facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนและกำลังใจนะคะ จุ๊บๆ : )

บทที่ 4 ลูกชายแม่มะลิ

ชื่อตอน : บทที่ 4 ลูกชายแม่มะลิ

คำค้น : กรุ่นรักสลักทรวง, กรุ่นกลิ่นสิเน่หา, กรุ่นกลิ่นไอริส, เผือกร้อนอ้อนรัก, เล่ห์ร้ายเพื่อนรัก, สยบรักพยศร้าย, ปราบรักรหัสร้อน, เอลยา, พรานร้ายพ่ายรัก, นิยายโรมานซ์, นิยายอีโรติก, นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่, พระเอกมาเฟีย, พระเอกเจ้าพ่อ, พระเอกแบดบอย, Bad Boy

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 08 พ.ย. 2561 19:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 4 ลูกชายแม่มะลิ
แบบอักษร

อัศณวินหยุดคิดเรื่องที่เป็นปัญหาคาใจชั่วคราว ดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบัน เขาเริ่มเคลื่อนรถไถพลิกดินไม่หยุด ดินแถบนี้มีลักษณะเป็นดินร่วนปนทราย เหมาะแก่การปลูกส้ม ถือว่าโชคดีที่พื้นที่เป็นที่ดอน ปัญหาเรื่องน้ำท่วมขังทำให้รากเน่าจึงยากที่จะเกิดขึ้นได้ 

เขาจะต้องไถกลบดินให้ลึกสักสองครั้งเพื่อให้ดินร่วนซุย​ เป็นการปรับสภาพดินให้เหมาะแก่การปลูก เมื่อไถ่เสร็จก็จะยกแนวขึ้นแปลงให้เป็นรูปลอนลูกฟูก ปรับปรุงดินด้วยการใส่ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์สูง​ จากนั้นระดมคนงานขุดหลุม เตรียมหลุมให้พร้อมโดยการผสมดิน ปุ๋ยคอก และปุ๋ยร็อคฟอสเฟตเข้าด้วยกันในหลุมนั้น

พันธุ์ต้นส้มนั้นเขาได้เตรีียมไว้เรียบร้อยแล้ว  พื้นที่หนึ่งไร่สามารถปลูกได้ประมาณ 45-50 ต้น และบริเวณที่อัศณวินกำลังบุกเบิกอยู่นี้ก็ประมาณสิบไร่เห็นจะได้ อีกสองวันคนงานที่ไถฟื้นดินตรงพื้นที่ด้านในก็น่าจะไถออกมาบรรจบกับเขาพอดี สำหรับเรื่องน้ำนั้นไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เขาได้วางผังในการเจาะน้ำบาดาลและติดตั้งระบบสปริงเกอร์เรียบร้อยแล้ว

เสียงรถซาเล้งของเจ้าสาหัสก็ดังแว่วอยู่ที่ตีนเนิน ตรงนั้นเป็นที่ราบมีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ร่มเงา แคร่ไม้ไผ่วางอยู่สองหลัง รถซาเล้งเจ้าสาหัสมีความสามารถคลานขึ้นมาถึงแค่ตีนเนินก็ต้องจอดเอาไว้ที่นั่น

"นายอัศณ์ แย่แล้วครับ!" 

เสียงตะโกนดังมาก่อนจะเห็นหัวของมัน อัศณวินส่ายหน้า ขับรถไถไปจอดที่ใต้ต้นจามจุรีข้างโรงเก็บ ดับเครื่องแล้วกระโดดส่งมา ชายหนุ่มดึงผ้าขาวม้าที่คาดเอวมาซับเหงื่อเดินไปหยิบขวดน้ำขึ้นยกจรดปากดื่มอึกๆ ด้วยความกระหาย

"มึงจะขยันส่งข่าวร้ายให้กูไปถึงไหนไอ้เวรหัส" 

เสียงเจ้านายเอ่ยทักทายให้พรทันทีที่สาหัสวิ่งขึ้นเนินไปถึง

"โธ่ นายก็... นายอัศณ์เล่นไม่รับโทรศัพท์นี่ครับ คราวหลังก็กรุณาเอาเหน็บเอวไปด้วยสิขอรับ ไม่ใช่เอาวางทิ้งวางขว้างไปทั่วแบบนี้" 

สาหัสเอ่ยกับเจ้านาย เห็นสายตาเข้มดุจ้องมองจึงรีบยิ้มแหยและขยับตัวออกไปยืนห่างเท้าท่านอีกสองเมตร

"ข่าวอะไรของมึงอีกล่ะคราวนี้" 

อัศณวินเอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาคิดว่ามันลีลาแกล้งทำท่าว่าเป็นเรื่องใหญ่เพื่อที่จะขายข่าวมากกว่า ความจริงเขาคิดว่ามันน่าจะไปทำงานโฆษณามากกว่ามาทำงานไร่แห่งนี้ เห็นมันมีพรสวรรค์ทางด้านการเรียกร้องความสนใจเหลือเกิน

"ไอ้ด่างพร้อยมันกัดหม่อมวิรังรองครับ!" รีบเอ่ยรายงานข่าว เจ้านายฟังแล้วก็พยักหน้า

"ดี..." เอ่ยรับทราบเพียงสั้นๆ ทำเอาสาหัสอ้าปากหวอ...

"ดีเรอะครับ?"

"เออ! แล้วมึงเอามันไปฉีดยากันเชื้อบ้าด้วยล่ะ" 

เจ้านายเอ่ยเสียงเรียบ เป็นห่วงหมามากกว่าเป็นห่วงคู่หมั้น สาหัสยกมือขึ้นเกาหัวแกร็กๆ ด้วยความไม่เก็ตและไม่เข้าใจ

ถึงแม้สาหัสจะไม่ทราบสาเหตุของการหมั้นนัก แต่ก็คิดว่านายก็คงจะต้องมีใจอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ไม่อย่างนั้นจะหมั้นผู้หญิงไปทำไมกัน เรื่องของเจ้านายไม่มีใครล่วงรู้ รู้แต่ว่านายอัศณ์หมั้นกับหม่อมวิรังรองก็เท่านั้นเอง นี่ก็เป็นปีแล้ว ยังไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมีข่าวดีเรื่องงานแต่ง 

แต่ตลอดระยะเวลาหนึ่งปีนี้ สาหัสเห็นแต่นายทำท่าหมางเมินใส่คู่หมั้นและแทบไม่ยอมให้เข้าพบ เวลามาที่นี่ สาหัสนั้นถึงแม้ไม่ค่อยได้เรื่องนักเวลาท่องสูตรคูณและเอบีซีดี แต่ก็มีเชื้อจุลินทรีย์ชีวภาพเพียงพอในการที่จะปลูกเผือกในพื้นที่สมองได้ นั่นทำให้สาหัสคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องสามัญธรรมดาแน่แล้ว มันต้องมีอะไรอยู่ในกอไผ่ กอเผือก และกอสวะทุกกอในไร่รังสิมันต์เลยทีเดียว อย่างนี้เห็นจะต้องสวมบทเจมส์ สาหัส บอนด์เพื่อสืบหาข้อมูลในด้านลึกต่อไป

"เธอร้องไห้โวยวายใหญ่เลยครับ ไอ้เจ้าพร้อยนี่มันเจ้าคิดเจ้าแค้นไม่น้อยเลยจริงๆ พอนายอิงอุ้มลงจากรถ พาขึ้นไปที่ระเบียงเรือนใหญ่ คุณหม่อมกำลังเดินออกประตูเรือนมาพอดี เท่านั้นแหละครับ มันกระโจนใส่ทั้งที่ขาเดี้ยง คุณหม่อมเธอรีบเอามือบังหน้า มันเลยงับเข้าที่มือซ้าย คุณหม่อมถึงกับช็อกร้องกรี๊ดลั่นบ้านเลยครับ"

สาหัสเอ่ยเล่าถึงรายละเอียดที่รอให้นายถามก็ไม่ยอมถามเสียที ไม่เคยเลยสักครั้งที่นายอัศณ์จะตกหลุมพรางหลงกลอยากรู้เรื่องที่สาหัสกระหืดกระหอบมาบอกเล่า คนอะไรจะเส้นลึกขนาดนี้ สู้นายอธิศก็ไม่ได้ คนนั้นเป็นหัวโจกแห่งความมันส์ยกร่องเลยทีเดียว เสียดายไม่ค่อยได้มาเที่ยวบ่อยนัก

"ดี"

อีกละ! จะขี้เหนียวคำพูดไปไหน!

"นายอิงส่งหมาไปหาหมอเสร็จ ก็ส่งหม่อมไปหาหมอมั่งคราวนี้"

"โอเค มึงเล่าจบยัง?... กูหิว"

น้ำเสียงเอ่ยออกมาไม่ได้สนใจว่าอยากจะฟังต่อ ทำให้คนที่คิดว่ามีเรื่องเด็ดมาเล่าถึงกับทำหน้าผิดหวังอย่างแรง

"เฮ้อ! ไม่คุ้มกับที่ไอ้หัสดินทร์อุตส่าห์ห้อรถเข้ามาถึงนี่เล้ย สองรอบในเวลาสองชั่วโมง มันโคตรเหนื่อยนะนาย อ้อ พี่สากลเข้าเมืองแล้วนะ ตามที่นายสั่ง ผมขนอาหารและน้ำดื่มมาเต็มรถบิ๊กไบค์ นายน้ำตาลเอาของกลางวันใส่ปิ่นโตฝากมาให้ด้วย แต่ผมทิ้งไว้ข้างล่างเนินนู่น ขึ้นไม่ได้"

สาหัสเอ่ยรายงานเรื่องที่เป็นสาระให้นายรู้ แถมด้วยการบ่นเรื่องที่บิ๊กไบด์ไม่สามารถคลานขึ้นมาบนเนินนี่ได้

"รถปิ๊กอัปก็มี ทำไมมึงไม่ขับ รู้อยู่แล้วว่าซาเล้งมึงมันปีนขึ้นเนินไม่ได้ก็ยังเสือกขี่มา" 

อัศณวินด่าไอ้ลูกน้องจอมล้น ล้วงกระเป๋ากางเกงยีนส์เอากุญแจรถโฟร์วีลโยนให้ สาหัสรีบยกมือรับแทบไม่ทัน

"ก็มันไม่มันส์น่ะสินาย...ขับรถยนต์หน้ามันไม่โดนลมกระแทกมันไม่ได้ฟีลลลลล..." 

กระดกลิ้นเล่นสำนวนฝรั่งที่ได้ยินจากทีวีพร้อมกับยิ้มภูมิใจ

"อยากโดนกระแทกหน้าก็น่าจะบอกกู จะได้สงเคราะห์ให้ ไม่เห็นยากอะไร" 

นายมีแก่ใจต่อปาก สาหัสยิ้มแหยแล้วรีบเดินไปยังรถโฟร์วีล กลัวนายจะเอาของแข็งกระแทกหน้าให้เกิดฟีลลิ่งขึ้นมาจริงๆ สาหัสรีบขับลงเนินไปเพื่อถ่ายเทของจากรถซาเล้งขนขึ้นมาบนนี้

อัศณวินล้างมือจนสะอาด ข้างโรงเรือนมีห้องน้ำก่ออิฐฉาบปูนมุงกระเบื้องสีส้ม มีสุขภัณฑ์ครบครันอย่างที่ลูกน้องค่อนขอดว่าห้องน้ำนายน่านอนกว่าเจ้ากระท่อมหลังน้อยนั่นเสียอีก

ตรงแคร่ใต้ต้นจามจุรี อัศณวินนั่งขัดสมาธิ เจ้าสาหัสเอาปิ่นโตมากาง มารดาใส่ข้าวมาสองชั้น กับข้าวมีหมูทอด น้ำพริกแห้ง ไข่เจียวกุ้งสับ และแกงแคไก่ใส่ใบพริกเยอะๆ ตามที่อัศณวินชอบ มีลอยพริกขี้หนูสวนมาด้วย อัศณวินทานเผ็ดได้เก่งตามการเลี้ยงดูของคุณนายน้ำตาลที่เลี้ยงลูกแบบลุยและบ้าระห่ำ 

คุณพ่อเสียอีกที่เลี้ยงแบบค่อนข้างทะนุถนอม อัศณวินได้ยินเหล่าลุงป้าน้าอาเล่าให้ฟังว่า ตอนที่เขายังเล็กนั้น ใครจะอุ้มอัศณวิน บิดาจะต้องไล่ให้ไปล้างมือให้สะอาดเสียก่อน ลุงวีธัศน์มักเอาเรื่องนี้มาล้อเขาเสมอว่าอัศณวินนั้นมีผิวเคลือบทองคำพ่อกวินถึงหวงนัก แต่พอโตมาหน่อยหลังจากที่คุณแม่คลอดกวินนา น้องสาวของเขา คุณพ่อก็เพลาอาการหวงลูกลงตามกาลเวลา

"มึงล่ะ ไม่กินหรือ" อัศณวินถามลูกน้องจอมทะเล้น เห็นมันจัดแจงเลื่อนกับข้าวให้

"ผมเรียบร้อยจากโรงครัวแล้วครับนาย ป้านวลทำแกงโฮะ โคตรอร่อย มีน้ำพริกกะปิกับชะอมชุบไข่ทอดด้วย"

สาหัสเอ่ย ป้านวลเป็นหัวหน้าแม่ครัวที่โรงครัวของไร่รังสิมันต์ โรงครัวที่มีขนาดใหญ่เหมือนโรงอาหารโรงเรียนมัธยม อยู่บริเวณเดียวกันกับอาคารสำนักงานของไร่ที่หากใครมาติดต่อก็ไปที่นั่น เป็นที่ทำงานประจำของนายอิง ส่วนนายอัศณ์นั้นถ้าไม่อยู่ที่ไร่บุกเบิกใหม่แห่งนี้ก็อยู่ที่รีสอร์ท แต่อยู่ในสภาพคุณชายเจ้าของไร่ ไม่ใช่นายอัศณ์ที่แต่งตัวขะมุกขะมอมเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นแบบนี้ 

ที่โรงครัวนั้น มีทีมแม่ครัวหลักๆ อยู่สิบคน คนงานที่อยู่ประจำนั้นประมาณสองร้อยกว่าคนรวมถึงที่รีสอร์ทด้วย และถ้าถึงฤดูกาลเพาะปลูกและเก็บเกี่ยว ก็มีการจ้างคนงานรายวันเพิ่มตามความจำเป็นในแต่ละกรณีไป อัศณวินนั่งทานข้าวอย่างสบายอารมณ์ อากาศชายเขาไม่ร้อนอบอ้าว แต่มีลมพัดโชยตลอดเวลาทำให้ผิวที่ชื้นเหงื่อรู้สึกเย็นสบาย

กริ๊ง-กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เมื่อเห็นว่าเป็นวิรังรอง อัศณวินก็ปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น ไม่แคร์ที่จะยกขึ้นมากดรับ

"นายจะแต่งเมื่อไหร่ครับ ทำไมถึงหนีเข้าป่าทุกครั้งที่คุณหม่อมนี่มาหาด้วย" 

สาหัสเอ่ยถามอย่างอดไม่ได้ นายวางช้อน เลื่อนปิ่นโตออกห่างตัว ยกขวดน้ำขึ้นดื่มเป็นการบอกว่าอิ่มแล้ว

"ไม่ใช่เรื่องของมึง... เก็บของเสร็จไปไถตรงเนินโน่นที กูจะซ่อมรถไถอีกคัน" 

เจ้านายเอ่ยสั่ง พร้อมกับลุกขึ้นเดินไปยังโรงเก็บรถไถไม่แคร์จะตอบคำถามของสาหัส สาหัสยักไหล่ตามหลังนายเหมือนที่จำมาจากในหนัง

"เดี๋ยวเจมส์สืบเอาเองก็ได้ว้า"

สาหัสทำเสียงสูงตามหลังนายไปเบาๆ แล้วก็รีบเก็บสัมภาระอาหารไปทำความสะอาดและไปทำงานไถที่ต่อให้นาย

**********************

ในมหานครลาสเวกัส

"โอ๊ย...บ้าฉิบ!"

เสียงสบถดังขึ้นจากร่างสูงของ โรม คอสต้า ในห้องฟิตเนสส่วนตัวที่อยู่ชั้นเดียวกับเพนต์เฮาส์เหนือกาสิโนแกรนด์คอสต้า ชายหนุ่มยกมือทำสัญญาณหยุดอย่างหมดอารมณ์ ยายน้องสาวตัวดีเพิ่งส่งหมัดเข้าเต็มหน้าท้อง จัสมิน คอสต้า ยิ้มพอใจที่ทำให้พี่ชายตัวงอได้

"เป็นไง นี่ออมมือให้แล้วนะ" 

เจ้าตัวทำคุยโม้กับพี่ชาย ร่างเพรียวระหงสวมชุดออกกำลังกายเป็นเสื้อกล้ามกับกางเกงรัดสีดำเข้าชุด ผมยาวสีน้ำตาลมัดรวบตึงไว้กลางศีรษะ เผยให้เห็นใบหน้าเรียวที่พราวไปด้วยเหงื่อ ปลายจมูกโด่งเล็กมีเม็ดเหงื่อผุดพราย เรียวปากอิ่มแย้มยิ้มแจ่มใส พอใจกับการฝึก 

ช่วงนี้บิดาสั่งพี่ชายให้ทบทวนศิลปะป้องกันตัวที่จัสมินห่างหายไปนานให้ เคยฝึกอยู่กับดิรัสยา แม็คเคนซี่เพื่อนรักจนกระทั่งเข้าเรียนมหาวิทยาลัยที่บอสตันจัสมินก็ไม่ได้ฝึกเท่าไหร่ แต่เมื่อมาทำงานที่กาสิโน คุณพ่อเป็นคนรอบคอบต้องการให้ลูกๆ เข้มแข็งและเอาตัวรอดได้ในทุกสถานการณ์ ถึงแม้ว่าที่นี่จะมีบอดีการ์ดเดินขวักไขว่เต็มไปหมด แต่การที่คนเราสามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในสถานการณ์คับขันย่อมเป็นการดีที่สุด ตามคำกล่าวที่ว่า...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน

"ชอบเล่นทีเผลอและผิดกติกามารยาทอยู่เรื่อยแบบนี้ พี่จะไม่ฝึกกับเราอีกแล้วนะ" พี่ชายบ่น

"ดีๆ จัสก็ไม่อยากฝึกแล้ว อยากเล่นโยคะมากกว่า ทำให้ใจเย็นกว่ากัน พวกนี้มันทำให้รู้สึกอารมณ์ร้อนและก้าวร้าว" แม่คนนิสัยดีและใจเย็นเอ่ย โรมส่ายหน้า

"มันไม่ได้ทำให้คนใจร้อนหรือใจเย็นหรอก นั่นมันเป็นสันดานของแต่ละคนต่างหากมะลิ แต่การฝึกพวกนี้มันทำให้เราร่างกายแข็งแรงและจิตใจแข็งแกร่ง มันเป็นเรื่องของจิตใจ การที่คนเรารู้ว่าตัวเองเข้มแข็งและดูแลตัวเองได้นั้นน่ะ จะทำให้เกิดความเชื่อมั่นและความเชื่อมั่นก็เป็นขุมพลังของทุกอย่างในตัวคนคนนั้น"

พี่ชายเอ่ยสั่งสอนยาวเหยียด จัสมินทำตาโต ไม่คิดว่าพี่ชายเพลย์บอยของตัวเองจะมีทัศนคติแนวคิดลึกซึ้งขนาดนี้ คิดว่าจะเป็นแต่จีบผู้หญิงเล่นไปวันๆ

"จัสก็เชื่อมั่นเต็มร้อยแล้วนี่ โยคะก็ทำให้จิตใจเข้มแข็งได้เหมือนกัน เห็นว่ามันเคลื่อนไหวแบบช้าๆ แบบนั้น มันต้องร่างกายและจิตใจตั้งมั่นมากจริงๆ ถึงจะทำได้ การเคลื่อนไหวช้าทำได้ยากกว่าเร็วนะ มันทรมานกว่า และคนที่ทนได้มันก็ยอดเยี่ยมสุดๆ แล้ว" จัสมินเอ่ยโต้

"พี่ก็ไม่ได้ว่าอะไร ก็ฝึกมันทุกอย่างนั่นแหละ อะไรที่เป็นประโยชน์น่ะ เรามีเวลาว่างทั้งวันนี่" 

พี่ชายเอ่ย ใช้ผ้าขนหนูเช็ดใบหน้าคมสันไปมา ร่างสูงผึ่งผาย ดูองอาจและเข้มแข็ง จัสมินไม่แปลกใจว่าทำไมโรมถึงใช้ผู้หญิงเปลือง เพราะหน้าแบบนี้หุ่นแบบนี้นั่นเอง จึงมีผู้หญิงดาหน้าเข้ามาให้เลือกมากมาย ผู้หญิงเดินเข้าออกที่กาสิโนแห่งนี้จนแทบไม่ซ้ำหน้า ต่างรอจ่อคิวเป็นตัวเลือกให้เขาอย่างที่พี่ชายไม่ต้องแม้แต่จะกระดิกนิ้วเรียก 

ทำไมผู้หญิงเราถึงต้องลดค่าของตัวเองขนาดนี้จัสมินไม่เคยเข้าใจ ผู้ชายคนเดียวก็แย่งกันอยู่นั่นแหละ อย่างโรมนั้น จัสมินรู้ดีว่ารักความโสดอิสระแค่ไหน จัสมินเชื่อว่าพี่ชายไม่คิดอะไรในเรื่องครอบครัวเลย เขาสนุกกับงานและชีวิตอิสระเสรีอย่างสุดเหวี่ยงตามประสาชายหนุ่มที่มีทุกอย่างครบพร้อม ผู้หญิงพากันมาส่งส่วยจนหัวกระไดไม่แห้ง จนพี่ชายไม่มีแก่ใจจะคิดเรื่องอะไรลึกซึ้งที่เรียกว่าเรื่องของหัวใจอย่างแน่นอน เพราะไม่เห็นความจำเป็น

"ใครว่างทั้งวัน? จัสน่ะเหรอ? มีตาหรือเปล่าพี่โรม จัสทำงานงกๆ แทนพี่น่ะ ทุกวันมีเรื่องให้ต้องแก้ปัญหาตลอดไม่ซ้ำกัน พี่โรมคนเดียวไม่ไหวเหรอ...ก็รู้กันดีอยู่"

จัสมินโต้ตอบ โรมจุดยิ้ม พอใจในส่วนลึกกับความไม่ยอมคนและไม่ยอมเป็นเหยื่อของใครของน้องสาวคนเล็ก เห็นยิ้มหวานต้อนรับลูกค้า แต่ภายใต้ท่าทางหน้าซื่อตาใสยิ้มเหมือนไร้เดียงสานั้น เจ้าหล่อนซ่อนเขี้ยวเล็บและความแหลมคมเอาไว้อย่างเต็มเปี่ยม 

หลังจากเรียนจบจัสมินก็อาสาบิดาเข้ามาช่วยโรมที่กาสิโนกึ่งโรงแรมแห่งนี้ทันที ความสุขุมใจเย็นดูเหมือนจะเป็นคุณสมบัติที่ทั้งโรมและจัสมินถ่ายทอดมาจากผู้เป็นบิดาอย่างเต็มเปี่ยม ส่วนความฉลาดปราดเปรียวเต็มไปด้วยไหวพริบนั้นได้รับยีนเด่นมาจากมารดาอย่างไม่ต้องสงสัย 

จัสมินเป็นคนที่เก็บอารมณ์ได้เก่ง เรียกว่าโปกเกอร์เฟซสมกับอยู่กาสิโน ซึ่งโรมอดขำไม่ได้ที่จัสมินนั้นเป็นเพื่อนรักกับดิรัสยา แม็คเคนซี่ รายนั้นตรงกันข้ามกับน้องสาวของเขา มีอะไรเปิดเผยออกมาหมด เป็นคนที่ชัดเจน คลีนและเคลียร์ไม่ต้องเสียเวลาเดาใจให้ลำบาก 

แต่แม่ดอกมะลิน้อยของเขานั้น คนจะต้องใช้สกิลความสามารถเฉพาะตัวและความช่างสังเกตในขั้นสูงเท่านั้นจึงจะสามารถอ่านใจและเดาความคิดของเจ้าหล่อนออก บิดาภูมิใจในตัวลูกสาวของตัวเองเป็นอย่างยิ่งในกรณีนี้

บางครั้งจัสมินต้องนั่งทำหน้าที่ดีลเลอร์แทนพนักงานที่ขาด ใบหน้าโปกเกอร์เฟซของเจ้าหล่อนใช้ได้ดีในกรณีนี้ ผู้เล่นหลายรายหลงกลใบหน้าซื่อใสไร้มลพิษของเจ้าหล่อนจนหมดเงินหน้าตัก ชายหนุ่มบางรายทราบว่าจัสมินเป็นลูกสาวของเบอร์นาโด คอสต้าก็เข้ามาเล่นเพื่อหวังจีบ แต่แม่ดอกมะลิน้อยยังไม่ตกหลุมพรางหลงคารมและหลงเสน่ห์ของไอ้หนุ่มคนไหนทั้งสิ้น โรมก้าวเดินไปทางประตู

"คืนนี้สแตนด์บายแทนพี่หน่อยนะ มีธุระต้องสะสาง" 

พี่ชายเอ่ย จัสมินยักไหล่ เคยชินเสียแล้วกับการที่พี่ชายพูดประโยคนี้

"ตามสบายจ้าคาสโนวา" เจ้าตัวเอ่ยแล้วขยับเท้าเตะกระสอบทรายดัง ป้าบ!

*******************

จัสมินอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ลงมาทานข้าวที่ออฟฟิศ

ตรื๊ดดด.... เสียงข้อความเข้าโทรศัพท์ดังขึ้น หญิงสาวคว้าโทรศัพท์มาดู เมื่อเห็นว่าเป็นข้อความจากใครก็รีบเปิดอ่าน

ในเฟซบุ๊กส่วนตัว เห็นรูปของเจ้าด่างพร้อยนอนบนที่นอนของมันที่จัสมินซื้อให้ ขาของมันมีผ้าพันอยู่ มีข้อความบรรยายว่า...

ลูกชายมะลิโดนรถเฉี่ยว หมอเชย์ทำแผลให้แล้ว แค่กะเผลก ขาไม่หัก ไม่ต้องห่วง

จัสมินอ่านและดูภาพแล้วก็ตกใจ รีบกดวิดีโอคอลล์ไปหาทันที

****************************

เอาไปค่า เขาเริ่มติดต่อหากันละ...อิอิ


ความคิดเห็น