email-icon facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

น้องบัวมาไม่บ่อย แต่อร่อยนะเจ้าคะ

บทที่1 แม่หญิงท้ายเรือน

ชื่อตอน : บทที่1 แม่หญิงท้ายเรือน

คำค้น : สัตชีวา#1

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 892

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 30 พ.ย. 2561 22:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่1 แม่หญิงท้ายเรือน
แบบอักษร

บทที่1

แม่หญิงท้ายเรือน

“เข้ามิได้เจ้าค่ะแม่หญิง”

“เหตุใดจักมิได้ นี่มันเรือนของพ่อกู มึงหลีกไปบัดเดี๋ยวนี้อีเย็น อีเฟื่อง!!!หาไม่จักหาว่ากูไม่เตือน”

เสียงดังกร้าวที่ออกมาจากริมฝีปากบางเฉียบงดงามราวกลีบบัว  ใบหน้าหวานที่เคยตรึงสายตาผู้คนบัดนี้บูดเบี้ยวด้วยแรงอารมณ์ จนมิเหลือเค้าโครงความงดงามเดิม

“แม่นายเจ้าขาเดี๋ยวบ่าวจัดการเองเจ้าค่ะ”

สตรีร่างเล็กผมเกรียนผิวหยาบกระด้างนุ่งผ้าแทบ โจงกระเบนสีแดงหม่นจีบปากจีบคอเสียงสูงอาสาแม่นายของตน

“ดีมาก!!นังแดงไปช่วยนังเขียว”

เสียงนายสาวเอ่ยสมทบเห็นด้วย อีกทั้งยังเอ่ยสั่งการบ่าวอีกนางให้ไปสมทบ  สองบ่าวรูปร่างสมส่วนที่ยืนเฝ้าหน้าเรือนนอนนายสาวของตนลุกขึ้นยืนกังขาเมื่อเห็นสตรีผมสั้นเกรียนผิวหยาบกระด้าง2นางตั้งถ้าพุ่งเข้ามา

 คนหนึ่งผอมแห้งจนดูไร้เรี่ยวแรงหากแต่รู้จักเจรจาเอาอกเอาใจเจ้านาย ส่วนอีกนางแม้มีร่างกายใหญ่โตกำลังมากแต่สมองตื้อตึงทำได้เพียงใช้กำลัง ทั้งสองต่างพุ่งตรงเข้าไปจับสตรีอีกสองนางเบื้องหน้าที่ถูกเรียกขานว่าเย็นและเฟื่อง

ฝ่ายเย็นและเฟื่องแม้จะตัวเล็กกว่านางเขียวมากนัก หากแต่ก็มิคิดถอยหนีด้วยรู้ดีว่าหากสตรีผู้เป็นนายเบื้องหน้าเข้าไปในห้องได้ แม่นายของตนคงต้องเจ็บตัวเป็นแน่

สะบันงา มองบ่าวของตนวิวาทกับบ่าวของพี่สาวตนแล้วให้รู้สึกหงุดหงิดใจนัก นางเขียวตัวเล็กไร้เรี่ยวแรงเพียงนางเย็นยกมือตบไปสองทีก็ฟุบไปกองกับพื้นเลือดกบปาก  ส่วนนางแดงแม้ตัวโตหากแต่ไร้สมองดีแต่ใช้กำลังปะทะ  นางเฟื่องเพียงอาศัยหลบหลีกหลอกล่อ นางแดงก็หน้าทิ่มหัวกระแทกพื้นเลือดไหลอาบหน้าไปอีกคน

“โง่เง่ามิได้ความ!! เลี้ยงเปลืองข้าวสุกยิ่งนัก!!”

ร่างบอบบางราวแก้วเจียระไนเดินสะบัดชายสไบสีตองนวลกลับเรือนใหญ่ด้วยความโมโห  สองบ่าวพยุงตนเองจากพื้นยกนิ้วชี้หน้าคู่กรณีก่อนล้มลุกคลุกคลานตามนายของตนไป

“กูฝากไว้ก่อนเถอะอีเฟื่องอีเย็น”

นางเฟื่องและเย็นมองตามสตรีสามนางเดินจากไปแล้วถอนหายใจยาว ด้วยนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แม่หญิงสะบันงามาระรานที่เรือนเล็ก เสียงไอดังมาจากในหอนอน สองบ่าวรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตนให้เรียบร้อยแล้วเดินเข้าไปด้านใน

“แม่นาย  แม่นายเจ้าขาเป็นกระไรบ้างเจ้าคะ”

นางเย็นรีบคลานเข่าไปที่เตียงนอน สองมือส่งผ้าปักเนื้อดีแต่สีหม่นเพราะผ่านการใช้งานมานานให้แม่นายตน ดวงตาสองข้างคลอไปด้วยหยาดน้ำตา  มองใบหน้าซีดเซียวของแม่นายตนด้วยความเห็นใจในชะตาที่อาภัพของแม่นายตนเอง

บัวระวงค์ เป็นบุตรสาวของออกพระศรีสิทธิกัน  เจ้ากรมการทหารม้าขุนศึกแห่งเมืองอินทบุรี แล คุณหญิงตองนวล อดีตนางในหลวงของพระนางเจ้าชายาหลวงวิไลลักษณ์   ในขุนหลวง****วรวงษ์องคภักดีบดินทร ผู้ปกครองเมืองอินทบุรี  คุณหญิงตองนวลนั้นเป็นเมียพระราชทาน จึงถูกยกขึ้นเป็นเมียเอกแม้แต่งเข้ามาทีหลัง คุณคำแก้ว  ก็ตาม

เดิมทีชีวิตของแม่นายบัวระวงค์นั้นงดงาม ด้วยเป็นบุตรีแห่งออกพระท่านผู้คนต่างยกย่องสรรเสริญแลรักใคร่  ถูกทาบทามเป็นแม่ศรีเรือนให้ หมื่นสุนธรเมืองราม  บุตรชายคนโตของออกพระวิเศศฤๅไชย เจ้ากรมการท่าตั้งแต่ยังอยู่ในครรภ์มารดา แต่คล้ายชะตาคล้ายเล่นตลก 10 ปี ต่อมาคุณหญิงตองนวลก็มาสิ้นบุญด้วยโรคประหลาด ตัวแม่หญิงบัวระวงค์เองก็เจ็บป่วยกระเสาะกระแสะ รักษากับผู้ใดล้วนมิได้ความ แม้แต่คุณหลวงเวชโอสถยังอับจนหนทางจะเยียวยา

3ปี ต่อมาหัวเมืองทางใต้ก็แจ้งข่าว ว่าเมืองปราณบุรียกพล 5,000 นายบุกประชิดชายแดนเมืองอินทรบุรี ออกพระศรีสิทธิกัน ที่ดำรงตำแหน่งเจ้ากรมการทหารม้าขุนศึก ได้รับพระบัญชาให้ลงไปเป็นธุระเรื่องการศึกครั้งนี้ นับจากนั้นแม่นายบัวระวงค์ก็คล้ายสิ้นซึ่งไม้ใหญ่ให้พึ่งพิง คุณคำแก้วเข้ามาดูแลจัดการทุกอย่างในเรือนใหญ่  ยามอยู่ต่อหน้าออกพระศรีสิทธิกัน ล้วนแสดงท่าทางเมตตาปราณีสงสารต่อบุตรสาวนอกสายเลือด แต่ลับหลังล้วนกลั่นแกล้งตบตีเสียยิ่งกว่าเหล่าลูกทาสในเรือน อีกทั้งขับไล่จากหอนอนใหญ่มายังหอนอนเรือนเล็กท้ายเรือน  เบี้ยไพมิได้กำแม้สักน้อยนิด

“สะบันงากลับไปแล้วรึ”

เสียงหวานแหบแห้งดังมาจากบนเตียง ร่างบอบบางซีดเซียวค่อยๆพยุงตนเองขึ้นจากเตียงนอนที่แข็งกระด้างไม่ต่างจากพื้นกระดาน  นางเฟื่องเข้าช่วยพยุงแม่นายตน  ส่งน้ำให้จิบเมื่อเห็นนางไอรัวชุดใหญ่

“จิบน้ำเสียหน่อยนะเจ้าคะแม่นาย”

สามปีแล้วกระมังที่แม่นายต้องลำบากเยี่ยงนี้ ร่างกายของแม่นายซูบผอมลงทุกวันจนแทบเหลือเพียงหนังที่หุ้มกระดูก แม้เพียงนี้แม่นายสะบันงาก็ยังคงตามมาราวีมิเลิกรา

“แม่นายนอนพักก่อนเถิดเจ้าค่ะ บ่าวจะไปนำมื้อเย็นมาให้หนาเจ้าคะ”

นางเย็นวิ่งลงจากหอนอนไปที่ในครัว แม้แม่หญิงบัวระวงค์จะถูกคุณคำแก้วแลแม่หญิงสะบันงากดขี่หากแต่เหล่าทาสในเรือนต่างก็เคารพรักแม่หญิง เว้นเสียแต่อีบ่าวสองตัวนั่นแลบ่าวของแม่นายใหญ่คำแก้วเท่านั้น  ดังนั้นอาหารการกินของแม่หญิงบัวระวงค์จึงมิได้ลำบากมากนัก แต่ร่างกายของแม่หญิงก็มิค่อยรับอาหารเสียเท่าไหร่ ร่างกายจึงซูบผอมลงทุกวัน

“กูมาเอาอาหารให้แม่นาย”

นางเย็นรับสำรับจากคนครัวแล้วรีบเดินกลับไปที่หอนอนเล็กท้ายเรือน  นางเขียวยกยิ้มมุมปากเย้ยหยัน  มือหยาบกำขวดยาสีดำในมือแน่นก่อนซีดปากเสียงดังเมื่อรู้สึกระบบที่ใบหน้าของตน

หลังอาหารเย็น ร่างผอมแห้งของบัวระวงค์เอนอิงที่ตั่งนอนสายลมยามใกล้พลบค่ำพัดผ่านมาทางหน้าต่าง บัวระวงค์ทอดสายตาแห้งแล้งมองไปยังบึงน้ำหลังหอนอนของตน

คุณหญิงแม่เจ้าขา ลูกเหนื่อยเหลือเกินเจ้าค่ะ คุณหญิงแม่มารับลูกไปอยู่ด้วยเถิดนะเจ้าคะ

แม่บัวเอ๋ยมาเถิด แม่มารับเจ้าแล้ว

ร่างบางผอมแห้งค่อยๆปิดตาลงอย่างอ่อนล้า สายลมพัดผ่านร่างบางใบหน้าซีดเซียวตอบแห้งยกยิ้มหวานอย่างที่ไม่เคยเป็น ก่อนที่ลมหายใจจะค่อยๆผ่อนลงช้าๆ จวบจนหยุดลง

ลูกขออภัยหนาเจ้าคะเจ้าคุณพ่อที่อกตัญญูไปมิลาเช่นนี้ หากชาติหน้ามีจริงลูกจักขอไปเกิดเพื่อทดแทนคุณหนาเจ้าคะ

​..................................................................................................................................................................................

ฉีกกฎแหวกแนวจากเรื่องอื่นๆ  ยากกว่าเรื่องไหนๆก็เรื่องของน้องบัวนี่เอง

ชี้แจงอีกครั้ง  เนื่องจากไรท์ไม่ค่อยสันทัดนิยายแนวนี้เท่าไหร่  แต่ว่าชอบอ่าน(แต่หาอ่านยากมากแต่งเองเลย555)

ดังนั้นเรื่องภาษาอาจไม่สละสลวยอย่างที่ควร  เนื้อเรื่องอาจเดินช้ายิ่งกว่าเต่าพิการ

แต่ไรท์จะพยายามแต่งให้จบ  ขอกำลังใจจากทุกคนด้วยนร้า

ฝากน้องบัวด้วยหนาเจ้าคะ

ไรท์

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว