ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 11 แผนลวง

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 แผนลวง

คำค้น : อาร์มชิน , ชินอาร์ม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.2k

ความคิดเห็น : 36

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ธ.ค. 2561 12:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 แผนลวง
แบบอักษร

ชิน

"แต่งตัวซะหล่อเลยนะพี่ จะไปไหนวะ" ผมกลับมาถึงห้องก็เจอกับไอ้พี่ปืน กำลังยืนสะบัดเสื้อยีนสีซีดอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า

"จะไปแดกเหล้า คืนนี้กูไม่กลับนะเว้ย"

"โหพี่ ใจคอจะทิ้งผมไว้กับพี่แทนเหรอวะ ไปด้วยดิ" ไอ้ผมไม่ได้มีปัญญาอะไรหรอกที่ต้องอยู่กับพี่แทนสองคนในห้อง แค่หาเรื่องตามไปด้วยเฉยๆ อยู่ติดห้องจนเบื่อละ

"ถ้ามึงไป กูไม่กลับมาส่งนะสัส"

"เออ ผมหาทางกลับเองได้ละกัน สรุปให้ไปป่ะ"

"เออๆ มึงรีบไสหัวไปอาบน้ำแต่งตัวเลย กูให้เวลาสองวิ"

"พ่องมึงสิพี่สองวิ กูยังไม่ทันกระดิกตีนเข้าห้องน้ำเลย" ทันทีที่ผมพูดจบ รีโมตแอร์ก็ปลิวมาทางผม ดีที่หลบเข้าห้องน้ำทัน ได้ยินเสียงสบถจากพี่ชายสุดที่รักตามหลังมา ผมอาบน้ำแต่งตัวเสร็จด้วยความเร็วแสง เพราะไอ้ห่าพี่ปืนแม่งเล่นทุบประตูห้องน้ำเร่งทุกสองวิจริงๆ

"ถามจริงนะพี่ ร้านที่จะไปแม่งเปิดกี่โมงวะ เร่งจัง" ถามพลางสวมกางเกงยีนไปด้วย

"สองทุ่มครึ่ง"

ผมหันไปมองนาฬิกาบนผนัง ก่อนจะหันกลับมาทำหน้าเอือมระอาให้กับพี่ชายร่วมห้อง

"กูถามจริงนะพี่ปืน มึงกลัวร้านเหล้าหนีเหรอวะ พึ่งทุ่มครึ่ง! "

"หึ กูแกล้งเร่งมึงเฉยๆ "

"ไอ้เชี้ย..."

จากนั้นเสียงหัวเราะของพี่มันก็ดังลั่นห้อง หมดกันภาพลักษณ์พี่ปืนคนโหด เหลือแต่พี่ปืนคนปัญญาอ่อน

เรารอเวลาจนใกล้จะสองทุ่มครึ่งก็ลงมาจากหอ ผมยืนรอพี่ปืนมันเอาลูกรักออกมาจากที่จอด จังหวะนั้น โทรศัพท์ผมก็สั่นครืดๆ หยิบออกมาก็เป็นเบอร์ไอ้คิมที่โทรเข้ามา ผมกดรับทันทีและทักด้วยน้ำเสียงที่พยายามดัดให้หวาน แต่มันฟังดูแปร่งๆ ทุกที

"ว่าไงเพื่อนรัก"

(มึงเลิกทักกูด้วยเสียงสองเหอะกูขอ ขนลุกฉิบหาย)

"คงไม่ได้ว่ะเพื่อน โทรมามีไร"

(ไปแดกเหล้ากัน พวกไอ้ทัณฑ์ก็ไปด้วย)

"กูก็กำลังจะไปกับพี่กูอยู่เนี่ย มึงไปร้านไหน" ถามไปในใจก็ภาวนาให้ไปร้านเดียวกัน

(ไปร้านไหนวะ... ผับฮีล) ได้ยินมันถามบุคคลที่สามก่อนจะบอกผมในสาย ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร ตัวมันติดกันอย่างกับแฝดสยาม

"พี่จะไปร้านไหนอะ" ผมหันไปถามไอ้พี่ปืนที่เข็นรถมาสตาร์ทแล้วเหมือนกัน

"ฮีล" มันหันมาตอบสั้นๆ

"เจอกันที่นั่นเลยมึง" ผมตอบกลับปลายสายยิ้มๆ ที่อะไรๆ มันก็เป็นไปอย่างใจต้องการ

(เออ เจอกัน)

ผมเก็บโทรศัพท์หลังจากวางสาย ก่อนจะขึ้นไปซ้อนท้ายรถไอ้พี่ปืน วันนี้ขอเป็นสก๊อยให้พี่ขับวันนึง ฮ่าๆ ๆ

"เอาไปใส่ กูไม่อยากเจอพ่อ" มันยื่นหมวกกันน็อคลายคิตตี้สีชมพูมาให้ ส่วนตัวพี่มันสวมหมวกเต็มใบสุดจะเท่ ผมรับมาใส่อย่างจำใจ

"มึงคิดยังไงถึงซื้อหมวกใบนี้มาวะพี่"

"ทำไงได้สัส น้องสาวกูเลือกให้" ฟังจากน้ำเสียงก็รู้แหละว่าพี่มันเองก็คงไม่อยากได้หมวกใบนี้มาไว้กับรถโคตรเท่ของมันเท่าไหร่ แต่คงจะทำอะไรไม่ได้ เพราะเป็นทาสน้องสาว เหอะๆ


ผับ heal

ผมพึ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก เลยเกิดอาการตื่นตาตื่นใจหน่อยๆ ไอ้พี่ปืนเดินนำไปยังโต๊ะที่เพื่อนพี่แกรออยู่ พอมาถึงผมก็เจอกับชายฉกรรจ์นับสิบนั่งเรียงรายกันอยู่

นี่มันแก๊งพวกพี่ว๊ากนี่หว่า

"มึงพาใครมาวะ" หนึ่งในนั้นหรี่ตามองผมนิดๆ เพราะแสงในนี้เป็นแสงสลัว เลยทำให้เห็นหน้าไม่ชัด

"น้องเมทกูเอง" ว่าพลางนั่งลงข้างเพื่อนตัวเอง อ่าว แล้วกูล่ะพี่ปืน ยังไม่มีใครเชิญนั่ง ใครจะกล้านั่งล่ะวะ

"หวัดดีครับพี่ๆ ผมชินครับ" แนะนำตัวอย่างอ่อนน้อม แม่งต้องเรียบร้อยไว้ก่อนไง เจอพี่ว๊ากนะเว้ย

"เฮ้ย ไม่ต้องเป็นพิธี นั่งๆ ๆ " พอได้ยินแบบนั้นผมก็ใจชื้นขึ้นมา และนั่งลงข้างไอ้ห่าพี่ปืนอีกที

พี่ว๊ากแต่ละคนก็เฮฮาปาร์ตี้กันดีนี่หว่า ไม่เห็นจะดุเป็นหมาเหมือนตอนว๊ากเด็กปีหนึ่งเลย เล่นมุกกันฮากระจาย ชวนผมคุย แถมยังชงเหล้าให้ด้วย

"พวกพี่ไม่เห็นโหดเหมือนตอนที่ว๊ากพวกผมเลยวะ" เมื่อเหล้าเข้าปากก็เริ่มสนิท ผมเลยถามออกไปอย่างไม่กลัวโดนถีบ

"สัส อันนั้นมันต้องคีบลุคเว้ย ไม่งั้นพวกมึงจะกลัวมั้ยห๊ะ" เฮดว้ากเป็นคนให้คำตอบกับผมเอง

"อ๋ออออ"

"ว่าแต่มึงเป็นเพื่อนกับไอ้เด็กคิมปากหมานั่นใช่ป่ะ"

ผมถึงกับสะดุ้งเมื่อเจอคำถามนี้ เอาแล้วไง อุตส่าห์เลี่ยงไม่พูดถึงไอ้เพื่อนตัวดีแล้ว ผมหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะพยักหน้าให้

"ช่วงนี้ไม่เห็นมันเลย ไปไหนวะ"

"มันไปซ้อมดาวเดือนที่หอประชุมกลางน่ะพี่"

"หึ คงไม่ไปปากหมากับใครเขาอีกใช่มั้ย" ถามอย่างขำๆ ผมก็โล่งใจที่พี่แกไม่ได้จริงจังอะไร

"มันก็ปากหมาไปงั้นแหละพี่ จริงๆ มันไม่คิดอะไรหรอก อย่าไปถือสามันเลย" ไอ้ห่าคิม! มึงต้องเลี้ยงข้าวกูเลยนะ กูอุตส่าห์ทำให้ภาพลักษณ์มึงดีขึ้น

"กูก็ไม่ได้อะไร" ว่าพลางจิบเหล้าอย่างชิลๆ

จะว่าไปพูดถึงไอ้คิม ผมนัดมันไว้นี่หว่าว่าจะมาเจอกัน ลืมไปเลยนะเนี่ย ผมล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง พอหน้าจอสว่างวาบขึ้นมา ผมก็เห็นข้อความของไอ้คิมที่ส่งมา

Kim : พวกกูมาถึงละ มึงอยู่ไหน

มันส่งมาประมาณสี่สิบนาทีที่แล้ว ตายห่าละ นี่ผมนั่งกินกับพวกพี่เพลินขนาดนี้เลยเหรอวะ

Chin : มึงนั่งอยู่ไหนวะ กูพึ่งเห็นข้อความ

ผมรอให้มันตอบสักพัก แต่ก็ยังไม่มีวี่แววที่มันจะอ่านข้อความที่ผมส่งเลย กูลืมไปได้ไงวะว่ามันคือไอ้คิมผู้ชอบดองไลน์อ่ะ ผมเลยเปลี่ยนเป็นไลน์หาไอ้ทัณฑ์แทน

Tun : พวกกูอยู่ชั้นสอง โต๊ะแรกเลย

ส่งไปไม่กี่วิ มันก็ตอบแล้ว ผมเก็บโทรศัพท์และบอกพวกพี่ๆ ว่าจะไปหาเพื่อนสักแป๊บ พวกพี่แกก็พยักหน้าเข้าใจ ก่อนที่ผมจะลุกขึ้นแล้วเดินไปชั้นสอง และเจอพวกมันทันทีที่ขึ้นมา

"มึงหายหัวไปไหนมา" ไอ้คิมทักขึ้นเป็นคนแรก เมื่อผมนั่งลงข้างๆ มัน

"โทษทีมึง กูนั่งดื่มกับพี่ว๊ากเพลินไปหน่อย"

"โห..นี่มึงไปนั่งแดกเหล้ากับพี่ว๊ากได้ด้วยเหรอวะ" ไอ้เตี้ยฟิคถามตาโต มันน่าตื่นเต้นขนาดนั้นเลยเหรอวะ

"ก็เออดิ มันทำไมวะ? " ถามกลับอย่างงงๆ

"ก็พี่ว๊ากอะมึง พี่ว๊ากอะ! "

"อย่าไปฟังมันเลย มันเป็นบ้า" ไอ้แก้ว สาวหล่อในที่นี้พูดแทรกขึ้นมา ทำเอาไอ้ฟิคทำปากขมุบขมิบ

"แล้วมึงไปกินกับพี่เขาได้ไง" เพื่อนรักของผมถาม มันก็คงจะสงสัยว่าผมกับพี่ว๊ากแม่งโคจรมาแดกเหล้าโต๊ะเดียวกันได้ไง

"พี่เมทกูเป็นเพื่อนกับพวกพี่ว๊ากไง" มันทำหน้าเข้าใจแล้วไม่ถามอะไรต่อ ผมเลยได้ทีซัดมันเรื่องไลน์

"กูไลน์หาทำไมไม่ตอบ กูเลยต้องไลน์หาไอ้ทัณฑ์แทนเนี่ย"

"กูก็ไลน์หามึง มึงก็ไม่ตอบกูป่ะ? " มันย้อนกลับ เล่นเอาผมนิ่งกึก

"เออ นั่นแหละ แต่มึงหลายครั้งกว่าเว้ย ไอ้ชอบดองไลน์" ครั้งนี้ผมผิดจริง ผมยอมรับ เลยต้องขุดคดีเก่ามาว่ามันไง

"มันก็ตอบเร็วนะเว้ย ดองตรงไหนวะ" ไอ้ทัณฑ์แก้ต่างให้ด้วยสีหน้าที่ไม่เข้าใจว่าเพื่อนรักผมมันดองไลน์ตรงไหน

"มันตอบเร็วแค่กับมึงไงไอ้ทัณฑ์ -_-" นี่ผมเปล่าชงนะ เอาความจริงมาพูดล้วนๆ เลยเนี่ย เห็นกับตาเลยว่าเวลาไอ้ทัณฑ์ไลน์มาหา มันนี่รีบตอบกลับอย่างไว ขนาดเล่นเกมอยู่ มันยังยอมออกจากเกมไปตอบอะคิดดู

เหอะๆ แล้วก็เสียอาการกันทั้งคู่ ไอ้ทัณฑ์เงียบทำเป็นชงเหล้าเพิ่ม ทั้งๆ ที่ในแก้วมันยังกินไม่หมด ไอ้ห่าคิมก็ยกแก้วที่มีแต่น้ำแข็งขึ้นดื่ม

เจริญล่ะเพื่อนกู

ผมหันไปมองหน้าอีกสามคนที่เหลือ ที่ไอ้เดย์ทำหน้านิ่ง ไอ้ฟิกทำหน้าหมางง ส่วนไอ้แก้วยิ้มอย่างมีเลศนัย ผมมีพวกละ หึหึ

"พวกมึงกลับกันตอนไหนวะ กูกลับด้วยดิ" ว่าแล้วก็เปลี่ยนเรื่อง ก่อนที่ไอ้คิมมันจะแดกแก้วเข้าไปด้วย

"เอาดิ" ไอ้เดย์เป็นคนตอบ พวกมันคงจะนั่งรถไอ้เดย์มาอย่างไม่ต้องสงสัย

ผ่านไปเกือบสองชั่วโมง เรานั่งคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย ยิ่งเหล้าเข้าปากมากเท่าไหร่ พวกเราก็ยิ่งสนุก เสียงยิ่งเริ่มดังแข่งกับเสียงเพลงในผับ และความเมาก็เข้าครอบงำไอ้เพื่อนผมคนนี้

"นี่มึงเมาแล้วเหรอวะ" ผมหันไปถามไอ้คิมที่ตาเยิ้ม คอเริ่มพับเริ่มอ่อน เริ่มยิ้มแปลกๆ ออกมา เหี้ย! กูเริ่มกลัวมึงแล้วนะ

"ยังเว้ยยย...ยังไม่เมา" เสียงยานอย่างนี้ชัดเลย มันทำท่าจะหยิบมาดื่มอีกแก้ว แต่ไอ้ทัณฑ์ดึงหนี

"มึงพอเลย กูขี้เกียจแบกมึงขึ้นหอ" ไอ้ทัณฑ์ที่ควรจะเมาก่อนไอ้คิม แต่ตอนนี้มันกลับปกติดีทุกอย่าง ทั้งๆ ที่ก็กินไปเยอะพอๆ กัน

"ทำไมม" มันถามกลับยิ้มๆ ก่อนจะเอนหัวไปซบไหล่ไอ้ทัณฑ์ มือไม้มันเรื่อยไปกอดเอวของคนที่มันซบ

"ไอ้เชี้ยคิมมม! " ไอ้ทัณฑ์ดันตัวมันออกด้วยสีหน้าตื่นๆ แต่ไอ้คิมมีหรือจะยอมล่าถอย ความเมาคงไม่มีผลอะไรต่อแรงควายๆ ของมัน

กูว่ามันไปแล้ว เพื่อนกูไปแล้ว ~

"โด่วว สู้กูก็ไม่ได้ อ่อนวะะะ" เสียงไอ้เตี้ยเย้ยหยันอย่างเหนือกว่า ทั้งๆ ที่สภาพก็ไม่ได้ต่างอะไรกับเพื่อนกูเลย

"มึงก็พอๆ กับมันนั่นแหละ อย่าปากดี" โดนไอ้แก้วปรามไปหนึ่งดอก สองคนนี้แม่งเหมือนแม่ลูกกันฉิบหาย

"ไอ้สัส เสียชื่อเด็กวิศวะหมด หน้าโคตรโหดแต่คอโคตรอ่อน ให้ตายเหอะมึง -_-" ผมบ่นไอ้คออ่อนอย่างเหลือทน

"กูว่ากลับกันเถอะ" ไอ้เดย์เป็นคนหาทางออก

พวกเราเลยพยักหน้าอย่างเห็นพ้องต้องกัน พวกเราเลยเช็กบิล ไอ้แก้ว ไอ้เดย์ช่วยกันแบกไอ้ฟิค ส่วนไอ้ทัณฑ์กับผมช่วยกันแบกไอ้คิม ตัวก็อย่างกะควายแม่ง เราเดินมาถึงชั้นล่าง เลยนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ไปลาพวกพี่ๆ เลยนี่หว่า

"เฮ้ยมึง เดี๋ยวกูไปบอกพี่กูก่อนนะว่าจะกลับ เดี๋ยวตามไปที่รถ" บอกไอ้ทัณฑ์

"เออได้"

"มึงแบกมันไหวป่ะเนี่ย" ผมยังไม่กล้าปล่อยไอ้คิม เดี๋ยวแม่งได้ล้มลงไปกองกับพื้นทั้งคู่ ดูๆ ไปแล้วไอ้ทัณฑ์มันก็เมาเหมือนกัน แต่คงจะน้อยกว่าไอ้คิมอยู่มาก

"กูช่วย" ไอ้เดย์มายืนอยู่ข้างๆ ผมเลยผละออกจากมัน ให้ไอ้เดย์แบกแทน

"แล้วมึงแบกมันไหวเหรอวะแก้ว" หันไปถามไอ้แก้วที่แบกไอ้ฟิคคนเดียว

"สบาย มันตัวเล็ก"

"อืม งั้นเดี๋ยวกูตามไปนะเว้ย"

พวกมันพยักหน้า ผมเลยเดินแยกจากพวกมันออกมา ตรงไปยังโต๊ะที่พวกพี่ๆ มันนั่งกันอยู่ ป่านนี้แล้วแม่งยังดวนเหล้ากันอยู่เลย นี่สิว่ะเลือดวิศวะตัวจริง

"ไอ้พี่ปืน กูกลับแล้วนะ" มันหันออกมาจากวงเหล้าทันทีที่ผมสะกิดแล้วบอก

"เอออ กลับไงวะ"

"กลับกับเพื่อน กูไปละ พี่ๆ หวัดดีครับบบ"

"ไหว้พระเหอะมึงง"

"ฮ่าๆ ๆ ๆ " คนอื่นๆ หัวเราะก๊าก

ผมมันเป็นคนมีสัมมาคารวะเว้ย ไปมาลาไหว้ผู้สูงอายุ หรือที่เรียกอีกอย่างว่าอยู่เป็นนั่นแหละ

ผมเดินออกมา กำลังจะตรงไปยังทางเข้าของผับ แต่จะโทษสายตาของตัวเองดีมั้ยล่ะ ที่ดันเหลือบไปเห็นใครบางคนที่นั่งดื่มอยู่คนเดียวตรงเคาน์เตอร์บาร์

เจอกันอีกแล้วนะ

จะเรียกว่ามันบังเอิญก็คงไม่ใช่ เพราะคงไม่มีใครบังเอิญเจอกันถึงสามครั้งติดขนาดนี้ ผมคิดพลางล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาไลน์หาไอ้ทัณฑ์

Chin : พวกมึงไปกันเลยนะ กูว่าจะอยู่ต่ออีกสักพัก

เมื่อส่งข้อความเสร็จ ผมก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงที่เดิม แล้วเดินตรงไปหาคนคนเดียวที่ผมเห็นอยู่ในสายตา ณ ตอนนี้ พอเดินไปถึง ผมก็นั่งลงเก้าอี้ทรงสูงข้างๆเขา

"ค็อกเทลแก้วนึงครับ" ก็อยากจะสั่งของแพงไปอวดเขาซะหน่อย แต่ต้นทุนก็มีน้อยนิดเหลือเกิน เลยสั่งได้แค่น้ำผลไม้ผสมแอลกอฮอล์

ผมเหลือบมองคนข้างๆ ที่ยังคงยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มอย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง นี่เขาทำให้ทุกคนในนี้จางกลายเป็นอากาศไปแล้วป่ะเนี่ย

"อะแฮ่ม" กระแอมไอให้เขารู้ตัวว่ามีคนมานั่งด้วย อีกฝ่ายเพียงแค่เหลือบหางตามามองเท่านั้น เดจาวูป่ะวะ เหมือนตอนในเซเว่นเป๊ะๆ

"ถ้าคราวนี้ยังบอกว่าจำผมไม่ได้ ผมไม่เชื่อแล้วนะ" พูดดักทางไว้ก่อน คนตรงหน้าหันมามองแล้วหรี่ตาลงนิดๆ

"ต้องการอะไร"

"แล้วพี่คิดว่าผมต้องการอะไรล่ะ" เลิกคิ้วถามกลับอย่างกวนประสาท ถัาคนตรงหน้าใจร้อนหน่อย ผมโดนถีบไปแล้ว แต่เขาทำเพียงแค่ถอนหายใจเท่านั้น

"ไม่มีอารมณ์ ไปหาคนอื่นไป" ว่าจบก็ควักแบงก์พันออกมาจากกระเป๋าตังค์แล้ววางไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้ไปโดยที่ผมยังไม่ทันได้พูดอะไร

"หึ" ผมมองตามร่างสูงที่เดินออกไปพลางยิ้มมุมปาก

เคยบอกไปแล้วไง ว่าถ้าเจอกันอีก จะไม่ปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด

ผมรีบตามเขาออกมา เห็นหลังไวๆ ว่าเขาเดินไปยังลานจอดรถและขึ้นรถคันหนึ่งที่คิดว่าน่าจะเป็นของเขาแหละ ก่อนที่รถคันนั้นจะสตาร์ทและค่อยๆ เคลื่อนตัวออกไปตามทาง ผมไปยืนแอบอยู่ตรงทางออกของผับ

เอาวะ ยอมเจ็บตัวนิดหน่อยแต่ได้เขามาก็ถือว่าคุ้ม

ผมยืนรอจนรถขับเข้ามาใกล้ถึงทางออก ผมก็ได้จังหวะกระโดดลงไปขวางหน้ารถเอาไว้ทันที

เอี๊ยดดด!!!

เสียงเบรกดังลั่นไปทั่วบริการ ผู้คนที่ยืนอยู่หน้าผับต่างพากันหันมามองเป็นตาเดียว ผมล้มลงไปกับพื้น กุมแขนข้างขวาที่รู้สึกเจ็บแปร๊บ เพราะเมื่อกี้โดนชนไปเต็มๆ นี่ถ้าเขาเบรกไม่ทัน ผมคงได้แอ็ดมิทเข้าโรงบาลไปแล้ว

"กระโดดลงมาขวางทำไมเนี่ย! " เขาลงมาจากรถ ก่อนจะก้าวฉับๆ มาหาผม ในใจก็คิดแล้ว กูโดนด่ายับแน่ แต่ว่าผิดคาด เขากลับนั่งคุกเข่าลงข้างๆ แล้วค่อยๆ จับแขนผมมาดูอย่างพยายามเบามือที่สุด ตั้งใจสำรวจแขนผมสุดๆ ว่าแตกหักตรงไหนมั้ย

"ห่วงผมด้วยเหรอเนี้ย" ผมถามขึ้นยิ้มๆ อีกฝ่ายดูเหมือนจะชะงักไป ก่อนจะปล่อยแขนผมออก แล้วลุกขึ้นยืน 

สัส กูไม่น่าทักเลย

"ปากดีแบบนี้คงไม่เป็นไรแล้วมั้ง ทีหลังอย่าทำอะไรโง่ๆอีก" พอพูดจบ เขาก็ทำท่าจะเดินกลับไปที่รถ

"โอ้ยยยๆ ๆ ๆ เจ็บอะพี่ เจ็บมากเลย" แผนแกล้งสำออยได้ผล เขาหันกลับมามอง ถึงจะทำหน้ารำคาญมากก็ตามที

"สำออย"

เอ้า รู้ทันอีก

"ผมไม่คิดเลยนะว่าพี่จะเป็นคนใจดำอำมหิตขนาดนี้ นี่พี่ขับรถมาชนผมนะเว้ย ไม่คิดจะรับผิดชอบหน่อยเหรอ" ผมแกล้งพูดเสียงดังๆ ให้คนแถวนี้ได้ยิน ผมเห็นว่ามีคนยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายด้วย สีหน้าของคนที่ผมยังไม่รู้จักชื่อเริ่มหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัดกับคนรอบข้างที่เห็นชาวบ้าน เขามีเรื่องกันไม่ได้ เป็นต้องอยากรู้ไปหมด 

เออ แต่เขาก็หงุดหงิดผมด้วยแหละ ไม่ใช่แค่เพราะโดนเสือกหรอก อีกฝ่ายยกมือขึ้นมาเสยผมด้านหน้าอย่างอารมณ์บ่จอย

คนอะไรโกรธได้น่ามองขนาดนี้

"ขึ้นรถ! "

"ครับผม" ผมตอบรับด้วยน้ำเสียงเริงร่า เขาหนีขึ้นรถไปก่อนแล้ว ไม่มีการมาช่วยพยุงผมไปสักนิด แหม ไอ้ห่าชิน มึงไปกวนตีนเขาขนาดนั้นยังจะหวังให้เขามาทำดีด้วยอีกเหรอวะ ผมพาตัวเองไปนั่งข้างคนขับ ถึงจะเริ่มระบมบริเวณท่อนแขน แต่ช่างแม่ง

"คาดเข็มขัดด้วย" คนขับหันมาบอกหลังจากสตาร์ทรถอีกครั้ง

"ผมเจ็บแขน" ทำหน้าตาอ้อนวอนสุดๆ และสิ่งที่ได้รับนั้นคือ

"งั้นก็นั่งไปแบบนี้แหละ"

ได้เหรอวะ?

"เฮ้ยพี่! ไม่ได้ดิ เดี๋ยวตำรวจจับ! " ปกติกูขับผ่าไฟแดงแท้ๆ ไม่เคยกลัว ท้าทายอำนาจมืดสุดๆ อยากถีบตัวเองว่ะ เหอะๆ

เขาถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะเอื้อมมือมาสุดความยาวของแขน ไม่มีการโน้มตัวเข้ามาใกล้ใดๆ ทั้งนั้น ย้ำว่าไม่มีการโน้มตัวเข้ามาใกล้เหมือนซีรี่ส์เกาหลี! หมดกันโมเมนต์ที่กูจะสร้าง แขนยาวชิบ

พอคาดเข็มขัดให้ผมเรียบร้อย เขาก็ออกเร็วไปด้วยความไวแสง กูนึกว่าจะไปแข่งกับโดมินิค โทเรตโต้ นั่งเกร็งเยี่ยวแทบเล็ด

"ขับช้าๆก็ได้นะพี่ ผมไม่รีบ" ผมไม่รู้หรอกว่าเขาจะพาผมไปไหน ไม่โรงบาลก็คลินิกใกล้ๆ นี่แหละ

"..." อีกฝ่ายไม่ตอบอะไร ตีหน้านิ่งมองทางข้างหน้าอย่างเดียว

เหอะ เงียบไปเหอะ เดี๋ยวต่อจากนี้ก็คงเงียบได้อีกไม่นาน


โรงพยาบาล

"ลงไป" เขาขับมาจอดเทียบท่าที่ทางเข้าไปข้างในพอดีเป๊ะ

"โห..นี่ใจคอแค่จะมาส่งแล้วทิ้งกันเลยงี้? " บอกแล้วว่าจะไม่ปล่อยไปง่ายๆ ปล่อยหลุดมือไปคราวนี้ เกิดไม่ได้เจอกันอีกทำไง ผมต้องหาวิธียื้อให้สุด

"กูจะไปจอดรถ -_-"

เงิบ...

"อ่อ..ฮ่าๆ จอดรถเนาะ..โอเคครับ" หัวเราะอย่างเก้อๆ สงบปากสงบคำ ปลดเข็มขัดแล้วลงจากรถแต่โดยดี

ผมยืนรอเขาอยู่ตรงนั้นแป๊บนึง เขาก็เดินมาหา หน้าหงิกยังไง ตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม เราเข้าไปข้างใน จับบัตรคงบัตรคิว รอพยาบาลเรียก เข้าไปตรวจไปหมอ ปรากฏว่าแขนผมซ้นเฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไรมาก เลยโดนพันผ้ากอซที่แขนแค่นั้น

"เสร็จแล้วครับ ไปรอรับยาได้เลย"

"ขอบคุณครับหมอ"

ผมยกมือไหว้ก่อนจะเดินออกมา พอมีผ้าพัน ก็รู้สึกดีขึ้นจากเมื่อกี้นิดนึง ผมเดินตรงไปหาคนที่นั่งรอผมอยู่หน้าห้องตรวจ

ผมว่าเขาก็ดูเป็นคนดีนะ ทั้งดูแขนผมที่เจ็บตอนนั้น แล้วพามาส่งโรงบาลอีก ทั้งๆ ที่เขาก็รู้ว่าผมแกล้งกระโดดไปตัดหน้า แถมยังแกล้งสำออย เป็นคนอื่นแม่งไล่ตีผมไปนานละ แต่ไม่รู้ทำไมถึงแสดงด้านที่มันขวางโลกออกมาก็ไม่รู้ ผมว่าเขาไม่ได้เป็นคนแบบนั้นอะ เหมือนเขาพยายามแสดงด้านที่แย่ออกมาเพื่อปกปิดตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง ว่าป่ะ?

"เสร็จแล้วพี่" เดินไปยืนอยู่ตรงหน้าอีกฝ่าย เขาเงยหน้าขึ้นมา

"หมดเรื่องแล้วใช่มั้ย" เขาลุกขึ้นยืน ผมรู้เลยว่าเขากำลังจะกลับ

"เดี๋ยวดิพี่ เหลือรับยา"

"ไปรับเองไม่เป็นหรือไง? "

"เจ็บแขน" กูก็ยังคงใช้แผนสำออยต่อไป

"แขนซ้ายมึงมีไว้ทำซากอะไร -_-"

"ขึ้นมึงกูแบบนี้ แสดงว่าเราสนิทกันแล้วเนอะ" เรื่องตีเนียนผมถนัด

"อย่ามาเนียน" ว่าพลางเดินเลี่ยงผมออกไป

เอ้า! มัวรออะไรล่ะ รีบตามไปสิโว้ย!!!

"เดี๋ยวดิพี่! จะรีบไปไหน!!" ผมตะโกนตามหลังไป โดยลืมไปว่าที่นี่มันโรงพยาบาล ถึงคนจะน้อย แต่นี่มันเวลาพักผ่อนของผู้ป่วยอะนะ ผมเลยรีบสาวเท้าเดินตามให้ทันเขา จะได้ไม่ต้องตะโกนเสียงดัง

"มารยาท รู้จักมั้ย" เหลือบหางตามามองผม เออ เจ็บกว่าโดนด่าคำหยาบอีกอะ

"รู้พี่ แต่พี่จะรีบไปไหนวะ ใจคอจะทิ้งกันไว้โรงบาลจริงดิ"

"เฮ้อ..ก็รีบไปเอายามึงไง" ถอนหายใจ พูดออกมาส่งๆ แต่มันมีผลต่อใจผมมากๆ

ไอ้เหี้ย! ไอ้เหี้ยเอ๊ย! โดนตกไปเต็มไปเลยว่ะ!!

เราไม่ได้รอนานเลย เพราะพอมาถึงจุดรับยา พยาบาลที่เป็นคนจ่ายยาก็ขานชื่อผมทันที โคตรเซ็งอะแม่ง อุตส่าห์คิดว่าจะได้นั่งคุยกับเขาอีกสักนิด

"มึงกลับเองนะ กูไม่ไปส่ง" ระหว่างเดินออกจากโรงบาล เขาก็พูดขึ้น เอาไงดีวะ คิดสิคิดไอ้ชิน มึงจะปล่อยเขาไปตอนนี้ไม่ได้ ถ้าปล่อยไปตอนนี้ ฟ้าคงไม่ใจดีให้เจอกันอีกแล้วนะเว้ย

"เอ่อพี่"

"อะไรอีก" สายตาที่เหวี่ยงมานั้นฟาดฟันสุดๆ รู้ครับว่ารำคาญ แต่ไม่ต้องแสดงออกขนาดนี้ก็ได้

"หอผมปิดแล้วอะ.." ปิดพ่องสิ! วันนี้วันศุกร์ ประตูหอแม่งเปิดยันคืนวันอาทิตย์นู่นแหละ

"แล้วไง" ถามกลับมาได้โนสนโนแคร์สุดๆ

"ผมก็ไม่มีที่นอนไง"

"เกี่ยวอะไรกับกู"

"พี่ไม่สงสารเด็กตาดำๆคนนี้บ้างเหรอ จะให้ผมไปนอนไหนล่ะ นอนวัดงี้" ถ้าเป็นไอ้คิมมันมาเจอลูกอ้อนผมแบบนี้ มันไม่หลงกลไม่พอยังจะถีบผมซ้ำอีกด้วย

"นอนวัดก็ดีนะ"

"โหย...พี่"

"แล้วไม่มีเพื่อนหรือไง" ว่าละต้องถามแบบนี้

"เพื่อนมันก็นอนกับแฟนไงพี่ ไม่อยากรบกวนมัน" กูขอโทษนะไอ้คิมไอ้ทัณฑ์ มึงช่วยเป็นแฟนกันไปก่อนละกัน หึหึ

"แล้วไม่รบกวนกูเลย? " เลิกคิ้วถามหน้านิ่งสุดอะไรสุด

"หน่าพี่..พี่ทำผมเดี้ยงอะ รับผิดชอบหน่อยดิ"

"ค่ารักษากับค่ายายังไม่พอว่างั้น? "

อูยย...จึ้กเลย

"ก็ได้ครับ ผมไม่รบกวนพี่แล้วก็ได้" เล่นบทสำออยก็แล้ว ตื้อก็แล้ว เหลือแต่บทน่าสงสารนี่แหละ

"ก็ดี"

เฮ้อ นี่กูหมดหวังแล้วสินะ เอาวะ วันนี้พอก่อนก็ได้ คราวหน้าถ้าเจออีก ค่อยว่ากันใหม่

"งั้นผมไปแล้วนะพี่ หวัดดี" ผมยกมือไหว้ปลกๆ แล้วเดินหนีเขาออกมาอย่างเซ็งๆ

จะกินแห้วมั้ยเนี่ยกู ดูท่าทางเขาไม่ใช่คนง่ายเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าเขามีแฟนแล้วหรือยัง แต่คงยังหรอกมั้ง ถ้ามีคงไม่มานั่งแดกเหล้าคนเดียว

แม่งคิดปลอบใจตัวเองสุดๆ

ผมเดินมาถึงฟุตบาทริมรั้วโรงบาล พลางคิดอะไรไปเรื่อย และอะไรไปเรื่อยนี่ก็ไม่พ้นเรื่องเขา ถึงผมจะถูกใจเขามาก แต่ถ้าเรามันไม่มีทางจริงๆ ผมก็ไม่ดันทุรังหรอก ผมจะปลงแล้วปล่อยเขาไป แต่หลังจากพยายามเต็มที่แล้วนะ วันนี้ก็ถือว่าเหนือความคาดหมายแล้ว

"กูยังไม่รู้ชื่อเขาเลยนี่หว่า"

โป๊ก!

ผมเขกหัวตัวเองไปแรงๆทีนึง สกิลการจีบของมึงมันต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้เลยเหรอวะไอ้ชิน! ก่อนจะปลงเรื่องเขา ผมว่าผมปลงกับตัวเองก่อนดีกว่า

"จะมีแท็กซี่ให้กูขึ้นมั้ยเนี่ย" ชะโงกหน้าออกไปดูถนนว่ามีแท็กซี่ผ่านมาสักคันมั้ย แต่แม่งว่างเปล่า ลำพังจะมีรถยนต์สักคันขับผ่านยังแทบนับคันได้

"สงสัยกูได้ไปนอนวัดจริงๆแล้วล่ะ"

ผมเดินๆ อยู่ก็มีรถคันหนึ่งขับมาจอดเทียบข้างๆ ผมหันไปมองแว็บเดียวแล้วหันกลับมามองทางเหมือนเดิมอย่างไม่คิดอะไร

แต่รถเมื่อกี้มันคุ้นๆ นะเว้ย

ขวับ!

ผมหันหน้าไปมองอีกครั้ง ก็ยังเห็นรถคันนั้นจอดนิ่งๆ อยู่ ผมจำได้ว่ามันเป็นรถของเขาแน่ๆ เลยเดินเข้าไปหาแล้วเคาะกระจกฝั่งคนขับเบาๆ อีกฝ่ายก็ลดกระจกลงมา

"ขับตามผมมาทำไมอะ" ถามขึ้นพลางยิ้มมุมปาก รู้สึกถึงแสงแห่งความหวังจากปลายทาง

หึหึ

"อย่าพูดมาก ขึ้นรถ" ตอบกลับด้วยน้ำเสียงและสีหน้าติดรำคาญ แต่ผมดันชอบสีหน้าแบบนี้ไปแล้วว่ะ

"ครับผม"

ผมเดินอ้อมไปขึ้นรถอย่างอารมณ์ดี พอขึ้นมานั่งเรียบร้อย เขาก็ยืดแขนมาสุดแขนเพื่อคาดเข็มขัดให้ผม โดยที่พยายามจะไม่เอี่ยวตัวเข้ามาใกล้

"โน้มเข้ามาอีกก็ได้พี่ ผมไม่ถือ"

"แต่กูถือ" อีกฝ่ายพูดแค่นั้นก่อนจะคาดให้ผมจนเสร็จ แล้วขยับออกไปเหยียบคันเร่งออกรถทันที

"จะพาผมไปบ้านเหรอ" ระหว่างทางผมก็ชวนคุย ไม่งั้นรถเงียบแน่ เพลงก็ไม่เปิด

"คอนโด"

"พี่อายุเท่าไหร่" พอถามคำถามนี้ อีกฝ่ายก็หันขมวดคิ้วมองหน้าผม แล้วหันกลับไปมองถนนเหมือนเดิม

"ถามทำไม"

"จะได้รู้ไงว่าพี่เป็นพี่ผมจริงหรือเปล่า เผื่อเราอายุเท่ากัน หน้าพี่โคตรเด็กเลย" ไอ้ประโยค หน้าๆ อะผมตอแหลไปงั้น ดูก็รู้ว่าเขาอายุมากกว่าจากการแต่งตัว ท่าทาง มีคอนโด มีรถขับแบบนี้ แต่ที่บอกว่าหน้าเด็กอันนี้เรื่องจริงนะ

"กูไม่บ้ายอ"

"ไม่ได้ยอ ชมจากใจเลยเนี่ย ตกลงพี่อายุเท่าไหร่"

"ยี่สิบเจ็ด"

"ยี่สิบเจ็ดเลยเหรอ!? ...หนึ่ง สอง สาม สี่..." ผมยกนิ้วขึ้นมานับ ก่อนจะเบิกตากว้าง แล้วหันกลับไปมองเขา อีกฝ่ายก็ขมวดคิ้วมองอย่างงงๆ

"อะไร"

"แปดปี! ..เราห่างกันแปดปี! "

"แล้วยังไง"

"ก็ผมไม่เคยคบใครที่อายุห่างกันขนาดนี้เลยอะดิ อย่างมากก็แค่สองสามปี" พอผมบอกไปงั้นอีกฝ่ายก็ยิ่งทำหน้าไม่เข้าใจเข้าไปใหญ่

"จะกลัวอะไร เราไม่ได้คบกัน"

"อนาคตไงพี่" บอกยิ้มๆ จากหน้างงก็เปลี่ยนเป็นหน้าเอือมทันที

"ประสาท"

"ฮ่าๆ ๆ ๆ "

ระหว่างทางผมก็กวนตีนเขาไปเรื่อยจนถึงคอนโดที่โคตรจะสูง ผมแหงนมองตึกสูงระฟ้า ตรงหน้าจนคอแทบเข็ด มันมีกี่ชั้นวะเนี้ย

"ยืนมองอะไร เดินมา" เขาที่เดินไปเกือบจะถึงประตูใหญ่แล้ว ก็พยักหน้าให้ผมเดินตาม ไอ้ผมที่กำลังตื่นตาตื่นใจกับความสูงใหญ่ของตึก ก็รีบเดินตามไป ตึกสูงว่าอึ้งแล้ว ชั้นที่เขาอยู่แม่งอึ้งกว่า เชี้ย ห้องเขาแม่งอยู่เกือบชั้นบนสุดเลยอะ!

แกร๊ก..

พรึ่บ

เขาเปิดประตูเข้าไปในห้อง ผมไม่ได้ยินเสียงเขากดเปิดสวิตช์ไฟเลยนะ เพียงแค่เขาก้าวเท้าเข้าไป ไฟทุกดวงก็ติดพร้อมกันพรึ่บเดียว

"พี่มีเวทมนตร์เหรอวะ!? " ถามออกไปเขาก็ทำหน้าเอือมอีกครั้ง

"ไฟอัตโนมัติ -_-"

"อ๋อออออ"

เขาเดินนำเข้าไปในห้อง ผมเดินตามไปอย่างสงบเสงี่ยมเจียมตัวสุดๆ ไม่ใช่อะไร กลัวไปทำห้องเขาพัง ห้องแม่งโคตรสวย จัดเรียบๆ โทนสีโคตรมินิมอล สบายตาดี

"มึงนอนโซฟา" เขาชี้มือไปยังโซฟาตัวใหญ่กลางห้อง ผมพยักหน้ารับแต่โดยดี เขาไม่ให้ผมไปนอนบนพรมเช็ดเท้าก็ดีเท่าไหร่ละ แล้วอีกอย่าง โซฟานี่ยังหรูกว่าเตียงที่หอผมอีก

"ห้ามขโมยของ" นิ้วชี้เรียวยาวชี้หน้า ผมถึงกับหลุดขำพรวด

"โถ่พี่ หน้าผมนี่เหมือนขโมยมากมั้ง"

"คนสมัยนี้ไว้ใจไม่ได้" เขาพูดสีหน้าจริงจัง แต่ผมยังคงขำอยู่

"เคยไปโดนใครหลอกมาป่ะเนี้ย"

"..."

อ่าว..ทำไมเงียบวะ ผมไปพูดแทงใจดำอะไรเขาหรือเปล่า?

"เฮ้ยพี่..เป็นอะไรป่ะเนี่ย" ผมห้ามมือจะไปจับไหล่เขา แต่อีกฝ่ายเบี่ยงหลบและขยับถอยหนีทันที มือผมค้างอยู่กลางอากาศ

"เปล่า ไปนอนซะ ดึกแล้ว" เขาพูดแค่นั้น ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนของเขา

"กูพูดอะไรผิดไปวะเนี้ย" เกาหัวตัวเองแกรกๆ แล้วเดินไปทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาที่นุ่มกว่าเตียงที่หอสามร้อยเท่า

"แล้วกูก็ลืมถามชื่อเขาอีกละ เฮ้อ"

ผมนอนเล่นไปสักพัก ไฟในห้องก็ดับเอง ถ้าเขาไม่บอกว่ามันเป็นไฟอัตโนมัติผมคงคิดว่าตัวเองโดนผีหลอกแน่ๆ

กำลังจะเคลิ้มหลับอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าไฟในห้องสว่างวาบขึ้นอีกครั้ง ไม่ได้ยินเสียงเปิดประตูก็รู้เลยว่าเขาออกมาจากห้อง ผมลุกพรวดขึ้นนั่งทันที เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้อง ใส่ชุดนอนสีเข้มแขนยาวขายาว ในมือทั้งสองข้างหอบผ้าห่มอยู่

"เอามาให้ผมเหรอ? "

"อืม" ตอบรับสั้นๆ ก่อนจะเดินเอามาวางไว้บนพนักโซฟา ก่อนจะหมุนตัวทำท่าจะเดินออกไป

"เดี๋ยวดิพี่"

"อะไร" ขายาวหยุดชะงักแต่ไม่ได้หันกลับมามอง

"ขอบคุณนะครับ"

"..." เขาไม่ตอบอะไรกลับมาเหมือนเคย แต่ผมรู้ว่าเขารับรู้ถึงคำขอบคุณของผม

"ผมชินนะ..พี่ชื่ออะไร"

เขาเงียบไปอึดใจหนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาเพียงคำสั้นๆ

"....อาร์ม"

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนนี้เอาคู่นี้ไปเต็มๆพาร์ทเลยนะ ^^

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว