สถานะ : กลับมาเขียนต่อหลังจากอู้เพราะโควิดไปนานนม ตอนต่อไป : ตอนที่38-?? รีไรท์ยังไม่มีในเร็ววันนี้ขอให้อดทนไปก่อน เพราะใจไรท์อยู่กับตอนใหม่มากกว่าตอนเก่า

ตอนที่29 ราชาคนอื่น? อ่อนแอชะมัด

ชื่อตอน : ตอนที่29 ราชาคนอื่น? อ่อนแอชะมัด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 372

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ย. 2561 01:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่29 ราชาคนอื่น? อ่อนแอชะมัด
แบบอักษร

​"...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ ...คุโระ..."

"อาจารย์อัลซุรู้จักหมอนั่นด้วยเหรอคะ?"

เสียมารยาทจังนะคะยัยนี่ ถ้าไม่ติดที่พี่คุโระยืนอยู่ตรงนี้ฉันคงจะวิ่งเข้าไปต่อยหน้าสักทีให้ฟันหลุดมาสักซี่สองซี่แล้วล่ะค่ะ​ ฉันไม่ชอบหน้ายัยนี่ตั้งแต่แรกเห็นที่ห้องเมื่อตอนที่พี่คุโระเข้ามาแล้วล่ะนะ

ตายจริง ฉันลืมทั้งสวัสดีและแนะนำตัวไปซะสนิทเลยค่ะ​ ฉันคือฮินาตะ คานะ น้องสาวของพี่ฮินะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ และนั่นคือนิสัยของฉัน ฉันไม่ชอบคนที่มาดูถูกคนสำคัญของฉัน และไม่ชอบพวกที่มาหยาบคายใส่ด้วยค่ะ​

แต่เพราะพี่คุโระให้ความสนใจในระดับนึงฉันจึงต้องกัดฟันทำเป็นเมินเฉยไป เอาเข้าจริงขนาดรุ่นพี่ยูยะยังหรี่ตาทำหน้าเบะปากใส่ราวๆกับจะบอกว่า "เธอกำลังทำอะไรของเธอน่ะ!?" ยังไงยังงั้น

รุ่นพี่ยูยะเนี่ย เก็บสีหน้าไว้ไม่ได้เลยจริงๆนะคะ​ แถมผ่านไปตั้งสองปีสำหรับรุ่นพี่ยังเป็นคนแบบนี้อยู่อีก ถ้าไม่เลิกเจ้าชู้ฉันอาจจะได้แทงรุ่นพี่ไปซะก็ได้...อุ๊ปส์ ไม่ดีเลยนะคะ​นั่นน่ะ

ฉันเป็นเด็กสาวน่ารัก ฉันต้องไม่ทำตัวรุนแรงแบบนี้ ฟู่ ฟู่ ใจเย็นเข้าไว้คานะ!

"...ไม่ได้เจอกันนาน สองเดือนสำหรับเธอสินะ? เป็นยังไงบ้างล่ะ?"

"ฉันแข็งแกร่งขึ้นในระดับนึงแต่..มันคงจะยังไม่พอ อีกอย่างฉันก็คิดว่าสภาพฉันยังอยู่ดีกว่านายล่ะนะ"

"เห? หมายถึงแขนนี่งั้นเหรอ?"

"แขนนั่นไม่น่าจะมีอยู่บนโลกใบนี้ เป็นของจากโลกเดิมของนายงั้นเหรอ?"

ใช่แล้วล่ะค่ะ มันคือสิ่งที่โลกใบนี้ไม่มี สิ่งที่เรียกว่าแขนเทียมคือหนึ่งในวิทยาการที่ใช้หลักทางวิทยาศาสตร์ในการสร้างทำให้มันขยับได้ พี่ฮานะสร้างมันโดยประยุกต์กับวัสดุที่มาจากโลกใบนี้และใช้งานผ่านพลังเวทย์แทนพลังงานไฟฟ้าหรือแบตเตอร์รี่

"เป็นวิทยาการมาจากโลกของชั้นแต่ใช้วัสดุที่หาได้จากโลกใบนี้ ประยุกต์เข้ากับเวทมนตร์ในการใช้งาน พี่สาวของชั้นสร้างมันขึ้นมา ส่วนเรื่องที่เธอมีวัสดุจากโลกใบนี้ได้ยังไงนั้นเป็นความลับ แม้แต่ชั้นก็ยังไม่รู้"

พี่คุโระก็คิดเหมือนฉันสินะคะ แต่พวกเราก็ไม่ได้ถามเพราะถึงถามไปพี่ฮานะก็ไม่ตอบหรอกค่ะ ฉันมั่นใจอย่างนั้นจริงๆ

พี่ฮานะเป็นผู้หญิงที่เต็มไปด้วยปริศนา ถึงอย่างนั้นเธอก็ดูไม่ได้อันตรายอะไร แต่ก็มีบรรยากาศที่ถ้ายุ่งไปมากกว่านี้ก็จะตายเอาได้ประมาณนั้น..อันไหนที่ไม่อันตรายคะ​เนี่ย?

พี่ยูนะเองก็แปลกๆเหมือนกันแต่กลับดูปลอดภัยยังไงไม่รู้ค่ะ​ เธอไม่ได้ดูแข็งแกร่งเลยแต่ก็เป็นเมดที่ยอดเยี่ยม ...แต่ทำไมเรื่องอาหารพี่ฮานะถึงเป็นคนทำตลอดเลยล่ะคะ​? หรือว่าพี่ยูนะจะถูกห้ามให้เข้าครัว?

...บางทีอาหารของพี่ยูนะ อาจจะไม่ใช่อาหารก็ได้นะคะ...

...ไม่คิดมากดีกว่าค่ะ! นอกเรื่องมาไกลแล้วนะเนี่ย...

"...นายไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพวกฉันก็ได้นะ"

"อย่าเข้าใจผิดไป ถึงเธอจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมแต่นั่นก็ยังเป็นขีดจำกัดของเธอในตอนนี้ เธอคิดว่าจะสามารถเอาชนะฮินะที่เป็นถึงผู้กล้าที่แข็งแกร่งที่สุดบนโลกใบนี้ได้งั้นเหรอ? ฝันอยู่รึเปล่า?"

"นายนี่มันเสียมารยาทมากเกินไปแล้วนะ!"

อ๋า!! อยากต่อยยัยหัวสว่านหลอดม้วนนี่จริงๆเลยนะคะ​!! ทำไมไม่อนุญาตกันล่ะคะ!?

แต่พี่คุโระก็เมินยัยนั่นทิ้งโดยไม่สนใจใยดียัยนั่น อาจารย์อัลซุก็หัวเราะแห้งๆออกมาแต่เธอก็ยังมีสายตามุ่งมั่นอยู่...

"หรือว่า.."

"จริงอยู่ที่ถ้าสู้กันล่ะก็เป็นไปไม่ได้เลยที่ฉันจะชนะ...แต่ฉันมีไพ่ตายอยู่ ฉันจะจบสงครามและฆ่าจอมมารนั่นด้วย แม้ว่าจะต้องใช้ชีวิตของฉันก็ตามที"

*ฟุ่บ!*

*ตู้ม!*

พริบตาพี่คุโระก็เตะเข้าที่ขมับของอาจารย์อัลซุ แต่ก็หยุดเอาไว้ก่อนที่จะโดนสามเซ็นติเมตรด้วยความแม่นยำ และผลที่ตามมาคือระเบิดสูญญากาศที่รุนแรงจากตำแหน่งที่พี่คุโระหยุดเท้าเอาไว้ไปจนถึงอีกด้านหนึ่งของศีรษะของอาจารย์อัลซุ

"ถ้าอยากตายมากนักชั้นจะสนองให้ที่นี่เดี๋ยวนี้เลยเอาไหมล่ะ?"

"...นายจะทำจริงๆงั้นเหรอ?"

"อา"

"แต่นายไม่ทำหรอก"

"มั่นใจจังนะ"

ใช่ๆ อาจารย์อัลซุจะมั่นใจได้ยังไงว่าพี่คุโระจะไม่ทำแบบนั้น...

เป็นฉัน ฉันก็คิดว่าพี่คุโระคงจะไม่ยอมอ่อนข้อให้แน่ๆค่ะ เพราะสายตาของพี่คุโระตอนนี้นั้นอยู่ในอารมณ์ที่โกรธมากพอสมควรเลยล่ะนะคะ คงเป็นเพราะอาจารย์อัลซุบอกว่ายอมที่จะตายโดยแลกกับการไปสู้กับพี่สาวของฉันและจอมมารอะไรนั่นน่ะนะคะ

และในเมื่อพี่คุโระโกรธขนาดนี้ ฉันยังเดาไม่ออกเลยค่ะว่าอะไรจะหยุดพี่คุโระไม่ให้ฆ่าฉันได้บ้าง

"ฉันมั่นใจมากเลยล่ะ เพราะฉันชอบนาย ฉันไม่เหมือนเมื่อก่อน ไม่ขี้อายแบบนั้นแล้วนะ อีกอย่างนายก็รู้จากฉันแล้ว การที่นายจะไม่ยอมให้ฉันตายเหตุผลนึงก็มาจากนิลล่าไม่ใช่รึไง?"

นิลล่า? พี่คุโระคะ พี่มีผู้หญิงกี่คนกันแน่คะเนี่ย?

นั่นทำให้ฉันเกือบจะแสดงอาการยันเดเระออกมาเลยแหละนะคะ​ แต่ว่ามิยุที่อยู่ข้างๆฉันก็สะดุ้งเฮือกไปซะแล้ว สงสัยจะไม่เกือบแต่หลุดออกมาแล้วแน่ๆเลยค่ะ

"คานะ...น่ากลัวนะนั่น"

พอถูกย้ำโดยรุ่นพี่ยูยะฉันก็รู้ได้ในทันทีว่า ..อา เผลอหลุดยันเดเระซะแล้วสิคะ เทเฮะ!

"เป็นสองเดือนที่ทำให้เปลี่ยนเป็นคนละคนเลยนะในเรื่องของนิสัย แต่เธอน่าจะน่ารักขึ้นกว่านี้อีกนิดถ้าไม่มีกล้ามเนื้อพวกนั้น แต่ชั้นก็ไม่ได้เกลียดหรอกนะ"

"ไม่ดีรึไง? ถึงจะมากไปหน่อยแต่ฉันมั่นใจว่ามันคงจะรู้สึกถ้าได้กอดเลยนะ อีกอย่าง ถ้านายไม่ได้เกลียดหมายความว่านายก็ชอบแบบนี้ล่ะสิ?"

"นี่ชั้นหูฝาดไปรึเปล่าเนี่ย? แต่จะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน"

*ตุ่บ*

พี่คุโระลงขาลงแล้วเดินหันหลังให้กับอาจารย์อัลซุ

"ถ้ามันเกิดอะไรขึ้นกับเธอล่ะก็นิลล่าจะต้องเสียใจแน่ๆ และอีกอย่าง...ชั้นสูญเสียนิลล่าไปแล้ว ทั้งก่อนหน้านี้และเมื่อไม่นานมานี้ แค่นั้นมันเกินพอแล้ว ฉันจะไม่มีทางสูญเสียใครไปอีกแม้ว่าเธอจะต้องการหรือไม่ก็ตาม"

"...มันมีทางเลือกไม่มากนักหรอกนะ สิ่งนั้นจะทำให้ฉันเอาชนะทั้งจอมมารนั่นและท่านฮินะได้ มันก็แค่แลกกับชีวิตคนคนเดียวเท่านั้นเองนะ"

สิ่งนั้น?

"มันมีอีกตั้งหลากหลายวิธีให้เลือก แล้วทำไมเธอถึงไม่มอบมันให้กับคนอื่นแทนล่ะ?"

"มันเข้ากับฉันได้ดีที่สุด.."

"...ชั้นก็หวังว่าเธอกับชั้นจะเข้ากันได้ดีที่สุดเหมือนกัน"

"หยุดเลยนะ! ฉันไม่ยอมให้คุณทำเรื่องเสียมารยาทแล้วหนีไปหรอกนะคะ!"

ยัยหัวทองนั่นพยายามจะรั้งพี่คุโระเอาไว้ เธอนั่นแหละค่ะที่เสียมารยาท!

ก่อนที่แขนของเธอจะถึงตัวของพี่คุโระ ฉันก็เอาด้ามดาบของฉันปัดมือของเธอทิ้งแล้วหมุนตัวเตะโดยใช้จุดหมุนเป็นเท้าซ้ายและเตะไปด้วยการหมุนตามเข็มนาฬิกา

*ฟุ่บ*

เห? ยัยนี่เก่งเอาเรื่องอยู่นะคะเนี่ย

เพราะฉันโจมตีทีเผลอ ความจริงนี่ควรจะจัดการยัยนี่ได้แล้วแท้ๆ แต่ยัยนี่ก็ถอยกลับไปได้ ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่หยุดอยู่แค่นั้นหรอกนะคะ

ฉันตั้งตัวอย่างรวดเร็วและชกหมัดขวาออกไป แต่หมัดของฉันก็ถูกรับเอาไว้ได้แถมยังถูกเหวี่ยงขึ้นอีกด้วย เธอคงจะทุ่มฉันสินะคะ? แต่ฉันเคยสู้กับพี่ฮินะมาหลายร้อยรอบแล้ว การทุ่มของเธอมันยังขาดการเร็วค่ะ!

ฉันพลิกตัวกลางอากาศแล้วลงพื้นมาเพื่อสวนคืนการทุ่ม แต่ว่าเธอก็รู้ตัวและถอยออกไป ก่อนที่จะชกเข้ามาหาฉันและฉันเองก็ชกยัยนั่นกลับเช่นกัน

ถ้าอยากจะวัดแรงกันล่ะก็เอาสิคะ!

แต่ในชั่วพริบตา หน้าของฉันก็ถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือขวาของพี่คุโระ ส่วนอีกข้างก็คงจะเป็นหน้าของยัยนั่น ก่อนที่พี่คุโระจะเหวี่ยงร่างของพวกเราไปชนกับประตูโดยเรียงลำดับเป็นฉันและเป็นยัยนั่นที่พุ่งเข้ามาทับร่างของฉัน

*ปัง!*

ทำเอาประตูเปิดเลยแฮะ แต่มันเจ็บนะคะ!!! ให้ตายสิทำอะไรของพี่คุโระกันคะเนี่ย!?

เมื่อฉันมองไปที่พี่คุโระฉันก็นึกขึ้นได้ว่าพี่คุโระไม่ได้อุ้มเด็กคนนั้นเอาไว้ แต่ว่าพี่คุโระโยนเธอขึ้นไปข้างบน แต่ในพริบตาพี่คุโระก็กระโดดขึ้นไปรับและลงมาอย่างนุ่มนวล...แกร่งจริงๆนั่นแหละค่ะพี่คุโระน่ะ

"ถ้าจะสู้กันล่ะก็ ชั้นจะเป็นคู่ต่อสู้ให้พวกเธอเอง จะสู้จนกว่าพวกเธอจะลุกไม่ขึ้นเลย"

ถ้าเป็นเรื่องอย่างว่าฉันก็รออยู่นะคะ! ขนาดบุกเข้าห้องของพี่คุโระไปพี่คุโระก็ไม่สนอะไรเลย! หเพราะหลับลึกเกินไปฉันเองก็ไม่อยากให้ครั้งแรกของพวกเราเป็นอะไรที่เหมือนกับการข่มขืนแบบนั้นด้วยสิ ไว้ถึงคราวที่พี่คุโระต้องการเมื่อไรฉันจะยินยอมนะคะ!

แต่เรื่องนั้นกับเรื่องนี้มันคนละเรื่องกันค่ะ! ทำไมถึงเอาความโกรธของพี่มาพาลกับพวกฉันกันล่ะคะเนี่ย!?

แล้วยัยหัวทองม้วนก็ดันน็อคไปซะแล้ว! ฉันไม่อุ้มหล่อนหรอกนะยะ!

"ตกลงว่าพวกเธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ?"

"ก็เห็นผู้อำนวยการบอกให้รอใครมานี่แหละ แต่รอจนมืดขนาดนี้แล้วยังไม่มีใครเลยก็เลยคิดว่าจะกลับน่ะ ส่วนเด็กคนนั้นเธอเพิ่งเข้ามาเมื่อสักครู่นี้เอง ดูเหมือนว่าจะตามหาตัวอามาเมะอยู่น่ะ"

"เห? เธอรู้จักยัยนั่นด้วยงั้นเหรอ?"

"อืม เธอคนนั้นชวนฉันมาทำงานที่นี่น่ะ และ...ดูเหมือนเธอจะตกหลุมรักใครเข้า นายไปทำอะไรมาล่ะเนี่ย?"

"ก็แค่ยิงปืนใส่ขาแล้วซัดหน้าเธอไปทีนึงตอนสอบเข้าแค่นั้นเอง แล้วก็รักษาให้จากนั้นยัยนั่นก็เดินตามฉันไปในป่าแล้วเห็นชั้นจัดการเจ้ามังกรลมแค่นั้นเอง"

"แหม เสน่ห์แรงซะจริงเลยนะนายเนี่ย"

"เธอก็หลงไปแล้วไม่ใช่รึไง?"

...เอาพี่คุโระผู้ไม่เคยหน้าม่อและเป็นพี่ชายสุดคูลคนเดิมกลับมานะคะ​! แต่เอาเข้าจริงไม่ว่าจะเป็นแบบไหนพี่คุโระก็ยังเป็นพี่คุโระ ความคูลและความเยือกเย็น อ่อนโยนและน่ารักก็ยังคงอยู่ ฉันรักพี่คุโระเพราะว่าเป็นพี่คุโระนั่นแหละค่ะ

แต่...แบบนี้จะเพลย์บอยเกินไปแล้วนะคะ​! แบบว่าเสน่ห์แรงจนมีคนหลงรักกันเป็นแถบๆ ถ้าไม่ติดที่พี่คุโระดูน่ากลัวในสายตาคนอื่นตอนแรกเห็นล่ะก็ คงมีสาวติดกันตรึมแน่นอนเลยค่ะ

แต่คนที่พี่คุโระจะรักได้ก็มีไม่มากนักหรอกนะคะ​ อย่างน้อยต้องมีความผูกพันธ์ในระดับนึง ในกรณีอาจารย์อามาเมะก็ถือว่ายังไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น พี่คุโระคงชอบในนิสัยของอาจารย์ถึงได้อยู่ใกล้ชิดขนาดนี้ล่ะนะคะ​

แต่สำหรับพวกเราแล้วตอนนี้ก็ถือได้ว่าพวกเราเป็นคนสำคัญของพี่คุโระแล้วล่ะนะคะ​ อย่างน้อยก็มั่นใจอย่างนั้นจริงๆ

"แล้วทำไมถึงมาตามหาอามาเมะในที่แบบนี้กันล่ะ?"

อ๊ะ! เรียกชื่อแล้ว จากก่อนหน้านี้ไม่ได้เรียกชื่ออาจารย์อามาเมะเลยสักครั้งเดียวแท้ๆ ปรกติเห็นพี่คุโระเรียกอาจารย์ว่า "ยัยหัวแดง" ตลอดเลยน่ะสิคะ ฉันเลยแปลกใจนิดหน่อยน่ะค่ะ

แต่ปรกติที่ว่ามันแค่เมื่อวานกับเมื่อเช้านี้เท่านั้นเองนี่นา...เอาไปอ้างอิงอะไรไม่ได้นัดหรอกนะคะ

"ก็ยัยนั่นหายตัวไปน่ะสิ เหมือนว่าจะไปตามหาพวกนายน่ะ"

"ยัยนั่น...เฮ้อ ชอบทำให้เป็นหัญหาจริงๆเลยนะ"

"พูดอย่างกับรู้จักมาเป็นปีๆเลยนะ"

"เพิ่งเจอกันเมื่อวานน่ะ จะไปสนิทขนาดนั้นได้ยัง ก็แค่บ่นนิดหน่อยเท่านั้นเอง"

"บ่นอย่างกับเป็นสามียัยนั่นเลยนะ ทั้งๆที่ฉันมาก่อนแท้ๆ"

"เธอก็บ่นเหมือนกันนั่นแหละ"

พวกคุณทั้งคู่นั่นแหละค่ะ!

"...พวกนั้นมันใครน่ะ?"

"ใครไหน? ...อย่าบอกนะว่าจับสัมผัสอะไรจากที่ไกลๆได้น่ะ?"

"ก็ไม่เชิง แค่รับรู้อะไรจากหลายๆที่ที่อยู่ไกลออกไปได้เท่านั้นเอง ตรงนั้นมีกลิ่นของยัยอามาเมะอยู่ ร่องรอยของพลังเวทย์ก็เข้มข้นมาก ชั้นว่าเราตามมันไปได้ล่ะนะ"

"...สุดยอดเหนือมนุษย์จริงๆเลยนะ"

"หลงรักชั้นแล้วรึไง?"

"มากๆเลยล่ะ"

หวา! มดเต็มไปหมดเลยแฮะ! แต่ดูเหมือนวันนี้จะไม่ใช่วันของฉันเพราะฉะนั้นไว้เจอกันใหม่นะคะ!

ฉันอามาเมะ เมื่อตอนเย็นก็ออกตามหาชายที่ชื่อคุโระและเหล่าสาวๆในกลุ่มของเขา

อันที่จริงฉันหาเหตุผลดีๆที่จะหาเขาไม่ได้เลย ไม่รู้จะทำอะไรเพื่อชายคนนั้นได้บ้าง แต่ฉันก็ยังอยากจะเจอและได้ยินเสียงเขา...เหมือนจะสติไม่ดีเลยเนอะ

ชายคนนั้นมีสาวสวยและน่ารักล้อมรอบแท้ๆ ถึงจะพอมีคนมาชมว่าสวยอยู่บ้างก็เถอะ แต่ร่างกายของฉันก็มีแต่บาดแผลและกล้ามเนื้อที่เกินงาม...บางที ถ้าเกิดมาในโลกที่สงบสุขฉันคงจะดูแลร่างกายและผิวพรรณ์ให้ดีกว่านี้ล่ะนะ แต่มันคงเป็นไปไม่ได้

แล้วอัลซุ เพื่อนของฉันก็ดันมีอะไรบางอย่างกับคุโระอีก ไม่รู้ว่ารู้จักกันหรือเปล่าแต่ดูจากสีหน้าท่าทางแล้ว น่าจะเกินกว่านั้นไปแล้วด้วยซ้ำ

สำหรับฉัน คุโระก็แค่ผู้ชายเจ้าอารมณ์ หยิ่งผยองและเลือดเย็น แต่ทว่าอีกด้านนึงนอกเหนือจากการต่อสู้ เขามีความอบอุ่นและอ่อนโยนที่แผ่ออกจากความเยือกเย็นและสายตาที่แหลมคมนั่น เขาเป็นชายที่แตกต่างกันสุดขั้วและรอยยิ้มก็ทำให้อุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก

ฉันรักเขา ฉันรู้แค่นั้น มันเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เพิ่งเคยเจอครั้งแรกกับตัว ฉันไม่เคยรักใครมาก่อนแต่ก็เข้าใจว่ามันเป็นยังไง และมันก็เป็นแบบนี้

แต่คนที่หลงรักเขามันไม่ได้มีคนเดียว คนที่บอกว่าตนเป็นผู้กล้าอย่างคานะที่มากับเขา เด็กสาวเผ่านางฟ้าที่ชื่อยูริ เด็กสาวเผ่ายักษ์อย่างมุซาชิ ผู้หญิงที่ดูน่ากลัวเล็กน้อยที่ชื่อฮารุ เอลฟ์สาวสวยรูรูก้า ซัคคิวบัสอันดับหนึ่งในโลกแอสโมดิอุส หรือแม้แต่ยูยะและมิยุเองก็เช่นกัน

เขามีเสน่ห์ล้นใครๆก็คิดแบบนั้น แต่ก็ไม่นึกเลยว่าจะทำให้นิลล่าที่เป็นเพื่อนอีกคนของฉันหลงรักได้ขนาดนั้น ถึงจะเพิ่งมารู้ทีหลังแต่ฉันก็ยังทำใจไม่ได้ที่เพื่อนของฉันจากฉันไป

ถึงยังไงมันก็ไม่ใช่ความผิดของคุโระแต่ฉันก็พูดแบบนั้นออกไปไม่ได้ ฉันก็ได้แต่ถอนหายใจเท่านั้น

เนื่องจากว่าคุโระไม่ได้อยู่ภายในสถาบันการศึกษาฉันจึงกลับไปทำงานให้เรียบร้อย และฝึกในส่วนของตัวเองเสียก่อน ฉันเองก็ต้องการที่จะเป็นพลังให้กับคุโระเหมือนกัน

"...เขาจับมือฉัน...มือเขาอุ่นมากเลย..."

อ๊า! ฉันพูดอะไรออกมาตอนกำลังฝึกกันล่ะเนี่ย! ฟันดาบอีกสองพันครั้ง!

อ๊ะ! มืดแล้วนี่นา...กลับก่อนดีกว่าแฮะ ยังไงพรุ่งนี้พวกเราก็ได้เจอกันแล้วแท้ๆ แค่วันเดียวไม่เป็นไรหรอก

"เห? มีกลิ่นของความมืดอยู่เต็มไปหมดเลยนะ"

"!!"

ฉันหันหลังกลับแล้วฟาดดาบใหญ่ของฉันไปเป็นแนวนอนแต่ดาบนั่นก็ถูกหยุดเอาไว้ได้

"แข็งแรงจังนะ น่าสนใจจริงๆ นี่ มาเป็นภรรยาให้ข้าดีกว่า เพราะข้าจะครองโลก...ไม่สิ ข้าจะเป็นชายผู้ครองจักรวาลทั้งหมด หากเป็นภรรยาที่ดีให้ข้าแล้วล่ะก็ เราอาจจะให้กำเนิดเด็กที่แข็งแกร่งสุดๆออกมาก็ได้นะ"

ชายผมขาวคนนี้แม้จะดูดีแต่ฉันไม่ชอบใจเขาเลย! ความน่ากลัวและความเลือดเย็นของเขาทำให้ฉันอยากจะวิ่งหนีไปทั้งๆแบบนี้...แต่ฉันหนีไม่พ้นแน่!

"อย่ามายุ่งกับฉัน!"

ฉันใช้เวทเสริมพลัง นอกจากนั้นก็ร่ายซ้ำอีกสองครั้งก็เป็นขีดจำกัดของฉันในตอนนี้

ฉันดึงดาบของฉันออกมาแล้วพลิกตัวเตะเขา แต่ทว่ามันก็ทำความเสียหายให้เขาไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

"เจ็บนิดๆอย่างกับมดกัดเลยนะ ไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานพอควรแล้วแฮะ~"

ชิ ฉันถีบร่างของเขาแล้วทิ้งระยะห่างออกจากเขามา ถึงจะต่อสู้ไปก็ไร้ประโยชน์ อาวุธนี้ก็เป็นอาวุธฝึกซ้อมไม่ใช่อาวุธจริง คมก็ไม่มีและน้ำหนักก็เบาไปด้วย

"เป็นไรไปภรรยาของข้า? ไม่เข้ามาแล้วงั้นหรือ?"

"หุบปากไปเลย ฉันไม่ใช่ภรรยาของนายสักหน่อย"

"...ดูเหมือนจะต้องทำให้เจ้าอยู่ในโอวาสของข้าให้ดีก่อนสินะ!"

ไอ้หมอนี่มันกู่ไม่กลับแล้ว!

*ตู้ม!*

ฉันทุบพื้นเพื่อสร้างฝุ่นที่จะทำให้บดบังทัศนวิสัยของชายคนนั้นแล้วเริ่มออกวิ่ง

แม้จะรู้ว่าเขาตามฉันมาแต่ฉันต้องลากไปที่ป่าเพื่อไม่ให้เกิดอะไรขึ้นภายในเมือง อีกทั้งถ้าเป็นที่นั่นฉันก็สู้ได้ง่ายขึ้น เพราะว่าสถาบันก็ไม่ได้มีคนอยู่แล้วด้วย เลือกมาต่อสู้ในที่ที่มันสามารถปล่อยความสามารถได้เต็มที่คงจะดีกว่ากันเยอะ

แต่ถึงจะบอกว่าฉันจะได้ปลดปล่อยพลังได้อย่างเต็มที่ แต่อย่างมากก็คงทำให้เกิดแผลถลอกได้เท่านั้น อาวุธนี่ไม่ใช่อาวุธมีคมแถมจะแวะไปเอาก็ไม่ได้อยู่แล้ว

อีกอย่าง ฉันไม่ได้มีพลังเวทย์มากมายมหาศาลอะไรขนาดนั้น มีแค่ทักษะกับร่างกายนี้ จะบอกว่าฉันใช้อาวุธเป็นที่พึ่งก็ไม่แปลกใจและยอมรับโดยดี กับคนที่ไม่ได้มีพลังก็ต้องมีอุปกรณ์เสริมพลังเป็นธรรมดา

*ฟิ้ววววว*

"ชิ!"

เพราะฉันเองก็ไม่รู้ความสามารถของอีกฝ่ายทำให้เกิดปัญหาหลายอย่างขึ้น อย่างการถูกโจมตีอย่างฉับพลันแบบนี้

ฉันตวัดขากลับหลังแต่ว่ามันก็ไร้ผล ฉันเตะพลาดเพราะความคลาดเคลื่อนเรื่องระยะทาง แต่ฉันก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้นและฟันดาบเฉียงขึ้น

เขาถอยไปอีกก้าวใหญ่ทำให้หลบมันพ้น รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาดูน่ากลัวเล็กน้อยแต่สำหรับฉันมันขนลุกมากกว่านั้นเยอะ

"เป็นอัจฉริยะที่น่าหลงไหลมาก ตกหลุมรักเข้าไปอีกแล้วนะ"

"ถอยไปให้ไกลเลยนะไอ้เวรเอ้ย!"

"เสียดายตรงที่ปากเสียนั่นแหละนะ!"

*ตุ้บ!*

เขาเคลื่อนที่เร็วมาก! แม้ฉันจะมองเห็นแต่กลับป้องกันเอาไว้ไม่ทัน ฉันจึงโดนเตะเข้าที่ขมับอย่างรุนแรงจนตาพร่าไปชั่วครู่

เนื่องจากสมองถูกกระทบกระเทือนจึงมีผลต่อการทรงตัวและการมองเห็นมากพอควร อีกทั้งฉันจะดึงแรงจากร่างกายและน้ำหนักออกมาใช้ให้มีประสิทธิภาพก็คงจะทำไม่ได้

*ฉึก!*

ฉันทรงตัวโดยใช้ดาบใหญ่ในมือค้ำพื้นเอาไว้ ก่อนที่จะกัดริมฝีปากจนเลือดไหลออกเพื่อดึงสติเอาไว้ แต่กระนั้นเขาก็ไม่บุกเข้ามาต่อทั้งๆที่ฉันเปิดช่องว่างมากขนาดนี้แท้ๆ

"เห? ยังไม่สลบไปอีกเหรอเนี่ย? สมแล้วที่ทำให้ฉันหลงได้ขนาดนี้!"

พูดเอาอยู่แค่ฝั่งเดียวเลยนะ น่ารำคาญชะมัด!

ฉันตวัดดาบอีกครั้ง เขาที่วิ่งเข้ามาก็ถีบพื้นถอยกลับก่อนที่จะบุกเข้ามีอีกครั้งพร้อมกับชกหมัดออกมา

"..ถึงนายจะเก่งก็เถอะ.."

ฉันเอนน้ำหนักไปทางด้านหน้าและเบี่ยงตัวไปทางขวาเล็กน้อยตามน้ำหนักของดาบ ฉันกำหมัดแน่นแล้วปล่อยอัปเปอร์คัตเข้าใส่คางของเขาอย่างรุนแรง 

*ตุ้บ!*

ทว่าสิ่งที่ฉันสัมผัสได้นั้นราวกับก้อนหินก้อนใหญ่ไม่มีผิด

"อึ่ก..."

"เมื่อกี้เจ้าจะพูดอะไรกับข้างั้นเหรอ?"

ฉันตั้งหลักอีกครั้งแล้วตวัดหลังเท้าเข้าใส่ใบหน้าของเขาอย่างรุนแรง แต่ยิ่งแรงมากเท่าไรก็ราวกับว่ามันสะท้อนกลับมาหาข้าทุกครั้ง

*ตุ้บ!*

ทำให้ฉันรู้สึกเจ็บส่วนส้นเท้าเป็นอย่างมาก ชนิดที่มันไม่น่าจะใช้งานได้อีกถ้าในวันนี้เพราะดูจากแผลแล้ว...มันดูไม่น่าจะใช้งานได้จริงๆนั่นแหละ

"เจ้านี่ทำร้ายว่าที่สามีของเจ้าได้อย่างเลือดเย็นจริงๆนะ"

"ก็บอกว่าไม่ใช่ไง!"

*ตุ้บ!*

แต่ถึงส้นเท้าจะใช้ไม่ได้แต่ทั้งเท้ายังใช้ได้อยู่ ฉันจึงถีบร่างขาหมอนั่นออกไปแล้วออกตัววิ่ง

เนื่องจากการถีบของฉันนั้นเน้นการถ่ายน้ำหนักไปที่เท้าทำให้พอดันร่างของเขาออกได้แต่ถ้าหากใส่แรงการถีบให้เป็นปรกติอย่างรุนแรงอาจจะทำให้เท้าของฉันเสียหายได้จึงไม่คิดที่จะทำ

แต่ถึงจะออกวิ่งมาด้วยความเร็วระดับนี้ก็ตามแต่เจ้านั่นยังตามมาติดๆ แต่เพราะฉันในตอนนี้ค่อนข้างจะเร็วทำให้เขาตามมาด้วยความทุลักทุเล...

อันที่จริงไม่ได้ถึงขั้นทุลักทุเลแต่มันก็ไม่ได้สบายแบบนั้นเพราะเขาตามมาด้วยความเร็วน่าจะมากที่สุดของเขา และฉันก็สังเกตเห็นจุดอ่อนของเขา

เขาไม่ได้มีร่างกายที่แข็งแรง...ในทางเทคนิคแล้วเขาค่อนข้างจะอ่อนแอแค่มีพละกำลังที่มาก และพลังที่น่าจะได้รับสืบทอดหรืออาจจะเป็นพรสวรรค์มา

แต่กระนั้นเขาไม่เคยได้ฝึกกล้ามเนื้อหรือออกกำลังกายเลยอย่างแน่นอน เพราะแค่นี้เขาก็เริ่มหอบแล้ว ถ้าเป็นแบบนั้นฉันอาจจะมีทางเอาชนะได้แม้ว่าจะต้องไม่ประมาท แต่ว่าเลือกต่อสู้ก็ย่อมเป็นเรื่องปรกติอยู่แล้ว

ถึงฉันจะเอาชนะเขาไม่ได้ แต่มันก็มีทางเลือกไม่มากนัก แค่ดูก็รู้แล้วว่าเขาคงต้องป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้ต่อแน่ๆ หากปล่อยไปก็คงแย่ไม่ใช่น้อย

ฉันหลบเข้าทางซ้ายแล้วหลบอยู่หลังต้นไม้ ถึงจะไม่นึกว่าเขาจะโง่ผ่านไปเลยก็ตามแต่เขาก็ดันทำอย่างที่ฉันคิด คือเลี้ยวตามมาโดยไม่ได้สนใจอะไรทำให้ถูกฉันโจมตีเข้าด้านข้างโดยง่าย

ฉันถ่ายพลังเวทย์ที่เหลือเข้าที่หมัดขวาที่ง้างรอแล้วชกเข้าที่เบ้าหน้าของเขาอย่างรุนแรงอย่างขีดสุดจนทำให้คอของเขาบิดไปด้านขวาพร้อมกับเซจนล้มไป

ถึงใบหน้าของหมอนั่นจะมีบาดแผลแต่ไม่รุนแรงเท่ากับมือของฉันหรอก เพราะตอนนี้นอกจากกระดูกจะแตกแล้วยังจะมีบาดแผลเล็กๆน้อยๆอีก หากใช้งานหนักกว่านี้อาจจะทำให้มือพังเลยก็ได้...

...เจ้านี่ มีร่างกายที่อ่อนแอแต่กลับมีผิวที่แข็งยิ่งกว่าผิวของโทรลล์ซะอีก แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นของเกล็ดมังกรล่ะนะ ยิ่งเป็นมังกรดินยิ่งไม่ต้องไปเปรียบเลย

ปรกติฉันก็ไม่ได้ไปซัดกับโทรลล์ด้วยมือเปล่าหรอกนะ แต่ทางเลือกที่จะใช้ดาบนี่มันคงไม่ดีนัก เพราะมันอาจจะทำให้ดาบพังก่อนที่จะซัดเขาก็ได้ ดูจากหมัดแล้วก็มีความเป็นไปได้สูงเลย แถมมานาของฉันไม่ได้มีมากนักจึงไม่อยากจะเอาไปใช้กับอาวุธเพราะต้องดึงมานาส่้วนนึงออกไปเพื่อถ่ายโอน

"อูย...ชอบอะไรรุนแรงก็ไม่บอกนะ!"

*ตู้ม!*

เกือบไปแล้วไหมล่ะ! ฉันหลบการโจมตีนั่นมาได้อย่างหวุดหวิดแต่ก็มีถากๆที่แก้มไปบ้าง

มันคือลูกบอลขนาดกลางที่ถูกสร้างด้วยกระแสลม ถ้าโดนเข้าไปนี่อาจจะตายได้เลยนะ...หรือถ้าไม่ตายล่ะก็ หน้าของฉันคงจะเละน่าดู

"ตายล่ะสิ ข้าเผลอใส่แรงมากเกินไป เกือบจะทำให้ใบหน้าของเจ้าต้องเสียหายแล้วแท้ๆ"

หมอนี่...ทำตัวเหมือนกับแนวหน้าแต่ความจริงคือแนวหลังงั้นสินะ...

"แต่แบบนี้เจ้าก็คงจะหนีไปไหนไม่ได้แล้วล่ะนะ!"

*ตุ้บ!*

"อึ่ก!"

มันเตะเข้าที่ขาของฉันอย่างรุนแรง นั่นคือเวทเสริมพลังอย่างแน่นอน

ฉันล้มลงและถูกตรึงเอาไว้ด้วยการเหยียบขาของหมอนั่น ฉันเหลือบสายตาไปมองพลางกัดฟันเล็กน้อย

"ถึงจะดูไม่ดีนัก แต่ทำให้เจ้าเชื่องกับข้าก็คงจะดี---"

"ถามหน่อยว่านายพูดมากขนาดนี้เลยงั้นเหรอ?"

*เปรี้ยง!*

สิ้นเสียงของชายที่ฉันจำได้ไม่มีวันลืม ร่างของชายคนนั้นก็ถูกเท้าปริศนาถีบเข้าที่จุดเดียวกับที่ฉันชกไปเมื่อกี้ไม่มีผิด

เจ้าของเท้าที่ว่า...คุโระนั้นลงพื้นมาพร้อมกับสายตาที่ดูค่อนข้างจะหงุดหงิด

"อายุราวๆสองทุ่ม...ฉันลงไปค่อนข้างจะนานนะ"

"ป...ไปอยู่ไหนมากันล่ะนายน่ะ!"

"ก็สิ่งที่ชั้นคุยกับเธอไปเมื่อเช้าไง"

"...มีจริงๆงั้นเหรอ?"

"ไว้ไปถามผู้อำนวยการด้วยตัวเธอเองสิ"

...ถึงจะเป็นแค่ไม่กี่ประโยคแต่ฉันก็อุ่นใจ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่ได้หันมาคุยกับฉันโดยตรง แต่เลือกที่จะมองหน้าตรงไปที่เขาคนนั้นซะมากกว่า

"ลุกขึ้นไหวไหมคะ?"

"เหวอ!?"

ต...ตกใจหมดเลย! ค..คานะโผล่มาจากไหนกันเนี่ย!? จู่ๆก็มานั่งงอเข่าข้างๆฉัน

"ตกใจอะไรกันคะ?"

"ตกใจหล่อนน่ะเซ่!"

"เอาเถอะ ถ้าไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว"

เธอดึงฉันขึ้นอย่างรวดเร็วและนุ่มนวล การเคลือนไหวไม่ติดขัดจนถึงขั้นที่ทำให้ฉันต้องคิดว่า "ฉันยังจำเป็นที่จะต้องสอนเธออยู่อีกงั้นเหรอ?"

"มาอยู่ข้างหลังฉันดีกว่านะคะ ถึงคุณจะไม่รู้แต่ว่าพอพี่คุโระเหลือบสายตามองคุณ พี่คุโระก็โกรธมากถึงขนาดนั้นแหล้วล่ะนะคะ ...เฮ้อ ก่อนหน้านี้ก็อาจารย์อัลซุไปทีนึงแล้ว นี่เขารวบยอดความโกรธจากคุณสองคนมาพาลใส่ชายคนนั้นแท้ๆ แต่ฉันจะไม่ไว้อาลัยให้หรอกนะคะ เพราะเขาทำตัวเองค่ะ"

น...น่ากลัวขนาดนั้นเลยสินะ สายตาของเธอราวกับไปเจออะไรที่ไม่ควรเจอไม่ผิดเลย

แต่ก็จริงนั่นแหละ เขาดูน่ากลัวมากเมื่อเขาโกรธ และตอนนี้คือตอนที่เขากำลังโกรธอย่างมากด้วย แต่ถึงอย่างนั้นฉันไม่ก็คิดว่าเขาจะเอาชนะได้ง่ายๆ...ไม่รู้สิ 

ความคิดของฉันนั้นคิดว่าเขาอาจจะไม่สามารถชนะได้ แต่ความรู้สึกของฉันนั้นบอกว่าเขาไม่มีทางแพ้ชายคนนั้นอย่างแน่นอน

และฉันก็เชื่อความรู้สึกของฉัน เหมือนกับความรู้สึกเชิงบวกที่มีให้คุโระนี้

"ร...ระวังนะ ผิวของเขาค่อนข้างแข็งเลยล่ะ"

"ไม่ต้องห่วง ถ้ายังไม่แข็งเท่ากับเพชรล่ะก็มันก็ไร้ประโยชน์"

...เพชร? อะไรเหรอนั่นน่ะ?

"เพชรคือแร่ที่แข็งที่สุดในโลกของเราค่ะ แม้จะมีวิทยาการอุปกรณ์ที่สามารถเจาะและตัดแบ่งเพชรได้ก็ตามแต่ที่พี่คุโระหมายถึง หมัดของเขาไม่สามารถเจาะเพชรได้ในครั้งเดียวหรอกน่ะค่ะ"

จ...เจาะไม่ได้ในครั้งเดียว ทั้งๆที่เป็นแร่ที่แข็ที่สุดในโลกของเขาน่ะเหรอ?...แสดงว่าถ้ามีรอบสองก็เจาะทะลุได้น่ะสิ!?

"อ...เอ่อ? ฉันไม่เข้าใจหรอกนะว่ามันจะแข็งขนาดไหน ถ้าเทียบกับเกล็ดมังกรล่ะ?"

"มันเป้นแร่นะคะ...ก็ประมาณเกล็ดมังกรทับกันหลายสิบชั้นล่ะมั้ง? ฉันไม่รู้โครงสร้างของเพชรนี่นะ"

...เลิกคุยเรื่องนี้กันดีกว่า เอาเป็นว่าเขาไร้เทียมทานก็แล้วกัน

ในระหว่างที่เราสองคนกำลังคุยกันอยู่นั้น ชายคนนั้นก็ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆแล้ว เขาเขม็งตามองคุโระด้วยความรู้สึกด้านลบอย่างมากจนแทบจะฆ่าคนได้เลย

คุโระเองก็มองแบบนั้นเหมือนกันแต่ไม่ใช่การมองแต่เป็นการหรี่ตามองด้วยดวงตาที่เรียวคมเล็กน้อย พอยิ่งหรี่ตามองมันก็จะดูคล้ายกับเขม็งตา

อารมณ์ของคุโระคือโกรธ อีกฝ่ายก็โกรธเหมือนกัน ส่วนเหตุผลนั้นคุโระนั้นโกรธเพื่อฉัน ส่วนอีกฝ่าย...เอ่อ...ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงโกรธขนาดนี้เนี่ย?

...หรือโกรธเพราะฉัน?! อย่าเลย อย่ามายุ่งกับฉันเลย

"แกคือคุโระสินะ? ไอ้ราชาผู้ไร้พลัง แกกำลังมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวของข้าอยู่นะ"

"ชั้นเหมือนจะได้ยินเสียงหมาเห่าแถวนี้นะ เธอได้ยินเหมือกันไหม?"

ไม่ต้องมาถามฉันเลย!

"แกดูถูกข้าอยู่งั้นเหรอ? ไอ้สวะที่ไม่มีพลังอย่างแกเนี่ยนะ!? ได้เลย ข้าจะฆ่าแก! ยังไงซะข้าก็มาเพื่อจัดการแกและไปขอแต่งงานกับท่านราชินีอยู่แล้---"

*เปรี้ยง!*

หมัดขวาของคุโระพุ่งเข้าใส่เต็มแก้มของชายคนนั้น เขาเร็วยิ่งกว่าฉันและชายคนนั้นอย่างมากถ้าลองสังเกตดีๆล่ะก็พื้นที่ที่เขาเหยียบอยู่ตอนแรกมันยุบลงไปเล็กน้อย

"แกกำลังยั่วโมโหชั้นสินะ? และมันได้ผลดีทีเดียว"

"พี่คุโระออมพลังเอาไว้ส่วนนึงสินะคะ? สังเกตุได้จากรอยของพื้นที่พี่คุโระถีบออกได้ง่ายๆเลย"

ปรกติมันหนักกว่านี้อีกงั้นเหรอ? แต่เป็นรอยยุบลงไปเล็กน้อยก็มากแล้วนะ!

"แกนะแก!"

เขาพยายามจะต่อยคุโระแต่มันก็ไม่มากพอที่จะทำร้ายเขาได้ ทำให้หมัดที่ชกใส่คุโระนั้นไม่ได้สะเทือนอะไรคุโระเลย

"แค่นี้งั้นเหรอ?"

"แก!"

เขาจึงเปลี่ยนมาโจมตีด้วยเวทมนตร์ เพราะฉันลืมเตือนเขาจึงถูกกระแสลมแรงที่สามารถฉีกร่างของเขาได้กระแทกเขาจนกระเด็นถอยออกมา

แต่กระนั้นก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย

"ได้แค่นี้เองสินะ?"

"พูดได้อยู่แค่ประโยคเดียวรึไง!"

คราวนี้มันคือคมมีดที่สร้างด้วยสายลม ถ้าสังเกตดีๆอีกครั้งเขาไม่ได้ร่ายเวทเลยแม้แต่น้อย คมดาบนั่นดูคมมากแต่มันก็ยังทำอะไรคุโระไม่ได้ และเขาก็หลบมันได้จนทำให้ชายคนนั้นโกรธหนักยิ่งกว่าเดิมซะอีก

"ทีชั้นบ้างล่ะ"

*เปรี้ยง!*

เขาเบี่ยงหลบคมมีดด้วยการถอยเท้าซ้ายมายืนหันข้างให้ชายคนนั้นและบิดเอวหมุนเท้าเตะใส่ใบหน้าของชายคนนั้น เพราะก่อนหน้านี้เขาค่อยๆลดระยะจนถึงระยะอันตราย และอีกฝ่ายก็ดันไม่ได้สังเกตจนทำเอาฉันอึ้งไปเลย ที่พลังที่มากมายดันไปอยู่กับคนที่ใช้มันให้มีประสิทธิภาพสูงสุดไม่ได้

ร่างของชายคนนั้นเซไปเล็กน้อยก่อนจะปล่อยพายุโหมกระหน่ำเข้าใส่คุโระและทิ้งระยะห่างออกไป แต่ถ้าฉันจำไม่ผิดล่ะก็ เขายังมีสิ่งนั้นอยู่

*ปัง!*

สิ่งที่เรียกว่าปืน คุโระยิงสิ่งนั้นใส่แขนของชายคนนั้นอย่างไร้ปราณี อีกฝ่ายก็แสดงท่าทีตกใจพลางเอามือจับที่แผลแล้วถอยกลับไป

*ตุ้บ*

แถมยังสะดุดล้มลงพลางถอยไปอย่างหวาดกลัว ทำเอาฉันรู้สึกเสียใจที่เผลอไปกลัวเจ้าหมอนี่เลยล่ะ นี่คือความต่างกันของพลังสินะ?

...ฉันก็แค่นักสู้คนนึง ไม่ได้มีพลังเวทย์มหาศาล เพราะแบบนั้นฉันจึงสู้ใครไม่ได้เลยนอกจากสัตว์อสูร พอมานึกถึงสิ่งนั้นในตอนนี้ก็ทำเอาหดหู่หน่อยๆเลยแฮะ...

"ก...แกรู้ไหมว่าข้าเป็นใคร!?"

"ชั้นไม่สนว่าแกจะเป็นใครหรอกนะ ชั้นแค่จะมอบความตายให้แกเท่านั้น"

ฉันก็ยังแปลกใจอยู่เลยว่าทำไมเขาถึงพูดอะไรแบบนั้นขึ้นมา

"ข...ข้าคือคนที่จะเป็นราชา! เป็นมหาราชา! ถ้าแกจะฆ่าข้าล่ะก็ ราชินีของข้าจะต้องไม่มีวันยอมแน่!"

"ไหนใครเหรอที่จะไม่ยอมน่ะ?"

*ฉัวะ!*

สิ้นเสียงที่นุ่มนวลไพเราะ หน้าอกของชายคนนั้นก็ถูกแทงทะลุด้วยดาบสั้นสีขาวนวลราวกับแสงของเวทมนตร์ แต่ว่าสีหน้าของคุโระนั้นดูไม่ค่อยดีเลย

...หรือว่า...

"อ...อึ่ก ...ท...ทำไมท่านถึง..."

"เพราะเมื่อวานมีคนมาหาข้าทำให้ข้าคิดว่าจะมีใครมาบนโลกใบนี้อีกหรือไม่น่ะ อันที่จริงก็เจอมาหลายคนอยู่นะ*ราชาตัวปลอม <span id="redactor-inline-breakpoint"></span>*​จากต่างโลกเนี่ย ทว่ามีแค่คนเมื่อวานเท่านั้นที่ดูแข็งแกร่ง และเจ้าก็อ่อนปวกเปียกสุดๆไปเลยล่ะ ระหว่างทางมานี่ข้าก็ฆ่าสวะแบบจ้าไปอีกสองคน ข้าว่าช่วงนี้ชักจะเยอะไปหน่อยนะว่าไหม? ข้ารำคาญสุดๆไปเลยล่ะนะ"

"...ไกอา"

"ไม่ได้เจอกันนานเลย! คิดถึงข้าไหม!"

*เคร้ง!*

ดาบของคุโระที่ไม่รู้ไปดึงออกจากด้านหลังตอนไหนฟันใส่ร่างของผู้หญิงที่ออกมาจากเงามืด เธอสวมชุดสบายๆภายใต้เสื้อคลุมสีขาวนั่น ผมสีขาวสว่างกับดาบสีขาวนั่น...ผู้กล้าที่เป็นปีศาจคนนั้นงั้นเหรอ!?

"จะดีกว่านี้ถ้าคนที่โผล่มาไม่ใช่แก"

"ใจร้ายจังเลยนะ ทั้งๆที่ข้ากับฮินะคิดถึงเจ้าขนาดนี้แท้ๆ!"

*เคร้ง!*

คราวนี้เป็นผู้หญิงที่คุโระเรียกว่าไกอาที่โจมตีใส่คุโระ แต่เขาก็รับเอาไว้ได้

"ถึงจะอยากมาคุยด้วยก็เถอะ แต่ข้าไม่มีเวลาว่างขนาดนั้น ถึงยังไงคราวหน้าซึ่งคงเป็นเวลาราวๆสองสัปดาห์หรืออาจจะน้อยกว่านั้น ข้าจะกลับมาหาเจ้าอย่างแน่นอน"

"ขอให้มันไวกว่าที่ชั้นคิดก็แล้วกัน"

"แน่นอน ข้าจะมาทดสอบเจ้า เตรียมตัวให้ดีเถอะ!"

คุโระถูกผลักออก แม้แต่คุโระยังเซจนเกือบล้มนั่นก็บ่งบอกแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน เธอมีพละกำลังมากกว่าคุโระ นอกนั้นฉันยังไม่เข้าใจอยู่ดี

"ข้าจำเป็นต้องกำจัดราชาคนอื่น แต่ไม่ต้องห่วงหรอก เจ้ายังคงเป็นราชาของข้าอยู่นะ"

"ชั้นไม่เข้าใจว่าราชาที่ว่านั่นมาจากไหนกัน มาจากทั่วทุกมุมจักรวาลเลยรึไง? แล้วทำไมถึงต้องเน้นเป้าหมายเป็นเธอกันแน่?"

"เพราะข้าคือวิญญาณของเทพีแห่งโลก ผู้ปกครองแผ่นดินทุกผืนแม้จะแค่ในนาม และพลังของร่างสถิตนี้รวมกับข้าแล้วมีมหาศาล ข้าเองก็ยังใช้ได้ไม่คล่องมากนักคงต้องใช้เวลาสักพัก ไว้ถึงคราวที่ข้าพร้อมที่สุดกับเจ้าที่พร้อมที่สุด ข้าจะทดสอบว่าเจ้าคู่ควรกับข้าหรือไม่"

"ถ้าไม่ล่ะ?"

"ก็แค่ฆ่าเจ้าทิ้งซะก็พอ ถึงแม้ฮินะจะไม่อยากให้เจ้าตายแต่ถ้ามันไม่จำเป็นแล้วล่ะก็ คิดว่าเจ้าตายด้วยฝีมือตนที่รักอาจจะดีกว่าไปตายเอาดาบหน้าเป็นไหนๆ"

"เหอะ ไม่มีวันนั้นหรอก"

"ที่เจ้าไม่ยอมบุกเข้ามาตอนนี้เป็นหลักฐานชั้นยอดว่าเจ้าเองก็รู้ ว่าตนยังสู้ข้าไม่ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ร่างจำแลงเสียด้วยซ้ำข้าก็สามารถเอาชนะเจ้าได้ แต่ก็เอาเถอะ ข้าดีใจที่ได้เจอเจ้านะ"

"แต่ทางนี้ไม่ดีใจเลยสักนิด ไสหัวกลับไปซะ อย่าได้เอาใบหน้าของเธอมาพูดกับชั้นด้วยท่าทางแบบนั้นเด็ดขาด"

"โหดร้ายจังนะ ทั้งๆที่ข้าเองก้รักเจ้าแท้ๆ"

"ชั้นไม่ได้มีรสนิยมเป็นย่าทวดอายุพันปีแบบเธอหรอกนะ"

"อย่าชมข้าว่าข้ามีอายุแค่พันปีสิ ความจริงแล้วมันเหมือกับการเปรียบเทียบคนชราอายุเก้าสิบหกปีกับเด็กทารกอายุสองวันเลยนะ"

อายุของเธอมันมากขนาดไหนกันเนี่ย!?

"ไปก่อนนะที่รัก"

"อย่าได้เรียกชั้นแบบนั้นอีก"

"สามี?"

"ไม่"

"คุณขา?"

"เธอนี่มันกวนประสาทจริงๆ"

"ฮ่าฮ่าฮ่า หยอกเล่นเฉยๆน่าทำเป็นจริงจังไปได้ ...ถ้างั้นก็เอาไว้เจอกันใหม่คราวหน้าล่ะคุโรมิเนะ คุโระ"

*ฟุ่บ*

ทันใดร่างของเธอก็หายไป เป็นพลังขาที่สุดยอดจริงๆ ...ไม่สิ ทักษะเองก็สำคัญเหมือนกัน เธอไปโดยเงียบและรวดเร็วมาก แถมถ้าเป็นจริงอย่างที่คุโระพูด เธอคงจะทำลายอาณาจักรใดก็ตามได้ง่ายๆเพียงแค่สะบัดมือเท่านั้น

แต่นั่นฉันก็คิดว่าเปรียบเปรยว่าเธอทำได้ง่ายๆมากกว่าจะเป็นเรื่องจริงล่ะนะ

ยังไงก็ตาม เมื่อเรื่องจบลงฉันก็ทรุดตัวลงโดยที่มีคุดระที่เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วมาประคองพลางอุ้มฉันเอาไว้ได้ทัน สายตาของเขากลับมาเป้นปรกติ ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆอีกแล้ว

"ชั้นไม่มั่นใจเท่าไรแต่ถ้าเธออยู่คนเดียวชั้นจะพาเธอมาอยู่ด้วยกับพวกมิยุสักพักก็แล้วกัน"

"...ฉันอยู่คนเดียวน่ะ"

"เป็นคำโกหกที่ชั้นจะเชื่อมันก็แล้วกัน ไปบอกครอบครัวของเธอกันก่อนดีกว่า"

"ไหนบอกว่าเชื่อฉันไง?"

ฉันพองแก้มงอลแบบเขิลๆ ท่าทางของฉันตอนนี้อาจจะไม่เข้ากันก็ได้แต่คุดระก็ยิ้มออกมาเล็กน้อยที่มุมปากทำให้ฉันรู้สึกใจเต้น

"เชื่อใจเธอกับเชื่อในสิ่งที่เธอพูดมันต่างกันอยู่นิดหน่อยล่ะนะ อีกอย่างฉันก็แค่เป็นห่วงเธอนิดหน่อยเท่านั้น"

"งั้นเหรอ?"

"เธอยังพัฒนาได้อีก แม้ว่าจะไม่มีพลังเวทย์มากมาย แต่เธอก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเธอแข็งแกร่งขนาดไหน ถ้าเป้นคนปรกติอาจจะตายไปแล้วหรือไม่ก็อาจจะโดนจับไปแล้ว สิ่งที่หมอนั่นต้องการจากเธอมันก็แค่ร่างกายและความสามารถของเธอเท่านั้น แต่ที่ชั้นต้องการคือทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ ไม่ต้องถึงขั้นที่ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างแล้วตามชั้นมาหรอก เพราะชั้นไม่ชอบอะไรแบบนั้นเหมือนกัน"

"...นายกำลังทำให้ฉันอาย"

ฉันหลบสายตาเล็กน้อย ตอนนี้หน้าฉันคงแดงมากแน่ๆเลยล่ะ

"เสียเวลาไปมากแล้ว ไปกันเถอะ ก่อนที่จะไม่มีเวลากินมื้อเย็น"

"พี่คุโระคะ บางทีฉันก็มั่นใจว่าต่อให้เป้นมื้อค่ำเราก็กินไปเยอะมากแล้วนะคะ"

"จะไม่กินงั้นเหรอ?"

"กินค่ะ ฉันเองก็หิวเหมือนกัน"

ถ้างั้นก็อย่างทักท้วงแต่แรกสิยะ!!

ยังไงก็ตามดูเหมือนทุกอย่างจะจบลงด้วยดีเพราะฉะนั้นฉันก็ขอลา---

"จะว่าไปชายคนนั้นพูดเรื่องอะไรกันน่ะคะพี่คุโระ?"

ดูเหมือนจะไม่จบง่ายๆแฮะ...

"ก็แค่ประกาศตัวว่าตนเองเหนือกว่าชั้น จำที่ยูริบอกได้ไหมว่าชั้นคือคนที่เกิดมาเพื่อเป็นมหาราชา ดูเหมือนว่าคนอื่นก็เกิดมาพร้อมกับคำทำนายและพลังของราชา ส่วนชั้นมีเหนือกว่านั้น แต่ชั้นก็ยังไม่เข้าใจหลักการหรอกนะ"

"เอ๊ะ?"

"ไอ้คนที่บอกว่าตนเองเป็นราชาน่ะ มันรู้ได้ยังไงว่าตนเองเป็นราชา? ถึงจะได้รับพลังที่แข็งแกร่งแต่กลับไม่มีทักษะและอ่อนซะยิ่งกว่าอะไรดี ก็แค่พวกกุ๊ยข้างถนนที่ได้ปืนกลสิบกระบอกเอาไว้ที่ตัวเท่านั้น สวะแบบนั้นมีตำแหน่งเป้นราชาเนี่ยนะ? ชั้นล่ะไม่เข้าใจจริงๆ"

"...ถ้าจากที่คุณไกอาบอกมา ราชาจากทั่วทุกมุมจักรวาลกำลังมุ่งมาทางนี้เพื่อมาพาตัวของคุณไกอาไปใช่ไหมล่ะ? ก็หมายความว่าทุกๆคนมีพลังที่มากเหนือคนอื่นหมดเลยน่ะสิ?"

คุณ?

"ก็จริงอยู่ว่าพลังของราชาน่ะมีมาก แต่ชั้นยังไม่เข้าใจว่าอะไรคือเกณฑ์ตัดสินว่าใครคนไหนที่มีสิทธิ์ในตำแหน่งราชา ชั้นไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันคืออะไร"

"...งั้นเหรอคะ?"

"มันก็แค่ตำแหน่งที่คนสำคัญทั่วจักรวาลรู้จักกันดี คงจะประมาณพระเจ้าของพวกพระเจ้าล่ะมั้ง? แต่ถึงยังไงก็เถอะ ไม่ว่าจะใครเมื่อเทียบกับชั้นก็คงจะสู้ได้ยาก อย่างเมื่อกี้นั้นก็เป็นแค่เวทมนตร์ธาตุลม ของชั้นคือธาตุมืด เป็นหนึ่งในสองขั้วอำนาจเช่นเดียวกับธาตุแสง คนที่ใช้พลังได้เทียบเท่าชั้นน่ะยังไม่มีหรอก...แต่ชั้นตอนนี้ก็ไม่มีสิทธิ์จะไปบอกว่าคนอื่นอ่อนแอหรอกนะ สุดท้ายแล้วการที่ราชาคนอื่นต้องากรตัวฮินะก็เพราะว่าเธอแข็งแกร่งที่สุดแค่นั้นแหละ และเพื่อฆ่าชั้นที่ยังคงมีตำแหน่งว่าที่มหาราชาด้วย พวกบ้าในอำนาจพวกนั้นน่ะคงโดนยัยฮินะฆ่าจนตายไปหมดแล้วล่ะมั้ง?"

ถึงยังไงก็คิดว่าคงไม่หมดลงเพียงแค่ไม่กี่คนหรอกนะ...

ถ้าเป็นตามที่คุโระพูด คนที่มีชื่อว่าราชาพวกนั้นก็ต้องมีคนที่อยู่เบื้องหลังน่ะสิเนี่ย... เหมือนกับคุณฮารุและคุณยูริ...

คุโระก้มลงมาแล้วพูดกับฉัน

"มีอะไรจะพูดรึไง?"

"...ถ้าเป็นอย่างที่คุโระบอกมา ฉันก็แค่คิดว่าพวกนั้นคงจะมีผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จอย่างคุณยูริน่ะสิ"

"ถ้าจำไม่ผิด แต่ละที่จะมีผู้คุมของมันเอง ทางนี้มีสามคนทรยศไปหนึ่ง ก็นะ จะบอกว่าโลกของชายคนนั้นอาจจะอ่อนแอกว่าที่นี่ก็ได้ อีกอย่างเบื้องหลังของมันคงจะให้ท้ายมากไปหน่อย ถึงได้อ่อนแอแบบนี้"

"...ในกรณีของนายคงแตกต่างสินะ?"

"อย่างกับเหวเลยล่ะนะ ชั้นเจออะไรมามาก เสียไปหลายอย่าง ทั้งอาจารย์ที่ดี เพื่อร่วมห้องที่สนิทในระดับนึง เพื่อที่น่าจะเรียกได้ว่าสนิทกันจนรู้ความลับซึ่งกันและกัน เสียคนรักไปถึงสามคน และเหนือสิ่งอื่นใด ชั้นเสียพ่อกับแม่ไปตั้งแต่เด็กๆ ชั้นผ่านอะไรมาค่อนข้างจะเยอะแม้ว่าชีวิตที่ใช้จะสะดวกสบายและมีความสนุกในตัวของมัน แต่ถ้าจะต้องเจอแบบนั้นอีกชั้นก็คงจะต้องทำลายจักรวาลทิ้งจริงๆล่ะนะ"

......ไม่คิดว่าเขาล้อเล่นเลยจริงๆ และคิดว่ายังไงก็ตาม เขาสามารถทำได้จริงๆ

"ปัญหาของไกอาตอนนี้คือการรุกรานของราชาจากดลกใบอื่น และเธอก็ยังควบคุมพลังได้ไม่เต็มที่เพราะพลังของเธอมีมากถึงขนาดที่พลังของชั้นเต็มที่ในปัจจุบันเทียบไม่ติด แต่ชั้นรู้ถึงการพัฒนาของตัวเองดี ขาดก็แต่ความลับของตัวชั้นที่ไม่มีใครเลยแม้แต่ชั้นเองที่รู้ ชั้นจึงมั่นใจว่ายังมีทางชนะยังไงล่ะ"

เป็นการสรุปที่ง่ายดีนะ แต่ไม่ใช่ว่าอวยตัวเองเกินไปรึไง? ...แต่ก็อย่างว่า มันน่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ เพราะสิ่งที่เกี่ยวกับคุโระล้วนเป็นความลับสำหรับฉันทั้งหมด เลยไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องแปลกล่ะมั้ง

เอาเถอะ ทุกอย่างในวันนี้คงมาถึงบทสรุปแล้วล่ะ เกี่ยวกับชายที่อ้างว่าตนเป็นราชา ผู้หญิงที่โผล่มาเพราะคิดถึงคุโระ เรื่องของฉันวันนี้น่ารำคาญสุดๆเลยนะ พรุ่งนี้อยากพักจังเลย...

ปวดหัวจนงงไปหมดเลยด้วย ราชางั้นเหรอ? ก็แค่เรื่องไร้สาระ สำหรับฉันคุโระก็คือคุโระ ต่อให้ไม่ต้องเป็นราชาอะไรนั่นฉันก็ยังรักเขาอยู่ และคิดว่าทุกคนก็เหมือนกัน

เอาล่ะวันนี้พอกันแค่นี้เถอะ ไว้คราวหน้าชีวิตของฉันอาจจะมีเรื่องสนุกๆอีกก็ได้ งั้นไปล่ะ!



แถมท้าย

"เขาหล่อจัง สายตาของเขาทำข้าเผลอใจเต้นเลยล่ะ~♥ ไม่เสียทีที่เดินทางไกลโดยใช้เวลากว่าหนึ่งวันเต็ม! ไม่สิ แค่สิบเอ็ดชั่วโมงเองนี่นะ ...ป่านนี้อเดลคงบ่นแย่เลยที่ข้ากลับช้า เอาไว้จะเตรียมหูทวนลมไปฟังนางบ่นก็แล้วกัน"

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว