ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 8 โกรธไม่ลง

ชื่อตอน : ตอนที่ 8 โกรธไม่ลง

คำค้น : คิมทัณฑ์

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 4.9k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 03 พ.ย. 2561 23:21 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 8 โกรธไม่ลง
แบบอักษร

"น้องๆคะ เดี๋ยวตามพี่แพรไป แล้วเข้าแถวเรียงหน้ากระดานกับคู่ดาวเดือนของตัวเองนะ ครูสอนเต้นมาแล้ว"

พวกดาวเดือนที่กำลังจับกลุ่มนั่งเม้าส์มอยกันอย่างสนุกสนานหันไปฟังคำของรุ่นพี่ ก่อนที่ พี่ที่ชื่อแพรจะนำน้องไป บางส่วนเดินตามไปแล้ว แต่ก็ยังมีบางส่วนที่อ้อยอิ่ง อย่างเช่นกลุ่มหนุ่มหล่อ F4 เป็นต้น

"ไปมึง อย่ามัวแต่เล่น" ทัณฑ์ดึงโทรศัพท์มือถือออกจากทั้งสองมือของคิมทั้งที่ยังเมามันส์กับการตีป้อม เจ้าของเครื่องหันมามองตาดุ

เหอะ มองไปเถอะ กูไม่กลัวมึงหรอก

"ลุกดิวะ ไปไอ้มีน ไอ้เพิร์ธ" ไม่สนใจสายตาดุๆนั่นแล้วบอกเพื่อนอีกสองคน ทั้งสามเลยลุกขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ แล้วพากันเดินตามพวกเพื่อนๆไป

พวกเขาเดินมาถึงห้องซ้อมเต้นที่มีกระจกติดรอบห้อง ห้องกว้างมากพอที่จะให้คนแปดสิบกว่าคนมาอยู่รวมกัน

"หวัดดีทัณฑ์" สกาย ดาวที่เป็นคู่กับทัณฑ์ พอเห็นร่างสูงเดินเข้ามาก็เข้าไปทักทันที

"หวัดดีครับสกาย วันนี้รบกวนหน่อยนะ เราเต้นไม่เก่ง" คนอัธยาศัยดีพูดยิ้มๆ

"ได้เลย เรื่องเต้นเราถนัด เดี๋ยวเราจะเทรนทัณฑ์เอง" หญิงสาวผู้ที่เข้ากับคนง่ายไม่ต่างกัน ตอบอย่างเป็นกันเอง

"ได้ยินแบบนี้โล่งเลย"

ทั้งสองคุยกันต่อ เหมือนว่าทัณฑ์จะลืมไปแล้วว่ายังมีใครอีกคนยืนอยู่ข้างๆเขาด้วย มีนกับเพิร์ธแยกกันไปหาคู่ของตัวเองแล้ว เว้นแต่คิมที่ยังยืนอยู่ตรงนี้ มองทัณฑ์กับผู้หญิงอีกคนคุยกันอย่างออกรส

ลืมไปแล้วหรือไงว่ากูอยู่ตรงนี้

เมื่อเห็นว่าทัณฑ์ไม่มีทีท่าว่าจะหันมาสนใจ มือหนาเลยเอื้อมไปคว้าโทรศัพท์จากมือทัณฑ์คืนมา แล้วเดินแยกออกไป คนที่มัวแต่คุยเพลินหันขวับมามองอย่างพึ่งนึกขึ้นได้ แต่ก็สายไป เพราะแผ่นหลังกว้างเดินไกลออกไปแล้ว

"เอ่อ..ทัณฑ์ เขาไม่ชอบอะไรเราหรือเปล่า" หญิงสาวอดที่จะถามไม่ได้ เพราะเธอคาใจมาตั้งแต่คราวนู้นแล้ว ที่เธอจะอาสาไปส่งทัณฑ์ แต่ก็โดนคิมตัดหน้า

"ไม่หรอก มันก็เป็นแบบนี้แหละ งั้นเราขอตัวก่อนนะ ไว้ครูมา เดี๋ยวเดินมาหา"

"อืม โอเค" หญิงสาวตอบอย่างจำยอม เพราะเธอคิดว่าจะได้ยืนคุยกับทัณฑ์นานกว่านี้ซะอีก ทัณฑ์ยิ้มให้ก่อนจะเดินแยกไป ดวงตากลมมองตามแผ่นหลังกว้างไป ก่อนจะหรี่ตาลงนิด เพราะทัณฑ์เดินไปหาคนที่เธอสงสัยว่าไม่ชอบเธอ

อะไรกัน นี่ทิ้งผู้หญิง ไปหาเพื่อนผู้ชายเนี่ยนะ

"เป็นอะไรวะ" ทัณฑ์ถามร่างสูงที่ยืนพิงผนัง มือกดโทรศัพท์ยิกๆ ไม่มีครั้งในที่เล่นเกมส์แล้วรู้สึกหัวร้อนขนาดนี้เลย

"เปล่า" เสียงเข้มตอบออกมาด้วยโทนเสียงราบเรียบ สายตายังคงหลุบต่ำมองหน้าจอ

"อย่ามาโกหก" เขาดูออกนะว่ามันกำลังอารมณ์ไม่ดี แต่ก็ไม่รู้ว่ามันหงุดหงิดเรื่องอะไร อยู่ดี คิมเหลือบสายตาคมขึ้นจ้องมองคนถาม

"อย่ามายุ่งกับกู"

กึก

ทั้งทัณฑ์และคิมต่างชะงัก คิมชะงักที่ตัวเองพูดโง่ๆแบบนั้นออกไป ทั้งๆที่ใจไม่ได้อยากจะพ่นคำนั้นใส่คนตรงหน้าเลย แต่ไอ้นิสัยปากหมา ปากพาซวยมันแก้ไม่หายสักที ส่วนทัณฑ์ เขาชะงักเพราะไม่คิดว่าคิมจะพูดแบบนี้กับเขา

"เออ ขอโทษแล้วกัน กูคงเสือกเรื่องของมึงมากเกินไป" ว่าจบก็หมุนตัวเดินออกไปจากตรงนั้น ทิ้งให้คิมยืนทึ้งหัวตัวเองอย่างเจ็บใจ

พูดอะไรของมึงวะ!

ถึงช่วงเวลาซ้อม ดาวเดือนแต่ละคู่ยืนเรียงแถวกันเป็นหน้ากระดาน สลับช่องว่างเพื่อให้ทุกคนเห็นตัวเองในกระจกได้ชัดเจน

แพรว ดาวคณะที่คู่กับคิมยืนเกร็งอยู่ข้างๆร่างสูงที่ทำหน้าตาเหมือนไปโดนใครเอารองเท้าฟาดหัวมา ก็หน้าตาอย่างกับจะไปฆ่าใครอย่างงั้นแหละ น่ากลัวชะมัด ยิ่งตาคมๆดุๆนั่นอีก เวลาไม่ยิ้มนี่อย่างกับซาตาน

"เรามาวอร์มร่างกายกันก่อนดีกว่า ทำตามครูนะจ้ะเด็กๆ" ครูสอนเต้นบอกเสียงอ่อนเสียงหวาน ผิดกับโทนเสียงจริงของตัวเองที่ทั้งทุ้มและใหญ่ ใช่แล้ว ครูเป็นสาวประเภทสองน่ะ

"เอ้านับ หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด..หนึ่ง สอง สาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด" ครูทำท่ายืดกล้ามเนื้อพร้อมๆกับนับวนไปเรื่อยไป พอครบก็เปลี่ยนท่า ทำอยู่อย่างนั้นห้านาที

"เอาล่ะ เรามาเริ่มกันเลยดีกว่า ครูจะเต้นให้ดูก่อนนะ" ว่าแล้วคนสอนก็วาดลวดลายสเต็ปแดนซ์ขั้นเทพสู่นักเรียนชั่วคราว ลีลาที่พริ้ว กับลายเต้นที่สวยงาม ทำให้ทุกคนจ้องมองอย่างไม่วางตา

"ยากจัง..คิมว่ามั้ย" แพรวถือโอกาสชวนคุย เพราะตั้งแต่มายืนข้างกัน เธอได้พูดกับผู้ชายข้างๆแค่คำว่าสวัสดีแค่นั้น ส่วนเขาก็พูดกับเธอแค่คำว่า "อืม"

"อืม" โทนเสียงไม่ได้ต่างไปจากเดิมแม้แต่นิด แพรวรู้สึกไม่สบายใจ เพราะคิดว่าที่คิมเป็นแบบนี้ อาจจะเพราะว่าคิมไม่ชอบเธอ

ส่วนคิมนั้น..เขาแค่รู้สึกว่าอยากออกไปจากตรงนี้ไวๆ อยากไปคุยกับไอ้ทัณฑ์ ตอนนี้คิมทำได้แค่เหล่ตามองร่างสูงโปร่งที่ยืนอยู่ริมสุดของแถวที่กำลังจ้องมองท่าเต้นอย่างตั้งใจ ก่อนที่เขาจะลอบถอนหายใจออกมา


ทัณฑ์

"ทัณฑ์เป็นอะไรหรือเปล่า" สกายที่ยืนอยู่ข้างๆร่างสูงถามขึ้นอย่างแปลกใจ เพราะคนที่ช่างพูดช่างคุย ตอนนี้กลับเงียบผิดปกติ

"เปล่านี่" หันไปตอบกลับยิ้มๆ แล้วแสร้งทำเป็นสนใจดูท่าเต้นอย่างตั้งใจ เพื่อจะได้ไม่ต้องโดนถามอีก

ถึงจะดูเหมือนว่าเขาตั้งใจมองท่าเต้น แต่สายตาก็แอบเหลือบมองใครบางคนที่ยืนห่างจากเขาไปประมาณหกคู่ ยืนห่างกันแค่ไหนก็ไม่เป็นอุปสรรคสำหรับการมองเห็นของทัณฑ์

สีหน้าของมันราบเรียบเหมือนเดิม จนเขาชักหงุดหงิด เพราะไม่รู้ว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่กันแน่ ไม่รู้เลยว่าเขาไปทำอะไรให้มันโกรธ เขาทำอะไรผิดไปอย่างนั้นเหรอ

"ทัณฑ์" เสียงหวานเอ่ยเรียกผู้ชายข้างๆที่ตอนนี้ไม่ได้สนใจครูสอนเต้นตรงหน้าแล้ว แต่เธอก็ไม่รู้ว่าทัณฑ์มองอะไรอยู่ ถึงได้ทำหน้าเครียดอย่างนั้น แถมยีงไม่ได้ยินเสียงเธอเรียกอีก

"ทัณฑ์" เรียกอีกครั้ง พร้อมกับเอามือไปสะกิดที่แขนด้วย เจ้าของชื่อถึงได้หันมามอง แล้วเลิกคิ้วขึ้น

"มัวมองอะไรอยู่ ครูเขาสอนท่าแล้ว"

"อ้าวเหรอ ขอโทษที"

"ไหวมั้ยเนี่ย ไปพักก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวเราบอกครูให้" สกายบอกด้วยความหวังดี เพราะรู้สึกว่าสติทัณฑ์ไม่อยู่กับตัวเลย

"เราไม่ได้เป็นไร เต้นตามเถอะ" ทัณฑ์ตัดบท ทำให้สกายต้องเลยตามเลย แล้วหันมาสนใจเรียนท่าเต้นแทน

การสอนท่าเต้นดำเนินไปอย่างราบรื่น เพราะท่าเต้นไม่ได้ยากอะไรขนาดนั้น จะมีเฉพาะแค่บางท่าที่ยาก แต่ก็ไม่ยากเกินไปสำหรับพวกเขา จนมาถึงท่าที่ทำให้ผู้ชายร้องว้าว ส่วนผู้หญิงหน้าแดง

เป็นท่าเหมือนท่าเต้นรำ ที่ผู้หญิงจะเอนตัวลงไป แล้วให้ผู้ชายโน้มตามลงไปเล็กน้อย เอามือรองใต้เอว ส่วนมืออีกข้างผสานกัน และให้จ้องตากันค้างไว้อย่างนั้น หลังจากที่ครูสาธิตให้ดู ทั้งชายและหญิงก็รู้สึกตื่นเต้นด้วยกันทั้งนั้น เพราะท่านี้มันค่อนข้างใกล้ชิด เลยทำให้เกิดความรู้สึกขัดเขิน

แต่จะมีอยู่แค่สองคนที่พอเห็นท่าเต้นปุ๊บก็หันขวับมองหน้ากันทันที ถึงจะอยู่ห่างกันตั้งหกคู่ก็ตาม และดูเหมือนว่าเขาทั้งสองก็คงจะไม่คาดคิดว่าพอหันไปมอง จะเจอฝ่ายตรงข้ามหันมามองเช่นกัน

เอือก..

ทัณฑ์กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ เขายังคงมองไปที่คิมที่กำลังมองมาด้วยสายตาคมกริบเช่นเดิม แต่ครั้งนี้สายตรที่มันใช้มอง เหมือนว่าเขาไปทำผิดมหันต์มางั้นแหละ

มองกูขนาดนั้น นี่กูเกือบคิดว่ากูไปทำใครท้องแล้วไม่รับหรือเปล่า

สุดท้ายเขาก็ทนสบนัยต์ตานั่นคมนั่นไม่ไหว เลยต้องหันกลับไปมองตรงๆเหมือนเดิม พร้อมกับถอนหายใจเฮือก

"นี่เครียดขนาดนั้นเลยเหรอ ฮ่าๆๆ" สกายทราเข้าใจไปเองว่าทัณฑ์เครียดเรื่องท่าเต้นเมื่อกี้ ถามอย่างขำๆ

"อืม" เออออไปตามน้ำ

"ไม่ต้องเครียด แล้วก็ไม่ต้องเกรงใจเรานะ ทำให้เต็มที่" บอกชายหนุ่มด้วยรอยยิ้ม

"ขอบคุณครับ"

"เด็กๆมา ลองทำท่าโน้มลงไปซิ ผู้หญิงก็เอนลงไป นั่นแหละ" ครูคอยกำกับให้นักเรียนจำเป็นทำตาม หลายคู่ที่ดูงะๆเงินๆ บางคู่ก็ทำได้ดี

"ขอโทษนะ" คิมบอกเสียงเรียบกับคู่ของตัวเอง ก่อนจะคว้าเอวบางเอาไว้ พร้อมกับจับมือบางอีกข้าง ก่อนจะโน้มตัวลงไป ส่วนหญิงสาวก็เอนลงไปตามแรงโน้มถ่วง

"ค้างไว้อย่างน้้นก่อนนะ ครูจะเดินไปดู"

แพรวหน้าแดงก่ำ หัวใจเต้นแรงขนาดที่กลัวว่าคนข้างบนจะได้ยิน ถึงอีกฝ่ายจะไม่แสดงสี หน้าใดๆออกมา แต่เวลาที่จ้องหน้าเธอใกล้ๆมันกลับมีเสน่ห์อย่างล้นเหลือ จนหัวใจเธอเต้นผิดจังหวะ

คิมเองก็รู้ว่าแพรวคนนี้กำลังเขินเขาอย่างหนัก ก็หัวใจเต้นแรงจนเขาได้ยินซะขนาดนี้ แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไร ได้แต่คิดในใจว่าเมื่อไหร่จะให้ลุกขึ้นสักที

"ทัณฑ์! มัวมองอะไรอีก ทำสิ เดี๋ยวก็โดนด่าหรอก" สกายเรียกชื่อทัณฑ์อีกครั้งอย่างเริ่มจะหัวเสีย นี่เพื่อนเธอสติสตังไม่อยู่กับตัวจริงๆ บางทีเธอก็อย่างให้เขาไปกินยาสักเม็ดสองเม็ด

ทัณฑ์ละสายตาจากคนๆนั้นแล้วหันมาทำหน้ารู้สึกผิดกับสกาย จากนั้นทั้งคู่ก็ทำท่าตามที่ครูบอก

"นี่ เราถามจริงๆนะ ทัณฑ์เป็นอะไรกันแน่ ดูทัณฑ์ไม่มีสมาธิเลย ก่อนหน้านั้นยังดีๆอยู่เลยนี่" สกายถามอย่างสงสัย มองรูปหน้าหล่อเหลาที่อยู่ห่างเธอแค่คืบ สำหรับสกายเธอไม่เขินหรอก ก็เธอมองทัณฑ์เป็นแค่เพื่อนเท่านั้น แล้วอีกอย่าง เธอก็มีแฟนแล้วด้วย

"เราดูสติหลุดขนาดนั้นเลยเหรอ" คนที่ยังไม่รู้ตัวว่าตอนนี้หัวจิตหัวใจไม่ได้เป็นของตัวเองแล้วยิ้มแหยๆ

"เออสิ..ทะเลาะกับเพื่อนเหรอ"

"ทำไมรู้ล่ะ" ถามอย่างแปลกใจทันที ผู้หญิงนี่เซ้นส์แรงชะมัด

"ก็เราเห็นทัณฑ์มองไปหาเพื่อนที่หน้าดุๆคนนั้นบ่อยๆอะ ส่วนเขาก็มองทัณฑ์บ่อยเหมือนกัน" จบคำของหญิงสาว นัยต์ตาของทัณฑ์ก็วูบไหวจนหญิงสาวสังเกตเห็น

"มันมองเราด้วยเหรอ"

"อือ ก็เวลาที่ทัณฑ์เผลอ เขาก็จะหันมามอง ส่วนเวลาที่เขาเผลอ ทัณฑ์ก็จะหันไปมอง" คนช่างสังเกตอย่างสกายร่ายยาวจนทัณฑ์ได้แต่กระพริบตามองปริบๆ ผู้หญิงนี่น่ากลัวชะมัด

"ทะเลาะกันนิดหน่อย" จริงๆอย่าเรียกว่าทะเลาะเลย เพราะเขาไม่ได้ไปทะเลาะกันมันด้วย มีแค่มันที่เป็นห่าอะไรไม่รู้

"แคร์กันมากเลยเนอะ เหมือนแฟนกันเลยอะ"

"เฮ้ย! ไม่ใช่!" ทัณฑ์บอกอย่างตกใจ เลยเผลอปล่อยมือที่รองเอวหญิงสองไว้ ทำให้เธอหล่นตุ๊บลงพื้น

"โอ้ยทัณฑ์! ทำอะไรเนี้ย" สกายนิ่วหน้าด้วยความเจ็บที่บริเวณสะโพก ทัณฑ์หน้าเสีย คุกเข่าลงข้างๆหญิงสาว คนอื่นๆหันมามองกันเป็นตาเดียว รวมทั้งคิมด้วย

"เราขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจอะ" เมื่อกี้ตกใจมากไปหน่อย

"ตายแล้วลูกก!! เล่นอะไรกัน!" ครูเดินเข้ามาหาแล้วร้องลั่นห้องอย่างโอเว่อร์แอคติ้ง

"เอ่อ..หนูไม่ได้เป็นอะไรมากค่ะครู" จนสกายต้องรีบพูด เพราะกลัวจะเป็นเรื่องใหญ่ พวกพี่ๆสตาฟก็กรูกันเข้ามาดู

"ลุกไหวมั้ยน้อง"

"ไหวค่ะ"

"เราช่วย" ทัณฑ์ช่วยพยุงร่างบางให้ลุกขึ้น มันไม่เจ็บอะไรมากนัก แค่รู้สึกแปร๊บๆตรงสะโพก

"งั้นทุกคนไปพักก่อนแล้วกัน อีกครึ่งชั่วโมงมาเจอกันใหม่นะ" ครูจะโกนบอกเสียงดังให้ได้ยินกันทั่วถึง

"ครับ!/ค่ะ!"

ทัณฑ์พยุงสกายเดินตามพี่สต๊าฟไปปฐมพยาบาล เมื่อพาหญิงสาวนั่งลงบนเก้าอี้ได้แล้ว ร่างสูงก็ยกมือขึ้นพนม ขอโทษขอโพยหญิงสาวยกใหญ่

"เราขอโทษจริงๆนะ ขอโทษๆๆๆ"

"พอแล้ว เราไม่ได้โกรธอะไรขนาดนั้นสักหน่อย" หญิงสาวว่าอย่างขำๆ แต่ทัณฑ์ก็ยังคงทำหน้ารู้สึกผิดอยู่ดี เธอเลยต้องพูดอะไรที่ไม่ทำให้เพื่อนนอยด์

"นี่ เราแค่พูดเล่นว่าเป็นแฟนกัน ถึงกับทำเราหลุดมือเลยเหรอ"

"ก็มันตกใจอะ" จนถึงตอนนี้ทัณฑ์ก็ยังไม่เข้าใจตัวเองว่าจะตกใจไปทำไม ในเมื่อมันไม่จริงสักหน่อย

"แล้วจะตกใจทำไมอะ ถ้าไม่ได้เป็นอะไรกันจริงๆ" แล้วหญิงสาวก็ถามตรงกับสิ่งที่ทัณฑ์คิด พร้อมกับยิ้มล้อๆ

"เราก็ไม่รู้เหมือนกัน" ตอบกลับเสียงเบา จนสกายรู้สึกผิดปกติ กำลังจะถามต่อแต่ทว่า..

"น้องออกไปก่อนนะ พี่จะดูรอยช้ำตรงสะโพกน้องเขา" พี่สต๊าฟเดินมาบอก

"ครับ"

ทัณฑ์ลุกเดินออกมา ตอนนี้ทุกคนแยกย้ายกันไปไหนหมดแล้วก็ไม่รู้ บางคนยังนั่งเล่นอยู่ในห้องซ้อม แต่ก็เห็นบางคนออกไปข้างนอก ทัณฑ์เลยเดินออกจากห้อง ตามหาแก๊งค์ F4 ของตัวเอง..


แก๊งค์ F4 อีกสามคน ที่อยู่ในหอประชุมใหญ่ กำลังหยิบกระเป๋าเงินเพื่อไปหาอะไรกินข้างนอก มีเวลาพักตั้งครึ่งชั่วโมง จะให้นั่งอยู่เฉยๆคงหิวตาย

"ไอ้ทัณฑ์ยังไม่มาอีกเหรอวะ" เพิร์ธหันไปถามคิมที่ยืนอยู่ข้างๆ

"เห็นมันมั้ยล่ะ"

"สัส -_-" ทำหน้าเอือมกับความกวนตีนเงียบไปของเพื่อน

"เดี๋ยวฉันโทรหาทัณฑ์แล้วกัน" มีนบอกพลางหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมจะกดโทรออก

TRRRRRRR

แต่ทว่าเสียงโทรศัพท์ของเพิร์ธก็ดังขึ้นมาซะก่อน เจ้าของเครื่องล้วงจากกระเป๋าขึ้นมารับ สาย

"โหลมึง..พวกกูอยู่ในหอประชุมใหญ่ เออๆรีบมา" เพิร์ธคุยแค่นั้นก่อนจะวางสาย

"มันกำลังมา" บอกอีกสองคนให้รู้ว่าเมื่อกี้ทัณฑ์เป็นคนโทรมา

"แปลก" ว่าที่คุณหมออย่างมีนขมวดคิ้วมุ่น

"แปลกอะไรของมึงไอ้หมอ" เพิร์ธผู้ไม่อยากรู้ทุกเรื่องถาม

"ปกติเวลามีอะไร ทัณฑ์จะโทรหาคิมตลอด แต่ทำไมวันนี้ถึงโทรหานายแทน" คำถามนี้เล่นเอาคนอย่างคิมถึงกับสะอึก

"โทรศัพท์มันแบตหมดหรือเปล่า" หันไปทางคิม

"อืม" เออออไปตามน้ำ ทั้งๆที่แบตเขาก็ไม่ได้หมด ความหงุดหงิดที่คลุกกรุ่นอยู่เนืองๆ กลับทวีคูณมากขึ้น

"พวกมึง" คนที่เป็นสาเหตุที่ทำให้คิมหงุดหงิดในใจก็ปรากฏตัวขึ้น ทัณฑ์เหลือบมองหน้าคิมแว็บหนึ่งก่อนจะหลบไปมองเพื่อนอีกสองคน

"ถามจริง นี่มึงทำอีท่าไหนถึงทำหญิงหล่นพื้นอย่างงั้นวะ" เพิร์ธขมวดคิ้มถามสิ่งที่ข้องใจ

"กูเผลอปล่อยมืออะ เขาเลยร่วง"

"ไม่ได้เรื่องเลยมึงเนี่ย " เพิร์ธสายหน้าไปมาอย่างระอาใจ

"พวกมึงจะไปกันมั้ย" เสียงเข้มขัดบทสนทนาขึ้นมากะทันหัน ทำให้ทั้งทัณฑ์และเพิร์ธต่างชะงัก

"มึงนี่ก็ดุฉิบหาย ไปดิวะ" พอสิ้นเสียงเพิร์ธ คิมก็เดินนำออกไปทันที อีกสามคนเลยเดินตามหลังไป ทั้งที่ทัณฑ์ก็ยังไม่รู้ว่าพวกนี้จะไปไหนกัน

"มึงจะไปไหนกันอะ" เอ่ยถามเพื่อนทั้งสองคน

"ไปหาขนมแดก" ทัณฑ์พยักหน้าเข้าใจในคำตอบของเพิร์ธ พลางมองไปที่ร่างสูงที่เดินนำลิ่วไปไกล ก่อนจะลอบถอนหายใจออกมา

มันไม่เคยเป็นแบบนี้เลยสักครั้ง พออยู่ในสถานการณ์กระอักกระอ่วนแบบนี้ เขาก็ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวยังไงดี ควรจะเข้าไปพูดกับมันยังไง เพราะเขายังไม่รู้เลยว่าไอ้เพื่อนคนนี้มันโกรธเขาเรื่องอะไร

"เชี้ยคิมมันจะรีบไปตามควายที่ไหนวะ เดี๋ยวกูไปเดินกับมันนะ" ว่าจบเพิร์ธก็สาวเท้าเดินไปหาร่างสูงไวๆ ทิ้งให้ทัณฑ์กับมีนเดินไล่หลังกันอยู่สองคน

"นายสองคนทะเลาะกันเหรอ" คงเพราะทัณฑ์เอาแต่มองแผ่นหลังกว้างของคิม มันเลยไม่ยากที่คนช่างสังเกตอย่างมีนจะรู้สึก ทัณฑ์ถึงกับสะดุ้งที่โดนถามแบบนั้น

"ไม่ได้ทะเลาะกันหรอก"

"แล้วทำไมไม่คุยกัน"

"..." เขาก็อยากตอบ แต่เขาเองก็ไม่รู้เหตุผลเหมือนกัน

"ยังไงก็ดีกันเร็วๆนะ ฉันเอาใจช่วย" เมื่อเห็นว่าทัณฑ์ไม่ตอบอะไร มีนก็ไม่อยากจะคาดคั้น

"อืม"


ทั้งสี่มายังมินิมาร์ทที่อยู่ใกล้กับหอประชุม ต่างคนต่างแยกย้ายกันซื้อของที่ตัวเองอยากกิน แต่ทัณฑ์ก็พึ่งมานึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ได้เอากระเป๋าเงินมา เลยไม่ได้หยิบซื้ออะไร

"มึงไม่ซื้อเหรอวะ" เพิร์ธหันมาถาม เพราะเขาไม่เห็นว่าทัณฑ์จะถือขนมอะไรเลย ผิดกับเขาที่ถือเป็นสิบถุง

"เออ กูไม่หิวว่ะ" บอกปัดไป ถึงใจอยากจะหยิบช็อกโกแลตบนชั้นวางมากแค่ไหนก็ตาม ความจริงเขาจะยืมเงินเพื่อนซื้อก่อนก็ได้ แต่แม่สอนไว้ตั้งแต่เด็ก ว่าถ้าไม่มีเงิน ก็อดเอาไว้ก่อน ไม่ต้องไปหายืมคนอื่น เดี๋ยวมันจะเคยตัว

"แน่ใจนะมึง" เพิร์ธถามกลัยอย่างไม่เชื่อ อย่างไอ้ทัณฑ์เนี่ยนะจะไม่หิว  มันกินเก่งจะตาย

"เออ งั้นกูออกไปรอข้างนอกนะเว้ย" เจ้าตัวพูดแค่นั้นก็เดินออกไป หารู้ไม่ว่า มีใครบางคนแอบฟังอยู่ตั้งแต่ต้น

"ทำไมซื้อเยอะจัง" มีนถามขึ้นพลางมองไปที่ตะกร้าของคิม มีทั้งน้ำยันขนมขบเคี้ยวหลายห่อ แถมยังมีช็อกโกแลตอีกสามสี่ชิ้น

"ซื้อไปให้ไอ้ทัณฑ์" ร่างสูงตอบออกมาอย่างไม่คิดปิดบัง พลางกวาดขนมหวานแบบที่ทัณฑ์ชอบใส่ตะกร้าเพิ่มอีก พอได้ยินแบบนั้น มีนก็ยิ้มมุมปากทันที

สงสัยไม่ต้องเอาใจช่วยให้เหนื่อยแล้วล่ะมั้ง

เมื่อซื้อขนมกันเสร็จ ทั้งสามคนก็เดินออกมาจากมินิมาร์ท ทัณฑ์นั่งเล่นเกมส์โปรดรอหน้าร้าน

"ไอ้ทัณฑ์ ปะ" เพิร์ธเรียกคนที่มัวแต่เล่นเกมส์เพลิน เจ้าของชื่อเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหาเพื่อน ทั้งๆที่มือยังเขี่ยหน้าจอไปมาอย่างเมามันส์

"เลิกเล่นก่อนมั้ยสัส เดี๋ยวก็สะดุดหัวทิ่ม"

"เออ กูยังไม่ตาย พวกมึงก็ดูทางให้กูดิ" ตอบกลับเพิร์ธ ทั้งๆที่สายตายังไม่ละไปจากหน้าจอ คนพูดได้แต่ส่ายหน้าอย่างเอือมระอา

หมับ

"เฮ้ย!" ทัณฑ์โวยวายทันทีที่มีมือปริศนามาแย่งโทรศัพท์ไป พอเงยหน้ามองคนแย่ง จากที่ตั้งใจจะพ่นคำด่าชุดใหญ่ จำต้องเก็บปากเอาไว้ แล้วมองคนตาดุด้วยท่าทางหวั่นเกรง คิมยัดถุงขนมถุงใหญ่ใส่ในมือของทัณฑ์ ก่อนจะเดินนำออกไป ทั้งๆที่ยังไม่คืนมือถือ

"อะไรของมันวะ" พึมพำอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของคนที่ทำตัวเข้าใจยาก ก่อนจะ เปิดถุงหิ้วออกดู ก็พบว่าเป็นขนมที่เขาชอบกินทั้งนั้น

"คิมซื้อมาฝาก" พรายกระซิบอย่างมีนกระซิบบอกยิ้มๆ ทัณฑ์เงยหน้ามองอย่างไม่เข้าใจอีกตามเคย มันเนี่ยนะจะซื้อให้เขา ไม่ใช่ว่าโกรธอยู่หรือไง

"หึ ไปได้แล้วพวกมึง จะหมดเวลาอยู่ละ" เพิร์ธเองก็ยิ้มมุมปากเหมือนเข้าใจอะไรบางอย่าง ก่อนที่ทั้งสามจะเดินตามคิมไป..


กว่าจะซ้อมพาร์ทแรกของเพลงจบ ก็ปาเข้าไปเกือบสองทุ่ม เด็กแต่ละคนปวดเมื่อยตัว ระโหยโรยแรงกันถ้วนหน้า ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่ทุกคนจะแยกย้ายกันกลับได้แล้ว

"พรุ่งนี้เจอกันนะทัณฑ์" สกายบอกยิ้มๆ ช่วงครึ่งหลังเธอไม่ได้มาซ้อมเพราะขัดนอกบริเวณก้นที่กระแทกพื้น ทัณฑ์เลยต้องซ้อมคนเดียว

"อืม ขอโทษที่ทำหล่นอีกทีนะ"

"ฮ่าๆๆ พอแล้ว พูดว่าทำคนหล่นบ่อยๆมันก็ตลกนะ"

"ฮ่าๆ ก็เราทำสกายหล่นจริงๆหนิ"

"กลับหอกัน"

กึก

ทั้งสองชะงักทันทีที่เสียงเข้มดังขึ้น แต่เหมือนจะเป็นทัณฑ์ที่ทั้งอึ้งทั้งงงมากกว่า

"โอเค ไว้เจอกัน" หญิงโบกมือลา ทัณฑ์ก็โบกมือหยอยๆให้พลางยิ้มแหย สกายเดินออกไปทิ้งทัณฑ์ไว้กับคิมตามลำพัง

"มัวยืนอยู่ทำไม ไปดิ" เป็นคิมที่พูดขึ้น ก่อนจะเดินนำออกไปนอกหอประชุม ทัณฑ์เดินตามอย่างช่วยไม่ได้

"มึงหายโกรธกูแล้วเหรอวะ" ทัณฑ์ถามขณะที่ยังเดินตามอยู่ข้างหลัง

"..." แต่กลับได้รับแค่เพียงความเงียบตอบกลับมา ทัณฑ์หยุดเดินมองแผ่นหลังกว้างที่เดินห่างออกไป

"มึงกลับคนเดียวเถอะ กูไม่อยากรบกวน" พูดจบก็เดินแยกไปอีกทาง คิมหันขวับกลับไปมองก่อนจะรีบสาวเท้าเดินไปคว้าแขนทัณฑ์ให้หันกลับมา

"รบกวนอะไรของมึงวะ" ถามเสียงเข้ม ให้ทัณฑ์ต้องขมวดคิ้วมุ่น

"ก็มึงบอกกูเองว่าอย่าไปยุ่งกับมึง คำว่าอย่ายุ่งก็หมายความว่าอย่าไปเสือก! อย่าไปรบกวนมึงป่ะวะ!!" ตอบกลับเสียงดังอย่างทนไม่ไหว เขาเก็บงำความรู้สึกนี้มาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว อยากจะเข้าไปถามแต่ก็ไม่กล้า อึดอัดจนแทบบ้า

คิมจ้องมองคนตรงข้ามที่ระเบิดอารมณ์ใส่ เหมือนคนเก็บกดมานาน เขาไม่แปลกใจว่าทำไมมันถึงมาว้ากใส่แบบนี้ เพราะถ้าเป็นคิมโดนพูดแบบนั้นใส่ แล้วอยู่ๆมาทำดีด้วยเหมือนไม่มีเหี้ยอะไรเกิดขึ้น เขาก็คงทำไม่ต่างจากทัณฑ์ เผลอๆต่อยคว่ำไปแล้วด้วยซ้ำ

"กูขอโทษ

กึก

"ห๊ะ?" ทัณฑ์งงเป็นไก่ตาแตก ตามอารมณ์ของคนตรงหน้าไม่ทันแล้วตอนนี้

"ขอโทษที่ว่ามึงไปแบบนั้น ปากกูมันหมาเอง" เขายอมรับผิดทุกอย่าง แบบไม่ขอแก้ตัว ตอนนั้นเขาหงุดหงิดจนควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เลยพลั้งปากพูดจากแย่ๆแบบนั้นออกไป

น่าแปลกที่ก่อนหน้านี้เคืองคิมแทบตาย แต่พอได้ฟังคำขอโทษที่แสนจะจริงใจ ทัณฑ์กลับลืมอารมณ์ขุ่นมัวก่อนหน้าไปหมดสิ้น

โกรธมันไม่ลงจริงๆ

"แล้วกูต้องยกโทษให้มึงป่ะ" ทัณฑ์เลิกคิ้วถาม รู้สึกว่าตัวเองได้โอกาสอยู่เหนือคิมแล้ว

"กูซื้อขนมให้มึงแล้วไง"

"อ๋อ..ที่ซื้อขนมมาให้นี่กะง้อกูว่างั้น"

"เพ้อเจ้อ" แล้วเรื่องอะไรที่คนอย่างคิมจะยอมรับง่ายๆว่าซื้อขนมเพื่อง้อทัณฑ์จริงๆ

"ถ้าเพ้อเจ้อก็ไม่หายงอนนะ" ยิ้มอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า

"ถ้าไม่หายก็ไม่ต้องเอาโทรศัพท์" รอยยิ้มร้ายปรากฏขึ้นที่มุมปากของคิมทันที

"ไม่เอาก็ได้ กูไม่ซี" ยังไงกูก็จะไม่แพ้โว้ย

"หึ...งั้นกู uninstall เกมส์ tsum tsum มึงทิ้งดีมั้ย?" (uninstall = ถอนการติดตั้ง)

ทัณฑ์ถึงกับหน้าซีดเผือด โทรศัพท์หายยังไม่เศร้าเท่ากับโดนลบเกมส์เลย!

"อยากโดนกูฆ่าก็ลองดูดิ!"

"ก็หายงอนกูก่อน"

"เออออ กูยอมมึงแล้วครับคุณคิม เอาโทรศัพท์กูคืนมาด้วย!" แบมือไปตรงหน้าคิม

หมับ

แต่แทนที่จะได้โทรศัพท์คืน กลับได้กระเป๋าเป้ใบเก่งของคิมมาห้อยไว้กับมือแทน

"กลัยหอก่อนแล้วกัน ถือให้กูด้วย ปะ" คราวนี้ คิมไม่เดินนำไปคนเดียวอีกแล้ว แขนยาวกอดเข้าที่คอของทัณฑ์ก่อนจะลากเดินไปพร้อมๆกัน

แปลกแฮะ...โกรธกันเกือบสองสามชั่วโมง แต่คืนดีกันไม่ถึงสิบนาที 

"เออ ว่าแต่ตอนนั้นมึงหงุดหงิดอะไรวะ" 

"ไม่รู้ว่ะ.." 

"เอ้า!" อะไรของมัน ตัวเองหงุดหงิดอะไรยังไม่รู้อีก แล้วตัวเขาจะรู้สาเหตุที่มันหงุดหงิดจนพาลใส่เขามั้ยล่ะเนี่ย 

ขณะที่ทัณฑ์กำลังบ่นคนข้างๆในใจอยู่นั้น คิม ก็ได้พูดประโยคบางอย่างที่ทำให้ทัณฑ์สามารถเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นระเบิดเวลา แล้วระเบิดตัวเองทิ้งหลังจากจบประโยคเพียงไม่กี่วินาที...

.

.

.

"กูคง...หึงมึงล่ะมั้ง

++++++++++++++++++++++++++++++++

ตู้มมมมมม!!!!!!!!

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว