ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 2: ดูดซับความสามารถ

ชื่อตอน : ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 2: ดูดซับความสามารถ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.ค. 2563 19:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ศักราชโลกใหม่ตอนที่ 2: ดูดซับความสามารถ
แบบอักษร

เซนมองขึ้นไปเหนือหัวดูตำแหน่งพระอาทิตย์ประมาณเวลา ตอนนี้น่าจะใกล้เที่ยงแล้ว เขามองซากโครงกระดูกตรงหน้าด้วยความเศร้าหมอง สองเท้าก้าวไปเก็บโครงกระดูกทีละชิ้นๆเพื่อนำไปฝังดินทำหลุมศพแบบง่ายๆ เมื่อครบหมดแล้วจึงยืนไว้อาลัยให้พวกเขาห้านาที ชีวิตมันต้องดำเนินต่อไป เขาพยายามลื้อหาของในซากอาคารบ้านพักเผื่อว่าจะมีอะไรที่สามารถใช้ประโยชน์ได้บ้าง

 

ไฟแช็ค มีดหั่นผัก กระเป๋าโทรมๆ เสื้อผ้าที่สภาพยังดีอยู่และเชือก ที่เหลือมีแต่ของไม่จำเป็นอย่างเงินหรืออื่นๆ ผมไม่คิดจะเอามาให้หนักกระเป๋า เอาไปแค่สามสี่อย่างที่ใช้ได้ก็พอ เมื่อเตรียมเสร็จผมก็หันมาสนใจตัวเองบ้าง หยิบเศษกระจกชิ้นใหญ่ขึ้นมาส่องหน้าและตรวจดูตามร่างกาย

 

“ อืม สูงขึ้นมาสักสิบเซนได้มั้ง แสดงว่าเราคงสูง 185 เซนแล้วสิ กล้ามหน้าท้องกล้ามแขนเองก็ขึ้นเป็นมัดๆเลยแฮะ รู้สึกถึงพละกำลังอันมหาศาลเกินมนุษย์ได้เลยล่ะ แต่เนื้อตัวสกปรกไปหน่อยคงต้องไปอาบน้ำที่บ่อเก็บน้ำแล้วล่ะ เพราะห้องน้ำพังหมดแล้ว น้ำคงไม่ไหล”

 

หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเตรียมของเสร็จ เซนก็เดินออกจาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้สู่ถนนเส้นทางสัญจร ออกสำรวจอาคารบ้านเรือนรอบข้าง ซึ่งมีสภาพเละเทะไม่ต่างกัน ดูท่าแล้วการพบผู้รอดชีวิตคงจะเป็นเรื่องยาก เมืองนี้คงกลายเป็นเมืองร้างไปแล้วมั้ง

 

เดินไม่นานเซนก็เดินมาถึงวัดป่าของหลวงตา แต่เมื่อเขาไปสำรวจกับไม่พบอะไรเลย นอกจากซากวัดพังๆ แม้แต่โครงกระดูกหรือร่องลอยการต่อสู้ นั่นทำให้เขาโล่งใจไปได้นิดนึง อย่างน้อยๆท่านก็ไม่ได้จบชีวิตลงที่นี่ อาจจะหนีไปหลบภัยที่อื่นก็เป็นได้ พอนึกถึงข่าวที่เขาบังเอิญได้ยินตอนมาที่นี่เมื่อไม่กี่วันก่อน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกทึ่งขึ้นมา คำทำนายนั่นเป็นเรื่องจริงหรือนี่

 

แต่เซนก็ยังไม่คิดที่จะยอมแพ้หรือสิ้นหวังหรอก วันสิ้นโลกแล้วไงล่ะ อย่างน้อยเขาก็ยังมีชีวิตอยู่พร้อมกับความสามารถเอาตัวรอดในระดับหนึ่ง และที่สำคัญพลังพิเศษที่พร้อมจะต่อสู้กับสัตว์กลายพันธุ์พวกนั้น เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นจนไม่มีสิ่งใดสามารถขวางทางเขาได้ เซนตัดสินใจมุ่งหน้าเข้าตัวเมืองอันเป็นศูนย์รวมของผู้คน

 

ตกกลางคืน เซนต้องหาที่พักและอาหารอย่างเร่งด่วน แน่นอนว่าไปต้องไปค้นในซากบ้านข้างทางที่ยังมีสภาพดีๆหน่อย น้ำเปล่า ขนมปัง อาหารแห้ง สุดท้ายผมก็ต้องก่อไฟต้มมาม่ากินด้วยหม้อที่เก็บได้พร้อมกับขนมปัง เมื่อกินอิ่มเขาก็นั่งพิงกำแพงมองออกไปยังฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยแสงดาวผ่านรูขนาดใหญ่บนหลังคาบ้าน

 

นอกบ้าน ในซอกซอยที่รกร้าง

 

“ ฮิๆๆ ข้าได้กลิ่นอาหาร โอ้ เนื้ออันแสนหวาน คิๆๆ มันต้องเป็นของข้า ข้าคือผู้ล่า และเจ้ามนุษย์ข้างในนั้นต้องเป็นผู้ถูกข้าล่า คิกๆๆ”

 

เสียงอันแหบแห้งของบุคคปริศนากระซิบเข้ามาในโซนประสาทของเซนอย่างแผ่วเบา ถึงมันจะเบามากก็ตามทีซึ่งเสียงนั้นอาจมาจากข้างนอกบ้านที่ไกลออกไปไม่มาก ร่างของเขาสะดุ้งเฮือกลุกขึ้นมาเตรียมเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันแปลกประหลาดนี้ทันที ไม่นานเขาก็สังเกตได้ถึงบรรยากาศที่เปลี่ยนไป ทำให้สัญชาตญาณของเขาแจ้งเตือนเข้ามาว่ามีบางอย่างที่อันตรายกำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

เซน “ ใครน่ะ คุณเป็นคนใช่ไหม ถ้าไม่ตอบจะถือว่าเป็นศัตรู”

 

เงียบ.....ไม่มีเสียงตอบรับใดๆทั้งสิ้น...นั่นยิ่งทำให้เซนระวังตัวมากขึ้นเป็นทวีคูณ

 

พรึบ....

 

เซน “...!!!!....”

 

เงาวิ่งผ่านหน้าต่างด้านข้างทำให้เซนตกใจหันควับสองสายตาไปดู แต่ก็ไม่พบอะไร มีเพียงสายลมอ่อนๆยามกลางคืนเท่านั้น เจอบรรยากาศแบบนี้เขาเริ่มมีความรู้สึกกลัวเข้าจริงๆเสียแล้ว หวังว่ามันคงไม่ใช่ผีนะ

 

ดวงตาสีแดงจับจ้องเซนที่อยู่เบื้องล่างผ่านรูหลังคา ร่างของมันคล้ายมนุษย์แต่มีหนังหนาเล็บและฟันยาวแหลมคม ส่งกลิ่นอายกระหายเลือดออกมา มันคือมนุษย์กลายพันธุ์ที่ไม่สามารถคงสติจิตใจของตนเอาไว้ได้ กลายเป็นดุร้ายบ้าคลั่งดั่งสัตว์เดรัจฉาน และด้วยสมองยังคงอยู่ทำให้มันยังคงมีสติปัญญาสามารถพูดได้ดั่งตอนที่เป็นมนุษย์ปกติ

 

“ แฮร่ เหยื่อคนที่ เก้า ของข้า ตายและกลายเป็นอาหารของข้าซะ”

 

มันกระโดดลงมาจากหลังคาพุ่งเข้าใส่เซนด้วยกรงเล็บสีดำแหลมคม นั่นทำให้เซนตกใจมากรีบเรียกรากไม้สีเลือดออกมาจากร่างอย่างลนลาน

 

ซวก.....ฉึกๆๆๆๆ

 

กรงเล็บสีดำแทงเข้ามาในไหล่ขวาของเซนจนทะลุ เลือดทะลักไหลออกมาหยดลงพื้น แต่อีกฝั่งกลับเจ็บหนักมากกว่า รากไม้สีเลือดนับสิบเสียบเข้าไปในร่างของมัน

 

“ อัก...อะไรกัน....กะ....แกเองก็กลายพันธุ์เหมือนกับข้า...มะ...ไม่แข็งแกร่งเกินไป..ต้องหนี”

 

เซน “ อ้า...เวรเอ้ย...ไปตายซะ”

 

ถึงจะเจ็บแต่ก็กัดฟันสู้ไม่ปล่อยให้ตัวการตรงหน้าหนีไปได้อย่างเด็ดขาด รากไม้ของเซนที่อยู่ในร่างของมันงอกสาขาแตกแขนงรัดร่างของมันไว้แล้วดูดเลือดเนื้อของมันอย่างหิวกระหาย

 

“ อ๊ากกก ไม่ๆๆๆ ข้า..ม่าย..อยาก...ตา..ย”

 

ไม่นานร่างของมันก็แห้งกรังเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกเท่านั้น เซนเก็บรากไม้เข้าร่างพร้อมกับถีบร่างไร้ชีวิตตรงหน้ากระเด็นไปไกลอย่างหัวร้อน

 

“ บ้าเอ้ย มันเป็นบ้าอะไรของมันวะ ถึงได้โจมตีคนด้วยกันแบบนี้ แผลลึกไหมเนี่ย..เอ๊ะ???”

 

เมื่อก้มดูบาดแผลที่ไหล่ตัวเองกลับพบว่ามันฟื้นตัวสมานซ่อมแซมตัวเองอย่างรวดเร็วจนเห็นได้ด้วยตาเปล่า ผ่านไปแค่สามสิบวินาที แผลที่เป็นหลุมขนาดฝ่ามือก็หายไปอย่างไร้ล่องรอย นี่มันสุดยอดเกินไปแล้ว

 

เซนถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าต้องทำแผลโดยใช้ไฟลนเหมือนในหนังซะแล้ว เขาเข้าไปสำรวจร่างที่เพิ่งฆ่าไปอย่างละเอียดก็พบว่ามันมีส่วนที่แตกต่างจากมนุษย์มากทีเดียว ทั้งเล็บ ทั้งฟัน ทั้งผิวหนังที่หยาบหนา ถ้าฟังไม่ผิดเมื่อตอนสู้กันมันบอกว่ากลายพันธุ์เหมือนกับมัน แสดงว่ามนุษย์ก็ยังสามารถกลายพันธุ์ได้เหมือนกับสัตว์และพืชสินะ

 

แต่ถ้ากลายพันธุ์แล้วเป็นแบบนี้เขาขอบายดีกว่า เป็นมนุษย์ปกติน่ะดีแล้ว เอ..ว่าตัวเขาเองก็เรียกว่ามนุษย์กลายพันธุ์ได้มั้งนะ ถึงความสามารถนี้จะมาจากเมล็ดกาฝากก็เถอะ โลกมันชักจะอยู่ยากเกินไปแล้ว ต้องหาที่ปลอดภัยกว่านี้เพื่อพักผ่อนไม่อย่างนั้นเดี๋ยวมีตัวอะไรเข้ามาทำร้ายเราแบบนี้อีก

 

-----------------------

 

วันที่ 2 เดือน 1 ศักราชโลกใหม่ที่ 0

 

เป็นวันที่พลังคลื่นจักรวาลหมุนเวียนอยู่ในโลกอย่างเสถียรแล้ว ทำให้บริเวณพื้นที่ที่มีพลังคลื่นจักรวาลอยู่อย่างหนาแน่นเกิดความผันผวนของกระแสมิติ พลังชนิดเดียวกันมักจะเรียกร้องหากันอย่างเป็นธรรมชาติ พลังคลื่นจักรวาลเองก็เช่นกัน มันทำการเชื่อมต่อกับพลังจักรวาลในมิติอื่นๆจนเกิดเป็นรอยแยกมิติขึ้นมา ดั่งสะพานข้ามโลกคอยเชื่อมต่อเป็นทางเดินไปมาระหว่างกัน

 

ด้วยเหตุนี้เองสิ่งมีชีวิตต่างโลกจึงหลุดเข้ามายังโลกมนุษย์ผ่านรอยแยกมิติ ซึ่งมีมากมายหลายชนิดหลายเผ่าพันธุ์ ทั้งเผ่าพันธุ์อันทรงปัญญาดั่งเช่นมนุษย์หรือเผ่าพันธุ์ดุร้ายป่าเถื่อนดั่งสัตว์อสูร พวกมันต่างก็กระตือรือร้นที่จะเข้ามาสำรวจยังโลกใหม่แห่งนี้

 

........................

 

เซนตื่นขึ้นมาทำอาหารกินในยามเช้าแล้วจึงออกเดินทางต่อ สายตาก็พยายามสอดส่องสังเกตหาผู้รอดชีวิตในระหว่างทางไปด้วย แต่เห็นทีจะเป็นเรื่องยาก เพราะด้วยโลกที่เต็มไปด้วยสิ่งอันตรายแบบนี้ใครเล่าจะกล้าออกมาเดินเพ่นพ่าน สู้หมกตัวอยู่ในที่ปล่อยภัยซะยังจะดีกว่าและเขาเชื่อว่าคนที่รอดชีวิตส่วนใหญ่คงอาศัยอยู่ในหลุมหลบภัยใต้ดินกันอย่างแน่นอน

 

ต่อให้เป็นเทพก็คงไม่อาจรู้ว่าหลุมหลบภัยเหล่านั้นอยู่ที่ไหนบ้าง เซนเองที่เป็นเพียงนักศึกษาธรรมดาๆเองก็เช่นกัน เขาไม่ใช่ลูกคนรวยผู้มีอำนาจและเส้นสายสะหน่อย เดินไปได้เพียงสิบกิโลเมตร เซนก็ดันพบเจอกับเรื่องที่เหลือเชื่อเข้าให้แล้ว เขารีบหมอบลงพื้นใช้ซากกำแพงบังร่างกายตน ยื่นหน้าออกไปดูสิ่งมีชิวิตเบื้องหน้า

 

ร่างคล้ายมนุษย์สูงเพียงหนึ่งเมตรยี่สิบเซน ผิวสีเขียวหยาบกร้าน หูแหลมยาวชี้ฟ้า เขี้ยวเล็บแหลมคม หน้าตาน่าเกลียด รูปลักษณ์แบบนี้ใช่สิ่งมีชีวิตบนโลกนี้แน่หรือ มันเหมือนก็อบลินในนิยายการ์ตูนไม่มีผิด พวกมันมีทั้งหมด 20 ตัว ครึ่งนึงถือโล่และอาวุธประชิด ส่วนอีกครึ่งถือธนูพร้อมลูกศร มีเพียงตัวเดียวเท่านั้นที่ถือคทาหัวกะโหลกดูน่ากลัว

 

ดูจากลักษณะแล้วมันคงเป็นหัวหน้ากลุ่มอย่างแน่นอน ชุดป้องกันของพวกมันเป็นเพียงชุดหนังเก่าๆโทรมๆขาดๆเท่านั้น ดูไม่น่ากำจัดยากเท่าไหร่ ติดปัญหาอยู่ที่เจ้าก็อบลินหัวหน้านั่นต่างหาก สัญชาตญาณบอกเขาว่ามันเป็นตัวอันตรายที่สามารถทำร้ายเขาให้บาดเจ็บจนถึงตายได้ ต้องกำจัดมันก่อนตัวแรก ระยะร้อยเมตรนั่นไกลเกินไป เขาต้องรอให้พวกมันเดินเข้ามา ไม่ก็แอบขยับเข้าไปหาพวกมันอย่างเงียบเชียบ

 

80 เมตร....50 เมตร....30 เมตร....20 เมตร ตอนนี้ล่ะ

 

[ รากไม้คุมขัง ]

 

เซนปล่อยรากไม้มุดลงดินพุ่งเข้าหาพวกก็อบลินด้วยความเร็ว เมื่อเข้าระยะพวกมันจึงโผล่ขึ้นมารัดพันร่างก็อบลินทั้งยี่สิบตัวอย่างแน่นหนา พวกมันตกใจมาก ไม่นึกว่าจะโดนลอบโจมตีแบบนี้ ก็อบลินที่ถือคทาคำรามด้วยความโกรธมันโบกคทาในมือปล่อยลูกไฟขนาดเท่าแตงโมออกมาเผารากไม้ของผมจนมอดไหม้

 

เซนถึงกับอ้าปากค้าง “ อะไรวะนั่น เสกไฟออกมาได้ด้วยเหรอ ขี้โกงนี่หว่า”

 

ด้วยเสียงโวยวายดังกล่าวทำให้เจ้าก็อบลินคทาเห็นตัวเซนเข้าให้แล้ว มันทำการยิงลูกไฟใส่เขาทันที

 

ตู้มมม.....

 

เซนกระโดดหลบได้อย่างฉิวเฉียด ถ้าช้าอีกเล็กน้อยเขาคงกลายเป็นมนุษย์ย่างไปแล้ว

 

เซน “ ข้าไม่เชื่อหลอกว่าเอ็งจะปล่อยไฟได้เรื่อยๆน่ะ มันต้องมีขีดจำกัดบ้างล่ะน่า”

 

เขาตั้งสมาธิจดจ่ออยู่กับทิศทางที่ลูกไฟพุ่งเข้ามาแล้ววิ่งหลบไปมาอย่างรวดเร็วจนเจ้าก็อบลินนั่นหัวร้อนคำรามด้วยความโกรธ

 

ฟิ้ววว...ฉึก....

 

เสียงลูกธนูแหวกอากาศพุ่งเข้าปักที่ต้นขาของเซนเต็มๆ เป็นก็อบลินธนูนั่นเองที่ยิงมา เนื่องจากมันบังเอิญดิ้นจนแขนทั้งสองสามารถหลุดออกมาจากรากไม้ที่รัดตัวได้ ถึงจะไม่สามารถหลุดออกไปทั้งตัวแต่แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่จะง้างธนูยิงชายหนุ่มอันเป็นศัตรูของตนได้

 

เซน “ โอ้ย มีตัวเสือกด้วยเหรอวะ อยากตายก่อนเพื่อนก็ไม่บอก ตายยย!!”

 

รากไม้ที่รัดตัวของเริ่มโจมตีแทงปลายแหลมเข้าไปในร่างของมันอย่างไร้ปราณี ก็อบลินตัวอื่นๆก็โดนแบบเดียวกัน เป็นการฆ่าที่ง่ายดายสำหรับลูกกระจ๊อกพวกนี้

 

กี้ๆๆ.....อูอ่าๆ...แฮร่....

 

เจ้าก็อบลินหัวหน้าโกรธจัดเมื่อเห็นลูกน้องของตนเริ่มตายไปทีละคนๆ มันโบกคทาพร้อมกับเต้นด้วยท่าทางแปลก เสกเปลวไฟออกมามากกว่าเดิมหลายเท่าก่อรูปกลายเป็นหอกเพลิงอันทรงพลัง เมื่อมองไปยังมันเซนรู้สึกได้ถึงความอันตรายถึงชีวิต

 

เซน “ เวรแล้วไง หนีสิครับรอไร”

 

ว่าแล้วเจ้าตัวก็วิ่งออกห่างจากหอกเพลิงอย่างสุดชีวิต

 

ฟิ้ววววว......

 

เซน “....!!!!.....”

 

ความเร็วของหอกเพลิงนั้นมากกว่าที่เซนคิดเอาไว้ จนไม่อาจหลบพ้น ทำได้เพียงเบี่ยงตัวหลบไม่ให้โดนจุดสำคัญ หอกเพลิงทะลวงเผาแขนซ้ายของเขาจนเป็นธุลี ไม่เหลือแม้แต่เศษซาก นี่มันน่ากลัวเกินไปแล้ว

 

เซน “ อ๊าก...บ้าเอ้ย....”

 

เขากัดฟันทนความเจ็บปวด ส่งสายตาอาฆาตไปยังก็อบลินผู้กระทำ ซึ่งตอนนี้มันได้นั่งคุกเข่าหอบหายใจอย่างอ่อนแรง หอกเพลิงที่มันปล่อยออกไม่เมื่อครู่คือพลังทั้งหมดของมันแล้ว ในตอนนี้แม้แต่ไก่ก็ยังสามารถฆ่ามันได้ มันมองมนุษย์ที่รอดจากการโจมตีไม้ตายของมันอย่างสิ้นหวัง

 

ยังดีที่เซนมีความสามารถในการฟื้นฟูบาดแผลระดับสุดยอด ด้วยสารอาหารจากก็อบลินยี่สิบตัวทำให้เขาสามารถงอกแขนใหม่ออกมาโดยใช้เวลาไม่นาน เขาเดินเข้าไปหาหัวหน้าก็อบลินด้วยรอยยิ้มสุดสยอง

 

เซน “ หวังว่าแกคงให้ความสามารถดีๆแก่ข้าได้นะ”

 

เซนยื่นฝ่ามือไปจับที่หัวของก็อบลินหัวหน้า เขาใช้ความสามารถอีกอย่างหนึ่งทันที รากฝอยเล็กนับร้อยชอนไชเข้าไปในสมองของก็อบลินผู้โชคร้าย มันดิ้นไปมาเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก รากฝอยนับร้อยทำการซึมซับดูดซึมความสามารถแฝงและความทรงจำบางอย่างของก็อบลินเบื้องหน้า มีโอกาสสำเร็จเพียง 30% เท่านั้น

 

เวลาผ่านไปก็อบลินผู้โชคร้ายก็กลายเป็นศพแห้งกรัง

 

เซน “ อื่ม ได้ความสามารถต้านทานไฟเล็กน้อย กับความทรงจำในการใช้พลังานมืดงั้นสินะ เป็นการเก็บเกี่ยวที่ไม่เลวเลย นี่เราก็ดวงดีเหมือนกันนะเนี่ย”

 

---------------------------------------------------------------------------------- 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว