ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 เขาเขย่าหัวใจผม

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 เขาเขย่าหัวใจผม

คำค้น : #สัตว์ร้ายของผม

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.8k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ย. 2561 15:55 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 เขาเขย่าหัวใจผม
แบบอักษร

            เพลิงไม่ใช่ผู้ชายที่พ่ายแพ้แก่ดอกไม้ และคิดมาตลอดว่าไม่ว่าผู้ชายคนไหนก็ไม่แพ้ดอกไม้ทั้งนั้น

            เขาอาจจะเป็นเกย์ อาจจะชอบผู้ชาย แต่เขาไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ได้อ่อนไหวกับสิ่งที่เหี่ยวเฉาได้ง่ายๆ และคิดมาตลอดว่าถ้ามีใครเอาดอกไม้มาจีบคงไล่ให้ไปซื้อเบียร์มาเลี้ยงจะดีกว่า หากเวลานี้ ตอนนี้ ผู้ชายที่ไม่แพ้ดอกไม้ยังคงนั่งนิ่งอึ้ง เมื่อผู้ชายอีกคนกำลังยื่นช่อดอกลิลลี่สีขาวมาให้

            ไม่ใช่ว่าเพราเพลิงชอบดอกลิลลี่มากกว่ากุหลาบหรอกนะ หากแต่เขานิ่งอึ้งสถานการณ์นี้ต่างหาก

            การที่ผู้ชายตัวโตสวมแว่นท่าทางเคร่งขรึมกำลังบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “น้องเพลิง พี่ขอโทษครับ”

            คนฟังก็เผลอยื่นมือไปรับดอกไม้มาถือไว้อย่างจับต้นชนปลายไม่ถูก ก้มลงมองดอกไม้ที่ดูจะห่างไกลจากตัวเขาเสียเหลือเกิน

            ดอกลิลลี่มันให้ความรู้สึกบริสุทธิ์สะอาด แต่ตัวเขานี่ไม่ใช่คนแบบนั้นเลย

            “พี่สินธุ์เอานี่...เพื่อมาขอโทษ...เพลิง”

            เขาถามอย่างทึ่งๆ แบบที่คนจริงจังก็ว่าต่อ

            “ใช่ครับ พี่อยากมาขอโทษเรื่องคืนนั้น พี่ไม่ควรทำแบบนั้นกับเรา เจ็บมากมั้ย” สีหน้าคนถามเต็มเปี่ยมไปด้วยความห่วงใย ทั้งยังรู้สึกผิด กดสายตามองต้นแขนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อนักศึกษา แต่ข้างในนั้นย่อมเหลือร่องรอยความรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว

            “ไม่...ไม่เจ็บหรอก”

            จู่ๆ เพลิงก็ทำตัวไม่ถูกขึ้นมา เขาแปลกใจที่เขาไม่หัวเราะสิ่งที่ผู้ชายคนนี้ลงทุนทำให้

            นี่ไม่ใช่แค่ดอกไม้!

            พี่สินธุ์ไม่ได้แค่จะให้ดอกไม้แทนคำขอโทษเฉยๆ เพราะถ้าจะทำแบบนั้น ทำไมไม่เอาไปวางไว้ที่หน้าห้องพักเขาเหมือนทุกที เอาใส่กระเช้าไม่ให้ดอกช้ำก็ได้ แต่กลับเดินจากคณะตัวเองมายังคณะนี้ ทั้งยังโอบอุ้มดอกไม้ช่อโตจนตกเป็นเป้าสายตาของใครต่อใคร

            อีกฝ่ายกำลังแสดงความจริงใจต่อหน้าคนนับร้อยในโรงอาหาร

            โอเค เพลิงอาจจะมีคนมาจีบเยอะ แต่ไม่เคยมีใครลงทุนทำแบบนี้ให้เขามาก่อน

            เชื่อเถอะว่าร้อยละเก้าสิบของผู้ชายที่หมายตาผู้ชายด้วยกัน ไม่มีใครทำตัวเปิดเผยแบบนี้ ไอ้ประเภทประกาศให้โลกรู้ว่ากำลังมีความสัมพันธ์กับผู้ชายอีกคนอยู่น่ะมีน้อยแสนน้อยจริงๆ ส่วนใหญ่ก็มักจะคบหากันมาสักพักจนแน่ใจแล้วด้วย แต่นี่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน นอกจากนั้นพี่สินธุ์ยังเป็นผู้ชายแท้ๆ

            ผู้ชายที่เคยชอบผู้หญิงมาก่อน!

            ผู้ชายคนนั้นที่เอาดอกไม้มาให้คนอย่างเขาที่รู้กันค่อนมหาวิทยาลัยแล้วว่าเป็นเกย์

            มันเหมือนว่าอีกฝ่ายเปิดตัวกลายๆ

            “พี่สินธุ์ไม่เห็นต้องเอามาให้เพลิงถึงนี่ก็ได้ ไม่อายคนอื่นหรือ”

            “อายทำไมครับ” คนฟังขมวดคิ้ว แล้วส่ายหน้า

            “พี่ทำผิดกับน้องเพลิง พี่ก็อยากมาขอโทษน้องเพลิงก็ถูกแล้ว ไม่เห็นต้องสนใจว่าใครจะมองยังไงนี่นา” อีกครั้งที่เพลิงไม่เคยเจอคนที่จริงใจกับเขาแบบนี้มาก่อน จนสองมือที่กอดช่อดอกไม้ไว้ยิ่งกระชับเอาไว้แนบกาย ริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น จ้องมองดอกลิลลี่สีขาวด้วยมือที่สั่นน้อยๆ

            “เพลิงไม่ได้โกรธสักหน่อย”

            “แต่พอพี่ออกมา น้องเพลิงก็หายไปแล้ว พี่นึกว่า...”

            “ไม่ๆ เพลิงไม่ได้โกรธ เพลิงแค่คิดว่าพี่คงอยากใช้เวลา...ส่วนตัว” เพราเพลิงไม่บอกหรอกว่าเขาเองก็หนีหายไปหาตัวช่วย แต่คำว่าไม่โกรธของเขาทำให้ได้เห็นรอยยิ้มน่ามอง

            ริมฝีปากเหยียดตรงที่เคยกระแหนะกระแหนว่าดูจริงจังจนน่าเบื่อเผยให้เห็นรอยยิ้มกว้างที่ทำให้ดวงตาคู่นั้นพราวระยับ ใบหน้าคมดูหล่อขึ้นอย่างบอกไม่ถูก จนเพลิงคิดว่าสายตาเขาเพี้ยนไปแน่ๆ

            หรือจริงๆ แล้ว...หัวใจก็ชักสนใจผู้ชายคนนี้ขึ้นมาจริงๆ

            คนที่กล้าเดินเอาดอกไม้มาให้เขาท่ามกลางคนนับร้อย

            “อีกอย่าง...”

            “ครับ?”

            เพลิงเงยหน้าขึ้นมองตา แล้วเขาก็เห็นคนที่หูแดงแจ๋ หากคนจริงจังก็ยังว่าต่อ

“น้องเพลิงจะได้เชื่อไงครับว่าพี่คิดจะจีบเราจริงๆ”

            “!!!”

            “ไอ้เพ้นท์ๆๆ เห็นมั้ย กูบอกมึงแล้ว!”

            “เออ กูได้ยินแล้ว!”

            ในขณะที่คนรอบข้างกำลังตกใจกับถ้อยคำประกาศก้องของผู้ชายรูปหล่อ นิสัยน่าคบ แถมเป็นสุภาพบุรุษที่มายุ่งกับคนที่มีคติประจำใจว่า ‘ได้หมดถ้าสดชื่น’ จนเพลิงเองก็ถึงกับตาค้าง เพราะเขาอาจจะเป็นที่รักของเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ แต่ใช่ว่าจะมีใครกล้าประกาศตัวชัดเจนแบบนี้

            พี่สินธุ์เป็นคนแรกที่กล้าพูดว่าจะจีบคน ‘ได้ไม่ยาก’ อย่างเขา

            ไอ้ประเภทแซวทีเล่นทีจริงว่าอยากได้บ้างล่ะ เล่นด้วยกันสักคืนมั้ยบ้างล่ะ หรือมาคบกันมั้ยขำๆ นี่เจอจนชินชา แต่ประเภทจริงจังแบบนี้ เพลิงยืนยันอีกทีว่าไม่เคยเจอเลยจริงๆ

            “พี่สินธุ์จำไม่ได้หรือที่เพลิงบอกว่าไม่เห็นจำเป็นต้องรับผิดชอบอะไรนั่นเลย” หากคนน่ารักก็ยังวกกลับไปเรื่องเดิม พยายามดึงตัวเองออกมาจากความรู้สึกแปลกๆ จ้องหน้าอีกฝ่าย แล้วอดจะบอกตัวเองไม่ได้ว่าพี่แกก็คิดแค่เรื่องรับผิดชอบอะไรนั่นแหละ แถมเมื่อคืนก็เล่นเขาซะเข่าทรุด ก็คงรู้สึกผิดเป็นธรรมดา

            ท่าทางพอสงบสติอารมณ์ได้จะนึกออกว่าทำอะไรไปบ้าง

            “แล้วถ้าไม่ใช่เรื่องความรับผิดชอบล่ะ” พี่สินธุ์ถามเสียงเบา

            “หืม”

            “เอาแล้วๆ”

            เพลิงนึกอยากหันไปแยกเขี้ยวใส่ไอ้เพื่อนสองตัวข้างหลังเหลือเกิน พวกมันรู้ใช่มั้ยว่าเขายืนอยู่ตรงนี้ ตะลึงตาค้างกับคนที่กำลังสื่ออะไรบางอย่าง

            ขณะที่พี่สินธุ์ก็เกาแก้มแก้เก้อ แล้วบอกย้ำอีกครั้ง

            “ถ้านี่ไม่ใช่เรื่องความรับผิดชอบล่ะครับ ถ้าพี่มองว่าน้องเพลิงน่ารักจน...อยากจีบล่ะ”

            ตึกตัก ตึกตัก!

            จู่ๆ ก้อนเนื้อในอกก็เต้นแรงขึ้นอย่างไม่น่าให้อภัย จนต้องหลุบตาลงต่ำ ไม่กล้ามองตา สมองคิดให้วุ่นวายว่าควรจะหนีจากสถานการณ์ตรงนี้ยังไงดี แต่กลับเกิดความสงสัยขึ้นมาทันทีที่จ้องมองดอกไม้แสนสวยในมือ

            “แล้วทำไมต้องดอกลิลลี่”

            พี่สินธุ์ก็ตอบทันควัน

“เพราะมันดูน่ารักเหมือนน้องเพลิงไง”

            เฮือก!

ฉิบหายแล้ว!!!

            ตึกตัก! ตึกตึก!! ตึกตักๆๆๆ!!!

            เพลิงได้แต่อุทานด้วยความตกใจ เพราะทันใดนั้น...เขาก็เป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะขึ้นมาเสียเฉยๆ

            “เพลิงเนี่ยนะ กับดอกลิลลี่ เพลิงเนี่ยนะ!” เขาพยายามปัดไล่ความรู้สึกแบบนั้นออกไป เงยหน้ามองคนที่ลืมไปหรือเปล่าว่าเมื่อคืนเพิ่งถูกเขาชวนให้มีเซ็กส์ด้วยกันอยู่แหม่บๆ จะไปเหมาะกับดอกไม้ที่ให้ความรู้สึกบริสุทธิ์แบบนี้ได้ยังไง ซึ่งอีกฝ่ายก็ยังมองกลับมาแบบคนที่ตัดสินใจดีแล้ว ตอบกลับเต็มปากเต็มคำ

            “ครับ ก็น้องเพลิงน่ารักจริงๆ นี่”

            ไม่ใช่ดอกกุหลาบแรงฤทธิ์ แต่เป็นดอกลิลลี่น่ารักๆ

            พอฟังแบบนั้นคนกล้าก็...ก้มหน้างุด

            “ไอ้เพ้นท์ กูตาฝาดป่ะเนี่ย มีวันที่กูได้เห็นไอ้เพลิงหน้าแดงด้วยว่ะ”

            “ไม่ๆ กูก็เห็น คนหน้าด้านอย่างมันอายเป็นด้วยว่ะ”

            เพลิงอยากจะหันไปด่าเพื่อนทั้งสองหรอกนะ แต่ก็ไม่ทำ เพราะ...

เออ กูเขินอยู่ พวกมึงอย่าแซว*!*

            ดูเหมือนว่าผู้ชายน่าเบื่ออย่างพี่สินธุ์จะทำให้หัวใจเพราเพลิงสั่นได้แล้วล่ะ แถมตอนนี้อยู่นอกเตียงด้วยนะ

.......................................

            “น้องเพลิง”

            “...”

            “เดี๋ยวครับ น้องเพลิง เดี๋ยวก่อน...”

            “...”

            ฟึ่บ

            “น้องเพลิงโกรธพี่หรือ”

เขินหน้าแดง ก้มหน้างุดๆ แบบนี้กูโกรธมึงมั้งไอ้บ้า*!*

            เพลิงคิดในใจ ขณะที่เดินจ้ำไปทางลานจอดรถพร้อมทั้งกอดช่อดอกไม้เอาไว้แน่น แต่ผู้ชายตัวโตก็รีบก้าวตามมา ซึ่งพอเรียกแล้วเขาไม่ตอบ พี่สินธุ์เองก็ก้าวยาวๆ มายืนขวางทาง ถามด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ จนคนหน้าด้าน (ที่ตอนนี้ด้านไม่ออก) ก็เงยหน้าแล้วย่นจมูกใส่

            “พี่สินธุ์ไม่คิดว่าเพลิงจะอายเพื่อนเลยใช่ป่ะ”

            “เอ่อ...ขอโทษครับ”

อย่ามาทำหน้าสลดนะ กูชอบเถื่อนๆ แบบเมื่อคืน*!*

            คนตัวเล็กเบือนหน้าหลบไปอีกทาง ยอมหยุดเดิน แล้วถามเรื่องที่ตัวเองสงสัย

            “พี่สินธุ์ลืมไปแล้วใช่มั้ยครับว่าเมื่อวานเพลิงขออะไร”

            “ขอ? ขออะไร”

เอาจริงดิ*!*

            เพลิงมองซ้ายมองขวา แม้ว่าแถวนี้จะไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมา แต่นอกจากเพื่อนสนิททั้งสอง เขาเองก็ไม่คิดเอาเรื่องความอยากของตัวเองมาประจานให้ใครฟังเหมือนกัน ดังนั้น คนตัวเล็กจึงคว้าเข้าที่ข้อมือ แล้วออกแรงลากไปยังรถที่จอดเอาไว้ กดปลดล็อก แล้วเปิดประตูข้างหลัง

            “เดี๋ยวก่อนน้องเพลิง เราจะไปไหน” พี่สินธุ์เองก็หันมาถาม ขืนตัวเองสุดความสามารถ

            “ทำไมพี่ต้องทำหน้าตาตื่นแบบนั้นด้วย เพลิงไม่กินตับพี่หรอกน่า”

            “เอ่อ ก็ไม่ได้กลัวน้องเพลิงกินพี่หรอก พี่กลัว...แล้วตกลงน้องเพลิงจะพาพี่ไปไหน” เพลิงไม่ได้สนใจคำที่ละหายไป เพราะเขาอยากคุยกับอีกฝ่ายให้เร็วที่สุด เจ้าตัวเลยว่าปนหอบ เพราะออกแรงดันแผ่นหลังให้ขึ้นไปบนรถไวๆ

            “ไม่ได้พาไปไหน คุยกันเฉยๆ เนี่ยแหละ ทำไมครับ ไหนว่าจะจีบเพลิงไง ไม่อยากหายใจร่วมรถกับเพลิงหรือ” พองัดไม้ตายมาใช้เท่านั้นแหละ พี่สินธุ์งี้ก้าวขึ้นรถแทบไม่ทัน จนเพลิงเองก็เดินไปสตาร์ทรถ วางดอกไม้ที่เบาะข้างคนขับ เปิดแอร์เพื่อไล่อากาศร้อนๆ ยามเที่ยงวัน จากนั้นก็อ้อมมาเบียดกันที่เบาะหลัง ซึ่ง...อีกฝ่ายเขยิบหนีไปเสียสุดประตู

            หากเพลิงไม่คิดสนใจท่าทางประหลาด เขาเข้าเรื่องทันที

            “พี่สินธุ์ลืมไปแล้วสินะว่าเมื่อคืนเพลิงขอมีอะไรด้วย...เซ็กส์น่ะครับ S E X น่ะ ไม่ต้องคิดเยอะ ความหมายตรงตัวเลย โอเคนะ” กรณีที่คุยกันเรื่อง ‘นอน’ ไม่รู้เรื่องแวบเข้ามาในหัว จนต้องย้ำอีกครั้ง มองผู้ชายตัวโตที่พยักหน้ารับ แล้วว่าต่อ

            “เพราะงั้นพี่ไม่จำเป็นต้องขอโทษเพลิง เพราะเพลิงก็ทำตัวเอง อีกอย่าง ก็เห็นแล้วนี่ว่าเพลิงไม่ได้ใสซื่อเหมือนหน้าตา แล้วยังคิดจะจีบเพลิงอีกจริงอะ” คนตัวเล็กใส่ทีเป็นชุด ขณะที่อีกฝ่ายก็นิ่งไปหน่อย ก่อนที่จะส่ายหน้า

            “มันไม่เกี่ยวกับเรื่องใสซื่ออะไรนั่นเลยนี่ครับ พี่แค่คิดว่าน้องเพลิงน่ารัก ขนาดพี่ทำเรื่องแบบนั้นไปยังยกโทษให้พี่เลย”

เพราะกูฟินที่ถูกปล้ำไง

            ความคิดของคนที่เหล่ไปมองท่อนซุงที่ซ่อนอยู่ในป่า แล้วรีบตวัดสายตากลับไปมองหน้า เมื่ออีกฝ่ายพูดต่อ

            “อีกอย่างตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรก เอ่อ ไม่นับคืนนั้นนะ พี่ก็คิดว่าน้องเพลิง...” คนพูดเงียบไปนิด ยกมือดันกรอบแว่นหน่อย แล้วบอกด้วยรอยยิ้มไม่มั่นใจ แต่ไหงไอ้เพลิงชักมองว่าน่ารักดีก็ไม่รู้ ที่สำคัญ พี่สินธุ์ยังบอกต่ออีกว่า...

“...เป็นผู้ชายที่น่ารักที่สุดที่พี่เคยเจอมาเลย”

            ฉ่า!

ตายห่าล่ะ!

            เพลิงเม้มปากแน่น เพราะดันรู้สึกร้อนวูบที่สองข้างแก้มเพียงเพราะโดนชมว่าน่ารัก!

            เขาควรจะชินชากับคำคำนี้สิ

            คนที่มั่นใจในรูปร่างหน้าตาบอกตัวเองในใจ แต่เมื่อมองใบหน้าจริงจังที่ไม่มีวี่แววล้อเล่นเลยสักนิด ไม่ใช่การแซว ไม่ใช่การชมแบบขอไปที ไม่ใช่พูดเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง แต่เป็นความจริงจังและจริงใจที่กำลังบอกด้วยหูแดงๆ ว่าเขา...น่ารัก

            เอาจริงๆ นะว่าเพลิงเขิน

            “แล้วที่น้องเพลิงบอกว่าไม่ได้ใสซื่ออะไรนั่น พี่ว่าไม่ใช่นะ ตอนที่พี่เห็นน้ำตาเรา...” คนพูดเงียบไปอีกอึดใจ แล้วก็กระแอมเมื่อเจอกับดวงตากลมโตที่จ้องมองไม่ห่าง ขณะที่คนตัวเล็กเองก็ขยับเข้ามาใกล้อย่างสงสัยเต็มแก่

น้ำตากูเซ็กซี่ล่ะสิ อยากเห็นอีกมั้ยล่ะ

            “...ดูบริสุทธิ์เสียจนพี่ อะแฮ่ม...มีอารมณ์”

            คนฟังมั่นใจเลยว่าพี่สินธุ์ต้องใช้ความพยายามในการสารภาพเรื่องพวกนี้ออกมา แต่เขาต่างหากที่ไม่ต้องใช้ความพยายามทำตัวน่ารัก แกล้งอายเลย เพราะเสือกเขินจริง หน้าร้อนจริง (อย่างอื่นก็ร้อนนะ) เพียงแค่รู้ว่าอีกฝ่ายบอกว่าน้ำตาเขาน่ามอง

            “บริสุทธิ์อะไรเล่า เพลิงชวนพี่มีอะไรด้วยนะ ลืมแล้วหรือ”

            พอรู้สึกว่าบรรยากาศรอบตัวมันร้อนวูบๆ อย่างบอกไม่ถูก เพลิงก็รีบว่าไปอีกเรื่อง หันหน้าหนีไปอีกทาง

            “แต่เพราะนั่นน้องเพลิงสงสารพี่นี่นา”

ห้ะ

            ขวับ!

            คนที่กำลังแอบอมยิ้มหันขวับกลับไปมองคนพูดทันที ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันอย่างกลั้นยิ้มก็อ้าหวอ ดวงตาที่หลุบลงต่ำก็เบิกกว้าง สีหน้าดูตกใจอย่างเห็นได้ชัดกับข้อสรุปของพ่อเจ้าประคุณรุนช่องที่ยังสู้อุตส่าห์ตีความว่าเขาเป็นเด็กดีเสียเต็มประดา

แล้วที่กูเอาตูดเบียดมึงตั้งยี่สิบนาทีนี่หมายความว่าไง เชื้อราขึ้นตูดหรือ ดิ้นเป็นหนอนขนาดนั้น*!*

            “พี่ต้องขอโทษด้วยนะที่ทำให้เราเห็นภาพไม่น่าดู คืออย่างที่พี่พูดว่าน้องเพลิง...น่ารักเกินไป คือพี่ก็เป็นผู้ชาย แล้วเราก็เคย เอ่อ แบบนั้นกัน เมื่อคืนพอได้อยู่ใกล้ๆ มันก็เลยกลายเป็นอย่างนั้น แล้วเพราะพี่รู้ว่าน้องเพลิงใจดี คราวก่อนก็ไม่เอาเรื่องพี่ คราวนี้เองก็เลยจะช่วยพี่อีกหน แต่พี่ก็ดันทำรุนแรงแบบนั้นอีก ขอโทษด้วยนะครับ”

            พี่สินธุ์พูดมายาวเหยียด แต่เพลิงไม่เข้าหัวเลยสักอย่าง

            สรุปนี่คิดว่าเขาเป็นพ่อพระแสนดีที่ลงมาโปรดสัตว์หรือไงวะ

            “พอพูดเรื่องนี้แล้ว พี่คงต้องบอกน้องเพลิงก่อนเลย คือว่า บางเวลาพี่จะค่อนข้างรุนแรงไปบ้าง ซึ่งถ้าพี่บอกให้อยู่ห่างๆ น้องเพลิงก็อย่าเข้าใกล้พี่นะครับ...พี่ไม่อยากทำให้เรากลัวอย่างเมื่อคืน...”

            “เพลิงไม่ได้กลัว!”

            ทันใดนั้น เพลิงก็แทรกขึ้นมาเสียงดัง ทั้งยัง...ขยับเข้ามาหน้าแทบชิดคนตัวโต

            เพลิงไม่สนใจหรอกว่าอีกฝ่ายกดตามองลำคอเขาด้วยสายตาแบบไหน เขาสนใจแค่การกระเถิบเข้าหาอีกฝ่ายจนชิด สองมือยันกับเบาะเอาไว้เพื่อพยุงตัว แต่ใบหน้านี่อยู่ห่างแค่ลมหายใจกั้น จากนั้นก็บอกด้วยดวงตาพราวระยิบระยับขึ้นมา

            “ถ้าเพลิงไม่ยอมอยู่ห่างๆ ล่ะ”

            “เอ่อ...”

            “ถ้าเพลิงไม่กลัวพี่ล่ะ”

            “คือว่า...”

            “ถ้าเพลิงบอกว่าพี่ทำแรงๆ มาเลยล่ะ!”

            “หืม!”

            ยิ่งพูดก็ยิ่งยื่นหน้าไปชิดอีกฝ่าย จนแทบจะทิ่มโดนแว่นตา และได้เห็นแววตาตื่นๆ

            เอื้อก

            เขาเห็นพี่สินธุ์กลืนน้ำลายอึกใหญ่ และนั่นก็ทำให้เพลิงขยับตัวออกห่างนิด เพื่อ...

            ฟึ่บ

            “เฮ้ย น้องเพลิงจะทำอะไร!” เขาก้มลงแกะกระดุมเสื้อ แบบที่พี่สินธุ์ก็คว้าข้อมือเอาไว้แน่น ถามหน้าตาตื่น แต่ตางี้จ้องเขม็งมาที่แผ่นอกที่เผยออกมานิด จนเพลิงบอกเต็มปากเต็มคำ

            “พิสูจน์ไงว่าเพลิงไม่ได้กลัวพี่”

ถ้าเรื่องแบบนี้ล่ะถนัด

            “มามะ มาให้เพลิงพิสูจน์ซะดีๆ”

            คนตัวเล็กว่าพลางยื้อให้หลุดจากการเกาะกุมของอีกฝ่าย ยืนยันจะกระชากเสื้อออกจากตัวมันซะตอนนี้ ยังไงรถคันนี้ก็ติดฟิล์มหนาอยู่แล้ว และถึงมันจะโยกเยกให้คนนอกเห็นก็ไม่เป็นไร เพราะเดี๋ยวเอาไปสลับกับน้องสาวก็ได้ แค่นี้ก็จับไม่ได้แล้วว่านักศึกษาคนไหนมาเอากันในรถกลางวันแสกๆ

            แกร๊ก

หืม

            หากเสียงที่เกิดขึ้นเบาๆ ต่างหากที่ทำให้เพลิงชะงัก เงยหน้าขึ้น แต่ไม่ทันแล้ว

            “พะ...พี่นึกขึ้นได้ว่ามีเรียนตอนบ่าย เอาไว้เจอกันนะครับ”

            เหยื่อตัวโต (ที่อยากสลับตำแหน่งกันเหลือเกิน) พุ่งพรวดลงจากรถ สองมือยกขึ้นเป็นเชิงห้าม บอกรัวเร็ว ส่งยิ้มแห้งๆ ให้อีกที จากนั้นก็...เผ่นแน่บ

            “บ้าเอ๊ย!”

            แน่นอนสิว่าเพลิงก็สบถอย่างขัดใจ เพราะเขาเห็นนะ...มันออกมาจากป่าต้องสาปแล้ว

            “โอ๊ย จะหนีทำไมวะก็บอกว่าไม่กลัวๆ มึงอยากมึงก็มาทำสิวะ!”

            เพราเพลิงตบเบาะรถอย่างเจ็บใจ เพราะเขาชวดอีกครั้ง แถมยังมั่นใจด้วยว่าที่ชวดไม่ใช่เพราะอีกฝ่ายไม่สนใจ สนสิ แต่กลัวบ้าอะไรไม่รู้ ไม่ยอมทำสักที ซึ่งเขาต้องหาสาเหตุให้ได้!

อย่าคิดนะว่าจะหนีไอ้เพลิงพ้น*!*

.............................................

ทำไมกูเป็นคนหื่นกามแบบนี้วะ*!*

            เวลานี้ ยอดชายนายสินธุ์กำลังกลุ้มอกกลุ้มใจกับปัญหาที่กำลังรุมเร้ามาจากทุกทิศทาง...ทิศที่ว่ามองอกก็อยากกดูด ?) มองปากก็อยากงับ (?) มองคอก็อยากกัด (?) จนพยายามเอาตัวถอยห่างออกมาจากต้นเหตุของปัญหา หากอีกฝ่ายไม่ได้ให้ความร่วมมือเลยสักนิด

            เมื่อวาน พอสติมาปัญญาเกิด ชายหนุ่มก็ต้องมานั่งกุมขมับแก้กลุ้ม เพราะเขาเผลอเผยด้านเลวร้ายออกมาให้น้องเพลิงเห็นอีกแล้ว

            หากมันยากจริงๆ ที่จะควบคุมตัวเอง ก็เล่นน่ารักซะขนาดนั้น ตัวก็กอดพอดีมือ หอมก็หอม ไหนจะตูดแน่นๆ ที่เบียดชิดเข้าหาเขาอย่างที่ยืนยันได้ว่าเป็นคนนอนดิ้น (?) เขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนที่ไหน กว่าจะผ่านพ้นเมื่อคืนมาได้ก็ทำเอาหอบแฮก พอน้องเพลิงนอนก็เลยรีบลุกออกมาปลดปล่อยตัวเอง ก่อนที่จะควบคุมตัวเองไม่อยู่

            แล้วไงล่ะ น้องเพลิงดันมาเห็นอีก ตัวเขาเองก็เผลอทำร้ายอีกฝ่ายจนร้องห่มร้องไห้น่าสงสารเสียปานนั้น สินธุ์จึงไม่ลังเลเลยที่จะคิดหาวิธีขอโทษ เขารู้ว่าเขาผิด ครั้งนี้เขาเองก็ไม่อยากวิ่งหนี เลยเอาดอกไม้ไปขอขมา เอ๊ย ขอโทษถึงคณะ พอเห็นอีกฝ่ายยิ้มเขินก็ใจเต้นโครมคราม ทั้งโล่งอกทั้งดีใจ แล้ว...ก็เข้าอีหรอบเดิม

            อีหรอบที่เขาดันเกิดอารมณ์กับเด็กน่ารักแสนดี (?) คนนั้นน่ะสิ

            สินธุ์เห็นแจ้งแล้วว่าน้องเพลิงเป็นเกย์ แต่เขาก็ไม่อยากให้น้องเพลิงต้องมาเปลืองตัวให้เขาเพื่อพิสูจน์ว่าหายโกรธ เรื่องพวกนี้ควรจะทำกับคนที่รัก ซึ่งเขาเองก็หวังว่าวันหนึ่งจะเป็นคนคนนั้น แต่คงไม่ใช่ระยะเวลาอันสั้นนี้หรอก

            ตัวเขาเองเพิ่งก้าวเข้ามาในโลกใหม่ที่ไม่เคยรู้จัก ไม่รู้ว่าควรจะจีบผู้ชายยังไง ทำตัวยังไง และทำให้น้องเพลิงเห็นความดีจนสนใจเขาเหมือนที่เขาสนใจน้องเพลิงอย่างไร ดังนั้น สินธุ์จึงต้องหักห้ามความอยากที่ชอบปะทุขึ้นมาตอนที่หายใจร่วมอากาศกับเด็กคนนั้นให้อยู่ลึกที่สุด

            น้องเพลิงคงกลัวแย่เลยถ้ารู้ว่าเขาแค่มองคอน้องก็คิดไปไกลเสียแล้ว

            “มึงเคยเป็นคนดีกว่านี้นี่ไอ้สินธุ์” นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มบอกตัวเอง และนั่นทำให้เขารีบเอาตัวออกมาก่อนที่จะเผลอทำอะไรรุนแรง จนพลาดโอกาสจีบเด็กคนนั้น

            สินธุ์คิดว่าเขาควรจะเก็บตัวสักพัก สงบสติอารมณ์ที่พุ่งพล่านเพราะกลิ่นหอมๆ ไปก่อน แล้วค่อยไปเจอหน้า แต่กลับกลายเป็นว่า พอก้าวลงมาจากรถที่ดับเครื่อง และเลี้ยวมายังลิฟต์ในลานจอดรถ...คนที่อยู่ในหัวก็กำลังยืนกอดอกยิ้มหวาน (หรือเหี้ยมวะ) รออยู่

            “เอ่อ น้องเพลิง มาทำอะไรตรงนี้ครับ”

            คนถามก็เหลือบมองซอกคอขาวๆ อย่างอดไม่ได้

เสื้อตัวนี้อันตรายเกินไปนะรู้มั้ย*!*

            เจ้าตัวบอกตัวเอง พยายามดึงสายตาให้กลับมาสบตาอีกฝ่าย ไม่ใช่เนื้อตัวหอมๆ ที่เปลี่ยนจากชุดนักศึกษามาเป็นชุดไปรเวท แล้วหัวใจก็ถึงกับเต้นรัว เพราะอีกฝ่ายยิ้มแย้มยิ้มน่ารัก แล้วท่าทางเอาผมทัดหูก็ทำให้เขารู้สึกประหลาดในช่องอก

อยากลูบผมนั่นบ้างจัง

            “มารอพี่สินธุ์ครับ”

            “รอพี่?” ชายหนุ่มดึงสติกลับมา ขมวดคิ้วอย่างสงสัย

            ฟึ่บ...กึก

            “แล้วพี่สินธุ์จะหนีเพลิงทำไมล่ะ”

            “เอ่อ พี่เปล่า” สินธุ์อยากตบปากตัวเอง เพราะเขาดันก้าวถอยหลังทันทีที่น้องเพลิงก้าวเข้ามาตรงหน้า ก็อยากบอกหรอกนะว่านี่เพื่อความปลอดภัยของอีกฝ่าย แต่ก็น้ำท่วมปากเกินไป ขืนคนตัวเล็กรู้ว่าเขาคิดอกุศลแค่ไหนก็กลัวกันเสียเปล่าๆ

            “เปล่าก็เปล่า” ร่างเล็กนิ่งไปหน่อย ก่อนที่จะส่งยิ้มน่ารักเสียจนแทบเพ้อ

            น้องเพลิงเป็นคนที่น่ารักจริงๆ นะ น่ารักเสียจนอย่างที่ไอ้มิกซ์บอก...ไม่สนใจเลยว่าน้องเขาจะชายหรือหญิง

            “ว่าแต่พี่สินธุ์เรียนเสร็จแล้วเนอะ”

            “ครับ”

            “แล้วไม่มีธุระไหนใช่มั้ย”

            “เอ่อ ก็ครับ”

            “งั้นเพลิงขึ้นห้องกับพี่นะ”

            “เฮ้ย!”

            คนฟังงี้ร้องเสียงดังอย่างตกใจ มองคนที่ชวนเขาขึ้นห้องตาค้าง ในใจก็เผลอคิดไปเหมือนครั้งที่ถูกชวนให้นอนด้วยกัน แต่ตอนนั้นเขาฉุกใจคิดออกไงว่าหมายถึงนอนร่วมเตียงเฉยๆ ส่วนครั้งนี้ก็คงไม่ใช่ในความหมายลึกซึ้งหรอก สมองจึงวิ่งเร็วจี๋ โชคดีที่คนตัวเล็กว่าต่อ

            “หมายความว่าเพลิงขึ้นไปเอาของที่ลืมทิ้งไว้กลับมาได้ใช่มั้ยครับ”

            “อ้อออ”

            สินธุ์ถึงกับโล่งอกที่เขาไม่เผลอโพล่งสิ่งที่เข้าใจผิดออกไป ขณะที่พยักหน้ารับ ส่งยิ้มให้ แม้จะนึกไปถึงของที่อีกฝ่ายลืมทิ้งไว้...ถุงยางอนามัยกับเจลหล่อลื่น

            เมื่อคืนก็คิดนะว่าน้องเพลิงเอามาทำไม แต่พอคิดแล้วมันลงใต้เข็มขัดมากไปก็เลยเลิกคิดเสียเฉยๆ ก็เดี๋ยวน้องเพลิงในหัวเขาจะเสียหายไปมากกว่านี้

            ความคิดของคนที่เดินนำเข้าไปในลิฟต์ ผายมือให้อีกฝ่ายกดหมายเลข เพราะดูเหมือนคนตัวเล็กจะชอบเบียดมายืนชิดกับแผงหน้าปัดกดปุ่มชั้นเหลือเกิน ซึ่งพออีกฝ่ายไม่ทันสังเกต ร่างสูงก็ลอบถอนหายใจ เพราะดูเหมือนเขาจะควบคุมตัวเองได้มากกว่าเมื่อตอนเที่ยงวันโข

            อย่างน้อยสิ่งที่ควรหลับก็ยังหลับอยู่แบบนั้น

            ใช้เวลาไม่นาน สินธุ์ก็ไขกุญแจ ก้าวนำเข้ามาในห้อง

            “น้องเพลิงรอสักครู่นะครับ เดี๋ยวพี่หยิบมาให้...”

            หมับ

            ทันใดนั้น อ้อมกอดเล็กๆ ก็โอบรอบเอวจนชายหนุ่มตัวแข็งทื่อ สิ่งที่กำลังพูดกลืนหายไปในลำคอ ไม่กล้าแม้แต่จะเหลียวกลับไปมองคนกอด ยิ่งร่างกายหอมหวานเบียดเข้ามาชิดเสียจนรู้สึกถึงอะไรแข็งๆ ที่ทิ่มอยู่ตรงต้นขา

ไม่มั้ง น่าจะเข็มขัดน้อง

            “พี่สินธุ์”

            “คะ...ครับ...”

ยุบหนอ พองหนอ หายใจเข้ายุบ หายใจออกเหี่ยว ใจเย็นๆ ไอ้สินธุ์ ใจเย็นๆ

            อีกครั้งที่เขาต้องอาศัยธรรมะเข้าช่วย เพราะตอนนี้หัวอย่างอื่นมันคิดแต่...ทำม่ะ

            “พี่สินธุ์เข้าใจเพลิงผิดนะรู้มั้ย”

            “เข้าใจผิด?”

            ยัง คนฟังยังไม่กล้าหันไปมอง เพราะแค่สงบใจตัวเองก็ยากเต็มทีแล้ว

            “ใช่ครับ เพลิงไม่รู้หรอกนะว่าพี่คิดว่าเพลิงเป็นคนยังไง แต่ที่เพลิงชวนพี่มามีอะไรกันน่ะ ไม่ใช่เพราะใจดีอะไรนั่นหรอกนะ เพลิงเองก็แค่...อยาก” ท้ายประโยค อีกฝ่ายบอกด้วยเสียงเร้าอารมณ์ มันกระเส่า มันสั่น มันทำให้ผู้ชายที่ผ่านมาน้อยมากอย่างนายสินธุ์หัวใจแทบวาย

            “นี่ไง พี่สินธุ์รู้สึกใช่มั้ย ที่โดนพี่อยู่น่ะ”

เอ่อ นั่นไม่ใช่หัวเข็มขัดจริงๆ หรือ

            “พี่สินธุ์ เราเองก็เคยกันมาแล้วเนอะ เพราะฉะนั้น...”

            หงับ

            เฮือก!

            สินธุ์สะดุ้งเฮือก เพราะทันใดนั้น น้องเพลิงก็เขย่งขึ้นมางับหลังคอเขาเบาๆ จนความร้อนแล่นปราดไปทั่วร่าง ความต้องการรวมตัวกันในท้องราวกับคลื่นยักษ์ที่พร้อมจะพัดทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้ราบคาบ สองมือที่ตกห้อยข้างตัวก็กำเข้าหากันแน่น เพราะว่า...

“นะครับ”

            เสียงใสๆ ที่กระซิบหลอกล่ออยู่ชิดหลังคอของเขา

            หมับ

            หากทันใดนั้น สินธุ์ก็ใช้สติอันน้อยนิดคว้าเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้าง หมุนตัวกลับไปหาคนที่ไม่รู้หรอกว่ากำลังจะเจอกับอะไร (จริงๆ มันรู้นะ) แล้วออกแรงผลัก คนตัวเล็กก็ถอยหลังไปชิดกับประตูห้อง ตาลุกวาวจับจ้องใบหน้าแดงเรื่อที่ยั่วเย้าอารมณ์เหลือเกินอย่างดุจัด

ทำสิ ทำเลย ไม่มีอะไรเสียหาย

            เสียงเล็กๆ กระซิบข้างหู

ไม่เสียหายบ้าอะไรวะ*! มึงไม่ใช่คนเลวนะไอ้สินธุ์!*

            หากอีกเสียงดังยิ่งกว่า รุนแรงกว่า เป็นดั่งศีลธรรมอันดีที่ตบเรียกสติเต็มแรง จนเสียงทุ้มเข้มขึ้นกว่าเดิม

            “น้องเพลิงไม่ควรทำแบบนี้นะ”

            “ทำไมล่ะพี่สินธุ์ เรื่องแบบนี้มันเรื่องปกตินะ”

ให้ตาย ทำไมหน้ายั่วขนาดนี้วะ*!*

            สินธุ์ไม่มองหรอกว่าอีกฝ่ายยั่วเขา แต่ใจอกุศลของเขาเนี่ยล่ะที่คิดเอาเองว่าหน้าแดงก่ำ ดวงตาหยาดเยิ้ม ทั้งยังร่างเล็กที่ออกแรงนิดหน่อยก็ปลิวตามตัวเนี่ยมันยั่วอารมณ์เหลือเกิน จนต้องบอกด้วยน้ำเสียงเข้มจัด ดุจัด จริงจังจัดว่า...

            “ไม่ครับ เรื่องแบบนี้ควรจะทำกับคนที่คบหากัน”

            ใช่ ต่อให้เคยเมาจนปล้ำอีกฝ่ายไปแล้ว แต่สินธุ์ยังคงเชื่อเรื่องนี้เต็มหัวใจ

            เรื่องแบบนี้ควรจะทำกับคนที่เรารัก คนที่เป็นแฟนเรา คนที่เรารู้สึกดีด้วย

            “แต่...”

            “น้องเพลิงรู้ใช่มั้ยครับว่าพี่อัดอั้นเลยอาสาจะช่วย แต่ไม่เป็นไรหรอก พี่จัดการมันได้ แล้วพี่ก็ไม่อยากให้น้องเพลิงต้องเอาตัวมาเสียด้วย น้องเพลิงควรจะทำเรื่องแบบนี้กับคนที่เป็นแฟนนะ”

และพี่ก็หวังว่าวันหนึ่งจะเป็นคนคนนั้น

            ใช่ วันหนึ่งที่ไม่ใช่...

“งั้นพี่สินธุ์ก็มาเป็นแฟนเพลิงสิ****!”

วันนี้*!*

            คนฟังถึงกับตะลึงตาค้าง เมื่อคนตัวเล็กประกาศก้องออกมาเสียงดังลั่นห้อง และ...ก้องสะท้อนในหัวใจของเขา


...........................................................................

ครบค่ะ มาแล้วหลังจากหายไปสักพัก อย่าเพิ่งลืมกันนะ ฝากติดตามน้องเพลิงและพี่สินธุ์ด้วยนะคะ หากใครสนใจหนังสือเรื่องสัตว์ร้ายของผม รบกวนติดตามทางเพจ Facebook FictionMame12938​ นะคะ 

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #สัตว์ร้ายของผม นะคะ


ความคิดเห็น