ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 6: ลูกสมุน

ชื่อตอน : ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 6: ลูกสมุน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.2k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2563 08:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 6: ลูกสมุน
แบบอักษร

ร่างของเซนปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาจนเกิดเสียงเปรี๊ยะๆครอบคลุมทั้งร่าง ทำให้ปฏิกิริยาตอบสนองของเขาเร็วขึ้นหลายเท่า ภาพรอบข้างกลายเป็นสโลว์โมชั่น หนามหินทั้งสิบที่พุ่งเข้ามาอย่างช้าๆ เซนเดินหลบออกมาอย่างสบายใจ แต่ภาพที่มานพเห็นกลับเป็นเงาประกายสายฟ้าพุ่งถอยหลบไปด้านหลังในพริบตา

 

มานพถึงกับตื่นตะลึงเมื่อผลไม่เป็นอย่างที่คิด ถ้าการลอบโจมตีทีเผลอล้มเหลวคนที่ลำบากก็ต้องเป็นเขาอย่างแน่นอน ต้องป้องกันเอาไว้ก่อน

 

มานพ “ [ เกราะพื้นศิลา ]

 

หินมากมายพุ่งออกมาจากพื้นเกาะตามร่างกายของมานพเป็นชั้นๆจนกลายเป็นเกราะหินสีเทาขนาดใหญ่ปกคลุมทั่วร่างของเขา

 

เซน “ แหม ทีแรกนึกว่าต้องจ่ายเสบียงเพื่อแลกกับรถพวกนั้นเสียอีก เห็นทีว่าคงไม่จำเป็นแล้ว คงจะได้มาแบบฟรีๆโดยที่ต้องเสียแรงนิดหน่อยล่ะมั้ง”

 

เซนมองไปที่มานพด้วยความเหยียดหยาม สุดท้ายมนุษย์นั้นก็เลวทรามยิ่งกว่าสัตว์เสียอีก อย่างน้อยๆพวกมันก็เข้ามาแบบตรงๆ ไม่ได้เจ้าเล่ห์เจ้าแผนการแบบมนุษย์ตรงหน้า นั่นทำให้เขาเริ่มจะโกรธขึ้นมาจริงๆแล้ว

 

เซน “ หินเป็นได้แค่ที่หยั่งรากให้กับพืชเท่านั้น [ พันธนาการแห่งพฤกษา ]

 

เซนยื่นฝ่ามือเล็งไปที่มานพแล้วกำมือแน่นเหมือนกับการบี้หนูตัวนึง

 

ตู้มๆๆๆ...เคร็กๆๆๆ....

 

เถาวัลย์สีเขียวนับร้อยพุ่งออกมาจากพื้นดินเบื้องล่างรุมเข้าเกี่ยวพันร่างกายมานพเกือบจะทุกส่วน นั่นทำให้เขาขยับแทบไม่ได้ ภายในใจร่ำร้องว่าแย่แล้ว ตนจึงใช้พลังออกมาเต็มพิกัด

 

มานพ “ [ ระเบิดหินผา ]

 

บึ้มมม.....

 

พื้นดินรอบตัวมานพแตกกระจายการเป็นเศษหินคมพุ่งเข้าตัดเหล่าเถาวัลย์ที่รัดตนอยู่ขาดสะบั้น เมื่อหลุดจากการพันธนาการได้แล้วจึงพุ่งเข้าหาเซนอย่างดุดัน กวาดฝ่ามือโจมตีไปข้างหน้าด้วยความรุนแรง

 

ตู้มมๆๆๆ....

 

ทุกครั้งที่เขาเหวี่ยงกำปั้นหินเข้าใส่ร่างตรงหน้าก็จะหายไปโผล่ที่อื่น เหลือทิ้งไว้เพียงแค่หลุมที่ตนเหวี่ยงใส่พื้นอันว่างเปล่าเท่านั้น ยิ่งเวลาผ่านไปเขายิ่งหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆ คนตรงหน้าเหมือนไม่ได้ใส่ใจตนเลยแม้แต่น้อย เหตุใดมันถึงสามารถใช้พลังได้ตั้งสองอย่างกัน มันจะโกงเกินไปแล้ว หากตนรู้ตั้งแต่แรกคงไม่ลงมือโจมตีอย่างแน่นอน

 

มานพ “ อ๊ากกก ไอ้เด็กเวร มึงจะหนีไปไหนนักหนาวะ แน่จริงมาสู้กันซึ่งๆหน้าสิวะ”

 

เซนทำท่าแคะขี้หูออกมาเป่าอย่างกวนๆ “ คนที่ลอบโจมตีเด็กเวรอย่างผมก่อนไม่มีสิทธิพูดแบบนั้นนะ นี่ก็ได้เวลาจบศึกแล้ว ดูท่าว่าลุงจะใช้พลังไปเยอะเลยนี่ ฮี่ๆคงใกล้จะหมดก็อกแล้วสิ”

 

มานพ “ มึง...รอให้กูหมดแรงสินะ แต่เสียใจด้วยที่คราวนี้กูจับมึงได้แล้ว เพราะมึงหยุดคุยกะกูไงล่ะ ฮ่าๆๆๆ [ หลุมศิลากังขัง ]

 

เซน “!!!!”

 

พื้นดินใต้เท้าเซนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่ดูดเขาลงไปเบื้องล่าง มานพไม่รอช้ากลัวว่าเซนจะกนีรอดอีกจึงใช้โอกาสนี้พุ่งเข้าโจมตีด้วยพลังทั้งหมดที่มี กำปั้นหินของเขาขยายใหญ่ขึ้นเกือบเมตรซัดเข้าที่ร่างเซนอย่างไร้ปราณี

 

เซน “ คิดจะวัดกันตรงๆก็ย่อมได้ [ เกราะแห่งพฤกษา ] [ ค้อนการลงทัณฑ์แห่งป่า ]

 

เกราะไม้อันงามวิจิตเข้าปกคลุมร่างของเซนและค้อนไม้สีแดงเลือดก็โผล่ออกมาจากแขน เขาเหวี่ยงค้อนยาวเข้าปะทะกำปั้นหินเบื้องหน้าทันที

 

เปรี้ยงงง......

 

ค้อนไม้เกิดรอยปริแตกแต่มันกลับสามารถซ่อมแซมตัวเองให้กลับมาสภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว ตรงกันข้าม กำปั้นหินไม่อาจรับแรงกระแทกเจาะแซะของค้อนหนามได้ มันแตกออกเป็นเสี่ยงๆ ไม่สามารถซ่อมแซมกลับมาได้เนื่องจากพลังของผู้ใช้ได้หมดลงแล้ว มานพมองผลการปะทะเบื้องหน้าอย่างไม่อาจยอมรับได้ นี่เขาแพ้เหรอนี่ ตอนนี้เองเขาเริ่มรู้สึกถึงรางมรณะเข้าเสียแล้ว

 

เซนยิ้มเหี้ยมเกรียมกำด้ามค้อนเหวียงทุบใส่ร่างมานพจนปลิวอัดกำแพง

 

ตู้มมมม.....อ็อค.....แคกๆ...

 

มานพกลายเป็นหมดสภาพทันที เขากระอักเลือดออกมาหลายคำ เซนเดินเข้าไปหาร่างมานพอย่างช้าๆ ไม่สนใจสายตาหวาดกลัวและน่าเวทนาของคนตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย เขายื่นฝ่ามือไปจับที่หัวมานพแล้วดึงขึ้นมาจนร่างดังกล่าวลอยเหนือพื้น

 

เซน “ ไหนดูซิว่าจะมีดวงรึเปล่าคราวนี้ [ การดูดซับแห่งพฤกษา ]

 

รากฝอยสีขาวนับร้อยงอกออกจากฝ่ามือของเซน ชอนไชเข้าสู่สมองของมานพอย่างรวดเร็ว มันทำการดูดซับแหล่งพลังและความสามารถแฝงอย่างช้าๆพิถีพิถันเป็นอย่างมาก

 

เซน “ อะไรกันเนี่ยดูท่าวันนี้จะดวงไม่ดี ไม่ได้ความสามารถแฝงซักอย่าง ส่วนความทรงจำก็ได้แค่การเปลี่ยนอะไหร่รถนิดหน่อย เฮ้ย แย่ๆอุส่าลงทุนต่อสู้จนพลังเกือบหมดร่างได้มาแค่เนี๊ยะ”

 

บื้นนนๆ.....

 

เสียงรถแล่นเข้าสู่โซนประสาทของเซน เจ้าตัวจึงหันควับไปดูปรากฏว่า ลูกน้องของมานพทั้งหมดขึ้นรถหนีเขาไปแล้ว

 

เซน “ เฮ้ย เรื่องพลังชวดได้ แต่เรื่องรถห้ามชวดโว้ยยยยย”

 

เซนผสานพลังสายฟ้าเข้ากับร่างกายอีกครั้งพุ่งตามรถไปติดๆ เมื่อเข้าระยะโจมตีจึงยิงพลังสายฟ้าเป็นเส้นช็อตร่างคนขับจนไม่สามารถขยับร่างกายได้ ไม่นานเขาก็สามารถหยุดรถคันดังกล่าวได้ ลากร่างทั้งสี่ลงมาจากรถ

 

“ ไม่ อย่าๆ อย่าฆ่าพวกเราเลย พวกเรายอมแพ้แล้ว ยอมศิโรราบแก่ท่านแล้วครับ”

 

“ ใช่ๆ จะให้พวกเราทำอะไรก็ได้พวกเรายอมเป็นลูกน้องของท่านแล้วหัวหน้า”

 

บลาๆๆ.....

 

พวกมันร้องห่มร้องไห้น้ำตาไหล เต็มไปด้วยความกลัวตาย ดูจากลักษณะของพวกมันแล้วไม่มีใครมีทีท่าว่าจะเป็นคนดีเลยซักคน ผมจึงทำการกำจัดทิ้งซะ อยู่ไปก็รกโลกเปล่าๆ

 

เซน “ เฮ้อ เซ็งชิบหาย ปล่อยให้รถหลุดมือไปตั้งสองคันแหนะ พลังของเราก็ไม่พอตามซะด้วย ยังดีที่ได้มาคันนึง กลับไปนอนดีกว่า เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็ขึ้นรถกระบะสี่ที่นั่งขับกลับบ้านด้วยความเซ็ง

 

---------------

 

ภายในเส้นทางมิติที่เชื่อมระหว่างสองโลกปรากฏสิ่งมีชีวิตทรงปัญญากลุ่มหนึ่งกำลังมุ่งหน้าไปยังทางออกของอีกฝาก รูปร่างลักษณะของพวกมันดูคล้ายสัตว์เลื้อยคลานที่ยืนสองขาเหมือนมนุษย์ จะต่างก็ตรงที่มีสี่แขนและหนึ่งหาง ผิวหนังเป็นเกล็ดสีขาวปกคลุมทั้งตัว ศีรษะคล้ายงูเห่าที่มีเขาแหลมตรงหน้าผาก ดวงตาแคบรีสีเหลืองอำพัน

 

สิ่งสวมใส่ของพวกมันคือชุดเกราะที่สร้างจากโลหะสีดำดูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก ภายในมือต่างก็ถืออาวุธแตกต่างกันตามความถนัด ธนู หน้าไม้ ดาบคู่ ดาบโล่ หอกและกระบอง

 

“ โบรุๆ..นี่เป็นมิติใหม่ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานซินะ โบรุๆ...”

 

“ ใช่แล้ว โบรุๆ..ข้าโชคดีที่เห็นมันเป็นคนแรก รับลองได้ว่าทรัพยากรในนั้นต้องเป็นของกลุ่มเราอย่างแน่นอน โบรุๆ..”

 

“ ฮ่าๆ โบรุๆ..งานนี้หมูๆน่า มันเป็นแค่โลกที่เพิ่งได้รับการวิวัฒนาการจากพลังคลื่นจักรวาลมาใหม่ๆเท่านั้น คงมีแต่สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำนั่นล่ะ โบรุๆ...”

 

“ โบรุๆ ต้องยกความดีความชอบให้เจ้าแล้ว โบรุๆ ที่สามารถเจอสถานที่ดีๆแบบนี้น่ะ โบรุๆ...”

 

พวกมันคุยกันอย่างสนุกสนาน พอออกจากทางเดินข้ามมิติได้แล้วจึงกวาดสายตาสำรวจโลกใบใหม่ทันที

 

“ โอ้ๆ โบรุๆ ไม่นึกเลยว่ามิตินี้จะสิ่งมีชีวิตทรงปัญญาอยู่ด้วย แต่ดูจากสภาพแล้วพวกมันคงไม่น่ารอดจากภัยพิบัติของการเปลี่ยนแปลงได้ โบรุๆ”

 

“ โบรุๆ อย่าพึ่งด่วนสรุปไป ไม่เห็นก็ใช่ว่าพวกมันจะสูญพันธุ์นะ ต้องมีพวกมันจำนวนนึงที่เหลือรอดอย่างแน่นอน โบรุๆ และถ้าพวกมันสามารถใช้พลังงานคลื่นจักรวาลได้ละก็ คงเป็นงานที่ลำบากขึ้นมาแล้วสิโบรุๆ”

 

“ น่าๆ โบรุๆ อย่าไปกังวลมากนัก ยังไงพวกมันก็ไม่เชี่ยวชาญการใช้พลังเท่ากับเผ่าพันธุ์ของเราที่ฝึกฝนส่งต่อมารุ่นต่อรุ่นได้ร้อยปีแล้ว โบรุๆ”

 

“ อย่างที่ว่าน่ะ โบรุๆ พวกเราแค่ต้องลำบากขึ้นมาหน่อยเท่านั้นเอง โบรุๆ ยังไงจุดหมายของพวกเราไม่ใช่ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์บนมิตินี้ซะหน่อยนี่โบรุๆ แค่มาหาทรัพยากรมีค่าเท่านั้นล่ะโบรุๆ”

 

“ อย่างมัวแต่ชักช้ากันอยู่เลยโบรุๆ รีบออกสำรวจได้แล้ว โบรุๆ”

 

พวกมันเดินเป็นกลุ่มอย่างมีระบบ แสดงให้เห็นถึงประสบการณ์ในการสำรวจโลกต่างมิติเป็นอย่างดี

 

............................

 

เมื่อเซนขับรถมาถึงบ้านเขาก็เดินโซเซขึ้นห้องไปนอนบนเตียงอย่างหมดแรง

 

เฮ้อ..ช่างเป็นวันที่เหนื่อยเสียจริง การมีพลังพิเศษถึงสองอย่างก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะมันกินพลังงานมากขึ้นเป็นสองเท่าเช่นกัน

 

เที่ยงของวันใหม่ เซนนั่งกินข้าวกับเมย์อย่างอารมณ์ดี

 

เซน “ เมย์สนใจไปสำรวจพื้นที่รอบๆห้างกับผมไหม ผมว่าจะไปไกลสักหน่อยน่ะ อาจจะต้องใช้เวลาเป็นวัน”

 

เมย์ทำหน้าครุ่นคิด “ อืม...ไปก็ได้ ตอนนี้เค้ามีพลังพอป้องกันตัวเองได้แล้วนะ ขนาดลูกกระสุนยังไม่อาจทำอะไรเค้าได้เลย ฮิๆ ต้องขอบคุณเจ้าต้นพลังงานที่เซนปลูกเอาไว้จริงๆ เค้าจึงสามารถยืมพลังจากมันมาใช้ได้เรื่อยๆจนกว่าจะเหนื่อยเลยละ ถ้าฝึกสองชั่วโมงพักหนึ่งวันแบบในตอนแรก ไม่รู้ชาติไหนเค้าจะเก่งขึ้นแบบนี้ มาเอารางวัลพ่อคนเก่ง”

 

ฟอดดด....

 

เจอสาวสวยหอมแก้มแบบนี้ใครบ้างจะไม่เคลิ้ม เซนยิ้มแสดงความฟินออกมาอย่างเห็นได้ชัดจนทำให้เมย์หัวเราะชอบใจ

 

เซนเริ่มทำการเตรียมของไว้ใช้ยามออกเดินทาง เต็นท์สนาม เผื่อได้ค้างคืน เสบียงเล็กน้อยพออยู่ได้ 3 วัน ของจิปาถะอื่นๆ และที่ขาดไม่ได้เลยคือเหล่าลูกสมุนที่ใช้ต่อสู้ เซนสร้างเมล็ดพืชลูกสมุนใส่กระเป๋าคาดเอวใบเล็ก เมื่อหว่านพวกมันลงดิน มันก็จะโตขึ้นภายในสิบวินาที และลูกสมุนที่เขาสร้างขึ้นมามีอยู่ทั้งหมดสามชนิด

 

ชนิดแรก หน่วยโจมตีระยะกลาง เมื่อมันงอกจากเมล็ดก็จะกลายเป็นพืชกินเนื้อขนาดใหญ่สูงสามถึงห้าเมตร ปากใหญ่เต็มไปด้วยฟันแหลมคม มีเถาวัลย์หนามตามกิ่งก้านไว้โจมตีระยะกลาง มีความสามารถตรวจจับสิ่งมีชีวิตในรัศมี 50 เมตร และที่สำคัญคือมันสามารถเคลื่อนที่ได้

 

ไม่ว่าจะโจมตีไล่ล่า หรือหลบการโจมตีของศัตรูมันสามารถทำได้ ขอเสียเพียงไม่กี่อย่างคือความเร็วการเคลื่อนที่ของมันมีไม่มาก เทียบเท่าความเร็วของมนุษย์ปกติเท่านั้น เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้มีพลังมันจะกลายเป็นเต่าทันที อีกอย่างคือเวลาที่ใช้ในการเคลื่อนที่ของมันมีจำกัด เมื่อมันถอนรากออกจากดินแล้วเคลื่อนที่วิ่งด้วยรากบนพื้นก็จะคงอยู่ได้เพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้นต้องฝังรากลงดินเพื่อพักฟื้นฟูพลังงาน

 

ชนิดที่สอง หน่วยแทงค์โจมตีประชิด ลักษณะของมันเหมือนคิงคองที่ทำจากไม้สีเขียวขจี มีขนาดแตกต่างกันตั้งแต่ความสูงหนึ่งเมตรไปจนถึงสิบเมตรแล้วแต่สถานการณ์ว่าจะให้มันตัวใหญ่ขนาดไหน จุดเด่นของมันอยู่ที่พละกำลังที่มากล้นและพลังป้องกันที่สูงจนน่ากลัว เกราะเปลือกไม้ของมันแข็งยิ่งกว่าหินเสียอีก และแน่นอนว่าพลังโจมตีในหนึ่งหมัดของมันนั้นอยู่ที่ขนาดตัว หากสูงถึงสิบเมตรแรงหมัดที่ทุบลงมานั้นต้องมีน้ำหนักมากกว่าห้าตันเป็นอย่างน้อย ข้อเสียของมันคือไม่สามารถโจมตีระไกลได้และการเคลื่อนที่ที่ช้ากว่าสมุนชนิดแรก อีกทั้งยังต้องพักฟื้นพลังงานทุกหนึ่งชั่วโมงอีกด้วย

 

ชนิดที่สาม หน่วยโจมตีระยะไกล ผมได้ไอเดียมาจากเกมๆนึง ซึ่งคาดกว่าทุกคนคงเคยผ่านหรือเห็นมันมาบ้าง พืชปะทะซอมบี้ ลักษณะของมันคล้ายๆกัน ลำต้นสูงหนึ่งถึงสามเมตร หัวใหญ่ทรงกระบอกในแนวนอนขนานกับพื้น ปากยาวเล็กใช้พ่นเมล็ดเท่ากำปั้นออกมาโจมตีศัตรู แรงอัดของมันมหาศาลมาก สามารถยิงหินระยะร้อยเมตรแตกเป็นเสี่ยงๆ มีระยะการยิงอยู่ที่ 200-300 เมตร หมุนคอได้รอบทิศทาง

 

ข้อเสียของมันคือไม่สามารถเคลื่อนที่ได้เหมือนสองชนิดแรก เพราะต้องฟื้นฟูพลังจากการยิงในแต่ละครั้งตลอดเวลา เมื่อยิงครบหนึ่งชั่วโมงก็ต้องพักดั่งสมุนสองชนิดแรกเช่นกัน

 

และทั้งหมดนี้ได้มาจากผลการทดลองในยามว่างของเขาเอง เซนปลูกพวกมันจนทั่วฐานทัพของเขาแล้ว การสร้างมันแต่ละเมล็ดใช้พลังงานไปไม่น้อย เขาจึงต้องใช้แหล่งพลังงานสำรองช่วยสร้างพวกมันขึ้นมาทั้งหมด และหากเขาไปสร้างพวกมันตอนสู้จริงแล้วล่ะก็คงเหนื่อยตายแน่ ดังนั้นเขาจึงต้องสร้างเมล็ดพวกนี้ไว้ตอนอยู่บ้านซึ่งมีพลังงานให้ใช้เหลือเฟือนี่ล่ะ

 

เมื่อเตรียมตัวเสร็จเซนและเมย์ก็ขึ้นรถออกเดินทางกัน

 

--------------------------------------- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว