ขอนอนได้ไหม,

บทที่ 19 ภาคกำเนิดฮอลโลว์

ชื่อตอน : บทที่ 19 ภาคกำเนิดฮอลโลว์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 642

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 พ.ย. 2561 19:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 19 ภาคกำเนิดฮอลโลว์
แบบอักษร

"นี่เราก็ออกเดินทางมาเกือบสี่เดือนแล้วนะ ยังไม่เจอแม้แต่เงาหรือร่องรอยของอุลคิโอร่าเลยแฮะ"


การตามหาตัวตนอันแสนลึกลับของเจ้าหมอนี่ยากเอาการขนาดใช้เพลสคิวซ่าไปตั้งสองร้อยตารางกิโลเมตรก็ยังไม่ยักจะเจอ ว่าแต่เจ้าไอเซ็นเจออุลคิโอร่าได้ยังไงกันนะ ? ซึ่งไทม์นั้นจำเรื่องนี้ไม่ได้เลย


"หรือว่าเราต้องตัดใจ"


จะพึ่งระบบก็ไม่ได้ เนื่องจากระบบกำลังเร่งฟื้นฟูจิตวิญญาณให้มิไรอยู่ เขาจึงไม่สามารถยืมกำลังค้นหาของระบบในตอนนี้ได้ ทำให้ตอนนี้เขารู้สึกมีเวลาว่างมากเหลือเกิน


จะไปฟาร์มเลเวลก็คงไม่ใช่เรื่องดี ถ้าเขาเอาแต่ฟาร์มโดยไม่คิดถึงสมดุลของโลกทั้งสามฝ่าย มีหวังฮูเอโกมุนโด้ล่มสลายก่อนแน่ เพราะเขาสังหารแต่ฮอลโลว์ระดับเมนอสขึ้นไปเท่านั้น


แต่ฮอลโลว์แต่ละตนกว่าจะกลายเป็นเมนอสระดับกิลเลี่ยนได้ก็ต้องใช้เวลาเกือบร้อยปีแล้ว ส่วนแอดจูคาสก็ใช้เวลาเกือบสี่ห้าร้อยปี ไม่ต้องพูดถึงระดับวาสโทรเด้ที่อาจใช้เวลาทั้งชีวิตเลยก็เป็นได้


แล้วตอนนี้เขาได้สังหารเมนอสกิลเลี่ยนไปมากกว่าพันตัว แอดจูคาสเก้าตัว ถ้าจากที่เขาใช้เพลสคิวซ่า ทำให้เขารู้ว่าแอดจูคาส มียังไม่ถึง20ตนเลยด้วยซ้ำ นั้นเป็นเหตุผลที่เขาต้องเลิกคิดเรื่องฟาร์มเลเวลไปก่อน


"เอายังไงดี ว่าแต่ตอนนี้เวลาของโลกเดินไปถึงส่วนไหนแล้วนะ อิจิโกะจะได้เป็นยมทูตหรือยัง ?"


เขาต้องหาทางรู้ให้ได้ว่าเวลาในโลกแห่งนี้ก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว เพราะถ้าเขาไม่มีข้อมูลเรื่องนี้ เขาจะไม่มีวันรู้เลยว่าไอเซ็นจะมายึดครองลาส์นอเช่ตอนไหน 


หรือจะเราควรจะไปโลกมนุษย์ในตอนนี้เลย ไม่ได้ เราไม่รู้พิกัดพื้นที่ของโลกมนุษย์ไปเปิดมิติมั่วเดี๋ยวไปโผล่ที่เซเรย์เทย์ขึ้นมาทำไง ตอนนี้จึงต้องหาอุลคิโอร่าก่อน


เพราะเจ้านี่คือมือขวาของไอเซ็น โซสึเกะในอนาคต การได้อุลคิโอร่ามาเป็นพวก จะทำให้แผนการของไอเซ็น เกิดกระแสอาการแปรปรวนรวนขึ้นมาอย่างแน่นอน แต่จะทำยังไงดีน้า


ฟ้าวววววว


ตึ้มมมมมมม~!!!!


"แค่กๆ เกิดอะไรขึ้นฟ้ะ ใครมาสู้กันแถวนี้ฟ้ะ เวรเอ้ยดีนะคนที่โดนเซโร่นั่นคือตู ถ้าไม่ใช่ตูนี่มีหวังตายแหง่แซะ"


ไทม์ที่โดนเซโร่สีแดงเข้าไปเต็มๆหน้า บ่นออกมาลอยๆ เขาใช้สายตากวาดมองไปยังสองร่างที่กำลังฟัดกันอยู่ ร่างหนึ่งเป็นร่างของพยัคฆ์ขาว... โอ้ยไอ้ห่านี่มันกริมจอร์นีหว่า


แล้วอีกตนละ เขามองไปอีกฝั่งทีมีร่างที่ขาวทั้งตัว มีร่างกายและขนาดตัวคล้ายมนุษย์ แต่ผิวหนังทั้งตัวรวมถึงใบหน้าถูกครอบคลุมไปด้วยหน้ากากฮอลโลว์สีขาวใต้รูคอมีผมสีดำสยายออกมา บนหัวมีเกลียวเขายาวโคร้งแหลมอยู่หนึ่งคู่


"เออ หาตั้งนานไม่ยักจะเจอ แต่พอกำลังจะตัดสินใจเลิกค้นหากลับบังเอิญเจอ อยากรู้จริงๆมีคนแอบแกล้งตูป่ะเนี่ย ?"


ใช่แล้วผู้ที่กำลังสู้กับกริมจอร์ก็คืออุลคิโอร่า ในระดับเมนอสชั้นวาสโทรเด้ ยิ่งเช็คด้วยการตรวจสอบ เขาก็โล่งอกที่ชายตรงหน้าคืออุลคิโอร่าที่อยู่ในระดับวาสโทรเด้อย่างแท้จริง


"ฮ่าๆ มันต้องอย่างนี้สิ การต่อสู้ที่แท้จริงน่ะ"กริมจอร์ในร่างพยัคฆ์ขาวกล่าวหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ดูก็รู้ว่าเจ้านี่กระหายในการต่อสู้จนขึ้นสมอง


"เจ้าสวะ เจ้ามันไม่ควรค่าแก่การสังหาร"อุลคิโอร่ากล่าวเสียงเย็นชาก่อนทำท่าจะจากไปลูกเดียว ไอ้เรื่องความเย็นชาดูหยิ่งยโสนี่ไม่มีใครเกินพี่อุลคิโอร่าของเราเลยจริงๆ


ผิดกับกริมจอร์ รายนี้ขอเพียงแค่ได้สนุกกับการต่อสู้ก็พอ แต่พอได้ยินคำกล่าวที่ราวกับตัวมันเป็นเพียงมดปลวกไม่ควรค่าแก่การสังหารงั้นหรือ


"หนอยแกมันจะมากไปแล้ว ข้าก็สังหารแกลงให้จงได้"


กริมจอร์กล่าวพลางอ้าปากกว้าง ภายในปากของมันมีบอลผลึกสีแดงอยู่ภายใน มันกำลัวรวบรวมเรื่อยๆจนมีขนาดเท่าฝ่ามือ


"ฮ่าๆ หายไปซะ เซโร่"


วิ้ววววว ฟาววววววววว!


อุลคิโอร่าหันกลับมามองลำแสงสีแดงที่กำลังพุ่งมาหาตนด้วยสีหน้าเฉยชา ราวกับเซโร่ที่ถูกปล่อยมานั้นไม่มีค่าอะไรเลย เจ้า


ตัวเพียงสะบัดมือปัดลำแสงเส้นใหญ่ออกไปข้างตัวอย่างชิวๆ


ฟับ!!!!


ตู้มมมมมมมม!!!


"เจ้ามันก็แค่สวะ ที่ไม่รู้จักสำเหนียกตนเอง"


อุลคิโอร่ากล่าวออกมาโดยไม่สนพยัคฆ์ขาวที่กำลังขาทั้งสี่เกิดการสั่นไปมาราวกับพื้นตรงที่มันยืนเกิดแผ่นดินไหว นี่ข้ากำลังกลัว ? เป็นไปไม่ได้ ข้าผู้ที่จะเป็นราชันย์กำลังหวาดกลัวกะอีแค่ผู้สูงส่งระวาสโทรเด้ 


แป๊ะๆ ๆ


เสียงปรบมือเรียกความสนใจทั้งสองให้หันไปมองผู้ปรบมัน และเมื่อทั้งคู่เห็นชายในรูปร่างคล้ายมนุษย์ในชุดยมทูตแต่เป็นสีขาว ตัวมันมีหน้ากากฮอลโลว์เพียงส่วนปากกับเขาสีน้ำเงินที่งอกออกมาเหนือใบหูหนึ่งคู่


"เป็นการแสดงเรียกน้ำย่อยที่ดี เอาสิแสดงให้เราดูต่ออีกสักนิดสิ"เจ้าของเสียงไม่ใช่ใครอื่นนอกจากไทม์ที่เดินออกมาหยุดเจ้าอุลคิโอร่าไว้ก่อนที่มันจะจากไป


"เจ้าเป็นใครกัน แล้วรูปลักษณ์ของเจ้าที่เป็นอยู่นั่น คืออะไร? "อุลถามด้วยความสงสัย ส่วนกริมจอร์ก็ค่อยๆสงบสติอารมณ์ลงแล้วหันไปสำรวจชายหนุ่มอย่างไม่วางตา


"ดาบนั่น ดาบฟันวิญญาณคล้ายดาบของยมทูต ทำไมกันตัวตนของแกคือฮอลโลว์แน่ๆ แต่ทำไมแกถึงถือดาบฟันวิญญาณของพวกยมทูตกัน"


กริมจอร์นี่ช่างสังเกตุจริงๆ แต่บ้าการต่อสู้ไปหน่อย หรือจะเอามันมาเป็นพวกอีกตนเลยดีไหมนะ? ไม่ได้สิเราต้องทดสอบกันก่อนว่าเจ้าพวกนี้มีฝีมือเหมือนในเรื่องหรือเปล่า


"อยากรู้กันหรอ ทำไมไม่ลองเข้ามาถามด้วยกำลังดูละ"ไทม์กล่าวด้วยรอยยิ้มพลางกระดิกนิ้วเชิญชวนอย่างท้าทาย


"แบบนี้ก็สวยเส้!!"


"เดี๋ยวก่อน..."


ฟู้มมมมมม


อุลคิโอร่ายังพูดไม่ทันจบกริมจอร์ก็พุ่งไปเสียแล้ว ทำให้มันได้จ้องมองตัวโง่งมอย่างกริมจอร์อย่างเฉยชา แถมไม่ได้คิดจะเข้าไปช่วยด้วย


'ช่างบ้าคลั่งและโง่เขลายิ่งนัก'


"แล้วแกจะเสียใจเจ้าตัวประหลาด กระสุนราชันย์พยัคฆ์"


กรงเล็บจากเท้าขาหน้าของกริมจอร์ ที่สะบัดยิงมาทางไทม์ด้วยความเร็วเสียงถึงสี่ลูกด้วยกันราวกับมันเป็นขีปนาวุธลูกน้อยๆที่แสนน่ากลัว


"โอ้ะ ท่านี้มันท่าที่ยิงเสายักษ์ทีเดียวพังทลายในตอนที่สู้กับอิจิโกะนี่ แต่ว่าพลังแค่นี้น่ะ มันยังไม่พอหรอกนะ ลูกแมวน้อย"


ฟื้ววววววววววววว


คำยั่วยุที่ออกมาจากปากของไทม์ทำให้กริมจอร์ถึงกับเดือด แต่พอเห็นไทม์หลบหลีกท่าของตนได้อย่างง่ายดายก็เริ่มรู่สึกแปลกๆ แต่ก็ยังไม่ได้เอะใจ


ซึม ซึม ซึม ซึม !


'การตอบสนองเร็วมาก แถมการเคลื่อนไหวนั่น มันคืออะไรกัน'อุลคิโอร่าที่ยืนเก็บข้อมูลของไทม์อยู่ถึงกับขมวดคิ้วจนเป็นปม


'พลังทำลาย กับความเร็วยอดเยี่ยม ขนาดอยู่แค่ระดับแอดจูคาส พลังแข็งแกร่งเกือบเทียบเท่าวาสโทรเด้ อ่อนๆบางตนเลยด้วยซ้ำ'ไทม์ก็วิเคราะห์เก็บข้อมูลอยู่เช่นกัน แต่เขาจะมองอุลคิโอร่าเป็นหลักเสียมากกว่า


"เป็นอะไรไปลูกแมวน้อย หมดท่าแล้วงั้นหรอ ถ้าเจ้าร้องเหมียวๆ ให้เราฟัง เราอาจปล่อยเจ้าไปก็ได้นะ"


"แก!"


กริมจอร์ถึงกับสติแตก มันพุ่งเข้าหาไทม์อย่างบ้าคลั่ง มันอยากจะขย้ำเขาให้ตายจะรู้ว่ามันนี่แหละราชันย์พยัคฆ์มิใช่แมวเหมียว แต่ทว่าจะโจมตียังไงก็ไม่โดนเลย เจ้านี่ก็ทำแค่เพียงหลบไปหลบมาพร้อมกล่าวยียวนกวนประสาทไม่เลิก


"ฮ่าๆ แมวน้อยคลั่งใหญ่แล้ว โอ้ะๆ เกือบถูกเล็บแมวขวน นี่ๆ จะขวนจะกัดกันฉีดวัคซีนบ้างหรือยัง เรากลัวเป็นพิษแมวบ้านะ"


อุลคิโอร่ามองภาพตรงหน้าที่เหมือนการเล่นวิ่งไล่จับก็เอาแต่สายหน้าไปมาอย่างเบื่อหน่าย แต่ถึงอย่างนั้นตัวมันกลับรู้สึกสนใจชายหนุ่มในชุดขาวไม่น้อยเลยทีเดียว


'ราชันย์พยัคฆ์ขาวผู้โง่เขลา กลายเป็นของเล่นของเจ้าผู้นี้ไปเสียแล้ว ช่างน่าสนใจ'

ความคิดเห็น