email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

น้องบัวมาไม่บ่อย แต่อร่อยนะเจ้าคะ

บทที่ 3 ฟ้าใหม่

ชื่อตอน : บทที่ 3 ฟ้าใหม่

คำค้น : สัตชีวา#3

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 564

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 01 ธ.ค. 2561 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ฟ้าใหม่
แบบอักษร

บทที่ 3

ฟ้าใหม่

  สายลมพัดผ่านปลุกประสาทสัมผัสทั้งห้า มายาวีค่อยปรือเปลือกตาที่หนักอึ้งความเจ็บปวดมากมายถาโถมเข้าสู่ร่างกาย ทั้งปวดร้าวและไร้เรี่ยวแรงแม้แต่จะหายใจยังยากลำบาก

“แม่นาย  แม่นายเจ้าขาตื่นมารับอาหารเถิดเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงมิคุ้นหูดังขึ้นข้างกาย ภาพรอบด้านค่อยๆฉายชัดขึ้น มายาวีขมวดคิ้วแน่นเมื่อมองดูห้องหับที่แปลกตา ฝาผนังที่เป็นไม้เนื้อดี  ความทรงจำสุดท้ายคือเธอประสบอุบัติเหตุ เช่นนั้นเวลานี้เธอควรอยู่ที่โรงพยาบาล  สายตากวาดไปโดยรอบภาพเบื้องหน้าทำให้มายาวีแทบจะสติหลุด   สตรีรูปร่างสมส่วนหากแต่ดูผ่ายผอมไปเล็กน้อย  ทรงผมดอกกระทุ่มแบบยุคสมัยอยุธยานั้นแปลกตา ยิ่งการแต่งกายห่มผ้าแทบสีหม่นนุ่งโจงสีทึบไม่ต้องอธิบายให้มากความก็คาดเดาได้ว่ามิใช่คนในยุคนี้แน่นอน

“แม่นายเป็นกระไรรึเจ้าคะ”

เสียงของสตรีรูปร่างผ่ายผอมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย มืออุ่นที่สัมผัสบนแขนทำเอามายาวีขนลุกชัน  หากเป็นผีเนื้อตัวควรเย็นมิใช่หรือ  แล้วเหตุใดสตรีฟันดำผู้นี้จึงตัวอุ่นประหนึ่งผู้คนทั่วไป

ท่าทางตื่นตกตะลึงไม่พูดจาของบัวระวงทำเอาเฟื่องใจคอไม่ดี  วันนี้แม่นายของตนนอนกลางวันยาวนานเป็นพิเศษ ตื่นมาก็มีท่าทีแปลกประหลาดประหนึ่งเป็นคนอื่นไกลที่มิรู้จักกัน

“อีเย็นมึงเร่งมาดูแม่นายทีเร็ว”

สิ้นเสียงเรียกขานสตรีอีกคนที่ดูมีน้ำมีนวลกว่าก็ปรากฏตัวขึ้น  มายาวีมองสตรีผู้มาใหม่ด้วยท่าทางตื่นตกตะลึงมากกว่าเดิม  ต้องมีบางอย่างผิดพลาดอย่างแน่นอน  เวลานี้มายาวีอยากกรีดร้องวิ่งออกไปจากที่นี่  หากแต่เรี่ยวแรงจะหายใจยังลำบากเธอจะเอาแรงที่ไหนขยับแขนขากรีดร้องกัน

“หิว”

น้ำเสียงแหบพร่าที่เปล่งออกมาอย่างยากลำบากนั้นทำเอามายาวีแสบร้อนไปทั่วลำคอ  สตรีที่ถูกรียกขานว่าเย็นกุลีกุจอใช้ขันทองเหลืองใบเล็กตักน้ำส่งมาให้อย่างรวดเร็ว  ความเย็นบริสุทธิ์ประดุจน้ำแร่ชั้นหนึ่งบวกกับความหอมอ่อนของกลิ่นมะลิที่ใช้ลอยเหนือน้ำเรียกความชุ่มชื้นในลำคอได้อย่างประหลาด  มายาวีขอน้ำอีกสองขันเล็กก่อนยื่นขันทองเหลืองส่งคืนผู้ให้  หากแต่ภาพเลือนรางที่ปรากฏบนก้นขันกับทำให้มายาวีเบิกตากว้าง  สตรีใบหน้าซูฐผอมท่าทางอิดโรยที่สะท้อนอยู่นี้แม้ไม่ชัดเจนแต่คาดเดามิยากก็รู้ว่าคือเธอ

เกิดอะไรขึ้นกันเหตุใดใบหน้าของเธอจึงเปลี่ยนไปได้ถึงเพียงนี้ สายตากวาดไปรอบห้องอีกครั้งภาพต่างๆค่อยๆพร่ามัวก่อนที่เรื่องราวมากมายจะไหลรินเข้ามาในความคิดประดุจสายน้ำหลากในยามหน้าฝน  มายาวีทิ้งขันเงินในมือลงยกแขนเรียวผอมสองข้างกุมขมับทิ้งตัวลงบนเตียงแข็งกรีดร้องด้วยเสียงแหบพร่าไปมา

สองบ่าวคนสนิทตกตะลึงกับอาการของแม่นายตน ต่างช่วยกันจับแขนขาที่ดิ้นทุรนทุรายไปมา น้ำตาไหลอาบสองแก้มด้วยความเวทนาเหลือแสนในใจ

“แม่นายเจ้าขาปวดหัวอีกแล้วหรือเจ้าคะ”

“โถทูนหัวของบ่าว  เวรกรรมอันใดหนอ”

มิใช่ครั้งแรกกับอาการปวดหัวของบัวระวงค์  ตลอดสามปีมานี้บัวระวงค์มักมีอาการเช่นนี้เสมอ  คุณหลวงเวชโอสถเองก็จนใจมิทราบสาเหตุได้แต่ให้ยามาต้มกินบรรเทาอาการเพียงเท่านั้น

มิรู้ว่ายาวนานเพียงใดกับความทรมานสุดแสน  มายาวีนอนหายใจรวยรินสองบ่าวคนหนึ่งกุมเท้าซบหน้าร่ำไห้  คนหนึ่งกุมมือโอบประคองด้วยน้ำตาไม่ต่างกัน 

บัวระวงค์

มิว่าด้วยเหตุผลใดแต่เรื่องราวมากมายที่หลั่งไหลมาในความคิดทำให้มายาวีรับรู้ได้ทันทีว่าเวลานี้เธอคือบัวระวงค์ บุตรีของออกพระศรีสิทธิกันกับคุณหญิงตองนวล  แม่หญิงที่ผู้คนมากมายล้วนอิจฉาในความเพรียกพร้อมของชาติกำเนิด  หากแต่ชะตาอาภัพชีวิตผกผันสิ้นมารดาไร้บิดาอันเป็นที่พึ่ง  ถูกมารดาเลี้ยงรังแกเจ็บป่วยไร้เรี่ยวแรง

โชคชะตารันทดเพียงนี้ช่างน่าเวทนายิ่งนัก

บัวระวงค์นอนนิ่งตั้งสติหลับตาสองข้างลงตั้งจิตเป็นสมาธิคิดถึงคำของหลวงตาวี

“ทุกสิ่งที่เกิด ทุกผู้ที่พบเจอ    ล้วนเป็นวงล้อแห่งเวรกรรมที่ผูกกันมา บางผู้เกิดมาเพียงพบแล้วจากบางผู้เกิดมาเพียงจากแล้วพบ  จงยึดมั่นในศีลธรรมและรู้จักให้อภัยนะโยม”

 แม้ไม่แน่ใจในสิ่งที่กำลังพบเจอว่าเป็นเรื่องจริงหรือภาพฝัน หากแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วเธอจะต้องฝ่าฟันให้จงได้  มายาวีลืมตาขึ้นอีกครั้งค่อยๆขยับกายลุกนั่งโดยมีเย็นและเฟื่องคอยช่วยพยุง

“แม่นายนอนพักอีกสักหน่อยไหมเจ้าคะ”

มายาวีส่ายหน้าเป็นคำตอบ ผลของการกรีดร้องเมื่อครู่ทำให้ลำคอเธอแสบร้อนมากกว่าเดิมคาดว่าเวลานี้เพียงเอ่ยขอน้ำยังมิสามารถเปล่งเสียงได้  แต่คล้ายบ่าวสองนางจะพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้บ่อยครั้งจึงหยิบยื่นขันน้ำทองเหลืองให้โดยมิต้องร้องขอ

“กูจะลงไปเอาน้ำมะนาวใส่น้ำน้ำผึ้งให้แม่นาย มึงอยู่เป็นคู่แม่นายไปก่อนนะอีเฟื่อง”

เฟื่องพยักหน้ารับคำส่งผ้าสีขาวหม่นบิดน้ำหมาดให้มายาวี  สายตาแห้แล้งมองผ้าที่คล้ายผ้าขี้ริ้วเบื้องหน้าด้วยท่าทางลังเลแต่สุดท้ายก็รับมาเช็ดใบหน้าลำคอตน

“แม่นายดีขึ้นแล้วหรือเจ้าคะ”

มายาวีส่งผ้าคืนพร้อมพยักหน้าเป็นคำตอบ  สายตามองไปที่ข้าวต้มกุ้ยปลาแห้งในถ้วยแล้วทอดถอนใจ  คนเจ็บป่วยให้ทานเพียงอาหารเช่นนี้จะให้มีเรี่ยวแรงได้อย่างไรกัน  แต่เอาเถิดยามนี้คงไม่สะดวกที่จะเรียกร้องอะไรมากนัก  มายาวีขยับกายชี้นิ้วไปที่ถาดอาหารเบื้องหน้า  บ่าวคนสนิทก็รู้ใจยกมาให้ด้วยท่าทางยินดี

“แม่นายทานมากๆหน่อยนะเจ้าคะ”

หากแต่เพราะแขนเรียวแห้งนั้นไร้เรี่ยวแรงเพียงขยับนิดหน่อยก็ทำถ้วยชามตกแตกอาหารหกหล่นจนหมด  มายาวีส่งสายตาขอโทษไปยังบ่าวสาว 

“แม่นายเจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ”

มิเพียงไม่ตำหนิหากแต่บ่าวสาวยังกุลีกุจอเข้ามาดู  ประตูหอนอนเปิดออกบ่าวอีกคนก็พุ่งเข้ามาตรวจดูแม่นายตนอย่างห่วงใย

แม้ชีวิตจะรันทดหากแต่ได้บ่าวที่ซื่อสัตย์ภักดีด้วยหัวใจเช่นนี้มาข้างกายก็นับว่ายังมีโชคดีมิน้อย

“ขอโทษ”

เสียงเอ่ยแหบแห้งจนแทบมิได้ยินหากแต่ชัดแจ้งในใจบ่าวทั้งสองน้ำตาพลันไหลอาบสองแก้มทรุดหน้าลงซบแทบเท้าแม่นายตน

“แม่นายของบ่าว”

มายาวีมิได้ชักเท้าหนีรู้ดีว่าบ่าวไพร่ในยุคนี้นั้นชีวิตลำบากเช่นกัน  ยิ่งบ่าวไพร่ที่มีเจ้านายอ่อนแอเช่นนี้ชีวิตยิ่งลำบากเป็นทบทวี  แต่นับจากนี้บัวระวงค์จะมิอ่อนแออีก  มายาวีจะทำให้ร่างกายนี้แข็งแรงและแข็งแกร่งให้จงได้มิใช่เพื่อผู้ใดแต่เพื่อความอยู่รอดของตนเอง  

....................................................................................................................................................................................

แต่งเสร็จก็เอาลงเลยจร้าาาาา......อาจมีคำผิดบ้าง  หากรีดพบแจ้งไว้ในคอมเมนต์เลยนร้าาา

ไรท์จะตามมาแก้ให้อีกทีนะจ้ะ

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว