เมื่อเธอ ดาด้า มีโอกาส​ได้มีชีวิตอีกครั้งแล้วทำไมเธอจะต้องทนแต่งงานตามคำสั่งบิดา และเขา อุนางิ ยูยะชายหนุ่มที่อยู่ๆ ครอบครัวก็ล้มละลายที่ชีวิตก็วุ่นวาย​พออยู่แล้ว กลับต้องมาเจอสาวจอมยั่วที่จ้องจะจับเขารีดน้ำเชื้อตลอดทั้งวัน ...Shadow Black...

ตอนที่ 23/2​ คำบอกรัก (หรือบอกลา)​

ชื่อตอน : ตอนที่ 23/2​ คำบอกรัก (หรือบอกลา)​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.3k

ความคิดเห็น : 51

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ธ.ค. 2561 02:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23/2​ คำบอกรัก (หรือบอกลา)​
แบบอักษร

"เชอะ เสียใจไม่ให้อภัย" 

ยูยะเบะปากใส่ก้าวเดินหนีภรรยาตัวดี ก่อนที่มุมปากจะกระตุกยิ้ม เพราะเขาไม่ได้คิดโกรธจริงจังสักเท่าไหร่และอย่างน้อยการโดนตบมันก็ดีกว่าการที่วราลีไม่ฟังให้จบแล้ววิ่งหนี จนเขาอาจจะโดนไล่ออกจากบ้านไปโดยโดนกล่าวหาว่าคบชู้กับน้องสะใภ้

"พี่ด้า ฮึก!!~ ขวัญขอโทษนะ" 

"ช่างเถอะเอาก็อยู่ เอิ่ม พี่หมายถึง พี่เอาอยู่" 

วราลีพูดอธิบายใหม่เมื่อน้องสาวและแยมทำหน้างงกะพริบตา​กับคำพูดกำกวม​ของเธอก่อนจะเปลี่ยนเป็นสำนึกผิดเมื่อวราลีทำสายตาดุใส่

ร่างบางสาวเท้าไปหยุดตรงหน้าหญิงสาวเจ้าของนัยน์ตาสีดำจ้องมองด้วยสายตาตำหนิจนหญิงสาวต้องกลืนน้ำลายลงคอหลับตาสะดุ้งเมื่อมือเรียวของวราลีง้าง​ขึ้นเหมือนจะตบเธออีกคนเป็นไปรายต่อไปทว่ากลับผิดคาดเมื่อมือบางวางลงบนบ่าก่อนจะออกแรงบีบเบาๆ 

"แยมห้ามไปเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟังเด็ดขาดเข้าใจไหมไม่งั้นพี่จับเราสังหารโหดแน่" 

"ขะ เข้าใจค่ะแยมจะไม่บอกใคร" 

"ดีมาก" 

วราลีพยักหน้าส่งยิ้มกว้างเพราะถ้าเรื่องนี้รู้ถึงหูเพื่อนๆ ของสามีวราลีกลัวว่ายูยะจะโดนล้อเพราะการหึงโหดของเธอ ก่อนจะหันมาหาน้องสาวที่ยืนก้มหน้านิ่ง 

"ส่วนขวัญเราจะยืนตรงนี้อีกนานไหม จะรอให้ผัวหอบผ้าหนี้ก่อนเหรอถึงจะไปง้อ หือ~"

"จริงด้วย งั้นขวัญขอตัวก่อนนะคะ"   

วิภาดาเบิกตากว้างเมื่อเธอรู้สึกผิดจนทำอะไรไม่ถูก เพราะจะวิ่งไปหาสามีทั้งที่พี่สาวยังเข้าใจผิดก็ไม่ได้ ทว่าเมื่อวราลีดูจะเข้าใจอะไรง่ายดายเสียเหลือเกิน 

ขาเรียวรีบวิ่งเข้าไปในคฤหาสน์​ทันที วิภาดาหยุดนิ่งหน้าห้องนอนของเธอที่ประตูเปิดอ้าซ่า มองดูร่างใหญ่ของชายที่รักนั่งอยู่บนเตียงทำเพียงเหลือบตามองเธอเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะหันไปจ้องมองกล่องกำมะหยี่​สีน้ำเงินเล็กๆ ในมือต่อ

"พี่ฟีนิกซ์​ค่ะ คือฟังขวัญก่อนนะคะ" 

หญิงสาวก้าวเดินก่อนหยุดอยู่ตรงหน้าสามีที่ยังคงมองกล่องกำมะหยี่​เช่นเดิมราวกับเธอไม่มีตัวตนจนคนตัวเล็กน้ำตาคลอ

"ทั้งหมดที่พี่เห็นมันไม่ใช่นะ ขวัญไม่ได้บอกรักพี่ยูยะ ตอนนั้นขวัญแค่กำลังซ้อมบอกระ รักพี่ฟีนิกซ์​อยู่" 

"...." 

"พี่ฟีนิกซ์​ได้ยินขวัญไหม"

"...."

"อย่าเงียบแบบนี้สิคะ พูดอะไรสักอย่างสิ ฮึก!!~"

เสียงหวานเริ่มสั่นเครือ​เมื่อคนตัวใหญ่ทำราวกับเธออยู่คนละมิติ เป็นเพียงอากาศไร้ซึ่งตัวตน จนรู้สึกเจ็บปวดจุกไปหมดก่อนจะสะดุ้งเมื่อสามีลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเดินมาเผชิญหน้า​กับเธอ ดวงตาคมสีน้ำตาลที่เคยอ่อนโยนราวแสงอรุณ​ยามเช้าที่สดใสเปลี่ยนเป็นเย็นชามืดมนราวเธอเป็นคนอื่นคนไกล 

"ที่ถามวันนั้นไม่ได้อยากฟังคำว่ารัก และถ้าลำบากนักเราจบทุกอย่างแค่นี้เถอะ"

"มะ หมายความว่ายังไงขวัญไม่เข้าใจ" 

"ก็หมายถึงเราหย่า ไม่สิ" 

ฟีนิกซ์ส่ายหน้าเล็กน้อยเมื่อเขาแค่ทำการหมั้นหมายเท่านั้นยังไม่มีการแต่งงานใดๆ ทั้งสิ้นจะพูดว่าหย่าคงไม่ถูก 

"เรายกเลิกการแต่งงานเถอะ หยุดแค่นี้พี่รู้มาตั้งแต่แรกว่าขวัญไม่เคยอยากแต่งงาน แค่ไม่อยากปฏิเสธ​แม่ก็เท่านั้น จนมาถึงวันนี้แม้แต่คำว่ารักขวัญยังลำบากใจที่จะพูดขนาดนี้พี่ก็ไม่คิดจะฝืนใจขวัญอีกต่อไป" 

"ขวัญ ฮึก รักพี่จริงนะไม่ได้ฝืนใจ"  

มือเรียวจับข้อมือใหญ่เขย่าไปมา อยากจะโผเข้ากอดทว่าคนตัวใหญ่กับเบี่ยงตัวหลบ จนวิภาดารู้สึกหนาวเหน็บ​ราวถูกสาปเมื่อใบหน้าหล่อช่างเรียบนิ่งเย็นชาแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

"คือทุกครั้งที่ขวัญจะบอกรักและได้มองหน้าพี่ฟีนิกซ์​ ขวัญตื่นเต้นจนจะเป็นลม เลยทำให้พูดไม่ได้"

"ตอนนี้ที่บอกรักได้แล้วมันยังไงเหรอ เมื่อพูดแค่ปากเท่านั้น!!" 

หมับ!! 

"โอ๊ย!! พี่ฟีนิกซ์​ขวัญเจ็บ ฮือ!!~"  

วิภาดาร้องด้วยความตกใจและเจ็บปวดเมื่อมือใหญ่จับข้อมือเธอบีบอย่างแรงเหมือนจะให้แหลกคามือจนปวดราวระบม 

คนตัวเล็กพยายามใช้มือแกะออกทว่ากลับไร้ผลเมื่อมือใหญ่แข็งแกร่งราวเหล็กกล้า ก้าวถอยหลังเมื่อร่างใหญ่ย่างเข้ามาใกล้ จนแผ่นหลังเนียนแนบชิดกับผนังห้อง จ้องมองใบหน้าเรียบนิ่งเฉยเมยทว่าด้วยหยาดน้ำตา

"ถามจริงเถอะ เคยใส่ใจความรู้สึกกันบ้างไหม เคยคิดไหมว่าการที่ตื่นมาแล้วพบว่าคนที่รักหายไปไหนก็ไม่รู้จนแทบเป็นบ้ามันเป็นยังไง ความรู้สึกเป็นห่วงเวลารับรู้ว่าคนรักยังไม่ได้กินอะไรมันเป็นยังไง ความรู้สึกอยากทำของอร่อยๆ ให้คนที่รักกิน อยากอยู่ใกล้ๆ อยากดูแลเอาใจใส่ เคยคิดทำบ้างไหม!!"

" ฮือ ฮือ!!~"

วิภาดาทำได้เพียงร้องไห้ปากบางเม้มเข้าหากันเมื่อไม่รู้จะพูดหรือตอบอะไร เพราะมันจริงทุกอย่าง!! เธอช่างเป็นเด็กไร้เดียงสา ตลอดเวลามีเพียงชายหนุ่มที่ดูแลเอาใจใส่ ในขณะที่เธอเป็นเพียงผู้รับ 

"ที่ถามไม่ได้อยากได้คำว่ารัก แต่อยากได้การดูแลเอาใจใส่ รักใครก็พูดได้ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องพูดจะได้กว่า"

ร่างคนตัวเล็กค่อยๆ ทรุดลงนั่งบนพื้นอย่างอ่อนแรงเมื่อมือใหญ่ปล่อยข้อมือเธอเป็นอิสระ​ มือเรียวยกขึ้นกอดตัวเองเมื่อเธอรู้สึกเหน็บหนาวราวอยู่ท่ามกลางหิมะ ความเจ็บปวดของข้อมือที่ถูกบีบจนเป็นรอยมันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บของหัวใจ

ดวงตาสวยช้อนขึ้นมองร่างใหญ่ที่ยืนจ้องเธอนิ่ง ในแววตาไม่มีแม้แต่ความเห็นใจ สงสาร จนวิภาดาคิดว่าคำว่า 'รัก'​ คงหายไปจากผู้ชายที่ชื่อ ฟีนิกซ์​ อลาโน่ แล้ว ทว่าก็เข้าใจหากชายหนุ่มจะหมดรักเพราะเธอช่างไม่มีอะไรคู่ควรกับผู้ชายคนนี้เลยสักนิด!! 

"มีของขวัญจะให้"

 ตุบ!!~

ดวงตาสวยที่อาบไปด้วยหยาดน้ำตาจ้องมองกล่องกำมะหยี่​สีน้ำเงินที่ถูกมือใหญ่ปล่อยลงพื้นจนแตกเผยให้เห็นสร้อยเงินพร้อมจี้เหรียญ​วงกลมเล็กๆ น่ารักขนาดเท่าเหรียญ​บาท เอื้อมไปหยิบจ้องมองด้วยมืออันสั่นเทา

"ตอนแรกมันคงเป็นของขวัญครบรอบหนึ่งเดือนที่หมั้นกันแต่ตอนนี้ ฮึก!!~" 

ใบหน้าหล่อเงยขึ้นเมื่อเขาเองก็เจ็บปวดไม่ต่างกัน ทว่าเขายอมแพ้แล้วการทุ่มเทฝ่ายเดียวมันเหนื่อยเขาควรจะพักและพอได้แล้ว 

"ตอนนี้มันคงเป็นของอำลา ขอให้ขวัญเจอผู้ชายดีๆ นะ"

"มะ ไม่ อย่าไปนะ ฮือ!! ขวัญขอโทษ" 

มือบอบบาง​ไขว่คว้า​ได้เพียงสายลมเมื่อเรี่ยวแรงจะเดินตามยังไม่มี ดวงตาร้อนผ่าวราวมีไฟเผา สมองอืออึ้งคล้ายกำลังระเบิด ได้แต่กำสร้อยที่เป็นตัวแทนของชายที่รักแน่นเมื่อฟีนิกซ์​กำลังจากไป  

"ไม่ มันต้องไปเป็นแบบนี้ ฮือ!!~" 


ยูตะบอกปวดหัวแทนเลย เกี่ยวไหมไม่รู้แค่อยากลงรูปนี้ จะสงสารขวัญหรือไม่สงสารก็ไม่รู้เรื่องนี้ แต่ที่รู้ๆ ช่วงนี้เหนื่อยมากอาจจะอัพช้าหน่อยๆ นะครับ

อย่าแอบมองกันนะจ๊ะ  1 คอมเมนท์เป็นดั่งเชื้อไฟในการปั่นตอนใหม่❤️❤️​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว