮ่ ... เจ้ารู้จักข้า?"

"เกรงว่าเจ้าควรจะรู้จักข้า หากเจ้าไม่ถูกพันธนาการในช่วงที่ข้ารับตำแหน่งเจ้าหญิงองค์แรกผู้ใช้นามสกุลที่ยิ่งใหญ่ของธิดาแห่งเทพสูงสุดอย่างลันดอน"

หวา เป็นอำไรที่ดูยิ่งใหญ่จัง พอพูดแบบนั้นตาของฮานิบาลจังก็กระตุกทันทีเลยล่ะ แถมรอยยิ้มของเธอค่อนข้างจะเรียกได้ว่าชวนขนลุก ... สงสัยเป้นพวกบ้าพลังแหงๆ

... แล้วทำไมจู่ๆถึงเมินเหล่านักรบชาวสวรรค์ด้านบนกันเล่า!? อีกฝ่ายวางแผนอะไรไม่รู้แล้วเตรียมจะบุกมาอยู่แล้วเนี่ย! 

"ค่อยคุยกันได้ไหม? จะรอให้อีกฝ่ายบุกมาก่อนรึไง!?"

"บ้านฉัน ... ฉันจะลงโทษพวกเธอสองคนอย่างแน่นอน"

"เอ่อ ... อาจารย์ ข้าคิดว่าข้าอาจจะช่วยอะไรมากไม่ได้ ... แต่ข้าจะพยายามค่ะ!"

"โฮ่ ... น่าสนใจจริงๆ"

คุณยูยะ คุณมิยุ คุณรูรูก้า และคุณมุซาชิพูดออกมาแบบนั้นตามลำดับ ทางนี้เตรียมตัวพร้อมตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ .. แล้วก็ดันมีแต่ฉันที่ไม่มีอาวุธ

เฮ้อ ... ก็อาวุธดันอยู่ที่ห้องเก็บของ ของสถาบันการศึกษานี่นา...

"คุณอามาเมะ ฉันคิดว่าคุณควรใช้สิ่งนี้ค่ะ"

"อ๊ะ! ...จะดีเหรอ?"

"คุณถนัดอาวุธหนักไม่ใช่หรือคะ?"

ก็จริงแต่... พอได้ลองสัมผัสแล้วเนี่ย ดาบของคุโระนี่มันค่อนข้างจะหนักพอควรเลยนะ ดีไม่ดีหนักกว่าดาบของฉันที่มีขนาดเล็กกว่าเพียงนิดหน่อยเท่านั้นด้วย

ดาบนี่หนักกว่ามาตรฐาน มีส่วนของคมดาบที่ยาวผิดปรกติ ด้ามจับคงเป็นสิ่งเดียวที่สมส่วน เหมาะแก่การจับด้วยมือทั้งสองข้าง...

...แต่เท่าที่เห้นมาเนี่ย คุโระใช้ดาบเล่มนี้ได้ด้วยมือข้างเดียวไม่ใช่รึไงกัน?

ยังไงก็ช่าง ดาบนี่ก็ยังมีด้ามจับที่ยาวกว่าของคุณคานะ แต่ทว่าคุณคานะนั้นกลับจับได้ด้วยมือทั้งสองข้าง คงเป็นเพราะมือของเธอค่อนข้างเล็กจึงไม่มีผลอะไรกับการจับดาบของเธอ

ทว่ามันก็ยังยาวเกินไปอยู่ดี...มันเป็นปรกติของโลกเดิมของพวกเธองั้นเหรอ? ดูๆไปแล้วมันก็ไม่ใช่นะ...

"...ว่าแต่ ราชาแห่งเราอยู่ที่ไหนงั้นรึ?"

"อ๋อ กำลังอาบน้ำอยู่น่ะ"

... พอฉันตอบออกไป คุณยูริก็หรี่ตาลง แล้วลุกขึ้นในท่าเตรียมพร้อม

"...ข้าจะจัดการทุกตนที่เข้ามาขัดขวางช่วงเวลาการอาบน้ำของราชาแห่งข้า"

จำเป็นต้องตีหน้าเข้มแล้วส่งแรงกดดันขนาดนั้นไหม!? แค่คุโระอาบน้ำนะนั่นน่ะ!

"...บุก---"

*ตู้ม!!!*

"บ้านฉ้านนนนนนน!!!!"

... จังหวะซิทคอมชะมัดเลย!

ตัดฉาก! ตัดฉากไปเลย! ถ้าจะจัดฉากซะซิทคอมเอาฮาขนาดนี้ ตัดฉากจบตอนไปเลย!

...ล้อเล่นน่ะ อย่าเพิ่งรีบนะ...

ในระหว่างที่ฝ่ายนักรบสวรรค์กำลังที่จะสั่งบุกเข้ามานั้น จู่ๆก็มีอะไรบางอย่างโผล่ขึ้นมาแล้วทำลายบ้านไปอีกส่วนนึงก่อนที่จะหยุดอยู่ตรงหน้าของพวกเรา

ซึ่งก่อนที่ควันจะจางลง ก็มีเสียงประตูดังขึ้น ซึ่งมันอยู่ทางด้านหลังของฉันและนั่นทำให้พวกเราแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกยังคงจ้องมองไปที่ควันที่กำลังจางลง และกลุ่มต่อมานั้นหันหน้ากลับไปจ้องมองผู้ที่เสียมารยาทเข้ามาภายในบ้านของผู้อื่น

บุคคลปริศนากลุ่มแรก...เกรงว่าจะเป็นเพียงแค่คนหนึ่งคนเท่านั้น และคนคนนั้นทำให้คุณแอสโมดิอุสหรี่ตาลงพร้อมกับกัดฟันแน่นอีกด้วย

เธอคนนั้นเป้นผู้หญิงที่มีหุ่นและรูปร่างหน้าตาเช่นเดียวกับคุณแอสโมดิอุส แต่อยู่ในชุดของเดรสสั้นที่เปิดเผยเนื้อหนังกว่าเดรสปรกติ อีกทั้งยังมีทรงผมและดวงตาสีน้ำเงินเข้มค่อนไปทางสีดำชวนหลงไหลราวกับทะเลในยามราตรีอีกด้วย

แต่ถึงจะเหมือนความต่างก็ที่เห้นชัดนอกจากสีผมและดวงตาก็คงไม่พ้นเรื่องเผ่าพันธุ์ คุณแอสโมดิอุสเป็นซัคคิวบัสซึ่งใครๆก็ทราบ แต่อีกฝ่ายที่ดูลามกกว่านั้นดูเหมือนมนุษย์ธรรมดาเท่านั้น ถ้าเมินเฉยปีกนกสีดำทมิฬกับเขาคู่นึงที่โค้งงอคล้ายเขาแพะภูเขา มากกว่าเขาของซัคคิวบัสที่คล้ายกับเขาของแกะนั่นล่ะก็นะ

"...ข้าตามหาท่านซะแทบแย่ ท่านพี่แอสโมดิอุสของข้า"

"...น้องสาวของข้าแอนโดรเมด้า ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอเจ้าที่นี่"

...หา?!... เอ...ก็ไม่เห็นน่าแปลกใจเท่าไรเลยแฮะ ดูเหมือนฉันจะได้รับเชื้อแปลกๆมาแล้วจริงๆนั่นแหละ

ส่วนคนด้านหลังนั้นก็ทำเอาคุณยูริแสดงสีหน้าพะอืดพะอม พอฉันหันกลับไปก็เจอฝาแฝดที่มีหน้าตาที่เหมือนกัน หากแต่มีส่วนสุงที่แตกต่างกัน และหน้าอกก็ไม่ค่อยจะเท่ากันสักเท่าไร

ฝ่ายที่สูงกว่านั้นมีดวงตาสีน้ำเงินเข้มแต่ไม่เท่ากับคนที่ชื่อแอนโดรเมด้านั่น มันคมซะจนฉันรู้สึกไม่ค่อยอยากจะจ้องนานๆเพราะความน่าขนลุกเลยล่ะ หน้าอกจะค่อนข้างใหญ่กว่าเล็กน้อย ในมือถือมีดยาวทั้งสองข้างและสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้น

ในส่วนของคนที่ตัวเล็กกว่านั้นมีดวงตาสีเขียว กับรอยยิ้มที่ดูไม่เป้นมิตร ต่างจากคนที่สูงกว่าที่มีรอยยิ้มที่ดูกระหายเลือดอย่างเห็นได้ชัด เด็กคนนี้สวมชุดคลุมทับเอาไว้ส่วนข้างในก็ใส่เสื้อผ้าคล้ายผู้ชายโดยที่ปกปิดร่างกายได้มาก ต่างจากคนที่สูงแล้วชอบโชว์เนื้อหนัง

สีผมของทั้งสองมีสีชมพูทั้งคู่ คนนึงถือมีดยากทั้งสองข้าง ส่วนคนที่ตัวเล็กกว่านั้นสวมถุงมือขนาดใหญ่และถือไม้คทาเอาไว้คล้ายกับจอมเวทย์

ไม่นานคุณยูริก็เริ่มเปิดปากขึ้นเพื่อพูดกับสองคนที่อยู่ตรงหน้า

"...ทำไมพวกเธอถึง..."

"โฮ่? รู้จักร่างกายของพวกข้าด้วยงั้นหรือ?"

"เห? ดูเหมือนว่าจะมาเจออะไรดีๆเข้าซะแล้วสิเนี่ย"

เป็นวิธีการพูดที่โบราณ และประหลาดสำหรับฉัน น้ำเสียงนั่นชวนให้ลุ่มหลงไม่ต่างอะไรกับกับดักที่รอเหยื่อให้เข้ามาติดกับ

"...พวกเจ้าเป็นใคร? เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายของรูบี้และลิลลี่!?"

"พวกข้าไม่จำเป็นต้องตอบ เพราะข้าได้รับมอบหมายให้มาทำความสะอาดที่นี่"

"ง่ายๆคือยังไงพวกเจ้าก็ต้องตาย เพราะพวกข้าถูกส่งให้มากำจัดพวกเจ้าทุกตน ข้าหมายถึงกลุ่มของชาวสวรรค์และบุคคลที่เกี่ยวข้อง ข้าไม่ได้มาช่วย แต่มาเพื่อทำลายพวกเจ้าทั้งคู่"

สองสาวพูดออกมาแบบนั้นซึ่งทำให้คุณยูริกัดฟันแน่นกว่าเดิม คุณรูรูก้าจึงเข้ามาใกล้พวกฉันแล้วบอกฉันกับคุณคานะให้เข้าใจง่ายๆว่า...

"สองคนนั้นเคยเป็นคนรู้จักของนายท่านค่ะ ดูเหมือนว่าจะคล้ายกับกรณีของท่านฮินะ ที่ร่างกายถูกใช้งานโดยดวงวิญญาณดวงอื่น แล้วดวงวิญญาณของร่างกายนั้นถูกทำให้หลับไหล"

นั่นมันแย่นะนั่นน่ะ! ฉันตั้งท่าพร้อมรบ

คราวนี้พวกเราเจอศึกจากสามทางเลย แม้จะจำนวนไม่มากเท่าพวกนักรบด้านบนแต่ว่าความสามารถนั้นต่างกันลิบลับ ไม่นานฉันก้สังเกตเห็นว่ามีคนเข้ามาเพิ่ม แถมยังมีสัตว์อสูรที่ดูมีความศักดิ์สิทธิ์และแข็งแกร่งอีก

... โอ้ย! เอาไงก็เอา! ฉันจะซัดกลับไปให้หมดในฐานะของคนที่ต้องการจะยืนเคียงข้างราชาอะไรของพวกเธอเลยคอยดูเซ่!

และแล้วสงครามก็เริ่มขึ้น แม้จะเป็นเพียงแค่ขนมทานเล่นก่อนถึงมื้ออาหารหลักก็ตามที



... ไรท์ขอโทษ เพิ่งสอบเสร็จวันที่ 9 เดือนนี้ หลังจากนั้นคือ 12 ผ่าฟันคุด แล้วก็เล่นเกมบ้าง อะไรบ้าง มีเรียนเสริมนิดหน่อยไม่มาก ส่วนใหญ่อู้ ง่ายๆก็อู้...

แต่ไรท์กลับมาแล้ว! อาจจะไม่ถี่แต่จะกลับมาให้บ่อยขึ้น! เพราะตอนนี้ปิดเเทอม เปิดวันที่2 น่าจะได้อีกสักตอนแหละน่า!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว