email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

น้องบัวมาไม่บ่อย แต่อร่อยนะเจ้าคะ

บทที่ 4 การกลับมา

ชื่อตอน : บทที่ 4 การกลับมา

คำค้น : สัตชีวา#4

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 569

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ธ.ค. 2561 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 การกลับมา
แบบอักษร

บทที่ 4

การกลับมา


มายาวียันตัวนั่งอิงขอบเตียงโดยมีบ่าวชื่อเย็นคอยประคอง  มายาวีมองสำรวจรอบห้องนอนอีกครั้งภายในห้องนอนนี้ถูกแบ่งเป็นสองส่วนโดยมีฉากกั้น  ในส่วนอื่นมายาวีมองเห็นไม่ถนัดนักจากเตียงนอนนี้ หากแต่ในส่วนรอบๆเตียงนอนค่อนข้างอึบทึบไม่เหมาะสำหรับให้คนป่วยใช้พักฟื้นสักนิด

“เปิดหน้าต่างที”

มายาวีเอ่ยเสียงแผ่วเบาหลังจากที่ใช้เวลาในการพักฟื้นเส้นเสียงอยู่สามวันในที่สุดเธอก็สามารถเปล่งเสียงออกมาได้บ้าง  เย็นลุกขึ้นเปิดหน้าต่างตามที่แม่นายของตนบอก

“เย็นย่ำแล้วลมเริ่มแรงเปิดสักพักก็พอหนาเจ้าคะแม่นาย” 

เย็นเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ด้วยหอนอนท้ายเรือนนี้ด้านหลังเป็นคลองท้ายเรือนที่ขุดลอกมาจากแม่น้ำสายหลักแลเป็นที่ปลูกพืชผักที่ใช้ในครัวเรือน ในยามเย็นจึงมักมีสายลมเย็นพัดผ่านเข้ามาเสมอ  แม่นายบัวระวงค์ร่างกายอ่อนแอสัมผัสลมเย็นย่อมไม่ดีนัก

มายาวีได้แต่ถอดถอนในใจมิได้เอ่ยอะไรให้มากความไม่นานเฟื่องก็ยกสำรับเย็นเข้ามา  นี่คงเป็นอีกอย่างที่มายาวีแสนเบื่อหน่ายร่างกายของบัวระวงค์อ่อนแออีกทั้งทานเพียงข้าวต้มปลาแห้งให้กินยาอีกร้อยปีก็คงมิหาย

“วันพรุ่งมื้อเช้าเปลี่ยนเป็นข้าวต้มหมูแลไข่ต้มสามฟอง”

เฟื่องวางสำรับลงอ้าปากจะเอ่ยขัดหากแต่เพื่อนรักอย่างเย็นส่งสายตาเป็นการห้ามปรามเสียก่อน  แม่หญิงบัวระวงค์หายจากปวดหัวคราวนี้ยอมรับอาหารมากขึ้นสิ่งที่แม่นายอยากทานบ่าวอย่างพวกนางก็มิควรขัด

มายาวีนึกชื่นชมความเฉลียวของเย็นยิ่งนักแม้เป็นเพียงบ่าวแต่รู้จักสังเกตและรู้กาลควรไม่ควร  ส่วนบ่าวอีกคนแม้ไม่ใช่คนช่างสังเกตแต่เฟื่องเป็นคนซื่อสัตย์ไร้เล่ห์เหลี่ยมเป็นคนที่หายากในยุคที่มายาวีจากมา

บ่าวในเรือนออกพระสรีสิทธิกันแม้ค่อนข้างแปลกใจกับอาหารที่แม่หญิงบัวระวงค์รับในช่วงหลายวันที่ผ่านมา  หากแต่เมื่อสองบ่าวคนสนิทมิว่าอะไรทุกคนในครัวก็ล้วนจัดเตรียมให้ตามที่แม่หญิงขอ 

“หลายวันมานี้อีเฟื่องมันนั่งในครัวตลอดจนสำรับแม่หญิงบัวระวงค์แล้วเสร็จมิได้คาดสายตา บ่าวจึงมิสามารถทำตามคำสั่งแม่นายได้เจ้าค่ะ”

“ไม่ได้เรื่อง”

สิ้นคำกระโถนใบใหญ่ก็พุ่งเข้าใส่หัวนางเขียวจนเลือดตก  นางแดงก้มหน้างุดสายตามองไปที่นางเขียวบ่าวคู่สหายด้วยความเห็นใจ   สะบันงากำพัดในมือแน่นจนเส้นเลือดบนหลังมือเด่นชัด 

“โง่มาตั้งหลายปีมาฉลาดเอากระไรตอนนี้  น่าโมโหนัก”

สายตาหวานส่งผ่านความโกรธแค้นมองผ่านประตูหอนอนของตนส่งไปยังหอนอนท้ายเรือนด้วยความคับแค้นใจ  เพื่อให้ได้เป็นบุตรสาวคนโตของออกพระศรีสิทธิกันสะบันงาวางแผนวางยาในอาหารให้พี่สาวต่างมารดาหวังให้นางตายจากไป  แต่คล้ายบุญเก่าของพี่สาวผู้นี้จะมีอยู่มากเหลือเกินผ่านมายาวนานถึงสามปีพี่สาวต่างมารดาก็ยังคงหายใจเป็นหนามยอกอกนางมิหาย

มายาวีค่อยๆลุกจากเตียงโดยมีเย็นและเฟื่องคอยประคองทั้งสองข้าง  สองเท้าแตะลงพื้นกระดานช้าๆทุกอย่างก้าวล้วนยากลำบากเพราะร่างกายของบัวระวงค์มิได้ลงจากเตียงมาร่วมสองปีแล้ว

“แม่นายเดินได้แล้ว”

เสียงสั่นเครือด้วยความยินดีของเฟื่องสร้างรอยยิ้มให้มายาวีอย่างไร้สาเหตุ อาจเพราะเธอสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่แท้จริงจากบ่าวคนนี้

“เดินแต่ในหอนอนเถิดหนาเจ้าคะ  อย่าพึ่งออกไปด้านนอกเลย”

มายาวีพยักหน้ารับคำเตือนของเย็นบ่าวอีกคน  สายตายินดีและห่วงใยผสมกังวลนั้นมายาวีเข้าใจดี  เท่าที่เธอระลึกได้ดูคล้ายบัวระวงค์จะมิค่อยลงรอยกับน้องสาวต่างมารดามากนัก  ขนาดเจ็บป่วยลงเตียงมิไหวยังถูกระรานตลอดเวลา หากเวลานี้มายาวีพาร่างที่ยังมิแข็งแรงนี้ออกไปเดินเฉิดฉายด้านนอก  คาดว่าน้องสาวที่แสนรักคงรับขวัญชุดใหญ่จนมายาวีลุกจากเตียงไม่ได้อีกเลยเป็นแน่

“เย็นนี้แม่นายจะรับอะไรดีเจ้าคะ  บ่าวจะให้คนครัวเตรียมให้เจ้าค่ะ”

หลายวันมานี้มายาวีคิดสูตรอาหารมากมายบำรุงร่างกายของบัวระวงค์จนมีเรี่ยวแรงลุกเหินเดินได้บ้าง  หากแต่ร่างกายนี้ซูบผอมเกินไปอีกทั้งยังรับอาหารได้น้อยนิด  คาดว่ากว่าจะแข็งแรงคงอีกหลายเดือนทีเดียว

“เห็นพวกในครัวคุยกันว่า  ขุนพรมท่านพ่อของแม่นายคำแก้วที่ประจำการที่เมืองพิชัยล้มป่วยหนัก  แม่นายคำแก้วจึงจะพาแม่นายสะบันงาแลแม่นายชมพอเดินทางล่องไปหัวเมืองเหนือ ครานี้คงจักไปนานโขอยู่เจ้าค่ะ”

เฟื่องเอ่ยเล่าไปพลางพับผ้าสีซีดไปพลาง  มายาวีพยักหน้ารับฟังในใจพลานคิดอดสูกับสภาพของบัวระวงค์  เป็นแม่หญิงบุตรีออกพระแต่สไบงามๆสักผืนยังไม่มีช่างน่าสมเพทยิ่งนัก

“คุณพ่อจักกลับมาเมื่อใด”

“เห็นพวกที่มาฝึกดาบท้ายเรือนกล่าวว่ามิน่าจักเกินหนาวนี้เจ้าค่ะ”

ออกพระศรีสิทธิกันไปรบที่หัวเมืองใต้ตั้งแต่บัวระวงค์อายุได้ 13ขวบปีแม้กุมชัยเหนือเมืองปราณบุรีหากแต่ขุนหลวงวรวงษ์องคภักดีบดินทรยังคงให้ประจำการเพื่อสังเกตการศึกอยู่  จนบัดนี้ล่วงเลยเวลามาเกือบสามปีแล้ว ในปีหนึ่งออกพระศรีสิทธิกันจักกลับมาที่อินทบุรีเพียงสามสี่หนและนั่นเป็นเหตุให้คำแก้วแลบุตรสาวรังแกบัวระวงค์โดยไม่มีใครสามารถช่วยเหลือได้  หากแต่ยามนี้ถ้าออกพระศรีสิทธิกันกลับมาในช่วงที่คำแก้วแลบุตรสาวมิอยู่เรือนลางทีมายาวีอาจใช้เวลานี้เป็นโอกาสในการทวงสิ่งที่ควรเป็นของตนกลับมา

คำแก้วล่องเรือจากเมืองพิชัยถึง 5 วันจึงมาถึงเมืองอินทบุรี  บุตรสาวสองคนนอนหลับในเรือด้วยความอ่อนเพลีย  แม้ร่างกายอ่อนล้าเช่นบุตรสาวทั้งสองหากแต่ความกังวลบางอย่างในอกกลับทำให้มิอาจข่มตาหลับลง

เรือยาวสามลำเทียบท่าน้ำเรือนออกพระสรีสิทธิกัน คำแก้วก้าวขึ้นจากเรือโดยการประคองของอุ่นบ่าวคนสนิท พลันดวงตาเบิกกว้างลำคอแห้งผากด้วยความตกใจ

“แม่บัวระวงค์”

บัวระวงยกยิ้มกว้างก่อนยกมือสองข้างขึ้นพนมอย่างงดงาม  สายตาหวานสบดวงตาตกตะลึงของผู้มาเยือนด้วยความยินดีประหนึ่งรอคอยการกลับมาครั้งนี้มายาวนาน

“ข้าไหว้เจ้าค่ะ คุณป้าคำแก้ว”

..........................................................................................................................................................................

แม่นายผู้ใดที่ชอบนางเอกสายหวาน บอกผ่านเรื่องนี้ได้เลยเจ้าค่ะ 

เพราะระดับตัวแม่อย่างมายาวีมาเองรับรอง....จัดเต็มแน่นอน

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว