ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Immor' 1st | รัก 'พี่น้อง' 1 [UP 100%]

ชื่อตอน : Immor' 1st | รัก 'พี่น้อง' 1 [UP 100%]

คำค้น : เอสไซร้แอล บาป

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 26

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ย. 2561 09:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Immor' 1st | รัก 'พี่น้อง' 1 [UP 100%]
แบบอักษร

คำเตือน :: นิยายเรื่องนี้มีเนื้อหาที่ผิดศีลธรรม มีสิ่งอัศจรรย์และสิ่งที่คุณไม่คาดคิดแฝงในเนื้อหา โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน หากไม่ชอบให้กดปิดเลยค่ะ

EPISODE 1

“บอกแม่ไปสิ ว่าแอลไม่หิว…” 

“น้องเอส ไปอาบน้ำสิลูก จะได้มากินข้าวกินปลา” หญิงสาววัยกลางคนหน้าตาสะสวย แม้อายุเกินเลข 3 ใบหน้ายังคงอ่อนเยาว์ต่างจากหญิงรุ่นราวคราวเดียวกัน เธอสั่งให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนที่กำลังนอนเล่นเกมในมือถือบนโซฟาตัวกว้างให้ไปอาบน้ำทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อย เพื่อที่จะได้ลงมารับประทานอาหารเย็น

เมื่อเด็กหนุ่มวัย 18 ปีได้ยินคำสั่งจากผู้เป็นแม่ ก็กะเง้ากะงอดทำท่าขี้เกียจ แต่เมื่อเจอสายตาดุๆ จากแม่ของเขาแล้ว ก็รีบสปริงตัวลุกจากโซฟาตัวยาวทันที ถึงแม้ว่าแม่ของตนภายนอกจะดูใจดี แต่แท้ที่จริงๆ แล้ว ภาพลักษณ์ภายนอกของแม่นั้น เป็นเพียงแค่เปลือกนอก ลองทำให้แม่ของเขาได้โมโหสิ ใครก็เอาไม่อยู่

“แม่ วันนี้เอสไม่กินข้าวนะ เอสกินมาที่งานเลี้ยงแล้ว” ก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้ขึ้นชั้นบนของบ้าน ก็ไม่ลืมบอกผู้เป็นแม่ ว่าเขาไม่ขอทานข้าวเย็น งานเลี้ยงที่เขาว่านั้น เป็นงานเลี้ยงขึ้นปีใหม่ ที่กลุ่มเพื่อนๆ ในห้องร่วมใจกันจัดขึ้นในตอนเย็นหลังเลิกเรียน โดยมีคุณครูที่ปรึกษาเป็นผู้ดูแล

“เดี๋ยว เอส” คงไม่ทันเสียแล้ว เมื่อลูกชายตัวดีของเธอรีบวิ่งขึ้นบันไดไปอย่างรีบร้อน ทำให้เกิดเสียงกระทบกันของไม้ลั่นไปทั่วบริเวณ หญิงสาววัน 42 ปีอดที่จะส่ายหัวเอือมระอากับพฤติกรรมของลูกชายไม่ได้

ในอีกด้านนั้น เด็กสาวร่างบางที่นุ่งกระโจมอกด้วยผ้าขนหนูลายหมีกำลังนั่งเป่าผมอยู่ที่โต๊ะเครื่องแป้ง เธอฮัมเพลงในคอด้วยความอภิรมย์ ในหัวพลางคิดอะไรเรื่อยเปื่อย

แกรก แกรก

เสียงบางอย่างทำให้เธอชะงักการเป่าเส้นผม เธอปลายตามองไปที่ต้นกำเนิดของเสียง ดวงตากลมโตจ้องมองกลอนประตูที่กำลังขยับไปมา ที่เกิดจากการบิดจากข้างนอก

“…แอล เปิดประตูให้พี่” และต่อมาเสียงทุ้มแหบของผู้ชายที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายของเธอก็ดังขึ้นหลังบานประตู ชั่ววินาทีนั้นเด็กสาวลังเลที่จะเปิด เนื่องจากว่าเธออยู่ในชุดที่ไม่เหมาะสมเท่าไหร่ และนอกจากนั้นคือเธอไม่ไว้วางใจพี่ชายคนนี้เลยแม้แต่น้อย

“หนูแต่งตัวอยู่ พี่เอสมีอะไรหรือเปล่า” เธอกลั้นใจตะโกนเสียงดัง มือข้างใดข้างหนึ่งกำปมกระโจมอกแน่น หัวใจเธอเต้นแรงและเสียงดังดั่งกลองสะบัดชัย

“พี่บอกให้เปิดประตู”

เด็กสาวนิ่งเงียบและใช้ความคิดว่าเธอควรทำอย่างไร และเช่นกันว่าคนอีกฝั่งของประตูก็ไม่ได้เร่งให้เธอเปิดประตูแต่อย่างใด นั่งทำให้เธอโล่งอกไปเปราะหนึ่ง พี่ชายของเธออาจจะกลับเข้าห้องตัวเองไปแล้วก็เป็นได้

ตึง!!

แต่เธอคิดผิดมหันต์ บานประตูที่สั่นไหวพร้อมกับเสียงกระทบที่ดังสนั่น สร้างควาตกใจให้เด็กสาวไม่น้อย เธอกำลังตกอยู่ภวังค์ของความกลัว

“แอลอยากให้พ่อกับแม่รู้เรื่องของเรามากใช่ไหม?” คำขู่ที่เป็นเหมือนตัวตัดสินชะตากรรมดังมาจากปากของผู้เป็นพี่ และนั่นยิ่งทำให้เด็กสาวกลัวมากขึ้นกว่าเดิม

จนแล้วจนรอดเธอก็ต้องเดินไปเปิดประตูด้วยดวงตาแดงก่ำ วินาแรกที่สบตาของพี่ชาย แขนอ่อนทั่วตัวก็พากันขนลุกขนชัน เพราะแววตาของพี่ชายนั้นกำลังมองลามเลียไปที่ร่างกายของเธออย่างโจ่งแจ้ง

“เด็กดี…อย่าดื้อรู้ไหม” มือหนาของเด็กหนุ่มวางบนศรีษะของผู้เป็นน้องสาว ออกแรงโยกเบาๆ จนศรีษะโคลงเคลงไปมา “ร้องไห้ทำไม หืม”

“ปะ…เปล่า แอลไม่ได้ร้อง” เด็กสาวส่ายหัวเป็นพัลวัน เธอปฏิเสธทั้งๆ ที่หลักฐานว่าเธอร้องไห้ก็ปรากฏอยู่ทนโท่ น้ำตาหยดที่สองพึ่งไหลอาบแก้มเมื่อครู่นี้ แต่ก็ถูกเช็ดออกด้วยนิ้วหัวแม้มือของเด็กหนุ่ม

เด็กหนุ่มผละมือออกจากศรีษะของเด็กสาว และเดินผ่านร่างบางเข้าไปในห้องนอนของเธอ เขาเดินที่โต๊ะเครื่องแป้งและสำรวจครีมทาผิวที่ตั้งบนโต๊ะ เขาหยิบขวดครีมขึ้นมา เปิดฝาและสูดดมกลิ่น กลิ่นที่เป็นกลิ่นเดียวที่อยู่บนตัวของน้องสาวของเขา ที่เด็กหนุ่มมักชอบสูดดมเป็นประจำ

“แอลมานั่งตรงนี้สิ พี่จะทาครีมให้” เด็กชายตบเก้าอี้หนังหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ที่ก่อนหน้านี้เด็กสาวพึ่งนั่ง ไออุ่นยังคงตึดตรึงอยู่ที่เบาะจนเขารู้สึกได้ “ล็อกประตู”

กริก

เด็กสาวจำยอมต้องทำ เด็กสาวก้าวขาที่สั่นเทาของตัวเองให้ไปหาพี่ชายของเธอ แต่คงจะช้าเกินไปและไม่ทันใจผู้พี่ ร่างบางของเธอจึงถูกกระชากด้วยแรงมหาศาลของชายวัยเจริญพันธ์ให้ไปนั่งที่เบาะหนังได้สำเร็จ

เด็กหนุ่มย่อตัวลง หัวของเขาเสมอหน้าท้องของเด็กสาว ลมหายใจอุ่นร้อนเป่าลดต้นขาอ่อนของเธอ จนทำให้เธอสะดุ้งเป็นช่วง

“อ๊ะ” ความเย็นของเนื้อครีมที่ตกกระทบผิวช่วงขา ทำให้เธอสะดุ้งและครางออกมาแผ่วเบา สถานการณ์ที่สุ่มเสี่ยงสุดๆ กำลังทำให้เธอกลัวจนน้ำตาจะไหล

เด็กสาวไม่ได้ใช่เด็กน้อยผู้อ่อนต่อโลก เธออายุ 15 ย่าง 16 ที่อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะ 16 เต็มตัวแล้ว ถึงแม้จะดูเหมือนเด็กน้อยไม่รู้ประสา แต่เธอก็ไม่ได้โง่พอที่จะไม่รู้เรื่องพวกนี้

ฝ่ามือหนาของผู้เป็นพี่ชายชโลมไปทั่วขา เริ่มจากหน้าขาก่อนที่ไล่ระดับต่ำลงจนไปสิ้นสุดที่ข้อเท้า จากนั้นก็บีบครีมใส่ฝ่ามืออีกครั้งแล้วชโลมที่ขาอีกข้าง

ในใจของเขาคิดแต่เพียงว่า ร่างกายของเธอเป็นของเขา ผิวเนียนใสก็เป็นของเขา เขาเพียงคนเดียวที่จะได้เชยชมและแตะต้อง ผิวของเด็กสาวช่างลื่นมือ ไม่ว่าจะลูบไล้กี่หนก็ไม่เคยทำให้เด็กหนุ่มเบื่อเลยสักครั้ง

มือหนาเริ่มไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ลูบไล้วนเวียนอยู่แถวขาอ่อน มีบางครั้งที่นิ้วของเขาเฉียดกับผ้าขนหนูที่ปิดบังของสงวนของเด็กสาว และทุกครั้งที่นิ้วของผู้เป็นพี่ชายเฉียดโดน เด็กสาวก็นั่งเกร็งและตัวสั่นยิ่งกว่าเดิม

หมับ!

และดูเหมือนว่าความอดทนของเด็กสาวก็หมดลง เมื่อมือหนาของพี่ชายพยายามเลื่อนขึ้นมาใต้ร่มผ้าขนหนู

“ม…ไม่เอาแล้ว พอ…แล้ว” เธอตะครุบมือใหญ่ของพี่ชายแล้วดันออกให้ห่างตัว แต่ก็เป็นไปได้ยากเมื่อแรงของเด็กผู้หญิงตัวเล็กจะไปสู้อะไรไดกับแรงที่มากมายของคนผู้พี่ ที่มักอออกกำลังกายอยู่สม่ำเสมอ

“อย่าดื้อสิแอล พี่จะทาครีมให้” คนตัวใหญ่เน้นเสียงหนัก เกิดความรำคาญขึ้นมาในใจเมื่อน้องสาวแสนยั่วยวนช่างแสนดื้อดึง เขาจคงตัดสินใจผละมือออก แล้วยกร่างบางในชุดกระโจมอกที่จะหลุดจากร่างอยู่รอมร่อ

“อ๊ะ! พ…พี่เอส ปล่อยหนูนะ” คนตัวเล็กตกใจผวา เธออดที่จะกอดคอผู้เป็นพี่ชายไม่ได้ เพราะความกลัวตก ทันทีที่สายมองไปที่พื้น จะไม่ได้กลัวความสูงได้อย่างไร ในเมื่อเด็กหนุ่มสูงเกือบราวๆ 182 ส่วนเด็กสาวสูงเพียง 158 เท่านั้น 

 “…เด็กดื้อต้องโดนลงโทษ”

พูดจบเขาก็ทุ่มร่างบางของเด็กสาวลงบนเตียงนุ่ม ร่างของเธอกระเด้งขึ้นมาหนึ่งครั้งพร้อมกับเส้นผมที่เปียกชื้นกระจัดกระจายไปทั่ว ผ้าขนหนูลายหมีที่เคลื่อนต่ำลงจนหน้าอกที่ยังเจริญเติบโตยังไม่เต็มที่โผล่พ้นออกมา จนเกือบเห็นยอดปทุมสีหวาน

แขนเล็กถูกตรึงทั้งสองข้างด้วยฝ่ามือเพียงข้างเดียว แววตาที่ตื่นตระหนกของเด็กสาวเปรียบเหมือนกวางน้อยที่หลงมาอยู่ในถ้ำเสืออย่างเด็กหนุ่ม

เขาเลียกปากตัวเองอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อทัศนียภาพที่ตนเห็นตอนนี้ช่างเย้ายวนจนปุกสันชาติญาณดิบให้ลุกโชน มืออีกข้างที่ว่างเว้น ลูบไปตามส่วนโค้งเว้าของร่างกายผู้เป็นน้องสาวที่สั่นไปทั้งตัว

“ฮึก…พี่เอส ปล่อยหนู ย...อย่าทำ…” ร่างเล็กสะอื้นไห้อย่างหวาดกลัว เธอไม่คิดเลยว่า นับวันพี่ชายของเธอจะยิ่งรุกเธอหนักขึ้นเรื่อยๆ เริ่มแรก เขาคอยมาแทะโลมด้วยแววตา คอยสาดสายตาแปลกๆ มองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าอยู่บ่อยๆ แต่เธอก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะเห็นว่าเป็นพี่ชายที่เห็นมาตั้งแต่แบเบาะ

หลังจากนั้นพี่ชายของเธอก็ชอบมานั่งอยู่ในห้องของเธอในขณะที่เธอนั้นกำลังอาบน้ำ บ้างก็อ้างว่าแอร์ในห้องเปิดไม่ติด บ้างก็อ้างว่าเหงาไม่มีเพื่อนคุย ทั้งๆ ที่พี่ชายของเธอนั้นเพื่อนเยอะ…และสาวติดตรึมจะตาย แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กสาวสงสัยอะไรในตัวพี่ชายของเธอ

จนกระทั่งหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา…เด็กหนุ่มเข้ามาในห้องของผู้เป็นน้องสาว ตอนที่เธอนั้นกำลังหลับไหลอยู่บนเตียงในกลางดึก

ร่างหนาที่ยังโตไม่เต็มที่ขึ้นคร่อมร่างเล็กที่หลับตาพริ้มนอนอย่างสบายใจ เด็กหนุ่มมองน้องสาวด้วยสายตาที่ล้ำลึก เป็นสายตาที่เขาไม่เคยมองน้องคนนี้มาก่อน ความรู้สึกใคร่อยากทำให้เขาทำมากกว่าการมอง สองมือพยายามปลดชุดนอนของน้องสาวอย่างเบามือ เพราะไม่ต้องการให้เธอตื่นขึ้นมา

เป็นเรื่องที่น่าเซอร์ไพรซ์ที่น้องสาวของเขาไม่ได้ใส่ซับใน แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้แปลกใจอะไรเท่าไหร่ เพราะน้องสาวคนนี้มักไม่ค่อยระวังตัวเองอยู่เสมอ จนบางทีเขาเผลอคิดว่าเด็กสาวกำลังให้ท่า ทอดสะพานให้เขาอยู่

“…อื้อ” เสียงครางอื้ออึงดังขึ้นอย่างรำคาญ เมื่อเด็กหนุ่มพยายามที่จัดการชุดนอนไม่ให้พ้นทาง เขาลุ้นเล็กน้อยว่าน้องสาวของเขาจะตื่นขึ้นมาไหม แต่ไม่กี่วินาทีต่อมา เธอก็กลับสู่ห้วงนิทราดังเดิม

ต่อมาร่างกายที่เกือบจะเปลือยเปล่าก็ถูกประจักษ์ต่อสายตาของผู้เป็นพี่ชาย มีเพียงอันเดอร์แวร์สีหวานที่ปกคลุมพื้นที่สงวนของเด็กสาวเอาไว้

อึก…

เสียงกลืนน้ำลายของเด็กหนุ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัด มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจที่ดังสม่ำเสมอของน้องสาวเท่านั้น

เด็กหนุ่มดูหนังผู้ใหญ่มาก็ตั้งเยอะ เคยช่วยตัวเองมาก็หลายครั้ง แต่พอมาเจอกับของจริงตรงหน้า รูปร่างที่ซ่อนรูปของน้องสาว ส่วนโค้งเว้าที่โดดเด่น สิ่งที่ผู้หญิงควรจะมี น้องสาวของเขาไม่น้อยหน้าใคร

มืออันเย็นเฉียบแตะและลูบไล้ไปที่หน้าท้องแบนราบ เลื่อนลงมาต่ำขึ้นเรื่อยๆ จนมาหยุดที่อันเดอร์แวร์สีหวาน เป็นอีกครั้งที่เขากลืนน้ำลายอย่างอดกลั้น

เด็กหนุ่มโน้มตัวลงต่ำจนใบหน้าชิดกับสะดือบุ๋ม เขาแลบลิ้นออกมาแล้วไล้เลียรอบแอ่งสะดือปิดท้ายด้วยกันจูบประทับ เขาสร้างรอยสีกุหลาบรอบๆ สะดืออย่างสนุกและตื่นเต้น ยามเห็นรอยที่เขาสร้างอยู่บนตัวน้องสาวแล้ว ยิ่งรู้สึกอยากทำมากกว่านี้

ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศและความร้อนจากอะไรสักอย่างที่ยุกยิกอยู่ที่สะดือ ทำให้เด็กสาวสะลึมสะลือตื่นขึ้มมา เมื่อพอเห็นว่าสภาพของตัวเองเป็นแบบไหนก็แทบตกใจอยากกรีดร้องขอให้คนช่วย แต่เมื่อเห็นว่าคนที่คร่อมเธออยู่นั้นเป็นใครก็ทำให้เธอแทบอยากจะร้องไห้

“พ…พี่เอส” น้ำเสียงที่เธอเปล่งออกมาปนสั่นเล็กน้อย ความอายทำให้เธอเริ่มที่จะดิ้น แล้วพยายามกระชับชุดนอนให้เข้าที่เข้าทางเพื่อปิดบังหน้าอกจากพี่ชาย

เธอทั้งกลัวและสับสน…พี่ชายของเธอกำลังคิดจะทำอะไร

พี่ชายที่เห็นมาตั้งแต่เด็กๆ

“…นิ่งๆ ไว้” น้ำเสียงของพี่ชายเธอช่างแหบแห้งเหมือนคนอดอยากน้ำมาแรมวัน จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้อย่างไร การที่เห็นร่างกายของผู้เป็นน้องสาวที่มันแสนจะเย้ายวนจนเอาอดใจไม่ไหว

หลายครั้งหลายคราที่เขาเฝ้ามองน้องสาวของตัวเอง และแอบจินตนาการคนเดียวอยู่ในหัว จะเป็นอย่างไรนะถ้าเขาได้ใช้มือของตัวเองลูบไล้ไปตามเนื้อหนังมังสาใต้ร่มผ้าของสาวคนนี้ แต่ก็หลายครั้งเช่นกันที่เขาได้แต่คิด เพราะไม่มีความกล้าพอ แต่แล้ววันนี้ความปรารถนามันล้นออกจนทำให้เขาตบะแตก เด็กหนุ่มอดใจไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว

ลิ้นร้อนเลียไล้บริเวณซอกคอของซากเล็กในขณะที่เด็กสาวก็ได้แต่ตัวสั่นใต้ร่างของคนร่างหนา เธอทั้งสับสนและกลัวไปหมด อยากจะร้องเรียกให้พ่อกับแม่มาช่วยใจจะขาด แต่…

“แอลรู้ไหม ถ้าแอลบอกพ่อแม่ พวกท่าจะเครียดขนาดไหน แอลอยากให้พวกท่านเครียดกว่าเดิมงั้นเหรอ…” คำขู่แสนร้ายกาจทำให้เด็กสาวกลืนน้ำลายดังอึก เมื่อมาลองคิดตามคำพูดของผู้เป็นพี่ชาย ก็ทำให้เธอน้ำตาไหลออกมาอย่างช่วยไม่ได้

ธุรกิจเล็กๆ ของพ่อตอนนี้กำลังย่ำแย่เพราะพิษของเศรษกิจ เมื่อพ่อเครียด แม่จึงเครียดตาม หากเรื่องของเธอแลพี่ชายรู้ถึงหูบุพการี ท่านจะเครียดมากมายเพียงใดกัน ที่ต้องมารับรู้ว่าลูกชายลูกสาวของตนนั้น มีความสัมพันธ์ที่มากกว่าพี่น้อง

แต่เธอต้องทนให้พี่ชายกระทำชำเลาแบบนี้กับเธอต่อไปเรื่อยๆ งั้นหรือ?

แค่คิดร่างเล็กก็ร้องไห้ออกมาจนสะอึกก้อนสะอื้นของตัวเอง

เธอส่ายศรีษะไปมาเพื่อต่อต้านการกระทำของผู้เป็นพี่ ซึ่งมันหาได้สะท้านเด็กหนุ่มไม่ เขายังคงฉวยชิมความหอมหวานจากซอกคอที่หอมกรุ่น ขบเม้มจนพอใจแล้วผละออกมามองหน้าของร่างเล็ก

เพียงเห็นน้ำตาของน้องสาว หัวใจเขาก็สั่นไหวอย่างรุนแรง “…อย่าร้องไห้สิ เด็กดี”

มือหนาเคลื่อนไปลูบศรีษะของเด็กสาวอย่างแผ่วเบา หากเป็นก่อนหน้านี้ เด็กสาวจะรู้สึกดีและอบอุ่นมาก เมื่อได้รับการปลอบใจ แต่ทว่าครั้งนี้ ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง

“พ…พี่เอส เฮือก!” ร่างเล็กกระตุกทันที ที่บางสิ่งบางอย่างที่เธอไม่คุ้นชิน กำลังรุกร้ำพื้นที่สงวนที่เธอเฝ้าทำความสะอาดดูแล ไม่เคยมีใครเคยจับต้อง นอกจากพ่อแม่ที่เคยทำความสะอาดให้ครั้นที่เธอยังเล็ก

แต่พี่ชายของเธอกลับเป็นคนขโมยสิทธิ์นั้นไป

นิ้วร้ายเกี่ยวตวัดอันเดอร์แวร์ให้พ้นทาง จากนั้นก็ลูบวนไปมาตรงกรีบกุหลาบสีหวาน หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นแรง เมื่อได้มาจับของจริงแล้ว พายุอารมณ์ของเขายิ่งแรงกว่าเดิมจนแทบสกัดกั้นไม่อยู่

“อ๊ะ พะ…พี่เอส พี่จะทำอะไรหนู” ความรู้สึกแปลกประหลาดทำให้เธออยู่ไม่สุข เด็กสาวดิ้นเร่าในขณะที่นิ้วแกร่งของเขากำลังขยับไปมาตรงส่วนนั้น

การดิ้นของเธอในครั้งนี้ ทำให้เสื้อผ้าหลุดลุ่ยมากกว่าเดิม หน้าอกที่เธอปกป้องปรากฏต่อสายตาเด็กหนุ่มอีก และมันยากเหลือเกินที่เขาจะไม่เผลอหลุบตามอง

“อ๊ะ! อะ พ…พี่เอส” เด็กสาวไม่เข้าใจตัวเอง ไม่เข้าใจความรู้สึกที่กำลังเกิด เธอสับสนและกระวนกระวายใจ รู้อยู่เต็มอกว่าสิ่งที่เธอกำลังพบและสิ่งที่พี่ชายกำลังกระทำกับร่างกายของเธอนั้นคือเรื่องที่ผิด ไม่มีพี่น้องที่ไหนเขาทำกันอย่างนี้

“ชู่ว…อย่าเสียงดัง เดี๋ยวพ่อแม่ตื่น” พูดจบนิ้วของเด็กหนุ่มก็ดุนดันเข้าในตัวของเธอ เริ่มจากหนึ่งนิ้วขยับเข้าออกเป็นจังหวะเนิบนาบ เมื่อร่างกายของน้องสาวคุ้นชินจึงเพิ่มเป็น 2 นิ้ว

และความเจ็บทำให้เด็กสาวต้องหวีดร้องออกมาเสียงดัน แต่ก็ถูกมืออีกข้างของเด็กหนุ่มตระครุบไว้ได้ทัน ทำให้เสียงไม่ได้เล็ดลอดออกไปจากห้องนี้

เมื่อเด็กหนุ่มมองไปที่นิ้วของเขา หัวใจก็พลันเต้นแรงเมื่อเห็นคราบเลือดที่เปรอะเต็มทั้งสองนิ้ว พร้อมกันนั้น น้ำตาแห่งความเสียใจของผู้เป็นน้องสาว ก็ไหลออกมาอาบแก้มแทบเป็นสายเลือด

สิ่งที่เรียกว่าความบริสุทธิ์ก็ถูกพรากไปจากเด็กสาว ถูกพรากไปตลอดกาล โดยมิอาจย้อนกลับมาคืนได้

กลับมาที่ปัจจุบัน

ร่างเล็กร้องไห้ด้วยความหวาดหวั่น สายตาที่มองพี่ชายไม่ใช่ในฐานะน้องสาวอีกต่อไป เธอไม่รู้ว่าหลังจากนี้เรื่องแบบนั้นจะเกิดกับเธออีกไหม

ความเจ็บปวดในคืนนั้นเธอจจำได้ดี และมันจะเป็นฝันร้ายของเธอไปตลอดกาล

“พี่ไม่ทำอะไรแอลหรอก…พี่จะลงโทษแอล ไม่ต้องกลัวนะ” เขากระชากผ้าขนหนูออกไปให้พ้นทาง โดยที่เธอนั้นไม่ได้ทันตั้งตัว ร่างกายเปลือยเปล่าที่มีหยดน้ำเกาะบ้างปะปรายยลโฉมต่อสายของเด็กชาย

อึก…

เสียงกลืนน้ำลายที่ดังกว่าเสียงลมหายใจ

“ล…ลงโทษอะไร” รู้ทั้งรู้ว่าไอ้เรื่องลงโทษคงไม่พ้นเรื่องอย่างว่า แต่ถ้าหากคำถามโง่ๆ คำถามนี้จะเป็นการต่อเวลาให้นานขึ้น เธอก็ยินดีจะถามแบบโง่ๆ ต่อไป

“เดี๋ยวแอลก็รู้เอง…” ว่าจบเด็กหนุ่มก็เคลื่อนร่างกายต่ำลงไปเรื่อยๆ จูบซับหยดน้ำตามร่างกายของน้องสาว ผ่านแอ่งสะดือบุ๋ม และมาหยุดที่หว่างขาเนียน

เด็กสาวสะดุ้งตัวโยน เธอดันหัวของผู้พี่ให้พ้นทาง ก่อนที่จะเอ่ยห้ามด้วยท่าทีร้อนรน “ม…ไม่นะ พี่เอย อย่า…ตรงนั้น ไม่ได้”

แต่เสียงของเธอที่เปล่งออกมาเมื่อครู่นั้น ไม่ได้ทำให้พี่ชายเธอหยุดการกระทำ น้ำเสียงติดสั่นของเธอนั้นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มทนไม่ไหวยิ่งกว่าเดิม ไม่พูดอาจจะเป็นผลดีมากกว่า

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

“แอลลูก มากินข้าวได้แล้ว” ทุกอย่างพลันหยุดชะงักลง เมื่อเสียงของผู้เป็นแม่ของเด็กทั้งสองดังขึ้นหลังประตู้ห้องบานใหญ่

พี่ชายและน้องสาวบนเตียงนอน มองหน้ากันอย่างไม่ได้นัดหมาย อีกคนกำลังกระวายกระวาย แต่อีกคนกลับยิ้มชอบใจที่ได้เห็นน้องสาวของตนทำสีหน้าหวาดหวั่น

“พ…พี่เอส แม่…แม่มาแล้ว ปล่อยหนูสิ” ทั้งๆ ที่แม่ก็อยู่แค่เอื้อมมือ แต่เด็กสาวไม่สามารถร้องเรียกให้ผู้เป็นแม่มาช่วยได้ คำพูดเหล่านั้นมันเหมือนติดอยู่ที่ลำคอ ไม่สามารถเค้นออกมาได้เสียที เพราะความกลัวกระมังที่เป็นตัวกั้นเอาไว้

“…” เด็กหนุ่มหาได้สนใจสิ่งที่เด็กสาวบอก เขาเริ่มจูบที่ขาด้านในของเด็กสาว ดูดดุนและสร้างรอยสีกุหลาบไปทั่วหน้าขา

“อ๊ะ! พี่เอส…” เด็กสาวกัดปาก ตวามรู้สึกบางอย่างตีกันไปมั่ว เธอขนลุกไปทั้งตัว แค่เพียงพี่ชายของเธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้สิ่งสงวนเธอก็อายจนจะแย่ นี่เล่นเป่าลมหายใจอุ่นร้อนที่พร้อมแผดเผาร่างกายของเธอรดต้นขา ก็สร้างความปั่นป่วนให้เธอได้ไม่น้อย

“แอล ได้ยินแม่ไหม” เมื่อลูกสาวไม่ยอมตอบเสียที ผู้เป็นแม่ภายนอกห้องจึงพูดขึ้นอีกครั้ง

“บอกแม่ไปสิ ว่าแอลไม่หิว…” คำพูดแสนร้ายกาจออกมาจากปากของผู้เป็นพี่ เธอน้ำตาปริ่มระรื่นขอบตาอีกครั้ง เธอไม่อยากโกหกแม่เลย “หรือว่าแอลอยากให้แม่รู้ แม่จะได้เครียดกว่าเดิม เอางั้นก็ได้นะ”

ยิ้มชั่วร้ายบวกกับคำพูดของพี่ชายทำให้เธอต้องส่ายหน้าไปมาพัลวัล เธอจำใจต้องโกหกแม่ออกไป “อ…แอลไม่หิวค่ะแม่ ฮึก…”

ท้ายเสียงเธอแอบสะอื้นเบาๆ มือทั้งสองข้างของเธอปิดหน้าปิดตา ร้องห่มร้องไห้เพราะความอายและรู้สึกผิดต่อผู้เป็นพ่อเป็นแม่ ที่แอบมามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่มากกว่าพี่น้องกับพี่ชาย

“ลูกสองคนนี้เป็นอะไรกันหมด คนพี่ก็ไม่กิน คนน้องก็ไม่กิน” เสียงของหญิงวันกลางคนบ่นออกมาอย่างระอา เธอคิดอยากให้ลูกตัวน้องของเธอทั้งสองกลับไปเป็นเด็ก ที่ไม่ว่าตอนไหนก็ชอบร้องขอให้ทำอะไรให้กิน ก็แหงสิ เด็กทั้งสองเล่นกลับมามอมแมมทุกวัน ส่วนมากเสียพลังงานไปการการวิ่งเล่นกัน

เสียงฝีเท้าของผู้เป็นแม่เดินจากไป เด็กหนุ่มผละออกจากผิวส่วนล่างของเด็กสาว แล้วรั้งร่างเล็กเข้ามาในอ้อมแขน เขากอดเธอที่กำลังปิดหน้าปิดตา ร้องห่มร้องไห้อย่างทรมาณ ถึงแม้ว่าเขาอยากจะ ‘ทำมากกว่านี้’ แต่ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเห็นร่างที่สั่นเทิ้มเพราะเขา เด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะใจอ่อนยวบ

เขายอมทนทรมาณ เพราะไม่อยากเห็นน้ำตาของน้องสาว ไม่อยากให้เธอร้องไห้ เขารู้ตัวว่าเป็นคนเลว เป็นคนไม่ดี แต่เพราะความรู้สึกของคนมันห้ามกันไม่ได้ “เลิกร้องได้แล้ว พี่ไม่ลงโทษแอลแล้วไง”

“ฮึก…ฮืออ” เธอร้องไห้ไม่หยุด ความรู้สึกอันหลากหลายตีตื้นอยู่เต็มอก เธอกำลังสับสนอย่างรุนแรงกับท่าทีของผู้เป็นพี่ชาย

“พี่บอกให้หยุดร้อง หรือแอลอยากให้พี่ทำโทษแอลต่อ” เมื่อไม่เห็นว่าน้องสาวจะหยุดร้องไห้เสียที คนเป็นพี่จึงออกคำขู่ มันได้ผลเล็กน้อย เพราะไม่กี่วินาทีต่อมา เสียงสะอื้นก็เบาลงจนแทบไม่มีเสียง แต่เด็กสาวก็ยังคงไม่ได้เอามือทั้งสองออกจากใบหน้า เธอเดาว่าพรุ่งนี้เช้า ตาของเธอคงบวมแน่นอน

เธอหวังว่ามันจะไม่เป็นจุดสนใจจนทำให้แม่ของเธอซักไซร้ถามหาเหตุผล

“พ…พี่เอส ปล่อยหนู” เวลาเนิ่นนานที่ร่างเล็กของเด็กสาวถูกกอดรัดอย่างแน่นหนา เหมือนกลัวว่าเธอนั้นจะลอยหายไป เมื่อตั้งสติได้ และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับร่างใหญ่ จึงออกคำสั่งให้เขาปล่อยเธอ แต่ก็คงเป็นเพียงลมปากที่ไหลไปตามสายลม เพราะพี่ชายของเธอนั้นไม่คิดจะปล่อยร่างเล็กของเธอ

เขาไม่ได้หลับไป แค่กำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

“เงียบๆ แล้วอยู่นิ่งๆ อย่าหยุกหยิก เดี๋ยวมันตื่นอีกรอบแล้วจะยุ่ง” เด็กหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่เจือปนความหื่นกระหาย ลองให้ผู้ชายมากอดผู้หญิงร่างกายเปลือยเปล่าสิ จะมีสักที่คนที่ทนได้ เขานับถือใจตัวเองจริงๆ

เด็กสาวงุนงงกับคำพูดของพี่ชาย อะไรจะตื่น? ถ้าตื่นแล้วเธอจะโดนอะไร แต่พอเธอได้ใช้เวลาคิดกับคำพูดของร่างหนา หน้าพลันก็เห่อร้อนขึ้นมา ทั้งอายทั้งอึดอัด

เธอร่างเปลือย ไม่มีแม้แต่เสื้อผ้าสักชิ้นที่จะมาปกปิดสิ่งสงวน แต่นั่นก็คงไม่ได้ทำให้เธอเป็นกังวลเท่าไหร่ ถ้าพี่ชายของเธอ ไม่ได้พยายามจะกอดรัดเธอแน่นกว่าเดิม

หน้าอก…ของเขาและเธอชนกัน  

เช้าวันรุ่งขึ้น

เป็นไปตามคาด ดวงตาของเด็กสาวบวมเป่งจากการร้องไห้ ซ้ำไร้พิษไขยังเล่นงานร่างกายของเธออีก ต้นเหตุมากจากการที่เธอนอนเปลือยเปล่าตากอุณหภูมิเย็นเฉียบของเครื่องปรับอากาศทั้งคืน ถึงแม้ว่าจะได้อยู่ในอ้อมกอดของพี่ชายที่ดูเหมือนว่าจะอบอุ่น แต่เอาเข้าจริงๆ ความอบอุ่นนั้นก็ไม่ส่งมาถึงตัวเธอ

ผู้เป็นแม่ของเธอเข้ามาถามไถ่อาการอย่างห่วงหา ลูกสาวของเธอเป็นเด็กไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่นัก เนื่องจากว่ามีหอบหืดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว การที่เห็นลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนมาพลอยป่วยอย่างนี้ หัวอกคนเป็นแม่จึงอดไม่ได้ที่จะเป็นทุกข์ร้อน

“ไปทำอะไรมาหื้ม ถึงได้เป็นไข้ได้” หญิงวัยกลางคนใช้มืออ่อนนุ่มลูบหน้าผากของเด็กสาวอย่างอ่อนโยน เธอไม่คิดที่จะต่อว่าหรือด่าทอกับความไม่รู้จักดูแลตัวเองของลูกสาว

“เอ่อ…” ทันทีที่ได้ยินคำถามของผู้เป็นแม่ เหตุการณ์เมื่อคืนก็ฉายภาพซ้ำราวกับฉายภาพยนตร์ ที่ทั้งเสียงดังและกึกก้อง พลันใบหน้าของเธอก็ร้อนเห่ออย่างช่วยไม่ได้

ใครจะไปบอกกันล่ะ ว่านอนแก้ผ้าทั้งคืน

“เอาล่ะๆ วันนี้ก็พักผ่อนอยู่บ้าน เดี๋ยวแม่โทรไปลาครูให้ โอเคไหม?” เด็กสาวพยักหน้าหงึกหงักพร้อมกับซุกตัวเข้าไปในผ้าห่ม เมื่อมองหน้าของผู้เป็นแม่คราใด ก็ทำให้เธออยากจะร้องไห้ออกมาเท่านั้น

หัวใจของเธอยิ่งเจ็บปวด เมื่อแม่ใจดีกับเธอมากเหลือเกิน เด็กสาวรักพ่อกับแม่มาก แต่ดูสิ่งที่เธอทำกับพี่ชายของเธอสิ ช่างเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว หากพวกท่านรู้ เธอคงเจียนจะขาดใจตาย และไม่สามารถมีชีวตอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว

หญิงสาววัยกลางคน เปิดประตูออกจากห้องไป เหลือแต่เพียงร่างบางที่หน้าอกพึ่งตั้งเต้าได้ไม่กี่ปี ที่กำลังนอนคุดคู้อยู่ภายใต้ผ้าห่มผืนหนา

เสียงเปิดประตูดังขึ้นอีกครั้ง เด็กสาวจึงนึกสงสัยว่าผู้เป็นแม่เดินกลับเข้ามาทำไม จึงโผล่หน้าออกมาจากผ้าห่ม เพื่อที่จะถามไถ

แต่ทว่าผู้ที่เข้ามานั้นไม่ใช่ผู้เป็นแม่ของเธอ หากแต่เป็นคนที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอป่วยอยู่แบบนี้ “พี่เอส…”

“ได้ข่าวว่าแอลป่วย…” ร่างสูงกว่า 180 ในชุดนักเรียนของสถาบันชื่อดัง ย่างก้าวเดินเข้ามาที่เตียงของผู้เป็นน้องสาว อย่างคุ้นชิน “เป็นยังไงบ้าง”

สายตาที่อบอุ่นถูกฉายทอดออกมาจากดวงตาสีนิลของเด็กหนุ่มวัย 18 ปี เขามองน้องสาวอย่างเอ็นดูและเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก หากแต่ว่าความรักที่ว่านั้น…มิใช่ความรักฉันท์ผู้เป็นพี่ที่มีให้แก่น้อง

“อ…แอลไม่ได้เป็นอะไร อ๊ะ!” ร่างกายบอบบางที่ปกคลุมไปด้วยความร้อนจากพิษไข้ กระตุกเกร็งทันทีที่ มือหนาของเด็กหนุ่มสัมผัสอย่างแผ่วเบาที่หน้าผาก

“…ไม่ได้เป็นอะไรได้ไง ฮึ?” ร่างสูงทรุดตัวลงนั่งร่วมเตียงกับน้องสาว ใบหน้าของเขาขยับเข้าไปใกล้เด็กสาวที่นอนตัวสั่นอยู่บนเตียงเรื่อยๆ โดยไม่คิดจะถอยกลับ หรือกลัวผู้ใดมาเห็น “ตัวก็ร้อนขนาดนี้…แอลยังโกหกพี่อีกเหรอ”

“…” ร่างบางหลับตาปี๋ทันทีที่ใบหน้าของพี่ชายโฉบเข้ามาใกล้ จนสัมผัสได้ถึงความอุ่นร้อนของลมหายใจที่กลิ่นมิ้นต์จากยาสีฝัน

“แล้วอีกอย่าง…พี่ชอบตอนที่แอลแทนตัวเองว่าหนูมากกว่านะ” ใบหน้าของเด็กหนุ่มให้กับเด็กสาวจนถึงขนาดที่ว่า เมื่อยามที่เขาขยับปากพูด ริมฝีปากของเขาก็เสียดสีกับแก้มเนียนใสของน้องสาว “มันน่ารักจนพี่อดใจไม่ไหวเลยล่ะ…”

คำพูดที่แสนน่าขนลุกมาพร้อมกับการพรมจูบไปทั่วแก้ม ร่างบางตัวสั่นสะท้านด้วยอาการตื่นตระหนก พิษไข้ที่ก่อนหน้านี้ทำให้อุณหภูมิร่างของเธอร้อนระอุอยู่แล้ว กลับเพิ่มความร้อนยิ่งขึ้นอีก ต้นเหตุมาจากพี่ชายของเธอ

“พ…พี่เอส พอเถอะ” ในที่สุดเด็กสาวก็กลั้นใจตอบออกไปจนได้ เพราะเธอกลัวที่จะมีใครเปิดประตูมาเห็น กลัวไปหมดทุกอย่าง พี่ชายคนนี้ของเธอ ทำให้เธอหวาดระแวงไปหมด

ทำไมกันนะ ทำไมพี่เอสต้องทำแบบนี้กับเราด้วย

นี่คือสิ่งที่เด็กสาวคิดอยู่ในใจ แต่ก็ไม่มีโอกาสได้พูดออกไปตามใจคิด

เด็กหนุ่มได้ยินคำร้องขอของผู้เป็นน้องสาวเต็มสองหู แต่เขากลับทำตามคำขอของเธอไม่ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากหยุด เพียงแค่ทำเธอป่วยจนเป็นไข้ เขาก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว แต่เพราความหอมหวานและความเย้ายวนเมื่อได้สัมผัวร่างกายของผู้เป็นน้องสาว มันก็ยากเหลือเกินที่จะยับยั้งตัณหาของเขา

รู้ตัวอีกที เด็กหนุ่มก็ประกบริมฝีปากลงไปบนปากเล็กของผู้เป็นน้องสาวเสียแล้ว

ความหวานไม่ได้จางหายไปจากปากของผู้เป็นน้องสาวเลยสักนิด ทว่านับวันมันกลับหวานขึ้น จนเขาแทบคลั่ง และอยากเก็บน้องสาวคนนี้ไว้คนเดียว

เด็กหนุ่มรับรู้ได้ถึงร่างกายที่สั่นเทิ้มของร่างบางใต้ร่าง เขาจึงผละริมฝีปากออก ความรู้สึกผิดรุมเล้าเต็มทรวง เมื่อเห็นสายตาที่แดงก่ำของน้องและหยดน้ำใสที่ไหลออกมาจากดวงตากลมโต

“ฮึก…พี่เอส ท…ทำแบบนี้ทำไม” เขารู้สึกผิดกับน้องสาวเหลือเดิน แต่ในขณะเดียวกันก็เอ็นดูในความไร้เดียงสา จนอดไม่ได้ที่จะเผลอแกล้งให้น้องเสียขวัญเล่น

“พี่ดูดพิษไข้ออกให้แอลไง ไม่ดีเหรอ?”

​[Waiting For Next Upload]

โอ๊ยย เกลียดดด 


อิเอสมันหื่นมากกกกกกก บอกไว้ก่อนใครรับไม่ได้กดปิดเลยนะคะ

เดี๋ยวเรื่องมันจะบาปขึ้นเรื่อยๆ 5555 ยังไม่มีอะไรที่คุณไม่รู้หลายอย่าง

อย่าพึ่งตัดสินนน

ความคิดเห็น