ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 80 การต่อสู้ดุเดือด

ชื่อตอน : ตอนที่ 80 การต่อสู้ดุเดือด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 610

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 22 พ.ย. 2561 17:03 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 80 การต่อสู้ดุเดือด
แบบอักษร


ภายในห้องที่มีเตียงนอนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ที่นี่คือห้องนอนของหัวหน้าใหญ่กองโจรเขี้ยวพยัคฆ์

โทมัสกำลังค้นหาสิ่งของสำคัญบางอย่างในห้องหัวหน้าโจร ชายหนุ่มไม่ได้ลื้อค้นอย่างกระจุยกระจายแต่รักษาสภาพสถานที่เกิดเหตุไว้เป็นอย่างดี

“เจอแล้ว!” โทมัสร้องขึ้นอย่างยินดี ในที่สุดก็หาของที่ต้องการพบ

ชายหนุ่มนำของสิ่งนั้นออกมาจากหีบไม้ มันเป็นขวดสีขาวขุนขวดหนึ่งที่มียันต์สัญลักษณ์รูปวงกลมหยินหยางติดไว้บนขวด

“ยาเทวรังสรรค์...ชิชิชิ” โทมัสหัวเราะเมื่อได้ขวดยานี่มาอยู่ในมือ

เหตุที่ว่าทำไมโทมัสถึงได้ยินดีนักที่ได้ยาขวดนี้มานั่นก็เพราะว่า ยาเทวรังสรรค์ขวดนี้ไม่ใช่สิ่งของที่สามารถหาซื้อมาได้ มูลค่าของมันนับว่ามหาศาลและไม่สามารถหาซื้อได้ เพราะมันเป็นยาที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยนิกายเก่าแก่นิกายหนึ่งนามว่า นิกายเทวสวรรค์ ซึ่งแต่ก่อนมันเคยเป็นนิกายที่ยิ่งใหญ่แต่ด้วยการกระทำที่ไร้ซึ่งคุณธรรมและมนุษยธรรมจึงถูกกวาดล้างแทบสิ้น คนที่เหลือรอดได้แต่หลบซ่อนตัวไม่กล้าเผยตัวออกมาจนผู้คนคิดว่าไม่มีสาวกหลงเหลืออีกแล้ว แต่ความจริงพวกมันกำลังค่อยๆพยายามฟื้นฟูนิกายของพวกมันขึ้นมาใหม่อย่างลับๆโดยที่ผู้คนไม่รู้ และช่างหูที่เป็นหัวหน้าโจรของโจรกลุ่มนี้ก็เป็นหนึ่งในสาวกของนิกายเทวสวรรค์นั่นเอง

สำหรับยาเทวรังสรรค์มันคือยาที่พวกนิกายเทวสวรรค์สร้างขึ้นมา จะทำให้ผู้ที่ทานเข้าไปจากคนธรรมดาจะกลายเป็นผู้มีพลังพิเศษ เคลื่อนย้ายในพริบตา ควบคุมวัตถุ ทำนายอนาคต ประตูมิติ และอื่นๆแล้วแต่ใครจะได้พลังแบบไหนไป ลัทธิเทวสวรรค์จะมอบยานี้ให้กับสาวกเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับนิกายและเพื่อเป็นการล่อลวงใจผู้คนให้กลายเป็นสาวก

โทมัสคิดจะใช้ยาขวดนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง

“จะได้พลังแบบไหนมากันน้ออยากรู้จัง” โทมัสแทบจะอดใจรอไม่ไหว แต่รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่ควรดื่มจึงเก็บเอาไว้อย่างดีในโทรศัพท์มือถือ จากนั้นก็รีบออกจากห้องหัวหน้าโจรไปเพราะได้รับแจ้งผ่านทางโทรจิตจากเจ้าพูห์ว่าใกล้จัดการพวกโจรข้างนอกได้หมดแล้ว

หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ๆสถานการณ์สู้รบหน้าปากถ้ำก็เริ่มสงบลง พวกโจรที่คอยเฝ้าถ้ำถูกกองกำลังปราบปรามสังหารจนสิ้น ทางฝ่ายคนตระกูลเยี่ยก็เหน็ดเหนื่อยมิใช่น้อย จึงกำลังพักผ่อนกันอยู่ ตรงนี้เองทุกคนจึงพึ่งสังเกตว่าท่านผู้นำกองย่อยหายไป หรือจะแอบไปอู้อยู่ที่ไหน ขณะที่มีคนกำลังหาอยู่นั้นเอง ก็มีเสียงชมดังมาจากทางหนึ่ง

“ทำดีมากทุกคน”

โทมัสโผล่ออกมาในสภาพที่มีเหงื่อไหล่เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนดินทราย หอกถูกชโลมไปด้วยเลือด ประหนึ่งพึ่งผ่านการต่อสู้ใหญ่มา และยังลากศพของพวกโจรอีกสองศพห้อยท้ายมา เมื่อเห็นภาพเช่นนั้นเข้าก็ไม่มีใครกล้าคิดไปว่าหัวหน้ากองแอบอู้อีก

“เอาละทุกคนฉันจะให้เวลาพักสิบนาที จากนั้นพวกเราต้องรีบไปช่วยเหลือทัพใหญ่กัน” โทมัสกล่าว

“เอ่อคือว่า แล้วจะไม่หาสมบัติกันเหรอครับ” เด็กหนุ่มคนหนึ่งอายุประมาณ 15-16 ยกมือถาม

โทมัสขมวดคิ้วมองเด็กหนุ่มคนนั้น “ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมาโลภ พวกเราต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของพวกพ้องก่อนสิ่งอื่นใด เรื่องสมบัติเอาไว้จัดการพวกโจรทั้งหมดเสร็จค่อยกลับมาเอาเมื่อไหร่ก็ได้”

“ขะขออภัยครับ” เด็กหนุ่มนั่นหน้าจ๋อยเมื่อถูกตำหนิ

คำกล่าวของโทมัสที่แสดงออกถึงการให้ความสำคัญกับพวกพ้องนั้นทำให้หลายๆคนให้ความนับถือและรู้สึกยกย้อง ยกเว้นเพียงสี่คนคือ หวังไห่ ต้ากง หวงอู่ และลั่วอัน สมาชิกเดิมของหน่วยโทมัสที่รู้โฉมหน้าที่แท้จริงของชายหนุ่ม

“พูดมาได้ไม่อายปาก” หวังไห่ซุบซิบ

“ทั้งที่ตัวเองเข้าไปกวาดสมบัติจนเรียบแล้วแท้ๆ” ต้ากงซุบซิบด้วย

“ข้าไม่นึกเลยว่าเค้าจะหน้าหนาขนาดนี้” หวงอู่พึ่งได้บทพูดเป็นครั้งแรก

“แถมแสดงละครเก่งอีกด้วย” ลั่วอันพึ่งได้บทพูดครั้งแรกเหมือนกัน

“ตรงนั้นนะกระซิบกระซาบอะไรกัน! เสียงดังหนวกหูจริง!” โทมัสตะโกนดุ พลางส่งสายตาข่มขู่ประมาณว่า ‘ไม่เอาใช่ไหมส่วนแบ่งนะไม่เอาใช่ไหม!’

“ขออภัยครับ!!!” สี่เสียงประสานกันอย่างพร้อมเพรียง จากนั้นก็ปิดปากเลิกการนินทาหัวหน้าหน่วยในบัดดล

ทางฝั่งพวกโทมัสปฏิบัติภารกิจผ่าไปได้ด้วยดี ทว่าสถานการณ์ทางฝั่งของเยี่ยหลงค่อนข้างแย่ กองกำลังที่นำโดยเยี่ยหลงถูกกองกำลังของพวกโจรที่มีจำนวนมากกว่าโอบล้อมทำให้ไม่สามารถตีฝ่าออกไปได้ง่าย และกำลังเสริมจากเยี่ยซิวก็ยังมาไม่ถึง คนในทัพได้รับบาดเจ็บกันไปมากและเริ่มมีคนเสียชีวิต เยี่ยหลงที่เป็นผู้นำทัพเองก็ไม่ได้มีสภาพดีไปกว่ากันนัก หัวหน้าโจรที่เป็นมนุษย์สัตว์มีฝีมือการต่อสู้ที่ไม่ธรรมดาสามารถไล่ต้อนเยี่ยหลงได้

“เอ้าๆๆๆๆ เป็นอะไรไปไอ้ท่าทางอวดดีก่อนหน้านี้หายไปไหนซะเล้า!” มนุษย์สัตว์ไฮยีน่ามีสีหน้าเยอะเย้ย มันเข้าประชิดแล้วออกกรงเล็บใส่เยี่ยหลง

เยี่ยหลงไม่แสดงอารมณ์ขุ่นมัวกับคำยั่วยุ ชายหนุ่มกำลังตั้งสมาธิกับการรับมือเจ้าไฮยีน่านี้อยู่

‘การสู้กับมนุษย์สัตว์นี่ลำบากอย่างที่คนเค้าว่าจริงๆ’ เยี่ยหลงคิดในใจ ชายหนุ่มย่อมทราบเรื่องที่มนุษย์สัตว์นั้นมีสมรรถภาพ แต่ก็เป็นเพียงเรื่องที่ได้ยินได้อ่านมาจึงเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง ครั้นพอได้ลงมือสู้ด้วยจริงๆแล้วจึงรู้ว่าการสู้กับมนุษย์สัตว์นั้นเป็นเรื่องยากพอตัว อย่างเจ้ามนุษย์สัตว์ไฮยีน่านี่มีความคล่องแคล่วว่องไวทำให้สามารถหลบลอดคมหอกของเยี่ยหลงไปได้หลายครั้งหลายครา และมันยังมีพละกำลังมาก การโจมตีของมันแต่ละครั้งเต็มไปด้วยพลัง เยี่ยหลงต้องคอยตั้งใจสู้กับมันอย่างมากเพราะหากพลาดท่าแค่การโจมตีเดียวก็อาจถึงชีวิตได้

ในขณะที่เยี่ยหลงกำลังรับมือกับมนุษย์สัตว์ไฮยีน่าอย่างยากลำบาก ก็มีอีกด้านหนึ่งที่มีการต่อสู้ดุเดือดไม่แพ้กัน นั่นคือการต่อสู้ของเยี่ยเทียนฟงกับบุรุษสวมแว่นตาที่เป็นหัวหน้าโจรอีกคนหนึ่ง

เยี่ยเทียนฟงนั้นตอนแรกหมายจะขึ้นไปสู้กับช่างหูที่เป็นหัวหน้าใหญ่แต่ถูกบุรุษสวมแว่นมาสกัดไว้ ทั้งสองจึงได้ต่อสู้กัน

ทักษะยุทธ – คลื่นดาบตัดวายุ!

เยี่ยเทียนฟงสร้างคลื่นคมดาบขึ้นโจมตีบุรุษสวมแว่น ทว่าอีกฝ่ายสามารถหลบได้ แต่มันก็ยังไปโดนโจรโชคร้ายที่อยู่ด้านหลังถูกตัดศีรษะกระเด็น

บุรุษสวมแว่นไม่ได้สนใจชีวิตลูกน้องมากเท่าใดนัก สีหน้าไม่มีหวั่นไหวเมื่อลูกน้องตกตาย เข้าปะทะกับเยี่ยเทียนฟงอย่างเยือกเย็น ฟาดฟันวิชาดาบคู่ออกไปอย่างดุดันและเฉียบคม

เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง! เคร้ง!

เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นถียิบ คนทั้งสองใช้ดาบเข้าห้ำหั่นผลัดกันรุกผลัดกันรับต่อเนื่องรวดเร็ว

สีหน้าเยี่ยเทียนฟงปรากฏรอยยิ้มขึ้น นี่เป็นสิ่งที่มันต้องการ การได้ต่อสู้กับคนเก่งๆคือสิ่งที่มันตามหา และเอาชนะคนเหล่านั้นเพื่อพิสูจน์ความแข็งแกร่งของตนเอง

บุรุษสวมแว่นมองสีหน้ายิ้มแย้มติดจะบ้าคลั่งหน่อยๆของเยี่ยเทียนฟงแล้วพลันขมวดคิ้ว ไม่เข้าใจว่าในสถานการณ์เช่นนี้ใยอีกฝ่ายยังจะยิ้มได้อีก

ทักษะยุทธ -  ร้อยคมดาบเชือดเฉือน!

เยี่ยเทียนฟงเข้าประชิดแล้วฟาดฟันทอนฟาดาบออกอย่างรวดเร็วและดุดัน

บุรุษสวมแว่นรีบถอยหลบมันรู้ว่าวิชานี้หากเอาแต่ยืนนิ่งรังแต่จะถูกซับเละเสียเปล่าๆ ระหว่างที่ถอยนั้นก็ยังคอยรับดาบอีกฝ่ายไปด้วย แม้จะไม่สามารถหลบหลีกหรือต้านรับไว้ได้ทั้งหมดแต่ก็ทำให้บาดแผลที่ได้รับน้อยลง รอจนพายุดาบของเยี่ยเทียนฟงจนลงมันจึงรีบชิงบุกต่อ พุ่งเข้าประชิดไปยืนดาบออกไปข้างหน้าทำเป็นกรรไกร เป้าหมายคือศีรษะเยี่ยเทียนฟง

ทักษะยุทธ – ดาบคู่ตัดศิลา!

เชร้ง!

คลื่นดาบกระจายออกเป็นวงเล็กๆ เยี่ยเทียนฟงสามารถก้มหัวหลบได้ก่อนไม่เช่นนั้นคงศีรษะกระเด็นไปแล้ว

ทักษะยุทธ – ดาบกางเขน!

บุรุษสวมแว่นไม่หยุดฟักซัดการโจมตีถัดไปใส่เยี่ยเทียนฟงทันที

เปรี้ยง! เคร้ง!

เยี่ยเทียนฟงรับดาบนี้แล้วถูกทำให้ถอยหลังไปสองก้าว วิชาดาบการเขนของบุรุษสวมแว่นคนนี่เหนือกว่าหัวหน้าโจรคนอื่นๆอยู่ขั้นหนึ่ง

‘เจ้านี่ดูเหมือนจะยังไม่ได้ใช้ฝีมือทั้งหมดสู้กับเรา’ เยี่ยเทียนฟงรู้สึกเช่นนั้นหลังจากได้ปะทะกับบุรุษสวมแว่น แม้จะรู้สึกไม่พอใจอยู่บ้างแต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกดีใจที่อีกฝ่ายแข็งแกร่ง

“คิลเลอร์” เยี่ยเทียนฟงเอ่ยเสียงเบา เจ้าพังพอนน้อยสีเดียวที่แอบอยู่ในเสื้อตอนลอดโพล่หน้าออกมาเมื่อได้ยินเสียงเจ้านายเรียก

พลังพันธสัญญา – อาภรณ์สมิง!

เจ้าพังพอนน้อยกลายเป็นดวงแสงสีเขียวแล้วจมหายเข้าไปในร่างของชายหนุ่มแอฟโฟร่ ในยามนั้นเองร่างของเยี่ยเทียนฟงก็มีการเปลี่ยนแปลง สีผมและสีตาพลันเปลี่ยนเป็นสีเขียว ปรากฏขนสัตว์ขึ้นเล็กน้อยบริเวณใบหน้าและต้นแขนทั้งสองข้าง มีสายลมอ่อนพัดไสวอยู่รอบๆตัว

“เจ้านี่ผู้ทำสัญญาอสูรงั้นเหรอ” บุรุษสวมแว่นมีสีหน้าประหลาดใจ

ทักษะยุทธ – ก้าวเงาเลือน!

ร่างของเยี่ยเทียนฟงวูบไหวเลือนราง เพียงพริบตาก็มาปรากฏตรงหน้าบุรุษสวมแว่นแล้ว

“หืม!”

บุรุษสวมแว่นมีแววตกตะลึงเล็กน้อยกับความเร็วที่เพิ่มขึ้นอย่างมากของเยี่ยเทียนฟง ทว่ามันยังมีสติอยู่ครบรีบตั้งดาบขึ้นรับการโจมตีของแอฟโฟร่ได้ทัน

เคร้ง! พรึบ!

เยี่ยเทียนฟงหลังจากโจมตีเสร็จก็หายไปอีกครั้ง บุรุษสวมแว่นตอบสนองด้วยความเร็วรีบหันหลังกลับทันที

พลังอสูร – บอลอัดอากาศ!

ฟ้าว!

ลูกบอลอากาศขนาดเท่าลูกฟุตบอลถูกยิงออกจากสองกำปั้นของเยี่ยเทียนฟง ด้วยเป็นการโจมตีที่ใกล้และเร็วมากทำให้บุรุษสวมแว่นหลบไม่ทัน จึงยกดาบขึ้นมาป้องกัน แต่แรงอัดกระแทกจากการโจมตีก็ผลักร่างของมันถอยกระเด็นไปหลายก้าว

พลังอสูร – ดาบสายลม!

เยี่ยเทียนฟงสร้างคมดาบสายลมขึ้นมาแล้วยิงออกไปใส่หัวหน้าโจรพลางบุกขึ้นไปพร้อมกัน

บุรุษสวมแว่นสีหน้าเผยแววจริงจังเป็นครั้งแรก สะบัดดาบฟาดฟันดาบสายลมของเยี่ยเทียนฟงทิ้งอย่างง่ายดาย จากนั้นตั้งท่าดาบไขว้เป็นรูปกากบาท

ทักษะยุทธ – ดาบปราบพยัคฆ์!

บุรุษสวมแว่นพุ่งสวนเยี่ยเทียนฟงอย่างดุดัน กำลังฟาดฟันคมดาบใส่ชายหนุ่มผมแอฟโฟร่ ทว่าในตอนนั้นเองร่างของเยี่ยเทียนฟงพลันแยกออกเป็นสอง เป็นสี่ เป็นแปด เป็นสิบหกร่าง!

เพลงดาบยุคันตวาต – เงาวายุร้อยสังหาร!

บุรุษสวมแว่นถูกห้อมล้อมโดยร่างเงาของเยี่ยเทียนฟงที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูงจนบังเกิดร่างแยกขึ้นมา มันหันมองรอบๆจากนั้นเก็บดาบทั้งสองเล่มเข้าฝักไหวเวียนจักระไปรวมกันที่ดาบอย่างรวดเร็ว

ทักษะยุทธ – พายุดาบสลาตัน!

ฟูม!!!

บุรุษสวมแว่นชักดาบสองเล่มออกมาอย่างรวดเร็วสร้างลมพายุหมุนขนาดใหญ่ขึ้นมาพัดพาร่างแย่งของเยี่ยเทียนฟงหายกระเจิง

“อยู่ไหน”

บุรุษสวมแว่นพยามมองหาร่างจริงของเยี่ยเทียนฟงทว่าหาไม่เจอ เวลานั้นเองบุรุษสวมแว่นรู้สึกได้ถึงกระแสลมจากใต้เท้าจึงก้มลงไปดู บังเกิดสายลมสีดำน่าขนลุกขึ้นที่ใต้เท้าของมัน

“เวรแล้ว!” บุรุษสวมแว่นสบถ

 เพลงดาบยุคันตวาต – วายุทมิฬอำมหิต!

ซูม!!! ฉัวะฉัวะฉัวะฉัวะ!!!

สายลมสีดำพุ่งขึ้นมาล้อมรอบร่างบุรุษสวมแว่นไว้คมดาบสายลมภายเชือดเฉือนร่างเนื้อของมันอย่างต่อเนื่องไร้สิ้นสุด

เยี่ยเทียนฟงยืนอยู่ข้างๆไม่ไกลนักรอดูผลงานของตนอยู่

บุรุษสวมแว่นที่ติดอยู่ในพายุสีดำร่างกายถูกฟาดฟันไม่หยุดเลือดไหลอาบร่าง แต่มันยังไม่ยอมแพ้เพียงแค่นี้ มันเก็บดาบเล่มหนึ่งเข้าฟักแล้วหันมาจับดาบเล่มเดียวด้วยสองมือทั้งยกดาบขึ้นเหนือหัว ไม่สนใจสายลมที่กรีดเฉือนร่างกาย ตั้งสมาธิแน่วแน่ไปที่ดาบ

ทักษะยุทธ – ผ่าสายลม!

ฉัวะ!!!

สายลมทมิฬของเยี่ยเทียนฟงถูกผ่าออกด้วยดาบของหัวหน้าโจร วายุทมิฬถูกทำลายสูญสลายหายไปในทันที

บุรุษสวมแว่นในที่สุดก็หลุดออกมาจากวิชาของเยี่ยเทียนฟงได้สำเร็จ แต่ยังไม่ทันได้รู้สึกยินดีหรืออะไร เบื้องหลังพลันปรากฏเงาของใครบางคน เป็นเยี่ยเทียนฟงที่ฉีกยิ้มกว้างด้วยความยินดีอย่างน่าขนลุก

ฝ่ายบุรุษสวมแว่นแม้จะยังเหนื่อยล้าจากอาการบาดเจ็บแต่ก็ไม่ชักช้า วาดดาบสวนกลับในทันที ทว่าดาบนั้นคว้าได้แค่เพียงอากาศ เยี่ยเทียนฟงบันนี้ได้กระโดดลอยขึ้นเหนือศีรษะบุรุษสวมแว่นไปแล้ว

เพลงดาบยุคันตวาต – มฤตยูสะบั้นเศียร!

ฉัวะ!!! ชูดดดดด!!!

โลหิตสีแดงพุ่งกระฉูดออกมาราวกับน้ำพุพร้อมกับศีรษะของบุรุษสวมแว่นที่หลุดลอยไปตกลงพื้น สีหน้าปรากฏความไม่อยากเชื่อและไม่ยินยอม

“เหวอ!” พวกโจรที่ได้เห็นความตายของหนึ่งในหัวหน้าโจรพากันแตกตื่นเสียขวัญ

ทางด้านช่างหูที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่ด้านบนเนินสูงสีหน้าพลันดำมืดลงอย่างมาก

“ไม่จริงนา!” มนุษย์สัตว์ไฮยีน่าก็มีสีหน้าตกใจ มันเผลอเปิดช่องว่างขนาดใหญ่ขึ้นมา แล้วเยี่ยหลงก็ไม่มีทางพลาดโอกาสเช่นนั้น

กระแสลมรุนแรงถูกสร้างขึ้นมาบิดหมุนเป็นเกรียวอย่างเกรี้ยวกราด พุ่งเข้าโจมตีเจ้ามนุษย์ไฮยีน่า

ทักษะยุทธ – เขี้ยววายุ!

ตูม!!! อ้ากกกก!!!

เจ้ามนุษย์ไฮยีน่าถูกเล่นงานทีเผลอจึงไม่ได้ป้องกันรับการโจมตีของเยี่ยหลงเข้าไปเต็มๆ ร่างถูกซัดลอยกระแทกต้นไม้หักโค่นไปสองสามต้น

“เวลาสู้อยู่อย่ามัวไปสนใจทางอื่นสิเจ้าหมาน้อย!” เยี่ยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงกวนๆ สามง่ามทั้งสองชูขึ้นเหนือหัวไขว้กันเป็นรูปกากบาท สร้างดวงไฟสีแดงขนาดใหญ่ขึ้นมา

ทักษะยุทธ – ระเบิดเพลิงสุริยัน!

ตูม!!! อ้ากกก!!!

เสียงระเบิดดังสนั่นตามด้วยเสียงกรีดร้องของมนุษย์สัตว์ไฮยีน่า

 “ในที่สุดก็สามารถโจมตีโดนจังๆได้ซะที เล่นเอาเหนื่อยเลยนะเนี่ย” เยี่ยหลงหอบหายใจพลางบ่น แต่ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะได้พักเหนื่อยได้นาน เปลวเพลิงที่กำลังเผาไหม้ก็ถูกแรงลมกระโชกพัดดับไป เผยร่างมนุษย์ไฮยีน่าที่โดนเผาไหม้ไปหลายจุด สีหน้าปรากฏความโกรธเกรี้ยวขึ้น

“ทำแสบนักนะไอ้หนู! ข้าจะฉีกแกเป็นชินๆเลยคอยดู!” มนุษย์ไฮยีน่าคำรามเสียงต่ำ สีหน้าแสดงความโหดเหี้ยมออกมา

“เรื่องนั้นคงยากหน่อยวะ” เยี่ยหลงยิ้มกวนๆ จากนั้นก็กลับมาทำสีหน้าจริงจังกระแสพลังในร่างเกิดการสั่นไหวอย่างรุนแรง

ทักษะยุทธ – ปราณเทพยุทธ!

จักระภายในร่างของเยี่ยหลงระเบิดออกมากลายเป็นออร่าสีเหลืองปกคลุมร่างกาย นี่คือวิชาที่เยี่ยหลงเคยคิดจะใช้ก่อนหน้าแต่โดนเยี่ยซิวแย่งลาสหัวหน้าโจรไปก่อนจึงไม่ได้ใช่ มันเป็นวิชาที่จะเพิ่มพลังต่อสู้ให้กับผู้ใช้สองเท่า ทั้งความเร็ว พละกำลัง และการป้องกัน นอกจากนี้วิชานี้ยังมีด้วยกันถึงหกขั้น และทุกขั้นก็จะได้รับพลังเพิ่มขึ้นเป็นเท่าทวี ขั้นแรกสองเท่า ขั้นสองสี่เท่า ขั้นสามหกเท่า เพิ่มขั้นเรื่อยๆทีละสองเท่าสิ้นสุดที่ขั้นที่หกสิบสองเท่า สำหรับตัวเยี่ยหลงพึ่งเริ่มฝึกได้ไม่นานจึงทำได้แค่เพียงขั้นแรก แต่นั้นก็มากพอแล้ว

‘ถึงมันจะเพิ่มพลังให้เยอะแต่ก็มีข้อเสียตรงสร้างภาระให้ร่างกายพอสมควรละนะ ถ้าใช้นานๆจะกลายเป็นผลเสียกับตัวเองด้วย’ เยี่ยหลงคิดถึงผลเสียของวิชาแต่ถ้าเทียบกับผลดีของมันแล้วก็ถือว่ายอมรับได้ เยี่ยหลงหันมองไปยังมนุษย์ไฮยีน่าด้วยสายตาคมกล้า สามง่ามขวาปรากฏสายฟ้า สามง่ามซ้ายปรากฏเปลวเพลิง ดีดตัวพุ่งเข้าใส่เป้าหมายแล้วแทงอาวุธออกไป

ทักษะยุทธ – หอกเพลิงอัสนีกัมปนาท!

ทักษะยุทธ – คมเขี้ยวไฮยีน่า!

ตูม!!!

พวกเยี่ยหลงเริ่มเปิดศึกดุเดือดกันอีกครั้งแล้ว ทางฟังเยี่ยเทียนฟงหลังจากสังหารบุรุษสวมแว่นเป้าหมายต่อไปก็คือจัดการเจ้าหัวหน้าใหญ่ ชายหนุ่มผมแอฟโฟร่มองไปยังร่างสูงใหญ่ที่อยู่เบื้องบน

“คุ้มกันท่านหัวหน้าใหญ่!”

“ล้างแค้นให้ท่านหัวหน้าแว่น!”

พวกโจรรีบพากันปิดขวางเส้นทาง บางส่วนก็พุ่งเข้ามาล้างแค้นให้กับบุรุษสวมแว่นที่โดนสังหารไป

“เฮ้อะ” เยี่ยเทียนฟงแค่นเสียงเย็นชา มันไม่เห็นโจรพวกนี้อยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย

ทักษะยุทธ -  ร้อยคมดาบเชือดเฉือน!

ฉัวะฉัวะฉัวะฉัวะฉัวะฉัวะฉัวะฉัวะ!!! อ้ากก!!! เอื้อ!!! อักก!!!

เยี่ยเทียนฟงวิ่งไล่ฟันผู้ที่เข้ามาขวางอย่างไร้ความปราณี ไม่มีใครสามารถขัดขวางมันให้ขึ้นไปหาหัวหน้าใหญ่ของพวกโจรได้ พวกโจรที่เข้ามาขวางล้วนถูกดาบของชายหนุ่มฟาดฟันจนสิ้นชีพ แม้จะเห็นเยี่ยเทียนฟงกำลังวิ่งขึ้นมาหาตนแต่ช่างหูกลับไม่สีหน้าหวั่นวิตกเลยแม้แต่น้อย

ในเวลาไม่นานเยี่ยเทียนฟงก็ฝ่าพวกโจรจนเข้าถึงหัวหน้าใหญ่ช่างหูได้สำเร็จ

“ตายซะ!”

เพลงดาบยุคันตวาต – เงาวายุร้อยสังหาร!

กึก!

เยี่ยเทียนฟงกำลังจะใช้วิชาเพื่อเผด็จศึก แต่ทว่าในตอนนั้นเองราวกับมีบางยิ่งมาจับขามันเอาไว้ เมื่อเยี่ยเทียนฟงก้มลงไปมองมันก็เห็นว่าขาทั้งสองข้างของมันถูกผืนดินที่ผุดขึ้นมายึดจับขาเอาไว้

“คิดจะสังหารข้า มันยังเร็วไปร้อยปี!”

มีเสียงดังแว่วมาเยี่ยเทียนฟงหันกลับไปมองก็พลันตาโต เบื้องหน้าของมันช่างหูกำลังประการกำมือทั้งสองข้างยกขึ้นเหนือศีรษะ แต่สิ่งที่หน้าตกใจก็คือ เบื้องหลังของมันปรากฏกลุ่มก้อนกองหินดินทรายกระกอบรวมกันกลายเป็นแขนขนาดใหญ่สองข้างกำลังทำท่าแบบเดียวกับช่างหูอยู่

“ตายไปซะไอ้เด็กเวร!”

ช่างหูตะวาดเสียงดังอย่างเกรี้ยวกราดแล้วทุบกำปั่นลง กำปั้นดินที่ด้านหลังของมันก็ทำท่าตาม ก้อนดินขนาดใหญ่ทุบใส่ร่างของเยี่ยเทียนฟงที่ถูกจับกุมไม่อาจดิ้นหลบหนีได้

“บัดซบเอ้ย!”

ตูม!!!



*****

เนื่องว่าผมยังไม่ได้สมัครระบบสนับสนุน จึงทำให้ตั้งแต่ตอนที่ 81 ขึ้นไปผมไม่สามารถลงได้ เพราะที่ทางฟิคหลงซึ่งผมลงเป็นหลักผมได้เริ่มเก็บเหรียญทองแล้ว หากท่านใดต้องการอ่านต่อ สามารถตามต่อที่ฟิคหลงได้(ผมไม่ได้เก็บทองทุกตอน - ทอง 1 เงิน 4) ส่วนทางธัญวลัยต้องขอเวลาอีกซักพัก ขออภัยด้วยครับ



ความคิดเห็น