ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 7: พวกมนุษย์ที่อ่อนแอ

ชื่อตอน : ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 7: พวกมนุษย์ที่อ่อนแอ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2563 08:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 7: พวกมนุษย์ที่อ่อนแอ
แบบอักษร

เสียงรถยนต์วิ่งผ่านถนนใหญ่ที่เต็มไปด้วยรอยแตกหลุมบ่อและก้อนอิฐ รวมถึงซากรถที่เคยจอดไว้ข้างทาง มีบ้างที่ทางถูกปิดขวางกั้นจนไม่สามารถไปต่อได้ แต่ด้วยความสามารถของเมย์ในตอนนี้การเคลียร์ซากรถหรืออิฐที่ก้อนไม่ใหญ่เกินไปนั้นเป็นเรื่องที่เธอทำได้ หากโชคร้ายหน่อย เจออาคารถล่มปิดถนนก็แค่เปลี่ยนเส้นทาง

 

ซ่า....แคก....ซ่า......ได้......ซ่า......ยิน....ซ่า...

 

จู่ๆก็มีเดียงดังออกมาจนเมย์ที่กำลังนั่งเหม่อๆอย่างเบื่อหน่ายถึงกับสะดุ้งหันควับมาหาแหล่งกำเนิดเสียงดังกล่าว

 

เซน “ ฮ่าๆ ตอนเมย์ตกใจเนี่ยก็น่ารักไปอีกแบบนะ”

 

เมย์ทำแก้มป่องแต่ก็โกรธไม่ลงด้วยคำว่าน่ารักที่ตามมาปิดท้าย “ ฮึ้ม ก็ไอ้วิทยุบ้านี่สิอยู่ดีๆก็ดังขึ้นมาเฉยเลย”

 

เซน “ นั่นสินะ ช่วยไม่ได้นี่นาก็รถมันเก่าแล้ว แถมยังสภาพแบบนี้อีก เครื่องเล่นเสียงวิทยุจะเสียคงไม่แปลก แต่เมื่อกี๊เหมือนได้ยินอะไรซักอย่าง เธอลองจูนสัญญาณดูซิ”

 

เมย์ทำหน้าที่อย่างขยันขันแข็งปรับจูนหมุนไปหมุนมาเพื่อหาคลื่นความถี่ที่ตรงกัน

 

ซ่า.....หากได้ยิน.....ซ่า.....แล้วขอให้ทุกคนฟังอย่างตั้งใจ ตอนนี้ประเทศหรืออาจจะเป็นทั้งโลกของเรากำลังอยู่ในช่วงวิกฤตเป็นอย่างมาก เราคือทหารจากหน่วยสื่อสารของกองทัพ ย้ำอีกครั้ง พวกเราคือทหารสื่อสารจากกองทัพ รับหน้าที่กระจายสัญญาณให้กับผู้รอดชีวิต หากใครได้ยินเราแล้ว โปรดฟังที่เราจะบอกต่อจากนี้ด้วย ค่ายของเราอยู่ที่ฐานใต้ดินตรงสุดถนนสาย 14 ทางทิศเหนือ ตรงนั้นจะมีโรงงานแปรรูปอาหารกระป๋องตั้งอยู่ ซึ่งในตอนนี้กลายเป็นซากไปแล้ว ขอให้ผู้รอดชีวิตทุกคนเดินทางมาหาเรา เพื่อชีวิตที่ปล่อยภัยของท่านเอง ที่นี่เรามีน้ำอาหารและอาวุธหนักที่สามารถต่อกรกับพวกสัตว์กลายพันธุ์ได้ คนธรรมดาจะได้รับข้าววันละสองมื้อ ส่วนคนที่มีพลังพิเศษจะได้รับการดูแลอย่างดีจากเรา ท่านจะได้รับยศร้อยตรีทันที คนของเราจะยืนรออยู่ที่หน้าทางเข้า ขอให้ผู้รอดชีวิตทุกคนโชคดี....ซ่า........

 

เซน “ เห ค่ายทหารใต้ดินงั้นเหรอ น่าสนใจดีว่าไหม เราอาจจะได้ของดีจากที่นั่นก็ได้ อย่างเช่นระเบิด ปืนกล หรือกระสุน อาวุธพวกนี้ก็ยังคงช่วยเราได้หากพลังเราหมด คิดว่าไงเมย์”

 

เมย์ “ อืม ก็ดีนะ แต่จะไว้ใจทหารพวกนั้นได้เหรอ หากคนไม่ดีกุมอำนาจอยู่เราจะโดนเอาเปรียบได้นะ ถ้าไปเซนคิดได้รึยังว่าจะเอาอะไรไปแลกกับของพวกนั้น”

 

เซนยิ้มขึ้นมาเหมือนคิดเอาไว้แล้ว “ ถึงตอนนี้จะยังไม่มี แต่อีกไม่นานคงมี เราจะเอาสัตว์กลายพันธุ์ไปแลกยังไงล่ะ พวกเขาต้องรับอยู่แล้ว นอกจากมันจะให้พลังงานสูงแล้ว ยังสามารถฟื้นฟูพลังให้กับผู้มีพลังพิเศษได้อีกด้วย และที่สำคัญ หากคนธรรมดากินเข้าไป มีโอกาสตั้ง 30% ที่จะเกิดการวิวัฒนาการแหนะ หากพวกเขาไม่รับ เราก็กลับแค่นั้น”

 

กล่าวเสร็จเซนก็หักพวงมาลัยเลี้ยวรถมุ่งหน้าไปยังค่ายทหารดังกล่าวทันที

 

.............................

 

ณ โรงงานแปรรูปแห่งหนึ่ง ซึ่งตอนนี้กลายเป็นซากไปแล้ว แต่กลับมีทหารหลายร้อยนายตั้งแคมป์เป็นค่ายเล็กๆอยู่ พวกเขาต่างทำหน้าที่อย่างเป็นระเบียบ ส่วนหนึ่งเดินตรวจตราระวังภัย ส่วนหนึ่งคอยบัญชาการ อีกส่วนหนึ่งก็ทำงานด้านบริการต่างๆให้กับคนในค่าย อาหาร น้ำ พยาบาล สัญญาณสื่อสาร ช่างเทคนิค และอื่นๆ

 

ที่กลางแคมป์แห่งนี้มีทางลาดเอียงลงไปใต้ดิน สุดทางคือประตูเหล็กขนาดใหญ่ซึ่งมีความแข็งแรงเป็นอย่างมาก ระเบิดธรรมดาไม่อาจสร้างรอยขีดข่วนให้กับมันได้ ด้านหน้าประตูมีระบบตรวจคนเข้าออกอย่างเคร่งครัด ด้านหลังประตูคือฐานทัพที่มีพื้นที่กว่า 5 ตารางกิโลเมตร ซึ่งต้องมีทหารอาศัยอยู่ภายในอย่างน้อย 2000 นาย

 

และที่สำคัญคือสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วย อาวุธยุทโธปกรณ์ทางทหารอย่างครบครัน ปืนพก ปืนกล ปืนกลหนัก ระเบิด RPG รถหุ้มเกราะ รถถัง และรถยิงจรวดนำวิถี อื่นๆอีกมากมาย ด้วยของเหล่านี้สัตว์กลายพันธุ์ก็ยังต้องกลายเป็นเศษเนื้อเมื่อเผชิญกับมัน แต่อาวุธสุดแสนน่าเกรงขามพวกนี้ก็ไม่อาจอยู่ได้อย่างยั่งยืน เพราะพวกมันมีจำกัดเป็นของที่ใช้แล้วหมดไป ยิ่งสภาพยุคโลกใหม่เป็นแบบนี้แล้วคงไม่อาจผลิตเพิ่มได้อย่างแน่นอน สัตว์กลายพันธุ์ และสิ่งมีชีวิตต่างมิติต่างก็มีจำนวนเพิ่มมากขึ้นมาเรื่อยๆ

 

