อ้อมกอดแห่งหงส์ไฟ Embraces of the Phoenix
ลำนำที่หนึ่ง ข้าไม่คู่ควร
ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

ลำนำที่หนึ่ง ข้าไม่คู่ควร

"ฉีอี้" เสียงตะโกนเรียกแข่งกับเสียงฝีเท้าม้าและลมที่พัดผ่านหูยามม้าห้อทะยาน ฉีอี้ไม่แม้แต่จะเหลียวหลัง สองมือกระชับบังเหียน หัวเข่าทั้งสองบีบกระชับตัวม้าไว้แน่นในขณะที่ใช้ส้นเท้าทั้งสองกระแทกเข้ากับท้องม้าเร่งให้มันกระโจนไปข้างหน้า

"ฉีอี้" โกว้หลีตะโกนจนสุดเสียง ในใจเต้นระรัวราวกลองศึก ทุกครั้งที่เท้าม้ากระโจนลงแตะพื้นก็รู้สึกว่าช่างเชื่องช้าจนใจเขาแทบกระดอนออกจากปากที่ตะโกน ตามร่างในชุดสีครามที่กำลังควบขับม้าทะยานไปเบื้องหน้าอย่างไม่ยอมหันหลัง

...ฉีอี้ ทำไมเจ้าจึงใจดำเช่นนี้ เจ้ารู้หรือไม่ ว่าเพื่อเจ้าแล้วข้าต้องเสียสละไปเท่าไหร่ เพื่อเจ้า ข้ายอมคืนหัวเมืองทั้งสามที่ข้ายึดได้ เพื่อเจ้า ข้ายอมถอยทัพออกห่างจากหัวเมืองฮั่นถึงสามร้อยลี้ เพื่อเจ้า ข้ายอมอับอายต่อทุกผู้ในเผ่า ยอมให้ถูกประณามว่าช่างขี้ขลาดโง่เขลา ข้ายอมละทิ้งเครื่องบรรณาการอันเป็นสมบัติอันพึงได้ของเผ่าข้า ขอเพียงข้าได้ตัวเจ้ามา ...แต่เจ้ากลับไม่เคยมีเยื่อใย เจ้ากลับมองเห็นข้าเป็นเหมือนตัวโสโครกน่ารังเกียจ...

...ข้ายอมรับว่าข้าไม่คู่ควร...

นักรบกรำศึกอย่างโกว้หลีหูเสียน ในยามนี้กลับกลายเป็นเหมือนหมาป่าที่ถูกพรากคู่เคียง มันขู่คำรามก้อง แล้วทะยานออกไปเบื้องหน้าอย่างไม่กลัวตาย เหล่าขุนพลคู่ใจและสหายศึก ต่างเร่งรีบกระโจนขึ้นม้า ควบตามท่านข่านที่บัดนี้ดูคล้ายคนไร้สติ กู่ก้องเรียกชื่อ ฉีอี้ ฉีอี้ นัยน์ตาแดงก่ำดั่งสีเลือด ความรวดร้าวในอกโกว้หลีช่างรุนแรงจนเหมือนจะถ่ายทอดไปสู่ทุกผู้ที่ห้อม้าตามมา

"โกว้หลี" อันซานตะโกนตาม หวังว่าจะเรียกสติท่านข่านผู้เป็นสหายรักกลับมาได้บ้าง ไม่นึกเลยว่าบุรุษชาติพยัคฆ์เยี่ยงข่านแห่งทุ่งกว้างจักต้องมาสิ้นลายเพราะผู้ชายที่อ้อนแอ้นดั่งไร้กระดูกผู้มีนามว่าฉีอี้

อันซานจำได้ว่าเมื่อโกว้หลีพบฉีอี้เป็นครั้งแรก ก็เป็นเหมือนต้องมนต์สะกด หูอื้ออึงไม่ได้ยินเสียงดนตรีที่ชาวฮั่นขับกล่อม นัยน์ตาจับจ้องอยู่เพียงที่ใบหน้าขาวใสของขุนนางหนุ่มที่นั่งอยู่เบื้องหลังอี้เหวินเฉียงแม่ทัพเอกแห่งแผ่นดินฮั่น สตรีนางในที่ฟ้อนรำอ่อนช้อยยั่วยวนล้วนไม่อยู่ในสายตา เมื่อเริ่มเจรจาสงบศึก โกว้หลีกลับไม่ต้องการอะไรทั้งสิ้นนอกจากชายผู้นั้น...

............

อี้เหวินเฉียงกระอักโลหิตจนทรุดลงกลางท้องพระโรง คำตรัสของกษัตริย์เมื่อครู่บาดลึกเข้าในหัวใจ

"เจ้าจะไม่ยินยอมได้อย่างไร เป็นเจ้ามิใช่หรือที่พ่ายแพ้ศึกมา ... เจ้าพ่ายแพ้แต่กลับไม่ยอมสูญเสีย ฤาเจ้ารักบุรุษผู้หนึ่งมากเสียยิ่งกว่าแผ่นดินและประชาราษฎร์... " ฮั่นอู่ตี้กระทืบพระบาทด้วยความกริ้ว

"อี้เหวินเฉียงแม่ทัพปราบไพรี รับราชโองการ ... นำขบวนส่ง ฉีอี้ให้ถึงทัพใหญ่ของซ่งหนู" ...

อำมาตย์ฉี บิดาของฉีอี้ ได้คุกเข่ายอมรับราชโองการนานแล้ว จะมีก็แต่ อี้เหวินเฉียง แม่ทัพปราบไพรี ที่ดื้อดึงไม่ยินยอม ฉีอี้ที่ตอนนี้ถือเป็นคนของจวนแม่ทัพ เพราะอี้เหวินเฉียงได้กราบทูลขอพระราชทานบุตรคนรองแห่งตระกูลฉีไว้ตั้งแต่เมื่อคราวเขาเข้าสู่สมรภูมิตามบิดาในฐานะแม่ทัพเป็นครั้งแรกและสามารถรบชนะทัพของตาร์ตาร์ ซึ่งตอนนั้นฉีอี้มีอายุเพียงสิบสี่ปีเท่านั้น จวบจนเมื่อฉีอี้อายุครบสิบหกจึงถูกส่งเข้าสู่จวนแม่ทัพ ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา ฉีอี้ต้องติดตามทัพ คอยอยู่ข้างกายแม่ทัพอี้เหวินเฉียง เป็นอาลักษณ์ที่คอยจดบันทึกและร่างสาร และเป็นคู่ร่วมเรียงเคียงหมอนที่แท้จริงของแม่ทัพวัยฉกรรจ์ผู้เกรียงไกร ไม่มีสตรีนางใดในจวนแม่ทัพกล้าแตะต้อง ด้วยรู้ว่าหัวใจทั้งหมดของอี้เหวินเฉียงอยู่กับบุรุษหนุ่มผู้งามสง่าดั่งพญาหงส์สยายปีกผู้นี้

............

ฉีอี้บังคับม้าพุ่งทะยานผ่านทุ่งกว้าง หญ้าสูงพลิ้วไหวชูช่อดอกสีขาวสล้างดุจพรมที่ถักทอคลุมพิภพ แต่ฉีอี้ไหนเลยจะมองเห็นธรรมชาติอันบริสุทธิ์ของทุ่งเถื่อนนี้ ด้วยหัวใจได้ล่องลอยนำหน้าม้าไปไกลถึงเชิงเขาสูงเบื้องหน้า ขอเพียงเขาข้ามเขาลูกข้างหน้าไปได้ ก็จะได้พบกับอี้เหวินเฉียงที่นำกลุ่มทหารฮั่นมารออยู่

เสียงแส้ม้าถูกลมพัดนำมาจากเบื้องหลัง ทำให้ฉีอี้ต้องหันกลับมาดูด้วยความหวาดหวั่น ท่ามกลางพรมดอกไม้สีขาว โกว้หลีควบม้าทะยานมาเหมือนดั่งเหาะเหินได้ มือหนึ่งกระชับบังเหียนอีกมือหนึ่งควงแส้ยาวขึ้นฟาดกลางอากาศเสียงดังขวับขวับชวนให้สยดสยองยิ่งนัก

ฉีอี้เหมือนได้กลิ่นเลือดและกลิ่นสาบเหงื่อที่ไม่เคยคุ้น กลิ่นอาหารที่ชวนให้คลื่นเหียน แล้วยังสัมผัสจากมือหยาบกร้านที่คว้าจับข้อมือเขาไว้ดั่งคีมเหล็กจนเขาต้องร้องด้วยความเจ็บปวด หนังหมีสีดำที่ห่มคลุมร่างที่มอมไปด้วยฝุ่นทรายยิ่งทำให้บุรุษหน้าตาหยาบกร้านที่มีหนวดเคราปกคลุมรกครึ้มดูน่าไม่ไว้วางใจ

เสียงต่ำในลำคอที่ฟังเหมือนเสียงคำรามของสัตว์มากกว่าที่จะเป็นเสียงพูดของมนุษย์ เรียกน้ำตาขึ้นมารื้นเบ้าตาทั้งสองข้างของฉีอี้...นี่ข้าจะต้องอยู่ที่นี่กับชายที่มีสาบสางคล้ายสัตว์ป่าตัวใหญ่เช่นนี้หรือ

............

อาการหวาดกลัวของฉีอี้ทำให้โกว้หลีร้อนรนยิ่งนัก เขาคว้าจับข้อมือของฉีอี้ กล่าวปลอบโยนในลำคอด้วยภาษาซ่งหนูที่สร้างสรรค์ผ่านประวัติศาสตร์อันยาวนานของเผ่าพันธุ์ที่ต้องต่อสู้อยู่ในทุ่งกว้างอันแร้นแค้น เพื่อให้ใช้สื่อสารกันได้แม้ในยามพายุทรายพัดกระหน่ำ ช่างน่าอนาถยิ่งนัก ที่ฉีอี้ผู้ที่แม้จะเข้าใจภาษาซ่งหนูอยู่บ้าง แต่กลับหวาดกลัวจนฟังไม่เข้าใจแม้แต่คำเดียว เพียงแต่ได้ยินเสียงคำรามต่ำดั่งเสียงสัตว์ร้าย แรงยึดจับที่ข้อมือตามความเคยชินของคนที่จับแต่บังเหียนม้าและอาวุธจึงไม่ต่างไปจากคีมเหล็กใหญ่ที่บีบลงบนข้อมืออันเปราะบางของบัณฑิตที่เคยคุ้นเพียงแค่การจับต้องตำราและพู่กันจุ่มหมึกเท่านั้น

"เจ้าไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า... เจ้าไม่ต้องกลัวนะ.....โอ๊ะ ข้าทำเจ้าเจ็บหรือ ข้าขอโทษ.."

................

โกว้หลีต้องการอาบน้ำ ... นี่ทำเอาทุกคนตาเหลือก ด้วยว่าระยะจากที่ตั้งค่ายหยุดพักทัพยังอยู่ห่างไกลจากเมืองแรกของหน้าด่านซ่งหนูไม่ต่ำกว่าสี่วัน ชีวิตกลางทะเลทรายจะเอาน้ำดื่มน้ำใช้มาอาบให้สิ้นเปลืองได้เยี่ยงไร

แต่สีหน้าของฉีอี้ยามโกว้หลีเข้าใกล้ทำให้ท่านข่านหนุ่มงุ่นง่านใจยิ่งนัก ผมเผ้าที่ชโลมมันเนยเพื่อถนอมและปกป้องมันจากอากาศแห่งทุ่งกว้างและทะเลทรายอันแสนโหดร้าย ก่อนที่จะถักทอให้เป็นเปียเส้นน้อยกระชับรัดกลุ่มผมยาวหนาให้เข้าที่ บัดนี้ปกคลุมไปด้วยฝุ่นทรายดูมอมแมมไม่ต่างไปจากหนวดเคราบนใบหน้า กลิ่นมันเนยที่ชาวซ่งหนูว่าช่างหอมหวนยวนใจยิ่งนัก กลับกลายเป็นกลิ่นชวนคลื่นเหียนสำหรับฉีอี้ แม้แต่กลิ่นกายแห่งชายชาติอาชาไนยที่คลุกเคล้าไปด้วยกลิ่นเหงื่อไคลที่ขับเอาเครื่องเทศและอาหารทั้งหลายที่ชาวซ่งหนูเสพเลี้ยงชีพอยู่เป็นประจำออกมา กลิ่นที่ชาวซ่งหนูคุ้นเคยเป็นปกติกลับกลายเป็นกลิ่นอายอันน่ารังเกียจสำหรับขุนนางหนุ่มชาวฮั่นผู้ถึงแม้จะเคยติดตามทัพอยู่เนืองๆ แต่กลับได้รับการถนอมไว้ไม่ต่างไปจากนางในราชสำนัก ไหนเลยจะคุ้นเคยกับกลิ่นอายอันป่าเถือนเหล่านี้

โกว้หลีจึงอยากจะล้างกลิ่นอายของซ่งหนูนี้ออกจากตัวเขายิ่งนัก

"หากท่านคิดจะเอาใจคนผู้นั้นถึงเพียงนี้ ท่านคงต้องกรีดเลือดในตัวออกให้หมดแล้วเอาเลือดชาวฮั่นใส่แทนแล้ว" อันซานกล่าวอย่างเหลืออด

โกว้หลี มองตอบ สายตากร้าวเหมือนจะบอกว่า ถ้าทำได้ข้าก็จะทำ อันซานไร้คำพูดที่จะกล่าวต่อ สะบัดหน้าเดินออกจากกระโจมไป แล้วตะโกนเรียกคนให้มาเตรียมน้ำให้ท่านข่านอาบ

............ 

แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น