ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : -6- งอแง

คำค้น : น่ารัก,ฝาแฝด,สมการเวหา,ณิดา,ทัพเวหา,ชิล,อ่านสบาย,ตลก,บ้าบอคอแตก

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 934

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 17 พ.ย. 2561 11:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,000
× 0
× 0
แชร์ :
-6- งอแง
แบบอักษร

ทัพเวหาแทบไม่ยอมปล่อยมือจากเธอเลย เขาจับมือเกือบตลอดเวลาทั้งอยู่บนรถนอนจากซาปามาฮานอยและทั้งอยู่บนเครื่องบินจากฮานอยมุ่งตรงสู่กรุงเทพมหานคร อีกไม่ถึงสามสิบนาทีเครื่องบินก็จะแลนด์ดิ้งลงพื้นประเทศไทย ช่วงเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันเหลือน้อยลงไปทุกทีอย่างน่าใจหาย

ณิดาไม่คิดมาก่อนว่าเธอจะรู้สึกโหวงเหวงแปลบๆ ในอก แต่มันก็แอบเหงานิดหน่อยที่จะไม่ได้เห็นรอยยิ้มสว่างแข่งกับแสงตะวันของทัพเวหาแล้ว

เธอเป็นคนบอกเขาเองว่าอีกหนึ่งปีค่อยกลับมาเจอกัน แต่ตอนนี้เธอเริ่มลังเลแล้วว่าหนึ่งปีนั้นมันนานเกินไปหรือไม่

“เวย์ไปหาหนูนิดบ้างไม่ได้เหรอครับ ถ้าเวย์คิดถึงหนูนิดจะให้เวย์ทำยังไง”

เก้าอี้เราติดกัน เขานั่งเอียงตัวหันหน้าเข้าหาเธอ นิ้วโป้งแข็งแรงนั้นก็คลึงหลังมือเธอเบาๆ ใบหน้าหล่อคมก็ออดอ้อนจนณิดาแทบจะใจอ่อนยอมเขาไปเสียทุกอย่าง

แต่ที่ยอมใจอ่อนเพราะเห็นเขาเป็นเด็กอ้อนขอขนมต่างหาก ทัพเวหาช่างทำหน้าตาเหมือนลูกหมาโดนแม่ทิ้งข้างถังขยะได้น่าสงสารเหลือเกิน

“เวย์ใจร้อนเกินไป ทำทุกอย่างเร็วไปหมด หนูนิดอยากดึงเวลาให้ช้าลงหน่อย ถ้าห่างกันแค่นี้เวย์ทนไม่ได้ แล้วหนูนิดจะแน่ใจได้ยังไงว่าเราไปกันรอด”

“เดือนละครั้งได้ไหม”

“รักระยะไกลมีเยอะแยะ คนอื่นยังทำได้เลย นี่เวย์จะไม่ลองอดทนอะไรหน่อยเหรอ แล้วแบบนี้จะให้หนูนิดเชื่อใจเวย์ได้ยังไง” ณิดายอมรับว่าเธอเริ่มชอบเขาขึ้นมาบ้างนิดหน่อย แค่นิดหน่อยเท่านั้นแหละ

“เฮ้อ...ไม่ดีเลยเนอะ”

ทัพเวหาพ่นลมหายใจแล้วล้มตัวลงบนเก้าอี้ ศีรษะทุยนั้นซบไหล่กลมกลึง ผมสีน้ำตาลเข้มของเขากลืนเป็นสีเดียวกันกับเสื้อกันหนาวของเธอ

“เวย์จะได้ใช้เวลาปีนี้ทำงานวิจัยให้เต็มที่ไง อีกไม่นานก็จะได้เป็นดอกเตอร์แล้วนี่นา”

"หนูนิดไม่คิดถึงเวย์บ้างเลยเหรอครับ”

เขากดจุมพิตลงกลางฝ่ามือเธอซ้ำๆ ณิดาดึงมือกลับอย่างเร็วไวแต่ก็สู้แรงเขาไม่ได้ ดังนั้นมือเธอยังคงอยู่ในอุ้งมือของเขาไม่ขยับเขยื้อน

“เวย์อย่าซนสิ...”

เธอดุ แต่แก้มใสกลับร้อนผ่าวซับสีเลือดทีละน้อย ดีหน่อยที่ทัพเวหาไม่เห็น ไม่อย่างนั้นเธอก็ต้องเหนื่อยแสร้งกลบเกลื่อนสีหน้าอีกสองเท่า

“เราจะไม่ได้เจอกันอีกตั้งหนึ่งปีเลยนะ หนูนิดไม่ให้เวย์เอาแต่ใจบ้างเลยเหรอ ใจร้ายจัง”

เขาวนมาจูบหลังมือเธอ ฟันขาวสะอาดค่อยๆ ไล่กัดปลายนิ้วเธอจนครบทุกนิ้ว ณิดาเกร็งไปทั้งร่าง รู้สึกร้อนวูบวาบตั้งแต่ต้นคอลงถึงกลางหลัง เธอทำตัวไม่ถูก ลมหายใจขาดห้วงไปหลายวินาที

เธอต้องใช้พลังงานอย่างมากสูดลมหายใจเข้าลึกไล่จับสติที่บินว่อนกระเจิดกระเจิงให้เข้าที่ ตาสีดำใสเหมือนลูกแก้วนั้นเหลียวมองรอบข้างเพื่อสังเกตว่ามีสายตาตำหนิจากเพื่อนร่วมเดินทางคนอื่นหรือไม่

ทัพเวหาช่างเป็นคนหน้าไม่อายและไม่เกรงใจผู้โดยสารร่วมเครื่องบินลำเดียวกันเลยแม้แต่น้อย

“เวย์หยุดนะ อายคนอื่นเค้า”

“ไม่เห็นต้องอายเลย” ทัพเวหาก็ยังคงขบนิ้วมือเธอไม่ปล่อย

“หนูนิดเจ็บ”

“คนใจดำ เจ็บเป็นด้วยเหรอ”

“น่ะ! ยังจะกัดอีก”

ดุแล้วก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ณิดาทำได้เพียงยอมให้เขาแนบริมฝีปากอุ่นลงบนมือเธอไปจนเครื่องบินลงจอด



กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

“หนูนิดต้องไปแล้ว เขาเรียกขึ้นเครื่องแล้ว ถ้าเวย์ไม่ปล่อยหนูนิดจะตกเครื่องนะ”

“เวย์ขออีกหนึ่งนาทีนะ เวย์ยังทำใจไม่ได้”

“รอบนี้หนึ่งนาทีจริงๆ นะ”

ณิดาบอกอู้อี้กับอ้อมอกอุ่น ทัพเวหากอดเธอแน่นจนแทบหายใจไม่ออก ผู้คนในเกตรอขึ้นเครื่องบินนั้นเหลียวมองจนณิดาอายแทบแทรกแผ่นดินหนีอยู่แล้ว

ผู้โดยสารขาออกไปอุบลราชธานีส่วนมากเป็นคนไทย ดังนั้นความอยากรู้อยากเห็นก็จะเกินชนชาติอื่นอยู่หน่อยๆ ยิ่งเธอหน้าเหมือนดาราเอวีชื่อดัง แล้วทัพเวหาก็คลับคล้ายคลับคลากับพี่ชายผู้เป็นนักฟุตบอลระดับโลกที่มีรูปแปะทั่วสนามบินก็ยิ่งเพิ่มความน่าสนใจไปอีกเท่าตัว

...นั่นแหละ เธอเองก็เพิ่งจะรู้เหมือนกันว่าพี่ชายแท้ๆ ของเขาคือนักเตะขวัญใจคนไทย

ช่างเถอะ นั่นมันไม่สำคัญ ที่สำคัญคือตอนนี้ครบหนึ่งนาทีพอดี

“หนูนิดต้องไปแล้วนะ ถ้าเวย์คิดถึงหนูนิด เวย์ส่งอีเมลมาบ่อยๆ ก็ได้”

เธอผละออกมามองหน้าเขา ใบหน้าหล่อเหลายามนี้ดูหงุดหงิดเหลือเกิน คิ้วหนาพาดเฉียงขมวดจนผูกเป็นโบว์ได้ ปากสีแดงจัดนั้นแบะออกเหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้ ถ้าเธอไม่เอาชื่อพร้อมนามสกุลของเขาไปค้นหาในกูเกิ้ลคงไม่รู้ว่าหมอนี่เป็นนักวิจัยหัวกะทิของอเมริกา และอยู่ในทีมนักวิทยาศาสตร์อันดับต้นๆ ของโลก

จุ๊บ!

“อื้อ!”

ณิดารูปยกมือปิดปากอย่างเร็วไว ตาคู่สวยเบิกโพลง เขาขโมยจูบเธอโดยไม่ทันตั้งตัว ถึงแม้มันจะแค่เอาปากแตะกันแต่นั่นก็สามารถทำให้เธอหน้าแดงเป็นลูกเชอร์รี่ได้เลย

“อื้ม!”

มืออีกข้างรีบยกขึ้นปิดแก้มเมื่อถูกเขาขโมยหอมฟอดใหญ่ ปากเล็กๆ กำลังจะลากบรรพบุรุษเขาขึ้นมาด่าแต่ทัพเวหาก็จับไหล่เธอพลิกหันหลังกลับแล้วดันเธอเข้าเกต

“รีบไปเถอะ หนูนิดจะตกเครื่องนะครับ”

ณิดาหุบปากที่กำลังจะเอ่ยด่านั้นลงฉับพลัน นี่เป็นวินาทีสุดท้ายที่เธอจะได้เห็นหน้าเขาก่อนฤดูหนาวปีหน้า เธอกลืนน้ำลายขมฝาดลงคอ

“แล้วเจอกันที่ซาปาปีหน้านะเวย์”

“ครับ”

ร่างเล็กเดินออกห่างจากทัพเวหา เธอยื่นตั๋วเครื่องบินพร้อมกับพาสปอร์ตให้พนักงานตรวจความเรียบร้อย จากนั้นระยะห่างระหว่างเราก็มากขึ้นทุกที...ทุกที

ณิดาหยุดเดินแล้วหันหลังกลับไปมองร่างสูงที่ยืนนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม รอยยิ้มทรงเสน่ห์ประจำตัวอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา แก้มใสของเขายังมีเลือดฝาดและปากสีแดงสุขภาพดีก็ยังคงน่าอิจฉาเช่นเดิม

มือหนาแสนอบอุ่นที่เคยกุมมือเธอไว้ทั้งวันนั้นโบกลา ณิดาโบกมือตอบ เธอขยับปากให้เขาอ่านโดยไม่ส่งเสียง

“Goodbye”

ทัพเวหาเองก็ขยับปากตอบกลับมาโดยไม่ส่งเสียงเช่นกัน ณิดาอ่านคำที่ออกจากปากเขา ถ้าเธอเดาไม่ผิดมันคือคำว่า ‘See you soon’

...แปลง่ายๆ ก็คือ ‘เจอกันเร็วๆ นี้?’

...หรือว่าเธอเดาผิด?

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว