เรื่องนี้มันก็จะเศร้าๆ หน่วงๆบ้าง และจะหวานจนเลี่ยนไปเลย ช่วยกดไลค์กดแชร์ให้ไรท์ด้วยจ้า

บทที่ 3 ไปส่งบ้าน

ชื่อตอน : บทที่ 3 ไปส่งบ้าน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.8k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 09 เม.ย. 2563 19:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ไปส่งบ้าน
แบบอักษร

บทที่ 3 ไปส่งบ้าน

 

หลายวันต่อมา @บริษัท A Company

พาร์ท ลาส

วันนี้มีน้องๆและพวกสาวๆแฟนคลับมารอพวกเรา 3 คนเต็มหน้าบริษัทเลย ไม่ต้องแปลกใจไปหรอกครับเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ที่พวกแฟนคลับมักจะตามพวกเรามาที่บริษัทหน่ะ พวกผมลงจากรถก็ตรงไปทักทายพร้อมถ่ายรูปกันเล็กน้อย เสร็จแล้วจึงขอตัวเข้าไปในตึก แต่สายตาผมดันเห็นยัยเด็กนิลอะไรนั่นเดินมากับผู้ชายท่าทางสนิทกัน หึ แฟนเหรอวะ แต่ก็เหมาะสมกันดี

“วันนี้กินไรดี นิล พี่เลี้ยงเอง”

“ฮ่าๆ จะดีหรอคะ แต่นิลไม่ปฏิเสธดีกว่า เดี๋ยวเสียน้ำใจแย่เลยใช่ไหมคะ ฮิๆ”

แล้วดูยัยนั่นดิหัวเราะดูมีความสุขจังเลยวะ

 

พาร์ท นิล

วันนี้ฉันเลิกงานเลทไปตั้ง 2 ชั่วโมงแหนะ เพราะมีงานด่วนเข้ามาตอนก่อนจะเลิกงานนี่เอง กว่าพวกเราจะช่วยกันทำจนเสร็จก็ปาไป 19.00 น. ตอนนี้รถเมล์จะหมดรึยังก็ไม่รู้ ทำไงดีใกล้จะมืดแล้วด้วย ฉันจึงรีบเดินมาจนถึงป้ายรถเมล์ และก็นั่งรออยู่นานก็ไม่มีรถเมล์ผ่านมาเลยซักคัน จนฉันคิดว่าต้องยอมโบกแท็กซี่แล้วหล่ะ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้โบกแท็กซี่เลยก็มีรถหรูคันหนึ่งมาจอดใกล้ๆฉัน

แล้วพอคนขับลดกระจกลงเท่านั้นแหละ

“ขึ้นมา”

คุณลาสนั่นเอง

“ขึ้นมา บ้านเธออยู่ไหนฉันจะไปส่ง”

เขาคงเห็นฉันทำหน้างงๆ เลยพูดขึ้นอีกรอบด้วยท่าทางโมโห

“ไม่เป็นไร ขอบคุณค่ะ ฉันกลับเองดีกว่าค่ะ” ฉันเกรงใจหน่ะ ไม่กล้าด้วยแหละอยู่ๆจะให้ขึ้นรถคนดังแบบเขาเนี่ยนะ

“มันมืดแล้ว และฉันก็ไม่ใจดีแบบนี้บ่อยๆหรอกนะ อย่าเล่นตัวได้ไหม เร็วๆ”

คราวนี้ตะคอกเลยจ้า ขึ้นก็ขึ้น เพราะตอนนี้ก็มืดแล้วด้วย รถเมล์ก็ยังไม่ซักทีด้วย แต่เอ๊ะวันนี้เขาไม่ได้ใส่แว่นกันแดดหนิ คงมืดแล้วเลยไม่ต้องพรางตัวหล่ะมั้ง

พอฉันขึ้นมานั่งบนรถเรียบร้อยแล้วเขาก็กระชากรถออกทันที ฉันจึงรีบรัดเข็มขัดนิรภัย​ เขาขับรถเร็วมาก​ จนฉันกลัวเริ่มกลัวอ่ะ

แล้วเขาก็หันมามองฉัน

“เธอคิดว่าฉันรู้จักทางไปบ้านเธอรึไง บอกทางมาสิ”

นั่นสินะฉันลืมไปเลย ก็ฉันตกใจกลัวจนลืมไปเลยหนิ

พอฉันบอกทางเขาเสร็จก็เงียบอีกครั้งเพราะไม่รู้จะพูดอะไร เขาก็กลับไปมองถนนต่อไม่ได้สนใจฉันเหมือนกัน

“กลัวเหรอ”

“นิดหน่อยค่ะ ขับเร็วๆแบบนี้มันอันตรายนะคะ”

“รถฉันมีประกันเธอจะกลัวอะไร”

อ้าว แล้วไงอ่ะ

“แต่มันประกันชีวิตคนไม่ได้นะคะ”

“คิดว่าตัวเองเป็นแม่ฉันหรือไง หรือคิดว่าเป็นเมีย ห่ะ” ยัยบ้านี้เห็นเงียบๆแต่จู้จี้ชะมัด ใครได้เป็นเมียคงซวยไปทั้งชาติ

“หน้าแดงทำไม หรือกำลังคิดจินตนาการไปไกลว่าได้เป็นเมียฉันจริงๆ ตื่นได้แล้ว”

เขานี่มันปากร้ายไม่เหมาะกับหน้าหล่อๆเลยซักนิด

“ฉันไม่ได้คิดแบบนั้นหรอกค่ะ ฉันรู้ว่าอะไรควรไม่ควร”

ซักพักเสียงโทรศัพท์มือถือฉันก็ดังขึ้น แม่ฉันนั่นเองคงโทรมาเพราะเห็นว่าฉันยังไม่ถึงบ้านมั้ง

“จ้ะแม่ เดี๋ยวถึงจ้ะ ถ้าแม่หิวก็กินข้าวก่อนเลยนะจ้ะ โอเครอก็รอจ้ะ จ้ะ” พอฉันวางสายและกำลังจะเก็บมือถือเข้ากระเป๋า คุณลาสก็คว้ามันไปจากมือฉันไปกดอะไรซักอย่างยิกๆ เขาขับรถไปด้วยเล่นมือถือไปด้วยจะดีเหรอ แต่ก็ดีหน่อยที่อย่างน้อยเขาก็ผ่อนความเร็วลง ก่อนที่เขาจะยื่นมือถือคืนให้ฉัน ฉันก็เก็บเข้ากระเป๋าอย่างเดียวเลย ไม่กล้าถามเขาหรอกว่าเขาทำอะไรกับมือถือฉันหน่ะ

พอรถเลี้ยวเข้ามาถึงหน้าปากซอยฉันก็รีบบอกเขาให้จอด

“จอดข้างหน้าเลยค่ะ”

“ถึงแล้วเหรอ ฉันไม่เห็นมีบ้านคน”

“เปล่าหรอกค่ะ แต่บ้านฉันเดินเข้าไปอีกนิดเดียวเอง คุณกลับเลยก็ได้ค่ะ ขอบคุณที่มาส่งนะคะ”

“ฉันจะส่งถึงหน้าบ้าน ถ้าเธอไม่บอกว่าหลังไหนก็นั่งมันบนรถนี่แหละ”

ฉันจึงบอกทางเขาอีกครั้งหนึ่ง พอถึงหน้าบ้านฉันจึงเอื้อมมือไปเปิดประตูเพื่อจะลงจากรถแต่มันเปิดไม่ออก ก็เขาไม่ปลดล็อคให้ฉันนี่ หรือฉันลืมขอบคุณเขานะ ฉันจำได้ว่าบอกไปแล้วนะเมื่อกี้หน่ะ

แต่ไม่เป็นไร บอกอีกรอบก็ได้

“ขอบคุณอีกครั้งค่ะ เอ่อ เปิดประตูให้ด้วยค่ะ”

“ฉันขอเปลี่ยนจากคำของคุณเป็นอย่างอื่นได้ไหม”

“อะไรเหรอคะ...” ฉันพูดยังไม่ทันจบเขาก็ก้มลงมาโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว รู้ตัวอีกทีปากเขาก็ประกบลงมาบนปากฉันแล้วและแช่ไว้อยู่อย่างนั้นเนิ่นนาน ก่อนที่เขาจะเริ่มบดเคล้าดูดเล็มริมฝีปากฉัน จนฉันเริ่มหายใจไม่ออกเลยต้องอ้าปากเพื่อสูดอากาศหายใจ แต่มันเท่ากับว่าเปิดโอกาสให้เขาสอดลิ้นเข้ามาใช้ลิ้นเกี่ยวพันลิ้นฉัน ฉันเริ่มไม่มีสติสมองเบลอไปหมดรู้แค่ว่าเขาจูบฉันนานมาก และก็เป็นเขาที่ถอนริมฝีปากออกไปเอง ปล่อยให้ฉันได้แต่นั่งรู้สึกร้อนวูบวาบที่แก้มอย่างอายๆ

ผมยกมือเช็ดริมฝีปากเล็กน้อยพร้อมจ้องหน้ายัยนั่น อืม ปากหวานนุ่มเป็นบ้า

“ลงไปได้แล้ว หรืออยากให้ฉันจูบอีกรอบ”

 

ฉันจึงรีบลงจากรถแล้วเดินเข้าบ้านด้วยใบหน้าแดงก่ำ

พอเข้ามาในบ้านแม่ก็ถามขึ้น คงได้ยินเสียงรถหน่ะแหละ

“ใครมาส่งหน่ะลูก”

“เพื่อนที่ทำงานหน่ะจ้ะแม่ เขาเห็นว่ามืดแล้ว รถเมล์ก็ไม่มีเลยอาสามาส่ง” ฉันไม่อยากโกหกแม่เลยแต่มันจำเป็นหนิ จะให้บอกได้ไงว่าใครมาส่งหน่ะ

“แล้วทำไมคุยกันนานไม่ลงมาซักที ฮึ”

“คุยกันเรื่องงานต่อนิดหน่อยหน่ะจ้ะ ป่ะ นิลหิวแล้วไปกินข้าวกันดีกว่า”

ฉันเพิ่งอาบน้ำเสร็จกำลังเดินออกมาจากห้องน้ำก็ได้ยินเสียงไลน์ดังขึ้น จึงเดินไปหยิบมือถือที่วางอยู่บนเตียงขึ้นมาดู เอ้ะไลน์ใครเนี่ย แต่ดูจากชื่อและรูปโปรไฟล์แล้ว เขานั่นเอง ที่เอามือถือฉันไปกดยิกๆตามอำเภอใจนี่คือเอาไปเพิ่มเพื่อนเหรอ

ลาส : ทำอะไรอยู่

จะตอบดีไหมเนี่ย หรือทำเป็นไม่เห็น ไม่ได้อ่านดี

ลาส : ถามไม่ตอบ ฉันถามว่าทำอะไรอยู่

นิล : กำลังจะเข้านอนค่ะ

ฉันอยากชวนเขาคุยบ้าง แต่ก็ไม่กล้าอ่ะ

นิล : ถ้าไม่มีอะไรฉันขอตัวนะคะ

ลาส : ถ้าไม่มีอะไรฉันคุยไม่ได้เหรอ วันนี้ตอนกลางวันเธอไปกินข้าวกับใคร

นิล : ก็พี่ที่ทำงานไงคะ

ลาส : ฉันรู้ว่าพี่ที่ทำงาน ฉันไม่ได้โง่ แต่ฉันอยากรู้ว่าเธอกับมันเป็นอะไรกัน

นิล : รุ่นพี่ค่ะ เขาเป็นแฟนเพื่อนฉัน คุณถามทำไมคะ

ลาส : เปล่า ก็แค่สงสัย อ้อ แล้วเรื่องที่ฉันจูบเธอในรถหน่ะ......

เขาพิมพ์มาแค่นี้เหรอ แล้วอะไรต่อหล่ะ อะไรของเขาเนี่ย

ลาส : แค่อยากลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง อยากรู้ว่าจืดๆแบบเธอจะร้อนแรงหรือเปล่า

นิล : ฉันง่วงแล้ว ขอตัวนะคะ

ฉันไม่รอให้เขาพูดจบ ไม่อยากรู้แล้วว่าเขาจะพูดอะไรต่อ มันคงไม่ดีต่อหัวใจของฉันหรอก แต่ตอนนี้หัวใจฉันมันกลับเต้นแรงเหลือเกิน ความง่วงหายเป็นปลิดทิ้งเลย

 

@ผับ B ห้อง VIP

พาร์ท ลาส

“นี่มึงแชทกับใครอยู่วะ สนใจน้องเขาหน่อย” ไอ้แมกซ์ถามผมขึ้น

“เปล่า แค่หาอะไรๆเล่นแก้เซ็ง” ผมตอบมัน

“ชีวิตมึงมีคำว่าเซ็งด้วยเหรอวะ” ไอ้ออสตินแม่งก็อีกคน

แต่ผมไม่ได้ตอบมันหรอก

จากนั้นเราก็นั่งดื่มกันเรื่อยๆจนดึกจึงแยกย้ายกันกลับ พอกลับถึงคอนโดผมก็อาบน้ำนอนวันนี้ผมไม่ได้หิ้วใครมานอนด้วยหรอกนะ รู้สึกว่าวันนี้ไม่มีอารมณ์ยังไงก็ไม่รู้สิ หรือเป็นเพราะยัยเด็กนั่นวะเนี่ย

 

 

TALK ต่อด้วยจูบกัน พระเอกเรานางรุกเร็วนะ ว่าป่ะ

ความคิดเห็น