facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

◣♥◥ อาณาเขตรักที่1►►คลายเครียด

ชื่อตอน : ◣♥◥ อาณาเขตรักที่1►►คลายเครียด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ย. 2558 12:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
◣♥◥ อาณาเขตรักที่1►►คลายเครียด
แบบอักษร

อาณาเขตรักที่1►►คลายเครียด

 

 

ถ้าคุณคิดว่าการที่เป็นผู้จัดการคือการที่มานั่งเซ็นต์เอกสารอย่างเดียวโดยไม่ดูความถูกต้องละก็ผมว่าคุณคงจะอยู่ที่นี่ได้อีกไม่นานหรอกนะ!”ปภิณวิทย์วางเอกสารปึกหนึ่งลงบนโต๊ะของหนึ่งในผู้จัดการแผนกของบริษัท ธนาสิน ด้วยใบหน้านิ่งๆที่คนทั่วไปคงจะมองว่าผมกำลังโกรธและโมโหมาก...

 

 

แน่นอนว่าผมไม่ปฏิเสธมันเลยสักนิด!!

 

 

จะไม่ให้โมโหได้ยังไงล่ะ!!

 

 

คนที่อยู่ตรงหน้าของผมคือนาย เกียรติภูมิ พิพัฒนโรท หรือ ภูมิ เขาเป็นหนึ่งในผู้จัดการของบริษัทนี้...ก็จริงที่เขาพึ่งขึ้นมารับตำแหน่งไม่ถึง5เดือนแต่การที่เขาทำงานสะเพล่าแบบนี้จะให้ผมปล่อยเลยผ่านก็คงไม่ได้เช่นกัน

 

 

สิ่งที่เขาทำมันไม่ใช่เรื่องเล็กๆเมื่อมีการออเดอร์สั่งซื้อเข้ามาจากฝ่ายธุรกิจจำนวน50,000ชิ้นและเขาก็เป็นคนเซ็นต์รับรองถูกต้องเผื่อให้ฝ่ายผลิตดำเนินงานต่อไปแต่พอทางฝ่ายผลิตได้ทำการผลิตสินค้าออกมาเรียบร้อยแล้วปรากฎว่าตัวเลขที่ออเดอร์เข้ามาไม่ตรงกัน

 

 

และทางฝ่ายธุรกิจที่ผมพึ่งไปต่อว่ามาเมื่อครู่ก็ได้บอกว่าได้แนบเอกสารแก้มาให้แล้วในเวลาถัดมาไม่ถึง1ชั่วโมงแต่ผู้จัดการเกียรติภูมิไม่ได้อ่านมันแม้แต่เอกสารเดียวทำให้ต้องมีการผลิตสินค้ามากกว่าที่ออเดอร์สั่งอยู่มาก ซึ่งความผิดพลาดเล็กๆเพียงแค่จุดเดียวอาจทำให้ทั้งบริษัทพลอยแย่ไปด้วย

 

 

ผมเลยต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเองทั้งติดต่อลูกค้าและประสานงานกับฝ่ายธุรกิจและฝ่ายผลิต...วันนี้ทั้งวันผมวิ่งวุ่นตั้งแต่เช้ายันเย็นแต่คนที่ทำผิดกลับนั่งเล่นเกมส์คอมพิวเตอร์เนี่ยนะ

 

 

ให้ตายเถอะผมล่ะโมโหสุดๆเลย!!

 

 

“...คะ...คุณวิทย์...อ่อ...เรื่องนี้คุณจะมาโทษผมฝ่ายเดียวไม่ได้นะครับ...ความจริงมันเป็นความผิดของฝ่ายธุรกิจที่ไม่แก้ไขเอกสารให้ดีก่อนภูมิบอกผมเสียงสั่น...ไม่แปลกหรอกนะเขาคงไม่คิดว่าผมจะลงมาด้วยตัวเองแบบนี้

 

 

ภูมิเป็นชายหนุ่มอายุ20ปลายๆที่จบจากบริษัทมาได้ประมาณ3-4ปี...อายุเขาคงจะประมาณ26หรือ27นี่แหละ...แต่อายุของเขาก็น้อยกว่าผมอยู่เยอะปีนี้ผมอายุ30แล้วและตำแหน่งของผมก็สูงกว่าซะด้วย...

 

 

กรรมการผู้จัดการ...ภายในบริษัทมีเพียงแค่6คนเท่านั้นที่ได้ตำแหน่งนี้มาครองและผมเป็นคนที่อายุน้อยที่สุดในหมู่กรรมการผู้จัดการและยังเป็นคนที่พนักงานในบริษัทค่อนข้างจะเกรงกลัวด้วย

 

 

อาจเป็นเพราะบุคลิกลักษณะของผมที่ดูเป็นคนจริงจังและอารมณ์ร้าย โมโหง่าย...ซึ่งบอกได้เลยว่า...

 

 

จริง!!

 

 

ผมไม่ชอบอะไรก็ตามที่ทำแบบลวกๆไม่ผ่านการคิด...ไตร่ตรองหรือแม้แต่ตรวจทานให้ดีซะก่อน...การที่เราตรวจทานมันอีกสักรอบมันเสียเวลาเพียงแค่ไม่กี่นาทีซึ่งผมว่ามันคุ้มกว่าการที่ต้องมาจัดการตั้งแต่เช้ายันเย็นแบบนี้

 

 

แถมคนตรงหน้าก็ยังไม่สำนึกอีก

 

 

น่าโมโหสุดๆเลย

 

 

ผมรู้สึกว่าเส้นเลือดในหัวตัวเองมันกำลังเต้นตุบๆๆๆอย่างเร็วและแรง

 

 

 

ถ้าเป็นฝ่ายธุรกิจละก็ผมไปหามาเมื่อสักครู่แล้ว....ทางนั้นเขาบอกว่าส่งเอกสารแก้ไขมาหลังจากนั้นไม่ถึง1ชั่วโมง...ดังนั้นถ้าคุณอ่านมันสักนิดก็คงจะหยุดการผลิตได้ทันเวลาไม่ใช่ให้ทางบริษัทสูญเสียปัจจัยการผลิตไปแบบเปล่าประโยชน์แบบนี้แถมจำนวนที่คาดเคลื่อนมันไม่ใช่น้อยๆเลยด้วย...ขนาดนี้แล้วคุณยังจะบอกว่าตัวเองไม่ผิดอยู่ไหมล่ะ?”ผมอธิบายยาวด้วยน้ำเสียงที่อารมณ์เริ่มไม่ค่อยจะดีแล้วล่ะ

 

 

 

ขืนปล่อยนานกว่านี้ผมได้ระเบิดลงแน่ๆ

 

 

“...อ่ะ...คือ...ผม...ผมขอโทษด้วยครับภูมิตอบผมกลับมาด้วยน้ำเสียงที่สำนึกผิดพร้อมกับล้มหัวลงอย่างสำนึกผิด

 

 

ถ้าแค่ก้มหัวแล้วจบก็ไม่ต้องเรียกผมว่า ปภิณวิทย์  แล้ว

 

 

 

การก้มหัวขอโทษมันไม่ได้ทำให้สิ่งที่บริษัทสูญเสียไปกลับมาได้โดยเฉพาะการที่คุณขอโทษแล้วยังทำมันอยู่อีก...อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณพลาดแบบนี้มากี่ครั้งแล้วคุณวิไลเกตรบอกผมมาหมดแล้วผมพูดต่อในทันที...คุณวิไลเกตรหรือคุณฟ้าคือหนึ่งให้กรรมการผู้จัดการเหมือนกันกับผม...ครั้งที่แล้วที่เกิดเรื่องคุณฟ้าได้ลงมาคุยและภูมิก็ขอโทษแบบนี้แหละ

ครั้งนี้คุณฟ้าเลยให้ผมลงมาจัดการให้หน่อย...ซึ่งไม่มีเหตุผลที่ผมต้องปฏิเสธเลยสักนิดเดียว

 

 

 

“...ขอโอกาสให้ผมอีกครั้งนะครับ...อ่อ...จะไม่มีครั้งต่อไปแล้วครับผมสัญญาครับภูมิเม้มปากแน่นก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองผมแล้วบอกออกมา...ไม่ใช่แค่เสียงที่สั่น...ตัวของเขาก็สั่นด้วยแถมเหงื่อยังออกจนน่าสงสาร

 

 

โอกาสมีให้สำหรับคนที่สำนึกและปรับปรุงแก้ไขเท่านั้นผมกอดอกแล้วจ้องหน้าคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เฉยชา

 

 

“...”ภูมิถึงกลับหน้าถอดสีเมื่อผมพูดจบแถมยังเม้มปากแน่นแบบสุด...หลายคนอาจจะสงสารแต่สำหรับผม...ไม่มีทาง

 

 

หมายถึงถ้าท่านประธานสั่งลงมาละก็นะ

 

 

ถ้าผมให้โอกาสนั้นคุณจะใช้มันยังไง?”ผมถามออกไปโดยที่ยังจ้องหน้าของภูมิด้วยแววตาที่เฉยชา

 

 

ผมจะไม่ทำพลาดอีก...จะไม่มีอีกแน่นอนครับภูมิลุกขึ้นพร้อมกับตอบผมด้วยเสียงดังฟังชัดแถมยืนตัวตรงแหน่ว

 

 

ฮึ...ผมจะรอดูผมบอกเบาๆก่อนจะหันหลังเดินออกจากห้องไปโดยที่มีเสียงขอบคุณดังมาจากด้านหลัง

 

 

ผมขึ้นไปเก็บเอกสารของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะขับรถออกจากบริษัทเพื่อตรงกับคอนโดของผมในทันที

 

 

“...ปวดหัวชะมัดเลยผมพึมพำเบาๆระหว่างที่ขับรถเข้าที่จอดรถภายในคอนโดแห่งหนึ่งกลางเมือง...ผมอาศัยอยู่คนเดียวส่วนคุณพ่อคุณแม่ท่านอยู่ที่ชลบุรีน่ะ

 

 

การที่มาทำงานในกรุงเทพฯมันก็ไม่ได้เลวร้ายนักหรอก...เงินเดือนก็ได้เยอะพอที่จะเลี้ยงครอบครัวผมได้สบายๆในแต่ละเดือนถึงการงานจะทำให้ผมเครียดจนสมองแทบระเบิดก็ตามทีเถอะ

 

 

“...ให้ตายสิผมสถบออกมาเบาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งภายในหัวของตัวเอง...ตอนนี้รู้สึกเหมือนความเครียดทุกอย่างที่เจอมามันกำลังจะระเบิดออกงั้นแหละ

 

 

ถ้าเป็นแบบนั้นผมได้แย่แน่ๆเลย

 

 

“...จริงสิ...ไม่ได้ไปมาพักนึงแล้วนี่นาอยู่ๆผมก็นึกอะไรบางอย่างออก...ในเมื่อเครียดมากๆ...

 

 

ก็ต้องระบายสักหน่อย

 

 

ในเมื่อตัดสินใจได้แล้วผมก็เดินออกจากคอนโดของตัวเองแล้วเข้าไปในซอยข้างๆคอนโดของผม...ภายในซอยเต็มไปด้วยบ้านเดี่ยวติดกันทั้งสองข้างทาง

 

 

“...”ผมเดินเข้ามาไม่ถึง100เมตรก็หยุดที่หน้าบ้านเดี่ยว2ชั้นหลังนึงแล้วมองดูซ้ายขวาแล้วชะโงกดูภายในบ้านนั้นว่ามีคนอยู่ไหม?

 

 

พอไม่เห็นวี่แววของคนผมก็....

 

 

วิ๊วววว~...”ผมผิวปากเบาก่อนจะเดินไปที่แนวรั้วที่เตี้ยกว่าตรงอื่น...บ้านหลังนี้เป็นรั้วไม้ค่อนข้างสูงแต่ด้านข้างจะต่ำลงมาหน่อย

 

 

ตึก! ตึก! ตึก! ตึก! ตึก!

 

 

เสียงฝีเท้าที่ได้ยินทำให้ผมชะโงกไปดูด้วยความรู้สึกตื่นเต้น

 

 

โฮ่ง!

 

 

โฮ่ง!

 

 

โฮ่ง!

 

 

โฮ่ง!

 

 

 

อ่า~...ซัมเมอร์...สปิง...ออทั่ม...เรน....มานี่ซิ!...มาให้พี่คุณกอดหน่อยเร็วววว~”ผมเรียกสุนัขพันธ์โกลเด้นรีทรีฟเวอร์2ตัวสีน้ำตาลเข้มกับสีขาวและพันธุ์ไซบีเรียนสีดำกับสีน้ำตาลอีก2ตัวรวมเป็น4ตัว

 

 

สุนัขทั้ง4วิ่งมาหาผมด้วยความเร็วและกระโดดเกาะรั้วไม้แต่ด้วยความที่ตรงนี้รั้วไม้ค่อนข้างต่ำทำให้หัวของทั้4ตัวโผล่ออกมาได้ง่ายๆ...โดยที่ผมก็ไม่รอช้ารีบเอื้อมมือไปกอดหัวของสุนัขทั้ง4ตัวด้วยความคิดถึง

 

 

ว่าไงน้องๆ...สบายดีไหม?...หื้อออ~...คิดถึงที่สุดเลยรู้ไหม?”ผมพูดพร้อมกับเปลี่ยนจะกอดเป็นลูบหัวของสุนัขทีละตัวด้วยความรักใคร่

 

 

แค่ได้เห็นพวกมันความเครียดมันก็ปลิวหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้...

 

 

นี่แหละสถานที่ที่ช่วยให้ผมหายเครียดได้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว

 

 

ครั้งแรกที่ผมเจอกับพวกมันผมเดินหลงเข้ามาแล้วเจอเข้าโดยบังเอิญ...

 

 

ความจริงผมน่ะ...เป็นพวกที่คลั่งสุนัขมากๆลย...โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์ใหญ่ๆขนเยอะๆแบบนี้ล่ะใช่เลย...ตั้งแต่มาทำงานที่บริษัทนี้ผมก็แทบไม่มีเวลาไปไหนไกลๆจะให้ไปสวนสุนัขก็กลัวคนคิดว่าผมโรคจิตเพราะงั้นการเจอกับพวกมันทั้ง4ตัวทำให้ผมรู้ถึงเหมือนปาฏิหารเลยล่ะ

 

 

ไงสปิง...ไหนๆชอบใช่ไหม?....ชอบให้พี่ลูบแบบนี้ใช่ไหม?”ผมคุยกับโกลเด้นสีขาวเพศผู้ที่ชื่อสปิงก่อนจะลูบที่คอและหัวของมันด้วยรอยยิ้มที่คนที่ทำงานไม่มีทางได้เห็นแน่นอน

 

 

อ้อ...พวกชื่อที่ผมเรียกผมต้องเองล้วนเพราะผมไม่รู้ชื่อของพวกมันแล้วก็ไม่เคยเจอเจ้าของด้วย...แต่ผมก็ไม่ได้อยากเจอหรอกนะ...ถ้าเจอกันจะให้ผมบอกว่าอะไร?

 

 

ของเล่นกับสุนัขหน่อยนะครับพอดีผมกำลังเครียดจากการทำงาน?’

 

 

งั้นเหรอ?!!

 

 

แถมผมไม่ชอบให้ใครเห็นผมที่ทำอะไรง๊องแง๊งแบบนี้ด้วย

 

 

มันน่าอายจะตายไปที่ดัดเสียงสูงๆเวลาคุยกับสุนัขแบบนี้น่ะ

 

 

อ๊ะ!...ออทั่มอย่าเลีย...อื้อ~...รู้แล้วๆรักเหมือนกันแหละ...เธอนี่ขี้อิจฉาจริงๆเลยนะผมบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะเปลี่ยนไปลูบโกเด้นสีน้ำตาลเข้มเพศเมียที่ชื่อออมทั่มด้วยความสุขที่เหมือนจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

 

 

เอ้า!...ซัมเมอร์ไปเอาอะไรมาครับสุดหล่อ?”ผมมองไปทางด้านหลังเมื่อไซบีเรียนที่น้ำตาลเพศผู้วิ่งมาพร้อมกับคาบเชือกเส้นใหญ่อยู่

 

 

หงิ๊งง~

 

 

ฮะฮะฮะ...จะให้เล่นด้วยเหรอ?...ได้สิ...เอามานี่ก่อนๆผมบอกซัมเมอร์เมื่อมันส่งเสียงครางพร้อมกับกระโดดมาที่รั้วพร้อมส่งสายตาอ้อนๆมาให้ผม...ซึ่งผมก็รับรู้ในสิ่งที่มันต้องการได้ในทันที

 

 

ผมแย่งเชือกที่ซัมเมอร์คาบไว้ก่อนจะชูขึ้นพร้อมๆกับสุนัขทั้ง3ตัวที่จ้องมาทางนี้ด้วยสายตาวิบวับจนผมยิ้มออกมาด้วยความสุข

 

 

เดี๋ยวก่อนแล้วเรนไปไหนล่ะ?...สาวสวยอยู่ไหนครับ?...ไม่มาเล่นกับพี่คุณหน่อยเหรอครับ?”ผมเรียกหาไซบีเรียนสีดำเพศเมียด้วยน้ำเสียงอ้อนๆก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าพร้อมๆกับเรนที่วิ่งมาด้วยความเร็วจนชนเข้ากับรั้วไม้

 

 

ปึง!

 

 

ฮะฮะฮะ...เจ็บไหมครับสาวสวย?”ผมถามด้วยอารมณ์ร่าเริง

 

 

เอาละนะ...ไปคาบมา!!”ผมโยนเชือกไปให้ไกลที่สุดแล้วดูสุนัขทั้ง4ตัวที่วิ่งตรงไปยังเป้าหมายเดียวกันด้วยความเร็วที่มนุษย์คงเทียบไม่ติด

 

 

ผมเล่นกับพวกมันอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมงก่อนจะบอกลาแล้วเดินกลับขึ้นไปบนคอนโดของตัวเอง...ชั้น8คือชั้นที่ผมอาศัยอยู่ห้องขนาดกลางที่มีห้องนั่งเล่นกับห้องนอนที่มีห้องน้ำในตัวกับห้องครัวเล็กๆ

 

 

มันอาจจะดูเล็กไปหน่อยแต่สำหรับคนที่อยู่คนเดียวแบบผมแล้วมันค่อนข้างสบายเลยล่ะ...ว่าแต่มีใครสักเกตชื่อผมไหม?

 

 

ตอนที่ภูมิเรียกผม...เรียกว่าคุณวิทย์

 

 

แต่พอตอนที่ผมเล่นกับสุนัขผมกลับแทนตัวเองว่าพี่คุณ

 

 

ที่บริษัทมักจะเรียกผมสั้นๆว่า คุณวิทย์หรือพี่วิทย์ซึ่งก็มาจากชื่อจริงของผมคือนาย ปภิณวิทย์  เทพเทศา แต่ผมก็ชอบให้คนอื่นเรียกแบบนั้นมากกว่าเพราะชื่อเล่นผมมันไม่ค่อยเหมาะกับคนที่มีบุคลิกแบบผมสักเท่าไหร่

 

 

ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็...นึกภาพผู้ชายผิวขาวซีดๆสูง180..ผมสีดำซอยสั้นระต้นคอรูปร่างค่อนข้างโปรงแต่ไม่ถึงกับบาง...หน้าตาออกแนวดุๆที่คนเห็นก็ต้องเกรงใจ...ผมเคยอยากจะมีซิกแพ๊กเหมือนคนอื่นๆบางแต่เพราะเวลาที่มีจำกัดทำให้ผมไม่มีเวลาในการสร้างมัน...และผู้ชายลักษณะที่ว่ามานั่นดันมีชื่อเล่นว่า...

 

 

เจ้าคุณ

 

 

คิดไหมล่ะว่ามันดูแปลกๆ

 

 

...........................................................................................................

สวัสดียามบ่ายคะ

 

วันนี้มาอัพต่ออีกสักหน่อยเห็นว่าบทนำค่อนข้างสั้นมากถึงมากที่สุด...มารอลุ้นกันว่าพระเอกจะออกมาเมื่อไหร่นะคะ

 

เรื่องนี้ถึงจะเป็นเรื่องยาวแต่จำนวนตอนที่วางไว้คร่าวๆน่าจะอยู่ที่20ตอนนิดๆถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อนนะคะ

 

ตัวละครในนิยายเรื่องนี้ถือว่าค่อนข้างจากเรื่องแรกอยู่นิดหน่อยแต่จะเป็นยังไงช่วยติดตามด้วยนะคะ

 

ขอขอบคุณทุกท่านที่คอมเม้นท์และคอยเป็นกำลังใจให้นะคะ

 

ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้าคะ

 


nicedog


♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ♫ ♪ ♪ ღ

ความคิดเห็น