เมื่อเธอ ดาด้า มีโอกาส​ได้มีชีวิตอีกครั้งแล้วทำไมเธอจะต้องทนแต่งงานตามคำสั่งบิดา และเขา อุนางิ ยูยะชายหนุ่มที่อยู่ๆ ครอบครัวก็ล้มละลายที่ชีวิตก็วุ่นวาย​พออยู่แล้ว กลับต้องมาเจอสาวจอมยั่วที่จ้องจะจับเขารีดน้ำเชื้อตลอดทั้งวัน ...Shadow Black...

ตอนที่ 23/1 คำบอกรัก

ชื่อตอน : ตอนที่ 23/1 คำบอกรัก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.7k

ความคิดเห็น : 61

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ธ.ค. 2561 23:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 23/1 คำบอกรัก
แบบอักษร

"ไม่มีปัญหาหรอกถ้าขวัญของยายต้องการ แต่ตอนนี้ยายว่าขวัญกลับไปก่อนดีกว่าเดี๋ยวมีคนมาเห็นมันจะไม่ดี"

"เดี๋ยวค่ะ"  

มือเรียวคว้ามือของคุณยายไว้แน่นเมื่อร่างท้วมของหญิงชรากำลังจะเข้าห้องนอน 

"ขอขวัญร่วมด้วยนะคะ ขวัญอยากเห็นกับตาเวลามันตาย"

"ไว้ยายจะบอกนะ อาทิตย์​นี้ยายคงต้องไปร่วมพิธีเปิดสาขาใหม่ที่ประเทศอังกฤษ แต่คงไม่นานเกินรอมารชีวิต​ของหลานยายได้หายไปแน่ ยายสัญญา"

"ขอบคุณ​ค่ะ" 

ร่างบางกอดคุณยายอีกครั้ง ดวงตาสวยหลับลงก่อนจะลืมตาขึ้นมุมปากกระตุกยิ้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นฉีกยิ้มกว้างเต็มไปด้วยความดีใจ

"ขวัญ​รักคุณยายนะคะ"

"ยายก็รักขวัญจ้ะ" 

วิภาดาผละออกจากอ้อมกอดโบกมือให้คุณยายด้วยรอยยิ้มแสนหวานทว่าเพียงบานประตูไม้แกะสลัก​ถูกปิดลงรอยยิ้มสดใสพลันมลาย​หายไปในพริบตา 

ร่างบางหนุนตัวก่อนก้าวเดินลงบันไดช้าๆ มือเรียวจับราวบันไดแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือเมื่อสายตาเริ่มพร่ามัว ขาเรียวเริ่มสั่นอ่อนแรงเหมือนจะเป็นลม 

หมับ!! 

"เดินดีๆ เดี๋ยวก็ตกบันไดคอหัดตายเปลืองเงินค่าจัดงานศพอีก"

"พี่ยูยะ ฮือ!!"

วิภาดาเงยหน้าขึ้นมองยูยะทั้งน้ำตาที่เข้ามาโอบประคองเธอก่อนที่จะเสียหลักตกบันไดเสียชีวิตไปซะก่อน 

มือบอบบางที่เย็นเฉียบจับแขนแกร่งของพี่เขยที่ช่วยประคองเธอลงบันไดราวเป็นที่พึ่งเดียวในเวลานี้

"ขวัญไหวรึเปล่าเนี่ย"

"ไม่ค่ะ ไม่ไหว ฮึก!!~" 

ยูยะจ้องมองวิภาดาที่ส่ายหน้าไปมาน้ำตาอาบสองแก้มด้วยความสงสารก่อนจะพยุงร่างบางนั่งลงที่เคาน์เตอร์บาร์หินขัดสุดหรู เดินไปหาน้ำหวานให้น้องสะใภ้ดื่ม

"ขวัญ ฮึก!!~ กลัวแทบตายรู้ไหมคะ กลัวว่าถ้าแสดงไม่แนบเนียนถูกจับได้ขึ้นมา พี่ด้าจะเป็นอันตราย ฮือ!! "

"แต่ก็แนบเนียนดีนิ เลิกร้องเถอะ เอานี่กินซะ"

"ไม่คิดจะชงให้ดื่มกันสักนิดเหรอคะ" 

วิภาดาบอกจ้องมองน้ำหวานกลิ่นสละสีแดงสดที่วางต่อหน้าเธอทั้งขวดแม้แต่แก้วก็ไม่มีให้

"เสียเวลา กินเพียวๆ ไปเถอะได้ผลกว่า" 

ยูยะกอดอกจ้องมองหน้าน้องสะใภ้ที่ยกน้ำหวานขึ้นซดก่อนจะหลับตาปี๋เมื่อลิ้นสัมผัสกับความหวานเพียวๆ จนอาการหน้ามืดตาลายจางหายและอาจจะเป็นเบาหวาน​แทน

"เธอแสดงเก่งกว่าที่ฉันคิดอีกนะ อย่างกับว่า..." 

ใบหน้าหล่อหวานยื่นเข้าใกล้วิภาดาที่ทำเพียงเหลือบตามองเมื่อเธอยังคงยกน้ำหวานขึ้นซด

"เธอโกรธและเกลียดด้าจริงๆ" 

ปึก!! 

"ก็โกรธและเกลียดจริงๆ ไงคะ" 

มือเรียวกระแทกขวดน้ำหวานลงบนโต๊ะอย่างแรงดัง ปึก!! จนยูยะสะดุ้งเล็กน้อยจ้องมองดวงตาสวยที่ฉายเด่นความโกรธแค้นมายังเขาจนชายหนุ่มขนลุก

"ขวัญรู้สึกโกรธแค้นและเกลียด​ผู้ชายสารเลวนั่นมากที่ทำให้พี่สาวขวัญเนื้อตัวบอบช้ำไปหมด คิดดูสิคะพี่ด้าจะทรมานกับแผลพวกนั้นขนาดไหนกัน"

"อาจจะไม่ทุกข์​เท่าไหร่ก็ได้มั้ง"

ปัง!! 

"ไม่มีทาง" 

"เฮ้ยๆ ใจเย็นก่อนไอน้อง"  

ยูยะเอื้อมมือไปตบบ่าคนตัวเล็กเบาๆ ที่โกรธจนหน้าดำหน้าแดงลุกขึ้นยืนตบโต๊ะ เสียงดัง ปัง!! จนยูยะเผลอกลืนน้ำลายเมื่อรู้สึกว่าวิภาดาตอนนี้พร้อมจะคร่าชีวิต​ผู้ชายคนนั้นได้อย่างไม่ลังเลและผู้ชายคนนั้นก็คือเขานี่แหละ

"ไม่มีทางที่พี่ด้าจะไม่ทุกข์ใจหรอกค่ะ ตอนที่ขวัญเห็นพี่ด้าหัวเราะมีความสุขกับครอบครัว ขวัญรับรู้แค่ว่าอยากให้พี่ด้ามีชีวิตมีความสุขแบบนี้ไปนาน จนละทิ้งความกลัวเข้าหาคุณยายจนสำเร็จ แต่ทำไมพี่ยูยะถึงพูดแบบนี้คะ พี่ไม่ได้รักพี่ด้าเหรอ"

"รักดิ รักมากด้วยถึงไม่ห้ามตามจนได้เป็นไข้แบบนี้ไง"

"คะ??" 

สิ่งที่ได้ยินทำให้วิภาดาขมวดคิ้วจ้องมองพี่เขยที่ยืนเกาศีรษะ​เล็กน้อยก่อนที่ดวงตาสวยจะเบิกกว้างยกมือขึ้นปิดปาก ถอยหลังสองก้าวสีหน้าตกใจสุดๆ จนยูยะรู้สึกอยากจะบ้าตายกับการโอเวอร์แอคติ้งเขาไม่น่าให้น้องสะใภ้แสนหัวอ่อนอยู่ใกล้แยมเลยจริงๆ 

"พี่ยูยะเป็นคนทำพี่ด้าเหรอคะ"

"ไม่รู้ด้วยแล้ว"

หมับ!!~

"อย่าหนีนะ บอกมาว่ารอยบนตัวพี่ด้าพี่ยะทำเหรอ"  

วิภาดาที่เห็นคนร้ายกำลังจะลอยนวลรีบเดินเข้าไปขวางทว่ากลับโดนมือใหญ่ผลักศีรษะ​จนเสียหลักเซไปข้างหลัง วิภาดาเลยตัดสินใจใช้มือสองข้างจับข้อมือพี่เขยไว้

"ทำไมต้อง ทำร้ายร่างกายพี่ด้าด้วยคะ พี่ยูยะใจร้ายมาก"

"จะบ้าหรอ ไม่ได้ทำร้ายเว้ย" 

"ทำร้ายอะไรเหรอครับ"

"พี่ฟีนิกซ์!! " 

เสียงนุ่มทุ้มที่ถามขึ้นทำให้วิภาดาตกใจสะบัดมือออกจากข้อมือพี่เขยอย่างทันทีราวรังเกียจ​จนยูยะหันไปแยกเขี้ยวใส่ ก่อนจะเดินจากไปเมื่อเขาไม่อยากยุ่งเรื่องผัวเมียชาวบ้าน

"พี่ฟีนิกซ์​อย่าเข้าใจผิดนะคะ มันไม่ได้มีอะไรทั้งนั้น"

"ช่างเถอะพี่ไม่ได้คิดอะไร" 

ฟีนิกซ์​ตอบกลับก่อนจะวางข้าวต้มร้อนๆ ลงบนโต๊ะหันหน้ามองภรรยาที่เขารักที่ยืนทำสีหน้าสำนึกผิด 

"จริงอยู่ว่าไม่ชอบใจเท่าไหร่แต่ก็ไม่ได้โกรธมากมายหรอกขวัญน้อยอย่าคิดมากเลยนะ  แต่ที่รักก็ควรรักษาระยะห่างกับยูยะมันสักหน่อยเพราะขวัญน้อยคงจะรู้ว่าพี่สาวเรารักและหวงสามีมาก"

หมับ!! 

"ฮึก!!~ ขอบคุณ​นะคะที่เข้าใจ" 

ร่างบางโผเข้ากอดร่างใหญ่กำยำแสนอบอุ่นอมยิ้มอย่างมีความสุขเมื่อหลังจากที่ครอบครัวของเธอและชายหนุ่มตกลงให้ทำการหมั้นหมายไว้ก่อน 

ฟีนิกซ์​ไปมาหาเธอบ่อยขึ้นคอยทำอาหารอร่อยๆ คอยดูแลราวหญิงสาวเป็นดั่งเจ้าหญิง แม้แต่เมื่อคืนที่เธอหนีไปบ้านลีโอ ทว่าแค่เพียงอธิบายว่าพี่สาวเธอไม่สบายชายหนุ่มก็ไม่คิดโกรธจะมีแค่เพียงน้อยใจที่ เธอไม่บอกและพาเขาไปด้วยก็เท่านั้น

"ขวัญน้อยพี่ถามอะไรหน่อยได้ไหม" 

"ค่ะ ถามมาได้เลยค่ะ"  

ฟีนิกซ์​จ้องมองใบหน้าหวานที่เงยหน้าส่งยิ้มแสนสดใสมาให้ มือหนาเอื้อมไปลูบแก้มนิ่มด้วยรัก 

"ขวัญคิดยังไงกับพี่เหรอ" 

"ทำไมถามแปลกๆ คะ ก็ระ... "  

เสียงสดใสในคราแรกเริ่มสั่นเมื่อคำว่า รัก!! ที่ต้องการจะบอกมันทำให้หัวใจเธอเต้นรุนแรง ยิ่งสบตานัยน์ตาคมที่จ้องมองมาอย่างจริงจัง วิภาดากลับรู้สึกราวจะเป็นลม เสียให้ได้อีกครั้ง

"คือความรู้สึก​ที่ขวัญมีต่อพี่ฟีนิกซ์​คือ ระ... " 

"ไม่เป็นไรถ้าไม่พร้อมจะพูด ไว้วันหลังก็ได้ นี่ข้าวต้มพี่เห็นว่าขวัญน้อยยังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เที่ยงกินซะนะเดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะ"

"ไม่ใช่นะ พี่ฟีนิกซ์​คือ" 

วิภาดาได้แต่มองตามแผ่นหลังใหญ่ฟันบนงับเข้าริมฝีปากล่างอย่างนึกทำโทษที่เพียงคำว่า 'รัก'​ ก็ยังพูดไม่ได้จนสุดท้ายกลายเป็นเธอที่นอนไม่หลับพลิกไปพลิกมา 

ได้แต่มองแผ่นหลังกว้างของสามีที่นอนหันหลังให้ตลอดคืนและเมื่อแสงตะวันโผล่พ้นเส้นขอบฟ้าวิภาดาก็เผลอหลับตื่นขึ้นมาสามีก็หายตัวไปจ่ายตลาดอย่างทุกวันเรียบร้อยแล้ว

"อ๊ะ แยมตกใจหมดเลย"  

วิภาดาที่นั่งฟุบหน้าอยู่บนโต๊ะในสวนหย่อม​หน้าคฤหาสน์​ถึงกับสะดุ้งเมื่อมีวัตถุ​เย็นจัดโดนซอกคอแบบไม่ทันตั้งตัว

"ขวัญอ่อนจริงๆ นะ ว่าแต่เป็นอะไรหน้าตาเหมือนคนไม่ได้นอน" 

"ก็ไม่ได้นอนนะสิแยม เฮ่อ~" 

วิภาดาถอนหายใจอีกครั้งก่อนจะวางคางลงบนโต๊ะหันมองหญิงสาวที่ชื่อแยมเจ้าของดวงตาสีดำขลับ ผมยาวสลวยสีดำสนิทยิ่งทำให้ผิวดูขาวราวน้ำนม ที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นครูสอนการแสดง

"มีอะไรให้เครียดอีกล่ะ คุณยูยะก็โทรมาบอกว่าแผนการที่วางไว้ก็สำเร็จแล้ว แค่รอเวลาไม่ใช่หรอ"

"ก็ใช่ แต่เป็นเรื่องชีวิตคู่น่ะ" 

"เรื่องนี้แยมไม่มีประสบการณ์​ด้วยสิ" 

วิภาดาส่งยิ้มให้กับเพื่อนใหม่ที่ยกมือขึ้นพร้อมส่ายหน้าไปมา ก่อนจะยกน้ำอัดลมขึ้นดื่ม 

"แต่รับฟังได้นะ" 

"คืองี้ทุกครั้งที่ขวัญจะบอกรักสามี ขวัญจะรู้สึกปวดหัว หัวใจสั่น ตื่นเต้น หน้ามืดทุกทีเลย จนตอนนี้กลุ้มใจมากไม่รู้จะทำไงดี" 

"พูดไม่ได้ก็เขียนบอกสิ" 

เสียงเข้มของยูยะที่ดังขึ้นทำให้สองสาวหันไปมองก่อนจะเบะปากสีหน้าเหยเกเมื่อชายหนุ่มเคี้ยวมะยมอย่างเมามันปานมันถั่วลิสง ทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้ข้างน้องสะใภ้

"ตอนแรกมันอาจจะยากหน่อยๆ แต่บอกรักครั้งแรกได้ครั้งต่อไปก็ฉลุยเหมือนการโดนเปิดซิงนะแหละ"

"จำเป็นต้องเปรียบเทียบให้เห็นภาพขนาดนี้ไหมคะ" 

วิภาดาหันไปบ่นใส่ก่อนจะวางคางลงบนโต๊ะอย่างสิ้นหวังดังเดิมเมื่อมันยากยิ่ง

"แยมว่าคุณยูยะคงต้องทำอะไรตอบแทนของขวัญบ้างแล้วละค่ะ" 

"ทำอะไร ให้ไปบอกรักฟีนิกซ์​มันแทนรึไง พร้อมกระโดดหอมแก้มอีกสักสองสามทีเลยดีไหม" 

"ไม่ใช่ๆ " 

ยูยะมองดูหญิงสาวเจ้าของดวงตาสีดำสวยที่ลุกขึ้นยืนส่งสายตามุ่งมั่นมาหาก่อนจะชี้หน้าเขาจนยูยะแยกเขี้ยวใส่ทว่าหญิงสาวกลับไม่รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย

"คุณยูยะจะต้องเป็นหุ่นคู่มือซ้อมบอกรักผัวให้ของขวัญค่ะ"

"เธอเห็นเบ้าหน้าฉันเหมือนไอนิกซ์ผัวขวัญรึไง" 

"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาแยมมีวิธี" 

ยูยะได้แต่นั่งกะพริบตากินมะยมอย่างงุนงงมองดูน้องสะใภ้ที่ถูกลากออกไปก่อนจะกลับมาอีกครั้งในอีกสืบนาทีต่อมาด้วยชุดกระโปรงพองฟูใบหน้าสวยถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเล็กน้อยสวยน่ารักสมวัยพร้อมกับบอกแผนการให้ฟัง

"คุณยูยะจำบทของตัวเองได้ใช่ไหมคะ" 

ยูยะจ้องมองแยมที่ทำสีหน้าจริงจังสลับกับกระดาษแข็งในมือที่ถูกปริ้นเป็นหน้าฟีนิกซ์​ราวคนกำลังจะร้องไห้ให้กับชีวิต

"ได้ยินที่แยมพูดไหมคะ"   

"เออพูดแค่คำว่า ดีใจจัง มันต้องจริงจังขนาดนี้ไหม แต่เดี๋ยว​นะคือไอหน้ากากหน้าไอนิกซ์คือพอเข้าใจได้ แต่การแต่งตัวจัดเต็มนี่คืออะไร" 

"แยมบอกว่าความสวยจะทำให้ขวัญมีความมั่นใจขึ้นค่ะ" 

"อ๋อ จะอะไรก็ช่าง มาเริ่มเลยตอนนี้รู้สึกคลื่นไส้แล้ว" 

ยูยะตัดบทเมื่อเขาไม่ได้กินยาลดอาการคลื่นไส้ และดูเหมือนอาการแพ้ท้องแทนเมียจะกำเริบขึ้นอีกครั้ง 

ยูยะชูหน้ากากกระดาษขึ้นปกปิดใบหน้า ในขณะที่วิภาดาสูดลมหายใจเข้าปอดก้าวไปหยุดอยู่ตรงหน้าพี่เขยที่เป็นตัวแทนสามีในเวลานี้ ดวงตาสีน้ำตาลจ้องมองหน้ากากที่เป็นรูปของชายที่รักแน่นิ่ง

"คะ คือขวัญมีเรื่องจะบอกค่ะ ขวัญขอโทษที่ทำให้พี่ไม่สบายใจนะคะ ความรู้สึกของขวัญที่มีตอนนี้คือ ระ รักพี่ค่ะ!!" 

วิภาดาหลับตากำหมัดแน่นตะโกนบอกรักดังลั่นก่อนจะฉีกยิ้มหันไปหาแยมที่ยืนหน้าซีดจนต้องหุบยิ้มลง หันมองตามก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นวราลีและฟีนิกซ์​ยืนจ้องมายังเธอ

"คะ คุณยูยะ" 

"รู้แล้ว รู้แล้ว" 

ยูยะบอกเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวผู้วางแผนเรียกเขาด้วยความร้อนรน จนรู้สึกหงุดหงิดต้องรีบพูดตามบท

"ดีใจจัง"

หมับ!! เพียะ!! 

"กรี๊ด!! พี่ยูยะ" 

วิภาดากรีดร้องเอามือป้องปากในขณะที่แยมได้แต่ยืนอ้าปากค้างกับความโหดเมื่อวราลีพุ่งตรงมาคว้าข้อมือใหญ่ของสามีให้หันมาหา

ก่อนที่ฝ่ามือเรียวจะฟาดเข้าแก้มสากของยูยะอย่างแรงจนหันไปตามแรงตบ ผิดกับฟีนิกซ์​ที่ทำอะไรไม่ถูกเมื่อรู้สึกช็อกรีบเดินหนีไปจากตรงนี้เมื่อเขาไม่อยากรับรู้เรื่องราวที่ทำร้ายจิตใจอีกต่อไป

"พี่ด้าหยุดก่อนค่ะ อย่าทำอะไรคุณยูยะเลยนะคะทั้งหมดเป็นความผิดของแยมเอง" 

"ใช่ค่ะพี่ด้า เป็นความผิดของขวัญด้วย" 

"หลบไปขวัญ แยม ถ้าไม่อยากโดนพี่ตบอีกคน" 

วราลีพูดเสียงลอดไรฟันเหลือบมองน้องสาวและแยมที่ยืนตัวสั่นเพียงเล็กน้อยก่อนจะจ้องมองสามีที่แก้มสากขึ้นสีแดงจางๆ จากแรงตบ มองหน้าภรรยาด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะหันไปหาวิภาดาที่ยืนน้ำตาคลอ มือหนาวางลงบนศีรษะ​น้องสะใภ้เบาๆ

"ไม่ต้องร้องและไม่ต้องโทษตัวเองหรอก"

"ตะ แต่ ฮึก!!~"

"ที่เหลือก็แค่บอกรักกับตัวจริงให้ได้อย่างเมื่อกี้แล้วกัน"

 ยูยะส่งหน้ากากกระดาษ​คืนให้น้องสะใภ้ทว่าไม่ทันที่วิภาดาจะได้รับวราลีกลับแย่งไปซะก่อน

ดวงตาสวยจ้องมองหน้ากากกระดาษในมือสลับกับใบหน้าสามีไปมาก่อนกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเข้าใจสถานการณ์​ทุกอย่างส่งยิ้มเจือๆ ให้ยูยะที่ทำเพียงหรี่ตามองเธอกระตุกยิ้มมุมปาก

"พี่ยะเจ็บมากไหมคะ คือด้าขอโทษนะ ก็มันหึงไปหน่อย" 

"เชอะ!! เสียใจไม่ให้อภัย"

อย่าแอบมองกันนะจ๊ะ  1 คอมเมนท์เป็นดั่งเชื้อไฟในการปั่นตอนใหม่❤️❤️​

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว