ตอน
ปรับแต่ง
สารบัญ
ตอนนิยาย ()

ปรับแต่งการอ่าน

พื้นหลังการอ่าน
รูปแบบตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
ระยะห่างตัวอักษร

Forbidden Love :: 00 :: Introduction


Introduction



เด็กเป็นผ้าที่ขาวสะอาด บางทีคำพูดนั้นอาจจะไม่ใช่สำหรับเด็กทุกคนเสมอไป ทุกคนเกิดมาอย่างไม่เท่าเทียม บางคนเกิดมาสะดวกสบาย บนกองเงินกองทอง แต่กับบางคนเกิดมาในสังคมที่ย่ำแย่ เอารัดเอาเปรียบ กลุ่มหนึ่งไม่ต้องดิ้นรนอะไรก็มีกินมีใช้ กับอีกกลุ่มที่ทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีชีวิตต่อไป แม้ว่าจะลำบากแค่ไหนก็ตาม

เด็กบางกลุ่มอาจจะจัดอยู่ในกลุ่มของผ้าขาวที่รอวันเปรอะเปื้อน กับเด็กอีกกลุ่มที่จัดอยู่ในกลุ่มผ้าสกปรก ที่รอวันล้างทำความสะอาด แต่มันก็ไม่ได้มีอะไรที่แน่นอน เพราะสิ่งที่ทุกคนต้องประสบแบบเดียวกันนั่นก็คือ

ความสุข ความทุกข์ หัวเราะ ร้องไห้ รอยยิ้ม และน้ำตา...


ณ โกดังร้างแห่งหนึ่ง

กลุ่มเด็กนักเรียนสองกลุ่มรวมจำนวนแล้วเกือบครึ่งร้อย ในมือแต่คนละคนล้วนมีอาวุธที่สามารถปลิดชีพของคนได้ หากใช้มันทำร้ายผู้อื่น และแน่นอนว่าเด็กพวกนี้คงไม่ได้เอามาถือเล่น หรือมาโชว์กันและกันแน่นอน

แน่นอนว่าการเผชิญหน้ากันของนักเรียนสองกลุ่ม สองดรงเรียน คงไม่พ้นเรื่องยกพวกตีกัน!!

“มาแล้วเหรอมึง”

“ไม่มามึงจะเห็นหน้ากูไหม”

“ปากดีนักนะมึง วันนี้แหละ กูจะทำให้มึงพูดไม่ได้ไปอีกหลายวันเลย”

“กูเห็นมึงพูดแบบนี้มาตลอด แต่โทษทีว่ะ เหมือนว่าจะเป็นมึงทุกครั้งเลยที่พูดไม่ได้ไปหลายวัน”

“ชิ!! มึงมันแค่โชคดีเท่านั้นแหละไอ้โซล****!!!

“มึงมันก็พวกดีแต่ปากนั่นแหละไอ้เรซ****!”

ทั้งโซลและเรซต่างก็เป็นผู้นำของแต่ละฝั่ง สองคนมีปัญหากันมาตั้งแต่เรียนที่เดียวกันสมัยประถมจนถึงมัธยมต้นแล้ว พอขึ้นมัธยมปลาย ก็ต่างแยกกันไปคนละโรงเรียน แต่ทั้งสองดันเรียนโรงเรียนที่อยู่ห่างกันไม่มาก โอกาสพบกันข้างนอกก็เลยมีสูง ไปๆ มาก็ขัดแข้งขัดขากันอีก แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นฝั่งเรซมากกว่าที่มักจะหาเรื่องโซลก่อน

นั่นอาจจะเป็นเพราะความเกลียดขี้หน้ามาตั้งแต่เด็กๆ แล้วก็ได้

“เอาเลยไหมพี่!”

“เดี๋ยว กูมีเรื่องจถามมันก่อน”

“หึ...ถ่วงเวลาชะมัด” โซลพึมพำเบาๆ เมื่อฝ่ายตรงข้ามยังไม่ยอมที่จะเริ่มตัดสินสักที มีแต่พูดมากน่ารำคาญอยู่ได้

“ใจเย็นน่าโซล มันก็ชอบเห่าไปทั่ว ดีแต่ปาก ก็ปล่อยๆ ให้มันได้ทำใจไปก่อน”

“เห็นด้วยกับไอ้แลมป์ว่ะ ปล่อยพวกมันไป เราก็แค่เตรียมตัวรับมือกับพวกมันก็พอ”

“อืม...มีอะไรจะถามกูก็ว่ามา” โซลตะโกนขึ้น

“ก็ไม่มีอะไร แค่คำถามธรรมดาๆ มึงมีแฟนหรือยัง”

“ห๊ะ!”

จากนั้นก็เกิดเสียงเซ็งแซ่เดาไปต่างๆ นาๆ ในความหมายของคำถามนั่น แต่สำหรับโซลคิดได้อย่างเดียวเลย...

“ทำไม ถ้ากูมีมึงจะทำเรื่องสกปรกหรือไง แต่เสียใจด้วยที่กูไม่มี”

“ดี...” โซลมองหน้าเรซอย่างสงสัย เพราะคนตรงหน้ามันยิ้มออกมาแบบแปลกๆ ให้ความรู้สึกขนลุกยังไงชอบกล

“หมดคำถามแล้วใช่ไหม”

“เออ!!”

“งั้นก็ลุยได้แล้วใช่ไหมพี่” ลูกน้องของเรซถามอีกครั้ง คราวนี้หัวหน้ากลุ่มก็แสยะยิ้ม แล้วตั้งท่าเตรียมพร้อม ฝ่ายโซลเองก็เตรียมรับมือเช่นเดียวกัน

และจากนั้น...

“จะรออะไรล่ะวะ ซัดพวกมันให้หมด!!!”

นักเรียนวัยรุ่นทั้งสองกลุ่มก็วิ่งเข้าหากัน แล้วเริ่มการต่อสู้อย่างดุเดือด ไม่มีใครยอมใคร ซัดมาซัดกลับ ต่อยมาต่อยกลับ ถีบมาก็ถีบกลับ

พลัก!!!

ตุ๊บ!!!

ผลัวะ!!!

ถึงแม้ว่าจะเจ็บกันแค่ไหน ก็ไม่มีใครถอยหรือยอมแพ้หนีไปเลยสักคน เพราะถ้าหากว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหนี ก็เท่ากับว่าฝ่ายนั้นเป็นฝ่ายที่แพ้!!

ปรี๊ดดดดดดด!!!

“หยุด!!! นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ...”

...

...




“นายเมธัส ผู้ปกครองมาประกันตัวแล้ว ออกมาได้”

ร่างเล็กสบตากับเพื่อนสนิทอีกสองคนที่อยู่ในห้องขังเดียวกัน ซึ่งทั้งสองคนก็พยักหน้าให้น้อยๆ ก่อนที่เจ้าของชื่อจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องขังทันที

เขาไม่ได้อยากจะทิ้งเพื่อนอีกสองคนหรอก แต่รู้ดีว่าอีกไม่นานผู้ปกครองของทั้งสองคนก็จะมารับแล้วไม่มีทางปล่อยให้ลูกนอนอยู่ในห้องขังหรอก ถึงแม้ว่าจะทำผิดจริงๆ ก็ตาม

“ไอ้โซล กูฝากไว้ก่อนเถอะ”

พอออกมาก็เจอกับคู่กรณีที่เป็นอริกันเดินออกจากอีกฝั่งของกรง แม้ว่าจะเจอกับสถานการณ์นี้บ่อยๆ ร่างบางก็ชินกับมันแล้ว และการมีปากเสียงบนโรงพักแบบนี้ก็มีแต่จะเพิ่มโทษให้เท่านั้น

“กูไม่รับฝากนาน”

“ชิ!!”

ร่างบางยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่เห็นสภาพของคู่กรณี เขายังถือว่าไม่มีแผลมากเมื่อเทียบกับอีกคน แล้วมันก็เป็นแบบนี้เสมอ ไม่รู้ว่าไอ้ตัวใหญ่ตรงหน้าเขานี้มันจริงจังกับการต่อยกับเขาจริงหรือเปล่าถึงได้แพ้ตลอดแบบนี้

“เรซ เป็นยังไงบ้างลูก เจ็บตรงไหนหรือเปล่า”

โซลยืนมองคนที่กระซิบฝากความแค้นด้วยสายตาสมเพช เพราะเจ้าคนตัวใหญ่เดินไปหาแม่ด้วยท่าทางที่รู้สึกผิด เสียใจ โดยที่คนเป็นแม่ก็เชื่อความตอแหลนั่นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่รู้ว่าตัวเองสมเพชหรือว่าอิจฉากันแน่

“เฮอะ! ไอ้ลูกแหง่”

หมอนั่นมันก็ทำตัวไม่ต่างจากเขา แต่ทำไมพ่อแม่ถึงได้ปฏิบัติแตกต่างกันนัก ไม่มีแม้สักครั้งที่คนเป็นพ่อจะมาเหยียบที่นี่...

“เอาล่ะ กลับได้แล้ว”

โซลมองหน้าคนที่มารับนิ่งๆ ทำเอาคนที่มารับถึงกับถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายใจ คว้ามือของ ‘น้องชาย’ แล้วเดินไปจากสถานที่ที่ไม่ค่อยอยากจะมีใครเข้ามาเดินเล่นยามค่ำคืนแบบนี้ในทันที ร่างบางมองมือแกร่งที่จับแขนเขา แล้วไล่ไปมองแผ่นหลังกว้าง

เสื้อผ้าที่คนตรงหน้าใส่เป็นชุดสูทสุดเนี้ยบ บ่งบอกฐานะทางสังคม การที่ ‘พี่ชาย’ เป็นคนรับผิดชอบทุกอย่างเกี่ยวกับเขามันเป็นเรื่องที่น่าหงุดหงิด น่ารำคาญใจมากๆ

“เมื่อไหร่จะหยุดทำตัวแบบนี้”

คนเป็นพี่ชายเอ่ยถามเสียงเครียดทันทีที่ขึ้นมานั่งบนรถ ร่างสูงพยักหน้าเป็นสัญญาณให้คนขับรถออกรถได้ ส่วนตัวเองก็นั่งกอดอก มองน้องชายที่นั่งก้มหน้าอยู่ข้างๆ

“ผมไม่ได้เริ่มก่อน”

“แล้วจะไปมีเรื่องกับพวกมันทำไม”

“มันท้า”

“ท้าแล้วนายก็ต้องไปงั้นเหรอ”

“แล้วมันผิดอะไร”

“นี่ยังไม่รู้อีกเหรอว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันผิด ทำให้ครอบครัวเสื่อมเสีย ฉันก็เดือดร้อน ทำไมถึงได้เป็นเด็กไม่รู้จักโตแบบนี้”

“ผมก็ไม่ได้ขอให้พี่มา แล้วก็บอกไปแล้วว่าจะให้ผมไปใช้นามสกุลของยามที่บ้านก็ได้”

“โซล!!!”

เมื่อไหร่ที่พี่ชายของโซลขึ้นเสียงดัง นั่นหมายความว่าอีกคนหมดความอดทนกับเขาแล้ว

ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่เคยมีใครอดทนกับเด็กเกเร อันธพาล เป็นนักเลงทั้งๆ ที่เป็นเด็กนักเรียนได้นานหรอก ขนาดแม่ของเขายังหมดความอดทนที่จะเลี้ยง ก็เลยทิ้งเขาไปยังที่ไกลแสนไกล พ่อก็หมดความอดทนกับเด็กดื้อๆ แบบเขาแล้วโยนไปให้พี่ชายดูแล

และตอนนี้ ผู้ปกครองเพียงคนเดียวของเขา ก็กำลังจะหมดความอดทน ในที่สุดก็ทิ้งเขาเอาไว้เพียงลำพัง...

ไม่ว่าใครหน้าไหน...ก็ไม่มีใครรักเขาเลยสักคน

“ฉันคงต้องส่งนายไปต่างประเทศสินะ แล้วจ้างครูมาสอน ไม่ให้ออกจากบ้าน ไม่ให้เงินใช้ จะเอาแบบนั้นใช่ไหม!”

“แล้วแต่สิ ตั้งแต่เกิดมาผมก็เลือกอะไรไม่ได้อยู่แล้ว”

ถ้าเลือกได้ เขาจะเลือกที่จะเป็นเหมือนพี่...เผื่อพ่อจะสนใจเขาบ้าง แต่มันก็ล้มเหลว เพราะต่อให้ทำคะแนนเรียนได้ดี เป็นอันดับหนึ่งของสายชั้น พ่อก็ไม่เคยชมเขาเลย ไม่เคยแม้แต่จะยิ้มให้ เพราะในหัวใจของพ่อ มีแค่แม่และลูกชายคนโตเท่านั้น!

“โซล หยุดประชดประชันพี่สักทีได้ไหม ทุกวันนี้ทำงานก็เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว ยังต้องมาคอยสะสางปัญหาของพวกเด็กเกเรอีก”

มือเล็กกำหมัดแน่น...

“ถ้ามันท้าอีก ก็ไม่ต้องสนใจมันจะได้ไหม แค่ไม่ไปตามคำท้า มันไม่ได้เรียกว่าปอดแหกหรอกนะ”

“แต่พวกมันพูด ผมไม่ยอม”

“โซล...”

พี่แซมน่ะหยุดพูดเลย ไม่เคยเข้าใจอะไรผมสักอย่างหรอก ที่ผมเป็นแบบนี้ก็เป็นเพราะพ่อกับพี่นั่นแหละ!!! เป็นเด็กดีก็เป็นแล้ว แล้วไง เคยทำให้พอใจสักครั้งไหม ก็ไม่...”

ยอมรับว่าตัวเองต้องการให้พ่อกับพี่สนใจ เอาใจ อยากได้รับความรัก แต่มันผิดตรงไหน ในเมื่อเขาเป็นดีแล้ว แต่ก็ไม่เคยได้รับความรักความใส่ใจ

เขากับพี่อายุห่างกันสิบเอ็ดปี ตอนนี้ก็แต่งงานมีครอบครัวแล้ว อีกหน่อยก็มีลูก แล้วเขาก็จะกลายเป็นคนนอกไปโดยปริยาย ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องให้เขาเกิดมา...แม้จะรู้ว่าพ่อกับแม่ไม่ได้ตั้งใจจะให้เกิด เพราะถ้าต้องการเขาจริงๆ คงไม่ทิ้งช่วงกับพี่ชายคนโตถึงสิบกว่าปีแบบนี้

“ทำไมถึงเป็นได้ขนาดนี้นะโซล แต่ช่างเถอะ พี่หาคนมาเป็นผู้ปกครองเราได้แล้ว”

“หมายความว่าไง”

โซลใจหายวาบเมื่อพี่ชายพูดเหมือนจะทิ้งเขา มันกะทันหันเพราะไม่ได้เตรียมใจมาก่อนว่าตัวเองจะถูกทิ้งเร็วขนาดนี้

“พี่ต้องไปช่วยคุณพ่อดูแลโครงการที่ญี่ปุ่นหกเดือน ก็คงจะกลับมาไทยบ้างถ้าที่นี่มีปัญหา และแน่นอนว่าเป็นแบบนี้พี่ดูแลเราไม่ได้ ก็เลยหาคนที่จะมาดูแลโซลแทนพี่แล้ว แต่พี่จะให้เราไปอยู่กับเขาจนกว่าจะเรียนจบมอปลาย”

“จะทิ้งกันก็บอกมาตรงๆ แล้วผมก็ไม่ต้องการผู้ปกครองอะไรนั่นด้วย”

“พี่ไม่ได้จะทิ้ง หักฟังเหตุผลบ้าง ไม่ใช่เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้”

“ผมไม่ฟังและไม่เชื่อที่พี่พูดทั้งนั้น”

“โซล...อย่าให้พี่ต้องลงไม้ลงมืออีก”

“จะทำอะไรก็ทำ จะตีก็ตี จะทิ้ง จะไปไหนก็ไป ผมไม่สนใจอะไรแล้ว ผมจะเลิกเรียนแล้วไปอยู่คนเดียวข้างนอก”

แซมมองหน้าน้องชายด้วยความเย็นชา เขาตามใจโซลมามากแล้ว และถึงเวลาที่ต้องจริงจังกับน้องชายคนนี้เสียที

“เอาสิ...ถ้าคิดว่าจะไปรอด เด็กที่ยังเรียนไม่จบมอปลาย จะไปหางานอะไรทำได้ ถึงหาได้ก็คงเป็นงานที่ลำบาก ซึ่งแน่นอนว่าคนอย่างโซลไม่มีทางทนความลำบากได้แน่ แล้วก็อย่าหวังว่าพี่จะให้เอาเงิน เอาบัตรเครดิต หรือทรัพย์สินต่างๆ ออกไปด้วย จะไป ก็ไปแต่ตัว ถ้าคิดจะไปอยู่คนเดียว ก็ต้องช่วยเหลือตัวเองให้ได้”

โซลกัดปากตัวเองอย่างเจ็บใจ ตวัดสายตามองคนเป็นพี่ชายด้วยความโกรธแต่สายตานั้นก็ยังแฝงไปด้วยความเสียใจ น้อยใจ และโกรธ แม้ว่าแซมจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของน้องชาย แต่ก็จำเป็นต้องใจแข็งเอาไว้ ไม่งั้นโซลจะยิ่งเสียผู้เสียคนไปกันใหญ่

“ว่าไง...จะไปอยู่คนเดียวไหม”

“ผมจะไปทำอะไรได้ล่ะ พี่ยึดทุกอย่างไปหมดแล้วนี่”

“พี่ไม่ได้ยึด ทุกอย่างที่เป็นของโซล พี่แค่เก็บมันเอาไว้ให้เท่านั้น”

“นั่นแหละ คิดจะฮุบเอาไว้ใช่ไหม”

“โซล...มีเหตุผลหน่อย”

“พี่มันคนใจร้าย เงินก็เงินที่แม่ให้ผม ของทุกอย่างแม่ก็ให้ไว้ ทำไมผมจะเอาไปใช้ไม่ได้!”

“ในพินัยกรรมบอกว่ามันจะเป็นของโซลก็ต่อเมื่ออายุยี่สิบปี แต่นี่โซลพึ่งจะสิบเจ็ด ในฐานะที่พี่เป็นคนดูแลมรดกของโซล พี่มีสิทธิที่จะไม่ให้โซลเอาไปใช้”

“ชิ!!”

“แล้วอย่าพูดอะไรที่มันเกินตัวอีกล่ะ ยังทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้แท้ๆ พูดใหญ่พูดโต ตอนพี่อายุเท่าโซล พี่ไม่ได้เป็นแบบนี้นะ”

กรอด!

โซลก้มหน้า กัดฟัน ตาร้อนผ่าว มือก็จิกเบาะรถเอาไว้ แม้ว่าจะพยายามทนแค่ไหน คำพูดที่เหมือนเอาตัวเขาไปเทียบกับตัวเองมันก็เป็นเหมือนมีดที่กรีดลงที่หัวใจ จนเจ็บปวดไปหมด

แซมลอบสังเกตอาการของน้องชายก็รู้สึกเป็นห่วง ด้วยอายุที่ห่างกันมันทำให้เขาไม่เข้าใจว่าน้องชายเป็นอะไรหรือต้องการอะไร แล้วเขาเองก็ไม่เคยพบกับเรื่องอะไรพวกนี้ ในช่วงวัยรุ่น เขาเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก ไม่คบเพื่อนเกเร ก็เลยไม่รู้จะรับมือกับน้องชายยังไง แล้วตัวเองก็เป็นคนที่เคร่งครัด เจ้าระเบียบ เห็นน้องทำผิดก็อยากจะให้มันถูกต้อง แม้จะต้องบังคับในรูปแบบไหนก็ตาม โดยไม่รู้เลยว่านั่นเป็นการรับมือที่ยิ่งตอกย้ำบาดแผลให้กับน้องชาย

ใช่...มันเป็นการซ้ำรอยแผล ไม่ใช่การรักษา...






+ + + + + + + +

สวัสดีค่า นี่เป็นนิยายเรื่องที่เคยจะพิมพ์ไปขายในงานเจนวายครั้งที่ผ่านมา แต่ก็ทำไม่ทัน ตอนนี้ได้ฤกษ์ลงแล้วนะจ้ะ ดราม่าไม่เยอะ ไม่หนัก พอมีกรุบกริบเป็นสีสันของเรื่อง นิยายจะออกแนวฟิลกู้ดมากกว่าน่อ

ฝากติดตามด้วยนะคะ จริงๆ แต่งจบแล้ว แต่ว่าพอเอามาลงก็จะรีไรท์ไปด้วย เผื่อเพิ่มตอน เพิ่มเนื้อหา จะได้ไม่สั้นกระชับเกินไป เพราะยูกสามารถขยายสันปกได้ ก็ยังไม่พิมพ์นี่เนอะ

แพลนนิยายที่จะแต่งของ Sawachi Yuki

บอกเอาไว้ก่อนนะคะว่าเป็นเพียงแพลนคร่าวๆ เท่านั้นค่ะ ที่โพสก็เพื่อจองชื่อเรื่องเอาไว้ด้วย ฮ่าๆ แล้วก็ไม่ได้จะแต่งเรียงลำดับด้วยนะคะ อยากแต่งเรื่องไหนก็จะแต่ง...

 

เรื่องที่จบแล้ว

1.      Beautiful Boy [Project] สยบรักราชินีซึนเดเระ (ฟลาวน์ X แอล) นิยายวัยเด็กน้อยขาดประสบการณ์สุดๆ

2.      Double Husband มีสามีทั้งที...ได้ฟรีถึงสอง (ดิน X ดรีม X เพลิง)

3.      เสพติดอันตราย...รักผู้ชายพันธุ์โหด (พัฒน์ X ธีร์)

4.    Hidden Love วาโยซ่อนรัก (นอร์ท วาโย)

5.    Heartless แค้นนี้...มิอาจห้ามรัก (ราม อิน,จักร จอม,ขรรค์ เงิน)

6.    พ่อเลี้ยงอาทิตย์ (อาทิตย์ X หมู)

7.    อาณาเขตรัก (เขต X เมฆ)

8.    He is mine ที่ร้าย เพราะนายเป็นของฉัน!!! (พุฒิ เจ็ม)

 

 

Sawachi Yuki

แสดงเพิ่มเติม
แสดงความคิดเห็น

ความคิดเห็นทั้งหมด ()

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็น