ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : Daddy 1

คำค้น : Yaoi, NC, 18+, SM

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 15.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 23:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Daddy 1
แบบอักษร

Daddy 1


        “กรี๊ดดดด ปล่อยฉันนะ ปล่อย!!!” เสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นลั่นบ้าน ทำให้ร่างเล็กที่เพิ่งกลับมาจากทำงานพาร์ทไทม์รีบสิ่งเข้าไปในบ้านทันที


          “แม่!” เสียงหวานตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นว่าแม่ของตัวเองกำลังถูกฉุดกระชากลากดึงจากชายชุดดำสองคน


          “ปล่อยแม่พายนะ ปล่อยแม่พาย!”


พลั้ก!


        “โอ๊ย!” ‘พะพาย’ ร้องออกมาทันทีเมื่อถูกผลักจนล้มไปกองกับพื้น


พลั้ก!


        “โอ๊ย เจ็บนะโว้ย!” ก่อนที่ผู้เป็นแม่จะถูกผลักลงพื้นอย่างแรงเช่นกัน ซึ่งตอนนี้พะพายไมเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้แม้แต่น้อย เขารู้แค่ว่าชายชุดดำทั้งสองคนน่ากลัวมาก


          “ครั้งหน้าแกเจ็บกว่านี้อีกถ้าไม่ใช้หนี้เสี่ย” ชายชุดดำคนหนึ่งว่า


          “ก็รอหน่อยไม่ได้หรือไง ตอนนี้มันไม่มี เข้าใจมั้ยว่าไม่มี!”


เพี้ยะ!


        “แม่!” พะพายเรียกแม่อย่างตกใจเมื่อผู้เป็นแม่ถูกตบเข้าที่ใบหน้าฉาดใหญ่


          “อย่ามาปากดี ภายในสัปดาห์หน้าถ้าแกไม่ใช่หนี้...” ชายชุดดำเว้นวรรคก่อนจะมองหน้าแม่ของพะพายอย่างจริงจัง    


          “...แกตายแน่!”...ชายชุดดำกลับไปแล้ว  ทำให้ในบ้านเหลือเพียงแม่และพะพายซึ่งบรรยากาศตกอยู่ในความเงียบ พะพายไม่เข้าใจว่าหนี้ที่ชายชุดดำว่าหมายถึงอะไร? และมันเท่าไหร่? ทำไมถึงต้องขู่จะฆ่าจะแกงกันแบบนี้


          “แม่...” พะพายหันไปเรียกผู้เป็นแม่


          “...” แต่แม่พะพายกลับนิ่งด้วยใบหน้าเคร่งเครียด


          “หนี้ที่ว่านั่น...มันคืออะไร? พายไม่เข้าใจ”


          “...” แม่พะพายยังคงเงียบ


          “แม่ตอบพายสิ ว่ามัน...”


          “หนี้หนึ่งแสนที่ฉันไปติดเสี่ยงจวง พอใจหรือยัง!!” ผู้เป็นแม่แทรกขึ้นเสียงดังด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด แหงแหละ...แค่คิดเรื่องหนี้ก็ปวดประสาทจะตายอยู่แล้ว ยังต้องมาตอบคำถามลูกอีก ปวดหัวเว้ย!


        “เสี่ยจวง...?” พะพายทวนคำผู้เป็นแม่ก่อนจะนึกขึ้นได้


          “เสี่ยจวงเจ้าของบ่อนงั้นเหรอแม่? นี่แม่ไปเข้าบ่อนมาเหรอ? ตั้งแต่เมื่อไหร่? ทำไมแม่...”


          “โอ๊ยยยยย เลิกถามฉันสักที ฉันกำลังจะบ้าตายอยู่แล้วแกเห็นมั้ย? เมื่อกี้แกได้ยินแล้วใช่มั้ยว่ามันจะฆ่าฉัน แกได้ยินมั้ยมันจะฆ่าฉัน!!” แม่ของพะพายโวยวายออกมาทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความกลัว แม้ก่อนหน้านี้จะใจกล้าปากเก่ง แต่ความจริงแล้วเธอกลัวมาก กลัวที่จะถูกฆ่าตายจริงๆ


          “...” พะพายนิ่งไปทันทีเมื่อเห็นท่าทางของแม่ เขาไม่เคยเห็นแม่ร้องไห้แบบนี้ ไม่เคยเห็นแม่กลัวจนตัวสั่นขนาดนี้ บวกกับกิตติศัพท์ความโหดของเสี่ยจวง ทำให้เขารู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้แค่ขู่แน่ๆ


          “ฮึก แม่ไม่ร้องนะครับ แม่อย่าร้องนะ” พะพายว่าเสียงเครือพร้อมกับค่อยๆ ร้องไห้ตามแม่


          “ฉันจะเอาเงินที่ไหนไปใช้มัน ที่ฉันเข้าบ่อน ฉันก็แค่อยากรวยทางลัด ฉันอยากให้ความเป็นอยู่มันดีขึ้น แต่ฉันก็เสีย เสียจนต้องเป็นหนี้”


          “ฮึก พายเข้าใจแล้วครับ พายเข้าใจแล้ว” พะพายโผเข้ากอดผู้เป็นแม่เอาไว้พร้อมกับร้องไห้ออกมาอย่างหนัก พอเห็นแม่กลัว เขากลับกลัวยิ่งกว่า ถ้าพวกนั้นทำอะไรแม่ของเขาจริงๆ เขาจะทำยังไง?


          “ถ้าภายในสัปดาห์หน้าฉันหาเงิน...”


          “ไม่ครับ เราจะต้องมีเงินไปคืน” พะพายพูดแทรกขึ้น


          “หนี้ตั้งหนึ่งแสน ฉันจะไปหามาจากไหน?”


          “พายจะไปเองครับ”


          “ไป?...อย่าบอกนะว่า...”


          “ครับ ที่แม่บอกว่านายทุนเขาหาซื้อตัวแรงงานไปทำงานที่ใต้ ฮึก พายจะไป” ใช่แล้ว...เมื่อไม่นานมานี้มีนายทุนมาซื้อตัวผู้หญิงและผู้ชายไปทำงานทางภาคใต้ (บ้านพะพายอยู่ภายเหนือ) ซึ่งให้ค่าหัวคนละหนึ่งแสน กับสัญญา 1 ปี พะพายไม่รู้รายละเอียดอะไรมาก แต่พะพายเห็นว่ามีพี่แถวบ้านไป เพราะบ้านของพี่คนนั้นก็ยากจนพอๆ กับพะพาย ซึ่งถ้าเขาไป แม่ก็จะได้เงินแสนมาใช้หนี้ แม้จะไม่รู้ว่า...งานที่เจอคืออะไรก็ตาม


          “กะ...แกพูดจริงเหรอ?” แม่ของพะพายถามย้ำ


          “ครับ ฮึก ถ้ามันจะช่วยแม่ได้ พายจะทำ”


          “ขอบใจมากนะ ขอบใจแกจริงๆ” ผู้เป็นแม่ว่าพร้อมกับโผกอดพะพาย แม้ในใจจะอดใจหายวาบไม่ได้กับสิ่งที่พะพายตัดสินใจ ใช่...งานที่ว่าก็คือ...ขายบริการ ซึ่งเธอเคยไปทำมาสมัยสาวๆ และมันทำให้เธอพลาดมีลูกแฝดขึ้นมาสองคน จนต้องกลับบ้านเกิด มาทำไร่ ทำสวน หาเงินประทังชีวิตไป พอมีทุนสักหน่อยก็เปิดร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ เพราะเมื่อลูกชายทั้งสองโตก็เป็นคนทำงานหาเลี้ยงตลอด ถามว่าเธอไม่เป็นห่วงลูกเหรอที่จะไปที่นั่น? มันก็ห่วง แต่ถ้าให้เลือกระหว่างชีวิตตัวเองกับเลือดเนื้อเชื้อไขที่เกิดจากความผิดพลาด เธอก็เลือกที่จะเป็นแม่ที่เลว ที่เลือกชีวิตตัวเองละกัน!


          “แม่ช่วยโกหกพิงได้มั้ย? บอกว่าพายไปทำงานที่กรุงเทพหรือไปไหนก็ได้ เพราะถ้าพิงรู้ว่าพายไปกับนายทุนคงต้องเป็นห่วงมากแน่ๆ” พะพายกำลังหมายถึงน้องชายฝาแฝดที่ตอนนี้ยังไม่กลับมาบ้านเพราะน่าจะทำงานพาร์ทไทม์อยู่


          “อืม ฉันจะไม่บอกมัน จะเป็นความลับระหว่างแกกับแม่” แต่ถ้าน้องชายแกมันอยากจะตามไป ฉันก็ขอไม่ขัดนะ...

....อีกด้านหนึ่ง...ภาคใต้...

       “การประมูลเป็นไงบ้างครับ?” เสียงทุ้มถามขึ้นทำให้ร่างสูงที่เพิ่งเดินเข้ามาในบ้านชะงัก


          “อืม เรียบร้อยดี”


          “งั้นแปลว่าเราได้เกาะ L แล้วใช่มั้ยครับ?”


          “ใช่ แต่ฉันว่าจะลงไปดูพื้นที่อีกครั้ง ยังไงก็ช่วยจัดแจงคนสำหรับไปที่เกาะให้ด้วย”


          “ได้ครับ” ลูกน้องคนสนิทตอบรับก่อนจะเดินออกไป ทำให้ทั้งบ้านตกอยู่ในความเงียบเมื่อเหลือเพียง ‘คิมหันต์’ คนเดียว ใช่แล้ว...เขาค้ารังนก หรือที่เรียกว่าทำสัมปทานรังนกนี่แหละ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเพิ่งไปประมูลเกาะมาได้หนึ่งเกาะที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขามากนัก นับว่าเป็นเกาะที่ 5 ที่เขามีแล้วก็ว่าได้ ความจริงธุรกิจนี้ส่งตรงมาจากพ่อของเขา และเขาก็มารับช่วงต่อทำให้การทำงานไม่ลำบากมากนัก แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือการแย่งชิงเกาะ การมีปัญหากับคู่แข่ง ซึ่งเขาต้องระวังเรื่องนี้มากที่สุด


          “คุณคิมครับ” เสียงเดิมดังขึ้นทำให้คิมหันไปมอง


          “มีอะไรดล?”


        “เสี่ยอาจบอกว่าสัปดาห์หน้าจะมีเด็กมาใหม่ คุณคิมจะไปหรือเปล่าครับ?”


          “ถ้าว่างก็ไป” คิมตอบสั้นๆ ซึ่งลูกน้องคนสนิทอย่างดลก็ทำได้แค่โค้งรับและเดินออกไปอีกครั้ง ใช่แล้ว...สถานที่ที่ดลหมายถึงคือ ‘ซ่อง’ โดยเสี่ยอาจจะเป็นเจ้าของซ่องบอกกับนายทุนที่คอยไปกว้านซื้อเด็กๆ ทั้งหญิงและชายเข้ามาในร้าน หลังจากให้เศรษฐีทางใต้เฉยชมพอหอมปากหอมคอแล้วก็จะส่งไปต่อที่ประเทศเพื่อนบ้าน นับว่าเวลาในสัญญาหนึ่งปี นายทุนได้กำไรเกิน 10 เท่าตัวก็ว่าได้


ครืดดดด

เสียงโทรศัพท์ของคิมหันต์ดังขึ้นทำให้ตาคมหันไปมอง เมื่อเห็นว่าเบอร์ที่โทรเข้าเป็นเบอร์แปลก ใจแรกก็ไม่อยากรับ แต่คิดว่าอยากจะมีธุระสำคัญก็เลยกดรับจนได้


          “ฮัลโหล”


          (“ฉันกำลังกลับไทย”) เสียงทุ้มที่คุ้นหูที่เหมือนกับคิมหันต์ไม่มีผิดดังขึ้น ทำให้คิ้วหนาขมวดมุ่นทันที


          “แล้วไง บอกกูทำไม?” คิมหันต์ถามกลับด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง


          (“ก็อยากบอกให้รู้ไว้”)


          “เฮอะ กูไม่เคยอยากรู้เรื่องของมึง ไม่ต้องโทรมาหากูอีก” พูดจบคิมหันต์ก็กดวางสายไปทันที โดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ทะท้วงอะไร แต่จริงๆ คนอย่าง ‘คีตะ’ ไม่มีทางทักท้วงอะไรอยู่แล้ว ใช่...มันคือพี่ชายของเขา พี่ชายฝาแฝดซะด้วย แต่เพราะพ่อแม่ของเขาแยกทางกันตั้งแต่พวกเขาอายุ 18 จนตอนนี้พวกเขา 36 แล้ว นับว่า 18 ปีที่ห่างกันมันทำให้ความสัมพันธ์ของพี่น้องไม่เหลือเลยก็ว่าได้ ก็นะ...ในเมื่อเขามาอยู่ใต้กับพ่อ มารับช่วงต่อสัมปทานรังนก ส่วนมันไปอยู่อเมริกากับแม่ ซึ่งแม่คงให้มันรับช่วงต่อธุรกิจนั่นแหละ เพราะฉะนั้นเขากับมันเลยเหมือนเส้นขนานที่ไม่มีทางมีบรรจบกันอยู่แล้ว เขาไม่ได้เกลียดมัน และมันก็คงไม่ได้เกลียดเขา แต่เราไม่เหลือความสัมพันธ์ใดๆ ต่อกัน แค่คนรู้จัก...ยังยากเลย


          “หงุดหงิดชิบหาย” คิมหันต์พึมพำขึ้น


          “สงสัยต้องไปหาที่ปลดปล่อย” ว่าแล้วมือหนาก็หยิบกุญแจรถแล้วเดินออกจากบ้านไปทันที...


          “อ๊ะ...อ๊า...อ๊า...เจ็บ...อ๊า...” เสียงครางกระเส่าของหญิงสาวดังขึ้นเมื่อถูกกกระทำอย่างรุนแรง มือบางถูกมัดเอาไว้กับหัวเตียงส่วนขาก็ถูกจับตั้งฉาก


          “อึก” คิมหันต์กัดฟันพร้อมกระแทกกระทั้นตัวอย่างแรงเพื่อระบายอารมณ์หงุดหงิดที่มีก่อนหน้านี้ ใช่...ที่นี่คือซ่อง ที่ๆ เขาจะใช้ผ่อนคลายระบายอารมณ์ ก็นะ...พวกผู้หญิงหรือผู้ชายที่ยอมขายศักดิ์ศรีตัวเองเพื่อเงิน มันก็มีหน้าที่รองรับอารมณ์ของเขาไปนั่นแหละ


          “อ๊า...แรงไป...อ๊า...”


          “นอนเฉยๆ” เสียงทุ้มว่าเสียงเข้ม ทำให้หญิงสาวนิ่งงันไปทันที ก่อนจะต้องหลับตาลงเพื่อรองรับแรงกระแทกที่รุนแรงต่อไปก่อนที่คิมหันต์จะปลดปล่อยออกมา


          “อ๊า!!”

...

เปิดตัวพระ-นายของเราแบบ...5555555555 เรื่องนี้ไม่ต้องกลัวดราม่าค่ะ เพรามีดราม่าแน่นอน เตรียมกอดปลอบน้องพายดีๆ นะคะ ทีมแม่ๆ งื้อออออออออ

___จางบิวตี้___

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว