facebook-icon

เมื่อมาเฟียเจ้าเล่ห์ดันไปหลงเสน่ห์ของคุณหมอตัวขาว ความรัก ความเปย์เเละการใส่ใจจึงถูกส่งให้คุณหมอไปเต็มๆ ติดตามได้ใน...กลรัก...มาเฟียร้าย

ตอนที่ 32 หลุดวงโคจร (✔️)

ชื่อตอน : ตอนที่ 32 หลุดวงโคจร (✔️)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 44.3k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.ค. 2562 06:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 32 หลุดวงโคจร (✔️)
แบบอักษร

​ตอนที่ 32 หลุดวงโคจร 

 

8 เดือนผ่านไป 

 

เหมือนพายุฝนที่โหมกระหน่ำ เกลียวคลื่นซัดเข้าฝั่งอย่างบ้าครั้งนั้นจบลง ก็เหลือทิ้งไว้เพียงเสียวความทรงจำที่ย้ำเตือนว่ามันเคยเกิดเพียงเเค่นั้น... 

 

หลังจากเรียนเฉพาะทางจบได้ 2 เดือน ผมตัดสินใจย้ายตามคุณโทมัสกลับมาที่ไต้หวัน เเละคิดว่าคงจะอยู่ที่นี่กับคุณโทมัสไปตลอดจนกว่าเขาจะไล่นั้นเเหละ...เเต่เอาจริงๆ ถ้าเขาไล่ผมเนี่ยก็คงต้องเคลียร์กันยาวอะ! 

 

“หลงเสร็จหรือยัง วันนี้เปิดเรียนวันเเรกนะ จะไปสายเหมือนเเต่ก่อนไม่ได้เเล้ว” 

“รู้เเล้วน่า หลงไม่ให้เสียชื่อเฮียเขาหรอก”ดูเรียกเขาสิ-*-! ไม่เเน่ใจว่าเพราะอยู่ด้วยกันมากไปหรือว่าไงนะครับ หลงถึงได้เรียกคุณโทมัสว่าเฮียเเบบนั้น เเต่คุณโทมัสก็เรียกหลงว่าเจ้าเปี๊ยกนี่หน่า 

 

ตอนมาถึงนี้เเรกๆ เเอบกังวลเเทนหลงมันเหมือนกันนะครับว่าจะปรับตัวได้หรือเปล่า ปีนี้หลงขึ้นมอปลายเป็นวัยรุ่นเต็มตัวเเล้ว  มันดูโตขึ้นมากทั้งความคิด ร่างกาย การกระทำดูต่างจากเดิมเยอะมาก ทั้งที่เวลาผ่านไปยังไม่ถึงปี 

 

“ตรวจดูให้เรียบร้อยด้วยนะว่าไม่ได้ลืมอะไร” 

“รู้เเล้วๆ พี่ฟิวส์ลงไปรอที่รถเลย เดี๋ยววิ่งตามไป” 

“เร็วๆนะ” 

“เนี่ยๆ ใส่ถุงเท้าก็เสร็จเเล้ว” ถึงปากจจะพูดเเบบนั้น เเต่เจ้าตัวยังติดกระดุมเสื้อนักเรียนไม่เสร็จเลยครับ 

 

ดูเอาเถอะครับ ยิ่งโตลูกเล่นก็ยิ่งเยอะ - - 

 

หลังจากที่เรื่องเลวร้ายผ่านไป ตอนนี้ทุกอย่างกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง พอพวกเราย้ายมาอยู่บรูไนคราวนี้ คุณโทมัสก็ทำงานของตัวเองได้สะดวกขึ้น หลังจากที่ต้องทำงานผ่านเเล็ปท็อป ประชุมงานทางไกลผ่านวิดีโอคอลมาเป็นเวลานาน ส่วนผมก็มาทำงานเป็นเเพทย์ประจำที่โรงพยาบาลของเขาเเบบเต็มตัวอย่างน้อยล้ว เจ้าหลงเองก็ได้เรียนต่อในโรงเรียนเอกชนเเห่งหนึ่งที่คุณโทมัสยอมบริจาคเงินจำนวนมากเพื่อให้เขาได้เป็นหุ้นส่วนของที่นั่น พอผมถามว่าทำไมต้องทำเเบบนั้น เขาก็บอกว่าหลงเป็นคนต่างถิ่นถ้าไม่มีเขาเป็นเเบคให้ก่อน อาจถูกเพื่อนที่โรงเรียนเเกล้งได้.... 

 

ผมว่าเขากังวลเกินไปเเหละ- - 

 

ผมเดินออกมาด้านนอกตัวบ้าน กดลิฟต์ลงมาชั้นช่างสุด....เอ้อ! ผมลืมเล่าไปใช่ไหมล่ะว่าเรากลับมาอยู่บ้านบนชั้นดาดฟ้ากัน คุณโทมัสให้คนมาต่อห้องออกไปทางด้านข้างตรงพื้นที่ว่างๆ ไม่ได้ใช้งานก่อนหน้านี้อีกห้องหนึ่งให้กับหลงด้วยนะ ตอนมาถึงเเรกๆ คุณโทมัสก็พาผมเข้าไปอยู่ที่บ้านหลังใหญ่ของเขานั้นเเหละครับ เเต่พอผมเริ่มทำงานที่โรงพยาบาลเเล้ว บ้างวันเลิกเย็นเลิกดึกบ้าง 

 

บอกได้เลยว่างานยุ่งกว่าตอนเป็นเด็กใช้ทุนเยอะเลย อาจจะเพราะตอนนี้เรียกตัวเองได้ว่าเป็นเเพทย์เต็มตัวเเล้วด้วยเหตุหนึ่ง เเละอีกเหตุผลหนึ่งก็คือโรงพยาบาลสาขาเล็กนี้เปิดรับรักษาบุคคลภายนอกเต็มตัวเเล้วด้วย คนเลยมารักษาไม่ขาดสาย จากที่ปกติมีเวรเช้าเวรบ่ายก็กลายเปลี่ยนเป็นเวรเดย์เวรไนท์ไปเเล้ว ผมเคยถามเขานะว่าทำไมถึงยอมเปิดรักษาคนภายนอก เพราะตอนเเรกที่นี้เป็นโรงพยาบาทที่เขาสร้างเอาไว้รักษาพวกที่ทำงานกับเขาเท่านั้น เขาก็พูดประมาณว่าเเถวนี้ไม่ค่อยมีโรงพยายาล คนเเถวนี้ต้องเดินทางไกลถึงจะได้รักษา.... 

 

เป็นไงละครับ เเฟนผมน่ารักใช่ไหมล่ะ^~^ 

 

“เจ้าเปี๊ยกจะไปพร้อมฉันเลยไหม” 

“คุณไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวผมออกไปส่งเอง อยากดูโรงเรียนน้องสักหน่อย อีกอย่างคุณจะเสียเวลาเอานะครับ...เจ้าเปี๊ยกของคุณยังเเต่งตัวไม่เสร็จเลย” 

“งั้นฉันไปก่อน...เดี๋ยวกลางวันกลับมากินข้าวด้วย...ฟอด” คุณโทมัสพูดบอกก่อนจะกดจมูกหอมเเก้มผมเเรงๆ ไปหนึ่งทีก่อนจะหมุนตัวเดินไปขึ้นรถคันหรูที่จอดรออยู่เเล้ว 

 

ผมรอจนหลงลงมา เเล้วก็พาน้องไปส่งที่โรงเรียน คุณโทมัสให้บอดี้การ์ดอยูาดูเเลผม 4-5 คนรวมคุณเเฟรงค์ด้วย พวกเรามาส่งหลงที่โรงเรียนเเล้วมุ่งหน้าไปที่โรงพยาบาลสาขาใหญ่เลย ตอนเเรกผมกะจะเข้าไปสำรวจโรงเรียนของหลงสักหน่อยเเต่พอดูเวลาเเล้วผมเองนั้นเเหละที่จะสาย ถึงถ้าผมสายก็คงไม่มีใครกล้ามาว่าอะไรผมเเน่ๆ ...เเต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีการพูดถึงลับหลัง...ว่าผมคนเดียวผมไม่เดือดร้อนอยู่เเล้ว เเต่ผมเชื่อว่าจะไม่เเค่นิทราผมคนเดียวหรอก อย่างน้อยๆ ก็ต้องดึงคุณโทมัสมาเป็นที่พูดถึงในบทสนทนาด้วยเเน่ๆ เพราะฉะนั้นวิธีป้องกันที่ดีที่สุดก็คือ ผมจะต้องไม่ทำอะไรให้พวกเขาเอาไปนิทราได้! 

 

“เกิดอะไรขึ้นครับ??” ผมหันไปถามคุณเเฟรงค์ที่นั่งอยู่ข้างหน้าข้างคนขับทันทีหลังจากที่จู่ๆ รถที่ผมนั่งก็เบรกอย่างเเรงจนหน้าผมแทบจะทิ้มไปข้างหน้า 

“มีรถมาจอดขวางทางเรา...ก้มหัวลงไปก่อนนะครับ” 

 

คุณเเฟรงค์พูดสั่งก่อนที่เขาจะถอดเสื้อสูทของตัวเองเเล้วโยนมาคลุมหัวของผมเอาไว้เเถมยังปีนข้ามกลับมาด้านหลัง เเล้วดันให้ผมลงไปนั่งซุกตัวอยู่ระหว่างช่องวางระหว่างเบาะคนขับเเละเบาะนั่งด้านหลังด้วย ก่อนจะมองออกไปด้านนอกรถ ที่มีลูกน้องของเขาเดินลงไปเคลียร์กับพวกที่จอดขว้างเราอยู่ 

 

เเต่ดูเหมือนการเจรจาจะไม่เป็นผล คุณเเฟรงค์ถึงต้องลงไปเอง เขาหันมากำชับผมเสียงเข้ม 

 

“อยู่ในรถจนกว่าผมจะกลับมา...เเต่ถ้าเห็นท่าไม่ดีรีบหนีไปให้ไกลนะครับ” คุณเเฟรงค์พูดสั่งเสียงนิ่ง เขายัดเงินจำนวนหนึ่งเเละปืนใส่มือของผม 

 

คุณเเฟรงค์ลงจากรถไปเเล้วคุณคนขับรถก็ลงไปด้วย ก่อนลงไปเขากดล็อกรถให้ผมด้วย พอในรถเหลือเเค่ผมความกังวลก็ถาโถมเข้ามาเลย...อะไรเนี่ย...จะลักพาตัวกันอีกเเล้วเหรอ! ...เเต่อย่างน้อยผมก็คิดว่าคุณเเฟรงค์ไม่ยอมให้เกิดเรื่องเเบบนั้นง่ายๆ เเน่...ผมขยับตัวคลานเข่าข้ามมาอีกฝั่งของเบาะด้านหลัง ใช้เบาะข้างคนขับเป็นกำบัง เเล้วค่อยๆ โผล่หัวออกไปมองสถานการณ์ด้านนอกรถ ดูเหมือนการเจรจาก็จะไม่ดีขึ้นสักนิด ดูจากการที่พวกเขายกปืนจ่อกันอยู่เเบบนั้นผมก็มั่นใจเลยว่าไม่ดีเเน่ๆ 

 

เดี๋ยว! ...ผู้หญิงคนนั้น! ..จังหวะที่ผมมองออกไปที่รถหรูอีกคันที่จอดอยู่นั้นเอง มันเป็น จังหวะเดียวกับที่กระจกตรงเบาะด้านหลังของรถตู้นั้นเปิดอยู่ เเล้วผมก็เห็นคนหนึ่งๆ...คนที่ผมไม่ได้เจอมาเกือบ 10 กว่าปี 

 

ไม่รู้ว่าผมยังสติดีอยู่หรือเปล่า...เพียงเพราะอยากจะเห็น ผู้หญิงคนนั้นใกล้ๆ ถึงได้ตัดสินใจรีบลงจากรถมาทั้งๆ ที่คุณเเฟรงค์สั่งเอาไว้เเบบนั้น 

 

“ลงมาทำไม!!” คุณเเฟรงค์กันมาพูดใส่ผมเสียงดังลั่น การที่ผมลงจากรถมาเเบบนี้เหมือนจะทำให้งานของพวกเขาหนักขึ้นไปกว่าเดิม พวกพี่ๆ บอดี้การ์ด 4-5 คนรีบเข้ามายืนล้อมตัวผมเอาไว้ 

“มากับพวกเราเถอะครับ...นายหญิงต้องการจะเจอคุณ” 

“...ผมจะไปกับพวกเขา” 

“พูดอะไร...คุณกำลังจะสร้างปัญหาให้เจ้านายของผมอีกหรือไง!” ดูเหมือนการตัดสินใจของผมจะไม่น่าพอใจสำหรับคุณเเฟรงค์เท่าไร จากที่ตอนเเรกๆ จะเป็นคนเงียบๆ ดูเย็นชา เเต่ตอนนี้กลับดูน่ากลัวเสียเเล้ว 

“ผมคิดว่าผมไม่เป็นไร...ผมขอคุยกับเขา” 

“เอาหลักประกันอะไรมาครับ!” 

 

ผมเข้าใจคำว่าทำไมคุณเเฟรงค์ถึงได้ดูไม่พอใจกับการตัดสินใจของผม  ก็สมมติถ้าผมไปเเล้วเกิดอะไรขึ้น เขาเเละคนพวกนี้ต้องเดือดร้อนเเน่ หรือถ้าผมโดนลักพาตัวไปเเบบคราวนั้นอีก  คุณโทมัสเองก็จะต้องเดือดร้อนไปด้วยเเน่...เเต่ว่า..ผมก็อยากจะรู้เหตุผลของผู้หญิงคนนั้นเหมือนกัน...ว่า..กลับมาหาผมทำไม 

 

“ไม่มีเเม่คนไหนทำร้ายลูกหรอกครับ! ...ผมว่านะ” 

 

เพียงคำตอบนั้น ก็ดูเหมือนจะทำให้คุณเเฟรงค์เข้าใจอะไรมากขึ้น เขามองหน้าผมนิ่งๆ เหมือนกำลังตัดสินใจ 

 

“มีเวลาถึงเที่ยงเท่านั้นนะครับ ถ้าคุณไม่กลับก่อนเที่ยงนายคงไม่รอถามเหตุผลอะไรเเน่” 

“ครับ” ผมพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะเดินออกมาจากว.ล้อมนั้น 

“เดี๋ยวครับ” คุณเเฟรงค์ดึงเเขนผมเอาไว้ เเล้วใช้จังหวะนั้นยัดของบางอย่างใส่มือของผมไว้ พอก้มไปมองก็เห็นว่ามันเป็นเเผ่นเเม่เหล็กสีดำๆ คุณเเฟรงค์ขยับมือนิดหน่อยจนเเผ่นเเม่เหล็กนั้นขยับเข้าไปติดอยู่กับเเหวนที่คุณโทมัสให้ มันคงเป็นชิพตามตัวหรืออะไรประมาณนั้นเเหละมั้ง 

“ระวังตัวด้วยนะครับ” 

 

ผมพยักหน้ารับถึงจะคิดเอาไว้ว่าเขาคงไม่ทำอะไรผมหรอก...เเต่ก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน ผมเดินตรงไปที่รถตู้ฮุนไดหรูที่จอดอยู่ พอเปิดประตูเข้ามาด้านในก็เห็น ผู้หญิงวัยกลางคนนั่งอยู่ เธอดูดีมาก มากถึงมากที่สุดเลย เสื้อผ้าหน้าผมเเบรนด์เนมทั้งตัว เครื่องประดับที่สวมใส่ดูราคาเเพงมากถึงมากที่สุด เธอหันมามองผมด้วยรอยยิ้มที่ผมคุ้นเคยดี..ก็เคยเห็นมาตลอดเมื่อหลาย 10 ปีก่อนนี้ครับ...เเละก็เป็น รอยยิ้มสุดท้ายที่ได้เห็นก่อนจะโดนทิ้งเอาไว้ที่วัดนั้นด้วย… 

 

“ฟิวส์...กลับไปอยู่กับเเม่นะลูก” เธอพูดออกมาเสียงสั่น ใบหน้าเเดงนิดหน่อยเหมือนพยายามกลั้นน้ำตาที่คลออยู่รอบดวงตาเอาไว้ 

“ทำไมครับ?" 

"เพราะเเม่คิดถึงลูก เเม่อยากอยู่กับลูกเพื่อทดเเทนเรื่องในวันนั้น" 

" ...ตอนนั้นคุณทิ้งผมได้ง่ายๆ เลยนะ...เเล้วจะกลับมาหาผมทำไม” 

“ฟิวส์ เเม่รู้ว่าเเม่ผิด เเต่เเม่ไม่อยากให้ลูกลำบากอีกเเล้ว เเม่ถึงได้มาหาลูก..กลับไปอยู่กับเเม่เถอะนะ...ตอนนี้เเม่มีเงินมากมาย ลูกไม่มีทางจะลำบากอีกเเล้ว” 

"เเล้วสามีคุณละ ถ้าผมเดาไม่ผิดที่คุณทิ้งผมก็เพราะเขาไม่ให้คุณพาผมไปด้วยใช่ไหม" 

"ฟิวส์...เเม่คุยกับเขาเเล้ว เขายอมเรื่องนี้ เขายอมให้ลูกไปอยู่กับเเม่เเล้วนะ...ไปกับเเม่เถอะ" 

“ไม่! ผมสบายดี ไม่ได้ลำบากอะไร ยายบุญดูเเลผมดีมาก...มากเสียจนผมไม่ขาดอะไร” 

“เเต่ตอนนี้ยายเเก่ก็ตายเเล้ว...ฟิวส์กลับไปอยู่กับเเม่...ลูกจะได้ความรักจากเเม่นะ...ลูกจะพาน้องของลูกไปด้วยก็ได้...ขอเพียงลูกกลับไป” 

“ถึงยายจะตาย ผมก็ไม่กลับไปหาคุณ....ผมมีชีวิตของผมเองได้ ผมได้เจอคนที่รักผมเเล้ว ผมได้เจอคนที่พร้อมจะอยู่กับผมตลอดเวลา เขาไม่เคยทิ้งผมไปไม่ว่าจะเจออะไร” 

“...” เธอมองมาที่ผม มือไม้สั่นๆ นั้นพยายามจะจับมือของผมเอาไว้เเต่ผมสะบัดมันออก… 

“ผมจำเรื่องราวระหว่างเราเมื่อก่อนไม่ได้เลยนอกจากเรื่องในวันนั้นที่คุณทิ้งผมเอาไว้” 

“ฟิวส์...เเม่ขอโทษ” 

“บุญคุณที่ทำให้ผมเกิดมาผมคงไม่ลืม..” 

 

ผมค่อยๆ ก้มลงกราบลงบนหน้าตักของคนตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองใบหน้าที่นองไปด้วยน้ำตา เธอมองผมด้วยสายตาเจ็บปวด มือสั่นๆ ที่ผมเคยปัดมันออกประสานกันเอาไว้ที่ด้านหน้า มันกำเข้าหากันเเน่นจนเห็นเป็นเส้นเลือดนูนๆ ขึ้นมา 

 

“...เเต่...สิ่งที่คุณทำกับผมเอาไว้ผมก็ไม่ลืมเหมือนกัน...อย่าติดต่อมาอีกเลย...ผมไม่ห้ามถ้าคุณจะให้ใครมาสืบเรื่องของผมเเบบที่เคยทำ...เเค่อย่ามาเจอผมอีก..อย่ามาเรียกร้องความเป็นเเม่จากผม...เเม่ของผมคือยายบุญเเละท่านเสียไปเเล้ว...เปิดประตูด้วยผมจะลงเเล้ว” 

“......” 

“บอกคนของคุณให้ปลดล็อกรถเดี๋ยวนี้...นี้คือสิ่งเดียวที่ผมต้องการ” ผมพูดบอกอีกครั้ง ย้ำมันด้วยเสียงจริงจัง มองจ้องเขาไปด้วยเพื่อยืนยันความต้องการของตัวเอง 

“เปิดประตู” 

“ขอบคุณครับ” ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ผมก็ก้าวเท้าลงมาอย่างไม่รีรอ ได้ยืนเสียงร้องไห้ของเธอดังตามหลังออกมาจากรถด้วยเเต่ผมไม่ได้หันกลับไปมองหรอกนะ 

 

ผมรีบเดินกลับมาที่รถเปิดประตูเข้าไปนั่งด้านในเลย….พวกคุณเเฟรงค์ก็กลับมานั่งประจำที่ของตัวเองเเล้วออกรถมาทันที คุณเเฟรงค์ไม่ได้ถามอะไรจากผม เขาทำเพียงนั่งเงียบๆ มองตรงไปด้านหน้าอย่างเดียว ซึ่งมันดีต่อผมในคฃตอนนี้มากๆ เลย 

 

...ถ้าคุณถามว่าผมรู้สึกยังไงในตอนนี้...ถ้าถามว่าผมเจ็บปวดกับการกระทำของตัวเองเมื่อครู่ไหม...ผมก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน...จะว่าไงดีละ...มันเหมือนในหัวผมไม่ประมวลผลอะไรเเล้วมันว่างเปล่าไปเสียหมดเลย สิ่งที่ทำไปเมื่อครู่นี้ก็จำไม่ได้เเล้วว่าได้พูดทำร้ายจิตใจผู้หญิงคนนั้นไปมากมายเเค่ไหน… 

 

 

ตอนเด็กๆ ผมก็เคยฝันเอาไว้เหมือนกันนะครับว่า เขาจะกลับมารับผมเเบบที่เขาทำวันนี้ เเต่พพอเวลาผ่านไปนานเข้านานเข้าความฝันนั้นมันก็เหมือนเป็นสิ่งลมๆ เเล้งๆ ไม่เกิดขึ้นจริงจนผมเลือกที่จะทิ้งความฝันนั้นไปเเล้ว…. 

 

"เช็ดน้ำตาหน่อยครับ" คุณเเฟรงค์ส่งกล่องใส่กระดาษทิชชู่มาให้ผม เเต่เขาไม่ได้หันกลับมามองสักนิด ผมรับมันมาถือเอาไว้ ก่อนจะหยิบมาเช็ดลวกๆ หวังเพียงเเค่ไม่ให้น้ำตามันไหลนองหน้าจนเกินไปเท่านั้น 

 

อย่ากลับมาอีกเลยครับ...เราหลุดวงโคจรของกันเเละกันไปนานเเล้ว...อย่ากลับมาทำให้ผมต้องนึกถึงเเละโหยหาความรักจากคุณอีกเลย...ผมไม่ต้องการความรักจากคุณเเล้ว...ฮึก...ไม่ต้องการเเล้ว 

 

มันก็ยังอึมครึมต่อเนื่องกันไป...เเต่ใกล้หายเเล้วจ้าาา เดี๋ยวความสดใสจะกลับมาเเน่นอน 

#เเนบรูปสามีเราร้องไห้ด้วย เสียใจอ่าาาา จำไม่ได้ว่าจากเรื่องอะไร ตอนดูเเบบฮือออ เขาร้องไห้น่าสงสารมากเลยยย 

ขอบคุณที่ติดตามน่าาาา #เลิฟฟฟฟฟฟฟฟฟ 

BY : ลั้น ลา 

ความคิดเห็น