ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 9 อาการแบบนี้มันเรียกว่า?

ชื่อตอน : ตอนที่ 9 อาการแบบนี้มันเรียกว่า?

คำค้น : คิมทัณฑ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.7k

ความคิดเห็น : 32

ปรับปรุงล่าสุด : 10 พ.ย. 2561 14:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 9 อาการแบบนี้มันเรียกว่า?
แบบอักษร

ทัณฑ์มองแผ่นหลังของคนที่ทำให้เขาคิดไม่ตกจนถึงตอนนี้ มันกำลังนั่งทำการบ้านอยู่ข้างล่างโซฟา โดยที่เขานั่งเล่นเกมอยู่ข้างบน แต่ครั้งนี้เขากลับรู้สึกว่าเกมโปรดของเขากลับไม่สนุกเหมือนเดิม

'กูคง..หึงมึงล่ะมั้ง'

ประโยคนี้ยังคงติดค้างอยู่ในใจของทัณฑ์ ถึงแม้ว่าตอนหลังคิมจะบอกว่าที่พูดไป มันแค่ล้อเล่นก็ตาม

มึงอย่ามาล้อกูเล่นแบบนี้ดิวะ กูใจไม่ดี

"คิม กูยืมคอมมึงพิมพ์งานหน่อยดิ" ไปหาอะไรทำดีกว่า จะได้หยุดคิด

"เอาดิ"

"แต้งกิ้วเพื่อน"

เมื่อได้รับคำอนุญาต ทัณฑ์จึงเดินเข้าไปในห้อง นั่งลงบนเก้าอี้นวมอย่างดี เปิดโน๊ตบุ๊คยี่ห้อแพงที่เจ้าของเครื่องซื้อมาเพื่อเล่นเกมโดยเฉพาะ

เรื่องอื่นนี่มึงงกดีจัง กับเรื่องเกมแม่งโคตรลงทุน ตั้งแต่คอมยันเก้าอี้

มือขาวคลิกเมาส์เข้าโปรแกรมไมโครซอฟท์เวิร์ด ก่อนจะลุกขึ้นไปหยิบหนังสือแล้วกลับมานั่งอีกครั้ง นิ้วมือเรียวยาววางลงบนแป้นพิมพ์ ก่อนจะเริ่มพิมพ์งานที่อาจารย์พึ่งสั่งวันนี้ลงไป

ปกติถ้าอาจารย์พึ่งสั่ง เขาจะยังไม่ทำทันทีแบบนี้หรอกนะ แถมกำหนดส่งก็ตั้งสองอาทิตย์ข้างหน้า แต่ตอนนี้เขาต้องทำตัวเองให้ยุ่งเข้าไว้ สมองจะได้ไม่ไปคิดเรื่องนั้นยังไงล่ะ

เวลาปาเข้าไปเกือบเที่ยงคืน ทัณฑ์นั่งพิมพ์งานไปเรื่อยๆ พอได้ประมาณสิบหน้า เขาก็ต้องมาจัดหน้าให้เรียบร้อย แต่ทัณฑ์ก็เจอปัญหาเข้าแล้ว ตอนแรกก็นั่งพิมพ์ไปชิวๆ แต่พอมานั่งจัดหน้าเขาก็พึ่งรู้ว่านี่มันเวิร์ดรุ่นล่าสุด ซึ่งเขายังไม่เคยใช้ ปัจจุบันเขายังใช้ เวิร์ด 2013 อยู่เลย

แกร๊ก..

"อ่าว ยังไม่นอนอีกเหรอวะ" คิมเปิดประตูเข้ามาอย่างพยายามทำให้มันเบาที่สุด เพราะคิดว่าคนในห้องนอนไปแล้ว

"ยังไม่เสร็จว่ะ..ไอ้คิม มันจัดหน้ายังไงวะ" มือขาวคลิกเมาส์ไปมั่วๆ สายตาจ้องหน้าจอไม่วางตา

"ไหน" ร่างสูงเดินเข้าไปหา โน้มตัวลงนิด มืออีกข้างวางพาดไปบนพนักเก้าอี้ที่ทัณฑ์นั่ง ส่วนมืออีกข้างวางทาบลงบนมือทัณฑ์ที่จับเมาส์อยู่

ทัณฑ์ชะงักค้าง ทำหน้าไม่ถูก ส่วนคิมไม่แสดงอาการใดๆ ลากมือของเขาไปกับเมาส์ ตาคมจับจ้องที่หน้าจอ ปากก็พูดสอนไป

"มึงต้องกดไปตรงนี้ก่อน แล้วก็มาเลือกว่าจะเอาขอบกี่เซ็นต์"

"..." ตอนนี้หูของทัณฑ์ไม่ได้ฟังสิ่งที่คิมพูดแม้แต่นิด สายตาก็ไม่ได้มองไปที่หน้าจอ แต่กลับเอาแต่มองไปยังคนสอน มองอีกฝ่ายผ่านเสี้ยวหน้าคม สันกรามที่ชัดเจน

กูเป็นอะไรไปเนี้ยยย

"กูว่าขอบขนาดนี้โอเคละ ต่อไปมึงก็ไปจัดบรรทัด เอาสักประมาณหนึ่งจุดห้าก็พอ แล้ว.." คิมกำลังจะพูดต่อ แต่เขาก็รู้สึกว่าคนฟังนั้นเงียบเกินไป เลยเหลียวหน้ากลับไปมอง ก็เห็นมันกำลังมองเขาก่อนอยู่แล้ว

"มองอะไร มึงเข้าใจที่กูพูดป่ะเนี่ย"

"ห๊ะ? เออๆ เข้าใจ" คิมเห็นสีหน้าเลิ่กลั่กของทัณฑ์ก็อดที่จะขำไม่ได้ ตอนนี้เขารู้สึกเลยว่ามันกำลังเสียทรงอย่างหนัก

"เป็นอะไรวะ ง่วงก็ไปนอนไป"

"เออ ก็ดี" เหมือนกับว่าทัณฑ์กลายเป็นหุ่นยนต์ควบคุม เพราะพอคิมป้อนคำสั่ง เจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้ก็ลุกจากเก้าอี้แล้วปีนขึ้นเตียงไปนอน ห่มผ้าห่มเรียบร้อย

"หึหึ" ส่ายหน้าไปมาอย่างขำๆ กับท่าทางนั้น ก่อนที่คิมจะนั่งลงแทนที่แล้วจัดหน้าที่เหลืออีกนิดหน่อยจนเสร็จ แล้วกดเซฟให้เสร็จสรรพ ก่อนที่เขาจะขึ้นไปนอนข้างๆ คนที่นอนหันหน้าไปนอกเตียง

"หลับยัง"

"หลับแล้ว" ทัณฑ์แทบจะเอามือตะครุบปากตัวเอง หลับแล้วมึงจะไปตอบเขาทำไมหื้มไอ้ควายทัณฑ์!

"อ๋อ..หลับแล้ว" คนฟังก็ทำเสียงล้อเลียนพร้อมยิ้มขำ

"มึงแปลก" ถามพลางเหล่ตามองคนที่ยังนอนหันหน้าไปทางอื่น

"แปลกอะไร"

"ท่าทางมึงแปลกๆ ตั้งแต่กลับมาถึงห้อง..ทำไม? เสียศูนย์ที่กูบอกว่าหึงเหรอวะ"

"เสียศูนย์อะไร มึงมั่วละ" ทัณฑ์รีบบอกปัดอย่างไม่ยอมรับว่าตัวเองแปลกไปจริงๆ

"หึหึ" คิมได้แต่หัวเราะอย่างขำๆ ในลำคอ วันนี้เขาคงรุกมันหนักแล้ว พอก่อนแล้วกัน เดี๋ยวไก่จะตื่น


หลังจากเรียนช่วงเช้าเสร็จ นักศึกษาทุกคนก็เก็บอุปกรณ์การเรียน แล้วทยอยกันเดินออกจากห้องเรียน คิมกับชินก็เป็นหนึ่งในนั้น

"เฮ้ยมึง! ตอนบ่ายยกคลาสว่ะ" ชินที่เล่นมือถืออยู่ ขณะนั้นก็มีข้อความจากไลน์กรุ๊ปส่งเข้ามา

"ก็ดี" เขาเองก็ไม่ใช่เด็กเรียนอะไร แต่บังเอิญเรียนเก่ง

"ไปไหนกันดีวะ ไปดูหนังกันป่ะ" คนชวนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงดีใจซะโอเว่อร์ที่มีเวลาว่าง

"เออ ไปดิ" ให้กลับหอเขาเองก็เบื่อเหมือนกัน ขณะที่กำลังจะเดินไปโรงอาหารที่อยู่ใกล้ตึกเรียนนั้นเอง โทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงของคิมก็สั่นครืด ให้เขาต้องหยิบขึ้นมาดู

ทัณฑ์ : ตอนบ่ายมีเรียนป่ะ

พอเห็นข้อความมุมปากของร่างสูงก็ยกยิ้มขึ้นมา ก่อนจะพิมพ์ข้อความตอบกลับไป ในขณะที่ชินก็แอบมองอยู่ว่าใครกันที่ทำให้ไอ้คนชอบดองไลน์ตอบกลับไวขนาดนี้

คิม : ว่าง อาจารย์พึ่งยกคลาส

ทัณฑ์ : ดีๆ ไปดูหนังกัน

คิมนิ่งไปนิดเมื่ออ่านข้อความจบ ใจเขาอยากไปดูกับไอ้ทัณฑ์อยู่แล้ว แต่ก็พึ่งตอบรับคำชวนของไอ้ชินไปเมื่อกี้สดๆ ร้อนน่ะสิ

ทัณฑ์ : ชวนไอ้ชินมาด้วยนะมึง ไปกันหลายๆ คนสนุกดี

คิม : เออ มึงอยู่ไหน

ทัณฑ์ : โรงอาหาร

พอได้คำตอบ คิมก็เก็บโทรศัพท์แล้วหันไปบอกคนข้างๆ

"ไปโรงอาหารสถาปัตย์กัน" นี่ไม่ได้เป็นคำชวน แต่นี่เป็นคำสั่งที่ไม่ว่าใครก็ขัดใจคุณคิมไม่ได้ ชินรู้สึกอย่างนั้น

"เออๆ ตามความปรารถนาของท่านเลยครับ" ทั้งสองเปลี่ยนเส้นทางจากเดินไปโรงอาหาร ไปทางโรงจอดรถที่คิมจอดมอเตอร์ไซค์ไว้ เมื่อกี้ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าใครที่ส่งไลน์มาหามันเหอะๆ

"ไลน์ไอ้ทัณฑ์นี่ตอบซะเร็วเลยนะ ทีไลน์กูดองไว้เป็นชาติ" ได้ทีก็ขอแซะหน่อยเถอะ หมั่นไส้ ไอ้เพื่อนหน้านิ่งของเขาไม่มีสีหน้าทุกข์ร้อนแต่อย่างใด ประหนึ่งว่ายอมรับ

"อยากให้กูตอบ มึงก็โทรมา"

"สัส บางทีกูก็ไม่มีตังค์มั้ย ใช่ซี๊ กูมันไม่สำคัญเท่าไอ้ทัณฑ์นี่" แกล้งทำเสียงตัดพ้อน้อยใจ ซึ่งนั้นคิมก็ดูออกอยู่แล้ว

ผลัวะ!

"ปลอมสัส" คิมเดินไปคร่อมรถ ปล่อยให้ชินบ่นขมุบขมิบอยู่คนเดียว

"มึงจะไปไม่ไป? " เจ้าของรถหันมาถามด้วยสีหน้านิ่งๆ ชินจึงรีบขึ้นไปซ้อนหลังก่อนที่จะโดนบาทามันแทนฝ่ามือ เพียงไม่นาน รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจก็ขับมาจอดข้างโรงอาหารของคณะสถาปัตย์ เวลาเที่ยงแบบนี้ คนเยอะใช่เล่น คงต้องมองหาพักหนึ่งเลยล่ะ

"มึงถ่อมากินนี่ทำไมเนี่ย ไกลก็ไกล คนก็เยอะ มีที่ดีๆ ให้กินไม่ชอบ"

"มึงกลับไปกินที่ตึกมั้ยล่ะ" คิมหันไปถามคนบ่น พลางยื่นกุญแจรถให้ คนอื่นอาจจะหาว่าที่ทำแบบนี้เขากวนตีน แต่เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ

"ไม่ทันแล้วห่า มาถึงนี่ละ"

"เออ งั้นก็เลิกบ่น" ว่าพลางเดินนำเข้าไปในโรงอาหาร สายตาคมกวาดมองหาใครบางคนที่ไม่ว่าจะอยู่ตรงมุมไหน ก็โดดเด่นในสายตาเขาเสมอ และเพียงไม่นานเขาก็หาเจอ ขายาวเดินนำเพื่อนไปหาคนที่นั่งกินนั่งเม้าท์กับเพื่อนอย่างสนุกสนาน

"ยอมใจสัส หาเจอได้ไงวะ" ชินว่าอย่างอึ้งๆ ทันทีที่มองเห็นทัณฑ์ หลังจากที่เขาเดินตามเพื่อนตัวสูงมาเรื่อยๆ

คิมมองใบหน้าด้านข้างของคนที่เขาตั้งใจมาหากำลังคุยเจื้อยแจ้วอย่างออกรส ฟิกที่นั่งหันหน้ามาทางคิมสังเกตเห็นร่างสูง เลยตั้งใจจะตะโกนเรียก แต่คิมยกนิ้วชี้ขึ้นมาตรงปากเพื่อไม่ให้เพื่อนส่งเสียง ฟิกทำหน้างง แต่ก็ยอมทำตาม

ร่างสูงก้าวเดินเข้าไปใกล้ทัณฑ์เรื่อยๆ ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ทัณฑ์หันมามองอย่างสงสัยว่าใครมันมานั่งข้างๆ พอเห็นหน้าเพื่อนที่นอนอยู่ด้วยกันทุกคืนก็ถึงกับทำหน้าเหวอ

"มึง! ..มาไงวะ?! " ถามอย่างตกใจและสงสัย

"ขับรถมา"

"สัส อย่ามากวนตีน จะมาทำไมไม่บอกกู"

"ทำไม? กูมาไม่ได้เหรอ" เลิกคิ้วถามอย่างกวนประสาท ท่าทางของมันเหมือนไม่อยากให้เขามาหางั้นแหละ

"มาได้ แต่หน้ามึงมันวอนตีน กูกลัวมึงเจอดักตี" คำตอบนี้ทำเอาคิมยิ้มมุมปาก

"เป็นห่วงกู? "

"เปล่า..เป็นห่วงเพื่อนคณะกูที่ต้องตีกับมึง กลัวมันตาย" ตอบกลับหน้ามึน สร้างความหมั่นไส้ให้กับคิมได้ไม่ยาก เลยอดไม่ได้ที่จะเอามือไปผลักศีรษะของอีกฝ่าย

"สัส"

สองหนุ่มจะรู้ตัวไหมว่าได้ทำให้คนรอบข้างจางกลายเป็นอากาศไปแล้ว...

"เผื่อมึงลืมว่ากูก็มากับมัน -_-" ชินผู้ถูกลืมส่งเสียงขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าเอือม

"อ่าว มึงมาด้วยเหรอวะ" ทัณฑ์หันไปทักทายชินที่ยืนอยู่ข้างหลังเขานานแล้ว

"มึงสองคนนี่พอกันเลย ให้ความสำคัญกันเก่ง! ลืมกูทั้งคู่!" คนถูกลืมว่าอย่างเคืองๆ อีกคนก็ดองไลน์เก่ง กูทักไปเป็นเดือนยังไม่ตอบเลย ส่วนอีกคนนี่ก็เมินกูเก่ง เห็นไอ้คิมอยู่ในสายตาคนเดียว กูขอบ่นหน่อยเถอะ!

"โอ๋ๆนะเพื่อนชิน กูไม่ได้ลืมมึงเลยจริงๆ " ทัณฑ์เอามือมาลูบแขนหนาเป็นการปลอบ แต่สีหน้าไม่ได้ดูสำนึกผิดกับคำว่าของเพื่อน

"เคยมีคนบอกมั้ยว่ามึงปลอมมาก" ชินเอาคำที่ถูกคิมด่าว่าปลอมมาพูดกับทัณฑ์ เออ พอโดนคนอื่นปลอมใส่มันก็รู้สึกอยากถีบหน้าดี ไอ้คิมมันคงรู้สึกแบบนี้สินะ

"บ่อย"

ทัณฑ์ทำเล่นหูเล่นตาอย่างกวนเบื้องล่าง ชินเกิดความคันไม้คันมือเลยง้างฝ่ามือขึ้นหมายจะโบกกระบาลทัณฑ์สักป้าบ คนที่กำลังจะโดนประทุษร้ายหลับตาปี๋พลางหันหน้าหลบ

เพี๊ยะ!!

ทุกคนอึ้ง..เมื่อฝ่ามือที่จะควรจะโดนหัวทุย กลับปะทะเข้าที่แขนหนาที่เอาเข้ามากันระหว่างศีรษะกับฝ่ามือไว้ได้ทันท่วงที ชินรีบเอามือออก พลางมองรอยแดงเป็นปื้นบนแขนเพื่อน

"มึงเอาแขนมากันทำไมวะเนี่ย"

ทัณฑ์ลืมตาขึ้นมาแล้วหันไปมองคนที่ช่วยเขาด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มันทั้งงง ทั้งไม่เข้าใจ ทั้งขอบคุณ ทั้งสับสน ทั้งตื่นเต้น ทั้งขนลุก ทั้งซู่ซ่าและร้อนหน้า อาการนี้มันคืออะไรวะ

กูมันเป็นบ้า!

"มันไปเอง" คิมบอกเสียงเรียบ เมื่อกี้เหมือนสมองควบคุมร่างกายไม่ได้ชั่วขณะ เพราะเขาแค่รู้สึกว่าถ้าทัณฑ์โดนชินตบเมื่อกี้ มันต้องเจ็บมากแน่ๆ เพียงแค่นั้น ร่างกายมันก็เข้าไปปกป้องอย่างไม่รู้ตัว

"แมนสัส" แก้วพูดขึ้นเบาๆ พลางมองไปที่สองหนุ่ม

"นึกว่าตัวเองโคฟเป็นพระเอกนิยายอยู่มั้ง" ชินว่าบ่นพลางขยับไปนั่งข้างเดย์ที่นั่งอยู่ข้างทัณฑ์อีกข้าง

"พวกมึงไปพร้อมพวกกูเลยป่ะ" ฟิกถามขึ้นมา เพราะคิดว่าสาเหตุที่พวกมันมาหาถึงคณะคือจะไปดูหนังด้วยกัน

"ไปไหนวะ" ชินถามอย่างงงๆ

"เอ้า ก็ไปดูหนังไง ไอ้ทัณฑ์ มึงไม่ได้บอกมันเหรอวะ" ตอบชินแล้วก็หันไปขมวดคิ้วถามทัณฑ์

"กูบอกไอ้คิมไง มึงไม่ได้บอกมันเหรอ" คำถามถูกส่งทอดไปยังคิมอีกรอบ

"ยังไม่ได้บอก" ก็พอคุยกับทัณฑ์ในไลน์จบ เขาก็คิดอย่างเดียวว่าจะมาหา เลยลืมบอกเรื่องที่จะไปดูหนังเสียสนิท

"พวกมึงก็จะไปดูหนังเหรอวะ เออดีเลย กูกับไอ้คิมก็จะไปกันพอดี" ชินพูดออกมาอย่างตื่นเต้น เพราะตั้งแต่รู้จักกันจนสนิท พวกเขายังไม่เคยไปเที่ยวไหนด้วยกันเลย

"มึงกินข้าวยังวะ" ทัณฑ์หันไปถามคนข้างๆ

"ยัง"

"เดี๋ยวกูพาไปซื้อ" พอบอกไปแบบนั้น คิมก็พยักหน้ารับ ก่อนที่ทั้งสองจะลุกขึ้น

"แค่ซื้อข้าว มึงไม่ต้องพาไปก็ได้มั้ง" เสียงของเดย์ดังแทรกขึ้นมา ทำให้ทั้งสองชะงัก

"ก็มันไม่เคยมา มันก็ไม่รู้ดิว่าร้านไหนอร่อยไม่อร่อย" ทัณฑ์ตอบกลับเพื่อนตามเหตุผลของตัวเอง

"จะไปซื้อข้าวเหรอวะ กูไปด้วยดิ โคตรหิว" ชินที่มัวแต่ดูโปรแกรมหนังที่จะฉายวันนี้อยู่ พอได้ยินคำว่าข้าวก็วางมือถือทันที

"ไปดิป่ะ" ทัณฑ์พยักหน้าก่อนจะเดินนำทั้งคู่ไปทางร้านซื้อข้าว ปล่อยให้เดย์ถอนหายใจอย่างไม่สบอารมณ์

"เก็บอาการหน่อย" แก้วว่าออกมาหลังจากเห็นอาการของเพื่อน ฟิกมองอย่างไม่เข้าใจ

"เก็บอาการอะไรวะ มึงเป็นไรอะ" ถามทั้งแก้วและเดย์พร้อมๆ กัน

"หาหนังดูต่อไปเถอะมึงอะ" แก้วบอกปัดตามเคย ปล่อยให้มันอยู่ในโลกของเด็กน้อยไร้เดียงสาต่อไปเถอะ อย่ามารับรู้เรื่องดราม่าพวกนี้เลย เพราะเธอขี้เกียจอธิบายให้คนเข้าใจยากอย่างฟิกฟัง

"กูอยากกินก๋วยเตี๋ยวว่ะ ร้านไหนอร่อยวะทัณฑ์" เสียงทุ้มของชินถามขณะที่เดินตามเพื่อนเจ้าของถิ่นไปด้วย

"ก๋วยเตี๋ยวต้องร้านป้านิดเว้ย อยู่ร้านแรกนู่นอะ" นิ้วเรียวชี้ไปยังร้านก๋วยเตี๋ยวร้านแรก

"เออ งั้นกูไปซื้อก๋วยเตี๋ยวนะ มึงกินด้วยป่ะคิม" หันมาถามเพื่อนเจ้าของร้านสูงที่ส่ายหน้านิดๆ ปฏิเสธ ชินพยักหน้าประมาณว่าตามใจก่อนจะเดินไปยังร้านนั้น

"จะกินอะไรอะ" คราวนี้ทัณฑ์ถามบ้าง

"ไม่รู้ว่ะ มึงเลือกให้กูหน่อยดิ"

"แน่ใจ? " ยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจทันที

"เอาที่กูกินได้นะ" คิมรีบบอกออกมาอย่างรู้ทัน แค่เห็นสีหน้าก็รู้แล้วว่ามันกำลังหาเรื่องแกล้งเขาอยู่

"หึหึ มึงกินได้อยู่แล้ว มึงรออยู่ตรงนี้นะ" ทัณฑ์ยกยิ้มร้ายไม่เลิก ก่อนจะเดินแยกไปยังร้านข้าวร้านหนึ่ง

"นี่มันมีแต่ของที่มันชอบทั้งนั้นเลย" พึมพำกับตัวเองเบาๆ พลางมองเมนูในถาดที่ตั้งเรียงรายกันเป็นสิบ

"ป้าครับ อะไรเผ็ดที่สุดอะครับ" ไม่รู้จะเลือกอะไรไปแกล้งมัน เพราะฝ่ายนั้นดันเป็นลิ้นจระเข้ กินได้ทุกอย่าง ไม่เลือกกินอย่างเขา งั้นก็เลือกของเผ็ดๆ ที่มันชอบแล้วกัน

"ฉู่ฉี่ปลาจ้า"

"งั้นเอาอันนี้แหละครับ"

แม่ค้าตักกับข้าวใส่จานก่อนจะยื่นให้ทัณฑ์จ่ายตังค์ พอได้ข้าวมาแล้ว ทัณฑ์ก็เดินกลับไปหาคิมที่ยืนรออยู่ที่เดิม ซึ่งก็มีชินยืนถือชามก๋วยเตี๋ยวรออยู่ด้วย

"อะ" ส่งจานข้าวให้เจ้าของ คิมก้มมองข้าวในจาน

"ไม่แกล้งกูแล้วเหรอ" เลิกคิ้วถามกวนๆ คิมคิดว่าข้าวที่เขาจะได้ต้องเป็นอะไรที่ไม่ถูกปากเขาแน่ๆ แต่ที่มันเอามาให้นี่มันเป็นอาหารถูกปากเขาเลย

"จะแกล้งยังไงวะ มึงมันลิ้นจระเข้ แดกได้ทุกอย่างอะแหละ"

"มีซื้อข้าวให้กันด้วยโว๊ย" ชินพูดลอยๆ ออกมาแต่ตั้งใจให้มันไปกระทบคนหวานกันไม่แคร์สื่อใกล้ๆ เขานี่แหละ

"อะไรมึง แค่ซื้อข้าว ก็ปกติป่ะวะ" ทัณฑ์ตอบกลับหน้ามึน

"ก็เพราะแค่ซื้อข้าวไง ทำไมต้องไปซื้อให้ไอ้คิมด้วยวะ มันก็ซื้อเองได้" ไล่ต้อนจนทัณฑ์เริ่มทำหน้าไม่ถูก คิมเองก็รอฟังว่าทัณฑ์จะตอบว่าอะไร พลางนึกขอบคุณไอ้ชินที่เป็นตัวจุดชนวนให้เขาได้ดีขนาดนี้

"ก็มันไม่เคยมา มันจะรู้ได้ไงว่าร้านไหนอร่อย" ทัณฑ์ก็ยังคงแถต่อไป

"กูก็ไม่เคยมา ทำไมไม่ไปซื้อให้กูมั่งวะ" รอยยิ้มร้ายที่มุมปากของชินทำให้ทัณฑ์อยากยกเท้าถีบหน้ามันชะมัด

"พอและมึงอะ กูสั่งให้มันไปซื้อเอง ไปกินข้าวได้แล้ว" คิมว่าพลางยกมือขึ้นกอดคอชินก่อนจะลากเดินออกไป ทัณฑ์ถอนหายใจที่คิมช่วยให้เขารอดพ้นจากไอ้บ้าชินได้ ก่อนจะเดินตามหลังทั้งคู่ไป


หลังจากกินข้าวเสร็จ ทุกคนก็จะไปดูหนังกันเลย โดยจะขึ้นรถของเดย์ไป ถึงจะอึดอัดไปหน่อยก็เถอะ ผู้ชายตัวใหญ่สามคนนั่งอัดกันที่เบาะหลัง ทัณฑ์ คิม ชิน มีผู้ชายตัวเล็กอย่างฟิกนั่งเบียดไปด้วย ส่วนเดย์กับแก้วก็ลอยตัวมานั่งด้านหน้า

"นั่งได้นะพวกมึง" เดย์หันไปถามประชากรข้างหลังที่เบียดจนเข่าเกยกัน

"เออ มึงรีบไปเหอะ ก่อนที่ตะคริวจะแดกกูทั้งตัว" พอทัณฑ์พูดจบ เดย์ก็ออกรถทันที เพราะดูหน้าแล้วก็เหมือนจะอึดอัดน่ามาก

"เอาขามาพาดกูมา" คิมบอก เพราะทัณฑ์นั่งหดขาชิดกันแทบจะกลายเป็นขาเดียวแล้ว

"เดี๋ยวมึงเมื่อย" สภาพของมันก็ไม่ต่างจากเขา คงเมื่อยไม่แพ้กัน

"พาดมาเหอะ" ไม่รอให้ทัณฑ์ได้ออกความเห็นใดๆ อีก คิมจับขาทัณฑ์ข้างหนึ่งมาพาดขาของเขาเอาไว้ ทัณฑ์ทำหน้าไม่ถูก ไอ้ความรู้สึกตื่นเต้น ขนลุก ซู่ซ่าและร้อนหน้ากลับมาอีกแล้ว

"ขอบใจ" ทัณฑ์พูดเสียงเบา

"มึงหัดทำตัวให้มันเล็กๆหน่อยดิวะ! ตัวก็ควาย! " เสียงบ่นของฟิกแทรกขึ้นมา เพราะโดนชินเบียดจนแทบจะออสโมซิสกับประตูอยู่แล้ว

"ถ้ากูตัวควาย ไอ้สองตัวนี้ก็ควายพอๆกันนั่นแหละ ทนหน่อยไอ้เตี้ย"

"ฮึ่ย! " คนรูปร่างตามมาตรฐานชายไทย แต่ตัวเล็กกว่าไอ้เปรตพวกนี้ส่งเสียงออกมาอย่างหงุดหงิด

ใช้เวลาเพียงไม่นานพวกเขาก็มาถึงห้างที่จะมาดูหนัง พอลงจากรถแต่ละคนก็บิดตัวกันยกใหญ่เพื่อคลายความเมื่อย ก่อนจะเข้าไปข้างใน

"ดูอะไรดีวะ" ฟิกเลื่อนหน้าจอที่ใช้ซื้อตั๋วหนังขึ้นลง เพื่อหาหนังที่น่าสนใจดู ซึ่งมันมีหลายเรื่องมาก

"ดูหนังผีกันป่ะ" แก้วเสนอเรื่องที่อยากดู เพราะเธอเป็นคอหนังผีอยู่แล้ว

"ถ้าหนังผีกูขอบายไอ้แก้ว มึงก็รู้กูไม่ชอบดู" ทัณฑ์ปฏิเสธทันที ก่อนจะเลื่อนลงไปอีกหน่อย ก็เจอหนังไซไฟเรื่องหนึ่ง

"กูดูอันเนี้ย"

"กูดูด้วย/กูดูด้วย" ทั้งคิมและเดย์เอ่ยออกมาพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย ทั้งคู่หันมามองกันนิ่งๆ ก่อนจะเมินกันไป

"เนื้อหอมจังนะมึง" แก้วอดที่จะแขวะเพื่อนตัวเองไม่ได้ที่มีแต่คนรุมตอม

"กูดูกับพวกมึงด้วย" ชินเอาแขนกอดคอทั้งสาม

"มึงอะไอ้เตี้ย" แก้วหันไปถามฟิกพร้อมส่งสายตากดดัน

"แหม มองกูงี้แล้วกูเลือกอะไรได้มั้ย กูดูหนังผีกับมึงก็ได้สัส" ฟิกว่าอย่างจำยอม

เมื่อตกลงกันได้ ทุกคนก็ไปเติมเงินในบัตรแล้วเอามาซื้อตั๋วที่ตู้ พอได้ตั๋วแล้วก็รออีกประมาณสิบนาทีถึงได้เข้าไปในโรง ส่วนหนังของฟิกกับแก้วต้องรออีกชั่วโมง เพราะยังไม่ถึงรอบ สองคนนั้นเลยไปเดินเล่นฆ่าเวลา

"มีใครจะไปห้องน้ำกับกูป่ะ" ชินถามขึ้น แต่ละคนส่ายหน้า

"เออ งั้นพวกมึงเข้ากันไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูตามไป" เมื่อนัดแนะกันเสร็จ ชินก็เดินแยกออกไปเข้าห้องน้ำ ทางเดินไปห้องน้ำจะเป็นทางยาวแคบๆ แค่พอรถทำความสะอาดเข็นผ่านได้ ชินเดินชิวๆ ตรงไป มีคนอื่นเดินส่วนมาบ้างประปราย แต่ชินก็ไม่ได้สนใจอะไร

พอเดินมาถึงห้องน้ำ มือหนาก็เอื้อมไปผลักประตูเพื่อจะเปิดออก แต่คงเพราะกะแรงผิดไปหน่อยเลยผลักเข้าไปซะแรง และเขาก็ไม่รู้เลยว่ามีคนยืนอยู่อีกฝั่งของบานประตู

พลั่ก!

"เฮ้ย! " ชินรู้สึกว่าตัวเองผลักประตูไปชนเข้ากับอะไรบางอย่าง เลยรีบแทรกตัวเข้าไปข้างในเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น เขาเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ยืนกุมแขนของตัวเองอยู่ บริเวณที่ใช้มือกุมเป็นรอยแดงเถือก

"เป็นไรป่ะครับ เอ่อ..ผมขอโทษ ผมไม่เห็นอะ"

พูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด พลางจะเอามือไปแตะตัวอีกฝ่ายอย่างลืมตัว แต่คนที่เขาทำให้เจ็บกลับเบี่ยงตัวหลบ แล้วเงยหน้าที่ก้มดูแขนตัวเองขึ้นมาพูดกับชินด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"ไม่เป็นไร"

กึก

ชินชะงักค้าง ขณะที่มองดวงหน้าที่โคตรจะสมบูรณ์แบบของคนตรงหน้า ขนาดเขาเป็นผู้ชายยังตะลึงเลย แล้วถ้าเป็นผู้หญิงไม่ตกหลุมรักไปเลยเหรอ

ก่อนที่ชินจะได้มองสำรวจรูปหน้าของอีกฝ่ายมากไปกว่านี้ เขาก็เดินผ่านหน้าชินแล้วเปิดประตูออกไป ถึงแม้ว่าผู้ชายปริศนาคนนั้นจะไม่ได้อยู่ตรงนี้แล้ว แต่กลื่นหอมจากตัวอีกฝ่ายยังคงตลบอบอวลอยู่บริเวณนี้

ผู้ชายอะไรตัวหอมฉิบหาย

"มึงเป็นห่าอะไรเนี่ย นั่นผู้ชายนะเว้ย!"

ชินปัดความคิดเรื่องของคนคนนั้นออกไป แล้วไปทำธุระส่วนตัวของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าใบหน้าได้รูปของเขาคนนั้น จะไม่ยอมหลุดออกไปจากความคิดของชินได้ง่ายๆ ...


"ทำไมไอ้ชินไปนานจังวะ" ทัณฑ์ถามขึ้น เมื่อยังไม่เห็นเพื่อนกลับมาสักที โฆษณาจะเล่นจบอยู่แล้ว

"เดี๋ยวมันก็มา" คิมพูดจบไม่ทันขาดคำ ชินก็เดินมานั่งข้างคนพูดแล้ว

"กูนึกว่ามึงหลงไปนั่งที่อื่นละ" ความกลัวเพื่อนจำที่นั่งไม่ได้ของทัณฑ์ ทำให้ชินหัวเราะขำ

"สัส กูไม่ใช่เด็กแล้วมั้ยถึงจะหลงทาง"

จังหวะที่ทัณฑ์กำลังจะเถียงกลับ เพลงสรรเสริญพระบารมีก็ดังขึ้นก่อน ทุกคนเลยต้องหยุดพูดแล้วลุกขึ้นยืนตัวตรง เมื่อเพลงจบทุกคนต่างก็นั่งลง และหนังก็เริ่มเล่นหลังจากโฆษณาไปครึ่งชั่วโมง

"กินป่ะ" ทัณฑ์ส่งถังป๊อปคอร์นที่ซื้อก่อนเข้ามาให้เดย์ที่นั่งอยู่อีกข้าง มุมปากของเดย์จุดรอยยิ้มขึ้นมา ก่อนจะล้วงมือเข้าไปหยิบขึ้นมากิน

"ไอ้คิมกับไอ้ชินไม่กินเหรอวะ" ถามเพราะทัณฑ์เล่นเอาถังมาตั้งไว้ตรงนี้เหมือนจะไม่ยกไปให้ใครกินอีก

"ไอ้ชินแบ่งไปแล้ว ส่วนไอ้คิมไม่กินหรอก มันหวาน" พอทัณฑ์พูดประโยคสุดท้ายจบ เดย์ก็หรี่ตามองทันที

"ดูมึงรู้จักมันดีทั้งที่พึ่งรู้จักกันไม่นาน"

"อือ ก็ระดับนึง มึงก็รู้กูเฟรนลี่"

"เฟรนลี่มากไปมันก็ไม่ดีนะมึง"

"อย่าชวนคุยสิวะ จะดูหนัง" เขาขี้เกียจตอบไอ้เดย์แล้ว เดี๋ยวดูหนังไม่รู้เรื่อง

หนังดำเนินเรื่องมาจนถึงตอนใกล้จะจบ เป็นตอนที่ซึ้งอย่าบอกใครเลยล่ะ ผู้คนในโรงต่างก็นั่งดูน้ำตาซึมกับฉากที่ตัวละครที่น่ารักที่สุดในเรื่องกำลังจะตาย ซึ่งทัณฑ์เองก็เป็นหนึ่งในคนที่อินมากจนน้ำตารื้นที่ขอบตา เขาเป็นคนอินกับอะไรแบบนี้ง่ายอยู่แล้ว ยิ่งกับหนังรักนี่ยิ่งแล้วใหญ่

คิมหันไปมองคนข้างกายที่จ้องจอหนังขนาดใหญ่ตาไม่กะพริบ ริมฝีปากเบะออกเล็กน้อย คิ้วขมวดเข้าหากัน แถมน้ำตายังคลอเบ้าจนมันพราวระยับ เห็นท่าทางเด็กแบบนั้นเขาก็อดยิ้มออกมาไม่ได้

"อินเหรอ" ถามพลางเอานิ้วหัวแม่มือไปเช็ดที่ขอบตาของทัณฑ์ที่มีน้ำตาหยดเล็กติดอยู่

"เออ มันซึ้ง"

คิมยิ้มมุมปากก่อนจะยื่นมือไปขยี้หัวคนข้างๆ อย่างเบามือ ทัณฑ์หันมองคิมพร้อมกับความรู้สึกประหลาดที่เกิดขึ้น

"หึ..อะไร" เลิกคิ้วถามคนมองมาด้วยรอยยิ้มมุมปาก

"เปล่า" ทัณฑ์หันหน้ากลับไปมองจอหนังอย่างรวดเร็ว พร้อมกับอาการเดิมที่มันกลับมาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่ามันจะทวีความรุนแรงขึ้นจนเขาดูหนังไม่รู้เรื่องแล้ว

กูเป็นอะไรวะเนี้ย!

​++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

คู่หลักจีบกันเก่งงง / คนในห้องน้ำจะใช่พี่อาร์มรึเปล่าน้าาาา

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว