ขอบคุณทุกคนที่หลงเข้ามาอ่านกันน้า ฮ่าาาาาาาาาาาาาาาา ขอให้สนุกกับนิยายเรื่องนี้จ้า

ชื่อตอน : หอจันทรา RW

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.1k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ต.ค. 2562 20:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
หอจันทรา RW
แบบอักษร

หอจันทรา 

“นี่ๆ พวกนายว่าปีนี้จะมีสักกี่คนกันที่ผ่านมาได้”

“ฉันว่าน่าจะเยอะอยู่ ฉันได้ข่าวมาว่าปีนี้มีคนที่มีพลังเวทย์สูงหลายคนนะ”

“ฮ่าๆๆๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ ฉันรอไม่ไหวแล้ว”

“ฉันก็อยากเล่นอะไรสนุกๆซะแล้วสิ”

เมื่อเคทสามารถเอาชนะได้แล้ว ต่อไปก็ต้องเป็นการวัดขีดความจำกัดของพลังของแต่ละคนว่าใครมีความสามารถด้านใดก็จะถูกส่งไปยังหอนั้นๆ ซึ่งมีทั้งหมด 4 หอด้วยกัน

หอแรกคือหออควา หอนี้เป็นหอของพวกที่ใช้เวทย์

หอที่สองคือหอโดโนแวน เป็นหอที่เน้นการต่อสู้มากกว่าการใช้เวทย์

หอที่สามหอฮาเกน เป็นหอที่เน้นการปกป้องคุ้มครอง หรือด้านการักษา

หอที่สี่หอจัทรา หอนี้นับว่าเป็นหอที่มีคนอยู่น้อยที่สุดเพราะหอแห่งนี้จะเรียนรู้ทุกอย่างเหมือนทั้งสามหอคือเรียนรู้ทุกสิ่งทุกอย่างจึงมีน้อยคนนักที่จะมีความสามรถเข้าที่หอนี้ได้คือพลังเวทย์ต้องสูงระดับหนึ่ง

ซึ่งการที่จะจัดว่าใครจะไปอยู่หอไหนนั้นเป็นหน้าที่ของศิลาเวทย์ที่สามรถมองเห็นความสามารถของคนผู้นั้นได้ เคทกวาดสายตามองไปรอบๆห้องแล้วพบว่ามีจำนวนคนลดลงจากก่อนหน้านี้ไม่เยอะมาก ประเมินดูแล้วน่าจะเหลือประมาณเกือบสามร้อยคนได้ ต่อไปก็เป็นการคัดเลือกหอสินะ เคทขอให้มันผ่านไปเร็วๆด้วยเถอะเพราะวันนี้เธอจะไม่ไหวแล้ว ดูจากสีหน้าของทุกคนคงคิดเช่นเดียวกับเธอ ถ้าไม่อึดและไม่เก่งพอเรียนที่นี้ไม่ได้แน่ๆแค่นี้ก็จะตายแล้ว เหมือนพระผู้เป็นเจ้าจะได้ยินเสียงของเธอ ศาสตราจารย์สาวนามทริกซี่ได้ขึ้นไปบนเวที ที่ข้างๆนั้นมีวัตถุคล้ายๆคฑาอยู่แต่ปลายของมันมีผลึกสีแดงประดับอยู่

“ฉันยินดีที่ทุกคนในที่นี้ผ่านการทอสอบมาได้ และต่อไปจะเป็นการคัดแยกหอซึ่งศิลาเวทย์จะเป็นผู้ตัดสินว่าใครจะได้อยู่หอใด”

เมื่อศาสตราจารย์เอ่ยจบ มีผู้ชายรูปร่างสูงเดินขึ้นมาจากด้านข้างเวทีและเริ่มประกาศรายชื่อของแต่ละคนเพื่อทำการคัดหอ ผู้ที่ถูกเรียกจะต้องเดินขึ้นไปบนเวทีและยืนมือซ้ายให้มีความสูงเหนือศิลาเวทย์ จากนั้นจะปรากฏแสงพลังเวทย์ของคนผู้นั้นตามความถนัดเป็นรูปสัญลักษณ์ของพลังเวทย์ เช่น ถ้าถนัดเวทย์จะเป็นรูปคฑาลอยอยู่เหนือศรีษะ ถนัดด้านการรักษาจะเป็นสัญญาลักษณ์ของรูปดอกบัวหิมะ ถนัดด้านการปกป้องจะเป็นโล่ เมื่อผ่านไปประมาณห้าสิบกว่าคนเคทก็ได้ยินชื่อเพื่อนของตน

“เอลล่า อิสเบล อัสฟา” ได้อยู่หอสามหรือหอฮาเกน หอแห่งการปกป้องและรักษา เคทเดาว่ามิลินก็อาจจะอยู่หอนี้ด้วยเหมือนกัน

“มิเกล คาเอล ลามูส” มิเกลได้อยู่หอสองหรือหอโดโนแวน หอแห่งการต่อสู้

“มิลิน คาเอล ลามูส” มิลินได้อยู่หอสามอย่างที่เธอคิด หอแห่งการปกป้องและรักษา

“โลแกน เรสน่า อัสนี่” หอโดโนแวนเช่นเดียวกับมิเกล

“เซล่า วาเวน อานีส” หอหนึ่งหรือหออควา หอแห่งเวทย์

“แคราย ฟาเรน คาลอส” หอโดโนแวน

เมื่อเวลาผ่านไปก็ยังคงไม่ถึงรายชื่อของเคทสักที เธอนั่งจนก้นจะระบมไปหมดแล้วนะ จนกระทั่งรายชื่อทั้งหมดคนสุดท้ายคือเธอ

“เคนโนช่า โดเรส มิฟาอัส”

เมื่อทุกคนได้ยินชื่อของเคทก็มีอาการตกตะลึงไปตามๆกัน เพราะไม่คิดว่าจะมีคนใช้ชื่อของตระกลูมิฟาอัสมานานเพราะเป็นตระกูลของเฟย์ลีฟคาเธอร์ที่หายไปนานถึง 16 ปี

เคทมองไปรอบๆด้วยความสงสัย ว่าทำไมทุกคนถึงได้มองเธอด้วยสาตตาแบบนั้นกัน เธอจึงหันไปมองหน้าเพื่อนๆว่าพวกเขารู้อะไรไหม แต่ดูเหมือนเพื่อนๆของเธอจะไม่รู้เรื่องเหมือนกัน

เอาเถอะ เดี๋ยวค่อยไปถามเอลล่าก็ได้’ 

ทุกย่างก้าวของเคททำให้ผู้คนรอบข้างต่างจับตามองดูเธออย่างสนใจ หญิงสาวที่ใช้ชื่อของตระกลูมิฟาอัสมีส่วนใดที่เหมือนเฟย์ลีฟคาเธอร์บ้างหนอ แต่ถึงทุกคนจะมองอย่างไรก็ไม่ทราบได้ว่าเหมือนอย่างไร เพราะพวกเขาก็มีอายุเท่ากับเวลาที่เฟย์ลีฟผู้โด่งดังหายตัวไป แต่มีคนผู้หนึ่งที่จับตามองดูเธออย่างสนอกสนใจจากมุมใดมุมหนึ่งของห้อง และอีกหลายๆคนที่ดูจะสนใจในตัวหญิงสาวผู้ที่มีใบหน้าอันงดงามและชาติตระกูลของเธอ

เมื่อเคทเดินมาถึงศิลาเวทย์ยังไม่ทันที่จะยืนมืออกไปก็เกิดแสงสีทองเปร่งประกายออกมาจากตัวเธอ และมีสัญลักษณ์ทั้งสี่ปรากฏออกมา ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้งน้อยคนนักที่จะมีความสามารถเช่นนี้ เพราะการที่สามารถใช้เวทย์ต่างๆได้ต้องถือว่าเป็นผู้ที่มีพลังเวทย์สูงส่ง แต่หญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นเพียงแค่เด็กสาวที่มีใบหน้าที่งดงามคนหนึ่งเท่านั้น

“โอ้ ไม่เคยมีผู้ที่มีพรสวรรค์เช่นนี้มานานมากแล้ว ตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนนี้มาหลายร้อยปี เจ้าเป็นคนที่สองที่มีความสามารถเช่นนี้”

ทันทีที่ศาสตราจารย์พูดจบก็เกิดเสียงซุบซิบดังขึ้น ทำให้ศาสตราจารย์คนเดิมต้องเอ่ยเตือน

“ทุกคนเงียบ! เอาล่ะจากที่ศิลาได้บอก เคนโนช่าเธอได้อยู่หอจัทรานะ ตอนนี้ก็เสร็จสิ้นการคัดเลือกหอแล้ว ขอให้ทุกคนตามผู้คุมหอแต่ละหอไปยังหอของตนเองได้”

จบคำ ก็มีชายหญิงประมาณยี่สิบคนเดินออกมารับรุ่งน้องของตนไปยังหอ ขณะที่เคทเดินลงเวทีเพื่อไปสมทบกับเพื่อนๆที่จะไปหอก็ต้องแปลกใจเพราะรุ่นของเธอมีคนที่ได้อยู่หอจันทราเพียง 12 คนเท่านั้น ถือว่าเป็นจำนวนที่น้อยมากเมื่อเทียบกับหออื่นๆ

“เอาละตามพี่มาเลย พี่จะพาพวกน้องไปที่หอเอง”

จบคำรุ่นพี่ที่น่าจะแก่กว่าเธอแค่ปีเดียวก็เดินนำไปยังหอที่มีผู้คุมหออีกสี่คนเดินอยู่ท้ายแถว เมื่อเดินมาถึงก็ต้องแปลกใจอีกครั้งเมื่อหอจันทรามีสีแดงไม่ว่าจะเป็นตัวอาคาร ประตู รวมถึงห้องรับแขก ส่วนมากจะประดับด้วยสีแดงเกือบทั้งหมด

‘อะไรกันเนี่ย จันทราน่าจะเป็นสีขาวซิ ทำไมมีแต่สีแดงไม่เห็นเข้ากับชื่อหอสักนิด’ เคทได้แต่คิดในใจเนื่องจากไม่มีความกล้าพอที่จะถามออกไป

“เอาละทุกคนนั่งรอตรงนี้ เดี๋ยวประธานหอและรุ่นพี่คนอื่นๆจะลงมาแล้ว”

รุ่นน้องปีหนึ่งถูกจัดให้นั่งที่เก้าอี้ที่ฝั่งซ้ายของห้องรับแขก ห้องนี้ถือว่าใหญ่มากเลยทีเดียวขนาดน่าจะครึ่งหนึ่งของสนามฟุตบอลเลยก็ว่าได้ ทำให้เมื่อรุ่นพี่อีกสี่ชั้นปีเข้ามาก็ไม่ทำให้อึดอัดเท่าไหร่นัก แต่สายตาที่รุ่นพี่มองมานี่มันอะไรกันทำไมมองเธอด้วยสายตาแบบนั้นกันเล่า ถึงห้องจะไม่ทำให้อึดอัดแต่สายตาคนเหล่านี่สิที่ทำให้เธออึดอัด!

เมื่อเดินผ่านประตูเข้ามาจะเจอกำแพงที่มีทางเข้าทั้งซ้ายและขวา เดินเข้าไปอีกนิดคือห้องรับแขกทางด้านซ้ายของห้องเป็นห้องรับประทานอาหารที่กว้างขวางทีเดียว ส่วนที่พวกเธอนั่งอยู่นี้เป็นส่วนของห้องนั่งเล่นที่อยู่ตรงกลางห้องเอาไว้เพื่อให้ทุกคนได้นั่งคุยกัน และมีเตาผิงอยู่ทางค้านขวามือ ส่วนบันไดทางขึ้นหอมีสองด้านคือซ้ายฝั่งหญิง ขวาฝั่งชาย เมื่อเคทกำลังมองสำรวจหออย่างสนอกสนใจก็มีเสียงเสียงหนึ่งพูดขึ้นมา

“นี่ๆ เธอน่ะฉันได้ยินมาว่าใช้ชื่อของตระกูลของเฟย์ลีฟคาเธอร์หรือ เธอเป็นอะไรกับเขาล่ะ”

“นั่นสิ แถมเธอก็สวยมาก สวยกว่าเทียร่าซะอีกนะ”

เมื่อมีคนหนึ่งกล้าถามคนที่เหลือมีหรือที่จะเก็บความสงสัยของของตนเองเอาไว้ จนตอนนี้รอบข้างเธอที่มีแต่เพื่อนรุ่นเดียวกับถูกล้อมหน้าล้อมหลังไปด้วยรุ่นพี่มากมาย เธออยากจะเป็นลมตอนนี้ได้ไหมหนอ

“เอ่อ รุ่นพี่ครับผมว่าพวกรุ่นพี่น่าจะถามทีละคำถามนะ เพราะเพื่อนผมคงตอบคำถามไม่ทัน”

ชายหนุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกันเอ่ยกับรุ่นพี่ แต่เดี๋ยวก่อนนะเธอไปเป็นเพื่อนเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ชื่อยังไม่รู้จักเลย เหมือนชายหนุ่มจะรู้ว่าเธอคิดอะไรอยู่จึงเอ่ยประโยคที่ทำเอาเคทถึงกับกุมขมับเลยทีเดียว

“สวัสดี ข้าชื่อแกริค โจนส์ ลูน่า ยินดีที่ได้รู้จักเคนโนช่า ที่ข้าช่วยเจ้าเพราะเห็นว่าน่าจะมีเรื่องสนุกให้ข้าทำแก้เซ็งเท่านั้นเอง” ประโยคหลังแกริคก้มไปกระซิบให้เขาและเคทได้ยินเพียงสองคนเท่านั้น

“ขอบใจเจ้ามาก โจนส์” เพื่อเป็นการให้เกียรติหรือผู้คนทั่วไปที่เพิ่งรู้จักกันจะเอ่ยเพียงชื่อกลางเท่านั้น คนที่จะเรียกชื่อเล่นจริงๆของอีกฝ่ายถือว่าเป็นเพื่อนหรือคนที่เจ้าของชื่ออนุญาต เคทสงสัยว่าเธอไปรู้จักกับชายหนุ่มผู้นี้ตอนไหนกันนะ

“เอาละๆทุกคน ประธานหอมาแล้ว สงบเสี่ยมกันหน่อย” รุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ย

“อะไรกัน แค่ประธานหอมาต้องทำตัวสงบเสี่ยมขนาดนั้นเลยรึไงกัน” เสียงบ่นเบาๆมาจากแกริคเพื่อนสมอ้างของเธอดังขึ้นเบาๆ

พลันทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบเมื่อปรากฏชายหนุ่มเจ็ดคนเดินลงมาชายหนุ่มแต่ละคนนั้นนับว่าหน้าตาดีกันทั้งกลุ่ม รุ่นน้องที่ไม่เคยเห็นหน้าจะตกตะลึงก็ไม่แปลกขนาดผู้ชายด้วยกันยังต้องมอง

“สวัสดีเด็กๆ พี่ชื่อเดม่อนเป็นรองหัวหน้าฝ่ายซ้าย ปี3”

ชายหนุ่มนามเดม่อน มีดวงตาที่ขี้เล่นเป็นประกายสีเขียว ผมของเขาเป็นสีอิฐ รูปร่างไม่ผอมไม่อ้วนจนเกินไป

“พี่ชื่อดุ๊ก อัสมา ยานิ เป็นรองหัวหน้าฝ่ายขวา อยู่ปี3”

ดุ๊กมีดวงตาสีน้ำทะเล ดูจากภายนอกแล้วน่าจะเป็นคนเงียบขรึม มีผมสีม่วงเข้มจนเกือบเป็นสีน้ำเงิน

“สวัสดีพี่ชื่อเทรเวอร์ บาเรียน คาอั สเป็นกุนซือ ปี3”

เทรเวอร์ชายคนนี้มีดวงตาสีเทา มีประกายของความฉลาด มีผมสีเทาเช่นเดียวกับดวงตา

“สวัสดีโลเวล โวว่า วาเวน ผู้คุมกฎ ปี3”

โลเวลมีดวงตาสีเขียวเข้ม มีผมสีน้ำเงินถึงจะมีสีตาและผมที่ขัดกันแต่ก็ไม่ได้ทำให้เขาดูประหลาดแต่อย่างใด ดูเหมือนจะเป็นคนพูดน้อยในบรรดารุ่นพี่ทั้งหมด

“สวัสดี พี่ชื่อวัลดัส คาเวล รันน่า เป็นผู้คุมกฎอยู่ปี3 ยินดีที่ได้รู้จักคนสวย”

วัลดัสชายหนุ่มที่ดูจะเจ้าชู้ที่สุดในกลุ่มพูดทักทายเคท เขามีดวงตาสีม่วง มีผมสีดำ

“สวัสดี ข้าแม็กซิมัส มาโค วากัส ผู้คุมกฎ ปี3”

แม็กซิมัสชายหนุ่มคนนี้มีประกายของความเย็นชาแผ่ออกมา เขามีดวงตาสีดำ เช่นเดียวกับสีผม

“ซีน่อน อะมิเรียส ฟาอัส ประธานหอ ปี3”

คนสุดท้ายซีน่อนประธานหอดูจะเป็นคนที่อันตรายที่สุด เพราะเขาปล่อยรังสีอำมหิตและมีใบหน้าที่แสนจะเย็นชา และดวงตาของเขากลับมีประกายของความใจดีอยู่เล็กๆ มีดวงตาสีเฮเซล แต่กลับมีผมสีเงิน

ชายหนุ่มทั้งเจ็ดคนนั้นถือว่าเป็นบุรุษรูปงามของฮาร์ทจากเสียงส่วนมากของนักเรียนในฮาร์ทที่เห็นชอบทั้งความสามารถ หน้าตา และฐานะ

“สวัสดีน้องๆปีหนึ่งทุกคน ทุกคนคงทราบดีอยู่แล้วว่าฮาร์ทนั้นแบ่งเป็นสี่หอซึ่งแต่ละหอก็มีอาจารย์ควบคุมและอาจารย์ในการเรียนการสอนของแต่ละหอ แต่อาจจะมีการเรียนรวมกันกับหออื่นบ้างเพราะหอเรานั้นถือว่าเป็นหอที่พิเศษตรงที่เราต้องเรียนรู้ทั้งเวทย์ ทั้งการต่อสู้ การรักษา และอย่างอื่นอีก ส่วนการเรียนของที่นี้ก็แบ่งเป็นห้าปี แล้วแต่ละปีก็ต้องมีหัวหน้าชั้นปีของแต่ละหอด้วย และแน่นอนต้องมีผู้คุมกฎ มีรองหัวหน้าหอฝ่ายซ้ายและขวา และกุนซือไว้สำหรับการวางแผนหรือการใช้จ่ายเกี่ยวกับหอ เอาละ มีใครอยากถามอะไรไหม? ถ้างั้นเราก็มาเลือกประธานของปีหนึ่งกัน ใครจะเสนอชื่อใครไหม”

หนึ่งในเจ็ดคนพูดขึ้น ถ้าเคทจำไม่ผิดเขาคือวัลดัสผู้คุมกฏที่ดูจะเจ้าชู้มากๆพูดขึ้น

“เคนโนช่าครับ/ค่ะ”

เดี๋ยวนะ ทำไมต้องเสนอชื่อเธอด้วยเล่าฉันยังไม่อยากทำงานกับน้ำแข็งขั้วโลกพวกนี้หรอกนะ แค่แนะนำตัวก็รู้แล้วว่ามีนิสัยเย็นชากันแค่ไหนน่ะ

“เอาละ ในเมื่อเคนโนช่าถูกเสนอชื่อก็ให้เป็นประธานปีหนึ่งละกันนะ ส่วนตำแหน่งอื่นๆ คงไม่ต้องเลือกแล้วละ เพราะจำนวนคนคงพอดีกับตำแหน่ง”

วัลดัสพูดจบก็แจกกุญแจให้กับปีหนึ่ง ห้องพักของที่นี้สามารถให้พักห้องละคนได้ เพราะจำนวนห้องมีเพียงพอต่อจำนวนคนอยู่มาก หอจันทรามีทั้งหมด 10 ชั้น แต่ละชั้นมีห้องทั้งหมด 15 ห้อง ชั้น 10 ชั้นบนสุดจะเป็นพื้นที่ของประธานหอ รองประธานหอ และหัวหน้าแต่ละชั้นปีเท่านั้น ผู้ที่ไม่อนุญาตไม่สามารถขึ้นไปชั้นนี้ได้

ความคิดเห็น