ขอนอนได้ไหม,

บทที่ 1 ภาคเดชฤทธิ์ราชันย์มังกร

ชื่อตอน : บทที่ 1 ภาคเดชฤทธิ์ราชันย์มังกร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 806

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2561 20:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 1 ภาคเดชฤทธิ์ราชันย์มังกร
แบบอักษร

ณ หน้าประตูการ์กันต้า


"เจ้าจะไปจริงๆสินะ เดรโก้"อุลคิโอร่าที่กำลังเปิดประตูการ์กันต้าให้กับเพื่อนคนแรกของเขาถามด้วยเสียงเรียบนิ่งเหมือนอย่างเคย หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาหลายเดือน


"ใช่นี่เพื่อข้อมูล เอ้ารับนี่อุลคิโอร่า กริมจอร์ ยามที่พวกนายพอใจกับพลังวิญญาณแล้วให้อัดแก่นแท้และแรงดันวิญญาณของพวกนายเข้าไปในซัมปาคุโตเล่มนั้นนะ ส่วนนี่เหรียญเปิดประตูโลกวิญญาณ


ยังไงนายกับกริมจอร์ก็สามารถ เข้าออกโลกของเราได้อย่างอิสระอยู่แล้ว แถมที่นั่นเหมาะจะให้พวกนายเพิ่มพูนพลังวิญญาณด้วย เอาละเราจะไปแล้ว พวกนายก็อย่าลืม ทำเรื่องที่เราไหว้วานไว้ด้วยละ"


""แน่นอน"" ทั้งคู่ตอบรับด้วยท่าทีต่างกัน กริมจอร์ยังคงยิ้มอย่างบ้าคลั่งดูใจร้อนดุจโลกทะเลเพลิงเหมือนเช่นเคย ส่วนอุลคิโอร่าก็ยังเฉยชาดุจเจ้าชายแห่งโลกเหมันต์ ทั้งคู่เป็นดั่งตัวแทนหยินหยางของไทม์


"ไว้เจอกันที่โลกวิญญาณ"


ฟึบบบ!


ไทม์กระโดดพุ่งเข้าไปในการ์กันต้า ซึ่งอุลก็ใช้ช่วงเวลานั้นปิดประตูการ์กันต้าก่อนตัวอุลกับกริมจอร์จะแยกย้ายกันไปทำในส่วนที่ไทม์ไหว้วานไว้


ภายในการ์กันต้าที่แสนมืดมิด


"ว้าว ที่นี่มันดำมืดไปหมดเลย สุดยอดจริงๆ เอาละก่อนอื่นต้องควบคุมพลังวิญญาณเพื่อสร้างทางเดินสินะ "


เขาเริ่มหลับตาก่อนจะค่อยๆออกวิ่งไปด้วยโซนีดโด้ ด้วยเส้นทางที่สร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ไทม์สามารถใช้โซนีดโด้ได้อย่างเต็มพิกัด เพียงสักพักเขาก็เห็นรูคล้ายประตูที่มีแสงสว่างส่องออกมา


ด้วยความตื่นเต้นไทม์จึงวิ่งไปสู่ทางออกโดยไม่ได้คิดอะไรไว้เลย ลืมแม้แต่เรื่องพื้นฐานที่ควรทำ จนแล้วจนเล่าเขาก็ออกมายืนอยู่บนน่านฟ้าสีฟ้าคราม ที่ส่องสว่างด้วยแสงของพระอาทิตย์ของช่วงเช้าวันใหม่มันช่างน่าคิดถึงเสียเหลือเกิน


วิช~!


"เฮ้ยยยย!"


ยืนชมบรรยากาศได้พักเดียวเขาก็สัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งที่แหลมคมแหวกอากาศมาด้วยความเร็ว แต่เขาก็หลบได้อย่างทันท่วงทีก่อนจะบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์


"ให้ตายสิใครมาเล่นบ้าๆแบบนี้ฟ้ะ พับผ่าสิดีที่คอไม่ขาด"


"โอ๊ะ โอ๋ ไม่คิดว่าคุณจะหลบเบนิฮิเมะของผมได้เลยนะครับเนี่ย"


เสียงกวนโอ้ยที่แสนคุ้นเคยทำให้ไทม์รีบหันไปมองเจ้าของเสียงทันที ซึ่งเขาก็พบกับชายสวมหมวกเกี๊ยะกับแมวดำอีกหนึ่งตัว


"อุราฮาระ คิสึเกะ กับ ชิโฮอิน โยรุอิจิ"ไทม์เผลอพูดออกไปอย่างไม่ทันคิด ทำให้ทั้งคนทั้งแมวต่างขมวดคิ้วอย่างสับสน ถ้าจะรู้จักอุราฮาระ คงไม่แปลกเพราะเจ้าหมอนี่ยังใช้รูปร่างเหมือนเดิม


ผิดกับโยรุอิจิที่เป็นร่างแมว สำหรับตัวตนของเธอในตอนนี้ไม่น่าจะมีใครทราบได้ แต่ฮอลโลว์ตัวนี้กับรู้จักเธอได้ไง เจ้าหมอนี่เป็นใครกันแน่ ?


"คุณเป็นฮอลโลว์ที่มีพลังยมทูต นี่หรือว่าไอเซ็นทดลองโฮเคียวคุสำเร็จแล้ว ?"


"เพ่ย อย่าเอาเราไปเทียบกับพวกกระจอกที่ต้องพึ่งพลังของคนอื่นเพื่อเป็นอารันคาร์สิ ถึงเราจะอยู่ในกึ่งอารันคาร์ก็เถอะ แต่เราคนนี้ทำด้วยน้ำพักน้ำแรงของตนเองเฟ้ย!"


สกิลการแถของไทม์เพิ่มขึ้นอีกระดับ ทำด้วยตัวเองหรอบ้าหรือเปล่า ถ้าไม่มีระบบกับมิไรแล้วละก็ เขาในตอนนี้อาจจะยังมีระดับไม่ถึงกิลเลี่ยนเลยด้วยซ้ำ แต่ที่แถไปแบบนั้นเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แก่ทั้งคู่ละนะ


"โอ๊ะ โอ๋ แล้วคุณมาที่โลกมนุษย์ทำไมละครับเนี่ย"


น้ำเสียงยังคงกวนเบื้องล่างไม่เลิกลา แต่กลับมีแรงดันวิญญาณใช้ข่มขู่เขาอยู่ด้วย แต่มีหรือเขาจะหวั่นเขายกยิ้มบางๆพร้อมกล่าวออกมา


"ก็แค่มาหาข้อมูล เตรียมรับมือกับเจ้าไอเซ็น โซสึเกะในอนาคต เพราะเจ้าหมอนี่เริ่มมายุ่งย่ามในโลกฮูเอโกมุนโด้ของเราแล้ว"


อุราฮาระประมวลข้อมูลพร้อมใช้สายตาเพื่อจ้องจับผิดไทม์ แต่เมื่อไม่เจอข้อสงสัยหรือพบพลังที่คล้ายโฮเคียวคุอยู่ในวิญญาณก็ถอนหายใจออกมา ก่อนจะพูดอะไรบางอย่างที่ทำให้ไทม์ถึงกับอารมณ์ดี


"ถ้าแบบนั้นผมขอเชิญคุณ เออ..."


"โทษทีลืมแนะนำตัวสินะ เราชื่อเดรโก้ เดธ เลวีอาธาน เรียกเดรโก้ก็แล้วกัน"


"ครับ คุณเดรโก้ จริงๆแล้วผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ ถ้าอย่างนั้นขอเชิญที่ร้านของผมก่อน ไปกันเถอะครับคุณโยรุอิจิ"


"นั่นสินะ คิสึเกะ"


ร่างทั้งสามหายไปจากท้องฟ้าเหนือเมืองคาราคุระอย่างไร้ร่องรอย โดยพวกเขาทั้งสามไม่ได้รู้เลยว่าในซอกตึกแสนลับตามีกลุ่มชายชุดกาฮามะสีดำกำลังจ้องมองพวกเขาทั้งสามอย่างไม่วางตา 


และในกลุ่มนั้นมีชายตาบอดสวมแว่นแปลกๆถักเดทร็อคเขาสวมชุดคลุมขาวทับกาฮามะไว้ ถ้าไทม์มาเห็นแล้วละก็ จะรู้ได้ในทันทีว่าชายผู้นี้ก็คือ หัวหน้าหน่วยที่เก้าของสิบสามหน่วยพิทักษ์ โทเซ็น คานาเมะ


"รีบติดต่อและรายงานเรื่องนี้แก่ท่านไอเซ็นเร็ว"


"ครับท่านหัวหน้า"


"หึ คิดว่ามีฮอลโลว์มาช่วยแล้วจะหยุดแผนการณ์ของท่านไอเซ็นได้รึอุราฮาระ ช่างโง่เขลาเสียจริง"


ณ โซนโซลไซตี้ ที่ห้องโถงประชุมของสิบสามหน่วยพิทักษ์


ภายให้ห้องโถงใหญ่มีชายหญิงรวมสิบสองคนขาดโทเซ็น พวกเขาเหล่านี้ต่างอยู่ในชุดยมทูตสีดำแล้วถูกทับด้วยเสื้อคลุมขาวที่มีตราสัญญาลักษณ์ภาษาญี่ปุ่นเป็นลำดับหน่วยที่คนผู้นั้นประจำการอยู่กลางหลัง


แต่ก็มีคนแปลกประหลาดอยู่คนที่สวมกิโมโนสีชมพูบาดตา รอบตัวเขามีกลิ่นของสุราโชยออกมาไม่หยุด แต่ดูเหมือนคนในห้องจะเคยชินแล้ว ซึ่งชายผู้นี้ก็คือเคียวราคุ ชุนซุย หัวหน้าหน่วยที่แปด


"ว่าไงมายูริ มีอะไรถึงได้เรียกพวกเรามาประชุมกัน"


หญิงสาวผมดำในร่างเล็กกล่าวถามด้วยน้ำเสียงตะคอก แต่เจ้าตัวที่ถูกถามกลับทำหน้าเมินราวกับไม่สนใจเธอ หญิงสาวจึงรู้สึกหัวร้อนไม่น้อย เธอฟึดฟัดทำท่าจะด่า แต่ก็ถูกหยุดไว้โดยหญิงสาวทรงเสน่ทำผมทรงประหลาดถักเปียไว้ที่รอบคอ


"เอาน่า หัวหน้าหน่วยที่สอง ท่านหัวหน้าซุย ฟง"


"ชิส์ คุณก็อย่าให้ท้ายเจ้าหมอนี่มันนักเลย คุณอุโนฮานะ เร็ตสึ"


หลังจากนั้นหัวหน้าหน่วยบางคนก็พูดคุยกัน ถึงเรื่องที่มาประชุม แต่ดูเหมือนมายูริจะรออะไรสักอย่างจึงไม่พูดเสียที ทำให้ใครหลายคนเริ่มด่าทอมายูริกันอย่างสนุกปาก โดยเฉพาะชายร่างใหญ่ใส่ผ้าปิดตาที่เตรียมจะชักดาบออกมาฟันกันลูกเดียว


ตึงงงง!


"เงียบบบบ!!!!"


สิ้นคำกล่าวแกมตะคอกของชายแก่หัวล้านแต่เคราดก เสียงที่เคยดังกลับเงียบหายไปในชั่วพริบตา นี่จึงทำให้มายูริแสยะยิ้มเยาะใส่คนอื่นๆอย่างสุขใจ เจ้าพวกโง่เอ้ยไม่ว่าจะกี่ครั้งพวกแกก็ยังโง่กันเหมือนเดิม


"หัวหน้าหน่วยที่ 12 คุโรซึจิ มายูริ จงรายงานสถานการณ์ภายในเมืองคาราคุระมาเสีย"


"จ้าๆ ท่านหัวหน้าใหญ่ วันนี้ที่หน่วยวิทยาการตรวจพบได้ถึงแรงดันวิญญาณของฮอลโลว์ชั้นสูง ตัวมันมีพลังวิญญาณเทียบเท่าระดับหัวหน้าหน่วย หรืออาจจะมากกว่าใครบางคนในที่นี้ตอนปลดปล่อยบังไค ทางเรายืนยันได้แล้วว่าเจ้านี่ อาจจะอยู่เหนือกว่าระดับวาสโทรเด้"


"ก็ไม่เห็นจะมีอะไร แค่ส่งฉันคนนี้ไป การลอบสังหารมันจะเป็นเรื่องที่ง่ายดาย" ซุย ฟงกล่าวออกมาด้วยท่าทียโส แต่มายูริกลับสายหัวพลางหัวเราะลั้น


"ฮ่าๆ เธอนี่มันสมองน้อยจริงๆ  เธอคิดว่าที่เรามาประชุมกันเพราะเรื่องแค่นี้หรือไง เปล่าเลยเรื่องหลักๆก็คือ เจ้าฮอลโลว์ตัวนี้กลับมีแรงดันวิญญาณของยมทูตอยู่ด้วย และอาจจะมีพลังไม่น้อยกว่าท่านหัวหน้าใหญ่ ในตอนที่ยังไม่ใช้ริวจิน จักกะ"


เมื่อพูดจบหลายๆคนต่างเหงือไหลออกมาไม่หยุด พวกเขารู้สึกช็อคแม้แต่ไอเซ็นที่กำลังยืนยิ้มก็ยังสับสน แต่ความช็อคก็ยังไม่จบแค่นั้นเมื่อมายูริกล่าวออกมาอีกประโยค


"และข้าคิดว่า ฮอลโลว์ตนนี้อาจจะมีขั้นปลดปล่อยคล้ายขั้นชิไคกับบังไคของยมทูตด้วย"


ถ้าไทม์มาได้ยินสิ่งที่มายูริพูดใส่ไฟคงวิ่งไปกระโดดถีบปากมันทันทีข้อหาปากมากแถมใส่ร้ายกันโต้งๆ แต่ดีที่เจ้าตัวยังไม่รู้แถมยังจิบชาอยู่ที่ร้านอุราฮาระด้วยท่าทีบ้าๆบอๆอย่างสบายใจเฉิบจึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย


"แล้วจะทำยังไง ถ้าปล่อยมันไว้มีหวังเมืองคาราคุระพินาศแน่" ชายอมโรคผมขาวผิวก็ซีดถามขึ้นอย่างเป็นห่วงผู้คนและมนุษย์ที่เมืองคาราคุระ


"น่าเสียดาย ดูเหมือนเจ้านี่จะหายไปอย่างไร้ร่องรอย เราคงได้แต่รอมันออกมาเท่านั้น แต่ถ้าจะให้ดีกว่านี้ให้ระดับหัวหน้ากับรองหัวหน้าหน่วยออกไปตรวจสอบที่เมืองคาราคุระ"


มายูริกล่าวด้วยน้ำเสียงเศร้า นี่ถ้าเขาได้เจ้าฮอลโลว์ตนนั้นมาเป็นหนูทดลองจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับฮอลโลว์มากขนาดไหน แค่คิดก็น้ำลายสอแล้ว


แต่ความคิดต่างๆเหล่านั้นก็ต้องหยุดลง ขนาดเสียงซุบซิบภายในห้องยังเงียบลง เมื่อชายแก่หัวล้านแถมเครายังดกเสียยิ่งกว่าผมเคาะไม้เท้าที่อยู่ในมือลงพื้น


ตึง!!!


"ไม่ต้องง! ปล่อยมันไว้แบบนี้แหละ ถ้ามันสร้างความวุ่นวายขึ้นมา ข้ายามาโมโตะ เก็นริวไซ ชิเงคุนิ ผู้นี้จะออกไปเอง"

ความคิดเห็น