ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : ) ช่วยเม้นติชมเพื่อการปรับปรุงด้วยนะ ทุกคอมเม้นต์คือกำลังใจให้ไรท์เขียนต่อ ถ้าชอบเรื่องนี้หรืองานของไรท์ก็กด👍 กด 🌟 ให้กับนักเขียนไส้แห้งคนนี้ด้วยนะ 💕

Ep. 6 : รับน้องหรือรักน้อง

ชื่อตอน : Ep. 6 : รับน้องหรือรักน้อง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 1k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 21:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Ep. 6 : รับน้องหรือรักน้อง
แบบอักษร

งงหรอครับ? 

อย่างงไปเลยครับ โทรศัพท์ที่ผมปาไปเมื่อกี้คือโทรศัพท์ของไอ้กราฟที่ผมต่อรองกับมันมาเมื่อวาน และผมก็ไม่ได้คุยโทรศัพท์กับใครตั้งแต่แรกแล้ว

ตอนแรกผมก็แค่คิดว่าจะขโมยเด็กในสต๊อกของไอ้กราฟแล้วเอาโทรศัพท์ไปขาย แต่เมื่อคืน2ทุ่มผมกลับโดนเจ้าเด็กแสบนั่นเล่นงาน  ผมเลยเปลี่ยนจากขาย เป็นเอามาเขวี้ยงเล่นแทน 

และมันก็ช่างเป็นใจเมื่อยิ้มเก่งไม่สังเกตโทรศัพท์เครื่องนั้นเลยแม้แต่น้อย

กำไรชัดๆ ได้แต้มเพิ่มจากเด็กไอ้กราฟ ได้เข้าถึงแทบทุกแอพของมัน ได้เอามาเขวี้ยงเล่น แถมยังได้เบอร์ยิ้มเก่งมาแบบเนียนๆด้วย

"เอาไป เสร็จแล้ว" ผมเอาโทรศัพท์ไปคืนยิ้มเก่ง ที่นั่งอยู่ในแถวจนเป็นจุดสนใจของคนอื่นๆ 

"อ้าวน้องๆ นี่พี่เกียร์จากคณะวิดวะ เขาจะมาร่วมรับน้องกับเราในช่วงบ่าย" ฟิล์มแนะนำผมให้น้องๆรู้จัก

จริงๆแล้วการที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ได้เกิดขึ้นจากการที่ผมต่อรองกับฟิล์มว่าให้เพื่อนคณะมันไปช่วยทำหน้าที่แทนผมที่คณะวิศวะ แล้วผมจะให้เงินสนับสนุนกิจกรรมคณะมันเพิ่ม

ที่ผมลงทุนนี้ก็เพื่อมาเอาคืนไอ้ยิ้มเก่งโดยเฉพาะ

"เอาล่ะน้องๆ เข้ากลุ่มเดิมแล้วแยกไปตามฐานที่หัวหน้ากลุ่มได้รับไปแล้ว เชิญครับ" 

ทันทีที่ฟิล์มสั่ง น้องๆก็แยกย้ายเข้าฐานที่โดนจัดแจงไว้แล้ว  ผมเดินตามยิ้มเก่งไป ก็พบว่าฐานของมันอยู่กลางแจ้ง จนคนตัวเล็กเหงื่อออกเต็มไปหมด

" เอาล่ะค่ะน้องๆฐานมีชื่อว่า 'คิดก่อน' พี่จะมีกระป๋องแป้งให้น้อง 2 กระป๋องส่งต่อๆกันแล้วเปิดเพลงให้ ถ้าเพลงหยุดแล้วกระป๋องอยู่ที่ใครต้องขึ้นมาตอบคำถาม ถ้าใครตอบผิดจะโดนพี่เกียร์ทำโทษ" 

พิมพ์แจ้งกติกาของเกมให้น้องๆทราบ ทำดีมากพิมพ์ 

" บททำโทษของพี่กลางสนามนะ" 

"โห่~" เสียงโห่ของน้องปี1ดังขึ้น เมื่อรู้ว่าบทลงโทษของผมคืออะไร 

"เอ่อ.. พี่ครับผมหิวน้ำ" ยิ้มเก่งยกมือขึ้นบอกพี่สตาฟ พิมพ์ที่เป็นสตาฟอยู่ก็กำลังจะไปเอาน้ำให้แต่ผมเรียกไว้ซะก่อน 

" ไม่เป็นไรพิมพ์ เดี๋ยวเราเอาให้น้องเอง" ผมเดินไปรินน้ำใส่แก้ว แล้วเอาไปให้ยิ้มเก่ง 

พรวด!

ครับ และเมื่อยิ้มเก่งดื่มเข้าไปมันก็พ่นพรวดออกมาแทบจะทันที ลืมบอกไปครับว่าผมทำเกลือหกลงไปด้วย

"อุ๊บ.."

"พี่เกียร์! แกล้งผมหรอ" 

"ก็เห็นชอบแกล้งคนอื่น" ผมว่าพลางส่งน้ำแก้วใหม่ไปให้มันดื่ม 

" เอาล่ะน้องๆนั่งเป็นวงกลมค่ะ" เมื่อพิมพ์สั่ง น้องๆก็ขยายตัวนั่งเป็นวงกว้าง แล้วเริ่มส่งกระป๋องแป้งไปเรื่อยๆโดยมีผมกำกับเรื่องดนตรีอยู่  

ผมเล็งช่วงจังหวะที่กระป๋องแป้งอยู่ในมือของยิ้มเก่งและรีบปิดเพลงทันที ยิ้มเก่งหันมามองผมอย่างคาดโทษแล้วลุกขึ้นยืนกลางวงกับผู้ชายผู้ร่วมชะตากรรมอีกคน  

แต่จากสายตาของยิ้มเก่งแล้วไอ้เพื่อนร่วมชะตากรรมคนนี้ คงไม่ได้ญาติดีกันสักเท่าไร

" หลังจากที่พี่อ่านคำถามจบ ต้องเขียนคำตอบลงในกระดาษภายใน 10 วิ ถ้าเขียนผิดหรือเขียนไม่ทันจะโดนทำโทษ" พิมพ์ชี้แจงพลางแจกกระดาษและปากกาให้ยิ้มเก่งกับเพื่อนคนนั้น

"มีเสาไฟ 10 ต้น แต่ละต้นห่างกัน 12 เมตร ถ้าเดินตั้งแต่เสาที่ 1 ไปถึงเสาที่ 10 จะมีระยะทางเท่าไหร่"

สิ้นสุดคำถามของพิมพ์ ยิ้มเก่งเขียนคำตอบลงในกระดาษอย่างมั่นใจ แต่เพื่อนคนนั้นยังต้องใช้เวลาคิดอยู่ สักประมาณนึง

"หมดเวลา!" ผมเดินเก็บกระดาษนั้น ยิ้มเก่งตอบ 120 เมตร แต่เพื่อนคนนั้นกลับตอบ 108 เมตร พิมพ์อมยิ้มเมื่อเห็นคำตอบในกระดาษก่อนจะเฉลย 

"คำตอบคือ108เมตรจ้า เชิญพี่เกียร์ทำโทษน้องยิ้มเก่งได้เลย" 

"มึงตอบผิดเองนะ เสร็จแน่ยิ้มเก่ง" ผมลากยิ้มเก่งลงไปในสนาม กลางแดดก่อนจะยิ้มอย่างผู้ชนะ  

" พี่จะทำโทษอะไรผมเนี่ย" 

" โทษฐานที่แสบกับกูเมื่อวาน ไปวิ่งรอบสนาม 3 รอบ ห้ามอู้" 

" พี่จะทำโทษ.. ยิ้มเก่งคนนี้ลงจริงๆหรอครับ" มันใช้มุขเดิมยกแขนขึ้นมาจะกอดคอผมแล้วทำหน้าอ่อย แต่คิดว่ามันยังจะได้ผลหรอ? หึ 

" จะไปไม่ไป " 

"... ไปก็ได้" เมื่อเห็นว่าผมไม่หลงกล ยิ้มเก่งเลยเบ้หน้าแล้ววิ่งรอบสนามไปเรื่อยๆ  

ผมนั่งกระดิกเท้าอย่างอารมณ์ดีมองคนที่วิ่งในสนามด้วยความสะใจ 

"วิ่งเร็วๆ อย่าอู้!" ผมตะโกนบอกคนที่วิ่งช้าลงจนแทบจะกลายเป็นเดินอยู่แล้ว ก่อนจะตกใจมากเมื่อเห็นคนที่โดนทำโทษอยู่หมดสติล้มลงไปกลางสนามแบบนั้น

"ยิ้มเก่ง!!" ผมไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าไปหาทันที 

ถ้ามันเป็นอะไรไปเรื่องต้องถึงผู้ใหญ่ คราวนี้ชิบหายแน่ 

(ไรท์: กูก็นึกว่ามึงจะห่วงน้อง- -) 

"..." 

" ยิ้มเก่งตื่นดิวะ" ผมอุ้มมันขึ้นท่าเจ้าสาวแล้วรีบพาไปที่ศูนย์พยาบาลอย่างรวดเร็ว 

"พิมพ์เราขอยาดมหน่อย" ผมวิ่งวุ่นหลังจากวางมันลงแล้วก่อนจะได้ยาดมมาจ่อที่จมูกของมัน สักพักมันก็เผยรอยยิ้มแล้วลืมตาขึ้น  

"มึงยิ้มอะไร?" แขนเรียวยาวยกขึ้นมารองท้ายทอยของตัวเองแล้วถามผมด้วยสีหน้าสบายใจ 

"ตัวผมหนักไหมครับ?"


Yimkeng part.

" ตัวผมหนักไหมครับ?"

"นี่มึงแกล้งกูหรอ" ก็อย่างที่รู้ว่าผมมันเจ้าเล่ห ์เรื่องอะไรจะไปวิ่งให้ร้อน แดดแรงขนาดนั้นเดี๋ยวก็ดำกันพอดี กว่าจะขาวดูดีได้ขนาดนี้ยากแค่ไหนเขาไม่เคยรู้เลย 

" ผมเปล่า ก็ในสนามมันร้อนจริงๆนี่นา พี่ลองไปวิ่งดูสิ" ผมยิ้มหวานให้เขาตามสไตล์ของยิ้มเก่ง แต่ผมกลับไม่รู้เลยว่าสำหรับเขาแล้วรอยยิ้มนั้นเป็นรอยยิ้มที่กวนประสาทที่สุด

" ไอ้เก่ง" 

"เรียกเพราะๆสิครับพี่เกียร์" 

" นี่พี่เกียร์ แค่เพื่อนหนูไม่สนใจพี่ พี่ต้องแกล้งมันจนมันเป็นลมเลยหรอ" 

" จูเนียร์" ผมลุกขึ้นนั่งเมื่อเพื่อนผมมารัวใส่พี่เกียร์อีกแล้ว 

" มึงเป็นไงบ้างเนี่ยเก่ง" จูเนียร์นั่งลงข้างๆแล้วจับหน้าผมสำรวจว่าผมยังปกติดีหรือเปล่า

" กูไม่ได้เป็นอะไรเลยมึง" 

" จะเป็นไปได้ยังไง กูเห็นมึงล้มลงไปเลยอ่ะ" " ก็เล่นละครไง" จูเนียร์หันขวับไปค้อนพี่เกียร์ทันทีเมื่อเขาว่าผมแบบนั้น 

" ผู้ชายอะไรปากเสียชะมัด" 

" ผู้หญิงอะไรพูดมากชะมัด " ผมกับจูเนียร์หันไปมองต้นเสียงที่พูดย้อนเธอแบบนั้น แล้วก็พบว่าเป็นพี่ฟอร์สนั่นเอง 

"มึงมาได้ไงวะฟอร์ส" 

" ไอ้ฟิล์มโทรตาม บอกว่ามึงมาก่อเรื่องที่นี่" เสียงเรียบออกมาจากปากของคุณชายหน้านิ่ง ไม่คิดว่าเขาจะพูดยาวเป็นเหมือนกัน 

พี่เกียร์หรี่ตามามองผมนิดหน่อย ก่อนจะบอกเพื่อน เหมือนตั้งใจกระทั่นผม 

" ไม่รู้ใครกันแน่ที่ก่อเรื่อง " 

" พี่จะว่าเพื่อนหนูก่อเรื่องหรอคะ พี่เป็นคนสั่งทำโทษจนมันเป็นลมนะ" 

" ไม่มีมารยาท" พี่ฟอร์สเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่ผมก็รู้ ว่าเขาจงใจว่าจูเนียร์ที่พูดแทรกพี่เกียร์ขึ้นมา 

"นี่นาย ทำไมปากเสียเหมือนเพื่อนนายงี้อ่ะ" 

"เอ้า กูโดนอีก" พี่เกียร์พึมพำแล้วเกาท้ายทอยตัวเองที่อุตส่ายืนเงียบๆยังโดนพาดพิงอีก 

"ฉันเป็นรุ่นพี่เธอ เคารพด้วย"

"แต่คนละคณะ ไม่นับค่ะ" จูเนียร์ยิ้มประชดเหมือนรอยยิ้มที่ผมให้พี่เกียร์ แต่พี่ฟอร์สก็ยังหน้านิ่ง

"เออ.. ไอ้ฟอร์ส ทำไมฟิล์มต้องโทรหามึงวะ ทำไมไม่มาเอง" พี่เกียร์พูดเพื่อป้องกันสงครามที่อาจเกิดขึ้นในไม่ช้า 

"มันเอือมมึง เลยให้กูมาลากกลับคณะ" 

"ทำไมกูต้องกลับ?"

"มันโดนปี3ว๊ากอยู่ เพราะไม่เซฟตี้น้อง" 

"เพราะกูหรอวะ"

"เออ ใครก่อเรื่อง.. ก็ไปแก้ด้วย" ถึงพี่ฟอร์สจะคุยอยู่กับพี่เกียร์ แต่สายตาของประโยคนั้นกลับเหล่มามองที่ผมจนจูเนียร์ขึ้นอีกแล้ว 

"แล้วทำไมต้องมองยิ้มเก่งมันด้วย"

"ก็คนก่อเรื่อง"

"ทำไมนายไม่โทษเพื่อนนายล่ะที่มาแกล้งเพื่อนฉัน"

"ไม่รู้อะไรอย่าพูด มันดูไม่มีสมอง" 

"นี่! ทำไมปากเสียกับผู้หญิงได้ขนาดนี้วะ ฉันล่ะสงสารคนที่จะมาเป็นแฟนกับคนอย่างนายจริงๆ" 

"ระวังจะได้สงสารตัวเอง" 

"..."

"กลับคณะได้ละ กูไม่ได้ว่าง" พี่ฟอร์สตบหลังพี่เกียร์จนเขาต้องลุกขึ้นหนี 

"เออ รุนแรงไอ้สัส" 

"ส่วนนายก็จัดการเรื่องที่ก่อด้วย"

"ครับพี่ เดี๋ยวผมไป" ผมรับปากพี่ฟอร์สที่สั่งทิ้งท้ายเอาไว้ก่อนจะพาพี่เกียร์เดินออกไป

"เห้ยย!!" ผมร้องด้วยความตกใจเมื่อเปิดโทรศัพท์จะดูเวลาแต่พบว่าเป็นหน้าพี่เกียร์สลอนอยู่ ให้ตายสิ หลอนชะมัด 

"อะไรวะมึง" 

" ดูนี่ดิ พี่เกียร์แม่งเอาโทรศัพท์กูไปเล่น" ผมยื่นโทรศัพท์ไปให้เพื่อนดู 

"คิดว่าตัวเองหล่อมากรึไงถึงกล้าตั้งเป็นวอลเปเปอร์มึงเนี่ย" 

"นั่นดิ"

"แต่ก็หล่อจริงๆนั่นแหละฮือออ" จูเนียร์หวีดร้องเหมือนผู้หญิงปกติทั่วไปที่เจอผู้ชายหล่อๆ 

" จูเนียร์ .." 

"แหะๆ.. โทษทีก็เขาหล่อจริงๆ" 

" ถ้าพูดถึงความหล่อ กูว่าพี่ฟอร์สหล่อกว่าเยอะ" 

"ตานั่นน่ะหรอ.. เขาหมายความว่าไงวะ ที่บอกว่ากูต้องสงสารตัวเอง" จูเนียร์ชี้หน้าตัวเองงงๆ 

" เขาจะจีบมึงไงสัส ไม่อยากจะด่ามึงเลยจริงๆ ไปละ" 

ผมส่ายหน้าเอือมกับเพื่อนที่เหมือนจะไร้สมองตามที่พี่ฟอร์สว่าจริงๆแล้วเดินไปหาพี่ฟิล์ม 

จะโดนพี่ฟอร์สแดกอยู่และยังไม่รู้ตัวอีกไอ้เพื่อนโง่


ความคิดเห็น