ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 เขาหนีผมไม่พ้นหรอก!

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 เขาหนีผมไม่พ้นหรอก!

คำค้น : #สัตว์ร้ายของผม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ม.ค. 2562 12:56 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 เขาหนีผมไม่พ้นหรอก!
แบบอักษร

ตอนที่ 10 เขาหนีผมไม่พ้นหรอก!

            นายเพราเพลิงกำลังถามตัวเองว่า มันจะมีสักกี่คนที่มีแฟนและโดนแฟนทิ้งภายในเวลาแค่สัปดาห์เดียว คำตอบนั้นทำให้ละเหี่ยใจเสียจนไม่มีแรงทำอะไร เพราะมีความเป็นไปได้ว่าเขาจะเป็นกรณีหายากมากๆ ที่ได้แฟนและถูกทิ้งห่างกันแค่...ห้าวัน

            “ไอ้บ้าเอ๊ย! มึงคิดว่ามึงเป็นใครถึงทิ้งกูได้น่ะ ไอ้บ้า ไอ้งี่เง่า!”

            เพลิงไม่ใช่คนชอบอาละวาดหรอกนะ แต่ตอนนี้อารมณ์มันไม่คงที่จริงๆ ดังนั้น หมอนจึงถูกปาไปปะทะผนัง ตุ๊กตาตกไปอยู่ข้างเตียง ผ้าห่มพันขยุ้มกันอยู่ที่ปลายเท้า อีกทั้งผมเผ้ายังยุ่งเหยิง หายใจฟืดฟาด หมดมาดคนน่ารักไปเสียสิ้น

            ใครไม่อาละวาดก็บ้าแล้ว!

            เขากำลังถามตัวเองว่าถูกทิ้งเพราะอะไร

กามเกินไป*? หื่นเกินไป? อยากได้อยากโดนมากไป?*

            “โว้ย ถ้าโดนทิ้งเพราะเหตุผลพวกนั้นกูจะไม่เถียงเลยจริงๆ!” ชายหนุ่มยอมรับว่าตัวเองแรด บอกเต็มปากเต็มคำเลยด้วยว่ามีงานอดิเรกชอบมองตามตูดผู้ชาย ดังนั้น ถ้าพี่สินธุ์คนดีศรีสยามจะไม่ชอบคนแบบเขาก็ไม่แปลก แต่ประเด็นคือไม่ใช่ไง เขาโดนทิ้งด้วยเหตุผลที่บัดซบเกินรับไหว

            น้องเพลิงเป็นคนใจดี น้องเพลิงเป็นคนน่ารัก น้องเพลิงถูกพี่ทำร้าย

            “โอ๊ยไอ้บ้า กูไม่ได้ดีเลย กูเนี่ยล่ะที่จับมึงถกผ้า แล้วกูก็ไม่โดนทำร้าย กูแค่ชอบเซ็กส์ซาดิสม์ของมึง ไอ้สินธุ์เอ๊ยพี่สินธุ์!” ใจจริงอยากจะโทรไปบอกคนที่อยู่ชั้นบนหรอกนะ แต่พอตั้งสติได้ แล้วโทรไปหา เขากลับได้ยินเพียงเสียงสัญญาณตรู๊ดๆ อย่างติดต่อไม่ได้ แล้วจะให้บากหน้าไปหาตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์

            สุดท้ายก็ได้แต่มานั่งงอแงอยู่นี่ไง

            อ้อ แล้วถ้าให้โทรไประบายให้เพื่อนทั้งสองฟัง...ฝันไปเหอะ!

            เรื่องอะไรจะโทรไปบอกพวกมันว่าโดนทิ้งล่ะ เสียหน้าตายชัก

            เพราเพลิง ผู้ชายที่มักจะเป็นฝ่ายเลือก เป็นคนโดนทิ้ง แถมคนทิ้งยังเป็นผู้ชายชื่อเชย นิสัยจืดชืดอย่างพี่สินธุ์ด้วยนะ โอย ไม่ต้องเป็นแม่หมอสำนักไหน เขาก็เห็นไอ้แอนเดรียลงไปกลิ้งกับพื้นยังกับแดกกัญชา ได้เห็นไอ้เพ้นท์แม่งกลั้นหัวเราะจนหน้าดำหน้าแดง หัวเราะตะกุกตะกักบอกว่า...เอาไว้หาใหม่นะมึง

บ้าดิ กูจะเอาคนนี้

            เฮือก

            ความคิดที่เพลิงเองก็สะดุ้งโหยง จนขอแก้คำอีกรอบ

บ้าดิ*! กูจะเอาไอ้นั่นของคนนี้อะ!*

            พอคิดได้ดังนั้น สองมือที่ว่างก็คว้าของใกล้ตัวอีกครั้ง แล้วสัมผัสกับ...แจกันดอกไม้

            ขวับ

            เพลิงหันไปมองทันที แล้วพบว่าเป็นแจกันที่เขาเอามาใส่ช่อดอกลิลลี่ที่เริ่มโรยไปบ้างแล้ว จนขมวดคิ้วเข้าหากัน วางมันลงกับที่ เพราะสติแตกยังไงก็รู้ว่าการเก็บแจกันที่แตกกระจายนี่งานหนักใช่เล่น

            จากนั้นก็จ้องมันนิ่ง

            เขาขอเวลารวบรวมสตินิดนึงก่อนนะ

            ตกลงว่าที่งอแงในโรงแรมนี่ไม่เข้าหัวคนตัวโตเลยสักนิด พี่สินธุ์คิดว่าเขาโดนปล้ำ ซึ่งมันผิด เขาเนี่ยล่ะที่ลักหลับคนตัวโต พี่สินธุ์นึกว่าขืนใจเขา ซึ่งก็ผิดอีกแหละเพราะนี่ยิ่งกว่าเต็มใจ พี่สินธุ์คิดว่าตัวเองเป็นปีศาจร้ายพรากพรหมจรรย์ ก็อยากจะบอกเหลือเกินว่าไม่เหลือตั้งแต่สิบหกแล้ว และเพลิงก็อยากบอกอีกอย่างว่า...

            “กูชอบปีศาจร้ายๆ อย่างมึงอะ!”

            คนตัวเล็กสรุปกับตัวเอง แล้วก็เชิดหน้าขึ้น เสยผมยุ่งเหยิงไปด้านหลัง ดวงตาวาววับจนน่ากลัว พร้อมทั้งประกาศก้อง

            “เพลิงไม่ยอมให้จบแบบนี้หรอกนะ!”

            เขาลงทุนลงแรงไปตั้งเท่าไหร่ ก็เพื่อจะได้ปลุกสัตว์ป่าในตัวพี่สินธุ์ แต่นี่ยังไม่ทันจะได้เห็นหางเลย จะยอมปล่อยให้กลับเข้าป่าไปได้ยังไง ดังนั้น ไอ้เพลิงไม่ยอมให้มันจบแค่นี้แน่

            “เพลิงต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายทิ้งพี่ พี่ไม่มีสิทธิ์มาทิ้งเพลิง!”

            หากตอนนี้เพื่อนสนิททั้งสองมาได้ยินคงหัวเราะเสียงดังลั่นไปแล้ว เพราะดูเหมือนเพราเพลิงเองก็ไม่รู้เลยว่าพูดอะไรออกมา บางอย่างที่คล้ายกับการบอกว่า...เพลิงไม่เลิกกับพี่หรอกนะ

            งานนี้ดูเหมือนคนรักความโสดจะไม่ยอมกลับไปโสดเสียแล้ว

...................................

            หลังจากที่สรุปความคิดของตัวเองได้ เพลิงก็ไม่รอช้าที่จะไปเคาะประตูห้องของผู้ชายตัวโต หากก็มีเพียงความเงียบตอบกลับมา ไอ้ครั้นจะให้ตะโกนเรียกเป็นคนบ้าก็เกรงว่าจะเกิดปัญหากับเพื่อนบ้าน แต่ถ้าจะให้ยืนรอเป็นคนโง่ เพลิงเองก็ไม่ไหวเหมือนกัน

            สิ่งที่คนตัวเล็กทำจึงเป็นการเดินไปเคาะห้องทุกชั่วโมง หากก็...เงียบ

            “โอเค จะเล่นไม้นี้ใช่มั้ย”

            เพลิงมองประตูห้องอย่างอาฆาต ไม่รู้หรอกนะว่าอยู่ห้องหรือเปล่า แต่อย่าให้เขาจับได้เชียว

            เมื่อรู้แล้วว่าการไปดักรอหน้าห้องไม่น่าจะให้ผลลัพธ์อย่างที่ต้องการ เขาก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่ด้วยการส่งข้อความไปหาทางไลน์แทน ประเด็นคือพี่สินธุ์ไม่อ่าน จนขัดอกขัดใจ ส่วนเรื่องโทรหาน่ะไม่ต้องถามถึงเลย หนก่อนติดต่อไม่ได้ยังไง หนนี้ก็ติดต่อไม่ได้อย่างนั้น

            สิ่งที่ชายหนุ่มทำต่อมาจึงเป็นการดักรอในตอนเช้า

            เขาลงทุนลงแรงตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อลุกขึ้นมาแต่งตัว แล้วไปดักอยู่หน้าห้อง เสียเวลาเป็นชั่วโมง จนความหงุดหงิดครอบงำ พอตัดใจลงมาดูที่ลานจอดรถก็พบว่ารถดันไม่อยู่!

นี่พี่สินธุ์ออกจากห้องตั้งแต่กี่โมงเนี่ย

            พอเห็นว่าดักก่อนไปเรียนไม่ได้ผล เพลิงจึงลังเลแรงมากว่าเขาควรจะไปดักหน้าคณะหรือเปล่า

            หนก่อนๆ ที่ไปรอเจอก็เพราะยังไม่ได้คิดอะไร ไม่ใช่ว่าตอนนี้คิดแล้วหรอกนะ แต่ในฐานะแฟน (ที่ไม่รู้ว่าเป็นแค่อดีตหรือเปล่า) ไปรอหน้าตึกเพื่อเจออีกฝ่าย มันดูเหมือนคนช่างตื๊อยังไงไม่รู้ แถมคนอื่นจะมองยังไง...อ้อ นี่ไง น้องเพลิงคนที่ไอ้สินธุ์จีบ แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ไอ้สินธุ์จะไม่สนใจน้องเขาแล้วนะ น้องเขากลับมาเป็นคนตื๊อ หน้าด้านว่ะ

            อื้อหือ แค่คิดก็ไม่กล้าโผล่หน้าไปแล้ว

            หรือว่าจะเลิกสนใจแม่งดี

            “ไม่ได้!”

            เพลิงก็ไม่รู้หรอกนะว่าติดใจอะไรนักหนา จนย้ำกับตัวเองว่าเขาไม่เคยชวดผู้ชายที่ลงทุนอ่อยขนาดนี้มาก่อน ดังนั้น ต้องได้ให้ถึงที่สุด

            “อ้าวน้องเพลิง มาทำอะไรที่นี่ล่ะ”

            คนที่บอกว่าจะไม่มาดักหน้าคณะจึงมาจนได้ แถมเจอใครไม่เจอ เจอคนนี้...

            “พี่แอนดริว”

            หนุ่มลูกครึ่งไทย-รัสเซียที่โผล่มาอยู่นี่ได้ไงก็ไม่รู้ จนรีบฉีกยิ้มส่งให้ แต่ไม่วายที่หางตาจะเหลือบมองลงข้างล่าง ไม่อาจจะห้ามดวงตาที่ลุกวาวได้เลย

ยังใหญ่ไม่เปลี่ยนเลยอะ

            “ครับผม แล้วตกลงมาทำอะไรที่นิติฯ” ทว่าพออีกฝ่ายถามเรื่องนี้ขึ้นมาปุ๊บ เพลิงเองก็ละความสนใจจากเจ้าของนำเข้าเกรดพรีเมียมทันที เงยหน้าขึ้นมาสบตาคู่คม ลังเลว่าควรจะถามดีมั้ย เพราะใจหนึ่งก็ไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าดันไปมีความสัมพันธ์กับเพื่อนพี่แก กลัวว่าจะชวดคนนี้ไปด้วย แต่ในระหว่างที่สมองกำลังลังเล...

            “พี่เห็นพี่สินธุ์มั้ยครับ”

            หัวใจกลับสั่งให้ปากโพล่งไปซะอย่างนั้น

            “สินธุ์? ไอ้สินธุ์อะนะ”

มันก็มีสินธุ์เดียวปะวะพี่ มันคงไม่ใช่สินสมุทร สุดสาครหรอก

            แม้จะคิดอย่างหงุดหงิดเล็กๆ แต่ก็ไม่พูดออกไป แค่ยกยิ้มแบบเดิม มองคนที่ดูแปลกใจอย่างเห็นได้ชัด แต่พักเดียวก็หัวเราะอย่างนึกขึ้นได้

            “อ้อ พี่ก็สงสัยว่าอย่างไอ้สินธุ์ไปรู้จักน้องเพลิงได้ไง ลืมไปเลยว่าพี่เป็นคนฝากไอ้สินธุ์กลับกับน้องเพลิงหนก่อนนี่เนอะ”

นี่มึงไม่สนใจกูสักนิดเลยจริงๆ สินะ

            เพลิงแอบเบ้ปาก แล้วก็รีบฉีกยิ้มกว้าง เมื่อตาคมมองเขาอยู่

            “พี่เพิ่งแยกกับไอ้สินธุ์มาเมื่อกี้นี่เอง มันอยู่ที่ห้องสมุดคณะ”

            “ขอบคุณครับพี่ดริว งั้นเพลิงขอตัวนะ สวัสดีครับ”

            จากนั้นเพลิงก็วิ่งฉิวไปยังทิศทางที่บอกทันที ไม่สนใจของใหญ่เกรดพรีเมียม เพราะตอนนี้ความสนใจมันอยู่แค่ที่ของใหญ่ผลิตในประเทศที่ไม่รู้มโนไปถึงไหนแล้ว!

            พี่แอนดริวก็อยากได้ แต่ขอไปตามจับพี่สินธุ์ก่อนนะ!!!

..........................................

ต่อค่ะ

สินธุ์อาจจะเคยถูกบอกเลิกมาแล้วสองครั้ง แต่ไม่มีครั้งไหนเลยที่ทำให้เขารู้สึกแย่เท่าครั้งนี้

            ภายในห้องสมุดของคณะนิติศาสตร์เงียบสนิท มีเพียงนักศึกษาไม่กี่คนที่มาใช้บริการ ผิดกับช่วงใกล้สอบที่กลายเป็นสมรภูมิรบ ดังนั้น มันจึงเป็นสถานที่ที่เหมาะให้ชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลายวันที่ผ่านมา แล้วพบว่าตั้งแต่ที่เขาเมาไปเมื่อวันนั้น มันยังผ่านมาไม่ถึงสองอาทิตย์เลย

            สองอาทิตย์ที่เขาได้เจอรุ่นน้องแสนน่ารักคนหนึ่ง...คนที่รับนิสัยแปลกๆ ของเขาได้

            เมื่อไม่กี่อาทิตย์ก่อน เขายังคิดอยู่เลยว่าคนอย่างเขาไม่ควรที่จะมีความรัก เพราะเมื่อเขาเกิดความรู้สึกที่อยากข้ามจากรักไปเป็นสัมผัสทางกาย ทุกอย่างก็จะพังไม่เป็นท่าอยู่ดี ใครจะรับได้กับนิสัยแปลกๆ ที่ชอบมีเซ็กส์รุนแรงอย่างเขา แต่หลังจากนั้นไม่กี่วัน เขากลับกลืนน้ำลายตัวเองและคิดว่าเขาอยากที่จะรักผู้ชายอีกคน

            พอสินธุ์รู้ว่าน้องเพลิงไม่ถือโทษโกรธนิสัยแปลกๆ ของเขาก็เกิดความหวังเรืองรอง

            มันอาจจะฟังดูเลวมากที่คิดอยากคบหากับอีกฝ่ายเพียงเพราะทางนั้นรับรสนิยมของเขาได้ แต่สินธุ์ก็ชอบน้องเพลิงมากขึ้นทุกที ไม่ว่าจะเป็นท่าทางเขินอาย ตอนที่ยิ้มหวานน่ารัก หรือแม้แต่ตอนที่เดินเข้ามาขอเขามีอะไรด้วยความแก่นเซี้ยว หากแต่แฝงด้วยความใจดีที่อยากช่วยเขาปลดปล่อย ไม่รู้สิ น้องเพลิงแปลกแต่น่ารัก มีเสน่ห์และน่าดึงดูด

            สินธุ์รู้ว่านิสัยเราค่อนข้างต่างกัน แต่เขากลับชอบอีกฝ่ายมากขึ้นทุกขณะ

            คนที่หันมาถามเขาว่าทานข้าวเช้าหรือยังแล้วแบ่งขนมปังกันกินคนละครึ่ง...น่ารักชะมัด

            มันชอบจนคิดว่าทุกอย่างจะกลายเป็นความรักได้ไม่ยากเย็น

            หากความคิดนั้นก็พังทลายลงเมื่อหลายวันก่อน เมื่อตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าเขาทำผิดอีกแล้ว

            ทันใดนั้น ผู้ชายตัวโตก็เกิดความกลัวขึ้นมา

            เขากลัวน้องเพลิงจะมองด้วยสายตารังเกียจ กลัวว่าอีกฝ่ายจะหวาดกลัว และกลัว...ถูกบอกเลิก

            “คบกันมาไม่ถึงอาทิตย์แต่ทำไมกลัวได้ขนาดนี้วะ”

            สินธุ์อดไม่ได้ที่จะนึกถึงการเลิกราที่จบไม่สวยทั้งสองครั้งที่ผ่านมา แฟนเก่าทั้งสองมองเขาด้วยแววตาหวาดกลัว ท่าทางอึดอัด แล้วบอกว่าความต้องการทางเพศเขารุนแรงไป และรับไม่ได้ มันให้ความรู้สึกที่ว่าเขาเป็นคนโรคจิตคนหนึ่งจนสินธุ์เองก็นึกกลัวที่จะมีความสัมพันธ์กับใคร

            เขาคิดได้ยังไงนะว่าคราวนี้จะราบรื่น

            แม้น้องเพลิงจะบอกว่าไม่โกรธ แต่แล้วน้ำตาที่ร้องห่มร้องไห้นั่นล่ะ

            ไหนจะความคิดที่อยากทำให้น้องเพลิงหลั่งน้ำตามากกว่านั้น

            เห็นมั้ย แค่คิดสินธุ์ยังรู้สึกเลยว่าไม่มีทางมีใครรับเขาได้หรอก

            ในเมื่อชายหนุ่มไม่อยากให้เด็กคนนั้นมองเขาด้วยสายตาหวาดกลัว การถอยออกมาก่อนที่จะถลำลึกเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะถ้าน้องเพลิงบอกเลิกเขาด้วยเหตุผลเดียวกันกับแฟนเก่า เขาเองก็คงเซ

            ความคิดที่ทำให้ดึงโทรศัพท์มือถือขึ้นมามองหน้าจอ แล้วพบข้อความเตือนทิ้งไว้ของเมื่อเช้า

            ไม่ใช่แค่เมื่อเช้าหรอก แต่อีกฝ่ายส่งข้อความมาหาเขาได้หลายวันแล้ว หลายวันที่ไม่กล้าสู้หน้า และทำตามอย่างที่ลั่นวาจา...จะไม่เข้าใกล้น้องเพลิงเด็ดขาด

            “เฮ้อออ พี่ขอโทษนะ”

            ใจอยากจะตอบแค่ไหนก็คงตอบไม่ได้หรอก

“ถ้าจะขอโทษก็บอกกันต่อหน้าสิ ไม่งั้นเพลิงจะรู้ได้ไง”

            ทันใดนั้น สินธุ์เองก็สะดุ้งเฮือก เมื่อมีเสียงคุ้นเคยดังขึ้นด้านหลัง จนแทบจะหันขวับกลับไปด้วยความตกใจ ทว่า...

            ฟึ่บ

            ร่างสูงยังไม่ทันที่จะลุกขึ้นจากเก้าอี้ด้วยซ้ำ ร่างเล็กๆ ตัวหอมๆ ก็จัดการกดหัวไหล่ทั้งสองข้าง อาศัยความปราดเปรียวขึ้นมานั่งคร่อมทับอยู่บนตักของเขาด้วยการหันหน้าเข้าหากัน สองมือวางพาดที่หัวไหล่จนสินธุ์เองก็เบิกตากว้าง

            ท่านี้มัน...โคตรอันตราย

            ท่าทางที่เจ้าของตักกลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ ไม่ใช่แค่ไร้ทางหนีแต่...ใกล้ไป

            พอน้องเพลิงมานั่งคร่อมทับตัก แยกขาออกกว้าง มันก็ทำให้ร่างกายแทบจะแนบชิดกัน ตาคมเองก็เห็นใบหน้าน่ารักชัดถนัดตา ทั้งดวงตากลมโตที่กำลังหรี่ลงอย่างขุ่นเคือง แก้มใสที่แดงก่ำและหยดเหงื่อที่ล้อมกรอบใบหน้าจากการวิ่งมาถึงนี่ ริมฝีปากที่พ่นลมหายใจหอบออกมาแรงๆ ทั้งหมดทั้งมวลทำให้สินธุ์นั่งไม่ติดที่

            เขา...อยากยื่นมือไปเช็ดเหงื่อให้

            ความรู้สึกที่ว่าน้องเพลิงช่างน่ารักน่ารังแกแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง

“จับพี่สินธุ์ได้แล้ว”

            กึก

            ทันทีที่ใบหน้าน่ารักส่งยิ้มดีใจมาให้ สินธุ์ก็รู้สึกว่า...โลกทั้งใบช่างสว่างไสว

            เขาคนที่มีแต่คนหนีหาย แต่ครั้งนี้น้องเพลิงมาวิ่งหาเขา

            ทว่า...

            “น้องเพลิงลุกเถอะ พี่บอกแล้วไงว่าอย่าเข้าใกล้พี่”

            “ไม่!”

            คนตัวเล็กย่นจมูก ทิ้งหัวลงแนบบ่า เอียงคอ ช้อนตาขึ้นมอง

            “ไม่ปล่อยหรอกคนขี้มโน”

น่ารักชะมัด*!*

            สินธุ์พยายามห้ามมือไม้ที่จะเลื่อนไปกอดอีกฝ่ายเอาไว้ หันหน้าหนีไปอีกทาง มือก็ดันกรอบแว่นให้ชิดดั้งจมูกเพื่อตั้งสติ ทั้งที่เหงื่อแตกพลั่ก มองซ้ายมองขวาจะหาข้ออ้างหนี แต่เขาดันมานั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่ด้านในสุด แถมเป็นมุมประจำที่มีแค่เพื่อนไม่กี่คนที่รู้ มันเลยกลายเป็นมุมอับสายตาที่คนนอกมองมาไม่เห็น

            “ลุกเถอะ เดี๋ยวคนอื่นมาเห็นจะไม่ดี”

            เขาพยายามบอกด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

            “พี่สินธุ์~” หากคนตัวเล็กก็เรียกกลับอย่างอ้อนๆ แถมยังเอาหน้าผากถูไถไปมาบนบ่าของเขาอีก

            “พี่จะทิ้งเพลิงจริงอะ”

            ขวับ

            “พี่เปล่า!”

            เขาไม่มีความคิดนั้นในหัวเลย เขาแค่...แยกตัวออกมาก่อนถลำลึกต่างหาก

            “แต่พี่บล็อกเบอร์เพลิง ไม่ตอบไลน์เพลิง หนีหน้าเพลิง แบบนี้แปลว่าพี่จะทิ้งเพลิงจริงๆ สินะ ทั้งที่พี่เป็นแฟนคนแรกของเพลิงแท้ๆ พี่ทำแบบนี้กับเพลิงได้ยังไง” คนฟังแทบจะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดปลอบ เมื่อเห็นน้ำตาหยดใสที่ซึมตรงหางตา แถมยังเสียงสั่นๆ ที่ฟังดูเหมือนเขาเป็นไอ้สารเลวที่ทำร้ายคนน่ารักได้ลงคอ

            อีกทั้ง...แฟนคนแรก

            “พี่หรือ” สินธุ์ถามอย่างอึ้งสนิท เพราะคนน่ารักคนนี้เนี่ยนะที่ไม่เคยมีแฟน เป็นไปได้หรือเนี่ย

            “อื้ออออ ไม่เชื่อไปถามแอนเดรียได้เลย”

            หัวใจคนฟังสั่นจนควบคุมไม่อยู่

ไม่ได้ไอ้สินธุ์ ไม่ได้*!*

            “แต่พี่ทำร้ายน้องเพลิงนะ พี่ไม่มีหน้าไปเจอน้องเพลิงแล้วล่ะ”

            “งั้นถ้าเพลิงบอกว่าพี่ไม่ได้ทำร้ายเพลิงล่ะ” สินธุ์ชะงัก มองเข้าไปในดวงตากลมโตที่ฉ่ำด้วยน้ำตา แล้วมันก็หลุบลงต่ำเสียน่าสงสาร

            “ถ้าเพลิงบอกว่าเพลิงไม่รังเกียจสิ่งที่พี่ทำสักนิดล่ะ”

            “แต่ว่าพี่ปล้ำน้องเพลิงนะ” คนฟังว่าอย่างอัดอั้นตันใจ แล้วว่าต่อด้วยเสียงที่เข้มขึ้น

            “พี่บังคับให้น้องเพลิงอมของพี่ ทำให้น้องเพลิงต้องร้องห่มร้องไห้ ทำให้น้องเพลิงเสียใจ พี่จะเชื่อได้ยังไงว่าน้องเพลิงจะรับในสิ่งที่พี่เป็นได้ น้องเพลิงก็ได้เห็นแล้วว่าเวลาแบบนั้น พี่ค่อนข้างจะ...รุนแรง” สินธุ์บอกด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด คิดว่าถึงเวลาที่เขาควรจะรีบลุกออกไปได้แล้ว กับแค่รุ่นน้องตัวนิดเดียว ทำไมเขาจะยกไม่ขึ้น

            หมับ

            หากอีกฝ่ายก็เหมือนจะรู้เพราะกอดคอแน่น

            “พี่สินธุ์ มองเพลิง”

            คนตัวโตยังหันหนีไปทางอื่น ซึ่งเพลิงก็จับเข้าที่แก้มแล้วดันให้กลับมาสบตา

            “พี่สินธุ์ฟังดีๆ นะ”

            “...”

            ดวงตาทั้งสองคู่สบประสานกัน แล้วเพราเพลิงก็บอกออกมาเต็มเสียง

“เพลิงชอบพี่สินธุ์นะครับ”

            “!!!”

            คราวนี้แหละ คนฟังนิ่งงันไปเลย ตกใจจนพูดไม่ออก ได้แต่มองใบหน้าน่ารักที่แย้มยิ้มน่ามอง หัวเราะเบาๆ กับท่าทางตกใจของเขา แต่ยังเอ่ยย้ำขึ้นมาอีกครั้ง

            “ชอบจริงๆ นะ”

            แม้ว่าจะเจอเรื่องพวกนั้น น้องเพลิงก็ยังชอบเขาน่ะหรือ

            ความคิดของคนที่เงียบกริบ ไม่มีแรงลุกแล้วด้วย ได้แต่ปล่อยให้คนตัวเล็กเบียดกายเข้ามาชิดอกมากยิ่งขึ้น กลับไปซบบ่าเขาตามเดิม ฝังริมฝีปากลงกับซอกคอของเขา บอกด้วยน้ำเสียงสดใสที่ทำให้คนฟังแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง

            “พี่สินธุ์สบายใจได้ ไอ้ที่พี่สินธุ์กลัวน่ะ เพลิงไม่คิดมากเลยสักนิด เพลิงชอบนะที่พี่บังคับเพลิงแบบนั้น เพลิงชอบเป็นรองเวลาอยู่บนเตียงอะ แล้วบางทีพี่สินธุ์ก็ควรจะตีความได้แล้วนะว่าน้ำตาของเพลิง ไม่ได้แปลว่าเสียใจหรอก เวลามันไหลบนเตียงน่ะมันชอบสุดๆ ต่างหาก ส่วนหนก่อนที่ร้องไห้กอดพี่ก็เพราะพี่ดันทำแค่นั้นน่ะสิ ทำก็ไม่ทำจนสุด...ฟังอยู่ใช่มั้ยพี่สินธุ์”

            คนฟังกะพริบตาหลายที หากก็พยักหน้ารับ

            “หนนี้ตั้งใจฟังชัดๆ นะ”

            “...ครับ”

            น้องเพลิงยิ้มหวานปานน้ำผึ้ง แล้วโน้มมากระซิบข้างหู

            “เพลิงชอบที่พี่สินธุ์ทำแรงๆ กับเพลิง...โคตรชอบเลย”

            คนฟังงี้ตาโตขึ้นมาทันที หันกลับมาแล้ว...

            “!!!”

            อีกครั้งที่นายสินธุ์ถึงกับเบิกตากว้าง เพราะริมฝีปากน่ารักแตะลงมาบนปากของเขา แนบชิดกันจนแนบแน่นเสียจนคนที่มีกฎว่าสามเดือนจับมือ หกเดือนได้กัน หากแต่นี่โดนจูบตั้งแต่อาทิตย์ที่สองถึงกับทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ปล่อยให้รุ่นน้องมอบจูบให้แบบนั้น ลิ้นนิ่มๆ ก็เลียปากเขาจนตัวสั่น

            จากนั้น น้องเพลิงก็ผละออกไปเลียปากตัวเองที่ทำให้ดู...เซ็กซี่สัสๆ

            “ไม่ว่าอะไรที่พี่สินธุ์ทำกับเพลิง เพลิงรับได้ทุกอย่าง...โอเคนะ”

            สินธุ์ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะได้ยินคำนี้ จนถามเสียงเบา

            “น้องเพลิงไม่กลัวพี่หรือ”

            “ฮื่อ ก็บอกแล้วไงว่าชอบ”

            หมับ

            สินธุ์ยกมือขึ้นโอบรอบแผ่นหลังเล็กทันที กอดกระชับเข้ามาจนเนื้อตัวแทบไร้ช่องว่าง ซบหน้ากับเรือนผมนุ่มนิ่ม แล้วริมฝีปากก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกว้าง เผยให้เห็นผู้ชายหน้าคมที่หล่อขึ้นเป็นกอง ดวงตาทั้งยินดีทั้งโล่งอก แถมยังติดจะอ่อนหวาน

            “ขอบคุณนะ”

            “ถ้าจะขอบคุณก็ห้ามหนีเพลิงอีกนะ”

            “ไม่หนีแล้ว พี่ขอโทษ”

            “รู้มั้ยว่าเพลิงไปรอหน้าห้องพี่มากี่วันแล้ว”

            “ขอโทษครับ”

            “แล้วรู้มั้ยว่าเพลิงโทรหาพี่กี่ครั้ง รู้มั้ยว่าโดนบล็อกเบอร์น่ะใจเสียนะ”

            “พี่ขอโทษ”

            “ไลน์ก็เหมือนกัน ทีหลังไลน์ไปต้องตอบนะ ไม่ตอบจะโกรธ”

            “พี่ขอโทษจริงๆ”

            ไม่ว่าอะไรที่น้องเพลิงว่า สินธุ์ก็พร้อมรับผิดทุกอย่าง กระทั่ง...

            “แล้วถ้าพี่อยากทุ่มเพลิงลงเตียงก็ทำเลยนะ เพลิงไม่ถือ”

            “พี่ขะ...ห้ะ!” สินธุ์ที่กำลังรู้สึกผิดเงยหน้าขึ้นทันที ผละออกห่างนิดเพื่อมองใบหน้าที่ฉายชัดถึงความจริงจัง ไร้ซึ่งวี่แววล้อเล่น ยืนยันอีกทีที่ทำให้คนที่ถูกบอกเลิกเพราะเรื่องแบบนี้มาแล้วโล่งใจ

            “เพลิงบอกแล้วว่าเพลิงรับได้”

            จากความตกใจเปลี่ยนเป็นความโล่งอก จากความโล่งอกเปลี่ยนเป็นความเอ็นดู จากความเอ็นดูเปลี่ยนเป็นความอ่อนหวาน ดวงตาคู่คมมองใบหน้าน่ารักที่กำลังบอกอย่างมั่นอกมั่นใจ แล้วเขาจะทำอะไรได้ล่ะนอกจากยื่นมือไปลูบแก้มเบาๆ

            หมับ

            “พี่สินธุ์~”

            อีกแล้ว น้องเพลิงเรียกเขาด้วยเสียงน่ารักเสียจนใจสั่นอีกแล้ว ทั้งยังจับมือไปกุมไว้ เอาแก้มมาถูไถเบาๆ

            “ตกลงเรายังเป็นแฟนกันอยู่ใช่มั้ย”

            “ถ้าน้องเพลิงยังอยากเป็น” ร่างสูงตอบด้วยความกังวล เพราะสิ่งที่เขาทำอาจจะทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจแล้วก็ได้ แต่การที่รุ่นน้องยิ้มพออกพอใจก็ทำให้รู้ว่าไม่จำเป็นต้องกลัว

            “แล้วพี่สินธุ์ไม่ได้ทิ้งเพลิงใช่ป่ะ” อีกฝ่ายถามต่อ

            “พี่ไม่เคยคิดจะทิ้งน้องเพลิงเลยนะ”

            พอเห็นคนตัวเล็กยิ้มกว้างอย่างพอใจในคำตอบ สินธุ์ก็เกิดคำถามว่าทำไมเขาถึงพูดว่าจะไม่เจออีกฝ่ายออกไปกันนะ ทั้งที่รอยยิ้มนี้ทำให้เขารู้สึกสบายใจ ทั้งที่น้องเพลิงรับสิ่งที่เขาเป็นได้ จนฟังไม่ถนัดตอนที่ร่างเล็กพึมพำออกมาเสียงเบา

            “เห็นมั้ยล่ะมึงว่ากูไม่ได้โดนทิ้ง”

            “หืม”

            “เปล่าครับๆ งั้นเอาเป็นว่าพี่สินธุ์ห้ามทำแบบหนที่แล้วอีกนะ น้าาา” พอเจออ้อนแบบนี้ มีหรือที่สินธุ์จะสู้ได้ ได้แต่พยักหน้ารับคำ เพราะถ้าน้องเพลิงไม่กลัวเขา เขาเองก็ไม่มีเหตุผลที่ต้องถอยห่างออกมาเพื่อความปลอดภัยของอีกฝ่ายนี่นะ

            “จับได้แล้ว”

            “ว่าไงนะครับ”

            “เพลิงบอกว่าเพลิงจับพี่สินธุ์ได้แล้วไง” แล้วคนบนตักก็โถมตัวมากอดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ทำเอาหัวใจผู้ชายตัวโตพองโต ได้แต่กอดกลับอย่างทะนุถนอม ตอกย้ำความเชื่อว่าความชอบนี้จะเปลี่ยนเป็นความรักได้ในที่สุด

            หากสินธุ์ก็ไม่เห็นเหมือนกันว่าคนน่ารักที่ว่ากำลังซบหน้าอยู่บนบ่าด้วยหน้าตาแบบไหน...รอยยิ้มเจ้าเล่ห์และสมใจไงล่ะ

            เพราเพลิงเหลือบตามองเจ้าของอ้อมกอด หัวเราะในลำคอ

หึๆ อย่าหวังจะหนีกูพ้นเลย ถ้ากูยังไม่ได้ใช้งานเจ้าสิ่งที่นั่งทับอยู่นี่*!*

            เพลิงยืนยันอีกทีว่า...เขาชอบพี่สินธุ์นะ

            ใช่ เขาชอบอาวุธของพี่สินธุ์ยังไงล่ะ

            คนตัวเล็กที่ไม่เคยวิ่งตามใครยังคงยืนยันกับตัวเองว่านี่ก็แค่กลัวเสียหน้าที่ถูกทิ้งก่อน แค่ทำตามใจและกายอยาก ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของหัวใจเลยสักนิดเดียว

            เชื่อเหอะว่าไม่ได้ทุรนทุรายเพราะโดนทิ้งเลยจริ๊งจริง

...................................................................


ครบค่ะ เชื่อมั้ยล่ะว่าน้องเพลิงไม่ได้ทุรนทุราย ฮ่าา มาเอาใจช่วยกันดีกว่าว่าน้องเพลิงจะจับพี่สินธุ์จนอยู่มั้ย

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #สัตว์ร้ายของผม นะคะ


ความคิดเห็น