email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

น้องบัวมาไม่บ่อย แต่อร่อยนะเจ้าคะ

บทที่ 5 เลือดในกาย

ชื่อตอน : บทที่ 5 เลือดในกาย

คำค้น : สัตชีวา#5

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 671

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2561 22:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 5 เลือดในกาย
แบบอักษร

บทที่ 5

เลือดในกาย


มายาวีก้าวขึ้นเรือนตามหลังคำแก้วแลน้องสาวทั้งสอง หากแต่คราวนี้เจ้าตัวมิได้พุ่งตรงไปหลังเรือนเช่นทุกครั้ง  บ่าวในเรือนยกเครื่องครัวที่ลงไปใส่บาตรเมื่อครู่ไปเก็บในครัวคงเหลือเพียงบ่าวสนิทเย็นเฟื่องสองนางที่รั้งท้ายบัวระวงค์

คำแก้วหันมาย่นคิ้วสายตาจับจ้องร่างบางที่ดูแข็งแรงอีกทั้งมีเนื้อมีหนังมากขึ้นด้วยความสงสัยและไม่พอใจ เมื่อเห็นว่านางไม่แยกตัวไปยังหอนอนท้ายเรือนแต่กับรั้งรอที่หอนั่งกลางเรือนก็ยิ่งฉงนใจ

“มีกระไรรึแม่บัวระวงค์”

น้ำเสียงถามด้วยท่าทางหยาบกระด้างดั่งเช่นแม่นายเอ่ยถามบ่าวไพร่ หาใช่ผู้เป็นแม่เลี้ยงเอ่ยถามบุตรสาว มายาวียกยิ้มหวานนั่งบนตั่งนั่งด้านข้าง ยังคงให้เกรียติมารดาเลี้ยงในฐานะผู้อาวุโสกว่านั่งยังตั่งหลักตรงกลางด้านหน้า

“ข้ามาขอรับเบี้ยหวัดเดือนนี้ แลทั้งหมดที่คุณน้าติดค้างไว้เจ้าค่ะ”

ใบหน้าคำแก้วกระตุกด้วยความโมโหในทันที เด็กน้อยอมโรคเมื่อวานซืนบัดนี้ปีกกล้าท้าทายนางถึงเพียงนี้แล้วหรือ

“เจ้าว่ากระไรนะ”

“คุณน้าได้ยินมิผิดดอกเจ้าค่ะ”

“มันจะมากไปแล้วนะนัง...คุณพี่!!”

สะบันงาตวาดลั่น หากแต่เมื่อเห็นสายตาคมดุที่ส่งมาจากพี่สาวต่างมารดาก็ให้รู้สึกหวาดหวั่นอย่างมิเคย  เกิดอันใดขึ้นเหตุใดพี่สาวที่นางข่มเหงรังแกมาโดนตลอดจึงสามารถทำให้นางหวาดหวั่นได้เพียงสบตาเพียงเท่านี้

“ต้องให้ข้าแจ้งจำนวนหรือไม่เจ้าคะคุณน้า”

“มิต้อง”

“เช่นนั้นหวังว่าคงมิตกหล่นแม้แต่เบี้ยไพเดียว”

คำแก้วกำมือแน่นพัดงามราคาแพงในมือยับยู่ยี่แทบแหกสลายคามือไปในทันที

“อ่อ...ข้าลืมไปอีกหนึ่งสิ่งเจ้าค่ะ  สินทรัพย์ของคุณหญิงแม่ทั้งหมด!!!ข้าขอคืนด้วยนะเจ้าคะ”

“มันจะมากไปแล้วนะ”

คำแก้วลุกขึ้นยืนตวาดลั่นหมดสิ้นความอดทนที่มี เดิมทีนางคิดว่าจะแกล้งให้เบี้ยจำนวนหนึ่งแก่บุตรสาวนอกไส้ผู้นี้ก่อนที่จะคอยช่วงเวลาจัดการหาทางริบคืน  แต่ท่าทางวางอำนาจของเด็กสาวที่แสดงทำให้นางหมดสิ้นความอดทนลงในทันที

“อันใดกันที่ข้าทำมากไป  คุณน้าช่วยชี้แจงทีเถิด”

“ลางทีเจ้าอาจลืมไปว่ายามนี้บนเรือนแห่งนี้ข้าคือผู้ดูแล  อำนาจทุกสิ่งอย่างในเรือนล้วนเป็นข้าที่มีอำนาจตัดสินใจ”

มายาวียกยิ้มหวาน อาการคันคอเล็กน้อยทำให้รู้ว่าวันนี้นางใช้เสียงมากเกินไปแล้วดังนั้นเพื่อมิให้เวลายืดเยื้อนางคงต้องจัดการทุกอย่างโดยเร็ว

“เรื่องอื่นอาจใช่  แต่ไม่ใช่กับสินทรัพย์คุณหญิงแม่ ทุกชิ้น!!!”

มายาวีมองไปที่แหวนไพรินบนนิ้วนางของคำแก้ว  เครื่องประดับชิ้นอื่นอาจไม่มีในความทรงจำของบัวระวงค์  แต่แหวนวงนี้เป็นแหวนที่คุณหญิงตองนวลใส่ติดนิ้วเสมอจึงทำให้จดจำได้ในทันทีที่เห็น

คำแก้วตัวสั่นสะท้านน้ำเสียงท่าทางเช่นนี้เด็กสาวผู้นี้ไปเรียนรู้จากผู้ใดกัน  หากแต่เพื่อมิให้ตนตกเป็นรองจึงสูดลมหายใจเข้าจนสุดปอดแล้วเกร็งหน้าเอ่ยเสียงแข็ง

“หากข้ามิคืนเจ้าจะทำเยี่ยงไร”

“เช่นนั้นคงต้องให้คุณพ่อท่านช่วยตัดสิน”

“หึ!!เช่นนั้นก็รอพ่อเจ้ากลับมาก่อนก็แล้วกัน”

คำแก้วยกยิ้มเอ่ยเย้ยหยัน สิ้นคำของคำแก้วประตูหอนอนของออกพระศรีสิทธิกันก็เปิดออกในทันที ร่างชายวัยกลางคนสูงสง่าหน้าเกรงขามเดินออกมาจากหอนอนของตนตรงมายังหอนั่งกลางเรือน  คำแก้วใบหน้าซีดเผือกขยับกายมายังตั่งด้านซ้ายตรงข้ามกับบัวระวงค์ เช่นเดียวกับสะบันงาที่เดิมทีคิดจะเข้าไปจัดการพี่สาวต่างมารดาให้หลาบจำ  หากแต่เวลานี้ตนกับทำได้เพียงก้มหน้าตัวสั่น

“คุณพี่...”

“หากข้ามิได้ยินกับหูคงมิรู้ว่าตนเองโง่เขลาเพียงใด”

คำแก้วลำคอตีบตันน้ำตาคลอในดวงตาหวาน หากแต่สายตาดุดันผิดหวังที่ส่งมาจากผู้เป็นสามีนั้นทำเอานางไม่กล้าแม้แต่จะหลั่งน้ำตา ออกพระศรีสิทธิกันขึ้นชื่อเรื่องความเด็ดขาด ซื่อสัตย์สุจริต เกียจชังเรื่องโกหกหลอกลวงทำให้เป็นที่ไว้วางพระทัยของขุนหลวงวรวงษ์องคภักดีบดินทรผู้ปกครองเมืองอินทบุรี  จนได้รับพระราชทานแม่หญิงตองนวลนางในหลวงของพระนางเจ้าชายาหลวงวิไลลักษณ์เป็นภรรยาพระราชทาน  ตลอดเวลาจึงรู้สึกผิดต่อคำแก้วแลเอ็นดูนางมิน้อย  แต่ยามนี้เมื่อได้รู้ธาตุแท้อันดำมืดของภรรยาที่รักจึงทำให้ผิดหวังเกินบรรยาย

“คำแก้ว  ตลอดเวลาข้าไว้ใจเชื่อใจเจ้าจึงฝากลูกฝากเรือนให้เจ้าดูแล แต่เหตุใดจึงจิตใจมืดบอดไร้เมตตาเพียงนี้”

ยามนี้ออกพระศรีสิทธิกันรู้สึกผิดต่อบุตรสาวคนโตแลภรรยาผู้ล่วงลับไปยิ่งนัก  ตองนวลแม้ตายกลายเป็นผีก็คงร่ำร้องสาปแช่งตนเป็นแน่ที่มิอาจดูแลบุตรสาวเพียงคนเดียวของนางได้

“นับจากนี้งานทุกอย่างบนเรือนยกให้บัวระวงเป็นผู้ดูแล

“คุณพี่!!!”

คำแก้วเอ่ยเสียงสั่นทำเช่นนี้เท่ากับเป็นการตบหน้านางต่อหน้าบุตรสาวนอกสายเลือดเห็นๆ  ใบหน้าหวานคมเหมือนมารดาแพศยาของนางแม้ยามนี้นิ่งสงบหากแต่ในใจคงลิงโลดยินดีเป็นแน่แท้

“คำพูดของข้าเจ้ากล้าแย้งรึแม่คำแก้ว”

ออกพระศรีสิทธิกันกระทืบพื้นเสียงดังด้วยความโมโห  ความรักความสงสารที่เคยมีมลายหายจนสิ้นหลงเหลือเพียงความผิดหวังโกรธเคืองต่อนาง 

“ลูกมิยอมเจ้าค่ะ”

สะบันงาสุดอดกลั้นลุกขึ้นยืนตวาดบิดาเสียงดังลั่นเลือน ใบหน้าหวานหยดบิดเบี้ยวด้วยแรงโมโห  ตลอดเวลาหลายปีในสายตาของเจ้าคุณพ่อมีเพียงตนมาโดยตลอดเพียงพริบตาที่บัวระวงค์ลุกออกมาจากเตียง กับดึงความรักของบิดาไปจากตนจนหมดสิ้น

“ดียิ่ง!!  สอนสั่งกันดียิ่งนัก”

ออกพระศรีสิทธิกันมองกิริยาบุตรสาวคนรองด้วยความโกรธเคือง มารดาเป็นเยี่ยงไรบุตรสาวย่อมเป็นเยี่ยงนั้น เป็นตนที่ละเลยมิใส่ใจอบรมสั่งสอนทำให้บุตรสาวผู้น่ารักกลับกลายเป็นหญิงสาวมารยาทต่ำทราม

“ไอ้มืดไปเอาหวายมา”

สะบันงาใบหน้าซีดเผือกท่าทางจริงจังของบิดามิได้บ่งบอกสักนิดว่ากำลังข่มขู่ตนเพียงลมปาก  มิทันหายตระหนกนายมืดบ่าวคนสนิทของบิดาก็ส่งไม้หวายเรียวยาวให้บิดาตน

“มัดไว้ที่เสากลางเรือน”

สะบันงามิทันตั้งสติดีร่างบอบบางก็ถูกบ่าวฉุดรั้งไปผูกมัดที่เสากลางเรือน  คำแก้วเห็นบุตรสาวคนโปรดโดนจับมัดกลางเรือนก็ผวาน้ำตาไหลอาบสองแก้มด้วยความห่วงใย  โผไปโอบกอดนางแนบแน่น

“อีช้อยเอานายมึงออกไป  หาไม่กูจักเฆี่ยนทั้งนายทั้งบ่าว”

ช้อยบ่าวคนสนิทของคำแก้วรีบเข้าไปฉุดรั้งแม่นายของตนออกมา  นางเขียวนางแดงแม้ห่วงใยสะบันงาแต่หวาดกลัวเกินกว่าจะยื่นมือเข้าช่วยเหลือ  เสียงไม้หวายวาดผ่านอากาศกระทบผิวเนียนเกิดเป็นรอยแดงเลือดไหลซึมตามแนวไม้ที่กระทบผิวหนังบาง

มายาวีเบิกตากว้างเคยเห็นเพียงในละครหลังข่าวเรื่องการลงโทษด้วยวิธีการเฆี่ยนตีกันในยุคโบราณแต่พอมาเห็นเหตุการณ์จริงก็ให้อดขนลุกชันด้วยความหวาดกลัวมิได้

เสียงไม้กระทบผิวหนังผสานกับเสียงร่ำไห้ทำให้เรือนของออกพระศรีสิทธิกันดูน่าหวาดกลัวมิน้อย  บ่าวไพร่ต่างพากันก้มหน้างุด  ชมพอเข้าประคองแม่ของตนที่ร่ำไห้ปานจะขาดใจ หากแต่ไม่มีใครกล้าเข้าห้ามปรามออกพระศรีสิทธิกันแม้สักคน  ด้วยต่างหวาดกลัวแรงอารมณ์ที่ครุกรุ่นของออกพระท่าน 

มายาวีของแผ่นหลังขาวเนียนของสะบันงาที่ยามนี้อาบไปด้วยเลือด  รอยแผลหลายรอยบนหลังไม่บอกก็รู้ว่าเจ็บปวดเพียงใด

ออกพระศรีสิทธิกันง้างแขนสุดกำลังลงหวายบนหลังบุตรสาวด้วยมืออันสั่นเทา  ทุกคราที่หวายเรียวสัมผัสกายบุตรสาวตนนั้นปวดร้าวยิ่งนัก  ความเจ็บปวดที่มิอาจเอ่ยในฐานะของบิดานั้นมิมีใครรับรู้ได้  หยาดน้ำตาแม้มิไหลรินบนแก้มหากแต่กลับอาบล้นในอกสะท้านจนยากจะข่มกลั้น 

เพี๊ยะ!!

เสียงไม้กระทบเนื้อจนเนื้อไม้เปลี่ยนเป็นสีแดง หากแต่ครานี้แผ่นหลังที่ลงหวายกับมิใช่ของบุตรสาวมารยาทต่ำ

“บัวระวง!!  ถอยไป”

มายาวีรู้สึกสะท้านไปทั้งตัว  ไม้เดียวที่ลงหลังทำเอานางแทบทรงตัวมิได้  หากไม่ใช่เพราะเมื่อครู่ข่มกัดฟันไว้นางคงแทบกรี๊ดร้องจนลั่นบ้านเป็นแน่

“พอเถิดเจ้าค่ะคุณพ่อ”

ร่างบางหันมาสบตาคมกร้าวที่ฉายแววปวดร้าวออกมา  สองขาทรุดลงบนพื้นพนมมือกราบแทบเท้าบิดาหวังให้เขาอารมณ์สงบลง

“ลูกขอเถิดหนาเจ้าค่ะ”

ออกพระศรีสิทธิกัน​มองแผ่นหลังอาบเลือดของสะบันงาสลับกับใบหน้าหวานคมของบัวระวงค์  สุดท้ายถอนหายใจยาวทิ้งไม้หวายเรียวลงข้างกายเสียงดังลั่นเรือน

“ถือว่าเห็นแก่พี่สาวเจ้า!!!!”

กล่าวจบร่างสูงกำยำอย่างชายชาตินักรบก็เดินเข้าหอนอนปิดประตูลงดาน  แม้แต่นายมืดคนสนิทก็มิให้เข้าไป  คำแก้วและชมพอเข้าไปช่วยแก้มัดและประคองสะบันงา  สายตาหวานหันมาจดจ้องใบหน้าหวานคมของพี่สาวต่างมารดาที่มีบ่าวคนสนิทสองคนช่วยพยุงลุกเช่นกัน

“อย่าคิดว่าข้าจักซาบซึ้งในน้ำใจ”

มายาวีจดจ้องดวงตาหวานที่แดงกล่ำนั้นด้วยความเวทนา  สะบันงาใช้ชีวิตอยู่ด้วยแรงริษยาในตัวบัวระวงค์ ชีวิตของนางจิตใจของนางจะทรมานเพียงใดกันกับไฟริษยานี่

“ข้าช่วยเพราะเลือดในกายเจ้าครึ่งหนึ่งเป็นของคุณพ่อเช่นเดียวกับข้า”

กล่าวจบมายาวีก็เดินกลับไปที่หอนอนท้ายเรือน  ไม้เดียวยังปวดร้าวเพียงนี้สะบันงาโดนไปเสียหลายไม้จักเจ็บปวดปานใดกัน  แม้กระนั้นเจ้าตัวก็ยังคงมีแรงอาฆาตต่อตนมิเสื่อมคาย

ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปโดยแท้มายาวีเอ๋ย

..........................................................................................................................................................................

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว