ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

ความเปลี่ยนแปลงของฉินอ๋อง (1)

ชื่อตอน : ความเปลี่ยนแปลงของฉินอ๋อง (1)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.8k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ย. 2561 05:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความเปลี่ยนแปลงของฉินอ๋อง (1)
แบบอักษร


ณ จวนฉินอ๋อง

บุปผานานาพันธุ์ต่างแย่งกันแบ่งบาน ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลไปทั่วทั้งจวน บรรดาข้ารับใช้ นางกำนัลต่างทำความสะอาดทุกซอกทุกมุม นำผ้าไหม ม่านมุ้ง และเครื่องเรือนมาตากแสงแดดเพื่อขับไล่ความอับชื้น

มู่เลี่ยงหรงอยู่ในห้องหนังสือของเรือนหลัก ปรายสายตามองกองหนังสือราชกิจด้วยแววตาอันเฉยชา เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวหยกสลักกลับไม่มีแก่จิตแก่ใจจะสะสางงานของตนให้แล้วเสร็จแม้แต่น้อย ทั้งที่ชายหนุ่มนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานมาตั้งแต่ยังไม่ถึงยามเฉิน[1] จนบัดนี้ล่วงเข้ายามอู่[2] แล้วก็ยังไม่ได้แตะต้องสิ่งที่อยู่บนโต๊ะหนังสือ โดยปกติแล้วเขาเป็นผู้เอาการเอางาน เจ้าของตำแหน่งผู้แทนพระองค์ไม่เคยปล่อยให้เอกสารกองท่วมจนแทบจะไม่มีที่ว่างเช่นนี้มาก่อน

เสียงเคาะนิ้วดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เพียงกำลังอยู่ในห้วงคิดคำนึงว่าหลังพิธีสะเดาะเคราะห์ของคู่หมั้นสาวที่วัดสือคูนี่ก็ล่วงเลยไปสิบเจ็ดราตรีแล้ว 

แรกเริ่มเดิมทีมู่เลี่ยงหรงคิดว่าคงเป็นเรื่องยากเอาการที่จะรักษากายให้บริสุทธิ์เป็นแรมเดือน ด้วยรอบตัวมีสตรีมากมายรายล้อมนับสิบ ทั้งนางกำนัลที่ถวายตัวแล้วรวมไปถึงคนที่ส่งสัญญาณว่ายินดีจะอุ่นเตียงให้เขาเพิ่ม ไหนจะพระชายารองทั้งสามที่คอยเอาอกเอาใจอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันอีกเล่า ทว่าทุกสิ่งทุกอย่างกลับง่ายดายราวกับปอกกล้วย

หลังจากได้ใกล้ชิดสนิทเสน่หากับบุตรสาวท่านแม่ทัพใหญ่ ไม่ว่ายามมีสติหรือในห้วงฝันก็มีแต่เพียงภาพของเยี่ยนเยว่ฉีวิ่งวนไปมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า มู่เลี่ยงหรงเฝ้าคิดถึงใบหน้างดงามราวเทพธิดา ริมฝีปากอิ่มงามสีกลีบกุหลาบที่เขาเคยประทับจุมพิตอย่างลึกซึ้ง เรือนร่างไร้ที่ติ ผิวพรรณขาวผ่องดุจหิมะรวมไปถึงปทุมถันอวบอิ่มที่ให้ความรู้สึกนุ่มละมุนยามสัมผัส ทำให้ยามนี้ไม่ว่าผู้ใดจะเข้ามายั่วยวนก็ไม่ชวนให้นึกอยากลิ้มชิมรสเลยสักนิด

ความปรารถนาจะได้ครอบครองโฉมสะคราญอย่างถูกต้อง เป็นแรงพลักดันชั้นดีให้บุรุษผู้มีชะตาดอกท้อสามารถอดทนอดกลั้นไม่กินเนื้อได้อย่างยาวนาน แต่อากัปกิริยาที่เปลี่ยนไปของฉินอ๋องนำมาซึ่งความโกลาหลเล็ก ๆ ภายในเรือนหลัง เหล่าสตรีล้วนตกอกตกใจกับท่าทีของผู้เป็นเจ้าของจวนอย่างยิ่ง พากันลงความเห็นกันไปต่าง ๆ นานาว่าเขาอาจจะกำลังป่วย มิเช่นนั้นพยัคฆ์ที่ไม่เคยหยุดล่าเหตุไฉนจึงกลายร่างเป็นหมีจำศีลไปได้

แอ๊ด!

เสียงประตูเปิดดังเข้ามาในโสต มู่เลี่ยงหรงที่กำลังอยู่ในห้วงของความคิดก็พลันหงุดหงิด เป็นผู้ใดกล้าเข้ามาในยามที่ตนไม่ได้เรียกใช้ ครั้นจะเอ่ยปากดุบ่าวที่กำลังจะชะตาขาดก็ต้องชะงักไป เพราะผู้มาเป็นพระชายารองของตนเอง

“จื่อหรูเองเพคะ เห็นท่านอ๋องเหนื่อย ๆ จึงต้มน้ำแกงไก่บำรุงมาให้ท่านดื่ม” สตรีในชุดสีม่วงอันงดงาม ยืนรออยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าห้องเขียนหนังสือ นางยิ้มละไมอ่อนหวานอย่างที่สุด

“อืม...เอาเข้ามาสิ” มู่เลี่ยงหรงตอบรับ แต่ทำทีเป็นหันกลับมาตรวจเอกสารบนโต๊ะ

“ท่านอ๋องดื่มตอนร้อน ๆ สิเพคะ ถ้าเย็นจะเสียรสชาติได้” เฉิงจื่อหรูถือถ้วยน้ำแกง มองสามีของตนอย่างมีความหวัง

“ก็ดีเหมือนกัน” มือคร้ามวางพู่กันลงบนแท่นฝนหมึก แล้วเคลื่อนไปรับภาชนะกระเบื้องเคลือบชั้นดีจากสตรีที่ยืนอยู่ข้างกาย เมื่อขยับเปิดฝาก็ปรากฏควันบางเบาลอยออกมา ของเหลวในถ้วยผ่านการเคี่ยวอย่างพิถีพิถันจนมีสีน้ำนม ริมฝีปากหยักจรดลงดื่มน้ำแกงบำรุงนั่นอย่างช้า ๆ จนหมด

“ท่านอ๋องชอบหรือไม่เพคะ?”

“ชอบสิ”

“วันหลังจื่อหรูจะทำมาให้ท่านอ๋องดื่มอีกนะเพคะ”

มู่เลี่ยงหรงพยักหน้าตอบรับทีหนึ่ง เฉิงจื่อหรูจึงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กับความสำเร็จของตน

ความจริงแล้วฉินอ๋องขึ้นชื่อเรื่องเป็นคนที่ค่อนข้างเอาใจใส่ภรรยา แม้พวกนางจะไม่ใช่คนที่เขาเลือกมาเองตั้งแต่แรกก็ตาม แต่ท่านอ๋องก็รู้จักรักษาจิตใจของพวกนางไม่ให้ขุ่นมัว ข้อดีที่สุดคือไม่เคยลำเอียงหรือทำให้สตรีทั้งหมดเกิดความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ โดยเฉพาะพระชายารองทั้งสามจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดี มีชีวิตสุขสบาย เสื้อผ้า แพรพรรณ เครื่องประดับได้รับตามศักดิ์ฐานะไม่ขาด ทำให้เรือนหลังของจวนฉินอ๋องสงบสุขเป็นอย่างยิ่ง 

สตรีเหล่านั้นไม่เคยทะเลาะตบตี หรือก่อเรื่องปวดหัวให้กับเจ้าของจวน แต่หากมีผู้ใดกระทำการก่อกวนก็เตรียมรับบทลงโทษอันเด็ดขาดได้ ว่ากันว่าเคยมีสตรีหาญกล้าก่อเรื่องอยู่เหมือนกัน แต่หลังจากเหตุการณ์จบลงก็ไม่มีใครพูดถึงชะตากรรมของนางกำนัลอุ่นเตียงผู้นั้นอีกเลย

“ท่านอ๋องเพคะ จื่อหรูนวดให้ดีหรือไม่?”

“เอาสิ” เขาตอบสั้น ๆ จากนั้นจึงนั่งตัวตรงแล้วหลับตา รอให้หญิงสาวปรนนิบัติตนด้วยท่าทางที่ผ่อนคลาย

เฉิงจื่อหรูเป็นบุตรสาวของเสนาบดีกรมพระคลัง ซึ่งเขาได้รับพระราชทานมาเป็นคนแรก นางมีรูปร่างหน้าตางดงาม ผมสีดำนุ่มสลวยราวกับเส้นไหม ใบหน้ารูปแตง คิ้วเรียว ตาหงส์ ปากกระจับสีชมพู รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น กิริยามารยาทงดงาม มิหนำซ้ำยังมีความรู้ความสามารถด้านบัญชี อีกทั้งเป็นคนเฉลียวฉลาด ท่านอ๋องจึงวางใจให้นางดูแลทรัพย์สิน และควบคุมเรือนหลังระหว่างที่ตำแหน่งฉินหวางเฟยยังว่างอยู่

ขณะที่กำลังเพลิดเพลินอยู่นั้น เจ้าของร่างแกร่งรับรู้ถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดแผกออกไป จากที่กำลังลงน้ำหนักนวดเฟ้นมือนุ่มนิ่มนั้นเปลี่ยนเป็นลูบไล้ โดยไม่ทันตั้งตัวเจ้าของร่างหอมกรุ่นก็นั่งลงบนตักของสามีอย่างถือสิทธิ์

มู่เลี่ยงหรงลืมตาขึ้นในทันที ในระหว่างที่กำลังคิดอยู่ว่าจะปฏิเสธนางเช่นไร สตรีผู้งดงามก็เอามือโอบคอของเขาเอาไว้เสียแล้ว มิหนำซ้ำนางยังเผยอปากกระจับสีชมพูอย่างเชื้อเชิญอีกด้วย 

หากเป็นในยามปกติบุรุษผู้ร้อนแรงคงตอบสนองกลับอย่างถึงอกถึงใจ แต่ทว่าครานี้ไม่เหมือนกัน นอกจากจะคำนึงถึงข้อห้ามที่เยี่ยนจิ้นหลิงกำชับกำชาไว้แล้ว อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะเฉิงจื่อหรูไม่ใช่คนที่ตนปรารถนา เขาจึงสามารถระงับความต้องการของชายชาตรีเอาไว้ได้

“จื่อเอ๋อร์ เปิ่นหวางมีงานต้องทำมากมาย หากมัวแต่ทำอย่างอื่นเกรงว่าจะมิอาจสะสางกองฎีกาเหล่านี้ได้ทัน หากวันพรุ่งนี้ยังไม่แล้วเสร็จพระเชษฐาคงต้องตำหนิเราเป็นแน่” มู่เลี่ยงหรงพยายามแกะท่อนแขนที่โอบรัดตนออกอย่างแผ่วเบา จากนั้นจึงออกแรงเล็กน้อยเพื่อดันร่างบอบบางลงจากตัก

“แต่ท่านอ๋องไม่ได้ไปหาจื่อหรูนานแล้วนะเพคะ” เสียงตัดพ้อดังขึ้นพร้อมกับร่างบางที่เอนซบไปบนไหล่ของสามี สีหน้าท่าทางดั่งคนกำลังน้อยเนื้อต่ำใจอย่างสุดประมาณ แต่มือน้อย ๆ นั่นก็มิได้หยุดพยายามที่จะลูบไล้ไปตามจุดอ่อนไหวของบุรุษที่นางคุ้นเคย  ลูกแก้วสุกใสประกายระยิบระยับจับจ้องอีกฝ่ายอย่างยั่วยวน “หม่อมฉันคิดถึงท่านอ๋องใจจะขาดแล้วนะเพคะ”

“เปิ่นหวางเข้าใจแล้ว แต่ตอนนี้เจ้าต้องกลับไปที่เรือนของตนเองก่อน...เราไม่พร้อม” มู่เลี่ยงหรงดึงมือของนางออกจากบริเวณกลางกายของตนอย่างเสียมิได้

เฉิงจื่อหรูเอียงศรีษะพร้อมจดจ้องท่านอ๋องเขม็ง ดวงตาดุจกวางน้อยก็สอดส่ายไปตามเรือนกายอันแข็งแกร่ง และบริเวณที่ตนลูบไล้เมื่อครู่ เมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาใด ๆ บังเกิดก็รู้สึกตกอกตกใจอยู่ไม่น้อย “ไม่พร้อมหรือเพคะ?”

“อืม” มู่เลี่ยงหรงหยัดกายขึ้นนั่งและคว้าฎีกาเล่มหนึ่งขึ้นมาอ่าน ส่วนอีกมือหนึ่งก็หยิบพู่กันขึ้นมาขีดเขียนอย่างตั้งอกตั้งใจ “เปิ่นหวางจะทำงานต่อแล้ว เจ้ากลับออกไปเถิด”

“เพคะ” สตรีในชุดสีม่วงหยิบถ้วยกระเบื้องที่ว่าเปล่าขึ้นมาในมือ จากนั้นจึงเยื้องกรายออกไปจากห้องหนังสือ นางยังคงหันกลับมามองฉินอ๋องอีกสองสามครั้งก่อนจะก้าวเท้าข้ามธรณีประตูในที่สุด

[1] ยามเฉิน (07.00-08.59 น.)

[2] ยามอู่ (11.00-12.59 น.)


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว