ยินดีต้อนรับทุกคนค่ะ เรื่องท่านอ๋องเจ้าขา...ข้ายอมแล้ว เปิดให้อ่านฟรีไม่ติดเหรียญ ฉบับนี้เป็นฉบับรีไรท์แล้วนะคะ ขอบคุณทุกกำลังใจจริง ๆ

พระจันทร์ดวงน้อยสะเดาะเคราะห์ (5)

ชื่อตอน : พระจันทร์ดวงน้อยสะเดาะเคราะห์ (5)

คำค้น : ท่านอ๋อง, จีน, จีนโบราณ, ฟิน, จิกหมอน, NC, พระเอกงานดี, รักเมีย, หลงเมีย

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.3k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 05 พ.ย. 2561 01:04 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
พระจันทร์ดวงน้อยสะเดาะเคราะห์ (5)
แบบอักษร


ดวงจันทร์เคลื่อนคล้อยมายังตำแหน่งกึ่งกลางถ้ำ แสงนวลส่องกระทบผืนน้ำเป็นประกายระยิบระยับ เยี่ยนจิ้นหลิงก็ร่ายคาถาเป็นภาษาโบราณ มือหนึ่งถือกระดิ่งทองและสั่นเป็นระยะ ส่วนอีกมือหนึ่งก็ทำสัญลักษณ์ที่ยากจะเข้าใจบนอากาศ เหมือนมีกระแสพลังบางอย่างแผ่ลามไปทั่วถ้ำ บรรยากาศดุจมีมนต์ขลังดูน่าหวาดหวั่นยิ่ง เสียงสวดดังสลับกับเสียง *‘กรุ๊งกริ๊ง’* อย่างต่อเนื่องไม่มีหยุด นัยน์ตาจิ้งจอกเต็มไปด้วยประกายลึกลับ ยามนี้เขาไม่เหมือนชายขี้เล่นคนเก่าเลยสักนิด กลับดูเหมือนนักพรตผู้ทรงภูมิ ท่านอ๋องหนุ่มจึงเริ่มรู้สึกยอมรับบุรุษผมสีเงินขึ้นมาเล็กน้อย

ด้วยไม่สามารถเดินลมปราณเพื่อรักษาอุณหภูมิในร่างกายได้ น้ำพุศักดิ์สิทธิ์อันเย็นเยือกจึงทำให้ฟันขาวคมของท่านอ๋องหนุ่มกระทบกัน ร่างทั้งร่างเหมือนถูกเข็มนับร้อยนับพันทิ่มแทง จากเจ็บปวดเป็นด้านชา จากด้านชาเป็นสั่นสะท้าน แต่ด้วยข้อห้ามกอปรกับความหยิ่งทะนงทำให้ไม่มีเสียงแห่งความทรมานเล็ดลอดออกมาสักแอะ

เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น แต่สำหรับมู่เลี่ยงหรงเสมือนดั่งชั่วกัปชั่วกัลป์ มือของเขาไร้ความรู้สึก ส่วนเท้านั้นเริ่มเป็นตะคริวแล้ว

เยี่ยนจิ้นหลิงหยุดร่ายคาถาในที่สุด เขาส่งเสียงเรียกให้คนทั้งคู่ขึ้นมาจากน้ำที่เย็นจัด ซูจิ้งรีบวิ่งเอาผ้าแห้งไปเช็ดตัวให้นายหญิง ส่วนกุนซือหนุ่มก็เดินตรงไปหาบุรุษที่กำลังหนาวสั่น เขามีน้ำใจหยิบผ้าสำหรับเช็ดกายไปให้ท่านอ๋องด้วย

มู่เลี่ยงหรงสวมอาภรณ์ทีละชิ้นจนเสร็จสรรพ จากนั้นจึงรีบเดินลมปราณเพื่อนปรับอุณหภูมิร่างกาย บุรุษผมสีเงินรอจนใบหน้าของท่านอ๋องมีเลือดฟาดจึงค่อยเดินเข้าไปยื่นถุงปักลายอันหนึ่งให้เขา

“ท่านอ๋องนี่คือเครื่องรางปลุกเสก ท่านต้องพกเอาไว้ตลอดเวลาห้ามห่างกายเป็นอันขาด”

“ได้ เราจะพกติดกายไว้แม้แต่ยามนอน”

“ตอนนี้พิธีเสร็จสิ้นแล้ว แต่จะสมบูรณ์ได้ยังต้องพึ่งพาให้ท่านอ๋องรักษาข้อห้ามต่าง ๆ เพราะตอนนี้ปีศาจร้ายถูกข้าสะกดให้มาตามท่านอ๋องแทน แต่ไม่ต้องเป็นห่วงดวงชะตาของท่านแข็งมากพอที่จะไม่เป็นอันตราย”

“มีอะไรที่เราจะต้องทำอีกก็ว่ามา”

“ง่ายมาก ห้ามเปิดถุงเครื่องรางนั้นก่อนเวลา และนับจากราตรีนี้ไปจนถึงยามซวี่ของวันที่พระจันทร์ขึ้นเต็มดวงอีกครั้ง ท่านอ๋องต้องรักษาพรหมจรรย์ห้ามแตะต้องสตรี  ที่สำคัญห้ามบอกผู้ใดให้ล่วงรู้ถึงสาเหตุเด็ดขาด”

“ที่เจ้าว่าห้ามแตะต้องนั้นคืออย่างไร?”

“ห้ามร่วมหอ ห้ามกอด ห้ามจูบ แต่ถ้าแค่แตะสัมผัสกันชั่วประเดี๋ยวเดียวนั้นไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ”

“ทำไมต้องยุ่งยากถึงเพียงนั้น?”

“คาถาของกระหม่อมจะเสื่อมหากผู้ทำพิธีแปดเปื้อน หรือเผยสายสนกลใน หากท่านอ๋องไม่สามารถรักษาข้อห้ามเหล่านี้ได้เท่ากับทุกอย่างในคืนนี้สูญเปล่า ต้องมาเริ่มทำพิธีกันใหม่ในปีหน้า”

“เราเข้าใจแล้ว”

“เรื่องสุดท้าย วันรุ่งขึ้นหลังจากเสร็จขั้นตอนการรักษากาย ท่านอ๋องต้องเปิดถุงเครื่องรางนั่นออกแล้วทำตามคำสั่งในกระดาษ เพียงเท่านี้ทุกอย่างก็สมบูรณ์”

“เราจะทำตามที่เจ้าบอกทุกอย่าง หวังว่าจบเรื่องนี้แล้วจวนฉินอ๋องคงได้รับข่าวดี”

“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ จิ้นหลิงรับรอง”

“อืม ความจริงเจ้าก็ไม่ใช่คนเลวอะไรนี่”

“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” เยี่ยนจิ้นหลิงยิ้มจนตาหยี

“เอาเถิด เปิ่นหวางขอไปดูคู่หมั้นได้หรือไม่ เมื่อครู่เราหนาวจนแทบขาดใจ นางเป็นเพียงสตรีจะต้านทานไหวหรือ?”

“เชื่อกระหม่อมเถิด นางสบายดี”

“ถ้าเราไม่เห็นกับตาย่อมไม่มีวันวางใจได้”

เมื่อเห็นว่าฉินอ๋องเป็นห่วงน้องสาวของตนเองจริง ๆ เยี่ยนจิ้นหลิงจึงเปล่งเสียงเรียกนาง “น้องเล็กแต่งกายเสร็จหรือยัง ท่านอ๋องทรงเป็นห่วงเจ้า ออกมาให้เขาพบตัวเสียหน่อย”

เยี่ยนเยว่ฉีเยื้องกรายออกมาจากอีกฝากฝั่ง มู่เลี่ยงหรงมองสำรวจนางอย่างละเอียดถี่ถ้วน เมื่อพบว่าคู่หมั้นสาวดูสบายดีไม่มีท่าทีว่าจะป่วยจากการแช่น้ำอันเย็นยะเยือกก็เบาใจ เขาจึงส่งยิ้มให้นางแล้วเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ แล้วแตะสัมผัสหน้าผากมนอย่างห่วงใยด้วยเกรงว่านางจะป่วยเพราะต้องไอเย็น

“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ”

“อย่าประมาทเชียว อย่างไรก็ให้ซูจิ้งไปต้มน้ำขิงให้เจ้าดื่มขับไอเย็นด้วย”

“มัวแต่ห่วงหม่อมฉันว่าแต่ท่านอ๋องเถิดเป็นอย่างไรบ้างเพคะ?”

“ยอมรับว่าเมื่อครู่รู้สึกหนาวจนเกือบจะแข็งตาย แต่เพื่อเจ้าแล้วข้ายินดีจะทนทรมาน”

“ท่านอ๋องก็อย่าลืมดื่มน้ำขิงนะเพคะ”

“ได้สิ แต่ว่าข้าอยากให้เจ้า...ป้อน”

“ท่านอ๋อง...” เยี่ยนเยว่ฉีหน้าแดงระเรื่อ

เยี่ยนจิ้นหลิงลอบเบ้ปากเล็กน้อย ไม่คิดว่าฉินอ๋องจะขี้อ้อน ซ้ำยังปากหวานจนเขาแทบจะทนไม่ไหว “อะแฮ่ม! ท่านอ๋อง”

มู่เลี่ยงหรงหันกายกลับมาหาบุรุษผมสีเงินแล้วถลึงตาใส่ “มีอะไรอีกเล่า?”

“ยังไม่ทันไรดูเหมือนท่านจะลืมสิ่งที่กระหม่อมบอกไปเมื่อครู่ คงเสียเวลาเปล่าแล้วกระมัง ไม่เป็นไรปีหน้าพวกเราค่อยลองใหม่ก็ได้”

“เอาล่ะ เราเข้าใจแล้ว” ถึงจะหงุดหงิดที่ถูกขัดจังหวะก็ตาม แต่มู่เลี่ยงหรงก็ยอมปล่อยมือจากแก้มนวลโดยดี เขาก้าวถอยหลังมาหนึ่งก้าวเพื่อรักษาระยะห่างจากหญิงสาว “แบบนี้พอใจหรือยัง?”

จิ้งจอกหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย “เมื่อออกจากที่นี่ไปแล้ว ท่านอ๋องต้องระมัดระวังด้วย”

“ได้ เราจะไม่ยอมให้พิธีวันนี้พังแน่นอน”

“เชิญท่านอ๋องกลับไปพักผ่อนเถิดพ่ะย่ะค่ะ”

มู่เลี่ยงหรงส่งสายตาอ้อยอิ่งให้คู่หมั้นสาว ก่อนจะถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วเดินจากไปด้วยท่วงท่าอันสง่างามเช่นเคย

เมื่อฉินอ๋องจากไปได้สักระยะหนึ่งแล้วเสียงหัวเราะก็ดังลั่นไปทั้งถ้ำ บุรุษผมสีเงินต้องเอามือกุมท้องตัวเอง เยี่ยนเยว่ฉีเบิกนัยน์ตากว้างแล้วถลันเข้าไปเขย่าแขนพี่ชาย

“พี่รองอย่างบอกนะว่าท่านทำทุกอย่างวันนี้เพียงเพื่อแกล้งท่านอ๋องของข้า”

เยี่ยนจิ้นหลิงหยุดหัวเราะกะทันหัน “ท่านอ๋องของข้า...งั้นรึ ดูท่าเจ้าจะหลงเขามากทีเดียว”

“หลงหรือไม่หาใช่สิ่งสำคัญ เพราะถึงอย่างไรเขาก็คือสามีในอนาคตของน้อง”

“โอ๊ะ! หยอกเล่นนิดหน่อยทำเป็นมีอารมณ์ไปได้”

“อย่ามาเฉไฉ ตอบคำถามมาเดี๋ยวนี้” เยี่ยนเยว่ฉีไม่อาจรับได้หากพี่ชายคนรองเอาแต่กลั่นแกล้งฉินอ๋อง ตลอดบ่ายเขาต้องไปขออนุญาตฮ่องเต้ และสั่งการตระเตรียมสถานที่ทำพิธี ซึ่งทั้งหมดนี้ก็ทำไปเพื่อจะได้ร่วมหอกับนางอย่างถูกต้อง

“เรื่องพิธีต่าง ๆ นั้นเป็นเรื่องจริงไม่ต้องสงสัย แต่ที่ข้าขำนั้น...” ยังกล่าวไม่ทันจบเขาก็หัวเราะขึ้นมาอีกครั้ง

“พี่รอง” เยี่ยนเยว่ฉีถลึงตาใส่พี่ชาย นางโกรธเขาแล้วจริง ๆ

“เอาล่ะ...เอาล่ะ ที่ข้าหัวเราะขนาดนี้ เพราะชอบสีหน้าทรมานของเขายามถูกกระแสน้ำเย็นทิ่มแทง”

“น้ำพุมังกรเหินนั้นให้ความรู้สึกเย็นก็จริง แต่ก็ไม่เห็นว่าจะต้องทนทรมานดั่งที่พี่รองว่า”

“ยาที่ข้าให้เจ้ากินนั้นทำให้ร่างกายสามารถทนทานความหนาวเย็นได้ แต่ข้าไม่ได้ให้เขากิน”

“หากไม่ได้กินจะเป็นอย่างไร?”

“น้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่นี่มีความเย็นยะเยือกอย่างร้ายกาจ หากไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์คงหนาวตายไปแล้ว สำหรับบุรุษกำยำเช่นเขาคงให้ความรู้สึกเสมือนถูกเข็มเป็นพันเล่มทิ่มแทงทั่วร่างกระมัง” เยี่ยนจิ้นหลิงอธิบายราวกับว่านี่เป็นเรื่องสนุกสนาน “นี่เป็นค่าตอบแทนที่ฉินอ๋องตัดผมของข้า แล้วก็ที่เขาทำเหมือนจะทอดทิ้งเจ้าต่อหน้าธารกำนัล” ดวงตางดงามกว่าสตรีฉายแววเย็นชา ริมฝีปากสีชมพูแสยะยิ้มดูน่าขนลุกยิ่งนัก

“ท่านพี่อาฆาตเกินไปแล้ว พอเถิดเจ้าค่ะเยว่ฉีขอร้อง”

“อย่าเพิ่ง ๆ ยังมีเรื่องที่ทำให้ข้าครื้นเครงสุด ๆ คือหลังจากนี้จนกว่าพระจันทร์จะเต็มดวงอีกครั้ง บุรุษมากภรรยาผู้นั้นจะต้อง อด-กิน-เนื้อ” นัยน์ตาจิ้งจอกทอประกายยินดีระคนสะใจ “ช่างน่าสงสารเสียจริงที่รอบกายรายล้อมไปด้วยสตรีแต่ไม่อาจเชยชมพวกนางได้ โดยเฉพาะกับเจ้า เขาคงแทบคลั่งเลยทีเดียว”

“ถ้าเป็นเรื่องนี้ล่ะก็ น้องไม่สงสารท่านอ๋องเลยสักนิด”

“จุ๊ ๆ ดูท่าเจ้าจะชอบความคิดนี้ของข้า”

“เจ้าค่ะ”

เยี่ยนจิ้นหลิงสบตาของน้องสาวแสนสวย หลังจากนั้นจิ้งจอกสีเงินก็พาจิ้งจอกน้อยหัวเราะจนปวดท้องไปพร้อม ๆ กัน กุนซือหนุ่มได้เอาคืนตามที่ตั้งใจ ส่วนเยี่ยนเยว่ฉีก็อารมณ์ดีที่มู่เลี่ยงหรงไม่อาจร่วมอภิรมย์กับสตรีน่าตายเหล่านั้นได้

ซูจิ้งที่รู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดพลันรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก นางลอบสาบานในใจ ชาตินี้จะไม่มีวันยอมรับสามีแบบคุณชายรองอย่างเด็ดขาด

******************

จบตอนเจ้าค่ะ



สมเป็นพี่น้องกันจริง ๆ ขนาดซูจิ้งยังรับไม่ไหว 55555+


ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว