ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 15 The Secret (100%)

ชื่อตอน : "ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 15 The Secret (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 24.8k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ก.ค. 2558 14:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
"ร้อนรักอันตราย" ตอนที่ 15 The Secret (100%)
แบบอักษร

 

 

ตอนที่ 15 The Secret

 

 
 
                ดองกล้วย!!!
 
                นี่หูไม่ได้ฝาดหรือไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม?
 
                 เอาแล้วไง!! อย่าบอกนะว่าเป็น...เป็นดองกล้วยสูตรเดียวกับที่โทนให้กินเมื่อคราวที่แล้ว?!!
 
                ชักไม่เข้าท่าละ แววหายนะเริ่มมาเยือนลางๆ เพราะภาพตอนเมาค่อยๆปรากฏเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ ถึงจะจำไม่ได้ทั้งหมดแต่ว่าความน่ากลัวและฤทธิ์ของมันก็ทำให้ตะวันถึงกับกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก แต่เมื่อเจ้าบ้านเห็นกิริยานั้นเข้ากลับเข้าใจไปอีกอย่าง
 
                "คุณๆคงหิวน้ำ ดื่มน้ำมะตูมเย็นๆก่อนนะคะ บุษทำเองกับมือเลยค่ะ" แก้มใสทรงสูงสีสวยสองใบบรรจุน้ำแข็งทุบละเอียดและน้ำสีส้มอ่อนเย็นเจี๊ยบถูกเลื่อนมาตรงหน้า
 
                "ขอบคุณครับ หอมจัง" ตะวันยกขึ้นดม
 
                "อร่อยด้วยค่ะรับรองได้"
 
                "ครับ จริงๆด้วย" หลังจากที่ลองจิบน้อยๆและหลังจากนั้นก็ดื่มอึกๆเพราะมันทั้งหอมทั้งเย็น ดื่มแล้วชื่นใจ
 
                "อีกแก้วนะคะ"
 
                "โอ๊ะ ไม่ครับ พอ...."
 
                "ไม่เป็นไรค่ะคุณตะวัน"  บุษบาไม่ฟังคำยกเหยือกรินบริการให้อีกอย่างรวดเร็ว 
 
                "เรียกผมว่าตะวันเฉยๆก็ได้ครับ" 
 
               "งั้นตะวันก็เรียกพี่บุษก็ได้นะ ดูแล้วตะวันน่าจะรุ่นๆโทน" พอรินน้ำมะตูมเพิ่มในแก้วให้ตะวันเรียบร้อยแล้วบุษบาก็หันไปทางพจน์บ้าง
 
                "นายไม่ลองชิมดูสักหน่อยเหรอคะ?"
 
                "ได้ยินโทนบอกนานแล้วว่าพี่สาวทำน้ำสมุนไพรส่ง ยอดขายการันตีความอร่อยอยู่แล้ว"
 
                "ค่ะ"
 
                "แล้วเป็นยังไง กิจการรุ่งเรืองดี?" พจน์ถามบุษบาก็จริงแต่ก็ยกยิ้มมุมปากเมื่อหางตาเหลือบเห็นคนข้างๆว่ากำลังทำอะไร
 
                "ดีขึ้นมากค่ะนาย หน้าร้อนแบบนี้มีลูกค้าเพิ่มขึ้น ยอดสั่งก็เพิ่ม นี่ก็ว่าจะหาเด็กมาช่วยอีกสักคน เพราะเจ้าตัวเล็กก็ซนเหลือเกิน ห่างตาไม่ได้เลย" บุษบาพูดมาถึงตรงนี้ทำให้ทุกสายตาของคนที่นั่งล้อมวงอยู่ด้วยกันหันไปจับอยู่ที่มนุษย์ตัวเล็กที่ปีนเข้าไปนั่งสงบนิ่งมองหน้าคนนั้นคนนี้อยู่บนตักตะวัน
 
                "วันนี้มาแปลกมากเลยค่ะ ปกติถ้าไม่ใช่คนในครอบครัวหรือคนที่คุ้นเคยกันละก็ ตาหนูจะไม่เข้าใกล้" ตะวันพอได้ยินแบบนั้นเข้าก็ยิ้มหวานให้กับหน้ากลมๆตาดำๆ ที่แหงนขึ้นมอง ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเด็กน้อยยัดบางอย่างใส่มือให้
 
                "หนม" คำที่ยังไม่ชัดบอกพร้อมกับขยับตัวนั่งยองๆจ้องสิ่งที่พึ่งยัดใส่มือตะวันอย่างรอคอย
 
                "ให้แกะเหรอครับ?" พอก้มลงถามคนตัวเล็กกว่าและก็ได้คำตอบคือการพยักหน้าเหมือนรู้ความ
 
                "ค่ะ ถ้าทำแบบนี้จะอ้อนให้แกะ" บุษบาอธิบายพร้อมกับตั้งข้อสงสัย   "เข้าใจละเจ้าตัวเล็ก ที่เข้าไปใกล้เขาเพราะแม่ไม่แกะขนมให้นี่เอง แสบจริงๆนะเรา..."  แม่เด็กว่าแล้วเอามือป้องปากกระซิบเสียงเบา
 
                "แต่อย่าพึ่งแกะนะตะวัน ยังไม่ได้กินข้าว เดี๋ยวจะอิ่มซะก่อน" เสียงกระซิบและท่าทางบางอย่างของผู้ใหญ่ทำให้เด็กน้อยมองคนนั้นทีคนนี้ทีไปมาอย่างสงสัย ตะวันเองก็ทำตัวไม่ถูก อยากจะแกะให้อยู่หรอกนะ แต่อีกใจหนึ่งก็เห็นด้วยกับแม่เด็กเพราะถ้ากินขนมก่อนแบบนี้บางคนก็จะอิ่มและไม่สนใจข้าวปลาอาหารไปเลย
 
                "ไอ้เจ้านี่มันร้าย" พ่อหลวงว่าหัวเราะหึๆ พลางมองหาเด็กที่ใช้ให้วิ่งไปเอาเหล้าดอง เพราะป่านนี้ยังไม่เห็นโผล่ 
 
                " เฮ้ย! ไอ้แสบ เอ็งไปเอาเหล้าให้ข้าประเทศไหนวะ ทำไมมันนานเป็นชาติอย่างนี้" แกว่าแล้วก็ทำท่าจะลุกขึ้นไปตาม แต่ก็ชะงักเมื่อร่างผอมๆที่กำลังจะแตกเนื้อหนุ่มกับเสียงแหบๆตะโกนถามมาแต่ไกล
 
 
                "แล้วปู่จะให้หนูยกโถไหนออกไปให้ล่ะ?"
 
                "บ๊ะ! จะโถไหนที่เรียงกันอยู่นั่นเอ็งก็ยกออกมาให้ข้าซักโถสิวะ" 
 
                "ก็มันมีตั้งหลายโถนี่นา"
 
                 "เออ เอ็งอยากยกอันไหนก็ยกออกมาแล้วกัน"
 
                "แน่นะปู่?"
 
                "เออสิวะ! บ๊ะไอ้นี่ รีบไปยกมาไวๆ"
 
                "โอเค๊!" เจ้าแสบของพ่อหลวงว่าแล้วก็ทำหน้าทะเล้นแล้วผลุบหายเข้าบ้านไป ทำเอาคนที่มองเหตุการณ์อยู่พากันอมยิ้มกับการสนทนาของคนสองวัย
 
                 "หนม หม่ำหม่ำ"  คำสั่นๆกับแรงกระตุกที่มือทำให้ตะวันหันกลับมาสนใจอีกครั้ง ชั่งใจนิ่งอยู่ว่าจะแกะให้ไม่แกะให้ดีหว่า และก่อนที่จะคิดได้ว่าจะทำยังไงที่จะเบี่ยงเบนความสนใจ ก็มีเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นเหมือนระฆังช่วย
 
                "โอ้โหใครๆมารถคันใหญ่คันโต"
 
                "ป๊าป๊า" พอเจ้าตัวเล็กได้ยินเสียงนั้นก็หูตั้งหางกระดิก ทำท่าเหมือนหมาเห็นเจ้าของ เลิกสนใจขนมในมือคนแปลกหน้า
 
                "อย่าครับ" ตะวันตาโตอย่างตกใจเมื่อหนูน้อยตั้งท่าจะกระโดดลงจากแคร่ที่นั่งอยู่ จึงรีบยกจั๊กแร้เล็กๆนั้นวางลงพื้นให้ และพอเท้าแตะพื้นได้เท่านั้นเจ้าตัวเล็กก็วิ่งจู๊ดไปหาเจ้าของเสียงที่กำลังเดินยิ้มร่ามาทางนี้ ทำเอาใครหลายคนอมยิ้มตาม
 
                "สวัสดีครับนาย" เสียงนั้นทักขึ้นพร้อมกับพนมมือไหว้มายังพจน์อย่างนอบน้อม ซึ่งพจน์เองก็รับไหว้แล้วก็ยิ้มกว้างเมื่อชายคนนั้นยื่นมือมาจับมือพจน์เขย่าอย่างยินดี 
 
                "ไม่ได้เจอกันนานเลยครับ นายสบายดีไหมครับ?" 
 
                "สบายดี นั่นสินะ ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่จำไม่ได้แล้ว" พจน์พูดยิ้มๆ หลังจากนั้นพจน์ก็แนะนำตะวันกับผู้ชายที่มาใหม่ชื่อเอกหรือเอกชัย สามีของบุษบา
 
                "เอ็งมาพอดี กำลังคิดอยู่ว่าเป็นอะไรหรือเปล่าเห็นไปนานสองนาน" 
 
                "ไม่มีอะไรหรอกพ่อ แค่มีคนมาวางของในที่ที่เราจองไว้ก่อน เลยต้องคุยกันนิดหน่อย" เอกชัยบอก
 
                "แล้วลงตัวแล้วรึ?" พ่อหลวงถามและเมื่อเห็นลูกเขยพยักหน้าบอกว่าลงตัวเรียบร้อยไม่มีปัญหาก็เบาใจ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หลานชายยกโถเหล้าดองออกมาให้พอดี
 
                "ได้แล้วจ๊ะปู่" เสียงแหบของหนุ่มน้อยบอกพลางประคองโถแก้วอย่างทนุถนอม
 
                "เออ ขอบใจ แล้วเอ็งวิ่งไปเอาจอกมาให้ข้าก่อนไอ้แสบอย่าพึ่งไป" พ่อหลวงเบลกหลานชายจนหัวทิ่ม หันขวับมาทั้งตัว
 
                "อีกแหละ ใช้จัง"
 
                "บ๊ะไอ้นี่ ใช้นิดใช้หน่อยทำบ่น ไปไวๆ"
 
                "จ้า จ้า" หนุ่มน้อยรับคำยิ้มๆแล้วก็เดินไปหยิบจอกเล็กๆหลายใบออกมาให้แต่โดยดี แล้วพอพ่อหลวงเมื่อได้สิ่งที่ต้องการก็จัดแจงตักน้ำสีสวยในโถแก้วใส่จอกเล็กๆยื่นให้พจน์
 
                "เชิญนายเชิญ นานๆมาบ้านผมที คุณเลขาด้วยนะ" ไม่เพียงเท่านั้นจอกเล็กอีกจอกยังถูกยื่นส่งมาตรงหน้าหวานจนมือขาวต้องขยับรับไว้อย่างเสียไม่ได้ 
 
                ตาหวานมองจอกในมือที เหลือบมองพจน์ที ถ้าไม่ดื่มจะเสียน้ำใจไหมน้า แล้วก็ต้องตาเหลือกเมื่อเห็นร่างหนาข้างๆยกจอกเล็กๆดื่มพรวดเดียวหมด 
 
                "จ เจ้านายครับ" คนตัวบางกลืนน้ำลายดังเอื๊อกพูดไม่ออก รู้สึกเสียวสันหลังวาบอย่างไม่มีสาเหตุ ก่อนจะชะงักเมื่อเสียงพ่อหลวงหัวเราะอย่างถูกใจ
 
                "ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันต้องอย่างนั้นสินาย ถ้าไม่กินเสียชื่อแชมป์เลยนะ เอ้าคุณเลขา เชิญครับอย่าถือไว้เฉยๆ ลองชิมสักหน่อย แค่ดองกล้วยเองครับ หวานๆกินง่าย" 
 
                ก็ไม่ใช่เพราะไอ้หวานๆกินง่ายนี่หรอกเหรอที่กำลังนั่งหนักใจอยู่เนี่ย! 
 
                ตะวันมองจอกในมือแล้วก็มองพจน์อย่างขอความช่วยเหลือ 
 
                "ผมกินเหล้าไม่เก่งครับ นิดเดียวก็เมาแล้ว ถ้ายังไงขอจิบไปเรื่อยๆนะครับ" เสียงหวานว่าแล้วก็ทำท่าจิบให้เจ้าบ้านเห็น ซึ่งพอหลวงก็พอใจที่เห็นอย่างนั้น ทั้งยังถามย้ำอีกว่า
 
                "เป็นไงครับ อร่อยใช่ไหม ผมใช้กล้วยน้ำว้าสุกตากแห้งอย่างดีเลยนะ พอเอามาดองกับเหล้าแล้วจะทำให้สาโทดื่มง่ายไม่ขม เนี่ยสูตรผมเอง นายเองยังติดใจเลย ใช่ไหมครับนาย" 
 
                "ครับ" พจน์รับคำยิ้มๆ ร่างสูงใหญ่ไม่ถือตัวขยับนั่งขัดสมาธิร่วมวงด้วยไม่เก้อไม่เขิน ลำแขนกำยำที่ทอดวางเอื่อยเฉื่อยบนหัวเข่าตัวเองอีกทั้งยังกล้ามอกตึงๆแผ่นหลังหนาแน่นในเสื้อยืดกระชับตัวสีเข้มนั้นทำให้พจน์ดูสง่าจนใครที่ได้เห็นนึกอิจฉา ไม่เว้นแม้แต่ตะวันเองจนเจ้าตัวนึกสงสัย จิบเหล้าไปนิดเดียวเองนะ ทำไมเป็นอย่างนี้ ชักไม่เข้าท่าละ ความรู้สึกลึกๆเริ่มอยากเผยตัวตนออกมาแบบนี้ไม่น่าไว้ใจ
 
                "เอ่อ ห้องน้ำไปทางไหนครับพี่บุษ" พอได้โอกาสเลี่ยงได้ตะวันก็ไม่รอช้าที่จะทำ พลางมองตามมือบุษบาที่ชี้เข้าไปในบ้านไม่หลังใหญ่
 
                "เชิญในบ้านได้เลยนะตะวัน ไม่ต้องเกรงใจ ไปด้วยกันเลยไหม เดี๋ยวพี่จะเข้าไปดูว่าแม่ทำต้มยำปลาเสร็จหรือยัง"
 
                "คุณป้าทำกับข้าวอยู่เหรอครับ มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ?"
 
                "อุ๊ย ไม่ต้องค่ะ ตะวันเป็นแขกนะ" พี่สาวของโทนห้ามพัลวัล
 
                "นั่นนะสิ ไม่ต้องไม่ต้อง จะเข้าห้องน้ำก็เชิญในบ้านได้เลยครับ ตามสบายไม่ต้องเเกรงในนะ คนกันเอง" พ่อหลวงเองก็เห็นด้วยพลางขยับตัวรินเหล้ายื่นให้พจน์ให้เอกชัยกับให้ตัวเองอีกคนละจอก พลางคุยกันอย่างถูกคอ
 
                ภาพที่พจน์ยกจอกเหล้าเล็กๆซดหน้าตาเฉยทำให้ตะวันรู้สึกเป็นห่วงลึกๆ  แล้วสังเกตุไปรอบๆตัว เครื่องสุขภัณฑ์ในห้องน้ำทันสมัยของบ้านไม้กว้างขวาง กระจกบานใหญ่หน้าอ่างล้างหน้าทำให้ตะวันเห็นหน้าตัวเองถนัด แก้มเนียนออกสีเรือๆลามไปเกือบถึงลำคอขาวที่ดูเหมือนจะเริ่มมีสีไม่ต่างกันนัก จิบเหล้าแค่แตะปลายลิ้นแค่นี้ยังเห็นผล แล้วคนตัวใหญ่ที่ยกเอาๆข้างนอกนั่นล่ะจะน่าเป็นห่วงแค่ไหน คิดมาถึงตรงนี้คนตัวบางจึงรีบทำธุระของตัวเองให้เสร็จ แล้วเปิดประตู
 
                "อ๊ะ เจ้านาย" คนตัวหนาที่ยืนเอาศอกเท้าประตูหน้าห้องน้ำทำเอาตะวันตกใจ ก่อนจะขมวดคิ้วถาม "จะเข้าห้องน้ำเหรอครับ ผมเสร็จพอดี"
 
                "เปล่า" เสียงทุ้มว่าแค่นั้นก่อนที่มือหนาจะเอื้อมแตะปลายคางมนเบาๆ ทำเอาตาโตเบิกกว้างเมื่อเป็นกิริยาแปลกๆนั้น มือเล็กเรียวทั้งสองข้างกระตุกยกขึ้นยึดข้อมือหนา ไว้แน่นเมื่อนิ้วโป้งของอีกฝ่ายไล้แผ่วๆที่ริมฝีปากอิ่มแล้วแย้มออกจนเห็นฟันขาวซี่เล็กๆ
 
                ปากที่กำลังจะประท้วงเป็นอันต้องหุบฉับเมื่อนิ้วใหญ่ๆรวมทั้งฝ่ามือหนาเข้าประคองท้ายทอยขาวไว้ก่อนที่พจน์จะใช้ความได้เปรียบใช้ร่างสูงใหญ่ดันให้คนตัวเล็กกว่าถอยหลังกลับเข้ามาในห้องน้ำ ก่อนที่มือใหญ่อีกข้างจะเอื้อมดึงประตูปิดตามหลังแล้วกดล็อกประตู
 
                เสียงกริ๊กเบาๆนั้นทำเอาตะวันผวา ตาโตเบิกกว้างสบกับตาคมที่มองนิ่งมาอย่างหมายมาด
 
                "จ เจ้านาย เมาหรือเปล่าครับ" แผนหลังบางเบียดแน่นกับผนังห้องน้ำเย็นเฉียบ พลางเอนหน้าหนีใบหน้าคมที่โน้มลงมาใกล้จนได้กลิ่นสุราจางๆ
 
                "ไม่ได้เมา เหล้าแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก" พจน์บอกเบาๆแล้วใช้จมูกโด่งคลอเคลียแก้มเนียนที่ล่อตาล่อใจอยู่ไม่ห่าง
 
                 "ถ ถ้าไม่เมา ง งั้นเราออกไปข้างนอกกันเถอะครับ เดี๋ยวใครมาเห็นเข้า" เสียงหวานสั่นๆบอกทั้งๆที่พยายามเอียงหน้าหลบ มือบางก็ใช่ว่าจะอยู่นิ่ง ดันคางเหลี่ยมที่เต็มไปด้วยเคลาเขียวที่พึ่งขึ้นไว้เต็มที่ แต่หาได้มีผลไม่ เมื่อเอวบางถูกแขนแกร่งรั้งเข้ามาเบียดจนหน้าขาของทั้งสองร่างเสียดสีกันไปมาแผ่วเบา
 
                 ตะวันอ้าปากค้างก่อนจะกัดปากอิ่มฉับ แก้มเนียนร้อนวาบเมื่อรับรู้ถึงความต้องการที่พจน์แสดงออกอย่างโจ่งแจ้ง
 
                "เจ้านายเมาแน่ๆ อย่าทำแบบนี้สิครับ เดี๋ยวใครมาเห็นเรา..."
 
                "ไม่มีใครอยู่ข้างนอก"
 
                "ห๊ะ?!" ตะวันขมวดคิ้ว " ทำไมละครับ ก็เมื่อกี้ยังอยู่กัน..."
 
                "เอกไปส่งบุษกับเด็กๆที่งานวัดฝากมาบอกนายว่าถ้าอยากไปเที่ยวให้เราตามไปทีหลังได้ ส่วนพ่อหลวงก็ขอออกไปดูความเรียบร้อยที่เล้าหมูกว่าจะกลับก็ชั่วโมงกว่าๆละมั้ง" แต่ละเหตุผลที่พจน์บอกมาทำเอาตะวันหน้าซีด
 
                ง งั้นก็หมายความว่า....หมายความว่า
 
                ว่า......................
 
                 "หึๆ" เสียงหัวเราะในลำคอของพจน์ยิ่งทำให้ตะวันรู้สึกหนาวๆร้อน กำลังจะอ้าปากถามแต่ก็ต้องหุบฉับเมื่อใบหน้าหล่อโน้มลงมากระซิบจนชิดใบหูบาง
 
                "ตอนนี้ทั้งบ้านเหลือเราแค่สองคน" ตาโตเบิกกว้างอย่างคิดไม่ถึงเป็นรอบที่เท่าไหร่นับไม่ถ้วน ก่อนที่ใบหน้าหวานจะถูกบังคับให้แหงนขึ้นเมื่อฝ่ามือหนาบังคับท้ายทอยกลายๆ
 
                "อย่าครับ เดี๋ยว"
 
                "น่านะ ขอชื่นใจนิดเดียวเอง อย่าใจร้ายนักสิ"
 
                "จ ใจร้าย อ๊ะ!" แก้มเนียนร้อนผ่าวเมื่อพจน์ใช้ต้นขาแกร่งข้างหนึ่งแทรกเข้ามาจนร่างขาวยืนไม่ถนัด มือบางที่กำลังดันแผงอกหนาไว้ก็พลอยสะดุ้งจนเรียวนิ้วขาวเผลอขยุ้มเสื้อยืดเนื้อดีจนยับย่นเต็มฝ่ามือ
 
                "ใครกันแน่ที่ใจร้าย น่าจะเป็นเจ้านายต่างหากที่ อื๊ออ!!..." ใบหน้าหวานที่แหงนหงายอยู่ตรงหน้าทำให้สติสัมปชัญญะของพจน์ขาดผึง ปากบางที่กำลังจะเอ่ยวาจาเชือดเฉือนคำไดก็แล้วแต่นั้นเป็นอันต้องเงียบกริบเมื่อคนตัวสูงกว่าอดใจไว้ไม่ไหวอีกต่อไป ประกบปิดแนบแน่นจนลำคอขาวเอนหงายไปข้างหลัง ถ้าไม่ได้ฝ่ามือหนาช้อนไว้ทันตะวันคิดว่าตัวเองต้องคอหักแน่ เพราะแรงกดที่บดเบียดเข้ามาในตอนนี้ราวกับพจน์อดอยากปากแห้ง ทั้งๆที่วันนี้ก็คลอเคลียนัวเนียกันมาตลอดทางแท้ๆ
 
                ปลายลิ้นหนาไล้เลียก่อนจะขบกัดริมฝีปากอิ่มเรือเบาๆแล้วพุ่งแทรกเข้าไปเกี่ยวพันรัดปลายลิ้นบอบบางที่กำลังสั่นระริกหลบหลีกไม่ยอมง่ายๆ
 
                "นิดเดียว นะตะวัน นิดเดียว" เสียงกระซิบออดอ้อนชิดติดริมฝีปากเบาๆทำเอาตะวันตัวอ่อน ก่อนจะยอมเผยอปากให้อีกฝ่ายจู่โจมตะโบมจูบระรอกสอง 
 
                คราวนี้พจน์ไม่ต้องเริ่มเองเพียงลำพัง เมื่อมือบางที่กำแน่นตรงอกเสื้อทีแรกค่อยๆคลายออกแล้วใต่ขึ้นคล้องต้นคอหนาช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวลูบเลยเสยเข้ากลุ่มผมหนาตรงท้ายทอยพจน์ เมื่อจูบที่ต่างก็ร่วมมือกันดูดดื่มปานจะกลืนกิน
 
                "อืมม..." เสียงใครบางคนครางออกมาเมื่อเกรียวลิ้นนุ่มต่างก็พันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร หยดน้ำใสไหลล้นมุมปากบางแต่ก็หาไปไหนได้ไกลไม่ เมื่อทันทีที่พจน์เห็นก็จัดการไล้เลียดูดกลืนจนเกิดเสียงจุ๊บจั๊บ ปลายลิ้นหนาเลาะแนวไรฟัน กระพุ้งแก้ม เกี่ยวพันลิ้นนุ่มแล้วบดริมฝีปากหนาเข้าหาจนคนตัวบางหายใจไม่ออก ต้องออกแรงขยุ้มผมหนาให้อีกฝ่ายรู้ตัวว่ากำลังจะขาดใจ นั่นแหละ
 
                ตะวันจึงได้ปรือตามองการกระทำของพจน์ ปากบางระเรืออิ่มยังคงถูกขบกัดเบาๆทำเอาคนถูกกระทำต้องค่อยๆยกมือเรียวขึ้นปิดปากหนาไว้แน่น
 
                "พอแล้วครับ ไหนบอกนิดเดียว" เสียงหวานกระท่อนกระแท่นเพราะยังโกยหายใจหอบ ก่อนจะหน้าแดงเมื่อกลางฝ่ามือบางถูกปลายลิ้นร้อนไล้เลียเบาๆ
 
                "พอแล้วครับ อ๊ะ" ฝ่ามือถูกปล่อยอย่างว่าง่าย แต่แก้มก้นนุ่มกลับถูกมือหนาตะปบหมับแล้วอุ้มยกขึ้นให้ร่างหนาแทรกเข้ากอดรัดคนตัวบางถนัดถนี่ยิ่งขึ้น
 
                ตะวันตาโตอ้าปากค้างเมื่อพจน์บังคับให้ขาเรียวเกี่ยวเอวแกร่งไว้ แล้วเดินไปวางร่างบางไว้บนอ่างล้างหน้า
 
                "เจ้านายจะทำอะไรครับ?"
 
                "อยากไปไหม งานวัด"
 
                "ไป ไป ไปตอนนี้เลยได้ไหมครับ" เสียงหวานตอบแบบไม่ต้องคิด จนพจน์หัวเราะหึๆในลำคอ 
 
                "ไว้รอให้ค่ำๆอีกสักหน่อยเราค่อยไปก็ได้ ทำไม ไม่อยากอยู่กับฉันเหรอ?" เสียงทุ้มถามมาทำเอาคนฟังกัดปากหลบตา
 
                "ยังไงผมก็อยู่กับเจ้านายอยู่แล้ว แต่ว่า..." ตะวันอึกอักไม่อยากพูดซะเฉยๆจนพจน์ต้องถามซ้ำ
 
                "แต่ว่าอะไร?"
 
                "แต่ว่าเจ้านายอย่าทำแบบนี้ในบ้านคนอื่นเลยครับ ถ้าใครเห็นเข้าเขาจะคิดกับเจ้านายยังไง กับผมไม่เท่าไหร่หรอกเพราะผมไม่ใช่เจ้าใหญ่นายโตมาจากไหน ผมหายไปซักคนอีกหน่อยเขาก็ลืมเลิกสนใจ แต่เจ้านายเป็นถึง อื๊ออ....!!
 
                เสียงหวานที่กำลังอธิบายเหตุผลขาดหายไปดื้อ เมื่อดวงหน้าหวานถูกดึงเข้ามาจนริมฝีปากหนาประกบจูบแนบแน่นเมื่อเหตุผลนั้นฟังไม่เข้าหู ฝ่ามือหนาล็อคศรีษะเล็กๆไว้แน่น พร้อมกับไชชอนไปทั่วโพรงปากหวานอย่างลงโทษ
 
                "อย่าได้พูดแบบนี้อีกเป็นครั้งที่สอง" เสียงทุ้มเกรี้ยวกราด ก่อนจะประกบปิดปากบางแนบแน่นจนตะวันเริ่มหายใจไม่ออกกำปั้นเล็กทุบอกหนาประท้วงเบาๆนั่นแหละ พจน์จึงได้ถอนริมฝีปากออก
 
                "แต่ว่า"
 
                "ชู่ว!" ร่างหนาแทรกตัวเข้ากอดเอวบางแน่นซะจนตะวันคิดว่าเอวกำลังจะหัก 
 
                "ไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงไหนบนโลกนี้ แค่มีนายอยู่ข้างๆไม่ว่าจะกี่คำพูดกี่คำครหาฉันก็ไม่สน เพราะฉะนั้นอย่าได้คิดอะไรบ้าๆแบบนั้นอีก  ตกลงไหม" ตาคมที่มองมาอย่างรอคอยทำให้หน้าหวานพยักหน้าช้าๆ 
 
                พจน์ยิ้มกว้างก่อนจะโถมเข้ากอดคนตัวบางที่นั่งบนอ่างล้างหน้าจนเอวกิ่ว
 
                "งั้นเราออกไปข้างนอกกันเถอะครับ" 
 
                "โอเค"
 
                "โอเคก็ขยับสิครับ กอดไว้แบบนี้แล้วจะไปยังไง" เสียงหวานถามแล้วก็ต้องขมวดคิ้วมุ่นเมื่ออีกฝ่ายชี้นิ้วที่ริมฝีปากสีซีดของตัวเอง
 
                "อ อะไร? " คงไม่ใช่จะให้....เอ่อ หรอกนะ
 
                 "จุ๊บก่อน..." น่านไง คิดแล้วเชียว ตะวันกรอกตาหมั่นใส้หน้ายิ้มๆนั่น และเพื่อไม่ให้เสียเวลาและไม่ต้องมามัวรักษาหน้าหรือรักษาเกียรติอะไรกันอีกแล้ว แขนเรียววาดคล้องต้นคอหนาเข้ามาใกล้ ลำขาเรียวเองก็เกี่ยวเอวแกร่งเข้าหาแน่น แล้วแนบปากบางเข้าจุมพิตริมฝีปากหนาของร่างสูงซะเองอย่างรวดเร็ว
 
                 คราวนี้ต่างฝ่ายต่างสนองตอบกันอย่างถึงใจ แถมผลัดกันรุกผลัดกันรับจนเกือบลืมเวลา กว่าปากจะผละออกจากกันได้ เล่นเอาเเหนื่อยหอบเกือบขาดใจกันทั้งสองฝ่ายเลยทีเดียว
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                เสียงดนตรีจากตู้ลำโพงงานสมโภชพระประธานของวัดใหญ่ประจำจังหวัดดังกระหึ่มกึกก้องแทงเข้ากระทบหัวใจคนจนเครื่องในมันเต้นตึงๆตามจังหวะเพลงตั้งแต่พจน์วนหาที่จอดรถด้านนอก และยิ่งพอเดินเข้ามาในบริเวณลานกว้างที่ใช้จัดเป็นโซนขายของด้วยแล้ว แม่ค้าพ่อค้าต่างก็มาจับจองพื้นที่ขายของกันอย่างคึกคักเนืองแน่น
 
                ตะวันเดินยิ้มบางๆเมื่อมองไปทั่วบริเวณก็คับคั่งไปด้วยเด็กเล็กเด็กน้อยต่างก็ถือลูกโป่งสวรรค์สีสรรและรูปร่างต่างๆแปลกๆกันคนละลูกสองลูก
 
                บริเวณที่ใช้จัดงานกว้างขวางจนสามารถนำชิงช้าสวรรค์เข้ามาตั้งได้สูงเด่นตระหง่านเห็นมาแต่ไกล ว่าแสงสีของหลอดไฟหลากหลายที่กำลังหมุนช้าๆเห็นคนยืนออรอเพื่อจะขึ้นในคิวต่อไปเป็นแถวยาวเหยียด ที่เห็นจะเป็นคู่หนุ่มสาวซะส่วนมาก แสงวูบๆวาบๆบวกกับแสงเสียงที่ต่างก็ขนกันมาเพื่อประชันและเพื่อเรียกร้องความสนใจและเงินในกระเป๋าจากลูกค้ากันอย่างเนืองแน่น 
 
               ไอติมกระทิที่ใส่ในกะลามะพร้าวอ่อนถูกตักเข้าปากเรื่อยๆ ตาหวานมองไปรอบๆอย่างตื่นเต้นเพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้สัมผัสกับบรรยากาศแบบนี้ กำลังเล็งอยู่ว่าเมนูต่อไปจะเป็นอะไรดีไหล่บางก็ถูกสะกิดเบาๆจากคนตัวหนาข้างๆ
 
                "ขอชิมซักคำซิ" เสียงทุ้มบอกชิดริมหูเพราะจะพูดกันแต่ละทีถ้าไม่ก้มลงมาจนใกล้ก็ต้องตะเบ็งเสียงให้ดังแข่งกับเครื่องเสียงที่อยู่รอบข้างพอสมควร แต่ตะวันกลับย่นจมูกพลางตักไอติมเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉย หันขวับมามองใบหน้าคม
 
                 "เมื่อกี้ตอนซื้อผมถามแล้วแต่เจ้านายบอกว่าไม่กินเองนี่นา แล้วตอนนี้จะมาแย่งกันเหรอครับ?"
 
                "แย่งที่ไหน ขอชิมคำเดียว" ตะวันช้อนตาขึ้นมองคนตัวสูงกว่า ทั้งๆที่ปากยังคาบช้อนไอติมไว้
 
                "คำเดียวแน่นะ" เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าก็ยื่นถ้วยไอติมให้ "ก็ได้" แต่พจน์กลับมองถ้วยไอติมเฉยซะงั้น ทำเอาตะวันขมวดคิ้วงง " อ่าว! ทำไมละครับ?" 
 
                "ป้อนด้วยสิ แค่คำเดียว" พอได้ยินแบบนั้นก็ตาโตค้อนขวับ 
 
                "บ้าแล้ว จะมาป้อนอะไรกันที่นี่เล่า กินเองสิครับ เอ้า! เอาไป" โชคดีที่แสงสีรอบข้างดีพอ พจน์เลยไม่ทันเห็นว่าแก้มขาวมันร้อนผ่าวจนเริ่มขึ้นสีจางๆเมื่อได้ยินประโยคนั้น ตะวันย่นจมูกหลบตาคมพลางยัดถ้วยไอติมกะทิที่บรรจุในกะลามะพร้าวอ่อนใส่มือหนาแล้วรีบหันหลังให้อีกฝ่ายซะเลย
 
                "ไปกินอย่างอื่นดีกว่า" ว่าแล้วก็เดินตรงดิ่งไปยังแผงขายลูกชิ้นปิ้งที่แม่ค้ากำลังปิ้งบนเตาส่งกลิ่นหอมเตะจมูกห่างออกไปไม่ถึงสิบวาที่ตะวันเล็งไว้ตั้งแต่แรก
 
                พจน์ตักไอติมกะทิเข้าปากพลางมองถ้วยกะลาในมือ ลูกชิดที่คนตัวบางเรียกร้องจากพ่อค้าขายไอติมเมื่อครู่ยังคงมีอยู่หลายเม็ด มะพร้าวอ่อนเองก็ยังมีอีกหลายชิ้น แถมก้อนไอติมกลมๆขาวๆบางลูกยังไม่ถูกตักกินจนแหว่งไปอย่างที่คิด มองแบบนี้แล้วจะให้คิดว่ายังไง?
 
                ตั้งใจเก็บไว้ให้อย่างนั้นเหรอ? 
 
                ไอติมถูกตักเข้าปากหลายคำ รสชาติหวานหอมนั้นทำให้พจน์นึกถึงความรู้สึกช่วงเวลาที่ได้ละเลียดกับความอ่อนนุ่มของริมฝีปากของใครบางคนที่พอได้อยู่ใกล้ ได้คลอเคลีย มันก็ไม่ได้ทำให้อิ่มท้องเหมือนได้กินอาหารหรอก แต่กลับสามารถทำให้เต็มอิ่มกับอารมณ์และความรู้สึกจนท่วมท้นล้นไปทั้งหัวใจ
 
                ตาคมมองท้ายทอยขาวๆที่โผล่พ้นคอเสื้อสีอ่อน เพียวแว๊บเดียวที่นึกได้ในหัวตอนนี้คืออยากให้ทุกคนและทุกสิ่งที่อยู่รอบข้างในที่นี้หายวับไปกับตา เหลือเพียงแค่ร่างหนากับคนตัวบางตรงหน้ากันเพียงสอง เพื่อที่ตนจะได้ทำทุกอย่างตามอำเภอใจ อย่างเช่นในเวลานี้ที่อยากจะซบซอกคอขาวแล้วเกี่ยวเอวบางนุ่มมือมาแนบตัว ก่อนจะกดจูบบดบี้กระแทกกระทั้นร่างบางนั้นให้สมกับที่อยาก 
 
                พอคิดมาถึงตรงนี้ก็ยกยิ้มมุมปากอย่างขำๆ เพราะเชื่อแน่ว่าอีกฝ่ายคงจะต้องต่อต้านสุดชีวิตไม่ให้ทำอย่างที่ตนมโนแน่ 
 
                ขายาวก้าวเข้าไปหาช้าๆ มองมือขาวเลือกหยิบลูกชิ้นปิ้งในถาดส่งให้แม่ค้าหลายไม้เพลินๆ แล้วจู่ๆหน้าขาวก็หันมาก่อนที่ปากอิ่มสีชมพูจางจะยิ้มหวานส่งให้ทำเอาพจน์มองตาพร่า 
 
                "เจ้านายอยากกินอะไรครับ? มีฮอทดอก ลูกชิ้นหมู เนื้อ ปลาหมึกปิ้ง ลูกชิ้นปลา แล้ว..."
 
                "เอ็น" เสียงทุ้มบอก
 
                "ห๊ะ? อะไรนะครับ?" 
 
                "อยากกินเอ็นเนื้อ" 
 
                "มีเหรอครับ?.." ตะวันขมวดคิ้ว ถามซ้ำอีกเพราะเหมือนฟังไม่ถนัด แล้วหันไปทางแม่ค้า
 
                "ป้าครับ เอ็นเนื้อมีไหมครับ?"
 
                "มีจ้ามี เป็นคนแรกเลยนะที่ถามเนี่ย ป้ายังไม่ได้เอาออกมาวางเลย จะเอากี่ไม้ดีจ๊ะ ป้าจะได้ปิ้งให้ใหม่ร้อนๆ" เมื่อได้คำตอบแค่นั้นคนตัวบางก็ยิ้มแล้วหันมาหาร่างสูงของคนที่บอกอยากกิน แต่ตาคมกลับไม่ได้แลหรือมองไปที่ถาดลูกชิ้นอย่างที่บอกเลยแม้แต่แว๊บเดียว
 
                "เจ้านายจะเอากี่ไม้ครับ ป้าแกจะได้ปิ้งให้"
 
                 "นายอยากให้ฉันกินกี่ไม้ก็เอามาแล้วกัน" ตะวันได้ยินแบบนั้นเข้าก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่
 
                 "อีกแล้วนะครับเจ้านาย ผมจะไปรู้ได้ยังไงเล่าว่า..." 
 
                "ไม่ต้องห่วง เลือกมาเถอะ เพราะถึงยังไง...." พจน์พูดแค่นั้นก็ตักไอติมที่เหลือเข้าปากไม่พูดให้จบเสียดื้อๆเล่นเอาคนรอฟังค้างเติ้งขมวดคิ้วมุ่นจนต้องขยับเข้าใกล้
 
                "ถึงยังไง? อะไรเหรอครับ?" หน้าขาวฉงนจนพจน์ยิ้มบางๆก่อนจะก้มลงจนใกล้เพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน
 
                "เพราะถึงยังไงกินยังไงมันก็คงไม่อิ่มเท่า เพราะเอ็นเนื้อที่ฉันว่าอยากกินมันเป็นเอ็นเนื้อ...." เสียงสุดท้าย   " ของนาย" กระซิบย้ำกับใบหูบางพร้อมๆกับที่ตาโตเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนที่ร่างบางจะสะดุ้งตกใจตื่นจากผวังค์เพราะเสียงเรียกถามย้ำจากแม่ค้าข้างหลัง
 
                "ว่ายังไงจ๊ะ จะเอากี่ไม่ล่ะ นี่ลูกชิ้นหมูที่สั่งได้แล้วนะจ๊ะ ปิ้งให้ใหม่ๆเลย"
 
                "อ เอ่อ เอา เอา" เสียงหวานตะกุกตะกัก เพราะหัวใจได้รัวจนผิดปกติ พจน์เลยต้องบอกแม่ค้าเอง
 
                "แค่สามไม้ก็พอครับป้า ดูเหมือนของกินที่นี่จะเยอะ เดี๋ยวอิ่มลูกชิ้นก่อน จะไม่ได้ลองอย่างอื่น"
 
                "ใช่จ้า วันนี้เป็นวันแรก คนเยอะ ของกินก็เยอะ รู้สึกว่าจะเยอะกว่าปีก่อนด้วยน้า รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยวป้าอุ่นให้ร้อนๆ"
 
                "ขอบคุณครับ รวมทั้งหมดเท่าไหร่ครับ?" พจน์ถามพร้อมกับล้วงกระเป๋ากางเกง
 
                "รวมของน้องเขาด้วย ก็ 150 จ้า" พจน์หยิบแบงค์ให้ 160 ก่อนจะบอกแกว่าไม่เป็นไรไม่ต้องทอน ป้าแกเห็นอย่างนั้นก็ตาโต 
 
                "งั้นป้าแถมลูกชิ้นเอ็นเนื้อให้อีกไม้นะพ่อ แหมใจดีจริงๆนานๆจะเจอคนแบบนี้ซักที ชอบกินลูกชิ้นเอ็นเนื้อเหรอจ๊ะ?" หนุ่มหล่อกับแม่ค้าขายลูกชิ้นคุยกันโดยลืมไปว่าคนยืนฟังด้วยอีกคนเริ่มทำหน้าไม่ถูกอยู่ข้างๆ
 
                "ครับ ผมชอบกิน เพราะ 'เอ็นเนื้อ' อร่อยกว่าอย่างอื่น" เสียงทุ้มเน้นบอกแม่ค้า แต่หางตากลับแลแก้มขาวคนข้างๆที่ก้มหน้าก้มตากินลูกชิ้นทำเป็นไม่สนใจเสียงที่ได้ยิน
 
                "ไปกันดีกว่าครับ" คนหน้างอเดินนำหน้าไม่เหลียวหลัง ไม่มองพจน์ที่รับถุงลูกชิ้นเอ็นมาถืออย่างที่ต้องการ
 
                "ไปนะครับป้า ขอให้ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า"
 
                "ขอบใจจ้า โชคดีนะพ่อนะ"
 
                "ครับ" 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
                "จะรีบไปไหน เดินเหมือนควายหาย" เสียงทุ้มไล่หลังมาทำเอาคนหน้างอหยุดกึก เหลียวมองไปรอบๆ 
 
                 นี่ลืมตัวจนเดินผ่านโซนของกินมาไกลขนาดนี้เลยเหรอ?
 
                 แล้วนี่เราเป็นบ้าอะไรเนี่ย! ตะวันคิดอย่างหงุดหงิด
 
                 ร่างขาวหันกลับไปมองด้านหลัง เห็นคนตัวหนาเดินยิ้มกริ่มตามมาติดๆ พอหันมองสำรวจทางฝั่งทางซ้ายก็เป็นซุ้มยิงปืนที่ตอนนี้กำลังมีลูกค้าจับจองที่กันหลายคน ทางขวาก็เป็นปาเป้าที่มีบรรดาวัยรุ่นทั้งหนุ่มแท้และไม่แท้กำลังวี๊ดว้ายกันอย่างสนุกสนาน
 
                 ถัดไปอีกร้านก็เป็นปาลูกโป่ง แต่เยื้องไปอีกร้านนี่สิทำเอาตะวันตาพราวขึ้นมาทันทีเมื่อมันไปสะดุดกับตุ๊กตากระต่ายสีขาวตัวใหญ่ที่ห้อยไว้ล่อตาล่อใจลูกค้าให้เข้ามาประลองฝีมือการเล่นปิงโกกันแน่นถนัด บ้างก็ยืนมุงอยู่หน้าร้านเพราะในร้านที่ขนาดค่อนข้างกว้างขวางก็แทบจะไม่มีที่ให้นั่ง บ้างก็กำลังส่งเสียงกรี๊ดอย่างดีใจเมื่อตัวเองโก บางคนก็โห่ออกมาอย่างเซ็งๆเมื่อตัวเองไม่ได้อย่างที่หวัง ดูแล้วครึกครื้นดี
 
                 "ทำไม อยากเล่นเหรอ?" พจน์เห็นคนตัวบางยืนมองเข้าไปตาไม่กระพริบจึงได้ถาม
 
                "ไม่หรอกครับผมเล่นไม่เป็น แต่ตุ๊กตาที่เขาเอามาโชว์น่ารักดี" 
 
                "อยากได้?" 
 
                 "ไม่ ไม่ แค่น่ารักเฉยๆแต่ก็ไม่อยากได้หรอกครับ ผมเป็นผู้ชายคงไม่อุ้มตุ๊กตาตัวใหญ่แบบนั้น"
 
                 "เป็นไรไปเล่า มา ถ้าอยากได้เดี๋ยวจะไปเล่นให้"
 
                 "ม ไม่ต้องครับเจ้านาย ไม่ต้องเล่นหรอกผมไม่อยากได้ ดูสิครับคนยืนรอคิวแน่นขนาดนั้นกว่าจะได้เล่นคงเที่ยงคืน ผมว่าเราเดินไปดูอย่างอื่นกันดีกว่า ไปครับ" ตะวันออกแรงลากแขนคนตัวหนาออกจากบริเวณหน้าร้านปิงโกจนสำเร็จผ่านไปซักพักจึงได้ปล่อยมือ เมื่อแผงขายเสื้อผ้าก็น่าสนใจไม่ใช่น้อย
 
                 "เจ้านายว่าเสื้อตัวนี้ดูเป็นไงครับ?" คนตัวบางไม่ถามเปล่า ยังเอาเสื้อตัวที่ว่าทาบอกตัวเองโชว์ให้อีกฝ่ายออกความเห็น แต่พจน์กลับมองนิ่งอยู่นานเมื่อเห็นลายที่สกรีนบนอกเสื้อยืดสีเข้มนั้น
 
                พื้นสีดำก็สวยดีอยู่หรอก เพราะพอเอามาทาบกับแขนขาวๆแล้วก็ขับผิวให้กระจ่างสว่างใสขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เสียก็แต่ไอ้กระโหลกไคว้แปลกๆที่สกรีนไว้นี่สิ ใส่แล้วคงเข้ากับบุคลิกดีพิลึก  ตาก็โต แก้มก็ขาว ปากนี่ไม่ต้องพูดถึง มันอวบอิ่มเป็นสีระเรื่อจนใครหลายคนที่เดินซื้อของผ่านไปผ่านมาแถวนี้ต้องมองจนเหลียวหลังเลยละ
 
                ขาว เนียน น่าทนุถนอม น่ารัก น่ารัด และที่แน่ๆคือน่าฟัดมากกว่าอะไรทั้งหมด
 
               คิดมาถึงตรงนี้แล้วอยากลากแขนขาวๆนั่นไปขึ้นรถแล้วกลับไร่ ไม่อยากให้ใครมอง ไม่ต้องให้ใครเห็นดีไหม โดยเฉพาะไอ้คนขายที่กำลังทำท่าเหมือนหมานัยเห็นเหยื่อยังไงอย่างงั้น นี่ถ้าไม่มีสายตาคมเหลือบไปสบประดุจจะบอกความหมายเป็นนัยว่า   'มึงอย่าได้สะเอ๊อะเดินเข้ามาใกล้คนของกูแม้แต่ก้าวเดียว'     แล้วละก็ ไอ้คนขายเสื้อผ้าตาโปนท่าทางเจ้าเล่ห์คงไม่วายแถเข้ามาเสนอหน้าเสนอสินค้าบนราวที่แขวนไว้แน่ๆ
 
              "เจ้านายครับ?"
 
              "หือ? ว่า?"
 
             "ถามตั้งนานแล้วนะครับ ทำไมไม่ตอบล่ะ มันไม่สวยเหรอ?" หน้าหวานแหงนขึ้นมอง แถมปากบางยังแย้มยิ้มออกถาม พลางก้มลงมองเสื้อที แล้วก็แหงนมองคนตัวสูงที เล่นเอาพจน์ตาพร่าตอบออกไปแบบเบลอๆ
 
               "สวย"
 
               "ใช่ไหมล่ะ ผมว่าแล้ว" คราวนี้ตะวันยิ้มกว้างทั้งปากทั้งตาให้จนพจน์สะดุดกึก คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเล็กๆ มืออีกข้างก็แย่งเสื้อเจ้ากรรมที่ว่าแขวนไว้บนราวเหมือนเดิม แถมพจน์ยังใช้ร่างหนาๆของตัวเองบังอีกฝ่ายไว้แล้วดันคนตัวบางออกจากร้าน
 
                "แต่ก็ยังสวยไม่พออยู่ดี เดินดูให้ทั่วก่อนดีกว่าเผื่อร้านอื่นจะมีให้เลือกมากกว่านี้ ถ้าไม่มีที่ถูกใจค่อยกลับมาเอาก็ยังทัน" ตะวันขมวดคิ้ว พลางมองมือหนาที่ยึดข้อมือบางของตนไว้แน่นแล้วก็ต้องเดินตามแรงลากออกจากบริเวณนั้นอย่างรวดเร็ว
 
                  ตาหวานเหลือบมองท้ายทอยสูงๆอย่างสงสัย เป็นอะไรของเขานะ? แล้วนี่?
 
                 "ว่าแต่คนอื่นเดินเหมือนควายหาย ตัวเองก็เดินเหมือนจะไปตามควายเหมือนกันนั่นแหละ แล้วนี่จะลากผมไปไหนครับคุณเจ้านาย"
 
                  เสียงแซวมาทำเอาพจน์หยุดกึกหันมาทั้งตัว!!?
 
                  "ว่าไงครับ จะลากผมไปไหน แล้วเจ้านายเป็นอะไรทำไมหน้าดุแบบนั้นล่ะ?"
 
                  "เปล่า" 
 
                 "ถ้าเปล่าไม่ใช่แบบนี้แน่ๆ ผมทำให้เจ้านายไม่พอใจเหรอครับ?"
 
                 "ไม่ใช่หรอกน่า เอ้า! คราวนี้อยากได้อะไรเลือกได้ตามใจชอบเลย"
 
                  ตะวันเอียงคอมองอีกครั้งอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา หมุนตัวเดินเข้าร้านขายเสื้อเจ้าที่อยู่ใกล้สุดเพราะดูเหมือนร้านนี้จะค่อนข้างใหญ่พอสมควร
 
                มือบางเดินเปิดราวโน้นขยับมาดูราวนี้ เหลือบตามองพจน์ก็เห็นไหล่หนาๆยืนอยู่อีกทาง จนผ่านไปสักพักหลังจากเลือกไปหลายราวก็ได้เสื้อถูกใจมาไว้ในมือ หน้าหวานๆเหลียวกำลังหมายจะหันไปถามความเห็น แต่สิ่งที่พจน์ยื่นให้ตรงหน้ากลับทำให้คำถามเปลี่ยน
 
                "ครับ?" 
 
                "ของนาย" 
 
                "หมด หมดนี่เลยเหรอครับ?" สิ่งที่อยู่ในมือพจน์ทำเอาตะวันถามออกไปอย่างงงๆ
 
                "ใช่"
 
                 "แต่ มันเยอะไปนะครับเจ้านาย แค่สองสามตัวก็พอแล้ว..." มือขาวพลิกเสื้อนับสิบดูรายระเอียดแล้วแหงนหน้าขึ้นมองคนตัวสูงกว่าอย่างอ่อนใจ
 
                "ไม่ต้องซื้อเยอะขนาดนี้ก็ได้มั้งครับ แล้วทำไมมันมีแต่สีขาวงี้ล่ะ ชมพูอ่อน ส้ม เหลืองงี้ ไม่มีสีดำไม่มีน้ำเงินซักตัว?"  
                        
                "นายเหมาะกับสีอ่อนๆแบบนี้แหละ"
 
                "แต่สีแบบนี้ก็มีเยอะจนจะเต็มตู้อยู่แล้วนี่นา จะเอาสีเข้มๆครับ สีดำ น้ำเงินก็ได้ สีพวกนี้ไม่ต้องซื้อไปแล้วครับ"
 
                "นายอยากได้สีดำหรือสีอะไรก็ซื้อไปสิ แต่ฉันชอบเสื้อยืดพวกนี้ น่ารักดีและที่แน่ๆ...." เสียงทุ้มค้างไว้แค่นั้นก่อนที่หน้าหล่อจะก้มลงจนสบกับดวงตาหวานแล้วยิ้มร้ายให้   "ยังไงๆนายก็ต้องใส่...."
 
                 "หา...." ปากบางออกเสียงได้แค่นั้น ได้แต่มองตามหลังหนาๆของคนที่เดินไปหาแม่ค้าแถมยังจ่ายเงินยืนรอแล้วเรียบร้อย
 
                  ตะวันถอนหายใจอย่างรู้ชะตากรรม เพราะต่อให้ตนปฏิเสธที่จะรับแค่ไหน หรือยังไงก็ไม่มีประโยชน์ เพราะสุดท้ายคนที่ได้ชัยชนะคือคนตัวโตที่ยืนกอดอกส่งยิ้มร้ายมาให้คนนั้นตั่งหาก
 
                  "ขอบคุณค่ะ" ไม่ทันจะสิ้นเสียงแม่ค้าดีมือหนาก็แย่งถุงเสื้อไปถือไว้ซะเอง พลางหมุนตัวเดินนำหน้าออกไปก่อน
 
                  "ผมช่วยถือ..."
 
                  "ไม่ต้อง ฉันถือได้ไม่หนัก"
 
                   "แต่ให้ผมได้ทำอะไรบ้างสิครับ จะเป็นง่อยอยู่แล้ว" ยังไงพจน์ก็ไม่ยอมให้มือบางได้แย่งถุงเสื้อไปถือเองอยู่ดีจนหน้าหวานเริ่มบึ้ง
 
                   "ไม่ต้องห่วง นายได้อยู่เฉยๆแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้...."เสียงทุ้มสุดท้ายกระซิบเบาๆแต่ก็เล่นเอาคนที่ต้องรับรู้อ้าปากค้างเมื่อรู้ความนัยของเสียงบอกนั้น
 
                   "จะไปดูของร้านอื่นไหม ทางโน้นดูเหมือนจะเป็นกางเกง ไปกัน..." บอกแค่นั้นแล้วเดินนำ ทีนี้จะให้คนที่ยังไม่ทันออกความเห็นทำยังไง ถ้าไม่เดินตามหลังไปด้วย
 
                   ซุ้มขายเสื้อผ้าที่พจน์เดินนำเข้ามาก่อนส่วนมากจะเป็นกางเกงซะส่วนใหญ่ มีทั้งของผู้หญิงและผู้ชาย 
 
                   กางเกงก็น่าสนแฮะ ไอ้กระเป๋าตัวเก่งรู้สึกเหมือนยางจะยืดนิดๆแล้วละ หาใหม่สักตัวสองตัวเอาไปไว้ใส่เล่นๆ เพราะมองแล้วในร้านมองผ่านๆก็มีแต่สวยๆน่าใส่ทั้งนั้น
 
                  คิดถึงตรงนี้ตะวันจึงลงมือเดินเลือกสิ่งที่ตัวเองต้องการทันที เลือกสีที่ชอบ แบบที่ใช่เพลินจนลืมคนตัวหนาที่อยู่อีกมุมร้านไปซะสนิท 
 
                 จนเมื่อเวลาได้ผ่านไปแต่ก็ไม่ได้สนใจว่าผ่านไปนานแค่ไหน อาจจะหนึ่งนาที ห้านาที หรือสิบนาทีคงไม่เกินกว่านั้น ตะวันก็ได้กางเกงไว้ในมือสองตัว กะเอาไว้เปลี่ยนกับตัวเก่าที่มีอยู่บ้างแล้ว 
 
                  ตาหวานเหลียวมองหาคนตัวสูงๆที่ไม่ว่ายืนอยู่ตรงไหนก็กลายเป็นจุดเด่นไปโดยปริยาย จะด้วยความสูงที่เกินมาตฐาน ความหนาของอกแกร่งที่เป็นรูปเป็นร่างดันเสื้อจนเห็นรูปร่างกล้ามชัดๆ ลำแขนล่ำที่ไม่ได้ใหญ่โตเหมือนนักกล้าม แต่ความแน่นของกล้ามเนื้อบอกให้รู้ถึงความแข็งแกร่งของเจ้าตัวได้เป็นอย่างดี
 
                  บางครั้งตนยังแอบเคืองพจน์ลึกๆ เพราะโดดเด่นจนน่าหมั่นใส้ เดินไปทางไหนก็มีแต่คนมอง!
 
                  "ใครวะมึง? หล่อชิบหายเลยว่ะ!"
 
                   เพราะความบังเอิญหรือเปล่าเมื่อหูสะดุดกับคำพูดบ้านๆและอีกหลายประโยคต่อมา มันบ่งบอกถึงบุคลิกและนิสัยของผู้หญิงสองคนที่กำลังซุบซิบกันเพียงสองคน ไม่ได้สนใจเลยว่าเสียงนั้นจะลอยเข้าหูใครหน้าไหนที่กำลังยืนหัวโด่อยู่ใกล้ๆนี่
 
                   "พาเมียมาด้วยป่าววะ หล่อว่ะ หล่อชิบ กูอยากได้"
 
                   "กูว่าไม่น่าจะยังมีเมียมีลูกหรอก ยังหนุ่มอยู่เลยมึง"
 
                   "กูอยากได้เป็นผัว"
 
                   "ห๊ะ อีเก๋...มึงบ้าป่าวเนี่ย? เอาจริงเหรอ"
 
                   "ก็เออสิวะ ไปเลยมึงเดินไปห่างๆกูก่อน เดี๋ยวกูจัดการเอง นั่นๆเขามองมาทางกูแล้วมึง"       สองสาววี๊ดว๊ายจนคนที่ยืนฟังเงียบๆด้านหลังยังรู้สึกกระดากแทน ดูจากการแต่งตัวไม่ต้องบอกว่าก๋ากั่นกร้านโลกแค่ไหน
 
                    แล้วดูคนที่เป็นเป้าสายตานั่นสิ จะบรรจงยิ้มให้หล่อขนาดนั้นทำไมกันนะ แถมยิ้มแล้วยังทำท่าจะเดินมาทางนี้ด้วย 
 
                    ตะวันคิดอย่างหงุดหงิด โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนได้ทำท่าบางอย่างออกไปจนพจน์เห็นแล้วต้องยิ้มกว้างอย่างลืมตัว
 
                    หน้าบึ้งๆงอนๆของคนตัวขาว ไม่ได้รอดพ้นสายตาคมแม้แต่วินาทีเดียว ถึงแม้ร่างสูงของพจน์จะเดินอยู่ห่างๆ แต่คนตัวบางก็ไม่ได้อยู่ไกลจากรัศมีการมองเห็น ทั้งตอนยิ้ม ทั้งตอนคิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อของในมือไม่เป็นอย่างที่คิด 
 
                    ยิ่งตอนนี้ยิ่งทำให้พจน์ยิ้มกว้างถูกใจมากกว่าเดิม ร่างสูงเดินเลี่ยงราวเสื้อผ้าเดินเลี่ยงโต๊ะใกล้เข้ามาช้าๆตาคมไม่ได้คลาดจากดวงหน้าหวานเพราะเป็นสิ่งเดียวที่พจน์บอกกับตัวเองว่าน่ามองที่สุดในตอนนี้ ถึงแม้จะมีลูกค้าในร้านบ้างยืนจับกลุ่มกันประปราย รวมไปถึงสองสาวผมยาวที่ผมบนหัวหลากสีราวกับสายรุ้งงานวัด แถมยังหยิกหยอยฟูฟ่องราวกับพึ่งโดนไปช๊อตมาหมาดๆ หน้าตาก็แต่งหนาปานนางเอกที่หลุดออกมาจากคณะงิ้วยืนขวางทางตรงหน้า แต่ก็หาได้เรียกร้องความสนใจจากตาคมได้มากไปกว่าคนผมสั้นหน้าขาวๆที่ยืนเยื้องไปด้านหลังนั้นเลยแม้สักนิด
 
                   "เดินมาทางนี้แล้ว เดี๋ยวมึงดูนะ คอยดูกูจะ....อ่าว ไหงงั้นล่ะ!" 
 
                   ตะวันเบือนสายตาจากคนตัวหนามาได้สักพักเพราะความหมั่นใส้ แต่หูพลันได้ยินเสียงอุทานอย่างเสียดาย พร้อมกับที่ยังไม่ได้ขยับตัวทำอะไรต้นคอขาวของตนก็ถูกลำแขนหนาคล้องไว้หมับ 
 
                   เพราะไม่คิดว่าพจน์จะจู่โจมตนในลักษณะนั้นทำให้ใบหน้าหวานแหงนขึ้น ตาโตเบิกกว้างมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ จะเป็นเพราะจงใจหรือบังเอิญเมื่อริมฝีปากอุ่นประทับจุมพิตหน้าผากเนียนหนักๆ ย้ำความตกใจให้จนคนถูกกระทำตัวแข็งยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก คราวนี้ตาที่โตอยู่ก่อนแล้วเบิกกว้างยิ่งกว่าไข่ห่าน ปากบางอ้าค้างพะงาบๆพูดไม่ออก มารู้สึกตัวกระพริบตาปริบๆ ก็เมื่อได้ยินเสียงทุ้มถามออกมา
 
                    "ได้หรือยังกางเกง เห็นเลือกอยู่ตั้งนาน สองตัวนี้หรือเปล่า?" มือหนาแย่งของที่ตะวันถือไว้เอามาถือซะเอง 
 
                    "กลับกันดีกว่าเรา สองทุ่มกว่าแล้ว เดี๋ยวจะถึงบ้านดึก" พจน์ยิ้ม มองหน้าหวานกับตาโตที่ยังตะลึงไม่หาย 
 
                    "ฮัลโล ว่าไง กลับกันไหม หรือจะไปเดินเล่นทางฝั่งโน้นก่อน เห็นมีรถใต่ถึงกับรถบั้ม"
 
                     "อ เอ่อ กลับครับ กลับกันเลยก็ได้" พอเริ่มรู้สึกตัวว่าตอนนี้อยู่ที่ไหนก็เล่นเอาพูดไม่ออก
 
                      "งั้นไป..." เสียงทุ้มพูดแค่นั้นก็เดินนำออกไปหาคนขายพร้อมกับจ่ายเงิน ส่วนตะวันที่ยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะนึกได้ค่อยๆหันหลังกลับไปมองสองสาวที่ทำหน้าราวกับไม่เชื่อ ใบ้รับประทาน หันมองหน้ากันเพราะไม่รู้จะพูดอะไรดี
 
 
 
 
 
 
                      "ไม่ได้ครับไม่ได้ ดึกขนาดนี้ผมจะให้นายขับรถกลับได้ยังไง นี่จวนจะสามทุ่มแล้วนะครับ ขับรถดึกๆอันตราย แล้วอีกอย่างเมื่อตอนเย็นนายดื่มเหล้า ถ้าเกิดไปเจอด่านตรวจเป่าแอลกอฮอล์จะแย่เอานะครับ"   นั่นเป็นเสียงจากพ่อหลวงที่ยืนกรานว่ายังไงก็ไม่ให้พจน์ขับรถกลับตอนนี้เด็ดขาด ขอให้นอนที่บ้านก่อน พรุ่งนี้ค่อยออกเดินทางแต่เช้า
 
                      ตะวันค่อนข้างเห็นด้วยกับพ่อหลวงที่ว่าเมื่อตอนเย็นพจน์ดื่มเหล้า ถึงจะไม่มากจนเมาแต่ถ้าโดนเป่าแอลกอฮอล์ละก็อาจจะลำบากทีหลังก็ได้ 
 
                      จนในที่สุดก็ได้ข้อสรุป คือทั้งพจน์กับตะวันตกลงจะค้างบ้านพ่อหลวงหนึ่งคืน โดยทีแรกถ้าไม่กลับคืนนี้ก็จะไปเปิดโรงแรม แต่ก็เพราะพ่อหลวงอีกนั่นแหละที่ไม่ให้ทำอย่างนั้น
 
                      "รับรองว่ามีห้องหับมิดชิดเป็นสัดเป็นส่วน พักบ้านผมซักคืนนะครับนาย พรุ่งนี้ค่อยกลับนะครับ" 
 
                      ด้วยเหตุผลประการทั้งปวงเหล่านั้น ตะวันจึงได้มายืนมองเตียงคู่ขนาดควีนไซส์ด้วยใจที่เต้นตุ่มๆต่อมๆ ราวกับมันจะทะลุออกมานอกอก
 
                      โอย.....ได้อยู่กันสองต่อสองทีไร ทำไมเป็นอย่างนี้ทุกที ตะวันยังสงสัยตัวเองจะตื่นเต้นอะไรนักหนานะ 
 
                      พจน์ออกไปอาบน้ำอยู่อีกห้องนึงเพื่อจะได้ไม่ต้องรอและจะได้พักเร็วๆ 
 
                      แต่เมื่อเวลาผ่านไป สิบนาทีก็แล้ว ยี่สิบนาทีก็แล้ว นี่ก็เกือบครึ่งชั่วโมงละ ไม่เห็นวี่แววร่างสูงจะเดินกลับเข้ามา   มือบางลูบไล้ผ้าปูเตียงนุ่มๆเย็นๆเบามือ พลางสำรวจเสื้อผ้าที่กำลังใส่อยู่ตอนนี้ 
 
                      กางเกงเลสั้นเสมอเข่ากับเสื้อยืดที่พี่บุษยกให้ใช้คืนนี้ใส่สบายดี สบายเกินไปเพราะเกิดความโล่งแปลกๆเมื่อปราศจากชั้นใน มันก็ไม่มีปัญหาอะไรมากหรอกเพราะเนื้อผ้าก็หนาดี แต่อย่าให้ใครบางคนได้ล่วงรู้ความลับนี้เป็นอันขาด เพราะมันอาจจะกลายเป็นการเชื้อเชิญโดยไม่รู้ตัว
 
                     ทำไมยังไม่เห็นพจน์กลับเข้ามาซักที?
 
                     หรือว่า?.......พ่อหลวงอาจจะให้พจน์ไปพักห้องอีกห้องแล้วก็ได้! เพราะดูเหมือนตอนที่เดินขึ้นมาบนชั้นสองเห็นมีห้องพักแขกหลายห้องเลยนี่นะ
 
                    นั่นสิ! อาจเป็นได้ เพราะผู้ชายสองคนนอนห้องเดียวกันมันก็เหม่งๆอยู่ใช่น้อย
 
                    เมื่อสรุปความคิดของตัวเองได้ก็........yes!!!!.......
 
                   ร่างบางรู้สึกลิงโลดใจราวกับได้รับของขวัญชิ้นพิเศษ รีบขึ้นเตียงขยับมุดเข้าผ้าห่มเนื้อนุ่ม พลางลูบผ้าปูเนียนมือแล้วกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงอย่างมีความสุข
 
                   จนเมื่อแผ่นหลังบางสัมผัสแนบกับที่นอนเท่านั้นพลันรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ ตะวันพึ่งรู้ว่าตัวเองทั้งเพลียและเหนื่อยมากจริงๆ พอได้นอนลงแบบนี้แล้วถึงรู้ว่าความเพลียมันมากมายมหาศาลจนสามารถหลับได้ทันทีเลยทีเดียว
 
                    งั้นหลับเลยดีไหม? ไหนๆก็อาบน้ำอาบท่าเสร็จเรียบร้อยแล้วนี่นา พ่อหลวงเป็นคนบอกเองว่าให้พักได้ตามสบาย งั้นเรื่องอื่นไว้ค่อยว่ากันพรุ่งนี้แล้วกัน.......
 
                     หลังจากที่คิดและสรุปกับตัวเองแบบนั้นก็นอนนิ่ง ยังไม่ถึงห้านาทีดีแท้ๆ เปลือกตาบางก็ค่อยหรี่ลง หรี่ลงช้าๆอย่างที่เจ้าตัวเองก็ไม่สามารถควบคุมหรือบังคับตัวเองไว้ได้อีกต่อไป
 
                     "ง่วงอะไรอย่างนี้!?..."   ห้องแอร์เย็นสบายบวกกับผ้าห่มนุ่มอุ่นที่กำลังซุกอยู่ตอนนี้ ยิ่งทำให้ตะวันรู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่บนปุยเมฆยังไงอย่างงั้น
 
                      จนในที่สุดร่างขาวบางก็เข้าสู่ห้วงนิทราอย่างสมบูรณ์แบบ โดยที่ไม่ได้เอะใจสักนิดว่าสิ่งที่ตนคิดวางใจและสรุปไปนั้นกำลังคลืบคลานเข้ามาช้าๆ
 
 
 
 
 
 
 
                      ฝันเหรอ?
 
                      เปลือกตางามหรี่ปรือเพราะเจ้าตัวกำลังครึ่งหลับครึ่งตื่น ปลายนิ้วเรียวเผลอขยุ้มผ้าปูที่นอนเนื้อนุ่มไว้จนเต็มสองฝ่ามือบางโดยไม่รู้ตัว ปลายนิ้วเท้าเริ่มหงิกงอเมื่อร่างกายได้รับสัมผัสบางอย่างจนร่างกายมีปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติ
 
                      หน้าอกบอบบางเผลอแอ่นขึ้นหอบหายใจสะท้านเมื่อเม็ดติ่งยอดสีกุหลาบสองข้างถูกวัตถุร้อนชื้นบางอย่างปาดเลียดูดดึง
 
                      "อือ...." ร่างกายที่ยังไม่รู้สึกตัวดีนักเสียบวูบวาบจนเสียงหวานครางออกมาเบาๆ 
 
                      ไม่เพียงเท่านั้น ความร้อนชื้นที่กำลังรู้สึกมันค่อยๆไล้เล็มขึ้นช้าๆเข้าหาซอกคออุ่น บวกกับสัมผัสแผ่วที่ลูบไปทั่วทั้งสองสีข้างนุ่มเนียนเริ่มปลุกให้ร่างขาวที่กำลังคิดว่าตัวเองฝันรู้สึกตัวช้าๆ
 
                      มือบางละจากผ้าปูที่นอน ยกขึ้นสัมผัสกับลำแขนล่ำที่เต็มไปด้วยขนอ่อนสากระคายมือ
 
                     "อ๊า..." ปากบางเผยอครางเมื่อรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างได้ล่วงล้ำเข้ามาบีบขยำแก้มก้นนุ่มหนักๆจนเมื่อร่างบางค่อยๆลืมตาขึ้นช้าก่อนจะกระพริบตาปริบๆ แต่ก็ไม่ทันได้เห็นอะไรชัด เมื่อบางอย่างที่กำลังไล้ลิ้มขบเม้มปลายคางมนอยู่ตอนนี้ใกล้ซะจนตาไม่สามารถปรับโฟกัสได้ 
 
                     รับรู้เพียงสัมผัสหนักๆตรงแก้มก้น ตรงสีข้าง หนักหน่อยก็ตรงซอกคอตอนนี้ที่เจ้าตัวรู้สึกเสียวซ่านเมื่อสัมผัสคุ้ยเคยมันบอกให้รู้ว่ากำลังตกที่นั่งลำบาก
 
                     ใบหน้าหวานเอียงหลบ ร่างบางที่นอนนิ่งอยู่เมื่อครู่ขยับดิ้นเมื่อสติสัมปชัญญะเริ่มกลับมาหาตัว และในเวลาต่อมาเมื่อรับรู้ได้ว่าอะไรเป็นอะไร
 
                     "จ เจ้านาย....." 
 
                      "นายตื่นแล้ว" เสียงทุ้มอู้อี้กับซอกคอขาว ร่างหนาหนักที่ยั้งตัวเองไว้เมื่อครู่ได้เปลี่ยนมาโถมเข้ากอดคนตัวบางไว้ทั้งตัว
 
                     "อืม..." ปากบางอิ่มที่กำลังจะตั้งคำถามอะไรก็แต่ถูกปิดสนิทด้วยริมฝีปากร้อนผ่าวราวกับว่ามันยั้งใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว
 
                      มือขาวได้แต่ยกขึ้นสัมผัสกับแผงอกเปลือยแข็งแกร่ง ยันไว้ได้แค่แรงอันน้อยนิดของคนที่เสียเปรียบกว่า หลับตาลงอย่างอ่อนใจเมื่อคนตัวใหญ่เอาแต่ใจ จู่โจมกันตอนที่ยังไม่มีสติแบบนี้
 
                     เกรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าเกี่ยวรัดปลายลิ้นบอบบางสั่นระริก พลางดูดดึง ขมเม้มอย่างหนักหน่วงชักชวนด้วยจุมพิต ชี้นำด้วยสัมผัสเพราะมือหนาได้คว้าข้อมือขาวคล้องต้นคอหนาของตนไว้ก่อนที่ร่างสูงใหญ่จะคล่อมแทรกกอดรัดร่างบางจมที่นอน
 
                     ร่างสองร่างบดเบียดทาบทับให้รับรู้ถึงรสสัมผัสร้อนของกันและกันผ่านเนื้อผ้าที่ขวางกั้น สะโพกหนาที่บดลงมานั้นร้อนระอุจนคนไต้ร่างตาโตเมื่ออะไรบางอย่างกำลังพองตัวชี้ชันบอกความต้องการ
 
                      "อื๊อ...."  นิ้วเรียวทั้งสิบขยุ้มผมดกหนาไว้แน่นก่อนที่ใบหน้าหวานจะรีบเบี่ยงหนีเมื่อจูบดูดดื่มกินเวลานานจนแทบขาดใจ " เดี๋ยวก่อนครับ อ๊ะ!..." เอวที่พยายามขยับหนีก็เป็นอันต้องชะงักเมื่อลำแขนหนารั้งเกี่ยวไว้แน่นก่อนที่พจน์ก็เป็นฝ่ายพลิกตัวนอนหงายแล้วให้ร่างบางเป็นฝ่ายคล่อมทับตนแทนเล่นเอาคนเสียเปรียบเบิกตากว้างเพราะไม่ทันเกมส์
 
                      แก้มเนียนถูกริมฝีปากอุ่นกดจูบรุกรานอีกระลอก ปลายคางมนถูกเม้มขบกัด ปลายลิ้นร้อนปาดเลียไถลเข้าหาซอกคอขาวอุ่น 
 
                     "เจ้านาย.....อ๊ะ ....อ่า...อย่ะ...อย่าพึ่งเลยครับ....อ๊ะ....นะ"
 
                    "คงจะยากแล้วละ ตัวชิดติดกันขนาดนี้ จะให้มองนายเหมือนหมามองเครื่องบินงั้นเหรอ ....อ่า....ตะวัน.... อย่างน้อยได้ชิมสักหน่อยก็ยังดี..." 
 
                    "ต แต่ว่า อ๊ะ! อ่า ....รอ รอให้ถึง บ บ้านเรา...ก่อน " เสียงหวานกระท่อนกระแท่นเมื่อฝ่ามือหนาล้วงเลยเข้าขอบกางเกงผ้ามัดเอว
 
                    "รอไม่ไหวแล้ว ไม่รู้หรือไงว่ามันจะขาดใจ.."
 
                    "ต แต่ว่าที่นี่...." 
 
                    "ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้น อยู่ใกล้กันแค่นี้ได้แต่มอง มีแต่ในความฝันเท่านั้นแหละที่ทำได้" สิ้นเสียงทุ้มร่างบางก็ถูกพลิกกลับลงใต้ร่างหนาอีกครั้ง
 
                    "อย่าครับ!...." ฝ่ามือบางยกขึ้นดันแผงอกหนาไว้เต็มแรง พลางเบี่ยงเอวหนีร่างหนาที่กดทับลงมาก่อนจะชะงักเมื่อพจน์ก้มลงมาใกล้
 
                    "อย่าห้าม เพราะถ้าจะห้ามนายต้องห้ามลมหายใจของฉันด้วย..."
 
                    คราวนี้ตะวันหลับตาปี๋พลางเกร็งตัวรับจุมพิตหนักๆที่อีกฝ่ายกดลงมาอีกครั้ง ก่อนจะสะท้านไปทั้งตัวเมื่อริมฝีปากร้อนผ่าวบดเคล้าปากนุ่มหวานอย่างนุ่มนวลหากแต่หนักหน่วง
 
                    เสียงครางที่ไม่รู้ว่าเป็นเสียงใครดังออกมาแผ่วเบาในเวลาต่อมา เสื้อที่ห่มกายไว้ถูกทึ้งทิ้งลงข้างเตียง 
 
                   ร่างบอบบางขาวโพลนมีเพียงกางเกงเลปิดสะโพกไว้หมิ่นเหม่เพราะมือบางยังยื้อไว้ไม่ยอมให้อีกฝ่ายถอดไปได้ง่ายๆ
 
                   "นิดเดียว นะ คนดี" เสียงทุ้มกระซิบริมหู ก่อนจะเม้มเบาๆอย่างมันเขี้ยว ร่างหนาหนักช้อนกอดเอวบางด้านหลังพลางดึงกางเกงผ้าที่ยังอยู่ในมือบางอีกครั้ง และดูเหมือนว่าครั้งนี้ผู้แข็งแรงกว่าจะเป็นฝ่ายชนะ เพราะแทนที่ฝ่ามือนุ่มจะรีบคว้าผ้าที่ถูกแย่งไป แต่กลับต้องรีบคว้ามือหนาไว้แทน
 
                   "อ๊า!.....จ เจ้านาย.....อื๊ออ!.." สัมผัสแผ่วของมือสากทำเอาคนตัวบางหายใจติดขัด เพราะฝ่ามืออุ่นที่เลื่อนเข้ากอบกุมพื้นที่น้อยนั้นไม่ได้อยู่เฉย แต่กลับขยับเบาๆปลุกเร้าฝ่ายที่อยู่ไต้ร่างดิ้นพล่าน
 
                    "ชู่ว อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวข้างนอกได้ยิน" 
 
                    "ง งั้นเจ้านายก็หยุดสิครับ อ๊ะ... ทำแบบนี้แล้ว....อื๊ออ" ปากบางถูกขบไว้แน่นเมื่อกล้ามเนื้อบอบบางถูกมือหนาปลุกเร้าอย่างไม่ปราณี เท่านั้นยังไม่พอแขนล่ำๆยังรั้งเอวบางเข้าประชิด จงใจให้หน้าขาที่โป่งพองดันกางเกงผ้าแพรจนขึ้นรูปร่างชัดเจนของตนบดเบียดเสียดสีก้นนุ่ม
 
                   "หยุดไม่ได้แล้วตะวัน..." เสียงทุ้มกระซิบปร่า ปลายจมูกโด่งคลอเคลียแก้มนุ่มกับท้ายทอยหอมๆ ริมฝีปากร้อนหนากับลิ้นร้ายเม้มทาบดูดดุนลำคอ เลื้อยลงหาไหล่บอบบางขบย้ำเบาๆจนตะวันรู้สึกเหมือนตนกำลังจะถูกกิน
 
                    "จ เจ้านายครับ..." เสียงหวานครางอย่างอ่อนใจ ตาหวานปรือช้อนมองคนตัวโตเมื่อร่างบางของตนถูกพลิกให้กลับมานอนหงายอีกครั้ง คราวนี้ลำขาเรียวถ่างกว้างออกรับลำตัวหนาหนักที่โถมเข้ากกกอดกระชับชิดชนิดที่ต่อให้คนใต้ร่างดิ้นแทบตายก็ไม่มีทางดิ้นหลุด
 
                   ยอดอกสีกุหลาบทางฝั่งซ้ายถูกลิ้นร้ายดูดเลียขบกัด ทางฝั่งขวาก็ใช่จะน้อยหน้า ท้องนิ้วโป้งกับนิ้วชี้บีบบี้เบาๆทำเอาแผ่นอกบางแอ่นตามปากตามลิ้นที่ดูดดึงจนหลังไม่ติดเตียง
 
                   "อ๊า....  อื๊ออ.... " มือบางต้องละจากข้อมือหนายกขึ้นมาปิดปากตัวเองไว้แน่น เมื่อใบหน้าคมเริ่มไล้เลียเข้าหาแผ่นท้องแบนราบช้าๆ แอ่งสะดือเล็กถูกปลายลิ้นหนาทักทายก่อนจะย้ายลงไปไม่ให้ทุกมิลลิเมตรได้รอดพ้นจากปากลิ้นที่ตั้งใจชิมความหวานจากเนื้อขาว
 
                   "พ ....พอแล้ว ....เจ้า .....อ๊าาา!!...." ลำขาอ่อนเรียวบางสั่นระริกบนบ่าหนา ปากบางกัดเพื่อกลั้นเสียงครางน่าอายไว้อย่างเต็มที่ ใบหน้าหวานแดงยิ่งกว่าตำลึงสุกบวกกับความร้อนที่ลามจนวูบวาบไปทั้งหน้าเมื่อรับรู้ได้ว่าปากลิ้นร้อนชื้นกำลังรุกรานพื้นที่น้อยตรงหน้าขาอย่างน่าอายแค่ไหน
 
                   "เจ้านาย ....อ๊าาา ....อย่า...." ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างจับสะโพกมนยกขึ้น ซุกหน้าเข้าโลมเลียลำเนื้อสีอ่อนที่กำลังสั่นสะท้านพอๆกับเจ้าของไว้จนเต็มปากเต็มคอ
 
                    "อ อื๊ออออออ...เจ้า......นายยย     อ่า.....  ...ซีดดส์!...." ลิ้นร้อนละเลงไปทั่วลำเนื้ออ่อน ทั่วทั้งสองตุ้มเล็กๆอ่อนนุ่ม ไม่วายที่จะเผื่อแผ่ลากผ่านไปยังปากทางรักสีจางด้านหลังเล่นเอาคนตัวบางบิดเร่าหลังแอ่นหายใจไม่ออก 
 
                     ตาโตเบิกกว้างรู้สึกตัวเมื่อรับรู้ได้ถึงความลื่นชื้นจากอะไรบางอย่างที่มาพร้อมกับนิ้วยาวแข็งแกร่งที่พยายามเกลี่ยปากทางเบาๆ
 
                     ใบหน้าหวานฉ่ำปรือตามองร่างหนาที่คล่อมตนไว้ ถึงแม้จะใช้แรงและความพยายามมากเท่าไหร่ก็ไม่สามารถดิ้นให้หลุดจากลำตัวหนาใหญ่โตที่คล่อมอยู่นี้ได้ ถึงปฏิเสธยังไงก็คงไม่มีประโยชน์ มีทางเดียวคือเออออห่อหมกไปกับอารมณ์ร้อนตอนนี้ พอให้ร่างหนาได้ดับไฟกระหายในตัวเพราะมาถึงขนาดนี้แล้วมันเกินที่จะกู่กลับ
 
                      พจน์ชะงักเมื่อจู่ๆร่างขาวขยับยกสะโพกเสนอให้ตนชิมต้นขาขาวอย่างเต็มใจผิดกับตอนแรกลิบลับ แถมตาหวานยังสบตอบมาอย่างเชิญชวน บวกกับมือเรียวขาวที่เอาแต่ผลักใสในตอนแรกเปลี่ยนมาสัมผัสแผงอกหนาแล้วไล้วนไปทั่วลอนท้องแกร่งลูบลงช้าๆ คราวนี้ร่างสูงกลับเป็นฝ่ายสะท้านบ้าง
 
                      ปากบางกัดฉับเมื่อสบกับตาคมที่มองมาอย่างเปิดเปลือยหัวใจ หน้าหวานพยายามข่มความอายทั้งๆที่แก้มเนียนสุกปลั่งจนพจน์อดใจไม่ไหวต้องโน้มตัวลงดอมดม
 
                      "จะให้รอจนถึงเมื่อไหร่ครับ ช้าจัง..."
 
                      "ตะวัน!...." เสียงทุ้มครางอย่างไม่อยากเชื่อสิ่งที่ได้ยิน ก่อนจะยิ้มกว้างขึ้นอีกอย่างถูกใจเมื่อลำแขนเรียวบางยกขึ้นคล้องต้นคอหนาของตนแล้วร่างบางก็โหนตัวเองขึ้นนั่งทับบนตักกว้างซะเอง
 
                      ลำเนื้อแกร่งที่กำลังพองก๋าดีดดิ้นอยู่ตรงหน้าทำเอาตะวันต้องข่มความอายขยับมือลูบขึ้นลงช้าๆ พลางแอบกลืนลำลายเอื๊อกใหญ่ทำใจกล้าแหงนหน้าขึ้นสบตาคมอย่างก๋ากั่น
 
                     "ใหญ่จังครับเจ้านาย!.." พจน์แทบไม่เชื่อหูบวกกับแทบไม่เชื่อตาตัวเองเมื่อเห็นปลายลิ้นแดงๆวาดเลียขอบปากบางราวกับลูกแมวน้อยเห็นนม
 
                     "เจ้านายจะว่าอะไรไหมครับ ถ้าผมจะเป็นฝ่ายเริ่มก่อน?!" 
 
                     "นาย!..." 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ความคิดเห็น