ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 5: มานพ

ชื่อตอน : ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 5: มานพ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.ค. 2563 20:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 5: มานพ
แบบอักษร

ช่วงเวลาเย็นเซนกับเมย์นั่งอยู่ด้วยกันข้างบ้าน ซึ่งมีโต๊ะเก้าอี้ เตาย่างและอุปกรณ์ทำอาหารอย่างครบครัน พวกเขาทั้งสองกำลังย่างเนื้อเสือดำกลายพันธุ์กันอยู่ มันเต็มไปด้วยกลิ่นหอมแฝงไว้ซึ่งพลังงานจำนวนมากภายในเนื้อพวกนี้ ทั้งคู่จ้องเนื้อย่างตรงหน้าฝืนกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก แค่กลิ่นยังขนาดนี้แล้วรสชาติของมันจะขนาดไหน

 

ด้วยความเป็นสุภาพบุรุษเซนรีบยกตะเกียบคีบเนื้อที่สุขดีแล้วจิ้มน้ำจิ้มเข้าปากตัวเองทันที หลับตาเคี้ยวเนื้อนุ่มละมุนแทบจะละลายในปากด้วยความฟินที่แสดงออกทางสีหน้าอย่างชัดเจน ไม่สนใจเมย์ที่จ้องเขาตาขวางเลยซักนิด

 

เซน “ อ้า...นี่มันเนื้อวิเศษหรือนี่ ทำไมถึงอร่อยได้ขนาดนี้ แค่ได้กินมันชีวิตนี้ก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว”

 

เมย์ “ หึ ไม่ต้องการอะไรอีกแล้วสินะ นั่นรวมถึงเค้าด้วยรึเปล่า”

 

เซนได้สติกลับมาอีกครั้ง ยิ้มให้แฟนสาวตรงหน้าอย่างฝืนๆ พรางคีบเนื้อจิ้มป้อนง้อแฟนสาว “ แหะๆ เมื่อกี้ผมถูกความหิวครอบงำน่ะ นี่เนื้อชิ้นนี้สุกได้ที่พอดี มาเราป้อนให้ อ้ามมม”

 

เมย์ทำท่าไม่พอใจแต่ก็ยอมอ้าปากกินเนื้อตรงหน้าอย่างว่าง่าย เมื่อมันเข้าไปในปากของเธอเท่านั้นล่ะ ดวงตาก็ถึงกับเบิกกว้างขึ้น แก้มแดงระเรื่อ ใบหน้าแสดงออกถึงความสุขอย่างมากล้น หลังจากนั้นจึงกลายเป็นสงครามแย่งเนื้อระหว่างคู่รักไปโดยปริยาย

 

แต่เมื่อกินกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว พอถึงเวลาเก็บของเข้าบ้านก็เกิดสิ่งผิดปกติกับทั้งคู่ขึ้นมา คือร่างกายแสดงอาการตัวร้อนเหมือนมีไข้ขึ้นสูง หน้าแดงซ่านรู้สึกวิงเวียนและง่วงนอนเป็นอย่างมาก เซนนั้นพอยืนได้อยู่ไม่มีอาการเท่าเมย์ที่ถึงกับทรุดตัวลงพื้น นั่นทำให้เขาตกใจเป็นอย่างมาก ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ อย่าบอกนะว่าเนื้อที่กินไปมันมีพิษด้วย เซนอุ้มเมย์ขึ้นไปบนห้องวางลงเตียงอย่างเบามือ แต่เขาเองก็ไม่ไหวเช่นกันทิ้งตัวลงนอนหลับไปข้างๆกัน

 

.............

 

ด้วยพลังคลื่นจักรวาลที่แฝงอยู่ในเนื้อกลายพันธุ์ของเสือดำที่ผ่านการวิวัฒนาการมาแล้ว พลังของมันสามารถกระตุ้นให้ผู้ที่อ่อนแอกว่าเกิดการวิวัฒนาการ และยังสามารถทำให้ผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกันแข็งแกร่งขึ้นได้เช่นกัน เซนและเมย์เองก็กำลังถูกกระตุ้นให้เกินการวิวัฒนาการ นั่นจึงเป็นเหตุให้ทั้งสองคนสลบไปหนึ่งวันเต็มๆ

 

พลังในการควบคุมพืชของเซนเดิมทีแล้วได้รับมาจากเมล็ดกาฝากที่ตนกินเข้าไป หาใช่พลังที่เกิดจากการวิวัฒนาการไม่ เมื่อเขาใช้รากดูดเลือดเนื้อของสัตว์กลายพันธุ์พลังงานเหล่านั้นจึงตกเป็นของเมล็ดกาฝากทำให้ความสามารถควบคุมพืชของเซนแข็งแกร่งขึ้น อีกทั้งยังสามารถใช้ฟื้นฟูร่างกายบาดแผลของตนเองได้อีกด้วย

 

แต่หากเขากินเนื้อสัตว์กลายพันธุ์เข้าไปทางปากลงกระเพาะอาหารตัวเอง พลังงานเหล่านั้นก็จะเป็นของเขาร้อยเปอร์เซ็น นั่นจึงทำให้เขาเกิดการวิวัฒนาการไปพร้อมกับเมย์ด้วย

 

เวลาบ่ายของวันต่อมา เซนตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขารู้สึกได้ว่าตนสามารถปล่อยพลังบางอย่างออกมาได้ เมื่อทดลองปล่อยมันออกมาที่ฝ่ามือก็ทำให้เขาถึงกับตะลึงเลยทีเดียว นี่...ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม

 

เปรี๊ยะๆๆๆ.....แชตๆๆๆ....

 

กระแสไฟฟ้าสีม่วงวิ่งไปมาบนมือของเขาอย่างสนุกสนาน ภายในใจของเซนเต็มไปด้วยความตื่นเต้นยินดี ร่างกายเขาวิวัฒนาการจนได้ความสามารถปล่อยกระแสไฟฟ้าออกมาได้ด้วยล่ะ มันต้องเป็นเพราะเนื้อที่กินไปเมื่อวานอย่างแน่นอน ดังนั้นเมย์เองก็ต้องได้รับการวิวัฒนาการด้วยเช่นกัน เซนหันไปปลุกเมย์เพื่อถามถึงความสามารถของเธอ

 

เมย “ อืม...อะไรเนี่ยเซนมาปลุกเค้าทำไมเค้าจะนอน”

 

ว่าแล้วเธอก็ล้มตัวนอนที่เดิม ดูเหมือนว่าเธอจะยังไม่รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเองนะ เอาไว้รอเธอตื่นก่อนแล้วค่อยถามละกัน ตอนนี้อย่าไปกวนเธอเลยเดี๋ยวมีงอน ขอตัวไปอาบน้ำกินข้าวดีกว่าหิวจะตายอยู่แล้ว

 

กรี๊ดดด.....!!!!

 

ต่อมาก็มีเสียงกรีดร้องลั่นบ้านจนเซนต้องวิ่งขึ้นไปดู เปิดห้องเข้าไปก็เห็นเมย์นั่งขดตัวอยู่บนเตียงจ้องไปที่ผ้าขนหนูบนพื้น

 

เซน “ เป็นอะไรเหรอเมย์”

 

เซนเข้าไปหาเธอด้วยความสงสัย ก็ไม่เห็นจะมีอะไรเลยนี่นา

 

เธอพุ่งเข้ามากอดเซนพรางชี้ไปที่ผ้าขนหนูที่พื้น “ พะ...พะ...ผีผ้าขนหนูหลอกเค้าอะเซน เมื่อกี้ตอนที่เค้าคิดจะหยิบมันไปอาบน้ำจู่มันก็ลอยเข้ามาหาเค้าเฉยเลย แล้วก็อย่าคิดว่าเค้าเพ้อเจ้อล่ะ เมื่อเค้าเห็นจริงๆเต็มสองตาเลยนะ”

 

เซนถึงกับมึนงงไปสักพัก “ ฮะ..ผีผ้าขนหนู..มันมีด้วยเหรอเมย์ น่าจะเป็นเพราะลมพัดมั้ง เอเดี๋ยวนะเมื่อกี้เธอพูดว่าคิดจะหยิบมันใช่ไหมมันถึงลอยมาหาน่ะ”

 

เมย์พยักหน้าหงึกๆ เซนจึงเริ่มสรุปได้บ้างแล้วจึงกล่าวต่อว่า “ งั้นเธอลองคิดว่าจะไปหยิบหมอนบนเตียงนั่นดูสิ”

 

เธอทำหน้างงๆ แต่ก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย เพียงแค่คิด หมอนก็ลอยตัวขึ้นกลางอากาศอย่างอัศจรรย์มุ่งหน้าเข้าหาเมย์อย่างช้าๆ นั้นทำให้เธอตกใจหลบเข้าหลังเซนทันที หมอนก็ตกลงพื้นในเวลาต่อมา ด้วยเหตุนี้เซนจึงได้ผลสรุปในที่สุด

 

เซน “ นี่เมย์ยังจำเรื่องเมื่อวานตอนเย็นได้รึเปล่า”

 

เมย์ “ ถามอะไรอีกเนี่ย หรือว่าเซนรู้แล้วเหรอว่าเกิดอะไรขึ้นกับห้องของเค้าอะ”

 

เซน “ ไม่ได้เกิดอะไรขึ้นกับห้องของเธอทั้งนั้นแหละ แต่เป็นตัวเธอต่างหากที่ตอนนี้ได้รับความสามารถพิเศษมาหลังจากกินเนื้อเจ้าเสือดำนั่น”

 

เมย์ “ เอ๋ จริงอะ เค้ามีความสามารถพิเศษแบบเซนแล้วเหรอ”

 

เธอกล่าวด้วยเสียงตื่นเต้น “ งั้น หมอนกับผ้าขนหนูนั่นก็เป็นพลังของเค้าสินะ”

 

เซนพยักหน้าเชิงยอมรับ “ ใช่แล้วล่ะ ไม่เชื่อเธอลองทดสอบใหม่สิ พลังของเธอน่าจะเป็นคล้ายๆพวกพลังจิตยกสิ่งของอะไรพวกนั้น”

 

เมื่อรู้ดังนั้นเธอก็ทำการใช้พลังยกสิ่งของภายในห้องทีละชิ้นๆ ไปๆมาๆกลับกลายเป็นเรื่องสนุกซะงั้น เธอเล่นยกของมั่วไปหมดจนห้องเละเทะไปแล้ว ไม่นานเธอก็นอนเหนื่อยหอบอยู่บนเตียง

 

เมย์ “ แฮกๆ..อ้า...ทำไมมันเหนื่อยอย่างนี้นะ แถมยังปวดหัวตึบๆอีกด้วย”

 

เซนถอนหายใจมองแฟนสาวที่เล่นเหมือนเด็กตรงหน้า “ ก็เธอเล่นใช้พลังงานสิ้นเปลืองไปมากขนาดนั้นไม่เหนื่อยสิแปลก ทุกอย่างล้วนมีที่มาที่ไป พลังพิเศษของเธอเองก็เช่นกัน การจะใช้มันแต่ละครั้งก็ต้องใช้พลังงานที่เรียกว่าพลังงานมืดเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งพลังงานมืดนั่นก็อยู่ในร่างของเธอนั่นแหละ รวมถึงไหลเวียนอยู่ทั่วทั้งโลกอีกด้วย”

 

เมย์ “ เอ๋ เพิ่งจะเคยได้ยินนี่ล่ะ ว่าแต่ไอ้พลังนั่นอยู่บนโลกมานานแล้วเหรอ ทำไมไม่เห็นมีข้อมูลการวิจัยอะไรเลย”

 

เซน “ เธอจะรู้จักมันได้ยังไงล่ะ ก็พลังงานมืดที่ว่านั้นมันเพิ่งเข้ามาในโลกได้ไม่นาน และผมเดาว่ามันน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้โลกของเราเกิดภัยพิบัติแบบที่เป็นอยู่ตอนนี้อีกด้วย”

 

เมย์ “ อย่างนั้นเหรอ เป็นเพราะพลังนี่เองสินะ ว่าแต่เซนรู้เรื่องพวกนี้ได้ยังไงล่ะ”

 

นั่นเป็นสิ่งที่เธอสงสัยมากที่สุดในตอนนี้

 

เซนยกมุมปากยิ้มขึ้นมา “ ทีแรกผมก็ไม่รู้อะไรหรอก แต่ระหว่างทางมาห้างแห่งนี้เจอกับพวกสัตว์ประหลายคล้ายมนุษย์อย่างพวกก็อบลินเข้าให้น่ะ แล้วจากนั้นนะผมก็บลาๆๆๆๆๆ.....”

 

และแล้วการคุยโวโอ้อวดต่อหน้าแฟนสาวก็ได้เริ่มขึ้น....

 

......................

 

ณ ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งมีกลุ่มผู้รอดชีวิตกว่าสามสิบคนอาศัยอยู่ ผู้นำกลุ่มมีนามว่า มานพ เขาได้รับการวิวัฒนาการหลังเกิดการล่มสลายของโลก พลังของเขาก็คือการควบคุมดินและหิน สามารถใช้ทั้งโจมตีและป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยพลังนี้เองเขาจึงสามารถเอาชีวิตรอดจากพวกสัตว์กลายพันธุ์ได้ และยังรวบรวมผู้รอดชีวิตบริเวณใกล้เคียงมายึดปั๊มน้ำมันแห่งนี้ได้สำเร็จ

 

อดีตมานพเป็นเพียงช่างยนต์วัยย่างเข้าสี่สิบที่คอยทำงานให้กับศูนย์รถยนต์แห่งหนึ่งเท่านั้น เขาไม่คิดเลยว่าเมื่อโลกพังพินาศมันจะทำให้เขากลายเป็นผู้มีพลังอำนาจเช่นนี้ มีลูกน้องคอยประจบเอาใจ มีผู้หญิงเข้ามาเสนอตัวเพื่ออาหารประทังชีวิต อยากจะทำอะไรก็ได้ไม่มีตำรวจหรือใครมาหยุดเขาได้ โลกแห่งนี้กลายเป็นโลกของผู้แข็งแกร่งไปแล้ว โลกที่เงินทองนั้นไร้ค่า

 

วันนี้เป็นวันที่เสบียงของเขาใกล้หมดเต็มที จึงเรียกลูกน้องใช้การได้สี่ห้าคนเข้ามาประชุมกันว่าจะไปปล้นเสบียงที่ไหนกันดี

 

มานพ “ พวกเอ็งเสนอสถานที่มา หากได้เสบียงเยอะข้าจะแบ่งเพิ่มให้”

 

ลูกน้อง เอ “ ผมว่านะหัวหน้า เราไปคลับใกล้ๆนี่ดีไหม ที่นั่นน่าจะมีเหล้าแรงๆกระแทกปากเยอะเลย ผมไม่ได้ซดเหล้ามาหลายวันแล้ว”

 

ลูกน้อง บี “ ไอ้นี่สมองมีแต่เหล้ารึไงวะ เหล้ามันช่วยให้เอ็งอิ่มท้องเหมือนข้าวเรอะ ผมว่าไปคฤหาสน์คนรวยใกล้ๆนี่ดีกว่าหัวหน้า ที่นั่นน่าจะมีของอยู่เยอะเลย”

 

ลูกน้อง ซี “ เฮ้อ มีแต่พวกสิ้นคิด ถ้าพูดถึงที่ที่มีเสบียงข้าวของเครื่องใช้เยอะที่สุดคงหนีไม่พ้นห้างใหญ่ๆแน่ ผมว่าหากยังไม่มีใครยึดของไปหมดพวกเราคงอยู่ได้หลายปีเลยล่ะ”

 

มานพพยักหน้า “ ตกลง เราจะบุกยึดเสบียงในห้างกัน ห้างที่ใหญ่ที่สุดทางเหนือ”

 

เมื่อตกลงกันได้แล้วกลุ่มของมานพก็เตรียมของเตรียมอาวุธขึ้นรถ ซึ่งรถทั้งสามคันนี้เป็นมานพที่ลื้อชิ้นส่วนมาซ่อมเองกับมือ หลังจากเกิดภัยพิบัติการหารถที่อยู่ในสภาพใช้งานได้นั้นแทบไม่มี ทุกคันที่อยู่บนท้องถนนล้วนพังเสียหากเกินซ่อมทั้งนั้น จะมีแต่พวกรถที่จอดไว้ในที่ปลอดภัยแข็งแรงอย่างเช่นลานจอดรถใต้ดินเป็นต้น ที่ยังคงสภาพใช้งานได้ นี่แสดงให้เห็นถึงฝีมือความเป็นช่างยนต์ของมานพเป็นอย่างดี

 

มานพพาเหล่าลูกน้องทั้งสิบสี่คนขึ้นรถทั้งสามคัน ซึ่งเป็นรถกระบะสองคันและรถครอบครัวอีกหนึ่งคัน มุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่อันเป็นจุดหมายทันที

 

...............

 

เพียงแค่ห้างดังกล่าวเข้าสู่ระยะสายตา มานพและเหล่าลูกน้องต่างก็ต้องอ้าปากค้างไปตามๆกัน

 

มานพ “ ต้นไม้บ้าอะไรวะนั่น ทำไม่มันสูงใหญ่ขนานนั้นวะ”

 

ลูกน้อง เอ “ นั่นดิลูกพี่ เล่นทะลุหลังคาห้างออกมาเลย”

 

ลูกน้อง บี “ ลูกพี่ผมว่าที่นี่มันชักจะมีกลิ่นอันตรายแปลกๆแล้วนะ”

 

ลูกน้อง ซี “ อื่ม แถมยังมีเถาวัลย์หนามขึ้นเต็มไปหมดอีก พวกมันคงไม่ได้มีไว้ประดับหรอกนะ”

 

มานพขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด “ เอาเป็นว่าเราเข้าไปสำรวจข้างในกันก่อน หากมันอันตรายเกินไปค่อยหนีออกมา”

 

เขาค่อนข้างมั่นใจในพลังของตนพอสมควร ดังนั้นจึงเดินนำหน้าลูกน้องไปอย่างห้าวหาญ แต่เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าพวกเขาก็พบกับป้ายแจ้งเตือนเด่นสะดุดตา

 

[ คำเตือน สถานที่แห่งนี้ถูกยึดแล้วโดยราชาพฤกษา หากบุกรุกเข้ามาโดยไม่ได้รับอนุญาตจะถูกโจมตีโดยทันที ในกรณีที่ต้องการติดต่อเจรจาให้เขียนข้อความใส่กระดาษแล้วนำไปใส่ไว้ในตะกร้าไม้สีแดงด้านข้างนี้ เมื่อเราได้รับข้อความของคุณแล้วเราจะมาหาคุณด้วยตัวเอง ]

 

เมื่ออ่านข้อความบนป้ายดังกล่าว มานพก็รู้ได้ทันทีว่าตนคงไม่ใช่คนเดียวที่มีพลังพิเศษ ราชาพฤกษาที่ว่าคงเป็นผู้ควบคุมพืชอย่างแน่นอน หากเข้าไปสู้ตรงๆตนอาจจะเสียเปรียบเป็นอย่างมาก เพราะที่นี่มีแต่พืชแปลกๆเต็มไปหมด ทางที่ดีควรเข้าไปเจรจาแล้วหาวิธีกำจัดราชาพฤกษาทีเผลอดีกว่า ดูจากข้อความที่เขียนมาเขาสามารถรับรู้ได้เลยว่าคนที่ยึดที่แห่งนี้นั้นเป็นคนดีพอสมควร ไม่งั้นคงไม่ใช้ป้ายนี่แจ้งเตือนผู้คนหรอกจริงไหม ด้วยเหตุนี้แผนการของเขาต้องราบลื่นเป็นแน่

 

..............

 

เถาวัลย์สีแดงหิ้วตะกร้าไม้ เลื้อยไปยังบ้านต้นไม้อย่างรวดเร็ว มันส่งสัญญาณแจ้งเตือนไปยังเจ้านายของมัน นั่นก็คือเซนนั่นเอง ตอนนี้เซนกำลังทดลองสร้างเมล็ดพืชใหม่ๆขึ้นมาแต่ก็ต้องหยุดพักไว้เพียงเท่านี้ก่อน เพราะเจ้าเถาวัลย์เอาของมาส่ง เซนหยิบกระดาษขึ้นมาจากตะกร้าพรางกวาดสายตาอ่าน

 

เซน “ หืม มีคนอยากเจรจาแลกเปลี่ยนเสบียงอาหารกับเรางั้นเหรอ ไปดูสักหน่อยดีกว่า เมย์ผมไปทำธุระข้างนอกแป๊ปนึงนะ”

 

เมย์ที่กำลังฝึกควบคุมพลังของตัวเองอยู่พยักหน้าตอบรับ แล้วหันกลับไปฝึกอย่างตั้งใจต่อ

 

เมื่อมาถึงหน้าทางเข้า เซนก็เห็นคนทั้งสิบห้ายืนรออยู่ คนที่อยู่หน้าสุดคือชายผิวคล้ำวัยสามสิบปลายๆดูแล้วน่าจะเป็นหัวหน้ากลุ่ม พวกเขาถืออาวุธกันครบมือ มีดยาว กระบอง ท่อเหล็ก สภาพแต่ละคนดูมอมแมมทรุดโทรมท่าจะไม่ได้อาบน้ำมาหลายวัน เบื้องหลังพวกเขามีรถจอดอยู่สามคัน ถึงสภาพไม่ค่อยดีแต่ดูก็รู้ว่ายังใช้งานได้ นั่นทำให้เซนตาเป็นประกายเลยทีเดียว

 

หากเขามีรถล่ะก็ ก็จะสามารถเดินทางไปสำรวจที่ไกลๆได้ นั่นหมายถึงทรัพยากรต่างๆที่จะได้รับมาอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เนื้อสัตว์กลายพันธ์ สิ่งมีชีวิตต่างมิติ หรืออื่นๆ ด้วยเหตุนี้เองเขาจึงจำเป็นต้องเจรจาให้ได้มันมาไว้ครอบครองซักคัดก็ยังดี เมื่อตั้งเป้าหมายได้แล้วเขาจึงเดินเข้าไปทักทายอย่างเป็นมิตร

 

เซนยิ้มขึ้นกล่าว “ สวัสดี ไม่ทราบว่าพวกคุณมาจากไหนงั้นเหรอ การที่สามารถรอดชีวิตมาได้หลังวันสิ้นโลกนั่นไม่ง่ายเลย พวกคุณคงลำบากมาเยอะล่ะสิ”

 

มานพยิ้มรับ “ ฮ่าๆ ใช่แล้วดูท่าว่าน้องชายจะเป็นคนมีความสามารถไม่น้อย ขนาดโลกเละเทะถึงขนาดนี้แล้วกลับมีความเป็นอยู่ที่ดี ดูสภาพพวกพี่สิน้ำก็ยังไม่มีให้อาบ มาๆ มานั่งคุยกันดีกว่า พอดีว่าพวกพี่อยากได้เสบียงประทังชีวิตอีกซักหลายวัน ไม่ทราบว่าน้องชายพอจะแลกเปลี่ยนกับอย่างอื่นได้ไหม อย่างเช่นรถสักคันด้านหลังนั่นน่ะว่าไง”

 

มานพสายตาทอประกายเจ้าเลห์ มีหรือที่เขาจะไม่รู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร

 

เซนพยักหน้าเชิงยอมรับ “ แล้วพี่ชายต้องการอะไรล่ะ เข้าสาร น้ำเปล่า หรืออาหารแห้ง”

 

มานพ “ แน่นอนว่าต้องการทั้งหมด เอาเป็นข้าวร้อยกระสอบ อาหารแห้งร้อยถุงใหญ่และน้ำอีกร้อยแพ็คเป็นไง”

 

เซนหลี่ตามองชายเบื้องหน้า ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหน ถึงได้เรียกร้องอาหารมากเกินค่าแลกเปลี่ยนของรถสภาพโทรมแบบนี้ ต้องรู้ก่อนนะว่าในตอนนี้ อาหารมีค่ากว่าทองซะอีก ถ้าเรียกร้องมากขนาดนี้ไม่ปล้นกันเลยล่ะ แต่ในขณะที่เขาจะอ้าปากกล่าวนั้นเอง สัญชาตญาณก็ร้องเตือนถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับตน

 

ตู้มมม.......ฟิ้วๆๆๆ.........

 

พื้นดินเบื้องล่างของเซนระเบิดแตกออกกลายเป็นหนามหินแหลมคมนับสิบพุ่งเข้าหาร่างของเซนในพริบตา

 

---------------------------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว