นิยายเรื่องนี้เปิดให้อ่านฟรีจนจบนะคะ :)

บทที่ 02 เปื้อน

ชื่อตอน : บทที่ 02 เปื้อน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.9k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ก.ย. 2563 10:54 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 02 เปื้อน
แบบอักษร

 

02

เปื้อน

“บทภาพยนตร์เรื่องนี้ถือเป็นการกลับมาในรอบสิบปีของฉัน พร้อมกับการเป็นผู้ช่วยผู้กำกับ คงไม่ต้องบอกอีกใช่ไหมว่ามันสำคัญสำหรับฉันมากแค่ไหน”

“ค่ะ”

กิ่งแก้วตอบออกไปโดยที่ยังไม่ละสายตาจากใบหน้าเคร่งขรึมของชายวัยกลางคนหน้าตาดุดัน แม้จะมีแว่นตากรอบสี่เหลี่ยมสีทองขวางกั้นไว้แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงความไม่ชอบใจอยู่ภายในนั้น

ได้ยินเสียงถอนหายใจฟึดฟัดที่เหมือนกับจงใจจะให้เธอได้ยินนั่นอีก

ข้างกันนั้นคือนิรดา นางเอกสาวรุ่นเดียวกันที่สายตาไม่เป็นมิตรติดจะดูถูกเธอหน่อย แต่ก่อนก็ไม่ได้หยิ่งผยองจนไม่เห็นหัวกันขนาดนี้นี่นา อ่อ คงเป็นหลังจากที่เธอเคยด่าแม่นี่กลางห้องแต่งตัวตอนเดินแบบด้วยกัน ช่วยไม่ได้ก็ยัยนี่อยากว่าร้ายนินทากะทิลับหลังก่อนทำไม

พอได้สายตาไม่เป็นมิตรมา กิ่งแก้วก็จ้องหน้ากลับอย่างหาเรื่อง

“เอ๊ะ! จะมองอีกนานไหม?”นางเอกสาวถามเสียงขึ้นจมูก ใบหน้าบูดบึ้งกับท่าทางของกิ่งแก้ว หากแต่เธอก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อนจ้องมองกันอยู่อย่างนั้น “นี่!”

“อุ๊ย! พูดกับเราหรอ?”

กิ่งแก้วแสร้งถามเสียงใส ขยับรอยยิ้มจอมปลอมที่ดูยังไงก็แกล้งทำทั้งนั้น

“ขอโทษนะจ๊ะ เรามัวแต่เหม่อน่ะ กำลังคิดอยู่เลยว่ารูปภาพหลังเธออันนั้น...”กิ่งแก้วชี้นิ้วไปที่กรอบรูปด้านหลังนิรดา”อันนั้นน่ะ สวยมากเลย”

ตามด้วยรอยยิ้มหวานให้เพื่อนร่วมอาชีพ นิรดารู้ดีว่ากิ่งแก้วโกหกเพราะสายตาจับจ้องมาที่เธอมากกว่ารูปภาพด้านหลังตั้งแต่แรก แต่เพราะไม่มีหลักฐานที่แน่ชัดเลยไม่สามารถโวยวายได้นอกจากคับแค้นอยู่ในอก

ยัยบ้า!

“เอาล่ะๆ เลิกทะเลาะกันเป็นเด็กสักที”อาจารย์ชินโบกมืออย่างรำคาญใจ “ที่นี่มันห้องทำงานฉันไม่ใช่โรงละคร ถึงจะได้มาออกลายงิ้วกันที่นี่ เก็บอาการหน่อย อย่าให้เป็นเหมือนข่าวลือมากนัก”

กิ่งแก้วก้มหน้าลง สูดหายใจเข้าลึกๆ ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกพ่อดุยังไงยังงั้น และสายตาคู่นั้นก็ตำหนิเธอชัดเจนอย่างไม่เท่าเทียม

ไหงนิ้งไม่โดนบ้างอ่ะ?

พอเห็นแบบนี้แล้วกิ่งแก้วก็พอจะเดาได้ลางๆ ยิ่งเมื่อเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของนิรดาก็ยิ่งเข้าใจ ตัวเธอมาช้ากว่า ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้อาจารย์โดนจิ้งจอกเป่าหูอะไรไปบ้าง ประโยคนั่นก็ฟังดูทะแม่ง

ข่าวลือ? ข่าวลือไหนกัน?

“กิ่งขอโทษค่ะ”ดาราสาวยกมือขึ้นไหว้ด้วยความนอบน้อม ให้เกียรติเขาในฐานะผู้ใหญ่ที่เคารพ ตอนเจอกันครั้งที่แล้วท่าทางท่านดูเป็นมิตรมากกว่านี้ แต่ตอนนี้กลับมีแต่ความเฉยชา ไม่ว่าเธอจะพูดจะทำอะไรก็ได้รับแต่คำตำหนิ

“ดี อย่าสำคัญตัวเองว่าเป็นนางเอกแล้วจะทำอะไรไม่เห็นหัวใครก็ได้ ฉันไม่ชอบ”

“...”

สายตาดูถูกดูแคลนที่ได้รับทำเอากิ่งแก้วหน้าชาไปหมด เธอไม่เคยเป็นเหมือนคำกล่าวหานั้นเลยแม้แต่นิด จริงอยู่ที่ว่าเธอออกจะเฉยชาจนคนไม่รู้จักมักคิดว่าเธอไม่เป็นมิตร แต่ก็ไม่เคยทำตัวก้าวร้าวกับใครก่อนทั้งนั้น

เธออยากจะอธิบาย อยากจะพูดออกไป

แต่ไม่มีทางเลยที่จะทำแบบนั้นได้โดยไม่ถูกคิดว่ากำลังแก้ตัว สุดท้ายแล้วกิ่งแก้วก็ได้แต่พยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ

“ค่ะ”

กิ่งแก้วเดินเข้ามาในคาเฟ่กลิ่นหอมกาแฟด้วยใบหน้าซังกะตาย

แม้จะเป็นแบบนั้นแต่ใบหน้าหวานก็ยังคงดูงดงามไร้ที่ติ รูปร่างเพรียวระหงในชุดเดรสสีขาวกับผมดัดลอนพาให้เธอโดดเด่น เธอชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะเห็นผู้จัดการสาวที่นั่งอยู่ตรงมุมด้านหลังของร้าน

“มาแล้วหรอยะ”พงศกรเอ่ยปากทักทายหญิงสาวที่ทิ้งตัวนั่งลงเก้าอี้ข้างกายอย่างแรง พอเห็นใบหน้าของนางเอกสาวก็มุ่นคิ้ว “ทำไมหน้าแกเหมือนคนแบกโลกแบบนั้น”

กิ่งแก้วถอนหายใจ คว้าเอาอเมริกาโน่ที่เริ่มละลายของพงศกรมาดื่ม “ยิ่งกว่าแบกโลกอีกพี่ กิ่งรู้สึกเหมือนกิ่งจะพรุนไปหมดแล้วเนี่ย ทำอะไรไปก็โดนด่าทุกช็อต!”

“ใครด่าแก?”

“อาจารย์ชิน”

ว่าแล้วก็ดูดอเมริกาโน่พรวดจนหมดแก้ว กิ่งแก้วหันซ้ายหันขวาจนเจอกับพนักงาน เธอยกแก้วขึ้นเขย่าไปมาเป็นสัญญาณว่าขออีกแก้ว เมื่อพนักงานพยักหน้ารับรู้แล้วเธอก็หันกลับมา

“นักเขียนมือทองผู้ควบตำแหน่งผู้ช่วยผู้กำกับซึ่งกำลังจะกลับมามีผลงานในรอบสิบปี!”

แม้จะพูดออกไปด้วยประโยคที่เหมือนกับรู้จักดีแต่ความจริงแล้วเธอคิดว่าไม่รู้จักอาจารย์ชินเลยมากกว่า ทั้งที่เป็นคนที่เธอเคารพแต่ก็อดหมดศรัทธาไม่ได้

“แล้วทำไมเขาต้องด่าแกอ่ะ แกไปทำอะไรมาอีกฮะยัยกิ่ง”ผู้จัดการสาวประเภทสองอย่างพงศกรตาโต ขยับเข้าไปเขย่าแขนเรียวของกิ่งแก้ว “บอกฉันมาเดี๋ยวนี้เลยนะว่าแกไปก่อเรื่องอะไรมาอีก!”

“เปล่า”

“ถ้าเปล่าแล้วเขาจะด่าแกทำไม?”

เธอยังตั้งข้อสงสัยไม่เลิก มองใบหน้าหวานแต่นัยน์ตาแข็งกร้าวของนางเอกสาวในสังกัดแล้วก็อดกังวลไม่ได้ ไอ้ใบหน้าหวานเรียบร้อยน่ะเป็นแค่ภาพลวงตานิสัยแสบข้างในทั้งนั้น

“ก็ด่ากิ่งเพราะยัยนิ้งไปเป่าหูจนเชื่อไปครึ่งตัวแล้วไงคะ ทีนี้ไม่ว่ากิ่งจะทำอะไรก็โดนเหน็บตลอด สงสัยยัยนิ้งนั่นจะขึ้นแท่นลูกสาวคนโปรดไปแล้วล่ะ เฮอะ บทแบบนั้นไม่ได้ก็ไม่ได้สิ กิ่งไม่ง้อแล้ว”

“ถามจริง?”

“อือ กิ่งเปล่าหาเรื่องอะไรใครเลยนะพี่ อยู่เฉยๆ สวยๆ”กิ่งแก้วไหวไหล่ด้วยท่าทางไม่แคร์จนพงศกรยกมือขึ้นมากุมขมับ

“ไม่ได้การละ ไม่น่าปล่อยให้แกไปจัดการคนเดียวเลยจริงๆ ฉันต้องไปคุยกับอาจารย์ชินเสียก่อน”

พงศกรบ่นกับตัวเอง ก่อนที่จะกรี๊ดออกมาแล้วเร่งรีบลุกพรวดจากเก้าอี้ ไม่รอให้กิ่งแก้วมีโอกาสตั้งตัวก็คว้าแขนเธอไว้ พาให้ลุกขึ้นแล้วกึ่งลากกึ่งจูงไปด้วยกัน

กิ่งแก้วชะงักเมื่อกำลังจะเดินผ่านไปจึงร้องบอกอย่างนึกขึ้นได้ว่า “กาแฟๆ”

“ไม่ต้องทอน”

ผู้จัดการส่วนตัววางเงินไว้ด้านหน้าเคาน์เตอร์แล้วคว้าเอาแก้วอเมริกาโน่มายัดใส่มือนางเอกสาว เพราะความเร่งรีบที่เกิดขึ้นจึงทำให้คนทั้งสองไม่ได้มองทางอย่างถี่ถ้วนจนเดินชนเข้ากับผู้มาใหม่อย่างจัง

พลั่ก!

ร่างบอบบางเกือบหงายหลังลงไปกองกับพื้น โชคดีที่พงศกรคว้าแขนดันหลังไว้ได้ทัน แต่โชคร้ายคือกาแฟในแก้วกระฉอกออกมารินรดเสื้อผ้าของคนที่เธอเดินชนจนชุ่มฉ่ำ

“ว้าย!”พงศกรกรีดร้องเมื่อเห็นความวุ่นวายที่เกิดขึ้น ก่อนที่จะดึงกิ่งแก้วให้ถอยหลังห่างจากคู่กรณี “ตายแล้ว เปื้อนหมดเลยยัยกิ่ง”

“แค่นิดเดียวเองพี่”

กิ่งแก้วก้มมองชายเดรสของตัวเองที่ถูกย้อมสีเพียงนิดเดียวอย่างนึกขำ ก่อนที่จะหน้าเสียเมื่อเห็นว่าเสื้อผ้าของคนตรงหน้าต่างหากที่เปื้อนเลอะเทอะ

และวินาทีที่เธอกำลังจะเอ่ยปากขอโทษ เสื้อสูทราคาแพงก็ถูกถอดออกปาลงบนพื้น ก่อนที่ร่างกำยำของเขาจะแทรกกลางระหว่างเธอกับผู้จัดการ กระแทกไหล่เธออย่างจงใจจนกาแฟที่เหลือในแก้วเทรดเดรสสีขาวสะอาดจนเปื้อนไปหมด

“หายกัน”

น้ำเสียงทุ้มต่ำนั่นฟังดูแล้วสำเนียงค่อนข้างแปร่งหู แต่เธอได้ยินไม่ถนัดเพราะเสียงกรี๊ดของผู้จัดการดังมากพร้อมกับอาการร้อนรนที่รีบควานหาผ้ามาเช็ดคราบออกให้ ไม่ทันได้มอง...เขาก็เดินจากไปแล้ว

อาจจะเป็นเพราะตัวเธอมัวแต่ใส่ใจรอยเปื้อนจากเสื้อถึงทำให้ไม่ทันได้สังเกตใบหน้าของเขา

แต่เชื่อเถอะว่าแค่นิสัยเถื่อนถ่อยก็พาเธอขยาดแล้ว!

*********************************

เจอหน้าพี่เค้าระวังจะหลงนะหนู กรุบกริบ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว