ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 8: ค่ายทหาร

ชื่อตอน : ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 8: ค่ายทหาร

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2563 08:44 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 8: ค่ายทหาร
แบบอักษร

“ เป็นไปได้ยังกัน รีบรักษาสิ โบรุๆ”

 

“ ไม่ทันแล้ว โบรุๆ เขาตายแล้ว สมองเสียหาย ร่างไร้การตอบสนองโดยสิ้นเชิง โบรุๆ”

 

“ นะ....น่ากลัวมาก โบรุๆ ข้าเห็นมัน ลูกเหล็กที่ทรงพลังกว่าปกติอย่างเทียบไม่ติดน่ะ มันเจาะผ่านคลื่นโล่ของเจ้าได้และ ด้วยความแม่นยำที่น่ากลัวนั่นทำให้มันเจาะเข้าที่ตาของเขาเต็มๆเลย โบรุๆ”

 

นักธนูด้านข้างกล่าวด้วยเสียงสั่น

 

“ บัดซบแล้ว ไง โบรุๆ พวกเราต้องถอยแล้ว ด้วยจำนวนที่มากกว่าเราเสียเปรียบมาก พลังคลื่นจักรวาลต้องหมดก่อนแน่เลย โบรุๆ”

 

ว่าแล้วพวกเขาก็รีบถอยไปอย่างรวดเร็ว เพราะกลัวโดนการยิงที่แม่นยำนั่นเข้า หากตนอยู่กับที่เป็นเป้านิ่งเพียงชั่วครู่ล่ะก็มีหวังได้ลงโลงเป็นแน่ แต่ดูเหมือนว่าฝ่ายคู่อริจะไม่ปล่อยพวกเขาไปง่ายๆเสียแล้ว

 

ผู้บัญชาการสูงสุดของค่ายนั้นออกมาดูเหตุการณ์ด้วยตัวเอง นานพอสมควรแล้ว จึงสั่งลงไปอย่างไม่ลังเล “ อย่าให้พวกมันหนีไปได้ อาวุธชุดเกราะของพวกมันมีค่าเป็นอย่างมาก เป็นไปได้ให้จับเป็น แต่ด้วยความเร็วขนาดนั้นคงเป็นไปได้ยาก งั้นอนุญาติให้ใช้เครื่องยิงลูกระเบิดสกัดพวกมันไว้”

 

เหล่าทหารปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเป็นระเบียบ เครื่องยิงลูกระเบิดขนาดต่างๆ ถูกบรรจุลูกระสุนอย่างรวดเร็ว ค.60 M32 M79 ระเบิดมือ และอื่นๆ ถูกสาดกระหน่ำยิงออกไปทันที

 

ฟิ้วๆๆๆๆ...........

 

เสียงยิงอันเงียบเชียบพุ่งออกไปในทิศทางต่างๆซึ่งคาดว่าพวกมันจะเคลื่อนที่ไป เมื่อกระสุนเหล่านั้นกระทบพื้นก็เกินแรงระเบิดขึ้นตามๆกัน ร่างทั้ง 8 ถูกกลืนหายเข้าในดงระเบิด

 

ตู้มๆๆๆๆๆ............

 

พื้นดินสั่นสะเทือน เสียงอึกกระทึกดังสนั่นจนต้องใช้มืออุดหู เวลาผ่านไปเมื่อทุกอย่างสงบลง เหล่าทหารที่ได้รับมอบหมายก็เข้าไปสำรวจพื้นที่ดังกล่าวอย่างละเอียด แต่กลับกลายเป็นว่าพวกเขาไม่พบอะไรเลย นอกจากพื้นที่ว่างเปล่าเป็นหลุมเป็นบ่อ แม้เพียงเศษซากก็ไม่มี มีเพียงเปลวไฟเล็กๆที่ยังคงลุกไหม้อยู่

 

นั่นทำให้ผู้บัญชาค่ายขมวดคิ้วเป็นปม ถึงตายอย่างน้อยพวกมันก็น่าจะเหลือซากบ้าง แต่นี้กลับไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ศพตัวที่ตายก็ไม่มี แสดงว่าพวกมันคงหนีไปได้อย่างแน่นอน แต่เป็นไปได้ยังไงกัน ชุดเกราะพวกนั้นทรงพลังถึงขนาดระเบิดก็ไม่อาจฆ่าพวกมันได้เชียวหรือ สิ่งมีชีวิตปริศนาพวกนั้นมาจากไหนกัน ความคิดคาดการหลายอย่างวนเวียนอยู่ในหัวของเขาตลอดเวลา

 

........................

 

พื้นที่ห่างไกลจากค่ายทหารหลายกิโลเมตร ปรากฏร่างทั้ง 7 ที่หอบหายใจอย่างหนักหน่วง และหนึ่งร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้น ชุดเกราะของพวกเขาแตกร้าวเต็มไปด้วยร่องรอยความเสียหาย ส่งกลิ่นเหม็นไหม้ลอยโชยออกมาตลอดเวลา สภาพทั่วทั้งร่างสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผลน้อยใหญ่จากแรงระเบิด แต่งแต้มด้วยรอยเลือดสีฟ้าเป็นหย่อมๆ ใบหน้าต่างก็ซีดขาวกันหมดทุกคน

 

“ แคกๆ โบรุๆ ดูเหมือนว่าพวกเราจะรอดมาได้อย่างหวุดหวิดด้วยไอเทมเคลื่อนย้ายฉับพลันนะ โบรุๆ”

 

“ ถึงมันจะราคาแพงแต่ชีวิตของเราย่อมสำคัญกว่านะ โบรุๆ มนุษย์พวกนั้นใช่มนุษย์ที่เรารู้จักแน่หรือ โบรุๆ”

 

“ ยังจะถามอีก โบรุๆ มันแตกต่างอย่างสิ้นเชิงอยู่แล้ว โบรุๆ พวกมันไม่ใช่มนุษย์ที่ถือดาบถือหอกใส่เกราะเหล็กเกราะหนังที่แสนอ่อนแอพวกนั้นอย่างแน่นอน โบรุๆ”

 

“ ใช่แล้ว โบรุๆ ถึงร่างกายพวกมันจะอ่อนด้อย แต่ดูอาวุธที่น่ากลัวของมันสิ โบรุๆ ทรงพลังถึงขนาดทำลายชุดเกราะเราจนเป็นสภาพอย่างนี้ อย่างน้อยพวกมันจัดอยู่ในเผ่าระดับ 4 นะ โบรุๆ”

 

“ หึๆ โบรุๆ เจ้าคำนวณแค่ความสามารถของพวกมันในปัจจุบันเท่านั้น โบรุๆ หากพวกมันเรียนรู้และใช้พลังจักรวาลได้ในอนาคตแล้วล่ะก็คงอยู่ในระดับเดียวกับเราอย่างแน่นอนโบรุ นั่นคือ เผ่าระดับ 5 โบรุๆ”

 

“ อื่ม นั่นก็ใช่นะ โบรุๆ พอมาคิดเล่นๆดูตอนนี้หากพวกเรามีจำนวนเท่ากับพวกมัน เข้าต่อสู้กัน ผลออกมาคงเป็นฝ่ายเราที่ชนะด้วยการสูญเสียพวกพ้องไป 30% โบรุๆ นี่คือตอนที่พวกมันยังใช้พลังคลื่นจักรวาลไม่ได้ โบรุๆ”

 

 

“ เราต้องรายงานไปยังศูนย์ใหญ่แล้ว โบรุๆ ว่ามิตินี้มีเผ่าระดับ 5 ปกครองอยู่ หากมีคนหลงเข้ามาอาจเป็นการเพิ่มศัตรูโดยไม่จำเป็นก็ได้ โบรุๆ ถ้าจะให้ดีอย่างน้อยเราก็ยังสามารถผูกมิตรทำการค้ากันได้ซักนิดก็ยังดีนะ โบรุๆ”

 

..................................

 

ตัดฉากมาที่พระเอกของเรา ตอนนี้เซนและเมย์กำลังช่วยกันล่าหมูป่าตัวใหญ่ยิ่งกว่าช้างอยู่ เขี้ยวโค้งงอยื่นออกมาจากปากของมันช่างแหลมคมอันตรายยิ่งนัก ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของมันทำให้ต้นไม้รอบข้างล้วนหักโค่นไปตามๆกัน การโจมตีของมันเต็มไปด้วยความป่าเถื่อน พุ่งชนโดยไม่สนใจใดๆทั้งสิ้น นั่นทำให้เซนมองมันเป็นแค่หมูโง่ตัวนึงเท่านั้น

 

ตู้มมมม.....

 

เสียงหินก้อนใหญ่แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ผู้ที่กระทำกลับยืนเซด้วยความมึนงง ถึงจะมีร่างกายที่แข็งแกร่งเพียงใดเมื่อถูกกระแทกด้วยแรงมหาศาลหลายๆครั้งก็ต้องมีเจ็บมีช้ำบ้างล่ะ หมูป่าเบื้องหน้าก็ไม่มีข้อยกเว้น ดูเหมือนว่าตอนนี้มันจะเริ่มเหนื่อยแล้ว หากมันไปไล่ขวิดคนธรรมดาคงสามารถจัดการกับเหยื่อได้อย่างรวดเร็ว แต่มันดันเลือกขวิดผิดคนซะนี่ คนที่มีความเร็วของสายฟ้า ต่อให้วิ่งขวิดจนชาติหน้าก็คงไม่สามารถแตะได้แม้แต่ชายเสื้ออย่างแน่นอน

 

เซน “ ตอนนี้มันคงเหนื่อยได้ที่แล้ว เมย์จัดการเลย”

 

เมย์ที่ลอยตัวอยู่บนอากาศเมื่อได้รับสัญญาณแล้วจึงปล่อยหินก้อนใหญ่พุ่งดิ่งลงไปทุบหัวเจ้าหมูป่าจนน็อคตายคาที่ในครั้งเดียว ด้วยขนาดของก้อนหิน บวกแรงโน้มถ่วงของโลก บวกพลังผลักดันของเมย์ และบวกกับสภาพของเจ้าหมูที่โดนล่อไปชนนู่นชนนี่จนอ่วมไปทั้งตัวมีหรือที่มันจะรอดจากการโจมตีปิดฉากครั้งนี้

 

ตอนนี้พลังของเมย์เริ่มแสดงความโกงออกมาอย่างชัดเจน พลังในการยกสิ่งของของเธอถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือพลังผลักและดึงนั่นเอง เปรียบเทียบง่ายๆก็คล้ายๆกับพลังของแม่เหล็กนั่นล่ะ ที่สามารถดูดสิ่งของเข้ามาหาตัวเองและผลักสิ่งของไปยังทิศทางที่ต้องการได้ นั่นรวมถึงผลักตัวเองให้ลอยขึ้นเหนือพื้นได้อีกด้วย ยิ่งมีสิ่งกีดขวางมากเท่าไหร่นั่นยิ่งทำให้เธอเคลื่อนที่กลางอากาศได้รวดเร็วหลายทิศทางมากขึ้นเท่านั้น

 

และสถานที่นี้ก็เต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ทำให้เธอไม่ต้องไปเผชิญหน้ากับเจ้าหมูโง่ตรงๆ เพียงแค่รออยู่บนอากาศอย่างสบายๆเท่านั้น หากให้เธอลงไปวิ่งบนพื้นคงไม่อาจหนีการโจมตีของมันพ้นอย่างแน่นอน การฆ่าสัตว์กลายพันธุ์ครั้งแรกของเธอทำไมถึงง่ายอย่างนี้นะ แน่อยู่แล้วว่าส่วนนึงเป็นเพราะว่ามีเซนคอยช่วยอยู่

 

เซน “ ว่าแต่เราจะขนเจ้าหมูโง่หนักสิบตันไปที่ค่ายยังไงดีล่ะ”

 

เมย์ “ ....... ”

 

-----------------------

 

ผลสรุปสุดท้ายเซนต้องเรียกสมุนไจแอนท์ออกมาหนึ่งตัวเพื่อช่วยแบกหมู่ป่ากลายพันธุ์ตรงหน้า เพียงแค่โยนเมล็ดลงพื้นมันก็งอกรากแตกกิ่งก้านสาขาจนกลายเป็นต้นไม้ยักษ์สูง 8 เมตรรูปลักษณ์คล้ายคิงคองที่แขนทั้งสองข้างของมันยาวและใหญ่กว่าขา มันขดรากใต้ดินขึ้นมาพันผสานกันจนกลายเป็นเท้าขนาดใหญ่ ขยับขาก้าวเดินอย่างไม่ติดขัด สองแขนช่วยพยุงถ่วงดุลดั่งการเดินของคิงคองไม่มีผิด

 

โอมมมมม......

 

มันร้องเสียงดังก้มหัวที่เต็มไปด้วยใบไม้นุ่มดั่งขนสัตว์เข้ามาคลอเคลียเซนอย่างออดอ้อนดั่งหมาแมวตัวหนึ่ง

 

เซนจึงลูปหัวให้มันเป็นรางวัลก่อนการใช้งาน “ เออๆรู้แล้วๆ ไปทำงานได้แล้วเอ็ง แบกเจ้าหมูนั่นตามมาดีๆล่ะ ถ้าไม่ไหวบอกจะได้เรียกเพื่อนเอ็งมาช่วย”

 

แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ต้องเรียกมาเพิ่ม เพราะด้วยร่างกายใหญ่โตสูงเกือบ 8 เมตรแบบนี้การยกหมูป่าหนัก 10 ตันจะเป็นเรื่องง่ายสำหรับมัน แถมยังใช้แขนเพียงข้างเดียวอีก ผมคงคำนวณความสามารถของมันต่ำไป เดิมทีต้นไม้ธรรมดาก็เป็นสิ่งที่ทรงพลังตามธรรมชาติของมันอยู่แล้ว เมื่อโลกยังปกติดีมีสัตว์ป่าที่ไหนบ้างที่สามารถโค่นต้นไม้ใหญ่ได้ด้วยตัวตัวมันเองเพียงลำพัง

 

แต่ก็นะข้อเสียของมันก็เห็นได้อย่างชัดเจน ผมต้องจอดรถพักข้างทางเพื่อรอเวลาให้มันฟื้นพลังทุกหนึ่งชั่วโมง เดินทางหนึ่งชั่วโมงพักหนึ่งชั่วโมงกว่าจะถึงค่ายทหารผมใช้เวลาเดินทางตั้ง 5 ชั่วโมงจากปกติที่ใช้เพียงแค่ 40-60 นาทีเท่านั้น ช่างเป็นการเดินทางที่แสนทรมานจริงๆ เดินช้าไม่พอยังต้องพักเท่าเวลาเดินอีก โอ้นี่มันสลอธชัดๆ

 

รู้สึกว่าหัวของเขามันเริ่มอุ่นๆขึ้นมาแล้วสิเนี่ย อ่า...ช่างมันเถอะคิดซะว่าดีกว่ามาไม่ถึงละกัน เขาต้องหยุดรถห่างจากค่ายประมาณสามร้อยเมตรเพราะมีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมา

 

“ รถกระบะเบื้องหน้ากรุณาหยุดอยู่กับที่ด้วย ขอย้ำอีกครั้งกรุณาจอดรถแล้วลงมาด้วย ไม่อย่างนั้นพวกเราจะถือว่าพวกคุณเป็นศัตรูและจะโจมตีทันที ดังนั้นหากไม่ประสงค์ร้ายก็ขอให้พวกคุณปฏิบัติตามที่บอกด้วย”

 

แน่นอนว่าเซนต้องทำตามพวกเขาอย่างว่าง่าย เพื่อแสดงความจริงใจ มีใครบ้างที่ไม่ระแวงเจ้าไจแอนท์ด้านหลังล่ะจริงไหม ทั้งตัวใหญ่แถมยังแบกสัตว์กลายพันธุ์ไว้บนบ่าด้วยท่าทีสบายๆอีก หากเจ้าตัวแบบนี้มาเดินวนเวียนที่ฐานเขา เขาก็ระแวงเช่นกัน อาจจะต้องรีบกำจัดมันทิ้งด้วยซ้ำ

 

เมื่อเหล่าทหารเห็นว่าคนเบื้องหน้าทำตามที่บอกอย่างว่าง่ายจึงถอนหายใจออกมาอย่างโลกอก หากให้สู้กับเจ้าตัวใหญ่นั่นล่ะก็มีหวังต้องเสียอาวุธหนักไปไม่น้อยเลยทีเดียว ปืนธรรมดาจะสะกิดผิวมันได้รึเปล่าก็ยังไม่รู้ ไม่กี่วันก่อนพวกเขาเพิ่งเสียเพื่อนไปยี่สิบกว่าคนจากการสู้กับพวกเกราะดำ เสียอาวุธไปมากมายแต่กลับฆ่ามันได้แค่ตัวเดียว

 

ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือพวกเขาแทบจะไม่ได้อะไรจากการสู้รบครั้งนั้นเลย ไม่รู้ว่าพวกมันเป็นตัวอะไรมาจากไหน ได้มาเพียงลูกศรธนูและหน้าไม้ของพวกมันแค่สิบดอกเท่านั้น พวกนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัยต่างก็ตื่นเต้นเพราะมัน แต่หารู้ไม่ว่าเพราะลูกศรสิบดอกนี้ได้พรากชีวิตเพื่อนร่วมรบของตนไปถึงยี่สิบคน ยิ่งประชากรมนุษย์ในตอนนี้มีน้อยยิ่งกว่าน้อยเสียอีก โลกในตอนนี้ไม่ได้เป็นของมนุษย์อีกต่อไป

 

ทหารสิบกว่านายเดินถือปืนยาวออกมาคุยกับเซนอย่างเป็นมิตร แตกต่างจากท่าทีในตอนแรกอย่างลิบลับ นั่นทำให้เซนเริ่มรู้แปลกๆ อะไรเนี่ย...แค่เห็นหน้าก็ลดการระวังตัวขนาดนี้ ลักษณะแบบนี้เรียกได้ว่าแทบจะไม่มีความระแวดระวังเลยก็ว่าได้ อุส่าจะทำเป็นไม่สงสัยร่องรอยสงครามที่เป็นหลุมเป็นบ่อไกลๆนู่นแล้วนะ

 

“ ไม่ทราบว่าพวกคุณมาจากไหนงั้นเหรอครับ”

 

เซนเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจก่อนจะตอบออกไป “ เดิมทีผมอยู่แถวๆห้างใหญ่น่ะครับ พอดีว่าบังเอิญได้ยินประกาศทางวิทยุเข้า ก็เลยจะลองมาที่ค่ายแห่งนี้เพื่อแลกเปลี่ยนของซะหน่อยน่ะครับ”

 

“ ฮ่าๆๆ คุณคงลำบากมากทีเดียวที่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ในโลกที่เปลี่ยนแปลงไปแบบนี้ คุณมาแลกเปลี่ยนของกับทางเราเฉยๆเหรอครับ ทำไมไม่มาอยู่ที่ค่ายนี้ซะเลยล่ะ คนที่มีพลังพิเศษแบบคุณจะได้รับการดูแลจากทางเราอย่างดีเลยนะ เรียกว่า VIP ก็ยังได้”

 

เซนเอามือเกาหัวพรางตอบอย่างเกรงใจ “ อ่อ ไม่ล่ะครับ พอดีผมมีสถานที่ที่ต้องดูแลน่ะ ตอนนี้อยู่ที่ไหนก็อันตรายเหมือนกันนั่นล่ะ ยิ่งโลกเป็นแบบนี้ก็ไม่ควรหาความสุขสะบายใส่ตัว ผมว่าเราควรแข็งแกร่งขึ้นอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อวันข้างหน้าดีกว่านะครับ”

 

ทหารตรงหน้าต่างก็มองเซนไปในทิศทางเดียวกัน คนแบบนี้ล่ะถึงจะใช้ชีวิตอยู่บนโลกตอนนี้ได้ ช่างเป็นชายที่น่านับถือคนนึง

 

“ โอเค ผมไม่ตื้อคุณแล้ว อยากเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ก็บอกได้เสมอครับ เชิญพวกคุณเข้ามาคุณในค่ายก่อนดีกว่า ตามผมมาเลยครับ”

 

เมื่อทหารเดินนำเซนกับเมย์จึงเดิมตามเข้าไปในค่าย มองไปรอบๆจะเห็นทหารเดินทำงานกันอย่างมีระบบระเบียบ มีผู้รอดชีวิตธรรมดาให้เห็นบ้างเล็กน้อย เขาคิดเอาไว้แล้วว่าคงมีคนจำนวนไม่มากหรอกที่จะมีวิทยุสภาพดีไว้ฟังประกาศดังกล่าว ทหารนำเซนมายังเต็นท์แห่งหนึ่ง ซึ่งดูแล้วน่าจะเป็นที่สำคัญซะด้วย

 

“ เชิญพวกคุณด้านในเลยครับ มีคนรอต้อนรับพวกคุณอยู่ข้างในแล้ว ผมคงหมดหน้าที่แล้วของตัวไปก่อน เราคงจะได้เจอกันบ่อยอย่างแน่นอนครับ”

 

หือ..ทำไมคำพูดทหารคนนี้ดูแปลกๆนะ ได้เจอกันบ่อยงั้นเหรอ เขาก็บอกไปแล้วนี่ว่าจะไม่อยู่ที่นี่น่ะ หรือเขาคิดว่าผมจะเปลี่ยนใจกันนะ ช่างเถอะเข้าไปทำธุระของเราดีกว่า เอื้อมมือเปิดเต็นท์เข้าไปข้างใน กวาดสายตามองรอบๆ ตรงกลางเป็นโต๊ะกาแฟและโซฟารอบข้าง ภายในนี้ค่อนข้างกว้างเลยทีเดียว มีอุปกรณ์สื่อสารสิ่งอำนวยความสะดวกอยู่เต็มไปหมด ดูๆแล้วอย่างกับศูนย์บัญชาการเลยแหนะ แต่ผมคงคิดไปเองนั่นแหละใครที่ไหนเขาจะให้คนแปลกหน้าเข้ามาในศูนย์บัญชาการค่ายกันล่ะจริงไหม

 

ที่นั่งโซฟาอยู่มีสองคน หนึ่งคือชายชราที่มีหนวดและผมขาวโพลน ไม่มีดำซักเส้น แสดงให้เห็นถึงความอาวุโสได้เป็นอย่างดี เขาอยู่ในชุดเครื่องแบบทหารเต็มยศ อกและบ่าเต็มไปด้วยตราสัญลักษณ์และเหรียญต่างๆ บ่งบอกถึงฐานะของเขาเป็นอย่างดี ว่าชายชราคนนี้คงมียศไม่ต่ำกว่านายพลอย่างแน่นอน ตอนนี้มือของเขากำลังยกถ้วยกาแฟขึ้นมาจิบอย่างสบายอารมณ์

 

และที่นั่งอยู่ข้างกันคือหญิงสาวนางหนึ่ง ซึ่งเธอเองก็อยู่ในชุดเครื่องแบบทหารเช่นกัน แต่ดูแล้วยศคงต่ำกว่าชายชราด้านข้างอย่างไม่ต้องสงสัย ด้วยหน้าตาที่งดงามและท่าทางที่สง่าบวกกับออร่าที่เธอแสดงออกมา เซนนิยามเกี่ยวกับตัวเธอว่าเป็นหญิงแกร่งได้อย่างเต็มปากเต็มคำ จะว่าไปพอมองหน้าเธอชัดๆเหมือนเขาเคยเห็นเธอที่ไหนมาก่อนรึเปล่านะ ด้วยอายุยังน้อยบวกกันตำแหน่งและหน้าตาเธอคงออกข่าวในทีวีด้วยล่ะมั้ง

 

---------------------------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว