email-icon

ขอบคุณสำหรับการเข้ามา "คอมเม้น" เป็นกำลังใจให้ไรท์ ถ้า "ติดดาว" ให้จะเป็นกำลังใจให้ไรท์มากๆ เลย

ตอนที่ 34 ทำไมข้าถึงร้อนอย่างนี้ 25+

ชื่อตอน : ตอนที่ 34 ทำไมข้าถึงร้อนอย่างนี้ 25+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2561 19:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34 ทำไมข้าถึงร้อนอย่างนี้ 25+
แบบอักษร

“พอใจแล้วนะ...อาบน้ำกับข้าได้แล้ว” เขาดึงสายคาดเอวออกจากตัวนาง ทำให้เสื้อนอกของนางหลุดออก นางยกก้นให้เสื้อออกไปจากตัว เขายิ้มให้กับนาง นางดึงสายคล้องคอออกจากคอทำให้เห็นปทุมถันที่เต่งตึง เขาใช้มือลูบลงบนอกคู่งาม และไม่ช้าปากของเขาก็ครอบครองด้วยเช่นกัน

“อ่าส์...” นางจัดแจงตัวเองให้นั่งค่อมระหว่างเขา เขาจึงจูบริมฝีปากนาง เขาดึงสายกางเกงนางออก นางยกก้นดึงกางเกงออกอย่างรีบร้อนเขาช่วยนางถอดด้วยเช่นกัน

“หลง” นางเชิดหน้า ขณะที่เขาครอบครองปทุมถันอีกครั้ง มือลูบไล้สะโพกงามของนาง

“ข้ารักเจ้าซุนหลี่” เขาพูดออกมาจากใจ สอดความเป็นชายที่สีกับตัวนาง เข้าไปช้าๆ

“อร๊ายยยย...” นางเม้มริมฝีปากด้วยความเสียว นางจึงกดลงสุด แล้วกลืนกินเขาเข้าไป ขมิบเข้าด้วยความเสียว ทำให้เขาร้องครางออกมาด้วยเช่นกัน

“อืมม์....” เขาจูบริมฝีปากอย่างดูดดื่มของนางไว้ไม่ให้เสียงดังลัดลอดออกไป

“อืมม์...อืมม์” นางหายใจไม่ทันทุบออกเขา เขาจึงปล่อยริมฝีปากออก นางจึงจูบซอกคอของเขา แล้วฝังรอยรักลงไปจมเขี้ยว เขาจึงเร่งความเร็ว

“อ๊ะ...อ๊ะ...อ๊ะ...อร๊ายยยยยย....” นางปลดปล่อยออกมาจนสุด เขาก็ไม่ต่างจากนางที่ปล่อยไปพร้อมกัน นางซบอกเขา เขาประคองนางลุกขึ้นเดิน แล้วอุ้มลงนอนบนเตียง


ตลอดเวลาสี่วันสีคืนกว่าจะถึงเมืองหลวงทำให้ทุกคนเหนื่อยล้าแต่พอถึงเมืองหลวงทุกคนต่างมีความสุข เมื่อได้เห็นลูกเมียกัน บ้านเมืองก็กลับเป็นปกติสุขอีกครั้งหนึ่ง

“พระสนม...พระสนม...” เยี่ยหลินเข้ามาคุกเข่ากอดขาซุนหลี่ถึงหน้าตำหนักร้องห่มร้องไห้

“เยี่ยหลินลุกขึ้นมาก่อน...เยี่ยหลิน” ซุนหลี่ประคองนางขึ้นมายืนด้วยแล้วสวมกอดเยี่ยหลิน

“พระสนมอย่าทำอย่านี้นะเพคะ...หม่อมฉันเป็นห่วงพระสนม...รู้ไหมว่าหม่อมฉัน นางในและขันทีหาพระสนมตั่งแต่เช้าจรดเย็น จนมีทหารมาบอกหม่อมฉัน ว่าพระสนมเสด็จออกไปจากพระราชวัง ทหารจึงออกไปตามหาจนในที่สุด มีข่าวจากทัพหลวงว่าพระสนมอยู่กับใต้อ๋อง...รู้ไหมหม่อมฉันใจจะขาดให้ได้...หม่อมฉันเป็นห่วงพระสนมมาก...ถ้าเกิดอะไรกับพระสนมหม่อมฉันจะอยู่ได้อย่างไร”

“เอาละ...ข้าจะมิไปไหนอีกแล้ว” ซุนหลี่ยิ้มให้นางแล้วเกลี่ยน้ำออก


หลงหลานมู่เดินเข้ามาในตำหนักในยามค่ำคืน มองเห็นหญิงสาวนั่งปักผ้าลายอะไรสักอย่าง แต่เป็นผ้าคุมผืนใหญ่หนามาก

“ซุนหลี่เจ้าทำอันใดอยู่หรือ” เขานั่งลงบนเตียงที่นางนั่งอยู่

“หม่อมฉันปักผ้าไว้...ใกล้หน้าหนาวแล้ว...ที่นี่หนาวมาก...หม่อมฉันอยากทำเสื้อไว้ใต้อ๋องใส่เพคะ...อีกนิดเดียวจะเสร็จแล้ว...”

“เจ้าทำไว้นานแล้วหรือ” เขายิ้มให้นาง

“หม่อมฉันตอนที่ใต้อ๋องไปออกศึก” นางเก็บเข็มไม่ให้มีรอยด้ายอย่างปรานีต

“สงสัยช่างภูษาคงต้องอายเจ้า เจ้าปักได้อย่างงดงาม...แล้วนั้นมันลายอะไรหรือ หรือจะเป็นลายมังกร” เขาลูบไปบนลายมังกร

“เพคะ ลายมังกร...หม่อมฉันทำให้มันดูอ่อนช้อยขึ้นมาอีกสักนิด ไม่อยากให้มันดูแข็งจนเกินไป และไม่ให้ดูอ่อนจนเกินไป”

“งดงามยิ่งนัก” เขามองใบหน้านาง

“ยืนขึ้นเพคะ” ซุนหลี่ยืนขึ้น เขายืนตามนาง พร้อมกับหยิบเสื้อคลุมมาคลุมหลังเขาแล้วอ้อมมาด้านหน้า ผูกเชือกสีขาวที่ด้านหน้า

“ดีไหมเพคะ”

“อะไรที่เจ้าให้ข้าดีทั้งสิ้น...ขอบใจเจ้ายิ่งนัก” เขายิ้มให้นาง

“เราออกไปเดินเล่นกันดีไหมเพคะ”

“ได้...คืนนี้อากาศดีหิมะยังไม่ตก...ใครอยู่ข้างนอกเข้ามาหน่อย”

เยี่ยหลินเดินเข้ามาในห้องแล้วบังคมเขาและนาง

“เพคะใต้อ๋อง”

“เจ้าเอาชุดคลุมให้พระสนมที” หลงหลานมู่มองใบหน้างดงามของนาง


“เราไม่ได้ออกมาเดินเล่นแบบนี้นานแล้วนะ” ซุนหลี่มองสวนสวรรค์ที่นางเดินอยู่ในยามค่ำคืน งดงามแม้นจะเป็นกลางคืนก็ตามที

“ใช่...” เขาจับมือนางเดินด้วยกัน

“นึกถึงตอนเด็กๆ หม่อมฉันชอบออกมาดูดวงจันทร์ในยามค่ำคืนที่สวนหลวง...พอเสด็จแม่รู้เข้า...นางสั่งห้ามมิให้ออกไป...กลัวว่าจะโดนน้ำค้างหรืออากาศเย็นแล้วจะไม่สบาย”

“เจ้าคิดถึงบ้านไหม” เขามองใบหน้านาง นางมองกลับมาหาเขา

“หม่อมฉันจากบ้านมาสามปี...และมาแต่งงานกับท่าน...ถ้าถามว่าข้าคิดถึงบ้านไหม...ก็มีบ้างนะ”

“เจ้าอยากกลับบ้านหรือไม่” น้ำเสียงเขาอ่อนลงไป

“ข้าก็อยากจะกลับแต่ แคว้นมูกับแคว้นเย่ว์ห่างไกลเป็นหลายร้อยลี้ และข้ามิอาจจากเจ้าไปได้...ข้าต้องดูแลเจ้าและฝ่ายใน” นางยิ้มให้เขา

“แล้วเจ้าอยากได้อะไร...หรือมีอะไรขาดเหลืออีกไหม...นี้ก็ใกล้วันสถาปนาเจ้าขึ้นเป็นหวงโฮ่ว” เขาถามนาง

“ไม่...ช่างภูษามานำชุดไปตัดแล้ว...เครื่องประดับและเครื่องประทินโฉมก็เตรียมแล้ว...เหลือแต่วันสถาปนาอย่างเดียว”

“อีกไม่ถึงสามวันแล้ว...ตำหนักเงาจันทร์เสร็จแล้วข้านำของของเจ้าส่วนหนึ่งไปไว้แล้ว...อยากได้อะไรอีกก็ขอให้บอกข้า”

“ไม่ละ...เจ้าให้ข้าทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว”

“ก็เพราะว่าข้ารักเจ้าเหลือเกิน...ไม่ว่าเจ้าอยากได้อะไรข้าจะนำมาให้เจ้า”

“ขอบพระทัยเพคะ” ซุนหลี่ยิ้มให้เขา


“วันนี้หวงโฮ่วงดงามยิ่งนักเพคะ” เยี่ยหลินเอาที่คาดเอวคาดให้นาง ส่วนซุนหลี่ยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่มองดูตัวเองในกระจก ภายในตำหนักลู่เทียนซึ่งเป็นตำหนักของหวงโฮ่วทุกองค์ที่ต้องมาอยู่ตำหนักนี้

“หนัก” นางพูดขึ้นมาลอยๆ

“แน่นอนเพคะ...ชุดนี้ปักด้วยไหมย้อมสีแดงและสีดำและมีดิ้นทองคำทั้งชุด แล้วก็เครื่องยศอีก”

“หนักที่ข้าหมายถึง...ภาระที่ข้าต้องดูแลทั้งใต้อ๋องและฝ่ายใน...ข้าเคยได้ยินใต้อ๋องพูดอยู่คำหนึ่ง...ยิ่งสูง...ยิ่งหนาว...ยิ่งเราสูงมากเท่าไหร่...คนยิ่งจับจ้อง...พวกที่คิดไม่ดีก็จะสบโอกาสเล่นงานเราได้เสมอ...ใจจริงข้าไม่อยากที่จะเป็นหวงโฮ่ว...แต่ข้าต้องการให้ใต้อ๋องสบายพระทัย ที่ไม่ต้องดูเรื่องฝ่ายในให้รำคานพระทัย”

“หวงโฮ่วเป็นคนดีใครจะกล้าคิดร้ายเล่าเพคะ ใครกล้าทำร้ายต้องผ่านหม่อมฉันไปก่อนแล้วกัน” เยี่ยหลินน้ำเสียงมุ่งมั่นทำให้ซุนหลี่ยิ้มให้นาง

“หวงโฮ่ว...เสลี่ยงพร้อมแล้วเพคะ” นางกำนัลบังคมนาง


นางเดินลงจากเสลี่ยง ในชุดสีแดงปลายเสื้อคลุมยาวเป็นลายหงส์สีทองพื้นผ้าสีดำตัวชุดสีแดงคาดดำ หลงหลานมู่รอรับนางอยู่บนหน้าท้องพระโรงตำหนักหมิงเทียนที่ว่าราชการอยู่ทุกวันและเป็นตำหนักที่เขาและนางนอนอยู่ทุกวัน นางเดินขึ้นบันได ขุนนางระดับล่างคุกเข่าบังคมนางแนบพื้น นางขึ้นบันไดกลางเดินขึ้นไปช้าๆ จนถึงที่ด้านบน

“วันนี้เจ้างดงามมากหวงโฮ่ว” หลงหลานมู่พูดเบาๆ

“ตอนนี้แต่หิวมาก” ท้องนางร้องทำให้เขาขำเบาๆ

“มากเลยหรือ”

“ตาลายเลย”

“เดี๋ยว...ฟังประกาศก่อน” เขาพยักหน้าให้กับองครักษ์หลี่

“สนมซุนหลี่...มีกิริยาที่งดงามสมกับการเป็นหวงโฮ่วของข้าอย่างยิ่งและข้าขอประกาศต่อฟ้าดินในที่แห่งนี้ว่า...จะให้สนมหลี่...รับตำแห่งหวงโฮ่ว...มีนามว่า...หวงโฮ่วซุนหลี่หลินเหม่ย...นับแต่นี้ต่อไปเมื่อหน้า...จบราชโองการ”

“ขอใต้อ๋องและหวงโฮ่ว...ทรงพระเจริญ...หมื่นปี...หมื่นๆ...ปี”


“ค่อยๆ...เสวยเพคะ...” เยี่ยหลินมองซุนหลี่ที่กินเอากินเอา ขณะที่นั่งข้างหลงหลานมู่

“ปล่อยนางเถอะ...เมื่อคืนและเมื่อเช้านางไม่ได้กินอะไร...คงตื่นเต้น” หลงหลานมู่เอาเนื้อแกะใส่ในถ้วย

“ขอบพระทัย” ซุนหลี่ดื่มน้ำเข้าไป แต่ทำให้แทบสำลัก

“อะไรเนี้ย...” ซุนหลีหันไปด้านหลังมองหน้าเยี่ยหลิน

“นั้นมันเหล้าโสมของข้านะ” เขาเอาแก้วออกจากมือนาง

“เหล้าโสมหรือ” นางมองแก้วที่เขาถือ

“ใช่..”

“แล้วทำไมถึงห้ามข้าดื่มมันเล่า” นางถามด้วยความสงสัย ใช้ว่าไม่เคยดื่มสักหน่อย

“หวงโฮ่วถึงเวลาเพคะ” เยี่ยหลินกระซิบบอกนาง

“เจ้าไปเถิด...คืนนี้รอข้าด้วย” เขายิ้มให้นาง

“รับพระบัญชาเพคะ” นางย่อตัวให้เขา ขุนนางต่างลุกขึ้น นางเดินเข้าไปด้านหลัง


“เยี่ยหลิน...ทำไมข้าถึงร้อนอย่างนี้” ซุนหลี่เดินเข้ามานั่งบนเตียงกำลังจะปลดเสื้อตัวเอง แต่เยี่ยหลินจับมือนางห้ามไว้

“อย่าเพคะ...”

“ทำไมเล่า...ก็ข้าร้อนนี่” ซุนหลี่จับมือเยี่ยหลินออกแต่นางยังคงยื้อมือของซุนหลี่ไว้


นิยายฟรี...ขอมากว่า 10 เม้น แล้วจะมาต่อให้นะ

1 เม้น 1 กำลังใจ

ความคิดเห็น