หากพวกเขายังคงหวังพึ่งพาพวกมัน อีกไม่นานก็คงต้องเจอกับวิกฤตครั้งใหญ่อย่างแน่นอน ดังนั้นแล้วเมื่อพวกเขาพบว่าคนในค่ายบางคนได้รับพลังอันแปลกประหลาดมา สามารถปล่อยไฟออกมาได้บ้าง สามารถปล่อยน้ำแข็งหรือลม และอื่นๆได้แบบนี้ นั่นทำให้พวกเขามีความหวังขึ้นมาก ความสามารถพิเศษเหล่านี้แหละที่เป็นตัวขับเคลื่อนยุคใหม่ของมนุษย์ ด้วยนักวิทยาศาสตร์ที่ทำการวิจัยอย่างหมกมุ่นตลอดสิบกว่าวันจึงได้ผลสรุปคร่าวๆแล้วว่า

 

คนเหล่านี้ได้รับการวิวัฒนาการจากพลังคลื่นจักรวาลที่มีลักษณะเป็นสีดำ มันเป็นตัวกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการกลายพันธุ์ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดบนโลกกลายพันธุ์เพราะพลังคลื่นจักรวาลนี้เอง ถามว่า ก็ทำไมในเมื่อทั้งสัตว์ทั้งต้นไม้ต่างก็ได้รับการวิวัฒนาการจากพลังงานนี้แทบจะทุกตัวที่เห็น แล้วทำไมมนุษย์กลับมีแค่บางคนเท่านั้นที่ได้รับการวิวัฒนาการจากมันล่ะ

 

นักวิทยาศาสตร์คนดังกล่าวยิ้มออกมาอย่างขมขื่น เขาตอบง่ายๆว่า ก็เพราะพวกเราอยู่ในบ้านยังไงล่ะ ซึ่งเป็นที่ปิด กันทั้งแดดทั้งฝนทั้งลม แล้วทำไมจะกันพลังงานคลื่นจักรวาลไม่ได้ล่ะ เมื่ออยู่ในที่แบบนี้ทำให้พลังงานคลื่นจักรวาลเข้ามาได้ไม่สะดวก มันน้อยเกินกว่าจะกระตุ้นให้เกิดการกลายพันธุ์ได้ มีเพียงผู้โชคดีเท่านั้นที่สามารถเข้ากับพลังงานเหล่านี้ได้จึงใช้เพียงแค่นิดเดียวก็สามารถวิวัฒนาการได้แล้ว

 

นี่คือการเล่นตลกของธรรมชาติ และถ้าจะคิดไปอยู่ข้างนอกเพื่อรับพลังงานคลื่นจักรวาลเพื่อหวังให้ตัวเองเกิดการกลายพันธุ์ในตอนนี้แล้วล่ะก็ บอกเลยว่าเปล่าประโยชน์ เพราะพลังงานคลื่นจักรวาลภายในโลกตอนนี้เกิดความเสถียรดีแล้ว มันไม่ได้โถมกระหน่ำเข้ามาแบบวันแรกแห่งภัยพิบัติซึ่งหนาแน่นขนาดทำให้แสงอาทิตย์ไม่อาจแทรกแซงเข้ามายังโลกได้

 

ด้วยพลังงานคลื่นจักรวาลเล็กๆน้อยๆที่ไหลเวียนอยู่ดั่งอากาศในตอนนี้ไม่อาจทำให้เราวิวัฒนาการได้หรอกนะ แต่อย่าเพิ่งหมดหวังไป อาจจะมีวิธีอยู่บ้างที่สามารถกระตุ้นให้พวกเราเกิดการวิวัฒนาการได้ อย่างเช่นเข้าไปอยู่ในแหล่งที่มีพลังงานคลื่นจักรวาลอยู่อย่างหนาแน่น ไม่ก็สร้างเครื่องเก็บพลังงานคลื่นจักรวาลมาสะสมไว้แล้วฉีดเข้าไปในร่าง หรืออาจจะมีวิธีที่ง่ายกว่านั้น กินเนื้อสัตว์หรือพีชกลายพันธุ์ที่มีพลังงานสูง มันมีโอกาสที่จะเกิดการวิวัฒนาการได้เช่นกัน

 

เรื่องนี้นั้นเป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับนักวิทยาศาสตร์อย่างเรามาก ตอนนี้คงต้องขอตัวไปทำวิจัยก่อน ฮี่ๆมันเป็นงานที่สนุกจริงๆ เราอาจสร้างสรรค์สิ่งที่ทำให้โลกจดจำได้ก็เป็นได้ สมองของเราคือความภาคภูมิใจของมนุษย์....

 

...................

 

ในป่าซึ่งห่างจากค่ายทหาร 500 เมตร มีสิ่งมีชีวิตปริศนา หัวคล้ายงูเห่า ข้างลำตัวมีแขนทั้งสี่ ยืนด้วยสองเท้าดั่งมนุษย์ หางยาว ผิวเต็มไปด้วยเกล็ดสีเขานวล ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเกราะสีดำ ภายในมือทั้งสี่ถืออาวุธอย่างมั่นคง สายตาของพวกมันสอดส่องไปยังกลุ่มมนุษย์ชุดเขียวลายพรางเบื้องหน้า

 

“ นึกว่าจะเป็นเผ่าที่มีสติปัญญาเผ่าอื่นเสียอีก โบรุๆ แต่ดันเป็นเผ่ามนุษย์ที่แสนอ่อนแอเสียได้ โบรุๆ”

 

“ ฮี่ๆ มันก็ดีแล้วนี่ โบรุๆ ลักษณะแบบนั้นเป็นเผ่ามนุษย์ไม่ผิดแน่ ตั้งแต่ที่เราสำรวจมาก็ไม่เจอสิ่งมีชีวิตอันทรงปัญญาเผ่าอื่นเลย โบรุๆ”

 

“ การสำรวจครั้งนี้เป็นงานที่สุดแสนจะง่ายดายแล้วโบรุๆ เราเริ่มจับพวกมันเป็นทาสเลยไหม ข้าอยากจะเล่นสนุกกับมนุษย์พวกแล้ว”

 

“ ใจเย็นก่อนสิ โบรุๆ ข้าสังเกตได้ว่ามนุษย์มิตินี้แตกต่างจากมิติอื่นที่เคยเจอมาอย่างมากเลยนะ พวกมันไม่ได้ใช้หอกหรือดาบให้เห็นเลย โบรุๆ”

 

“ นั่นสิ โบรุๆ แถมดูจากสิ่งก่อสร้าง ชุดที่ใส่ และอุปกรณ์แปลกๆพวกล้วนแต่สร้างมาจากสิ่งที่พวกเราไม่รู้จักทั้งนั้นเลย โบรุๆ ผ้าฝ้ายก็ไม่ใช่ หนังสัตว์ก็ไม่ใช่ เหล็กก็ไม่ใช่อีก มันต้องเป็นวัสดุชนิดอื่นที่แข็งแกร่งกว่าเหล็กอย่างแน่นอน โบรุๆ”

 

“ พวกเจ้าจะระแวงไปแล้วน่า โบรุๆ ก็แค่เสื้อที่ทำจากหญ้าเขียวนั่นล่ะน่า อาวุธพวกมันก็แค่แท่งโลหะโง่ๆ ข้าไม่เห็นอุปกรณ์พวกของพวกมันมีออร่าพลังคลื่นจักรวาลแผ่ออกมาเลยแม้แต่น้อย นี่แสดงให้เห็นว่าพวกมันยังไม่สามารถสร้างอุปกรณ์คลื่นพลังได้นะ โบรุๆ”

 

“ ใช่แล้ว โบรุๆ ถึงพวกมันจะมีจำนวนนับร้อยแล้วอย่างไร ด้วยชุดเกราะคลื่นพลังที่เราใส่อยู่ แท่งเหล็กโง่ๆนั่นไม่สามารถสร้างแม้แต่รอยขีดข่วนให้พวกเราได้หรอก โบรุๆ”

 

“ งั้นเป็นอันตกลงกันได้แล้ว โบรุๆ ว่าเราจะเข้าไปยึดฐานของพวกมันแล้วจับพวกมันเป็นทาส ทำงานให้กับพวกเรา โบรุๆ”

 

พวกมันทั้ง 8 เคลื่อนที่มุ่งไปยังค่ายทหารด้วยความเร็วสูง ทิ้งไว้เพียงภาพเงาเลือนรางเท่านั้น หวังจะเข้าโจมตีศัตรูโดยไม่ทันตั้งตัว แต่หารู้ไม่ว่าพวกมันดูถูกมนุษย์บนโลกนี้เกินไป ด้วยร่างกายของพวกมันที่เต็มไปด้วยเกราะโลหะ นั่นทำให้ง่ายต่อการถูกตรวจเจอเป็นอย่างมาก เครื่องเรด้าตรวจจับภายในเต็นท์บัญชาการร้องเตือนขึ้นให้ทหารผู้มีหน้าที่รับผิดชอบเฝ้าระวังหันมาสนใจทันที นั่นทำให้เขาเปิดอุปกรณ์สื่อสารแจ้งเตือนไปยังหน่วยต่างๆอย่างรวดเร็ว

 

“ แจ้งทุกหน่วย เราตรวจพบบางสิ่งมุ่งหน้ามาทางค่ายด้วยความเร็วสูง พวกมันมีทั้งหมด 8 จุด ขนาดไม่ใหญ่มากคาดว่าโอกาสที่จะเป็นสัตว์กลายพันธุ์นั้นต่ำมาก เราสแกนตรวจด้วยคลื่นความร้อนแล้วพบว่า ลักษณะของพวกมันคล้ายมนุษย์อยู่บ้าง แต่คงไม่ใช่มนุษย์อย่างแน่นอน ขอให้ทุกหน่วยเข้าประจำตำแหน่ง เตรียมรับมือกับสิ่งมีชีวิตดังกล่าว”

 

หลังจากได้รับการแจ้งเตือน ภายในค่ายก็กลายเป็นวุ่นวาย ทหารหลายนายวิ่งเข้าประจุดต่างๆ สไนเปอร์บนที่สูง กลหนักหลังบังเกอร์ สนับสนุนอยู่หลังสุด ไม่นานพวกเขาก็เห็นเงาวูปวาปสีดำมุ่งหน้ามาหาพวกเขาโดยไม่ลดความเร็วเลยแม้แต่น้อย นั่นแสดงให้เห็นแล้วว่า สิ่งที่มุ่งเข้ามาไม่เป็นมิตรแต่อย่างใด

 

หัวหน้าหน่วยจึงรีบสั่งการออกไป “ ทุกหน่วยยิงได้ อย่าให้มันเข้ามาในค่ายได้และก็อย่าเล็งไปที่ตัวของมัน ด้วยความเร็วขนาดนั้นยังไงก็ยิงไม่โดน ให้เล็งยิงไปที่ทิศทางที่มันจะไป ย้ำอีกครั้ง ยิงดักทางมันไว้ก็พอ รอให้มันเสียจังหวะแล้วหน่วยสไนก็สอยมันซะ”

 

ปั้งๆๆๆ......กราดๆ.....แท็ดๆๆๆๆ.....เสียงปืนคำรามก้องดังไปทั่วบริเวณ

 

ด้วยการสั่งการจากผู้มีประสบการณ์ในสนามรพอย่างโชคโชน ทำให้สิ่งมีชีวิตทั้ง 8 นั้นเริ่มลำบากขึ้นมาบ้างแล้ว

 

เสียงดังที่เกิดขึ้นสร้างความตกใจให้พวกมันทั้ง 8 ได้เล็กน้อย เมื่อตั้งตัวได้พวกมันก็โดนกระสุนไปหลายนัดแล้ว แต่กระสุนเหล่านั้นก็ไม่อาจทำให้ชุดเกราะของพวกมันเป็นรอยได้ด้วยซ้ำ พลังงานคลื่นจักรวาลกระพริบออกมาจากเกราะของพวกมันตลอดเวลา นั่นทำให้พวกมันเริ่มเห็นท่าไม่ดีเสียแล้ว แท่งเหล็กที่พวกมันดูถูกกลับทรงพลังกว่าที่มันคิดไว้มาก

 

หากเป็นแบบนี้ต่อไป พลังงานในชุดเกราะคงหมดไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นเกราะของพวกมันก็จะได้รับความเสียหายไปเต็มๆ และเริ่มพังเสียหายจนในที่สุดพวกมันก็ต้องรับการโจมตีพวกนี้ด้วยร่างกายของพวกมันเอง

 

“ บ้าเอ้ย โบรุๆ ไอ้เหล็กเม็ดเล็กๆนี่มันน่ารำคาญจริงๆ ทำไมมันถึงสร้างความเสียหายได้ขนาดนี้ล่ะ โบรุๆ”

 

“ พวกเราต้องรีบเข้าประชิดพวกมันให้ได้เร็วที่สุด ข้าจะเริ่มโจมตีสวนแล้ว โบรุๆ”

 

“ เกาะกลุ่มกันได้แล้วโบรุๆ พวกเราดูถูกพวกมันเกินไป หลบหลังโล่ของข้าเร็ว โบรุๆ”

 

ด้วยประสิทธิภาพของอาวุธร้อนทำให้ทั้ง 8 ต้องจำใจรวมกลุ่มกัน แสดงพลังที่แท้จริงออกมา คนที่ถือโล่ทั้งสองออกยืนอยู่หน้าสุดเป็นหัวหอกพุ่งฝ่าดงกระสุนเข้าไป โล่ของมันเปร่งแสงกระจายคลื่นพลังออกมาครอบคลุมทั้งกลุ่ม กระสุนที่พุ่งเข้าใส่จะโดนดีดสะท้อนออกไป คนที่หน้าไม้และธนูก็ง้างพวกมันออกมาเล็งไปที่มนุษย์เบื้องหน้า

 

ฟิ้ววววๆๆๆๆๆ..........

 

ลูกธนูและหน้าไม้นับสิบที่ยิงออกไปพลันเปร่งแสง บ้างติดไฟลุกโชดช่วง บ้างส่งไอเย็นหนวเหน็บออกมา เมื่อพวกมันปะทะเข้ากับบังเกอร์ก็ระเบิดเปลวเพลิงอันร้อนแรงออกมารุกท่วมบังเกอร์ดังกล่าวจนมอดไหม ทหารหลายนายหนีไม่ทันต้องนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่บนพื้นและกลายเป็นขี้เถ้าไปในที่สุด ส่วนบังเกอร์ที่โดนศรน้ำแข็งก็จะถูกไอเย็นแช่ลามเลียไปจนถึงเหล่าทหารเบื้องหลังกายเป็นปฏิมากรรมน้ำแข็งเช่นกัน

 

“ ฮ่าๆๆ โบรุๆ พวกเจ้ามดปลวกหรือจะมาสู้พวกข้าดะ....”

 

เปรี้ยงงงงง.......

 

แต่ยังไม่ทันที่มันจะได้กล่าวจบก็โดนกระสุนสไนเปอร์ฝังเข้าสมองไปเสียแล้ว ด้วยความแม่นยำบวกกับระยะยิงที่ใกล้เพียงร้อยเมตร ทำให้กระสุนดังกล่าวเจาะคลื่นพลังโล่ที่อ่อนแรงลงได้สำเร็จและพุ่งเข้าไปที่ช่องว่างของชุดเกราะส่วนหัวของมัน นั่นก็คือช่องดวงตาของมันนั่นเอง ด้วยอวัยวะที่เปราะบางทำให้กระสุนฝังเข้าสมองของมันได้อย่างง่ายดาย เลือดสีฟ้ากระจายไหลออกมาดั่งน้ำพุ ร่างไร้วิญญาณกระเด็นถอยไปตามแรงกระสุนไกลถึงสองเมตร ท่ามกลางสายตาไม่อยากจะเชื่อของพวกพ้อง

 

---------------------------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว