facebook-icon Twitter-icon

อย่าลืมเม้นให้กำลังใจกันบ้างน้าาา

ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 20 [100%] *แก้ไข

ชื่อตอน : ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 20 [100%] *แก้ไข

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 12.2k

ความคิดเห็น : 31

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ก.ค. 2562 21:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ติวรัก Love Tutor : ตอนที่ 20 [100%] *แก้ไข
แบบอักษร

​ติวรัก Love tutor 

 

“อันดับแรก มึงต้องทำให้จำเลยรู้ตัวก่อนว่ามีความผิด” นักวางกลยุทธ์ปุ้ยเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางขึงขัง 

“ยังไงวะ” ไอ้ตาลกับไอ้แทนเอ่ยถามขึ้นพร้อมกัน โดยมีผมนั่งส่ายหน้าอยู่ใกล้ๆ พวกมันกำลังเห็นเป็นเรื่องสนุกกันอยู่หรือเปล่าวะเนี่ย 

“มึงยังมีคลิปนั้นหรือเปล่าไอ้ปั้น ที่มึงถ่ายมาให้ไอ้ชิดู” 

“มี แต่อยู่ในคอมพ์ ต้องกลับไปเอาที่ห้อง” 

“งั้นเย็นนี้มึงส่งให้ไอ้ชิ ให้ไอ้ชิเป็นคนส่งต่อให้ไอ้พี่แทนเอง พี่มันจะได้รู้ว่ามึงรู้เรื่องเลวๆ ที่พี่มันทำไว้แล้ว” 

คราวนี้พวกผมที่เหลือทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมเพียงกัน ดูจะเข้าท่าเข้าทางขึ้นมาบ้างแล้ว 

“แล้วมึงได้ถ่ายรูปวันนั้นไว้หรือเปล่าไอ้ชิ วันที่พี่มันได้รองเท้า” 

“โธ่ อย่าพูดถึงเรื่องถ่ายรูปเลย แค่เดินยังเดินไม่เป็น กูต้องไปรับถึงที่” ไอ้ปั้น...ไอ้เพื่อนเวร 

“ใครมันจะมีอารมณ์ถ่ายวะ แค่กูยืนฟังอยู่ตรงนั้นได้แม่งก็ปาฏิหาริย์แล้ว พวกมึงรู้กันใช่มั้ยเนี่ยว่ากูเสียใจอยู่” 

“รู้สิวะ” เพื่อนทั้งสามคนตบลงบนบ่าผมอย่างพร้อมเพรียงกันจนผมเริ่มไม่มั่นใจ 

“แต่ไม่เป็นไร กูว่าแค่คลิปนั้นคลิปเดียวพี่มันก็คงร้อนใจตายได้แล้วล่ะ” 

“แต่ถ้าพี่มันไม่ได้สนใจอะไรไอ้ชิจริงๆ ล่ะ ถ้ามันแค่อยากได้รองเท้า พวกมึงคิดดูนะ ไอ้ชิมันน่าตาน่ารักก็จริง แต่ปากหมาขนาดนี้ อกก็แบน ผู้ชายหล่อขั้นเทพขนาดไอ้พี่แทนอยากได้อะไรจากมันวะ นอกจากของเดิมพันที่พี่มันได้ไปแล้ว” ไอ้ตาลดับฝันที่เหลือของพวกเราจนมอดสนิท 

แต่คนที่เจ็บสุดเห็นทีจะเป็นผมนี่แหละ เพราะสิ่งที่ไอ้ตาลพูดมันจริงทุกประการ จากประวัติพี่มันไม่ใช่เกย์ แล้วอะไรทำให้ผู้ชายแมนๆ ที่คั่วผู้หญิงมาโดยตลอดหันมาสนใจผู้ชายแบบผมได้ พล็อตเรื่องมันนิยายเกินไปหรือเปล่า 

“ข้อดีของชิวาว่าก็ตัวเล็กน่ารัก เห่าเสียงดังแต่กัดไม่เจ็บไง” 

ไอ้เชี่ยข้าวปั้น 

“สัด กูไม่ใช่หมา” 

“เออจริง เหมือนไอ้ชิว่ะ ปากหมาแต่กัดไม่เจ็บ” 

เห้ออ ทำได้แค่มองพวกมันแล้วเหนื่อยหน่ายใจ ทุกคนรู้ใช่มั้ยครับว่าผมมีเพื่อนสติไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่เพราะมีพวกมันก็ช่วยให้ผมลืมความเสียใจไปได้บ้างเหมือนกัน แม้ปกติจะทำตัวไม่มีประโยชน์ก็เถอะ จริงๆ ตอนนี้ก็ไม่ได้มีประโยชน์จริงๆ จังๆ เท่าไหร่หรอก 

นอกจากทำให้ผมสบาย 

แต่ผมไม่บอกให้พวกมันเหลิงกันหรอกนะ 

สรุปว่าพักกลางวันนั้นก็สุมหัวกันจนไม่ได้ลงไปกินข้าว สิบนาทีสุดท้ายที่เหลือหมดไปกับการวิ่งกระหืดกระหอบลงไปซื้อแซนวิชคนละชิ้นประทังชีวิต เพื่อฝ่าฟันกับคลาสบ่ายที่แสนหฤโหด 

 

ผมจ่อนิ้วค้างไว้ที่ปุ่มกดส่งมาร่วมสิบนาทีได้แล้ว โดยมีเพื่อนอีกสามชีวิตนั่งลุ้นด้วยความรำคาญอยู่ข้างๆ ที่ผมไม่ยอมกดสักที ตอนนี้แหล่งกบดานของผมยังคงเป็นห้องไอ้ปั้นเหมือนเคย เพิ่มเติมคือเพื่อนสาวอีกสองคน 

“ส่งๆ ไปได้แล้วไอ้ชิ พวกกูรอนานแล้วเนี่ย” ไอ้ปุ้ยที่นอนคว่ำอยู่บนเตียงเท้าคางมองผมอย่างเอือมระอา 

ก็คนมันตื่นเต้นนี่หว่า ทั้งตื่นเต้นทั้งกลัว แม้ตอนนี้ข้อความในแอพพลิเคชั่นสีเขียวจะยังคงดังอยู่เรื่อยๆ นั่นเป็นเพราะผมเปิดหน้าสนทนาของไอ้พี่แทนอยู่ มันจึงขึ้นว่ามีคนอ่านทันทีที่กดส่ง แต่ผมไม่ตอบอะไรกลับไป 

ตอนนี้ไอ้ปั้นส่งคลิปต้นเรื่องให้ผมแล้ว และผมก็กำลังจะกดส่งต่อให้ไอ้พี่แทน แต่ปัญหาคือใจยังไม่กล้าพอจนกระทั่ง... 

“อะ กูกดให้” 

ชึ้บ 

สามคนที่เหลือตาเบิกกว้างหันไปมองทางไอ้ตาลด้วยความช็อก เพราะมันเพิ่งกดลงบนนิ้วผมให้กดลงที่ปุ่มส่งไปแล้ว!! 

และไอ้พี่แทนก็อ่านทันทีเลยด้วย! 

ดังนั้นข้อความที่ระรัวส่งมาจึงหยุดหายไป แสดงว่ากำลังดูคลิปอยู่แน่ๆ หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้นทันที คลิปมีความยาวเกือบๆ สามนาที แต่ไม่ต้องรอให้ครบเวลาเสียงสายเรียกเข้าโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาก่อนแล้ว ผมคว้าโทรศัพท์มาปิดเครื่องทันทีก่อนที่จะสติแตก 

เวรเอ๊ย ผมยังไม่พร้อม! 

“มึงควรเคลียร์กับพี่มัน” ไอ้ปั้นหันมาท้วงเมื่อผมทำท่าจะหนีอีกแล้ว 

“ไม่ใช่ทางโทรศัพท์” ผมตอบกลับไป โดยมีไอ้ปุ้ยพยักหน้าเห็นด้วย 

“รออีกหน่อย ให้พี่มันกระวนกระวายใจก่อน เราจะได้รู้ว่าพี่แทนมีความพยายามในการง้อแค่ไหน เพราะยิ่งพี่มันพยายามมากเท่าไหร่ก็แปลได้ว่าพี่มันแคร์มึงมากเท่านั้นเหมือนกัน” 

และในตอนนั้นเองที่เสียงโทรศัพท์ไอ้ปั้นดังขึ้น ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าเป็นใคร 

“ไม่ต้องรับ ดูสิว่าจะทำยังไงต่อ” ไอ้ปุ้ยนักวางแผนยังคงทำงานต่อ 

โทรศัพท์ไอ้ปั้นดังติดต่อกันอยู่เกือบห้านาทีก่อนจะเงียบไป และรายต่อมาที่ถูกกระหน่ำโทรเข้าหาคือไอ้ปุ้ย มันไปรู้เบอร์กันตอนไหนวะ 

“ให้กูเดา ไอ้พี่แทนคงมีเบอร์เพื่อนมึงครบทุกคนแหละ หาไม่ยาก กดดูจากในโทรศัพท์มึงก็เจอแล้ว คงเอาไว้ใช้เวลาฉุกเฉิน อย่างตอนนี้” ไอ้ตาลที่เวลานี้ดูจะมีเหตุผลมากที่สุดตอบคำถามในใจของผม 

“พี่มันจะไม่โทรไปที่บ้านใช่มั้ย กูไม่อยากให้แม่ไม่สบายใจ” ผมพูดขึ้นอย่างเป็นกังวล เพราะถ้ามันเริ่มโทรไล่เบอร์แล้วล่ะก็ คงไม่พ้นที่บ้านผมแน่ๆ 

“ใจเย็นๆ ก่อน พี่มันก็คงไม่อยากให้แม่มึงไม่สบายใจด้วยเหมือนกัน ในเมื่อต้นเหตุของปัญหาคือตัวมันเอง” 

ก็จริง 

พวกเราปล่อยให้โทรศัพท์ดังอยู่อย่างนั้น ไม่ใช่เบอร์ไอ้พี่แทนแค่เบอร์เดียวที่พยายามโทรเข้ามา ยังมีเบอร์แปลกอีกสองสามเบอร์ แต่ผมเดาว่าคงเป็นบรรดาเพื่อนๆ ในแก๊งของพี่มันนั่นแหละ สามัคคีกันดีจริงๆ 

“กูว่าแค่นี้ก็น่าจะพอแล้วแหละ โทรจนแบตกูจะหมดอยู่แล้วเนี่ย แบบนี้สาวๆ โทรหากูไม่ได้พอดี” 

ผมเอามือแตะบรรดาโทรศัพท์ของเพื่อนๆ ก็พบว่ามันเริ่มร้อนขึ้นมาแล้วเพราะทำงานตลอดเวลาไม่ได้หยุดพัก 

เห็นทีผมคงต้องกลับไปเผชิญหน้ากับปัญหานี้ด้วยตัวเองแล้วล่ะ 

“กูจะกลับห้อง” ทั้งสามคนเลื่อนสายตามาบรรจบที่ผมอย่างพร้อมเพรียงกัน แววล้อเล่นหายไปหมดแล้ว 

“กูเห็นด้วยนะ แต่ตอนนี้มึงพร้อมหรือเปล่าอชิ” 

“ไม่พร้อมก็ต้องพร้อม กูหนีไปตลอดไม่ได้” ผมหันไปตอบไอ้ตาลพลางหยิบกระเป๋าขึ้นมาถือไว้ 

“ให้พวกกูไปเป็นเพื่อนหรือเปล่า” ไอ้ปั้นหันไปหยิบกุญแจรถทำท่าจะลุกขึ้น แต่ไอ้ปุ้ยห้ามไว้ก่อน 

“ไปส่งได้ แต่กูว่าปล่อยให้เคลียร์กันเองน่าจะดีกว่า” 

“ไม่ต้องไปส่งหรอก เดี๋ยวกูนั่งมอเตอร์ไซค์วินไปเอง มึงอยู่นี่แหละ มึงสองคนก็กลับหอได้แล้ว เดี๋ยวจะมืด” ผมบอกไอ้ปั้นก่อนจะหันไปหาสองสาวตบท้าย 

ทำไมรู้สึกว่าวันนี้เป็นคนดีแปลกๆ วะ 

“มึงไหวนะอชิ” ผมหันไปหาไอ้ตาลที่ตบลงบ่าของผมเบาๆ ด้วยความเป็นห่วง “มีอะไรโทรหาพวกกูนะเว้ย” 

“ขอบใจพวกมึงว่ะ แต่กูไม่เป็นไรหรอก พวกมึงบอกเองนี่ว่ากูปากหมา คนแบบกูจะเสียใจนานสักแค่ไหนเชียว” 

“แต่วันนี้มึงไม่เป็นตัวของตัวเองเลย รู้ใช่มั้ย” 

ใช่ ผมรู้ 

“มีอะไรให้บอกพวกกู อย่าเก็บไว้คนเดียว เข้าใจมั้ย” 

“รู้แล้วน่า” 

“ไป เดี๋ยวพวกกูเดินไปส่ง” 

เห้อออ อชิตะกลายเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่วะ 

สรุปว่าผมนั่งมอเตอร์ไซค์วินกลับมาคนเดียว พอมายืนอยู่หน้าหอโดยไม่มีเพื่อนข้างกาย ความสบายใจที่พวกมันสร้างให้ก็มลายหายไปด้วย เหลือไว้เพียงแรงกดทับจากก้อนบางอย่างที่มองไม่เห็น ครั้งนี้ผมเดินขึ้นไปด้วยความรู้สึกไม่เหมือนเคย 

แต่ทุกอย่างกลับผิดคาดเมื่อภายในห้องของผมมืดสลัว ไม่มีไอเย็นของการเปิดแอร์หลงเหลืออยู่ในห้อง 

หรือพี่มันยังไม่ได้กลับมาที่นี่ 

แต่กระเป๋าที่วางอยู่บนโต๊ะเป็นของไอ้พี่แทนไม่ผิดแน่ แสดงว่ามันกลับมาและออกไป...ตามหาผม หรือเปล่า? 

ผมทิ้งกระเป๋าวางและหย่อนตัวลงที่ปลายเตียงอย่างเหนื่อยอ่อน กวาดตามองหารองเท้าเจ้าปัญหาแต่กลับไม่พบ แหงล่ะ เรื่องอะไรจำเลยจะเอาหลักฐานมาให้ถูกจับได้ง่ายๆ ไม่พ้นคงอยู่บนห้องมันนั่นแหละ แต่ผมไม่คิดจะตามขึ้นไปดูหรอก 

ไม่รู้นานเท่าไหร่ที่นั่งอยู่ท่ามกลางความเงียบในห้องที่เริ่มมืดลงเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงไขกุญแจและประตูที่เปิดเข้ามากระทบผนังเสียงดัง 

“แม่งเอ๊ย ถ้าไม่เจออีกคราวนี้กูจะไปบ้านมันแล้วนะ” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดและร้อนใจดังขึ้น โดยไม่ทันสังเกตเห็นผม เดาได้จากท่าทางหนีบอะไรบางอย่างบนบ่าแนบหูว่าคงกำลังคุยโทรศัพท์ 

“ใจเย็นส้นตีนอะไรล่ะ... อชิ!!!” 

พี่มันเห็นผมแล้ว 

โทรศัพท์ที่หนีบอยู่บนบ่าถูกปล่อยลงพื้นอย่างไม่ใยดีก่อนจะพุ่งพราดพราดเข้ามาหาผม 

“หายไปไหนมา!!!” สองมือแกร่งจับบ่าผมบีบแน่น ตะโกนถามเสียงดัง “รู้มั้ยว่ากูไปตามหามึงที่ไหนบ้าง โทรหาเป็นร้อยๆ สายแล้วทำไมไม่รับสายกู!” 

พี่มันหลงประเด็นไปหรือเปล่า? 

คิดว่าหลังจากที่ผมเจอเรื่องห่าเหวที่พี่มันทำแล้วผมยังจะรับโทรศัพท์มันอยู่เหรอ ...ตลกว่ะ 

แต่ขำไม่ออก จนพาลอยากจะร้องไห้แทน 

ผมนั่งนิ่ง จ้องหน้าพี่มันด้วยแววตาเรียบเฉยที่ซ้อมมาแล้วตลอดทาง แม้ภายในจะบอบช้ำแค่ไหน แต่ผมไม่มีทางแสดงให้มันเห็นเด็ดขาด 

“กูเป็นห่วงมึงมากนะอชิ อย่าทำแบบนี้อีก” ท่าทางเกรี้ยวกราดหายไปแทนที่ด้วยเสียงอ่อนระโหยก่อนจะคุกเข่าลงกับพื้นและโอบกอดผมเอาไว้ทั้งตัว 

ยามเมื่อไม่ได้เผชิญหน้า ดวงตาที่เคยเฉยชากลับเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ผมหลับตาลงช้าๆ ซ่อนเร้นความร้อนที่เอ่อคลอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งพี่มันผละออกไป ความอ่อนแอนั้นก็ถูกซ่อนจนมิด 

“ไปอยู่ที่ไหนมา แล้วเมื่อคืนนอนที่ไหน วันนี้กูไปตามหาที่คณะก็ไม่เจอ” 

“มึงลืมพูดเรื่องอะไรไปหรือเปล่าแทน” สรรพนามการเรียกชื่อและน้ำเสียงที่ห่างเหินทำเอาพี่มันผงะ 

“มึงจะทำเป็นไม่เห็นคลิปที่กูส่งให้ต่อไปเหรอ” 

ไอ้พี่แทนผละอ้อมแขนออกจากผม แต่ไม่ได้ถอยไปไหนไกล ยังคงคุกเข่าชิดติดปลายเตียงตรงหน้าผม ใบหน้าหล่อเหล่าบัดนี้นิ่งสนิท แต่แววตาคู่นั้นปิดบังความกังวลใจไม่มิด 

“ถ้ามึงพร้อมฟังคำอธิบายจากกู” 

“คำอธิบาย...หรือคำพูดตลบแตลงแก้ตัวเพื่อใช้ปกปิดความผิด มึงต้องแยกให้ออกนะ” 

“ตอนนี้ใจมึงไม่เป็นกลางอชิ ถึงกูพูดอะไรไปมึงก็ไม่ฟัง” 

“อ้อเหรอ กลายเป็นความผิดของกูแล้วงั้นสิ?” 

ให้ตายสิ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะแสดงเก่งได้เท่าวันนี้เลย แม้แต่ผมยังนึกทึ่งกับน้ำเสียงเรียบเย็นไร้ความรู้สึกของตัวเองที่เปล่งออกมา 

ต้องขอบคุณพี่มันสินะ 

“ไม่ประชดประชันกันแบบนี้ได้มั้ย” ไอ้พี่แทนผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน 

“มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรด้วยเหรอ” 

สีหน้าเจ็บปวดของพี่มันไม่ได้ครึ่งกับที่ผมรู้สึกอยู่ภายในสักนิด ในอกมันเจ็บช้ำราวกับถูกขยำไม่เหลือชิ้นดี แม้เวลาอยู่ต่อหน้าเพื่อนผมจะเหมือนไม่เป็นอะไร แต่ความจริงแล้วผมอาจจะแสดงเก่งมากกว่าที่ใครๆ คิด 

“ไหนรองเท้ามึงล่ะ กูอยากเห็นจริงๆ ว่ามันสวยคุ้มค่ากับความรู้สึกของกูที่เสียไปมั้ย” มุมปากยกเป็นรอยยิ้ม แน่นอนว่ามันส่งไปไม่ถึงดวงตา ผมไม่รู้ว่าตัวเองกำลังแสดงสีหน้าแบบไหน แต่มันคงย่ำแย่พอให้ไอ้พี่แทนหลับตาลงแน่นด้วยไม่อยากเห็นมัน 

“ไหนๆ มึงก็ได้ตั้งสามคู่ แบ่งให้กูสักคู่มั้ยล่ะ ในเมื่อคนแพ้อย่างกูมันเสียทุกอย่าง เสียทั้งตัว เสียทั้งใจ ความรู้สึกดีๆ ที่กูเคยมีให้ กูไม่เหลืออะไรแล้วแทน” 

“อชิ...ฟังกูก่อนนะ” คนตรงหน้าจ้องกลับมาด้วยดวงตาแดงก่ำ แต่ขอโทษที่ผมไม่เห็นอะไรในนั้นอีกต่อไปแล้ว 

“....” ผมเงียบ เปิดโอกาสให้พี่มันอธิบาย อยากเห็นว่าคนโกหกจะพูดอย่างไรให้ตัวเองพ้นผิดอีกครั้ง 

“กูจะไม่แก้ตัวในสิ่งที่มึงเห็นหรือได้ยินไปแล้วนะอชิ เพราะมันคือเรื่องจริง ในตอนนั้นกูแค่อยากเอาชนะมึง อยากเอาชนะเพื่อนด้วยความคิดโง่ๆ ตอบตกลงทำอะไรทุกอย่างตามความคึกคะนอง แต่นั่นมันก่อนหน้าที่กูจะได้ใกล้ชิดกับมึงนะ” 

ผมเลิกคิ้วแสร้งทำเป็นว่าแปลกใจ และรอให้มันพูดต่อ 

“กูรู้ว่ามึงเองก็อยากเอาชนะกูเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นมึงคงไม่เล่นตามแผนกูหรอกใช่มั้ย” 

ผมเหยียดริมฝีปากออกเป็นรอยยิ้มอีกครั้ง เมื่อบทสนทนาวกกลับมาที่ความผิดร่วมกันของผม 

“แต่กูไม่โทษมึงเรื่องนั้นหรอก เพราะถ้าเป็นกูก็คงไม่ยอมง่ายๆ เหมือนกัน แต่กูขอถามได้มั้ย มึงเห็นคลิปนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” 

ผมมองหน้าไอ้พี่แทนนิ่งๆ และตอบความจริงกลับไป “ตั้งแต่แรก” 

คนตรงหน้าเม้มปากเข้าหากันแน่น 

“แล้วทำไมไม่บอกกู” 

“กูไม่คิดว่าจะพลาดตกหลุมที่ตัวเองขุด แต่พอตกลงมากลับพบว่าในหลุมไม่ได้มีกูแค่คนเดียว ถึงได้ตายใจจนกลายเป็นคนโง่ ใครจะรู้ว่ามึงมีบันไดซ่อนอยู่ข้างหลัง ...ในขณะที่กูไม่มี 

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่กูบอกมึงไม่ใช่เรื่องโกหก ถ้ากูไม่จริงจังแล้วกูจะพามึงไปเจอแม่ทำไม กูจะรบเร้ามึงให้มึงบอกแม่มึงทำไมถ้ากูแค่คิดเล่นๆ” 

“มึงอาจจะลงทุนมากหน่อย เพราะของตอบแทนเกินคุ้มไม่ใช่เหรอ” 

“มึงคิดว่าสำหรับกู รองเท้าแค่นั้นมีค่ามากกว่ามึงเหรออชิ” 

“เป็นคำถามที่กูควรถามมึงไม่ใช่เหรอ...แทน” 

ไอ้พี่แทนเม้มปากแน่น นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่ผมไม่รู้หรอกว่ามันคือความรู้สึกจริงๆ หรือการแสดงที่แสนเก่งกาจของพี่มัน เพราะขนาดผม ยังแสร้งว่าไม่รู้สึกอะไรได้เก่งขนาดนี้ 

ฝ่ามือสั่นเท่าที่เคยมั่นคงยกขึ้นแนบแก้มผมช้าๆ พยายามมองลึกเข้ามาในดวงว่างเปล่าของผม นิ้วโป้งเกลี่ยเบาๆ ใต้ดวงตาร้อนผ่าวซึ่งผมกัดฟันฝืนมันไว้จนสุดใจ 

ผมปล่อยให้มันทำตามใจอย่างที่ต้องการ ก่อนเอ่ยคำพูดเชือดเฉือน 

“มึงแสดงละครเก่งดีเนอะ เก่งกว่านี้ก็ไปเป็นดาราเถอะ อย่าเสียเวลามาทำร้ายหัวใจกูเลย กูแพ้มึงแล้ว” คำพูดเหมือนตัดพ้อ แต่เชื่อเถอะว่าน้ำเสียงผมไม่ได้เป็นแบบนั้น 

“เมื่อวานมึงไปที่คณะกูมาใช่มั้ย” พี่มันเอ่ยสิ่งที่สงสัยออกมา คงพอจะเดาได้ว่าทำไมผมถึงเพิ่งมาเอาเรื่องมันตอนนี้ ในเมื่อผมได้รับคลิปต้นเรื่องมาตั้งแต่แรก 

“รองเท้าพวกนั้นกูไม่ได้อยากได้มันแล้ว กูลืมไปแล้วด้วยซ้ำอชิ กูขอแค่มึง” 

“งั้นบนห้องมึงตอนนี้ไม่มีรองเท้าสามคู่นั้นอยู่งั้นสิ” 

พี่มันเงียบจนด้วยคำพูด แน่ล่ะว่ามันอยู่ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของผมในตอนนี้เข้าไปใหญ่ 

“มึงจะพูดอะไรก็ไม่มีความหมายแล้วแทน เพราะสุดท้ายมึงก็รับมันมา” 

“มันไม่ใช่แบบนั้น มึงฟังกูก่อนสิวะ” 

"กูฟังมึงมาตลอดนั่นแหละแทน คำโกหกตอแหลของมึงน่ะ” 

“อชิ! ฟังกูหน่อยสิวะ มึงกำลังเรียกร้องให้กูอธิบายในขณะที่มึงไม่เปิดใจรับฟังเหี้ยอะไรเลย แบบนี้มันจะมีความหมายอะไร!” 

ผมลุกขึ้นเต็มความสูง ผลักพี่มันออกไปเต็มแรงจนล้มหงายลงกับพื้น สองมือผมกำแน่นอยากจะต่อยหน้ามันให้ปากแตกสมกับสิ่งที่มันพูดออกมา 

“มึงสิเหี้ย ออกไปจากห้องกู” ดวงตาที่ไร้แววบัดนี้เต็มไปด้วยโทสะ สิ้นสุดกันทีกับความอดทน 

“กูไม่ไป” ร่างสูงลุกขึ้นเผชิญหน้ากับผม ตอกกลับมาเสียงเข้ม 

ดี... 

“งั้นกูไปเอง” 

ผมคว้ากระเป๋าขึ้นมากระแทกไหล่พี่มันเดินออกจากห้อง แต่ร่างกลับต้องชะงักเพราะมือแกร่งคว้าข้อศอกไว้แน่น ผมสะบัดออกเต็มแรงโดยไม่ต้องคิด และเดินจากมา สิ่งสุดท้ายที่เห็นคือดวงตาแดงก่ำของพี่มัน 

...แล้วมึงจะได้เห็นความใจร้ายของกู 

 

 

 

>>>> 

ได้เวลาอชิทวงคืนนนนน 

อีพี่ มึงเสร็จแน่ วะฮะฮ่า (โรคจิตเนอะ XD) 

ใครทีมใครมั่งงง บอกเค้าหน่อยยย 

ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นเช่นเคยค่า 

รัก. 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว