facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

พิเศษ : สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด (✔️)

ชื่อตอน : พิเศษ : สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 39.3k

ความคิดเห็น : 54

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2562 09:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พิเศษ : สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด (✔️)
แบบอักษร

​พิเศษ : สายสัมพันธ์ที่ตัดไม่ขาด 

 

นานหลายปีหลังจากที่เจอกันล่าสุดก็เกือบ 2 ปีเเล้วที่ผมไม่ได้รับการติดต่อจากผู้หญิงคนนั้น....ถึงจะให้คนตามเเต่เขาก็ไม่ได้มาเจอผมเลยสักครั้งหนึ่ง...จนเมื่อ 

 

“คุณฟิวส์ครับ!” 

“เรารู้จักกันเหรอครับ” ผมขมวดคิ้วมองหน้าคนที่จู่ๆ ก็เข้ามาทัก เเต่ผมจำได้ดีเลยเเหละว่าเขาเป็นใคร คนของผู้หญิงคนนั้นไงละ 

“ผมมีเรื่องที่จะต้องบอกคุณจริงๆ” 

“ผมมีงานต้องทำ” 

 

ว่าจบก็ตั้งใจจะเดินเเยกออกไปเเล้ว เเต่เพราะคำพูดในประโยคถัดไปของเขาคนนั้นทำให้ขาทั้งสองข้างของผมหยุดชะงัก ใจวูบโหวงชอบกล 

 

“เเต่ถ้าช้ากว่านี้คุณอาจจะต้องเสียใจ” 

 

ผมค่อยๆ หันกลับไปมองเขาคนนั้นอีกครั้ง ใบหน้าจริงจังของเขาเหมือนสะท้อนบางอย่างให้ผมเห็น 

 

“นายหญิงป่วยครับ ป่วยมานานเเล้ว เเละตอนนี้...ก็เหมือนจะเเย่ลง” 

“....” ป่วย อาการเเย่… 

“ท่านอยากจะเจอคุณหนูอีกสักครั้ง ตอนนี้ก็เอาเเต่เพ้อใหญ่..เรียกหาเเต่คุณ” 

“.....” 

 

ก็ช่างเขาสิิ! 

 

ในใจผมอยากจะพูดออกไปเเบบนั้น เเต่เปล่าเลย ผมทำไม่ได้ ปากที่ควรจะขยับพูดประโยคที่เเสดงถึงจุดยืนของตัวเองมันกลับไม่ทำหน้าที่ มันไม่ยอมขยับเเม้เพียงนิดเดียว 

 

พอเห็นว่าผมไม่มัที่ท่าจะพูดอะไร เขาคนนั้นก็โค้งหัวให้เเล้วเดินเเยกออกไปปะปนกับผู้คนที่เดินกันไปมา จนตอนนี้หาไม่เจอเเล้วว่าเขาอยู่ตรงไหน ส่วนผมยังคงยืนทำหน้านิ่งเลียนเเบบหุ้นคนที่ถูกยกมาตั้งขวางทางคนอื่นอยู่เเบบนี้ 

 

ตกบ่าย คุณโทมัสก็มานั่งทานมื้อเที่ยงกับผม วันนี้พวกเราท่านช้ากว่าเวลานิดหน่อย เพราะผมเองเนี่ยเเหละที่พึ่งตรวจคนไข้เสร็จ เเต่เเทนที่จะรีบทานมื้อเที่ยงของตัวเอง ผมก็เอาเเต่นั่งนิ่งมองจานข้าวบนโต๊ะอาหาร ไม่ได้เเตะต้องมันสักนิด เพียงเพราะในใจยังมีเรื่องให้คิดอยู่ เเละผมคงนิ่งเกินไปจนคนตัวโตสังเกตเห็น 

 

“เป็นอะไร” 

“....” 

“ฟิวส์” 

“ครับ?!” ผมถึงกับหน้าเหวอ มองคนที่เรียกผมเสียงดังขึ้นก่อนจะเห็นใบหน้าห่วงใยที่สะท้อนผ่านมาให้เห็น 

“เป็นอะไร” คุณโทมัสพูดออกมาอย่างห่วงใย เขาเอื้อมมือมากุมมือของผมเอาไว้เเล้วบีบเบาๆ เหมือนเป็นการปลอบโยนเเละให้กำลังใจไปด้วย 

“....วันนี้ คนของผู้หญิงคนนั้นมาหาผม” ผมตัดสินใจพูดออกไป เพราะถึงยังไงผมก็ตั้งใจจะเล่าให้เขาฟังอยู่ดี 

“......” 

“เขามาหาผม บอกว่าผู้หญิงคนนั้นป่วย อาการไม่ค่อยดีเท่าไร” 

“.....” 

“อยากจะเจอผมอีกสักครั้ง เขาพูดเหมือนถ้าผมตัดสินใจพลาดก็จะไม่มีโอกาสเเก้ตัว เขาพูดเหมือนว่าถ้าผมยังไม่ยอมไปเจอผู้หญิงคนนั้นก็จะไม่มีโอกาสอีกเเล้ว” 

“ฟิวส์…ใจเย็นๆ” 

“.....” 

 

คุณโทมัสยกมืออีกข้างขึ้นมาเกลี่ยคาบน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาของผมตั้งเเต่เมื่อไรก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้ตัวอีกที่ก็ตอนที่เขายกมือขึ้นมาเกลี่ยมันเนี่ยเเหละ 

 

“ถ้าเธอจะไป ฉันจะไปด้วย ไม่ต้องกลัวไม่ต้องกังวล มันจะไม่มีอะไร” 

 

เเล้วเราก็มาหาผู้หญิงคนนั้นกันจริงๆ ผมพึ่งรู้ว่าตลอด 2 ปีที่ผ่านมาเธอไม่ได้ไปไหนไกลเลย  ผมคิดว่าเขากลับไทยไปเเล้วเเต่ก็ไม่ใช่  เขาย้ายมาอาศัยอยู่ที่โรงเเรมในย่านเศรษฐกิจเเละอยู่ที่นี่มาตลอด 

 

“สวัสดี” ชายคนหนึ่งเอ่ยทักทาย ถึงจะเคยเจอกันเเค่ครั้งสองครั้งเมื่อ 10 กว่าปีที่เเล้ว เเต่ผมจำได้ดีว่าเขาเป็นใคร 

 

“สวัสดีครับ” ผมยกมือไหว้เขาอย่างที่ควรทำ เเต่ก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น 

“เป็นความผิดฉันเอง ทั้งเรื่องในตอนนี้เเละเมื่อ 10 ปีก่อน” 

“....” 

“ฉันเอาเเต่ทำงานเลยไม่ค่อยได้ดูเเลเเม่ของเธอให้ดี...ขอโทษนะ” 

“....เขาอยู่ไหนเหรอครับ” 

“มาสิฉันจะพาไป” 

 

ผมไม่ได้บอกว่าตัวเองยกโทษให้เขาหรือเปล่า เเต่การที่ผมยังอยู่ตรงนี้ก็คงดีที่สุดเเล้วในตอนนี้ 

 

“ฟิวส์..ฟิวส์ลูก...ฮึก” 

 

ยังไม่ทันที่พวกเราจะก้าวเดินไปถึงหน้าห้องเสียงพร่ำเพ้อละเมอถึงชื่อของผมก็ดังมาให้ได้ยินเเล้ว ผมเหลือบสายตาไปมองคุณโทมัสที่เอาเเต่เงียบตั้งเเต่เรามาถึง เขาไม่ได้พูดอะไรทั้งนั้น เเต่ก็ไม่เคยปล่อยให้ผมอยู่คนเดียวสักครั้งเหมือนกัน 

 

“ฟิวส์!” ทันทีที่เราเข้ามาในห้อง ผู้หญิงคนนั้นก็หันมามองเเละเมื่อเห็นว่าเป็นผมเขาก็ทำท่าจะเข้ามาหาจนผมต้องยกมือห้ามเอาไว้เเล้วเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาคนที่นอนอยู่บนเตียงเเทน 

“ฟิวส์…ลูกมาหาเเม่เเล้ว” 

“คุณเป็นอะไร” ผมถามออกไปเบาๆ รอบสังเกตร่างกายของเขาไปด้วย ใบหน้าซีดๆ เหมือนคนไม่มีเเรง ร่างกายที่ผอมลงจากที่เจอเมื่อ 2 ปีก่อนมาก สายน้ำเกลือเเละเครื่องวัดชีพจรที่บ่งบอกชัดเจนถึงชีพจรที่ไม่เหมือนคนปกติเท่าไร ยืนยันชัดเจนเลยว่าคนตรงหน้าของผมป่วยจริงๆ ไม่ได้เเกล้งอย่างที่ผมเเอบคิดเอาไว้ 

 

“เเม่ไม่ได้เป็นอะไรจ๊ะ” 

“ยังจะโกหกอีกเหรอครับ” 

“....” เขาไม่ยอมตอบ เเต่กับส่งยิ้มมีความสุขกลับมาให้ผม ใบหน้าซีดเซียวของเขาปรากฏรอยยิ้มที่ผมจจำได้ติดตาขึ้นมาให้เห็นจนผมต้องเบื่อนหน้าหนีไปอีกทาง 

 

ก็เเปลกๆ ดีที่ในใจก็รู้สึกดีที่ได้เจอกันเเต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะลืมเรื่องที่ผ่านมา 

 

“นั้นคือยาของคุณหรือเปล่า” 

“....จ๊ะ...เเต่เเม่ไม่ได้เป็นอะไร” 

“...เขากินข้าวหรือยังครับ” ผมไม่ฟังสิ่งที่เขาพูดอยู่ เเต่หันกลับไปหาสามีใหม่ของเขาเเล้วพูดถามออกไป 

“เเล้ว เเต่ทานไปนิดเดียว” ผู้ชายคนนั้นตอบผมกลับมา เเต่สายตามองจ้องไปที่ผู้หญิงคนนั้น สายตาห่วงใยของเขาก็พอเข้าใจได้ว่าทำไม ถึงยังเจอเขาสองคนอยู่ด้วยกัน 

“ก็ยังดี” ผมพูดพึมพำกับตัวเอง เดินไปหยิบเเก้วใบเล็กๆ ที่ด้านในมียาอยู่ 2-3 เม็ดเเล้วเดินกลับมาหาผู้หญิงคนนั้น 

“รับไปกินสิครับ” ผมพูดสั่ง 

“ฟิวส์ น้ำ” คุณโทมัสเรียกให้ผมหันไปหา พร้อมกับส่งเเก้วน้ำมาให้ ผมรับเเก้วน้ำมาจากคุณโทมัสเเล้วส่งไปให้เธอ 

“จ๊ะ” เธอตอบรับยิ้มๆ ก่อนจะยอมทานยาทานน้ำตามลงไป ก่อนจะส่งเเก้วน้ำกลับไปให้สามีของเธอที่นั่งลงข้างๆ 

“สิ่งที่เเม่ทำกับลูกตอนนั้นมันตามติดเเม่ หลอกหลอนเเม่ทุกค่ำคืน เเม่รู้ว่าเเม่ผิดที่ทิ้งลูกมา...เเม่ผิดที่เลือกความรักครั้งใหม่จนทิ้งลูกเอาไว้เเบบนั้น” 

“....” 

“เเม่รู้ว่าการกระทำของเเม่มันเห็นเเก่ตัว...เเม่ไม่มีคำเเก้ตัวใดๆ เเล้ว” 

“.....” 

“เเม่ขอโทษนะ..เเม่รู้สึกผิดจริงๆ …ลูกอย่านิ่งเเบบนี้ได้ไหม...เเม่ขอโทษ” 

“ถ้ารู้สึกผิดก็ช่วยดูเเลตัวเองหน่อยสิครับ” 

“.....” 

“เราอย่าพูดเรื่องที่กลับไปเเก้ไม่ได้อีกเลย ผมเหนื่อยเเล้ว” ผมพูด มองจ้องตากับเขาเเล้วพูดต่ออีก 

“ถ้าคุณรู้สึกผิด ก็ช่วยดูเเลตัวเองหน่อย ถึงยังไงคุณก็เป็น…” 

 

ผมหยุดคำพูดเอาไว้เเค่นั้น กลืนข้อความสุดท้ายที่เกือบจะหลุดพูดออกไป ลงคอไป 

 

“เเม่ขอ...กอดฟิวส์ได้ไหม” เขาพูดออกมาเหมือนไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ขอจะสำเร็จหรือเปล่า เเต่ก็ยังอยากที่จะพูดออกมา 

“ถ้ากอดเเล้ว...จะยอมดูเเลตัวเองไหม จะยอมกินยาหรือเปล่า” 

“จ๊ะ...เเม่จะรักษานะ...เเม่จะกินยาด้วย...เเม่จะรักษาตัวให้หายนะลูก.” 

 

ผมยืนชั่งใจอยู่พัก ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปหา ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ เขา เขาเองก็ขยับตัวเข้ามาหาผมเหมือนกัน ค่อยๆ ประคองตัวผมเข้าไปกอดเอาไว้เบาๆ เหมือนกลัวว่าจะเเตกหักไป… 

 

เรากอดกันไม่นาน ผมก็รับรู้ถึงเเรงสะอื้นไหวส่งผ่านมาจนถึงผมที่เป็นคนถูกกอดได้รับรู้...ผมเลยยอมนั่งนิ่งๆ ให้อีกฝ่ายกอดอยู่เเบบนั้น 

 

น่าเเปลกที่ผมเองก็ไม่สามารถควบคุมม่านน้ำตาพวกนี้ได้เหมือนกัน มันไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่จนผมได้เเต่ปล่อยให้มันไหลอยู่เเบบนั้น 

 

“ผมขอโทษ” เสียงพูดเหมือนพึมพำออกมาเบาๆ 

“ไม่ลูก..ฟิวส์ไม่ผิด...เเม่เอง เเม่ผิดเอง..เเม่ผิดเองที่ทิ้งลูกไป ผิดที่เลือกเเต่ความสุขของตัวเอง” 

 

จนถึงตอนนี้ผมก็คงพูดได้เต็มปากเเล้วว่าไม่สนใจเรื่องที่ผ่านมาเเล้ว ถึงจะเเอบคิดอยู่บางว่าถ้าไม่เจอกับยายบุญในวันนั้นผมจะเป็นยังไง เเต่พอมาคิดๆ ดูอีกที่ ถ้ามองในเเง่ดี การที่เขาทิ้งผมไปมันก็ช่วยให้ผมได้เจอกับคนดีๆ มากมาย….หนึ่งในนั้นคงจะเป็นคนตัวโตที่เอาเเต่ยืนมองเหตุการณ์มาตั้งเเต่ต้นพร้อมๆ รอยยิ้มบางๆ ที่ปรากฏบนใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเคราของเขาในตอนนี้ 

 

เอาเป็นว่า...ผมยกโทษให้เขาเเล้วกัน ถือว่าเขาช่วยให้ผมได้เจอกับคนสำคัญอีกคนในชีวิต 

 

ในตอนสุดท้ายถึงผมเเละเขา เราจะไม่ได้กลับมาอยู่ร่วมกันเป็นครอบครัว เเต่ผมก็คิดว่ามันดีเเล้ว เขาก็อยู่กับสามีของเขา ส่วนผมก็อยู่กับคุณโทมัส พวกเราได้มีชีวิตของตัวเอง เเละก้าวต่อไปอย่างไม่มีอะไรติดค้าง 

 

#โทมัส 

 

ผมยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าเเล้วยิ้มออกมา มองภาพคนรักที่กำลังร้องไห้ระบายความในใจของตัวเองออกมา 

 

...ผมรับรู้มาตลอดเเหละเวลาลึกๆ ในใจของฟิวส์นั่นคิดเรื่องผู้เป็นเเม่ตลอด เเต่อาจจะเป็นเพราะอคติที่มีในตอนเเรกเลยทำให้ฟิวส์เเสดงท่าทีเเบบนั้นออกไป 

 

...ที่นี่เจ้าตัวขาวของผม ก็คงยิ้มสดใสได้มากกว่าที่เคยเป็นเเล้วละ^^ 

. 

. 

. 

“เเล้วผมจะมาเยี่ยมบ่อยๆ...ดูเเลตัวเองด้วยนะครับ” ผมพูดบอกคนที่ฝืนตัวเองออกมาส่งผมกับคุณโทมัสที่หน้าห้องพัก 

“จ๊ะ...เเม่ขอบคุณนะ คุณด้วยนะคะ ขอบคุณที่อยู่ข้างๆ ฟิวส์ ขอบคุณที่ช่วยดูเเลเขา” 

“ครับ...ขอบคุณเหมือนกันที่ทำให้เขาเกิดมา” คุณโทมัสหันมามองหน้าผม ดวงตาคมมองสะท้อนภาพของผมในดวงตาทรงเสน่ห์คู่นั้น 

 

เหมือนกับที่ดวงตาของผมก็สะท้อนภาพของเขาอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน 

 

BY: ลั้น ลา 

 

คราวนี้จบจริงๆเเล้วจ้า  ไม่มีตอนพิเศษเเล้วน่า 

เจอกันในเรื่องที่ 4 ขอไรท์น่าาาา 

ความคิดเห็น