facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 8

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.4k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 23 พ.ย. 2561 20:06 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8
แบบอักษร

หัวใจขายฝาก

บทที่ 8


จอมภพถูกพามายังเต็นท์ที่พักสำหรับทีมงานทันที ชายคนที่เป็นผู้กำกับแนะนำตัวหลังจากตกลงกับจอมภพแล้วว่าเขาชื่อยงยศ เป็นคนที่ใหญ่ที่สุดในกองถ่ายวันนี้


“ไม่ต้องห่วงโว้ย ทั้งกองพี่เก๋าสุด บริษัทโฆษณา เอเจนซี่ หรือเจ้าของผลิตภัณฑ์เชื่อมือพี่ทั้งนั้น เอ็งไม่ต้องเป็นห่วง สัญยง สัญญาเดี๋ยวค่อยว่ากันพี่ไม่เบี้ยว”


ยงยศออกจะคุยโวไปสักหน่อย แต่จอมภพสังเกตได้ว่าเขาเก๋าอย่างที่เอ่ยอ้างจริงในเวลาต่อมา ทุกคนในกองถ่ายให้ความเคารพแม้ว่ายงยศจะไม่ได้ทำตัวมีอำนาจ แต่เพราะเขาน่าจะมีความสามารถจริงๆ จอมภพนั่งลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่งท่ามกลางสาวประเภทสองที่เป็นช่างเสริมสวยประจำกอง             ยงยศรีบเอ่ยออกคำสั่ง


“เอ้า อย่าช้าสาวๆทั้งหลาย จัดการเช็ดคราบเหงื่อคราบไคลแล้วเนรมิตให้ไอ้... เออ ชื่ออะไรนะน้อง อ๋อ ไอ้จอม จำได้แล้ว เนรมิตไอ้จอมให้กลายเป็นคนดังในพริบตาที”


“ว้าย แค่นี้ก็หล่อแล้วเฮียยศ แต่เดี๋ยวพวกหนูจะจัดการน้องจอมให้หล่อสะพรึงกว่านี้อีกค่า”


ตอนนั้นจอมได้แต่นั่งนิ่งเป็นหุ่นปั้นให้ช่างเสริมสวยรุมซ้ายทีขวาที และสั่งให้เขาเปลี่ยนชุดเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล เมื่อทุกอย่างสมบูรณ์เสียงกรี๊ดกร๊าดก็ดังจากเหล่าสาวๆเบื้องหลังอีกครั้ง


“โอ๊ย หล่อลากน่ากระชากเข้าคอนโด เดือนนี้ถ้าไม่มีค่าเทอมติดต่อพี่หลังไมค์นะคะน้องจอม”


จอมภพได้แต่ยิ้มเจื่อน เขาเดินตามทีมงานอีกคนหนึ่งไปยังบริเวณถ่ายทำ


“นั่งตรงนี้ก่อน นี่ นั่งใกล้ๆคนที่ต้องทำงานด้วยกัน น้องนิคขา น้องนิคลูกแม่ ลูกต้องถ่ายโฆษณากับคนนี้นะคะ เด็กใหม่ซิงๆ ชื่อน้องจอม สอนงานเพื่อนด้วยนะคะลูก”


ใบหน้าของคนที่นั่งอยู่ก่อนแล้วเงยขึ้น จอมภพคุ้นหน้าจากทางโซเชียลและได้ยินสาวๆในคณะเดียวกันเคยเอ่ยถึง แต่เขาจำชื่อไม่ได้ จนกระทั่งคนตรงหน้าที่เหมือนจะอึ้งไปพักหนึ่งเมื่อได้สบตากับเขาส่งยิ้มให้


“สวัสดี เราชื่อนิค ชื่อจริงว่าชานนท์”


“เราชื่อจอมภพ เรียกเราว่าจอมก็ได้”


จอมภพแนะนำตัวง่ายๆ เขากำลังตื่นเต้นกับงานใหม่ ชานนท์ยังจ้องหน้าเขาไม่หยุด


“พี่ยศไปลากจอมมาจากข้างๆสนามบาสตะกี้ใช่ไหม เราเห็นแล้ว จอมหน้าหล่อสะดุดตากว่าไอ้ต้นที่เราต้องแสดงด้วยอีกนะ มานี่สิ เราจะบอกบทให้”


ชานนท์ดึงเก้าอี้ให้เข้ามาใกล้เขาพร้อมกับอธิบายว่าจอมภพต้องทำอะไรบ้าง เขาพยักหน้าตามขณะรับฟังว่าต้องเล่นบทเป็นนักกีฬาบาสเก็ตบอล และชานนท์จะเดินผ่านด้านข้างสนาม ลูกบาสที่จอมภพส่งให้เพื่อนจะลอยมากระทบกับชานนท์จนล้มลงและจอมภพต้องรีบเข้ามาประคอง ทั้งคู่จะต้องสบตากันในระยะใกล้


“เดี๋ยวนะ นี่มันโฆษณาอะไร”


จอมภพเอ่ยถาม งานถ่ายทำจะเริ่มอยู่แล้วเขายังไม่รู้ว่าเป็นสินค้าอะไรด้วยซ้ำ


“คอนแทคเลนส์ไง ใส่แล้วดวงตาจะสวยและมีเสน่ห์จนใครๆต่างก็มาตกหลุมรัก”


“แล้วเราเป็นผู้ชายทั้งคู่ มันจะโฆษณาได้ด้วยเหรอ”


ยังไม่หายแปลกใจจนชานนท์หัวเราะเบาๆ


“โธ่ จอม ไม่รู้จริงเหรอ สมัยนี้น่ะสินค้าตัวไหนก็เจาะตลาดสาววายทั้งนั้นแหละ หนัง ซีรีส์ นิยาย โฆษณา ยิ่งถ้ากลายเป็นคู่จิ้นก็ยิ่งดังนะ งานอีเวนท์รุมเพียบ ทำตัวดีๆให้อยู่ในกระแสเถอะ ถ้ายิ่งใครมาติดต่อให้เล่นซีรีส์วายนะ จอมรีบรับปากไปเลย มีแต่ได้ไม่มีเสีย”


พูดจบทีมงานก็เรียกเขาและชานนท์ไปที่สนามบาสกลางแจ้ง จอมภพได้ยินเสียงกรีดร้องจากข้างสนามดังแว่วเข้าหูทันที


“กรี๊ด นิค นิคจ๋า พี่ต้นไปไหน ทำไม่ไม่มาถ่ายด้วยกัน ฮือ”


“แต่คนนี้ก็หล่อน้า ชื่ออะไรนะ เอ๊ะ ใช่ที่อยู่ปีสองกราฟฟิคดีไซน์มหาลัยเราหรือเปล่า”


จอมภพไม่มีเวลาสนใจเสียงอื้ออึงเหล่านั้นเพราะยงยศจะเริ่มถ่ายทำแล้ว แม้จะบอกว่าเป็นโฆษณาสั้นๆ แต่การทำงานก็กินเวลาไปจนถึงเกือบสามทุ่มกว่าที่ยงยศจะพอใจและสั่งเลิกกอง


“ดีมากไอ้จอม” ยงยศเอ่ยชม เด็กหนุ่มตรงหน้าขึ้นกล้องมาก หากโฆษณาแพร่ไปยังสื่อต่างๆแล้ว จอมภพน่าจะโด่งดังราวกับพลิกดินไปเป็นดาวทีเดียว “เดี๋ยวเองไปบอกพ่อแม่ผู้ปกครองเอ็งให้มาเป็นพยานด้วยนะ แล้วหาเอเจนซี่ดังๆไว้เซ็นเข้าสังกัดเลย กูว่ามึงดังแน่ว่ะ”


จอมภพนิ่งอึ้ง เขาจะหาใครมาเป็นผู้ปกครองเล่า แม่ไม่มี พ่อก็ตายแล้ว นอกจาก...


RRRRR


เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นปลุกให้จอมภพสะดุ้งจากภวังค์ เมื่อเห็นว่าใครโทรเข้ามาก็รีบรับทันที


“ครับเสี่ย”


“จอมอยู่ไหนแล้ว งานร้านอาหารเลิกหรือยังผมจะได้ไปรับ”


จอมภพยิ้มบางๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกดียามได้ยินเสียงนุ่มนี้


“ผมอยู่ที่มหาวิทยาลัยครับ บังเอิญได้ถ่ายโฆษณา นี่เพิ่งถ่ายเสร็จ”


“อ้าว เหรอ นี่ได้เป็นเอ็กตร้าเหรอ เลิกแล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมขับรถไปรับนะ ผมอยู่แถวมหาวิทยาลัยของจอมพอดี”


ปาณัทวางสายไปแล้ว ปล่อยให้จอมภพยิ้มอยู่คนเดียวจนกระทั่งชานนท์เดินตรงมาหา เขามองเห็นความชื่นชมฉายแววอยู่ในแววตาของชานนท์ที่ไม่ได้ปิดบัง


“จอม ไปดูภาพในมอนิเตอร์หรือยัง จอมหล่อมากเลยนะ นี่ต้องดังแน่ๆ อย่าลืมนะจอมถ้าได้เล่นซีรี่ส์จอมรีบรับปากเขาเลยนะ”


“นิค”


เสียงห้าวของผู้ชายดังขึ้นเบื้องหลังขัดจังหวะการสนทนา สีหน้าของชานนท์แสดงความเบื่อหน่ายแวบหนึ่งก่อนจะเกลื่อนด้วยรอยยิ้มตามเดิม


“เสร็จงานแล้วใช่ไหม จะได้กลับบ้าน”


ชายคนที่เดินเข้ามาอายุราวสามสิบปี บนใบหน้าบอกถึงชั้นเชิงของความกร้านโลกปรากฏอยู่ หัวคิ้วย่นเข้าหากันอย่างไม่ชอบใจนักที่เห็นชานนท์คุยออกรสอยู่กับจอมภพ


“เสร็จแล้วพี่ภาค จอม นี่ผู้จัดการของเราชื่อพี่ภาคภูมิ”


จอมภพยกมือไหว้เพราะอีกฝ่ายอาวุโสกว่า ภาคภูมิมองอีกฝ่ายตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า


“คนนี้เหรอที่เฮียยศเอามาถ่ายแทนไอ้ต้น  สมน้ำหน้า แม่งเรื่องมากทั้งเด็กทั้งผู้จัดการ โดนตัดทิ้งก็สมแล้ว ไม่ต้องไปทำตัวสนิทกับไอ้ต้นแล้วนะนิค ท่าทางมันจะไปไม่รอดแล้วว่ะ ชิ่งจากมันเหอะ”


จอมภพไม่เข้าใจข้อความที่ภาคภูมิกับชานนท์พูดคุยกัน แต่ขณะจะเอ่ยปากฉากหนีเสียงรถยนท์คุ้นหูก็ขับมาเทียบเสียก่อน ปาณัทนั่นเองที่ลงจากรถ ชายหนุ่มอยู่ในชุดเรียบแต่เนี้ยบตามปกติของเขา และมีสูทเข้ารูปคลุมทับชั้นนอก ทำให้ยิ่งดูดีมากขึ้นไปอีก


ปาณัทสบตากับจอมภพ ด้วยมารยาทที่ยังอยู่ในวงสนทนาเขาจำเป็นต้องแนะนำปาณัทให้อีกฝ่ายรู้จัก


“นักแสดงที่เล่นด้วยกันครับชื่อนิค กับผู้จัดการคุณภาคภูมิ ส่วนคนนี้ เอ่อ คุณปาณัท เป็นผู้ปกครองของผม”


ไม่รู้จะแนะนำปาณัทในฐานะอะไร จอมภพจำเป็นต้องให้เขาเป็นผู้ปกครองไปก่อน ปาณัทโปรยยิ้มให้ภาคภูมิและชานนท์อย่างเป็นมิตร คิ้วของภาคภูมิขมวดเข้าหากันครู่หนึ่งเมื่อเห็นปาณัท


“สวัสดีครับคุณภาคภูมิ คุณนิค”


“คุณชื่อเล่นว่าเปา เรียนคณะบริหารที่มหาลัย...ใช่ไหม”


ปาณัทเอียงคอด้วยความแปลกใจที่ภาคภูมิรู้จักกับเขา เสี่ยหนุ่มพยักหน้ารับ


“ใช่แล้วครับ เอ่อ เรารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่า”


ภาคภูมิเผลอแสดงสีหน้าตื่นเต้น เขารีบตอบจนเกือบเสียอาการ


“ผมเรียนคนละคณะกับคุณ แต่เราเคยเรียนคลาสเดียวกันวิชากฎหมายธุรกิจตอนปีหนึ่ง คุณคงจำผมไม่ได้หรอก ตอนนั้นคุณเป็นเดือนเด่นแต่ผมมันแค่เด็กหลังห้อง”


ปาณัททบทวนความทรงจำครู่หนึ่งก่อนจะยิ้มอย่างยินดี


“จำได้แล้ว ภาคภูมินั่นเอง ไม่เจอกันนานเลยสบายดีใช่ไหม”


จอมภพไม่เข้าใจตนเองในเวลานี้ ความรู้สึกของเขาคือขุ่นมัวเมื่อเห็นสายตาที่ภาคภูมิใช้มองปาณัท หากทั้งคู่เคยรู้จักกันจริง สายตานั้นก็เกินเลยคำว่าคนรู้จักไปมาก แต่ปาณัทแสดงออกอย่างบริสุทธิ์ใจทำให้เขาไม่กล้าเอ่ยอะไรขัดคอ


“สบายดี คุณเองก็คงสุขสบายเหมือนกันสินะ หน้าตาสดใสขนาดนี้”


“ก็ตามอัตภาพนั่นแหละครับ” ปาณัทตอบสุภาพ “ไม่นึกว่าจะมาพบกันวันนี้ ดีใจนะที่ได้เจอเพื่อนสมัยเรียน”


ปาณัทหันไปยิ้มเมื่อข้อศอกของเขาถูกสะกิดเบาๆ สีหน้าของจอมภพไม่ดีเท่าไหร่นัก เด็กหนุ่มอาจจะเหนื่อยมากก็เป็นได้


“ดึกแล้ว คงต้องกลับก่อน ไว้พบกันใหม่นะภาคภูมิ”


ภาคภูมิมองตามหลังปาณัทที่เดินกลับไปนั่งตำแหน่งคนขับ จอมภพยกมือไหว้อำลาหน้าตาบึ้งตึงแต่ภาคภูมิไม่สนใจ เขาได้แต่มองตามหลังจนกระทั่งปาณัทขับรถจากไปจนเกือบลับตา


“เอ้า พี่ภาค จะกลับไหม ผมยืนจนขาแข็งแล้วนะ”


เสียงชานนท์เรียกสติ เขาจึงเดินไปยังรถยนต์ของตัวเองโดยมีชานนท์นั่งไปด้านข้าง ภาคภูมิขับรถไปเรื่อยๆ จนมองเห็นแสงไฟของป้ายจากโรงแรมม่านรูดที่เคยมาใช้บริการบ่อยๆ จึงได้หักพวงมาลัยเข้าไป เมื่อม่านหนาหนักถูกดึงปิดบังท้ายรถ ชานนท์จึงได้ส่งเสียงไม่ชอบใจนัก


“เลี้ยวมาทำไมไอ้ม่านรูดเนี่ย ไหนว่าพรุ่งนี้มีงานอิเวนท์ไง”


“อย่าบ่นมากเลยน่าไอ้นิค ลงมาเร็วๆ เสียเวลาแค่น้ำสองน้ำไม่ได้ทำให้มึงหมดแรงถึงตอนเช้าหรอกน่า”


เมื่อพ้นจากสายตาผู้อื่นแล้วชานนท์ก็กลับกลายเป็นตัวตนที่แท้ เขากระฟัดกระเฟียดเดินเข้าไปภายในห้องเล็กที่มีกระจกล้อมรอบและเปิดเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำอย่างคุ้นเคย


“ชอบหาเศษหาเลยกันจริง เงินค่าตัวก็หักเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว ยังจะมาเอากันฟรีอีก น่าเบื่อว่ะ”


ภาคภูมิแสยะยิ้ม เขาดึงชานนท์เข้าหาตัวพลางบีบกรามจนชานนท์พร่ำบ่นไม่ได้อีก

“อย่าขี้บ่นนักไอ้นิค มึงไม่ได้เอากับกูแค่ครั้งสองครั้งสักหน่อย แล้วช่วยคิดด้วยว่าที่มึงเริ่มจะดังจนแฟนคลับกรี๊ดนี่ก็เพราะกู มึงคิดด้วยสิว่าแค่เปอร์เซ็นต์ค่าตัวมึงน่ะมันพอที่ไหนที่จะดันให้มึงดังได้ เพราะฉะนั้น กูแค่ให้มึงช่วยพากูขึ้นสวรรค์มึงก็อย่าบ่น”


ภาคภูมิบดจูบไปที่ปากของชานนท์อย่างกักขฬะ แต่ชานนท์ก็ไม่ได้ห้ามปราม ซ้ำจูบตอบอย่างคุ้นเคยเป็นอย่างดี ทั้งคู่พากันถอดเสื้อผ้าของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็วก่อนจะถาโถมกันลงไปบนเตียงกลางห้อง ร่างโปร่งบางของชานนท์ขยับแยกให้ภาคภูมิได้ดันกายแทรกเข้าไป เขามองภาพสะท้อนตนเองจากกระจกบนเพดานแล้วขยับโยกรับแรงอย่างสวยงามราวกับเตียงนี้คือเวทีของเขา


“มันถึงใจจริงโว้ย”


ภาคภูมิเปล่งเสียงน่ารังเกียจแต่ชานนท์ก็ไม่ได้ถือสา เซ็กส์กับภาคภูมิก็ไม่ได้เลวร้ายหากเทียบกับผู้ชายที่เคยผ่านมา หากติดแค่นิดเดียวว่าตอนนี้ชานนท์กำลังคิดถึงใบหน้าของคนที่เพิ่งจะถ่ายโฆษณาด้วยกันทั้งวัน


ใช่แล้ว ชานนท์นึกถึงจอมภพ ผู้ชายร่างสูงในชุดนักกีฬาบาสเก็ตบอล จอมภพมีเสน่ห์ของผู้ชายแท้ๆ ไหนจะมัดกล้ามบนท่อนแขนนั่นอีกเล่า จินตนาการได้เลยว่าหากเขาถูกกอดรัดจากกล้ามแน่นนั้น ชานนท์คงจะสุขสมเหลือเกิน


“เอาให้แรงสิวะไอ้พี่ภาค แรงมีแค่นี้เหรอ”


ชานนท์ตะคอกใส่ เลือดในกายมันพลุ่งพล่านไปหมด การที่เขามีเซ็กส์กับผู้จัดการมันเป็นเรื่องปกติในวงการบันเทิง ใครๆก็ทำแบบนี้ทั้งนั้นหากต้องการโด่งดัง


“มึงท้ากูเหรออีนิค ได้ กูจะพามึงขึ้นสวรรค์ชั้นร้อยสิบเลยอีห่า”


ภาคภูมิสบถ เขาโถมแรงเข้าใส่ เสียงร้องระงมของชานนท์ทำให้เขาได้ใจ จวบจนกระทั่งปลดเปลื้องความต้องการด้วยกันหมดสิ้นแล้วจึงได้นอนแผ่กันบนเตียง ภาคภูมิจุดบุหรี่ขึ้นสูบขณะที่ชานนท์เข้าไปล้างตัวในห้องน้ำก่อนจะกลับมานั่งพักข้างๆกับภาคภูมิที่ยังนั่งเหม่อ


“พี่ภาค” ชานนท์สะกิด “คนที่เล่นโฆษณากับผมน่ะ หล่อเนอะ พี่ไม่สนใจเอามาปั้นเหรอ แข่งกับไอ้ต้นไง”


คนที่พูดถึงเซ็นสัญญากับอีกเอเจนซี่หนึ่ง หลังๆมาเริ่มไม่ถูกกับภาคภูมิเพราะคิดจะดึงงานไปให้เด็กตัวเองฝ่ายเดียว ภาคภูมิเองก็เริ่มเบื่อที่จะร่วมงานด้วย


“พี่เองก็รู้จักกับผู้ปกครองของจอมไม่ใช่หรือ ไปติดต่อเขามาอยู่ด้วยสิ”


ที่ชานนท์แนะนำมันก็เข้าท่าอยู่


“แต่กูไม่รู้นี่หว่า ว่าเปากับไอ้เด็กนั่นมีความสัมพันธ์กันยังไง ไอ้คำว่าผู้ปกครองก็แม่งโคตรกว้าง”


“แล้วไง” ชานนท์ยักไหล่ “ทำไมต้องสนล่ะว่าเขาเป็นอะไรกัน อย่าโกหกว่าพี่ไม่อยากได้เพื่อนเก่า เห็นมองตาเยิ้มเชียว”


ชานนท์พูดแทงกลางใจเขาทีเดียว ภาคภูมินึกย้อนถึงสมัยที่เขานั่งหลังห้องเฝ้ามองคนดังอย่างปาณัทในสมัยเรียน แต่ปาณัทไม่เคยมองเขาในสายตาสักครั้ง ใช่สิ ฝ่ายนั้นเป็นถึงคุณหนูของตระกูลร่ำรวย แต่เขามันแค่เด็กทุนยากจน


“เอาจอมมาอยู่ในสังกัดปั้นผมกับจอมให้เป็นคู่จิ้น ส่วนคุณเปาอะไรนั่นพี่ก็เอาไป ผมจะดูแลจอมเอง”


ภาคภูมิยิ้มหลังจากอัดควันบุหรี่เข้าปอด ชานนท์ฉลาดสมกับที่เขาปั้นมากับมือจริงๆ





ปาณัทไม่ได้พาจอมภพกลับไปที่บ้าน แต่ขับรถมาที่คอนโดมิเนียมในวันแรกที่เคยมีความสัมพันธ์กัน ปาณัทเอ่ยเสียงนุ่มเพื่อคลายความสงสัย


“เหนื่อยน่ะ วันนี้ไปประชุมกับหอการค้า ขี้เกียจขับรถกลับบ้าน นอนที่นี่นะ”


จอมภพไม่ได้มีปัญหาอะไรอยู่แล้ว เขาซุกหัวนอนที่ไหนก็ได้หากมีปาณัทอยู่


ชายหนุ่มสะดุดกึกกับความคิดตัวเอง เขาจ้องมองประตูห้องน้ำที่ปาณัทเข้าไปอาบน้ำแล้วพูดคุยกับหัวใจของตน การที่มีชายหนุ่มที่อายุมากกว่าถึงสิบปีเข้ามากวนหัวใจอยู่นี้เป็นเรื่องดีหรือเปล่าเขาก็ไม่รู้


“จอมไปอาบน้ำสิ เหนื่อยมาทั้งวัน”


ปาณัทรุนหลังให้ร่างสูงเข้าไปอาบน้ำต่อจากเขา จอมภพพยักหน้ารับก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำ เจ้าของห้องใส่ชุดนอนแล้วขึ้นไปเอนกายดึงผ้าห่มหนานุ่มหลับตานิ่ง จนกระทั่งรู้สึกถึงแรงยวบของเตียงและวงแขนที่พาดผ่านอยู่ตรงเอว


“เสี่ย เครียดเรื่องอะไรครับ”


“เรื่องงานน่ะ เศรษฐกิจมันไม่ดี ถ้ายังอยู่เฉยๆ โรงงานขาดทุนแน่”


ปาณัทพิงหลังไปกับแผ่นอกกว้าง เขาดึงแขนจอมภพให้โอบรัดแน่นยิ่งขึ้น


“คงต้องหาทางปรับปรุงอะไรที่มันใหม่ๆดึงดูดลูกค้า”


“อย่าคิดมากนะครับ คิ้วย่นหมดแล้ว”


เสี่ยหนุ่มหัวเราะเบาๆทั้งที่ยังหลับตาอยู่ รับรู้ได้ถึงริมฝีปากแห้งที่จูบเบาๆลงมายังท้ายทอยของเขา


“เหนื่อยนะเป็นผู้ใหญ่เนี่ย จะไปทำท่าอ่อนข้อให้เขาเอาเปรียบก็ไม่ได้ ต้องช่วงชิงผลประโยชน์มาให้ได้มากที่สุด เพราะเราก็ยังมีลูกน้องให้ต้องดูแล เฮ้อ”


ปาณัทคงเหนื่อยและเครียดจริงกับเศรษฐกิจในยุคนี้ที่ต้องประคองตัวไปให้พ้น ฟังจากเสียงถอนหายใจแล้วจอมภพก็ได้แต่นึกสงสารจนต้องเพิ่มแรงกอดรัดให้มากขึ้น

“เหนื่อยก็นอนพักนะครับ ตื่นมาก็หายแล้ว ผมจะอยู่ข้างๆเสี่ยเอง”


ได้ยินเสียงห้าวหากแต่นุ่มนวลนั้นแล้วปาณัทจึงผ่อนคลายมากขึ้น เขาปล่อยให้จอมภพส่งความอบอุ่นผ่านอ้อมกอดเช่นนี้ จนความเหน็ดเหนื่อยจางหายเปลือกตาจึงหนาหนักและเข้าสู่นิทรา


ความจริงแล้วปาณัทอาจจะไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่าใครสักคนหนึ่งที่คอยอยู่เคียงข้างเช่นนี้


ใครสักคนเท่านั้นเอง


TBC

จะมี NC ต่อแบบ Combo set ก็ไม่ได้ เว้นวรรคให้เสี่ยเปาพักบ้างไรบ้าง

อย่าลืมกดไลก์ กดดาวนะคะ     

ความคิดเห็น