ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Daddy 2

คำค้น : Yaoi, NC, 18+, SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ย. 2561 22:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Daddy 2
แบบอักษร

Daddy 2


หลังจากที่พะพายตัดสินใจว่าไปทำงานกับนายทุน ร่างเล็กก็ต้องไปทำสัญญาตกลงเรื่องงานทันที เพราะใกล้จะหมดเวลาแล้ว แม้ว่าเขาจะไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับงาน แต่เนื่องจากแม่ของเขาจำเป็นต้องเอาเงินไปใช้หนี้ มันก็เป็นหนทางเดียวที่เขาจะช่วยแม่ได้ อีกทั้งเขาก็เห็นว่าพี่ๆ ในหมู่บ้านก็พากันไปทำงานกับนายทุนคนนี้เช่นกัน แม้ส่วนมากจะเป็นผู้หญิงก็เถอะ จากหมู่บ้านของเขาไปทั้งหมด 10 คน ซึ่งมีผู้หญิง 8 คนและผู้ชายที่เด็กกว่าเขา 1 ปี ตัวพอๆ กับเขาอีก 1 คน มันคง...ไม่ใช่งานที่อันตรายอะไรหรอกมั้ง


            “เอาล่ะ พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางตั้งแต่ตี 5 เพราะต้องไปที่จังหวัดอื่นด้วย” คำพูดของนายทุนทำให้พะพายทำหน้างุนงงทันที


            “ไปจังหวัดอื่นทำไมเหรอพี่ไหม?” พะพายหันไปถามหญิงสาวที่รู้จักกันเพราะบ้านอยู่ใกล้ๆ กัน


            “ก็ไปหาคนเพิ่มไง” พะพายพยักหน้ารับ สงสัยโรงงานที่เขาจะไปทำคงใหญ่มากแน่ๆ ถึงต้องการคนเยอะแบบนี้ เขาชักอยากรู้แล้วสิว่าหน้าที่ที่เขาต้องทำเกี่ยวกับอะไร นายทุนไม่เห็นบอกเลยและคนอื่นๆ ก็ไม่เห็นถามด้วย ทำไมกันนะ?


            “อย่าลืมล่ะ พรุ่งนี้รถออกตี 5 มากันให้ทันด้วย” นายทุนย้ำอีกครั้งซึ่งแรงงานทั้ง 10 คนก็พยักหน้ารับก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน...


            “เป็นไงๆ นายทุนว่าไงบ้าง?” พอพะพายกลับมาบ้าน แม่ของเขาก็ปรี่เข้ามาถามทันที


            “เขาบอกแค่ว่าพรุ่งนี้รถออกตี 5 ครับ”


            “เขา...ไม่ได้พูดรายละเอียดของงานใช่มั้ย?” แม่ของพะพายถามอย่างกังวล เพราะกลัวว่าถ้าพะพายรู้ว่างานที่ทำคืออะไร อีกคนจะเปลี่ยนใจ แหงแหละ...เปลี่ยนใจตอนนี้ไม่ทันแล้ว เพราะเธอเอาเงินที่ได้จากนายทุนหลังจากที่เซ็นสัญญาไปใช้หนี้เรียบร้อยแล้ว ก็นะ...ใครจะยอมโดนกระทืบอีกครั้งกันล่ะ


            “ไม่เห็นพูดเลยนะแม่ พี่ๆ คนอื่นก็ดูไม่สงสัย” พะพายว่าหน้าซื่อ


            “งั้นเหรอ...” ผู้เป็นแม่ตอบรับสั้นๆ แหงแหละ...ที่คนอื่นไม่ถามเพราะเขารู้กันหมดแล้วว่างานที่จะไปทำคืออะไร เพราะคนในหมู่บ้านหลายรุ่นแล้วที่ขายตัวเองให้นายทุน แล้วไปทำงานที่ซ่องกอบโกบรายได้กันกลับบ้านเกิด บางคนได้เสี่ยรวยๆ ซื้อขาดไปอยู่ด้วย ก็สุขสบายกันไป ยกเว้นแต่เธอนี่แหละ...นอกจากจะไม่สุขสบาย ยังได้ภาระอย่างลูกแฝดสองคน เพราะท้องไม่มีพ่อกลับมาน่ะสิ!


          “แม่ครับ...เรื่องของพิง...”


            “ฉันรู้น่ะว่าจะบอกพะพิงมันยังไง บางทีมันอาจจะอยากตามแกไปก็ได้”


            “อย่าเลยครับแม่ พายไหว ให้พิงอยู่ดูแลแม่ที่นี่ดีกว่า” ใช่...ถ้าพิงตามไปทำงานกับเขาอีกคน แม่ก็ต้องอยู่คนเดียว เขาเป็นห่วงแม่ เขายอมไปลำบากคนเดียวเสียดีกว่า


            “ถ้าพิงมันไม่ดื้อน่ะนะ” แม่ของพะพายพูดดักไว้ก่อน ก็นะ...เมื่อเทียบพะพายกับพะพิงที่เป็นแฝดกัน สองคนนี้เหมือนกันแค่หน้าตาเท่านั้นแหละ แต่นิสัยแตกต่างกันอย่างกะขั้วตรงข้าม ถ้าพะพายคือความใสซื่อ พะพิงก็คือความเจ้าเล่ห์ เหลี่ยมจัดนั่นแหละ แน่นอนว่า...ถึงเธอโกหกว่าพะพายไปทำงานต่างจังหวะ พะพิงก็จะต้องหาคำตอบให้ได้ว่างานที่พะพายไปทำคืออะไร แน่นอนว่าถ้ารู้...คงไม่มีทางอยู่เฉยๆ แน่!... ตี 5 ของวันต่อมา...แม่ของพะพายมาส่งร่างเล็กที่บ้านของนายทุน ซึ่งแรงงานอีก 9 คนก็มากันพร้อมหน้าพร้อมตา พะพายบอกลาผู้เป็นแม่น้ำตาซึม แม่ว่าแม่ของเขาจะทำหน้านิ่งๆ ก็เถอะ พะพายรู้ดีแก่ใจว่าเขากับพะพิงคือความผิดพลาดของแม่ แม่อาจจะไม่ได้รักเขากับพะพิงมาก แต่เราสองคนก็รักแม่ เพราะแม่...คือแม่ของพวกเรา


            “หมดเวลาล่ำลาแล้ว ขึ้นรถได้” นายทุนว่า ทำให้พะพายต้องเดินไปขึ้นรถตู้ ก่อนที่รถตู้จะค่อยๆ เคลื่อนตัวออก...3 วันผ่านไป...พะพายกำลังไม่เข้าใจอย่างมาก ไม่เข้าใจอย่างสุดๆ ว่าทำไมนายทุนต้องตะเวนหาแรงงานหลายจังหวัด หลายหมู่บ้านแบบนี้ ถึงตอนนี้จะได้แรงงานครบแล้ว และแรงงานทั้งหมด 20 กว่าคนกำลังเดินทางไปที่สนามบินประจำภาคเหนือ เพราะพวกเราจะต้องเดินทางโดยเครื่องบินไปยังภาคใต้ ซึ่งเป็นสถานที่ที่ต้องไปทำงาน


            “นายทุนเขารวยจังนะครับพี่ไหม ออกค่าเครื่องบินให้เราด้วย” พะพายหันไปพูดกับไหม


            “ก็ต้องรวยสิ ซ่องใหญ่ที่สุดในภาคใต้แล้ว”


            “หืม? เมื่อกี้พี่ไหมว่าไงนะครับ?” พะพายถามย้ำ เขาได้ยินแค่ประโยคแรกแต่ประโยคหลังเขาได้ยินไม่ค่อยถนัด


            “ไม่มีอะไรหรอก รีบเดินเถอะ มัวแต่คุยแบบนี้เดี๋ยวโดนด่าหรอก” พะพายพยักหน้ารับก่อนจะรีบเร่งฝีเท้าเดินตามคนอื่นๆ ไปให้ทันเพราะใกล้จะถึงเวลาขึ้นเครื่องแล้ว...เวลาผ่านไป...พะพายและแรงงานที่มาด้วยกันมาถึงสนามบินใหญ่ประจำภาคใต้ในเวลาบ่าย ก่อนที่นายทุนจะพาพวกเขาขึ้นรถบัสขนาดกลางจากสนามบินไปยังที่ทำงา ซึ่งพะพายจะได้เห็นโรงงาน (?) ที่เขาจะต้องทำงานสักที...


            “ทะ...ที่นี่เหรอ?...” พะพายยืนนิ่งทันทีเมื่อเห็นสถานที่ทำงานที่เขาต้องอยู่ที่นี่ 1ปีตามสัญญา มันไม่ใช่โรงงานอุตสาหกรรมอย่างที่เขาคิด มัน...เป็นตึกใหญ่สีดำขนาด 3 ชั้น โดยที่ภายนอกเหมือนตึกสำนึกงานทั่วไป แต่ด้านใน...มันมีทั้งบ่อน คาสิโน ร้านเหล้าและของอบายมุขมากมาย อย่างที่พะพายไม่เคยพบเห็นมาก่อน


            “หยุดเดินทำไม เดินไปสิวะ” ชายชุดดำที่เดินไป เดินมาเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยของที่นี่ดุพะพายขึ้นทันที


            “เอ่อ...คือ...”


            “บอกให้เดินไงเล่า”


            “โอ๊ย!” พะพายร้องออกมาทันทีเมื่อถูกผลักอย่างแรงจนล้มไปกองกับพื้น


            “ไอ้ชาติเบสๆ หน่อยสิวะ เดี๋ยวของก็ช้ำหมดหรอก” นายทุนที่พาพะพายมาพูดขึ้น


            “ก็เด็กมึงมันซื่อบื้อนี่หว่า กูบอกให้เดินไม่ยอมเดิน”


             “เอาน่าเด็กมันยังใหม่ ยังไม่คุ้นที่ แต่ขาวๆ หน้าหวานๆ อย่างมันนี่แหละ ราคางามนักล่ะ” พะพายมองนายทุนสลับกับชายชุดดำอย่างไม่เข้าใจ เดี๋ยวนะ...หมายความว่ายังไงกัน? พะพายกำลังไม่เข้าใจอย่างมาก


            “เอ้าลุกสิวะ” ชายชุดดำดึงพะพายให้ลุกขึ้น


            “หมายความว่ายังไงครับ? ที่พูดกันเมื่อกี้ เกี่ยวกับอะไรกับผม ผมมาทำงานนะ” พะพายว่าเสียงสั่น ตัวสั่นไปหมด


            “เอ้าไอ้ก๊ง เด็กมึงไม่รู้เหรอว่าต้องมาทำงานในซ่องเนี่ย” ซ่อง...


            “รู้ไม่รู้ก็ช่างแม่ง แต่ซื้อตัวมาแล้ว มึงก็ต้องทำงานที่นี่” นายทุนที่ชื่อก๊งว่า


            “ปล่อยนะ ผมไม่ไป ผมไม่ทำ!” พะพายพยายามดิ้นขัดขืนเมื่อก๊งพยายามลากเขาให้เดินเข้าไป


            “อย่ามาทำให้กูโมโหนะมึง”


            “ฮึก ปล่อยผมเถอะครับ ผมไม่ได้อยากมาขายตัว” พะพายขอร้องเสียงเครือ นัยน์ตากลมหน่วงคลอไปด้วยน้ำตา


            “อยากไม่อยากกูไม่สนเว้ย แต่มึงรับเงินกูไปแล้ว มึงก็ต้องขาย ตามมาเดี๋ยวนี้!”


            “โอ๊ย ฮึก ผมเจ็บ” พะพายร้องออกมาด้วยความเจ็บเมื่อถูกกระชากลากดึงให้เดินตามก๊งไป ซึ่งสถานที่ที่พะพายถูกพามาก็คือ...ซ่องชั้นใต้ดิน


            “จัดการพวกมันด้วย งานเริ่มสามทุ่ม” ก๊งพูดกับรัศมี หรือเจ๊หมีเจ๊ใหญ่ประจำซ่อง


            “เออๆ ไม่ต้องห่วง”


            “ฮึก”


            “ร้องไห้แบบนี้คงไม่รู้สินะว่าต้องมาทำงานอะไรที่นี่?” เจ๊หมีเดินเข้ามาพะพายที่นั่งตัวสั่นอยู่ที่พื้น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถูกฉุดกระชากลากถูเข้ามาที่นี่ พะพายไม่ใช่คนแรกหรอกที่เป็นแบบนี้ แต่น้อยคนที่ไม่รู้ เพราะส่วนมาก...ก็สมัครใจที่จะมาขายตัวกันทั้งนั้น


            “ฮึก ผมไม่ได้อยากมาขายตัว”


            “แต่ไม่เมื่อมาที่นี่แล้ว ไม่ขายก็ถูกฆ่าตาย เลือกเอา” คำพูดของเจ๊หมีทำให้พะพายตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม พะพายกวาดสายตามองหาไหม ซึ่งเขาก็เห็นว่าหญิงสาวมองมาที่เขาเช่นกัน แปลว่า...ทุกคนรู้งั้นเหรอว่ามาที่นี่ทำไม? งานที่รอเราอยู่คืออะไร? หรือบางที...แม่ของเขาก็รู้เช่นกัน


            “พวกมึงช่วยกันดูแลพวกมันด้วย คืนนี้พวกมันต้องขึ้นขาย” เจ๊หมีหันไปสั่งเด็กเก่าที่อยู่รอบๆ


            “ค่ะ/ครับเจ๊”


...3 ทุ่ม...


            “ไม่คิดว่านายหัวคิมหันต์จะมาด้วยนะครับ” ก๊งทักทายคิมหันต์ขึ้นเมื่อเห็น ‘ลุกค้าวีไอพี’ ของที่นี่เดินเข้ามา


            “เห็นว่ามีของใหม่ๆ ก็อยากจะมาดู” คิมหันต์ตอบเสียงเรียบ


            “ใหม่ๆ เด็ด ๆทั้งนั้นครับ ส่งตรงจากภาคเหนือ ขาวเนียนทุกคน”


            “ฮึ” คิมหันต์กระตุกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้าไปนั่งประจำที่ ใช่...ที่ที่รอประมูลของเล่นสำหรับคืนนี้ยังไงล่ะ ซึ่งลูกค้าวีไอพีของที่นี่จะรู้กันดีว่าเวลาที่ซ่องได้เด็กใหม่มา จะมีการประมูลเพื่อ ‘เปิดซิง’ สินค้า แน่นอนว่าเสี่ยเล็ก เสี่ยใหญ่ เจ้าของกิจการต่างๆ หรือแม้กระทั่งนายทุนประเทศเพื่อนบ้านก็มาเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้กันทั้งนั้น


            “สวัสดีครับ ลูกค้าวีไอพีของร้านเราทุกคน” เสียงของพิธีกรดังขึ้นเรียกความสนใจจากผู้ร่วมงานให้หันไปทันที


            “อย่างที่รู้กันคือคืนนี้เราจะมีการประมูลสินค้า ซึ่งมีทั้งหมด 20 รายการ ทั้งหญิงและหนุ่มน้อย หากลูกค้าสนใจสินค้าไหน ก็สามารถยกป้ายซื้อได้เลย แต่ถ้ามีมากกว่าหนึ่งคนก็คงต้องประมูลกันสักหน่อยนะครับ ใครจะได้สินค้าไปครอบครอง เดี๋ยวเราจะได้รู้กันครับ อ่อ...อีกกติกาหนึ่งก็คือ...การซื้อขาด หากท่านพึงพอใจสินค้าเป็นอย่างมาก สามารถซื้อขาดได้เลย แต่...ถ้าอยากทดลองของก่อนซื้อขาดก็ไม่ว่ากันครับ หึๆ เอาล่ะครับ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมจะค่อยๆ เปิดตัวสินค้านะครับ” สิ้นเสียงของพิธีกรก็มี ‘สินค้า’ 5 ชิ้นขึ้นมาบนเวที ซึ่งแต่ละคนแต่งตัวยั่วยวนกามอารมณ์อย่างมาก


            “เริ่มจากหมายเลข 1 ครับ” เมื่อพิธีกรพูดจบการประมูลก็เริ่มขึ้น ซึ่งคิมหันต์ก็มองนิ่งๆ เพราะ 5 คนที่ขึ้นมาไม่ใช่สไตล์เขาเท่าไหร่จนกระทั่ง...


            “ต่อไปเป็นรอบสุดท้ายแล้วนะครับ ลูกค้าท่านใดยังไม่ได้สินค้าข้างกายคืนนี้ รีบประมูลกันนะครับ” ว่าแล้วสินค้า 5 ชิ้นสุดท้ายก็ขึ้นมาและหนึ่งในนั้น...ก็คือพะพาย ร่างเล็กกวาดสายตามองไปรอบตัวด้วยความหวาดกลัว มือบางพยายามดึงเสื้อเชิ้ตสีขาวให้ลงมาปิดต้นขา แม้ว่าจะทำได้ยากก็ตาม ใช่...เขาถูกจับใส่เสื้อเชิ้ตขาวบางเพียงตัวเดียว ส่วนท่อนล่างก็มีแค่ชั้นในเท่านั้น ซึ่งมันทำให้เขาอับอายจนอยากจะร้องไห้ พะพายร้องไห้จนน้ำตาแทบหมด พยายามขอร้องอ้อนวอน แต่สิ่งที่เขาได้รับค้อ...คำขู่ฆ่า ถ้าเขาไม่ยอม


            “หมายเลข 17 สวยดีนะครับ” เสี่ยประภาสที่นั่งข้างๆ คิมหันต์พูดขึ้น


            “ดูเหมือนคุณจะสนใจคนเดียวกับผมนะ” คิมหันต์ว่า ใช่...เขากำลังสนใจสาวสวยหมายเลข 17 ซึ่งตรงสเปคเขาทุกอย่าง แต่...หางตาของเขาก็ยังคงมองไปยังหมายเลข 19


            “งั้นก็คงต้องสู้กันสักหน่อยแล้วมั้ง” เมื่อถึงหมายเลข 17 เสี่ยประภาสกับคิมหันต์ก็สู้ราคาเงินกันเต็มที่ และสุดท้าย...คิมหันต์ก็ได้ไป


            “สรุปว่าหมายเลข 17 เป็นของนายหัวคิมหันต์ครับ” พิธีกรกล่าวสรุป คิมหันต์พยักหน้ารับนิดๆ แต่ไม่ได้ลุกออกจากที่นั่ง เพราะปกติเวลาที่ลูกค้าคนไหนประมูลเสร็จก็จะไปยังห้องที่จัดเตรียมเอาไว้เพื่อทดลองใช้สินค้าเลย


            “อย่าบอกนะครับว่าจะประมูลต่อ?” เสี่ยประภาสถามคิมหันต์ขึ้น


            “มั้งครับ” คิมหันต์ตอบสั้นๆ ก่อนที่ตาคมจะมองไปยังคนตัวเล็กหมายเลข 19 ที่พยายามดึงเสื้ออย่างเอาเป็นเอาตาย ซึ่งหารู้ไม่ว่าขาขาวๆ นั่นถูกมองจนพรุนหมดแล้ว


            “หมายเลข 19 หน้าตายั่วเยชิบหายเลยล่ะ กูจะเอาให้ได้ คืนนี้จะเอาให้สลบคาอกกูเลย” เสียงของ ‘ดนัย’ เจ้าของสัมปทานรังนกคู่แข่งของคิมหันต์พูดขึ้น ซึ่งทั้งสองไม่กินเส้นกัน ใครๆ ก็รู้ดี นอกจากจะแข่งกันเรื่องธุรกิจแล้ว เรื่องหน้าตาและความคาริสม่านี้ไม่มีใครกินใครลง


            “เอาให้ได้เลยครับคุณดนัย ผมเอาใจช่วย” เสียงของคนข้างๆ ของดนัยว่า


            “ต่อไปเป็นหมายเลข 19 ครับ” เสียงพิธีกรพูดขึ้น


            “2 แสน” ยอดเงินของดนัยสร้างความฮือฮาให้กับคนอื่นๆ อย่างมาก ก็นะ...ปกติจะเริ่มที่หลักหมื่น


            “โอ้โห เปิดตัวด้วยยอดเงินที่สูงมากเลยนะครับ มีใครจะสู้หรอกเปล่าครับ ถ้าไม่มี...”


            “3 แสน” คำพูดของคิมหันต์ทำให้ดนับหันขวับไปมองศัตรูคู่แข่งด้วยสายตาไม่พอใจทันที ซึ่งคิมหันต์ก็กระตุกยิ้มมุมปากเป็นเชิงท้าทาย เขาก็เป็นแบบนี้แหละ...ชอบการแข่งขันเป็นที่สุด!


            “4 แสน” ดนัยเกทับ


            “5 แสน” คิมหันต์ไม่ยอม


            “ฮึ่ย 7 แสน” ดนัยสู้สุดใจ เพราะเขาจะไม่ยอมเสียหน้าให้คิมหันต์แน่ๆ แต่...


            “1 ล้าน” ยอดเงินที่คิมหันต์พูดขึ้นสร้างความฮือฮาให้กับทุกคนอย่างมาก ก็นะ...นี่เป็นยอดสูงที่สุดที่เคยประมูลมา มันเท่ากับ...ยอดซื้อขาด


            “หมายความว่าคุณคิมหันต์จะซื้อขาดเหรอครับ?” พิธีกรถามขึ้น คิมหันต์หันไปมองสินค้าบนเวที ซึ่งร่างเล็กก็มองมาที่เขาด้วยสายตาสั่นๆ ถึงจะไม่ใช่สเปคอย่างที่ชอบ แต่...ก็น่าสนใจดี


            “ใช่ ซื้อขาด”

​...

นายหัวคิมหันต์ต้องใจเย็นน้า!!!!!! 55555555 ใครชอบแนวแบบนี้ฝากด้วยนะคะ ฝากให้กำลังใจน้องพะพายด้วยยยยยยย

___จางบิวตี้___

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว